หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: [เคล็ดลับ] เครื่องตะบันน้ำ(สูบน้ำ) ณ ลำปาง  (อ่าน 41481 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Hanniboon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19


« เมื่อ: ตุลาคม 24, 2013, 01:59:16 PM »

สวัสดีครับ

กระทู้นี้เป็นการตั้งเองครั้งแรกครับ พอดีมีความสนใจเรื่องพลังงานทางเลือก และ การทำเกษตร ควบคู่กัน ตอนนี้ที่บ้านเนื้อที่ 6 ไร่ อยู่ติดลำเหมืองสองด้าน ด้านหนึ่งเป็นเหมืองหลัก ( 5 เมตร ) อีกด้านเป็นรางส่งน้ำแขนง ( 1 เมตร )
ในพื้นที่ลงต้นไม้ใหญ่ไว้ 5-6 ร้อยต้น และ ไม้ผลอีกจำนวนหนึ่ง

วางแผนว่า จะสูบน้ำมาใส่ถัง 1,000 ลิตร แล้วจ่ายไปยังต้นไม้ด้วยระบบน้ำหยด - เดินท่อ PE 20mm ความยาว 300 เมตร

ก็ต้องมาหาวิธีการเติมน้ำเข้าสู่ถัง 1,000 ลิตร ตัดสินใจค้นคว้า ตะบันน้ำ Hydraulic Ram Pump เพราะน่าสนใจ และคิดว่าเหมาะสมกับพื้นที่และความต้องการ

โชคดี ที่ลำปางมี Global และ ไทวัสดุ จึงสะดวกในการจัดหาวัสดุ

ดูคลิปวิดีโอ ล่าสุดแล้วไปหาซื้อมาประกอบเองตามแบบได้เลยครับ ไม่หวง ยินดีเสียด้วยซ้า

กระทู้นี้ จะไม่โฟกัสที่การสร้างตะบันน้ำ แต่จะเจาะลึกถึงทฤษฎี และการทดลอง เพื่อให้ผู้อ่านเอาผลการทดลองไปประยุกต์ใช้ จะได้ไม่ต้องเปลือง / ทำแล้วใช้ไม่ได้ เพราะผมลองผิดลองถูก หมดไปเกือบ 6-7 พันบาทแล้ว

 ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์

1. เช็กวาวล์(สวิง) ขนาด 1 นิ้ว ใช้ได้หรือไม่
เนื่องจาก เช็กวาวล์ทองเหลือง 1 นิ้วราคาถูกกว่า 1 1/2 มากๆๆๆๆๆ ขนาด 1 นิ้วราคา 160 บาท แต่ 1 1/2 ราคาห้าร้อยกว่าบาท
ตอบ : ใช้ได้
ป.ล. อันที่จริง มีเช็กวาวล์สวิง แบบที่เสื้อเป็นพลาสติก ก็มี ขนาด 2 นิ้ว ราคาแค่ สองร้อยกว่าบาท แต่เนื่องจากมาพบเจอทีหลัง ( ที่โกลบอล มันอยู่ร่วมกันกับเช็กวาวล์สปริง เลยไม่ได้สนใจในตอนแรก ) ก็เลยยังไม่ได้เอามาทดลองจริงจัง แต่ก็ซื้อมาลองแล้ว ถ้ามีโอกาสได้ทำชุดที่สอง อาจจะเอามาใช้

2. ใช้เช็กวาวล์ 2 นิ้ว แต่ระบบท่อเป็น 1 นิ้ว ดีกว่าเช็กวาวล์ 1 นิ้วหรือไม่ ( เช็กวาวล์ที่ด้านน้ำทิ้ง )
ต่อเนื่องจาก ข้อ 1 คือ ลองสลับเอาเช็กวาวล์พลาสติก ขนาด 2 นิ้ว มาใส่ข้อลด ใช้ในข้อต่อเดิมๆ ขนาด 1 นิ้ว
ผลการทดลอง : ไม่ดีขึ้น แต่ก็ไม่แย่ลง

3. การจัดลำดับ ( check valve position ) มีผลหรือไม่
ในบ้านเรา ที่ผมเห็นจากยูทู๊บ จะมีลำดับดังนี้ ( วาวล์ในที่นี้จะขอหมายถึง สวิงเช็กวาวล์ แต่ถ้าใครจะเพิ่มบอลวาวล์ ก็เพิ่มเอาเอง )


               วาวล์       วาวล์น้ำทิ้ง
                 |           |
                 |           |
ท่อน้ำเข้า----ตัวที-----ข้องอ 90

ผลการทดลอง : พบว่า การเรียงลำดับแบบนี้ จะมีแรงดันย้อนกลับ กระแทกกลับไปยังต้นน้ำ ( ปลายท่อที่อยู่ต้นน้ำที่ห่างออกไป 10-20 เมตร ) แรงกระแทกย้อนกลับนี้ "คือพลังงานที่สูญเสีย" สาเหตุเนื่องมาจาก ระบบตะบันน้ำทำงานได้ด้วย "Water Hammer Effect" ซึ่งการกระแทกแต่ละครั้งจะไปเพิ่มแรงดันให้กับช่องเก็บแรงดันทีละเล็กทีละน้อย การที่แรงกระแทกย้อนออกไปทางต้นน้ำ จึงถือว่าเป็นการสูญเสีย

ถ้า ต้นน้ำของคุณ สูง 2 เมตรขึ้นไป ( สูงกว่าเครื่องตะบันน้ำ ) เจ้าการสูญเสียนี้ก็ไม่สำคัญนัก แต่ถ้าระดับน้ำของคุณอยู่ที่ 90-120 เซนติเมตร การสูญเสียแม้จะเล็กน้อยแค่ไหนก็สำคัญทั้งสิ้น

การแก้ไข

                          ท่อเก็บแรงดัน
                               |
     ท่อน้ำออก--------สามทาง          วาวล์น้ำทิ้ง
                               |                |
                               |                |
ท่อน้ำเข้า----วาวล์-----สามทาง-----ข้องอ 90




วิธีนี้จะช่วยให้แรงดันที่กระแทกกลับ ถูกดักเอาไว้ด้วยเช็กวาวล์ที่อยู่ด้านล่างได้


4. ท่อเก็บแรงดัน จะต้องมีขนาดใหญ่หรือไม่
ท่อใหญ่ น้ำหนักมาก อุปกรณ์แพง ถ้าเปลี่ยนเป็นท่อเล็กลง จะทดแทนได้หรือไม่
การทดลอง : ทดลองใช้ท่อแรงดัน PVC ขนาด 4 นิ้ว เทียบกับ 1 นิ้ว
ผลการทดลอง : ผลที่ได้ไม่ต่างกัน สังเกตุความแตกต่างไม่ได้
ป.ล. ท่อใหญ่ อาจมีผลที่ดีกว่าในระยะยาว เช่น การที่เก็บอากาศได้มากกว่า จึงไม่จำเป็นต้องเจาะ snift hole ในขณะที่ท่อเก็บแรงดันแบบ 1 นิ้ว จำเป็นต้องมี Snift Hole มิฉะนั้นแล้ว อากาศจะขึ้นไปอยู่ในท่อเก็บแรงดันน้อยเกินไป เป็นผลให้ระบบหยุดการทำงานเองเมื่อเปิดทิ้งไว้สักพักหนึ่ง

ปล2 ถ้าหากเราบรรจุสิ่งที่ยืดหยุ่น และเป็นกระเปาะเก็บฟองอากาศเอาไว้ ยัดใส่ลงไปในท่อเก็บแรงดัน จะช่วยให้ไม่ต้องเจาะ snift hole หรือไม่
การทดลอง : ยังไม่ได้ทำ แต่เล็งว่าจะเอา บับเบิ้ลชี๊ต ที่เอาไว้ห่อพัสดุที่เสียหายง่าย มีขายที่ร้านเครื่องเขียนทั่วไป
สาเหตุ : เพราะว่าการเจาะ snift hole จะทำให้ระบบตะบันน้ำเกิดข้อจำกัดขึ้นมาทันทีซึ่งก็คือ จะต้องวางตะบันน้ำให้อยู่สูงกว่าระดับน้ำเพื่อให้อากาศเข้าไปในรู snift ได้ ซึ่งทำให้ไม่สามารถวางตะบันน้ำเอาไว้ในลำห้วยได้

ปล3 หัวใจของระบบตะบันน้ำ ก็คือ "การเก็บรักษาแรงดัน" ตั้งแต่เหนือวาวล์เก็บแรงดันขึ้นไป จะต้องไม่รั่ว ไม่ซึม เด็ดขาด เพราะจะมีผลอย่างมากต่อระบบ

ปล 5 ถ้าเช่นนั้นแล้ว ควรใช้ท่อเก็บแรงดันเป็นท่อโลหะหรือไม่ คำตอบคือ ไม่จำเป็น และ โดยส่วนตัวคิดว่าไม่ควรใช้ด้วย เหตุผลก็คือ ท่อเหล็กทำงานด้วยยาก เกลียวเหล็กมีโอกาสรั่วสูงกว่าเกลียวพลาสติก การที่เกลียวพลาสติกยืดหยุ่นได้เล็กน้อยจะช่วยให้เวลาสวมเกลียว เกลียวจะสมานกันได้ดี แต่ถ้าเป็นเกลียวเหล็ก จะไม่มีการสมานนี้ ต้องอาศัยการขันเกลียวให้แน่น แน่นมากๆ จึงจะไม่รั่ว


Liked By: chinfak, 5XXA, kodang, Gift39
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 10, 2014, 09:07:13 PM โดย Hanniboon » บันทึกการเข้า

Hanniboon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19


« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2013, 01:59:41 PM »

5. ท่อน้ำเข้า ที่เดินยาวไปยังต้นน้ำ ที่อยู่สูงกว่าตะบันน้ำเพียง 1 เมตร ใช้ท่ออะไรได้บ้าง
การทดลอง : 1. ทดลองใช้ท่อ PE 20 mm ความยาว 20 เมตร ( ขดม้วนอยู่ ) แล้วต่อเข้าตะบันน้ำ
                ผลการทดลอง : ไม่สำเร็จในการที่จะส่งน้ำขึ้นไปอย่างน้อย 3 เมตร แรงดันน้ำน้อยเกินไปที่จะทำให้บานสวิงของวาวล์ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง
                วิเคราห์ผลการทดลอง : แม้ว่าราคาต่อเมตร ของท่อ PE นั้นจะต่ำที่สุด เหมาะที่สุดที่จะเดินท่อไกลๆ ทว่า การที่ท่อมีขนาดเล็ก จะเกิดปรากฎการณ์หนึ่งที่เรียกว่า การสูญเสียความเร็วของของไหลภายในท่อ แม้ว่าแรงดันสถิตย์ จะเท่ากันกับการใช้ท่อขนาดใหญ่ก็ตาม อธิบายเพิ่มเติมให้เห็นภาพก็คือ ทดลองตั้งถังน้ำ 200 ลิตร ที่มีรูต่อท่อน้ำที่ก้นถัง บรรจุน้ำให้เต็ม ลองปล่อยน้ำแบบยังไม่ได้ต่อท่อ น้ำจะไหลแรงเนื่องจากน้ำหนักของน้ำที่อยู่เหนือท่อ กดลงมา น้ำจึงพุ่งแรง
                จากนั้น ให้สวมท่อ PE 20 mm เข้าไป แล้วให้น้ำไหลเข้าไปในท่อ แล้วไปดูการไหลที่ปลายท่อ PE ที่อยู่อีกด้าน จะพบว่า ตอนที่เปิดวาวล์ทันที น้ำจะพุ่งออกมาแรง แต่สักครู่ก็จะไหลเอื่อยลงมาก เอื่อยจนไม่พอที่จะสร้าง ฆ้อนน้ำ ที่รุนแรงได้
               แต่ ก็มีข้อยกเว้น ก็คือถ้าหากว่าต้นน้ำของคุณอยู่สูงกว่าตะบันน้ำมาก ( 2-3 เมตรขึ้นไป ) สามารถใช้ท่อ PE หรือสายยางขนาดเล็ก
เป็นท่อน้ำเข้าได้

การทดลอง 2 : ใช้ท่อน้ำเข้าเป็นท่อ PVC แต่มีความยาวสั้นๆ 0.5- 2 เมตร
                ผลการทดลอง : ขออธิบายวิธีการทดลองก่อน ก็คือ สมมติว่า ถ้าหากเราเดินท่อ PE ไปยาวๆ ที่ปลายด้านหนึ่งปล่อยลงถัง 200 ลิตร อีกด้านเดินขึ้นต้นน้ำไปรับน้ำที่อยู่สูงกว่าระดับถัง 200 ลิตรมา ที่ก้นถัง 200 ลิตร เจาะรู จากรูนี้เดินท่อ PVC ขนาด 1 นิ้ว ความยาว 1 เมตร ไปยังตะบันน้ำ ผลการทดลองก็คือ ไม่สำเร็จ
                วิเคราห์ผลการทดลอง : การที่ตะบันน้ำ จะทำงานนั้น ต้องมี "แรงกระแทก"  และ แรงกระแทก ( โมเมนตั้ม ) จะต้องมีสองสิ่งก็คือ มวล และ ความเร็ว การที่ระบบตะบัน มีท่อส่งน้ำที่สั้นมาก มวลของน้ำที่อยู่ภายในท่อ ( มวลที่อยู่ภายในถังเราไม่นับ ) จะมีน้อยมาก แม้ว่าจะมีความเร็วที่เพียงพอ ก็ไม่ทำให้เกิดปรากฎการ "ฆ้อนน้ำ" ที่รุนแรง

จากสองการทดลองนี้ จึงต้องมาดูความเหมาะสมของภูมิศาตร์ที่จะติดตั้ง
ถ้า ระดับน้ำต้นน้ำ สูงไม่มาก ( 1-1.5 เมตร ) เช่น ท่อส่งน้ำชลประทาน ที่มีความลาดเอียงเพียงเล็กน้อย จะต้องเลือกท่อน้ำเข้าขนาดใหญ่ ที่ทดลองคือ ใช้ท่อ PVC เกตร ( สีเทา ) ขนาด 2 นิ้ว ราคาท่อนละ 88-90 บาท 4 ท่อน ( 16เมตร บานปลายท่อมาแล้วจึงไม่ต้องซื้อข้อต่อท่อ PVC ) สามารถส่งน้ำที่ต้นน้ำ 1 เมตร ขึ้นไป 5-6 เมตรได้ แต่ที่อัตราการไหลที่ปลายทางที่เหมาะสมจะอยู่ที่ความสูง 4 เมตร


ถ้า ระดับน้ำต้นน้ำ อยู่สูง ( 1.5 เมตรขึ้นไป ) สามารถใช้สายยางหรือท่อ PE ราคาถูกๆ ได้ ( PE 20 mm ความยาว 20 เมตร คาดส้ม : อย่างหนา ราคาเพียงร้อยกว่าบาท )


การทดลอง 3 : ถ้าใช้ท่อ PVC ขนาด 1 นิ้ว แต่เพิ่มความยาว / เพิ่มความลาดชันของท่อล่ะ
                การจัดวางจะเป็นแบบนี้


                  ขอบถังน้ำ 200 ลิตร
                -------------------
                |                        |
                |                         ---
                |                         --
                |                        |    \ \
                |                        |     \ \
                |                        |      \ \
                |                        |       \ \
                |                        |        \ -------------
                ------------------           -------------- ตะบันน้ำ


                 แทนที่จะเจาะท่อน้ำที่ก้นถัง 200 ลิตร ก็เปลี่ยนมาเจาะที่ด้านบน ซึ่ง จะต้องวางท่อส่งน้ำ เอียงๆ ( อาจใช้ข้องอ 90 สองชิ้น )
                 วิธีนี้ มีคนทำสำเร็จ ตามลิงค์ยูทู๊บข้างล่างนี้



ขอขอบคุณ คุณ พัฒพงษ์ ภิญโญ เจ้าของคลิปวิดีโอนี้ ท่อส่งน้ำน่าจะเป็นท่ออ่อนที่ใช้ต่อหัวมินิสปริงเกอร์ ขึ้นไปได้สูงถึง 5-6 เมตร ( ขอปรบมือดังๆ )


Liked By: chinfak, 5XXA, kodang
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 29, 2013, 02:48:19 PM โดย Hanniboon » บันทึกการเข้า
Hanniboon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19


« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2013, 02:00:29 PM »

ช่องนี้ เป็นการรวบรวมผลงาน ทั้งที่สำเร็จและล้มเหลว


ตัวนี้เป็น รุ่นที่ 3 ( ยังไม่ใช่รุ่นสุดท้าย แต่ก็เป็นรุ่นที่พอใจมาก )
เกจ จำเป็นอย่างมากสำหรับคนที่เริ่มต้น ช่วงที่ใช้คือ 6 บาร์
วาวล์น้ำทิ้ง ต่อกับนิปเปิ้ล สามารถเอียงบานพับลงมาได้ การสวิงจะง่ายขึ้น
เป็นข้อต่อและนิปเปิ้ลเกือบทั้งหมด ต่อผิดก็รื้อมาต่อใหม่ได้ แม้ว่าจะแพงกว่าระบบท่อ PVC ทากาว




ขนไปยังสวน ภาพนี้ทำขาตั้งแล้ว





นี่คือเป้าหมายปลายทางของการสูบน้ำ




ที่เห็นไกลๆ ตรงกลางภาพ นั่นคือลำเหมืองชลประทานส่งน้ำ ต้องสูบน้ำจากระดับนั้นขึ้นมา ความสูงของถัง ลงไปที่ตะบันน้ำ น่าจะ 3-4 เมตร




น้ำชลประทานไหลประมาณนี้




นี่เป็นครั้งแรกที่เอาตะบันน้ำมาทดสอบในสถานที่จริง ตอนอยู่ที่บ้านก็ทดสอบเล็กน้อยเท่านั้น แต่ไม่สมจริงเลย
ครั้งแรกนั้น ตั้งใจเอาตะบันไปวางไว้ที่รางส่งน้ำ เอาอิฐหนุนให้ตะบันสูงกว่าน้ำไหลเพื่อให้ snift hole อยู่สูงกว่าน้ำ
ใช้ ท่อ PE 20 มิล เป็นท่อน้ำเข้า เดินสายไป 50 เมตร ไม่สำเร็จ

จึงลองเปลี่ยนเป็นท่อ PVC ขนาด 2 นิ้ว ( 63 มิล ) แต่ก็เจอปัญหา หญ้าคาสูงเกินไป ลงท่อไม่ได้ ต้องไปตัดหญ้าก่อน
เครื่องตัดหญ้าสะพายบ่า ก็ ไม่มี ฮึ่ม !!!! ต้องได้ซื้ออีกล่ะ เอาไว้ก่อน ขนความล้มเหลวกลับบ้าน


Liked By: chinfak, 5XXA, kodang, psakonphet
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 29, 2013, 02:48:45 PM โดย Hanniboon » บันทึกการเข้า
Hanniboon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19


« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2013, 02:00:58 PM »



หาถัง 200 ลิตรมา เพื่อจำลองกระแสน้ำ
ได้ไอเดียมาจากคลิป คุณ  พัฒพงษ์ ภิญโญ แต่แทนที่จะทำเหมือนกับเขา ดันต่อท่อน้ำเข้าจากก้นถัง
ผลก็คือ ไม่สำเร็จ ตามเหตุผลกระทู้ด้านบน
แม้ว่าจะเปลี่ยนท่อเก็บแรงดัน จากเดิม 50 เซ็น มาเป็น 100 เซ็น ก็ไม่สำเร็จ








จึงได้ทดลองเปลี่ยน ท่อน้ำเข้าเป็นท่อ PVC ความยาว 2.5 เมตร ผลที่ได้คือ สำเร็จแต่ยังไม่ได้ตามเป้าหมาย ได้ความสูงแค่ 2 เมตรกว่า (จากรูปคือ 2.4 เมตร )




ทดลองเปลี่ยนท่อน้ำเข้า มาเป็นท่อ PE 20mm 20 เมตร
ไม่สำเร็จ ตามเหตุผลข้างบน




คราวนี้เลยเดินท่อ PVC 2นิ้ว จำนวน 4 ท่อน


ได้ผลลัพธ์ ตามวิดีโอคลิปด้านล่างนี้นะครับ ถ่ายด้วย iphone 4s แบบตั้ง ก็เลยเป็นภาพแคบๆ ถ้าเปิดบนหน้าจอคอมพ์ครับ

Hydraulic Ram Pump ตะบันน้ำ


Liked By: chinfak, 5XXA, kodang, kokon11
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 29, 2013, 03:02:37 PM โดย Hanniboon » บันทึกการเข้า
narna
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 602



« ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2013, 10:36:10 AM »

มาปูเสื่อรอครับ
บันทึกการเข้า
tingly2
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 479


« ตอบ #5 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2013, 06:59:54 AM »

สงสัยรอเก้ออออ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
gogae
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1726



« ตอบ #6 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2013, 02:24:26 PM »

ขอบคุณครับที่แบ่งปัน กำลังหาข้อมูลหน้าแล้งนี้จะติดตั้งที่สวนครับ
บันทึกการเข้า

"สวนทอฝัน" เกษตรสมรมบนดินแดนด้ามขวาน

63  ม. 11  ต.นาไม้ไผ่  อ.ทุ่งสง  จ.นครศรีธรรมราช  80110

*****************************************
         *******************************
Hanniboon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19


« ตอบ #7 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2013, 03:05:56 PM »

มาปูเสื่อรอครับ


สงสัยรอเก้ออออ ยิงฟันยิ้ม


มาแล้วจ้า ติดงานประจำอยู่ครับ เพิ่งว่างมาลงได้


ภาพป่าหญ้าคา ที่กำลังรอเครื่องตัดหญ้ามากำจัดออกไปครับ


Liked By: 5XXA, kodang
บันทึกการเข้า
tingly2
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 479


« ตอบ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2013, 05:23:19 AM »

ถึงเวลานี้ ผมยังไม่เข้าใจหลักการเครื่องตะบันน้ำเลยครับ อ่านหลายกระทู้เหมือนกัน แต่ยังไม่มีกระทู้ไหนอธิบายหลักการอุปกรณ์แต่ละตัวให้เข้าใจเลยครับ
ช่วยชี้แนะ ด้วยครับ ผมอยู่ลำปางเหมือนกัน ช่วยชี้แนะด้วยครับ อุปกรณืแต่ละตัว หลักการทำงาน อธิบายเป็นภาพจะเยี่ยมเลยครับ
บันทึกการเข้า
Hanniboon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19


« ตอบ #9 เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2013, 11:27:24 AM »

ถึงเวลานี้ ผมยังไม่เข้าใจหลักการเครื่องตะบันน้ำเลยครับ อ่านหลายกระทู้เหมือนกัน แต่ยังไม่มีกระทู้ไหนอธิบายหลักการอุปกรณ์แต่ละตัวให้เข้าใจเลยครับ
ช่วยชี้แนะ ด้วยครับ ผมอยู่ลำปางเหมือนกัน ช่วยชี้แนะด้วยครับ อุปกรณืแต่ละตัว หลักการทำงาน อธิบายเป็นภาพจะเยี่ยมเลยครับ


หลักการของมันก็คือ การใช้ประโยชน์จาก "ฆ้อนน้ำ" ครั้บ

The Causes and Effects of Water Hammer



ฆ้อนน้ำ

เมื่อน้ำไหลในท่อ จะมีโมเมนตั้มของการไหล การปิดกั้นการไหลทันทีทันใด โมเมนตั้มของน้ำก็จะกระแทก ในระบบปั๊มน้ำขนาดใหญ่ในโรงงานนี่ถือเป็นเรื่องใหญ่เลยครับ เพราะฆ้อนน้ำจะกระแทกวาวล์ , ข้อต่อ หรือแม้แต่ปั้มน้ำเอง แตกได้เลยทีเดียว แรงมาก ดังจนตกใจเลยแหละ บางครั้งแรงกระแทกนี้ทำเอาท่อระเบิด มีคนเจ็บและตายเป็นประจำ

Water hammer causes power plant tragedy

(อุบัติเหตุ ฆ้อนน้ำ ทำคนตาย 12 คน )

ตะบันน้ำ อาศัยหลักการนี้แหละครับ แต่แทนที่จะสร้างความเสียหาย ก็เอามาใช้ประโยชน์

หลักการที่สองก็คือ แรงดึงดูด ก็เพื่อให้การ "ตะบัน" เกิดขึ้นได้เองอย่างต่อเนื่อง แรงดึงดูด จะไปดึงให้ใบวาวล์(สวิงวาวล์) ตกลง เกิดเป็นช่องว่าง น้ำก็ไหลผ่านช่องว่าง แต่น้ำก็จะไปผลักใบวาวล์ด้วย น้ำ(ไหลทิ้ง) ระดับหนึ่งจนมันไปผลักใบวาวล์ "ปิด" เกิดเป็นแรงกระแทก แต่การกระแทก เป็นลักษณะคลื่น มียอดคลื่น ก็มีท้องคลื่น เมื่อแรงดันน้ำตกลงถึงท้องคลื่น แรงดันนั้นก็ไม่เพียงพอที่จะกดใบวาวล์เอาไว้ได้ ใบวาวล์ก็ตกลง กลับมาทำงานเป็นรอบอีก

หลักการที่สาม "ของเหลวนั้นไม่สามารถเปลี่ยนปริมาตรได้ แต่ ก๊าซทำได้" (จริงๆแล้วของเหลวเปลี่ยนปริมาตรได้เล็กน้อยจากอุณหภูมิและแรงกดดัน แต่ น้อยมากเมื่อเทียบกับก๊าซ) ผมว่าทุกคนคงเคยเลยเข็มฉีดยา ถ้าใส่เข็มฉีดยาด้วยน้ำ แล้วอุดปลายเข็ม เราจะดันเข็มฉีดยาไม่ได้ แต่ถ้าเปลี่ยนจากน้ำเป็นอากาศ เราจะดันเข็มฉีดยาเข้าไปได้ในระดับหนึ่ง
หลักการนี้อยู่ใน ท่อเก็บแรงดันของตะบันน้ำ เมื่อแรงฆ้อนน้ำกระแทกเข้ามา จะกระแทกให้วาวล์ที่อยู่ใต้ท่อเก็บแรงดัน "เผยอ" เปิดขึ้นเล็กน้อย น้ำก็จะเล็ดลอดเข้ามา ก็จะไปดันอากาศที่อยู่ภายในท่อเก็บแรงดัน โดนดันขึ้นไป แต่เมื่อวาวล์ใต้ท่อเก็บแรงดันปิดลง อากาศก็จะขยายตัวกลับ ดันน้ำออกไปทางท่อน้ำออก พลังงานนี้จึงเป็นแรงดันที่ส่งน้ำขึ้นไปได้สูงกว่าแหล่งน้ำเดิม

สรุป
ตะบันน้ำ ต้องการแหล่งน้ำเข้าที่สูงกว่าตะบันน้ำ เพื่อให้เกิดการไหล การไหลต้องมีมวลน้ำ และความเร็วที่มากพอที่จะไปผลักใบวาวล์ให้ปิดลงได้อย่างรวดเร็ว (ค่อยๆ ปิดก็จะไม่เกิดฆ้อนน้ำ) เกิดเป็นฆ้อนน้ำ
ถ้าถามเรื่องพลังงาน ( เทอร์โมไดนามิกซ์ ) เพราะว่าไม่มีพลังงานใดได้มาฟรีๆ ก็คือ ตะบันน้ำจะต้องสูญเสียพลังงานโมเมนตั้มของน้ำราว 90% ให้กับวาวล์น้ำทิ้ง เพื่อเอาไปสร้างแรงช๊อกของฆ้อนน้ำ ดันน้ำจำนวนน้อยๆ ขึ้นสู่ที่สูงกว่าเดิมได้


Liked By: 5XXA, kodang
บันทึกการเข้า
Hanniboon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19


« ตอบ #10 เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2013, 11:35:04 AM »

แบบที่ทำออกมาขายเป็นกิจลักษณะครับ



Liked By: 5XXA, kodang
บันทึกการเข้า
Hanniboon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19


« ตอบ #11 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2014, 08:11:53 PM »

มาอัพเดตแล้วครับ

ติดตามผลคลิปงานได้แล้วครับ

ตะบันน้ำ


ดูคลิปวิดีโอ ล่าสุดแล้วไปหาซื้อมาประกอบเองตามแบบได้เลยครับ ไม่หวง ยินดีเสียด้วยซ้า

แก้ไขในคลิปครับ ที่บอกอัตราการไหลไป จริงๆ แล้ว 1,000ลิตร / 5 ชั่วโมงครับ
ผมพูดในคลิปว่า เจ้าสีดำที่ปิดปลายท่อแรงดัน เป็นวาวล์ ที่จริงแล้วเป็นฝาปิดเกลียวในนะครับ

เฮดด้านน้ำเข้า 70-80 เซน
เฮดด้านออก ประมาณ 3 เมตร


สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำมาหลายเวอร์ชั่นมาก หมดไปหลายพันแล้วเพราะความท้าทาย
1. ท่อด้านเข้า ควรใช้ท่อ PVC เกษตร ชั้น 5-8.5 ก็เพียงพอ ราคาย่อมเยา แต่ต้องยากาวเชื่อมให้ดีเพราะขนาดที่บางจึงมักจะดันหลุดออกมาเอง
2. อัตราการไหลด้านเข้า ไม่จำเป็นต้องมีมาก ขอให้เพียงพอต่อการตะบันก็พอแล้ว น้ำจะไหลมากกว่านี้ก็ไม่ได้มีผลมากนัก แต่ถ้าเฮดด้านเข้ายิ่งสูงไปกว่านี้ก็จะยิ่งดียิ่งขึ้น แต่ด้วยความลาดเอียงพื้นที่ไม่มาก จึงต้องใช้ท่อจำนวนหลายท่อน แต่ที่ทดลองเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว (ราวๆ 6 ท่อน )

ก่อนหน้านั้นได้ทดลองตอนที่เขาปิดน้ำ มีเพียงน้ำไหลมาเอื่อยๆ ก็ให้ทำการเอากระสอบทรายกั้นให้ระดับน้ำท่วมหัวกะโหลกด้านเข้าก็เพียงพอแล้ว

3. ทดลองเปลี่ยนวาวล์ด้านน้ำทิ้ง จาก บานสวิง 1 นิ้วไปเป็นบานสวิง 1.5 นิ้ว (ห้าร้อยกว่าบาท) ก่อนหน้านั้นได้ทดลองเปลี่ยนเป็นเช็กวาวล์แบบพลาสติกที่มีสปริง , วาวล์สวิง 2" แบบพลาสติก (สองร้อยกว่าบาท)
ตัวแปลที่แตกต่างกันก็คือ "น้ำหนักของใบสวิง"
จากการที่ฆ้อนน้ำ จะดันเต็มที่ จะต้องมีแรงกระแทกเพียงพอ ซึ่งก็คือ มีมวลน้ำที่ไหลด้วยความเร็วเพียงพอ การที่บานสวิงปิดเร็วเกินไปก็จะทำให้แรงกระแทกต่ำเพราะยังเร่งความเร็วไม่สูงสุด บานสวิงปิดช้าเกินไปก็เปลืองน้ำ การเปลืองน้ำมีผลอย่างยิ่งกรณีที่มีน้ำเหมืองน้อยๆ เพราะที่มาเรามาน้อยถ้าหากปล่อยทิ้งไปก็จะรักษาระดับน้ำให้สูงกว่ากระโหลกไม่ได้

4. ต้องไล่ฟองอากาศออกจากท่อ PVC ให้หมด สำคัญมาก โดยสังเกตุจากให้ตะบันน้ำทำงาน แล้วเดินไล่ไปตามท่อ PVC จะต้องไม่มีเสียง "ซ่อกแซ่ก" ที่แสดงว่ามีอากาศอยู่ภายใน ( เสียงคล้ายเวลาใส่น้ำลงไปในขวดปิดฝาแล้วเขย่า ) เหตุผลคือ ฟองอากาศดังกล่าว จะทำให้เกิดการสูญเสียแรงตะบัน เกิดการยุบตัวภายในท่อ PVC ได้ซึ่งเราไม่ต้องการ เราต้องการให้แรงกระแทกหนีออกไปทางวาวล์น้ำใช้ของเราเท่านั้น

5. ต้องให้แน่ใจว่า ถังเก็บความดันจะไม่รั่ว
สังเกตุไม่ยาก ตอนแรกที่มีอากาศเก็บกักอยู่มากๆ น้ำด้านใช้ที่ไหลออกจากปลายท่อ PE จะมีความต่อเนื่อง สาเหตุมาจาก เกิดการยุบตัวของปริมาตรอากาศภายในท่อแรงดันอย่างนุ่นนวลเพราะมีที่ว่างเยอะ แต่ถ้าด้านปลายรั่วเก็บแรงดันอากาศไม่อยู่ ระดับน้ำภายในถังแรงดันก็จสูงขึ้นเรื่อยๆ ช่องว่างลดลงๆเรื่อยๆจนน้ำเกือบเต็ม น้ำที่ออกมาจากท่อ PE ก็จะเป็น พุ่ง-หยุด-พุ่ง-หยุด หากเกิดอาการเช่นนี้แสดงว่าท่อแรงดันเก็บแรงดันไม่อยู่ มีน้ำขึ้นไปแทนที่มาก หรือ ท่อแรงดันมีขนาดเล็กเกินไป

ผมใช้เทคนิค ไปซื้อลูกปิงปอง และ ลูกโป่งยางจากร้านทุกอย่าง 20 บาทมา ใส่ลูกปิงปองลงไป 2-3 ลูกสลับกับเป่าลูกโป่งเป็นลูกพอดีๆ กับท่อเก็บแรงดันแล้วหย่อนลงไป ทำสลับกัน 4-5 ชั้น แล้วปิดฝาบนให้สนิท ทาด้วยกาวประเก็นเพิ่มอีกชั้น

ถ้าใช้ฝาบน เป็นฝาปิดตายตัว ที่ใช้กาวเชื่อม PVC ก็จะถาวรมากยิ่งขึ้นแต่ก็จะตายตัวแก้ไขอะไรไม่ได้อีก


Liked By: 5XXA, kodang
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 10, 2014, 09:07:56 PM โดย Hanniboon » บันทึกการเข้า
Hanniboon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19


« ตอบ #12 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2014, 08:58:55 PM »

งานต่อเนื่องจากนี้

1. ปั๊มน้ำได้อัตราสูงเกินไป เต็มถัง 1,000 ลิตรอย่างรวดเร็ว มาปิดไม่ทัน ล้นออกมาแฉะไปหมด
       1.1 ซื้อถังเก็บน้ำเพิ่ม(เสียตังค์อีก)
       1.2 ซื้อลูกลอยมาปิดท่อเมื่อน้ำเต็ม


2. ท่อ PE แม้ว่าราคาจะสมเหตุสมผล แต่อุปกรณ์เชื่อมต่อก็ยังค่อนข้างแพง ท่อ PE ต่อกับปลาไหลเชื่อมท่อไม่ดีนัก ใช้ไปนานๆ ก็จะฉีกตรงปลาไหล การแก้คือ ต้องพันด้วยเทปพันสายไฟก่อนปลายท่อที่อมปลาไหลอยู่ แล้วเอาเทปผ้า (เทปทำสันปกรายงาน - duct tape ) ผันรอบอีกทีเพราะเทปนี้มันกันน้ำได้ มิฉะนั้นปล่อยไว้ไม่นาน เทปพันสายไฟที่แช่น้ำก็จะหลุด (ถ้าคุณไม่ได้แช่น้ำก็ไม่เป็นไร ใช้แต่เทปพันสายไฟก็พอ )

3. ปัญหาเรื่อง "หอย" อันนี้ไม่เคยลองก็นึกไม่ถึง กะโหลกที่ปลายท่อสำคัญมาก ครั้งก่อนผมไม่ได้ใส่ วางไว้ในน้ำ 2-3 วันปรากฎว่าระบบใช้งานไม่ได้ หาสาเหตุตั้งนานก็มาเจอว่า หอยเข้าไปอยู่ในท่อ PVC เต็มไปหมด 20-30 ตัวใหญ่ๆ

4. ปลายท่อ PVC ด้านน้ำเข้า บางครั้งมีขยะลอยมาติดที่กระโหลก จึงคิดว่าในอนาคตจะทำตะแกรงที่ทำความสะอาดตัวเอง (เป็นตะแกรงวางเฉียง 45องศาหรือมากกว่า ให้กระแสน้ำพัดขยะออกไป) ตราบใดที่น้ำท่วมหัวกระโหลกก็เพียงพอ น้ำเหมืองไม่จำเป็นต้องมาไหลกระแทกเข้าที่ปากท่อ PVC โดยตรง

5. อยากทดลองหาระยะเฮดด้านออกที่สูงที่สุด เพราะตอนนี้การเอาน้ำไปใช้ยังต้องต่อไฟฟ้ามาปั่นปั้มช่วย ( รดน้ำต้นไม้ แต่แรงดันธรรมดาดันน้ำไปไม่ถึงปลายสายที่ยาว 200 เมตรได้เพียงพอ ) ถ้าได้เฮดที่สูงพอ จะได้ทำขาแทงค์น้ำถาวร แล้วจะไม่ต้องใช้ปั๊มไฟฟ้า 12 โวล์ทเวลาจะรดน้ำอีกต่อไป


Liked By: 5XXA, kodang
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 10, 2014, 09:13:47 PM โดย Hanniboon » บันทึกการเข้า
jayjay
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 107


« ตอบ #13 เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2014, 11:06:11 AM »

เยี่ยมจริงๆครับ
บันทึกการเข้า
khunpu
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 384


« ตอบ #14 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2014, 04:31:46 PM »

ขอบคุณครับ
 ยิ้มเท่ห์  ยิ้มเท่ห์  ยิ้มเท่ห์  ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
ตามหาฝัน
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3


« ตอบ #15 เมื่อ: มกราคม 31, 2017, 07:34:51 PM »

มาอัพเดตแล้วครับ

ติดตามผลคลิปงานได้แล้วครับ

ตะบันน้ำ

ดูคลิปวิดีโอ ล่าสุดแล้วไปหาซื้อมาประกอบเองตามแบบได้เลยครับ ไม่หวง ยินดีเสียด้วยซ้า

แก้ไขในคลิปครับ ที่บอกอัตราการไหลไป จริงๆ แล้ว 1,000ลิตร / 5 ชั่วโมงครับ
ผมพูดในคลิปว่า เจ้าสีดำที่ปิดปลายท่อแรงดัน เป็นวาวล์ ที่จริงแล้วเป็นฝาปิดเกลียวในนะครับ

เฮดด้านน้ำเข้า 70-80 เซน
เฮดด้านออก ประมาณ 3 เมตร


สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำมาหลายเวอร์ชั่นมาก หมดไปหลายพันแล้วเพราะความท้าทาย
1. ท่อด้านเข้า ควรใช้ท่อ PVC เกษตร ชั้น 5-8.5 ก็เพียงพอ ราคาย่อมเยา แต่ต้องยากาวเชื่อมให้ดีเพราะขนาดที่บางจึงมักจะดันหลุดออกมาเอง
2. อัตราการไหลด้านเข้า ไม่จำเป็นต้องมีมาก ขอให้เพียงพอต่อการตะบันก็พอแล้ว น้ำจะไหลมากกว่านี้ก็ไม่ได้มีผลมากนัก แต่ถ้าเฮดด้านเข้ายิ่งสูงไปกว่านี้ก็จะยิ่งดียิ่งขึ้น แต่ด้วยความลาดเอียงพื้นที่ไม่มาก จึงต้องใช้ท่อจำนวนหลายท่อน แต่ที่ทดลองเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว (ราวๆ 6 ท่อน )

ก่อนหน้านั้นได้ทดลองตอนที่เขาปิดน้ำ มีเพียงน้ำไหลมาเอื่อยๆ ก็ให้ทำการเอากระสอบทรายกั้นให้ระดับน้ำท่วมหัวกะโหลกด้านเข้าก็เพียงพอแล้ว

3. ทดลองเปลี่ยนวาวล์ด้านน้ำทิ้ง จาก บานสวิง 1 นิ้วไปเป็นบานสวิง 1.5 นิ้ว (ห้าร้อยกว่าบาท) ก่อนหน้านั้นได้ทดลองเปลี่ยนเป็นเช็กวาวล์แบบพลาสติกที่มีสปริง , วาวล์สวิง 2" แบบพลาสติก (สองร้อยกว่าบาท)
ตัวแปลที่แตกต่างกันก็คือ "น้ำหนักของใบสวิง"
จากการที่ฆ้อนน้ำ จะดันเต็มที่ จะต้องมีแรงกระแทกเพียงพอ ซึ่งก็คือ มีมวลน้ำที่ไหลด้วยความเร็วเพียงพอ การที่บานสวิงปิดเร็วเกินไปก็จะทำให้แรงกระแทกต่ำเพราะยังเร่งความเร็วไม่สูงสุด บานสวิงปิดช้าเกินไปก็เปลืองน้ำ การเปลืองน้ำมีผลอย่างยิ่งกรณีที่มีน้ำเหมืองน้อยๆ เพราะที่มาเรามาน้อยถ้าหากปล่อยทิ้งไปก็จะรักษาระดับน้ำให้สูงกว่ากระโหลกไม่ได้

4. ต้องไล่ฟองอากาศออกจากท่อ PVC ให้หมด สำคัญมาก โดยสังเกตุจากให้ตะบันน้ำทำงาน แล้วเดินไล่ไปตามท่อ PVC จะต้องไม่มีเสียง "ซ่อกแซ่ก" ที่แสดงว่ามีอากาศอยู่ภายใน ( เสียงคล้ายเวลาใส่น้ำลงไปในขวดปิดฝาแล้วเขย่า ) เหตุผลคือ ฟองอากาศดังกล่าว จะทำให้เกิดการสูญเสียแรงตะบัน เกิดการยุบตัวภายในท่อ PVC ได้ซึ่งเราไม่ต้องการ เราต้องการให้แรงกระแทกหนีออกไปทางวาวล์น้ำใช้ของเราเท่านั้น

5. ต้องให้แน่ใจว่า ถังเก็บความดันจะไม่รั่ว
สังเกตุไม่ยาก ตอนแรกที่มีอากาศเก็บกักอยู่มากๆ น้ำด้านใช้ที่ไหลออกจากปลายท่อ PE จะมีความต่อเนื่อง สาเหตุมาจาก เกิดการยุบตัวของปริมาตรอากาศภายในท่อแรงดันอย่างนุ่นนวลเพราะมีที่ว่างเยอะ แต่ถ้าด้านปลายรั่วเก็บแรงดันอากาศไม่อยู่ ระดับน้ำภายในถังแรงดันก็จสูงขึ้นเรื่อยๆ ช่องว่างลดลงๆเรื่อยๆจนน้ำเกือบเต็ม น้ำที่ออกมาจากท่อ PE ก็จะเป็น พุ่ง-หยุด-พุ่ง-หยุด หากเกิดอาการเช่นนี้แสดงว่าท่อแรงดันเก็บแรงดันไม่อยู่ มีน้ำขึ้นไปแทนที่มาก หรือ ท่อแรงดันมีขนาดเล็กเกินไป

ผมใช้เทคนิค ไปซื้อลูกปิงปอง และ ลูกโป่งยางจากร้านทุกอย่าง 20 บาทมา ใส่ลูกปิงปองลงไป 2-3 ลูกสลับกับเป่าลูกโป่งเป็นลูกพอดีๆ กับท่อเก็บแรงดันแล้วหย่อนลงไป ทำสลับกัน 4-5 ชั้น แล้วปิดฝาบนให้สนิท ทาด้วยกาวประเก็นเพิ่มอีกชั้น

ถ้าใช้ฝาบน เป็นฝาปิดตายตัว ที่ใช้กาวเชื่อม PVC ก็จะถาวรมากยิ่งขึ้นแต่ก็จะตายตัวแก้ไขอะไรไม่ได้อีก
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: