หน้า: 1 2 [3]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: แตงโม ใช้สารเคมีมากจริงหรือเปล่าครับ  (อ่าน 21755 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
9holo
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 170


« ตอบ #32 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2010, 08:46:57 PM »

โรคมะเร็งเกิดจากอะไรครับทำไมเมื่อก่อนไม่เคยมีใครเป็นกัน....ทุกวันนี้ดำนาเสร็จก็ใส่ยาฆ่าปูทิ้งช่วงหน่วยก็พ่นยาฆ่าหญ้า   โห..เราสะสมสารพิษไว้ตั้งแต่ข้าวเลยหรอเนี่ย โกรธ โกรธ โกรธ
บันทึกการเข้า

สุชน   ตันศิริ
188/1 ม.6  ต.ต๊ำ
อ.เมือง  จ.พะเยา
56000

golfmba8
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 219


« ตอบ #33 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2010, 10:32:43 PM »

มะเร็งมีมานานแล้วครับเพียงแต่การแพทย์สมัยก่อนยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ และสารที่ทำให้เกิดมะเร็งก็มีมากมาย เช่น อัลฟาทอกซินในถั่วลิสงที่ชอบคั่วแล้วบดเอาไว้ปรุงอาหาร ซึ่งความร้อนที่ 100 C ไม่สามารถทำรายอัลฟาทอกซินได้หมด และอีกหลายสาเหตุ
V
V
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง แบ่งออกเป็น 2 ประเภทที่สำคัญ คือ 
 
 
 1. เกิดจากสิ่งแวดล้อมหรือภายนอกร่างกาย ซึ่งปัจจุบันนี้เชื่อกันว่ามะเร็ง ส่วนใหญ่ เกิดจากสาเหตุได้แก่ 
   
 
 1.1 สารก่อมะเร็งที่ปนเปื้อนในอาหารและเครื่องดื่ม เช่น สารพิษจาก เชื้อราที่มีชื่อ อัลฟาทอกซิน (Alfatoxin) สารก่อมะเร็งที่เกิดจากการปิ้ง ย่าง พวกไฮโดคาร์บอน (Hydrocarbon) สารเคมีที่ใช้ในขบวนการถนอมอาหาร ชื่อไนโตรซามิน (Nitosamine) สีผสมอาหารที่มาจากสีย้อมผ้า 
1.2 รังสีเอ็กซเรย์ อุลตราไวโอเลตจากแสงแดด 
1.3 เชื้อไวรัส ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสฮิวแมนแพบพิลโลมา 
1.4 การติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับ 
1.5 จากพฤติกรรมบางอย่าง เช่น การสูบบุหรี่และดื่มสุรา เป็นต้น 
   
 
 2. เกิดจากความผิดปกติภายในร่างกาย ซึ่งมีเป็นส่วนน้อย เช่น เด็กที่มีความพิการ มาแต่ กำเนิดมีโอกาสเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว เป็นต้น การมีภูมิคุ้มกันที่บกพร่องและภาวะ ทุพโภชนาการ เช่น การขาดไวตามินบางชนิด เช่น ไวตามินเอ ซี เป็นต้น จะเห็นว่า มะเร็งส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากสิ่งแวดล้อม ดังนั้น มะเร็งก็น่าจะเป็นโรคที่สามารถ ป้องกัน ได้เช่นเดียวกับโรคติดเชื้ออื่นๆ (Hill R.P,Tannock IF,1987) ถ้าประชาชนมี ความรู้เกี่ยวกับสารก่อมะเร็ง และสารช่วยหรือให้เกิดมะเร็งที่มีอยู่ในสิ่งแวดล้อมแล้ว พยายามหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารเหล่านั้น เช่น งดสูบบุหรี่ หรือหลีกเลี่ยงจากบริเวณ ที่มีควันบุหรี่ เป็นต้น สำหรับสาเหตุภายในร่างกายนั้นการป้องกันคงไม่ได้ผลแต่ทำให้ ทราบว่า ตนเองจัดอยู่ในกลุ่มที่มีอัตราเสี่ยงต่อการเป็น มะเร็งสูงหรือมากกว่ากลุ่มอื่น ๆ ดังนั้นก็ควรไปพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับความรู้เรื่องมะเร็งต่อไป กรณีที่เป็น มะเร็ง ได้ตรวจพบตั้งแต่ระยะแรก ซึ่งจะมีการตอบสนองต่อการรักษาค่อนข้างดี 

 
   
 
 ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง ที่สำคัญ มี 2 ข้อ 
ข้อแรก คือ ปัจจัยจากสิ่งแวดล้อมภายนอกร่างกาย เช่น สารก่อมะเร็งที่ปนเปื้อน ในอาหาร อากาศ เครื่องดื่ม ยารักษาโรค เป็นต้น รวมทั้งการได้รับรังสี เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย และพยาธิบางชนิด 
ข้อที่สอง คือ ได้แก่ปัจจัยภายในร่างกาย เช่น ความผิดปกติทางพันธุกรรม ความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกัน และภาวะทุพโภชนา เป็นต้น   

ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง มีดังนี้
 
1. ผู้ที่สูบบุหรี่ จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งของระบบหายใจ ได้แก่ ปอด และกล่องเสียง เป็นต้น 
2. ผู้ที่ดื่มสุราเป็นประจำ จะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับ ถ้าทั้งดื่มสุราและสูบบุหรี่จัด จะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งช่องปากและในลำคอด้วย 
3. ผู้ที่เป็นพาหะของเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบี หรือผู้ที่ชอบรับประทานอาหารที่มี สารพิษ ชื่อ อัลฟาทอกซิล ที่พบจากเชื้อราที่ปนเปื้อนในอาหารเช่น ถั่วลิสงป่น เป็นต้น หากรับประทานประจำจะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับ และหากได้รับทั้ง 2 อย่าง โอกาส จะเป็นมะเร็งตับมากขึ้น 
4. ผู้ที่รับประทานอาหารที่มีไขมันสูงเป็นประจำ จะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม ลำไส้ใหญ่ เยื่อบุมดลูก และต่อมลูกหมาก 
5. ผู้ที่ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ และรับประทานอาหารที่ใส่ดินประสิวเป็นประจำ จะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งท่อน้ำดีในตับ 
6. ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องอันเกิดจากความผิดปกติจากพันธุกรรมหรือติดเชื้อไวรัสเอดส์ จะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งปากมดลูก มะเร็งของหลอดเลือด เป็นต้น 
7. ผู้ที่รับประทานอาหารเค็มจัด อาหารที่มีส่วนผสมดินประสิวและส่วนไหม้เกรียม ของอาหารเป็นประจำจะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่ 
8. ผู้ที่มีประวัติโรคมะเร็งในครอบครัว อาทิ มะเร็งของจอตา มะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ และมะเร็งลำไส้ใหญ่ชนิดที่เป็นติ่งเนื้อ เป็นต้น 
9. ผู้ที่ตากแดดจัดเป็นประจำจะได้รับอันตรายจากแสงแดดที่มีปริมาณของแสงอุลตรา ไวโอเลต จำนวนมาก มีผลทำให้เป็นมะเร็งผิวหนังได้ 
 
บันทึกการเข้า
หนูพิม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12072


นกที่ออกหากินแต่เช้าจะได้หนอนตัวใหญ่&ไม่ต้องบินไกล


« ตอบ #34 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2010, 06:42:13 AM »

แตงโมมีสารพิษจริงหรือเปล่าไม่ทราบค่ะ...แต่หนูพิมมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง...
ตอนเรียน ม.5 แม่ไม่สบายไปรักษาตัวอยู่ รพ. ต้องอยู่บ้านคนเดียว...นึกครึ้มใจไปซื้อแตงโมมากิน 1 ลูก...
กินไปไม่ถึง 30 นาที ท้องเสีย...เราก็นึกว่าไม่เป็นไรมาก...ไม่ได้ไปไหนไม่ได้ทำอะไรเลยด้วย...
มันเป็นกลางคืนด้วยนี่นา...ทำไงได้ล่ะ...
ท้องเสียตั้งแต่หัวค่ำ...ยันสว่าง...หมดเรี่ยวหมดแรง อาการหนักไปเรื่อยๆจนหมดแรง...
ถึงขนาดต้องนอนหายใจพะงาบๆเลยก็ว่าได้...ขนาดคลานออกมาประตู...พยุงตัวยืนเกาะประตู...
แต่รู้สึกแขนขาหมดแรง...ทรุดลงมาทับตะกร้าของกระจัดกระจายหมดเลย...
เหงื่อเม็ดเป้งๆผุดออกเต็มตัว...ตรงใบหน้าเหมือนเอาน้ำเทใส่เลยค่ะ...ร้องไห้สิ... ร้องไห้ ร้องไห้
วินาทีนั้นกลัวมาก...นึกถึงคนที่เขาบอกว่าคนใกล้ตายเหงื่อมันผุดเต็มหน้าแบบนี้แร่ะ... ตกใจ
กลัวจับใจ...นอนหมดเรี่ยวแรงอยู่แบบนั้น...จนสว่าง...ไม่ถ่ายท้องแล้ว...หมดพุง...
รวมพลังแข็งใจฮึดอีกเฮือกสุดท้าย...ลุกขึ้นเปิดประตูได้ แต่ก็ต้องนั่งพักอยู่เป็นชั่วโมง...
กว่าจะคลานจากประตูออกมาถึงนอกชาน...กว่าจะคลานลงไปชั้นล่างได้ก็เกือบสิบโมงเช้า...
มีเพื่อนบ้านแปลกใจว่าทำไมหนูพิมเงียบจัง...ผิดปกติเลยเดินมาดู...

นั่นแหละ...หนูพิมจึงได้รับการรักษา...
นับแต่นั้นมา...หนูพิมไม่กินแตงโมอีกเลย...เพราะ...รู้สึกไม่ไว้ใจ 
และยังมีมันแกวอีกอย่างที่เคยกินไปชิ้นหนึ่งแต่ทำให้ลิ้นชา มึนหัวไปนานเลยเลิกกินอีกเหมือนกันค่ะ...เอวัง... ยิ้มเท่ห์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 11, 2010, 11:30:55 PM โดย pimporn » บันทึกการเข้า

"If you try to do it's difficult to do.But if you want to do it's easy to do"
              บ้านสวนทวีกานต์..วิมานดินของหนูพิมเริ่มต้นขึ้นแล้ว...23454
9hinghoi
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 73


« ตอบ #35 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2010, 08:09:15 AM »

  ...ไม่เคยเห็นการปลูกอะไรแล้วไม่ใช้สารเคมีน้อยๆเลย ดั่งคำพูดที่ว่า "คนปลูกอะไรเค้าก็จะไม่กินสิ่งนั้น" เพราะเค้ารู้ว่าเค้าใช้สารเคมี

ไปมากแค่ไหน

 แต่ถ้าเราเข้าใจคำว่า "พอเพียง" เราก็จะพ้นวงจรอุบาทว์แห่งการใช้สารเคมีได้

 เริ่มพอเพียงจากเล็กน้อย สั่งสมไปเรื่อยๆ ค่อยๆโต ขยายขึ้น ยั่งยืน แต่ถ้าคิดว่า.. จะทำเกษตร ตั้งเป้าไว้ต้องได้เดือนละ 5 หมื่น นี่ไม่

พอเพียงแล้วครับ สุดท้ายอยากได้มากๆเร็วๆตั้งแต่เริ่มต้น เราก็จะไม่พ้นความโลภ หันกลับไปหาวิถีแห่งเคมีเหมือนเดิม


  หลายๆท่านในบอร์ดนี้ยังไม่เข้าใจคำว่า "พอเพียง" กันอีกเยอะ มีแต่อยากได้มากๆ อยากได้เร็วๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 10, 2010, 08:13:31 AM โดย xxoops » บันทึกการเข้า
121
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 178


« ตอบ #36 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2010, 11:49:39 AM »

ผมไปซื้อเมล็ดมาแล้ว กะว่าปลายเมษาฮาไว จะลองปลูกกินเองสักที

ข้างซองตราเครื่องบิน เขียนว่า แตงโมดำ ทนทานต่อโรคและแมลง

...อืมม์

บันทึกการเข้า
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10951



« ตอบ #37 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2010, 01:17:06 PM »

แตงโมเช่นกัน

http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=10466.0
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: