หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ภาคเหนือ - มหาวิทยาลัยพะเยา จ.พะเยา  (อ่าน 24931 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
montreeariyapak
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« เมื่อ: ตุลาคม 23, 2013, 11:49:00 PM »

Green Spot 5


Liked By: deemeechai
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 24, 2013, 12:02:31 AM โดย montreeariyapak » บันทึกการเข้า

Teerapong Maejo
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 41


« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2013, 06:56:18 AM »

- วันที่ 18 พย. 2556 9.00 น. ทีมงานมหาวิทยาลัยแม่โจ้และคูโบต้า ก็ได้เดินทางไปวัดบ้านโซ้ ใกล้กับมหาวิทยาลัยพะเยา เพื่อจัดฝึกอบรมเปิดฐานเรียนรู้การผลิตปุ๋ยหมักแบบไม่กลับกองให้กับมหาวิทยาลัยพะเยา ตามโครงการชุมชนสีเขียว ที่มีเป้าหมายจะสร้างฐานเรียนรู้แบบนี้ในมหาวิทยาลัยทั่วทุกภาคปีละ 10 แห่ง เพื่อให้แต่ละมหาวิทยาลัยสามารถให้บริการวิชาการแก่ชุมชนได้โดยไม่ต้องรอแม่โจ้ ... บรรยายช่วงเช้า 1 ชั่วโมง เสร็จแล้วไปช่วยกันขึ้นกองปุ๋ยหมักยาว 8 เมตรอีก 1 ชั่วโมง เสร็จแล้วทานอาหารกลางวันร่วมกัน ตามด้วยการนั่งล้อมวงเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและหารือแนวทางที่จะดำเนินงานกันต่อไป ... มีคนเข้ารับการฝึกอบรมมากกว่า 100 ท่าน ... คูโบต้ารับผิดชอบค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าหนังสือในการฝึกอบรม แถมด้วยยังรับซื้อปุ๋ยหมักจากเกษตรกรที่เข้าร่วมกับมหาวิทยาลัยพะเยา 5 ตันแรก ตันละ 5,000 บาทด้วย เพื่อจูงใจให้เห็นว่าถ้าไม่เผาเศษพืช มันก็สามารถเปลี่ยนเป็นเงินได้ ... วันนี้โชคดีได้รับเกียรติจาก พญ.พันทิวา เจ้าของเสียงเพลงเทพธิดาดอย ก็เซอร์ไพรส์ผู้เข้ารับการฝึกอบรม ด้วยการร่วมบรรยายสั้น ๆ ชี้ให้เห็นโทษต่อสุขภาพของควันพิษจากการเผาเศษพืชด้วยครับ

- ป้ายประชาสัมพันธ์การฝึกอบรม ติดที่รั้ววัดบ้านโซ้ ต.แม่กา อ.เมือง พะเยา



- ผศ.ดร.ณภัทร จักรวัฒนา วิทยาลัยพลังงานและสิ่งแวดล้อม กล่าวรายงาน



- ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา นายไพโรจน์ เทพวัลย์ กล่าวเปิดการฝึกอบรม



- คุณมนตรี ส่วนบริหารการตลาดคูโบต้า กล่าวแนะนำโครงการชุมชนสีเขียวลดการเผา ที่ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้



- เกษตรกร เจ้าหน้าที่ อาจารย์ และนักศึกษา



- อ.แสนวสันต์ ทีมงานปุ๋ยหมักของแม่โจ้



- พญ.พันทิวา เจ้าของเพลงเทพธิดาดอย ก็เซอร์ไพรส์ผู้เข้ารับการฝึกอบรม ด้วยการร่วมบรรยายสั้น ๆ ชี้ให้เห็นโทษต่อสุขภาพของควันพิษจากการเผาเศษพืช



- วัดความกว้างกองปุ๋ย 2.5 เมตร



- ชั้นแรกเศษข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 16 เข่ง เหยียบในเข่งให้แน่น เอามาวางเบา ๆ ในกอง ห้ามเหยียบ ตามด้วยขี้วัว 4 เข่ง แล้วรดน้ำ



- ชั้นที่ 2 3 4 ... ทำซ้ำสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ .... พอได้ชั้นที่ 4 ก็ต้องลดจำนวนเข่งของเศษข้าวโพดลง ให้เหลือ 12 เข่ง เพื่อให้ความหนาอยู่ที่ 10 ซม.เหมือนเดิม ขี้วัวเหลือ 3 เข่ง ... พอสูงขึ้นไป ๆ ๆ ก็ลดเศษข้าวโพดเหลือ 8 ขี้วัว 2 .... แล้วลดเหลือเศษข้าวโพด 4 ขี้วัว 1 ....



- มีรถดับเพลิงจากเทศบาลแม่กามาช่วยรดน้ำให้ด้วย



- น่าเสียดายที่ขี้วัว 60 กระสอบที่เตรียมไว้ชิงหมดลงเสียก่อน เลยจะให้ท่านอาจารย์กับนักศึกษาต่อความสูงให้เป็นรูปสามเหลี่ยมแหลม ๆ กันเอง



- หลังทานข้าวกลางวันเสร็จ ก็นั่งล้อมวง เพื่อพูดคุยกันถึงแนวทางที่จะดำเนินงานกันต่อไป ซึ่งเจ้าหน้าที่จาก อบจ.ยืนยันว่าจะนำแนวทางการจัดการเศษพืชวิธีนี้มาใช้ในการจัดการเศษข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้ได้ในปีนี้



- พี่ผู้ใหญ่บ้านเอาด้วยเต็มที่



- คุณมนตรียืนยันว่า หากเกษตรกรหรือมหาวิทยาลัยต้องการขายปุ๋ยหมัก 5 ตันแรก คูโบต้าก็จะรับซื้อราคาตันละ 5,000 บาท เป็นเงิน 25,000 บาท เพื่อให้เกษตรกรมีเงินทุนสำหรับการทำปุ๋ยหมักรุ่นต่อไป ส่วนปุ๋ยหมักที่ได้มาคูโบต้าก็จะหาทางนำไปบริจาคต่อไป ... เยี่ยมครับ



- เกษตรกรท่านนี้เป็นนายตำรวจนอกราชการ ชิงขอให้กลุ่มได้โควต้าขายปุ๋ยหมัก 2 ตัน เงิน 10,000 บาทครับ ... หัวไว ใจถึง ... บอกกลับไปก็จะเริ่มทำในกลุ่มเลย .... ก็อาจารย์มาสอนถึงที่แล้วนี่ครับ



- อ.แสนวสันต์ ชวนคุยให้เห็นภาพว่า อปท.ก็มีส่วนในการสนับสนุนชาวบ้านได้อย่างไร





Liked By: deemeechai
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: