หน้า: 1 ... 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 [24] 25 26 27 28 29 30   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: *การเพาะเลี้ยง*กุ้งก้ามกราม กุ้งขาว อุบล  (อ่าน 199682 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
AquaWU
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13


« ตอบ #368 เมื่อ: ตุลาคม 16, 2014, 02:27:32 PM »

สวัสดี พี่ๆทุกท่านนะครับ ขอเข้ามาหาความรู้ด้วยคนครับ ขอความกรุณาด้วยนะครับ

บันทึกการเข้า

เดชอุดม
ราชมงคลสุรินทร์ 44 การประมง เกษตรกรรุ่นใหม่
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1710


อุบลราชธานี


« ตอบ #369 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2014, 08:43:51 PM »

ห่างหายไม่ได้อัพซะหลายปีดีดัก  หลังจากลงกุ้งขาวไปหลายรอบ ล่าสุดไปเอาที่ บ้านโพธิ์  ฟาร์มเพาะปรับน้ำจืดให้ มาถึงบ้านผลปรากฏว่า ตายเรียบครับ  ไม่รอดซํกตัว   

เลยโทรไปถามฟาร์มเขา  ฟาร์มก็บอกว่า  ปกติก็ไม่เป้นไร  แต่ไม่เคยมีใครเอาไปเลี้ยงไกลๆมีแต่เลี้ยงกันแถวๆนี้   เคสนี้เป็นครั้งแรกของฟาร์มเพาะเหมือนกันที่ปรับน้ำจืดแล้วขนส่งไกลๆ   

ปัญหาที่เกืดขึ้น
1. กุ้งกินกันระหว่างขนส่ง  จากถุงละ 2000  แค่ 8 ขั่วโมง นับได้เหลือ 1300  โดยประมาณ   
2. ตายหลังจากปล่อยลงน้ำจืด เช้ามานับได้ 300 โดยประมาณ
3. ตายต่อเนืองอีก   สังเกตว่า เหงือกจะบวม   เพราะกุ้งตัวเล็ก ระยะไม่ได้ เหงือกไม่สามารถแลกเปลี่ยนแร่ธาตุ ,อิอนนในน้ำได้   ถ้าเป็นกุ้ง พี 12 ขึ้นไปจะไม่เกิดปัญหา

เลยสรุปได้ว่า
1. กรณ๊เดินทางไกล ไม่ควรปรับน้ำจืด ควรให้ฟาร์มยืนน้ำไว้ที่ 5-10 ppt แล้วเรามาอนุบาลในบ่อซ๊เมนต์หรือพลาสติกต่อไปอีก 15-20 วัน เพื่อให้กุ้งมีระยะ พี 15-18 กุ้งถึงจะรอดเมือลงเลียงในน้ำจืด
2. ให้ฟาร์มเพาะ ใส่กุ้งถุงละ 1500 เพื่อลดอัตราการกินกันเอง
3. ในการเดินทาง กุ้งใส่ในกล่องโฟม กล่องละ 6 ถุง  ให้ใส่น้ำแข็งบด 1 แก้ว(แก้วกาแฟอะเมซอน ประมาณนี้ )  เพราะจากการทดสอบแล้วพบว่า  หากน้ำในถุงลุกกุ้งมีอุณภุมิ 27-28  หลังจากใส่น้ำแข็งแล้ว (โรยน้ำแข็งรอบๆถุงกุ้งในกลอ่งโฟม) น้ำในถุงจะมีอุณภมุิ 22-23 องศา โดยจะคอ่ยๆลดลงเพระามีถุงเป็นตัวกั้นน้ำในถุงกับน้ำแข็ง     


แต่ที่แสบไปกว่านั้น   ฟาร์มที่ไปเอา  คนรับออร์เดอร์(เจ๊เจ้าของฟาร์ม)  บอกว่า  ปรับน้ำจืดขนส่งไป อุตรดิต ก็ไม่เห็นเป็นไรน่ะ     สงสัยว่า อุตรดิต มีเลี้ยงกุ้งขาวเหรอครับ  กุ้งก้ามยังไม่มีเลี้ยงกันเลย  ผมเองก็เป็นฝ่ายส่งเสริมซีพีมาก่อน  วิ่งงานแถว กำแพงเพชร สุโขทัย ตาก อุตรดิต พิษณุโลก นครสวรรค์  สายงานซ๊พีที่อยุ่ รู้หมด       สงสัยเจ๊ สะตอซะแล้วงานนี้  วันรับกุ้ง มือตักกุ้ง (น่าจะสามีเจ๊) บอกว่า ที่ปรับน้ำจืดแล้วขนส่งไปไกลๆ มี ผมเป็นคนแรกนี่แหละ เป็นกรณีศึกษาเขาเหมือนกัน     เขายังไม่รู้ว่า จะใส่ถุงละเท่าไหร่ดี  ใส่น้ำแข็งปรับอุณภูมิเท่าไหร่   เรียกว่า ไม่รู้พวกนี้เลยด้วยซ้ำ    (งานนี้ซวยแล้วครับ นึกในใจ)   
บันทึกการเข้า

อยากถามอะไร..แอดไลนมา..chafarm.
เดชอุดม
ราชมงคลสุรินทร์ 44 การประมง เกษตรกรรุ่นใหม่
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1710


อุบลราชธานี


« ตอบ #370 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2014, 08:54:01 PM »

เหตุผลทีต้องลดอุณภูมินำ้ในการขนส่งระยะทางไกลๆคือ
1. เพื่อลดการเคลือ่นไหวของสัตว์น้ำ  หากน้ำมีอุณภูมิสูงจะมีการเคลือ่นไหวมาก  กระบวนการเมตาบอลิซึมจะสูง คือ หายใจ ขับถ่าย

หายใจมาก  เร้ว  ก็ทำให้เสียพลังงาน
ขับถ่ายมาก  ก็ทำให้น้ำมีแอมโมเนียสูง

จากการทดลอง(ของนักวิชาการทั่วโลก)  บ่งบอกว่า หากอุณภูมิน้ำลดต่ำกว่า 25 องศา  สัตว์น้ำจะมีกระบวรเมตาบอลิซึมที่ต่ำลง     (สัตว์น้ำเขตร้อนชื้น)  ดังนั้นจึงต้องลดอุณมิ

2. เพื่อลดอัตราการกินกันเองในระหว่างเดินทาง  ซึ่งสำคํยมากในกุ้งทุกชนิด  เพระากุ้งเล็กๆมีการลอกคราบบ่อยถี่มาก  จะมีประมาณ 20-30 %(โดยประมาณ) ที่มีการลอกคราบในขณะเดินทาง  ดังนั้นพวกนี้จะถูกกิน     แต่หากอุณภมิต่ำลง  กุ้งจะมีการลอกคราบที่ช้าออกไป  หรือ กุ้งไม่มีความอยากอาหารในส่วนพวกที่ไม่ลอกคราบ   ดังนั้นพวกที่ลอกคราบก็จะไม่ถุกกิน


บันทึกการเข้า

อยากถามอะไร..แอดไลนมา..chafarm.
เดชอุดม
ราชมงคลสุรินทร์ 44 การประมง เกษตรกรรุ่นใหม่
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1710


อุบลราชธานี


« ตอบ #371 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2014, 09:07:41 PM »

วันเสาร์นี้ำ จะเอากุ้งก้ามกราม  200,000 ตัว  , กุ้งขาว 7 หมื่นตัว    (ไม่เข็ด)       

กุ้งก้ามก็เหมือนเดิม   ทำแบบที่เคยทำ   

กุ้งขาว  ต้องเอามาลงในบ่อซีเมนต์  ตั้งค่าน้ำไว้ที่ 16 ppt  (เจ๊ เจ้าของฟาร์บอก โอ้โห ทำไม่สูงจัง  ตกใจกันใหญ่ )   จากเอกสารวิชาการ พบว่า กุ้งขาวมีการเติบโตดีที่สุดในน้ำความเค็ม 24 ppt  กล่าวคือ  จากการวัดค่าอิออนในเลือดกุ้ง กับน้ำเค็ม แล้วพบว่า  มีค่าใกล้เคียงกันที่สุด     

ดังนั้น หากจะเลีียง จะอนุบาล ก็ควรเซทค่า 24 ppt ไว้   +- ได้ไม่ตายตัว     

หากน้ำ ค่าต่ำกว่า 24 ppt  กุ้งจะดึงอิออนจากน้ำเข้าตัวกุ้ง
หากน้ำ ค่าสูงกว่า 24 ppt กุ้งจะถ่ายอิอนจากตัวกุ้งออก



วิชาการ ก็คือ วิทยาศาสตร์ มีผลการทดลองทดสอบรับรอง
ประสบการณ์ฟาร์มเพาะ ถ้าไม่มีวิชาการรองรับเป็นทฤษฏ๊ มันก็คือ  มั่วๆ นั่นเอง    แต่ มั่วมาหลายรอบ จนสำเร็จ นั่นเอง


ถ้าเราทำตามที่เราเคยทำตั้งแต่ครั้งแรก ที่อนุบาลกุ้งขาวกอ่น  ป่านนี้ คงไปไหนแล้ว    มาเสียเวลาเชือ่มือเพาะประสบการณ์สุงเหล่านี้   ไม่ยอมยึดแนวทางตัวเอง ไม่ยอมเชื่อมั่นในทฤษฏีความรู้ที่ค้นคว้ามา   

มั่นใจแล้วปล่อยคิว


รอบนี้กุ้งขาว   ได้เตรียมน้ำเค็มไว้  16  ppt  ใจจริงๆอยากอัพไป 24  แต่หมดเกลือกระสอบไปหลาย   10 กส/บ่อ 5 ตัน ก็เป็ฯเงิน 600 บาท  + แร่ธาตุอีก   ต้องคุม  น้ำเค็ม 16 ppt ก็ไม่เสียหลาย  ขอให้แร่ธาตุเต็มๆเป็นพอ


...   วันหลังผมจะเอาสูตรน้ำเค็ม มาให้  เผือท่านใดสนใจ  อยากผสมน้ำเค็ม น้้ำทะเลไว้ใช้เอง   จากการคำนวณต้นทุนแล้ว  พบว่า  มีต้นทุนใกล้เคียงกับการซ์้อรถน้ำเค็มมาใช้    หากรถน้ำเค็ม มีราคาไม่เกิน 5-6 พันบาท ซื้อรถน้ำเค็มดีกว่า  แต่ถ้า เกิน 1 หมื่นขึ้นไป  ก็ผสมแร่ธาตุเอาเอง  จะถูกกว่า

สูตรน้ำเค็ม นี้ได้มาจาก อาจารย์ มข. วันหลังจะเอ่ยชื่อท่านอีกทีครับ  จริงๆแล้วเป้นสูตรของ ม.เกษตร ทำการทดลองเพาะกุ้งก้ามกราม สำเร็จมาเป้ฯสิบปีแล้ว  ดังนั้นรับรองว่า   งาน  แน่นอน

แร่ธาตุ หลักๆก็จะมี   
1. เกลือกระสอบ หาแบบถูกๆหน่อย พวกที่ใช้ผสมอาหารสัตว์      พวกนี้ได้ แร่ะธาตุ  โซเดียม กับ คลอไรด์
2. แมกนีเซียมซัลเฟท
3.แมกนีเซียมคลอไรด์
4.แคลเซียมคลอไรด์
5.โปตัสเซียมคอลไรด์ หรือปุ๋ยสูตร 0-0-60 นั่นเอง
6. โซเดียมไบคาร์บอเนต หรือ ผงฟู นั่นเอง

บันทึกการเข้า

อยากถามอะไร..แอดไลนมา..chafarm.
เดชอุดม
ราชมงคลสุรินทร์ 44 การประมง เกษตรกรรุ่นใหม่
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1710


อุบลราชธานี


« ตอบ #372 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2014, 09:13:07 PM »

เกลือทะเลที่ใช้เลี้ยงปลาสวยงามหลายๆยี่ห้อ  ก็ ทำมาจากน้ำทะเลตากจนแห้งตกผลึก แล้วมาผสมกับแร่ธาตุพวกนี้  ขายให้คนซ์้อไปราคา  900-2000 ตามแต่ยี่ห้อ เกรด  เพียงแต่กรรมวิธีการทำจะละเอียด บริสูทธิ์ มากว่า  ราคาเลยแพง   

น้ำทะเลที่จะทำนี้ สามารถนำไปเลี้ยง ปลาทะเลสวยงามทุกชนิดได้  ปะการัง(แต่ต้องเพิ่มพวกแคลเซ๊ยมไปอีก) การเพาะกุ้งก้ามกราม  การอนุบาลกุ้งขาว  ได้โดยที่น้ำทีเหลือใช้ ก็ไม่ต้องทิ้ง นำกลับมารีไซเคิล แล้วเติมแร่ธาตุเข้าไป  ก็จะได้แร่ธาตุกลับคืนมาดั่งเดิม

แหล่งซื้อ แร่ธาตุ  คือ เวป เคมีภัณท์   ราคาถูกมากเพระาเป็นเกรดอุตสหกรรม ไม่ใช่เกรดห้องแลป   


บันทึกการเข้า

อยากถามอะไร..แอดไลนมา..chafarm.
เดชอุดม
ราชมงคลสุรินทร์ 44 การประมง เกษตรกรรุ่นใหม่
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1710


อุบลราชธานี


« ตอบ #373 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2014, 09:18:22 PM »

ลืมบอกอีกอย่าง  เวป เคมีภัณท์   นี้  ได้ไปเจอของดีสำหรับคนเลียงสัตว์น้ำมาอีกตัว คือ   แอสเคอร์บิก แอซิด  หรือ วิตามีนซี     แต่เป็น 99 % ราคา 270 บาท  ต่อ 1 กก.     ในท้องตลาดที่เราซื้อกันมาใช้ เป้ฯ   วิตามินซี 25-30 %  ราคา 250-300 บาท  

หมายความว่า  เราซื้อจากที่นี่มา   1 กก 270 บาท  แต่  สามารถอัพได้  3 เท่า จาก 1 กก.ก็เป็ฯ 3 กก.ทันที ที่ความเข้มข้น  33%  (ก็ยังสูงกว่าที่ซ์้อตามร้านอีก )    เท่ากับว่า เราซ์้อวิตามินซ๊ ในราคา แค่  270/3   90 บาท/กก.เอง      250-90  เท่ากับ 160 บาท  ...  

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 10, 2014, 10:01:33 PM โดย เดชอุดม » บันทึกการเข้า

อยากถามอะไร..แอดไลนมา..chafarm.
pongsakorn norkham
หนุ่มลำปาง เขยอีสานผู้มุ่งมั่นตามหาสวนผักหวานป่าในฝัน
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1270


งานหนักไม่เคยฆ่าคน (ลูกแม่โจ้70)


« ตอบ #374 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2014, 08:08:03 AM »

ตอนนี้ซื้อกุ้งเหมือนซื้อหวยอ่ะคับพี่..คือต้องลุ้นเอาว่ากุ้งจะรอดหรือไม่รอด

ผมเตรียมน้ำไว้คุณภาพเหมือนกันทุกอย่าง บ่อผ้าใบขนาด 1 ตัน

แต่ลูกกุ้งต่างฟาร์มกัน บ่อหนึ่งรอดติดเยอะ อีกบ่อตายเรียบ

เก็กซิม...... ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้


Liked By: aphisakn, โจ้
บันทึกการเข้า

คนดี คือคนที่มีโอกาสทำชั่ว แต่ไม่ทำ

เพชรบุรีฟาร์ม (ท่ายาง) กุ้งก้ามแดง
uthai2536
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


« ตอบ #375 เมื่อ: ตุลาคม 31, 2014, 08:53:38 PM »

ผมอยากหารายได้ระหว่างเรียนครับตอนนี้ผมกำลังเลี้ยงพ่อแม่พันธ์กุ้งก้ามแดงอยู่อยากทราบว่าเมื่อเรามีกุ้งเยอะๆแล้วจะส่งขายที่ไหนครับ
มีตลาดรองรับมากแค่ไหนหรอครับผมอยากทราบข้อมูลของตลาดครับเพื่อที่จะได้พัฒนาเป็นธุรกิจต่อไปจะได้ช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ได้บ้าง
(ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลล่วงหน้าครับ)
บันทึกการเข้า
เดชอุดม
ราชมงคลสุรินทร์ 44 การประมง เกษตรกรรุ่นใหม่
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1710


อุบลราชธานี


« ตอบ #376 เมื่อ: พฤศจิกายน 07, 2014, 06:29:25 PM »

หลังจากได้ไปเอาลุกกุ้งที่จ.ฉะเชิงเทราเมื่อวันที่2 กุ้งก้ามกรามได้ลงบ่อไปเรียบร้อยโดยใช้วิธีปล่อยลงถัง500ลิตร 3บ่อ/กุ้ง2แสนตัว,ใส่ไว้ในถังจนถึงเช้าโดยให้น้ำในถังมีความเค็ม5ppt เช้ามาจึงใช้สายยางดุดใส่บ่อ ปรากฏว่าลุดกุ้งแข็งแรงดีทุกตัวว่ายน้ำเร็วมาก ไม่มีกุ้งตายก้นถัง  ผลแบบนี้คือผ่าน
บันทึกการเข้า

อยากถามอะไร..แอดไลนมา..chafarm.
เดชอุดม
ราชมงคลสุรินทร์ 44 การประมง เกษตรกรรุ่นใหม่
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1710


อุบลราชธานี


« ตอบ #377 เมื่อ: พฤศจิกายน 07, 2014, 06:50:07 PM »

ส่วนกุ้งขาวต้องนำมาอนุบาลในบ่อปุนขนาด10ตัน 2บ่อ ที่น้ำเค็ม16pptจากในถุง 2ppt ผลปรากฏว่าลูกกุ้งขาวแข็งแรงดีมากไม่มึการตาย โดยในระหว่างการอนุบาลอยู่นี้ได้ให้อาร์ทีเมีย,อาหารกุ้งพี,อาหารเบอร์1ก้งมีอัตราการรอดดีมากจากการประเมินด้วยสายตา อีก2วันจะลงบ่อเลี้ยงจริง ,ในระหว่างทึ่อนุบาลอยุ่ได้ลองทดสอบกุ้งกับน้ำบ่อเลี้ยงได้ผลการทดสอบดีมากกุ้งไม่มีการตายในระหว่างลองน้ำตลอด2วันและได้คำตอบบางอย่างว่าทำไมหลายๆคนถึงลงกุ้งขาวแล้วมีอัตราการรอดต่ำ,ทำไมเลี้ยงไม่ได้,ทำไมลงกุ้งไม่ติด เพราะจากทึ่ผมได้ทดสอบกุ้งขาวพวกนี้มาหลายรอบหลายครั้งได้รุ้แล้วว่ากุ้งชนิดนี้อ่อนไหวต่อน้ำใหม่อย่างมากหากไม่มีการผสมระหว่างน้ำเดิมที่มันเคยอยุ่กับน้ำใหม่กุ้งจะมีการตายสุงมาก,การผสมต้องค่อยๆทำอย่างช้าๆใช้เวลาหลายชั่วโมงดังนั้นควรจะมีถังไว้ลงลุกกุ้งห้ามปล่อยแบบลอยถุงในบ่อแล้วปล่อยลงบ่อทันทีอันนี้สำคัญมากในกุ้งขาว



อาร์ทีเมียฟักได้ง่ายๆ โดยใช้เกลือแกงอย่างเดียวกับน้ำสะอาด  ในอัตราส่วน เกลือ 2 แก้ว ต่อน้ำ ครึ่งถังหรือ10-8ขัน  จะได้ความเค็ม 20-30 ppt ให้ออกซิเจนตลอดเวลา  พยายามทำอุณภูมิน้ำให้ได้ 28-32 แต่หลายๆครั้งก็เพาะหน้าหนาวน้ำ 24-25 องศา อาร์ทีเมียก็ฟักเป็นตัวได้ดีพอสมควร 



หากอาร์ทีเมียดี มีคุณภาพ หลงจากเพาะฟักไปได้ 24 ชม สังเกตว่าน้ำจะเร่้มมีสีแดง เพระาอาร์ทีเมียฟักเป็นตัวแล้ว  แต่ช่วงเวลาเก็บผลผลิตคือ 30-36 ชั่วโมง  อย่าให้เกินนี้ไป เพราะอาร์ทีเมียจะพัฒนาเข้าสู่ระยะ อินสตาร์ 2 คือ ระยะนี้จะมีคุณค่าอาหารต่ำกว่า อินสตาร์ 1 (ชม.ที่กล่าวมา) อินสตาร์ 1 อาร์ทีเมียจะมีถุงไข่แดงติดตัวมา จึงมีคุณค่าอาหารมากกว่าทุกระยะ   


เวลาซ์้ออาร์ทีเมีย ให้ซ์้อจากร้านที่เชื่อถือได้หน่อย  เพราะอาร์ทีเมียต้องเก็บในอุณภมฺิต่ำ ๆ ไม่ใช่เก็บในอุณภฺมห้อง เพรราะอุณภูมิห้อง 25-40 องศา ในบ้านเรา ทำให้อารืทีเมียมีคุณภาพต่ำ เพาะฟักไม่เป็นตัว หรือน้อยกว่าที่ควร     หากใช้อาร์ทีเมียแล้วไม่หมด ให้เก็บปิดให้มิดชิดไม่ให้อากาศเข้าไปได้ แล้วเก็บไว้ในตู้เย็นช่องปกติ   จะเก็บได้นานหลายเดือน เมือ่นำมาเพาะฟักก็จะยังคงฟักได้ดี แต่ก็ไม่ดีเท่าที่ยังไม่เปิดใช้แต่เก็บในตู้เย็น   

แต่ถ้าหากอาร์ทีเมีย ใช้ หรือยังไม่ใช้  ไม่นำมาเก็บในห้องเย็นที่คุมอุณภูมิต่ำๆได้ เช่น ตู้เย็น   อาร์ทีเมียจะฟักต่ำมากหรือไม่ฟักออกเป็นตัวเลย เช่น เก็บไว้ข้างนอก 2-3 เดือนขึ้นไป การฟักก็จะต่ำล่งเรือยๆ   
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 10, 2014, 10:14:20 PM โดย เดชอุดม » บันทึกการเข้า

อยากถามอะไร..แอดไลนมา..chafarm.
เดชอุดม
ราชมงคลสุรินทร์ 44 การประมง เกษตรกรรุ่นใหม่
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1710


อุบลราชธานี


« ตอบ #378 เมื่อ: พฤศจิกายน 07, 2014, 07:40:12 PM »

จากที่ได้ทดสอบลูกกุ้งกับน้ำในบ่อ   ดังนี้

ชุด 1 ทดสอบตอนกุ้งอนุบาลได้ 3 วัน ปรับน้ำจาก 16 มาเป็ฯ 0 ในเวลา 1 วัน   นำน้ำจากบ่อเลี้ยงมาใส่ในถังโฟมไว้ แล้วนำลูกกุ้งไปใส่ทันทีโดยไม่ใมีการปรับน้ำ ปรับแค่อุณภูมื ผลที่ได้ ตลอดการทดสอบ 2 วัน กุ้งมีการตายน้อยมากไม่ถง 10 ตัวจาก 200 กว่าตัว    

ชุดนี้คิดว่าคงแน่นอนแล้ว  ชุดนี้ทดสอบ 2 วัน

ชุด 2แต่พอเย็นอีกวัน ฝนตกหนักมาก   เช้ามาเอาน้ำในบ่อเลี้ยงมาทดสอบ   เหมือนกรณีแรกทุกประการ   ผลปรากฏว่า กุ้งมีการตาย 20 - 30 %  
ชุด 3 ทดสอบซ็ำอีก  ทำเหมือนชุด 2  ผลปรากฏกุ้งมีการตายใกล้เคียงกัน    

ชุด 2และ 3 ทดสอบนาน 12 ชั่วโมง

ชุดที่ 4 เลยปรับวิธีการใหม่   ดังนี้

นำน้ำในบ่อมาผสมกับน้ำในบ่ออนุบาลที่ลุกกุ้งอยุ่เดิม  มัอัตราส่วน   50/50 (น้ำ 4 ขัน+ 4 ขัน) นำลูกกุ้งมาใส่  ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง  ตักน้ำบ่อเลี้ยงมาใส่เพิ่มอีก 4 ขัน (ขันละ 2 ลิตร)   ดังนีั้นจะมีน้ำ บ่ออนุบาล 33 %  และน้ำบ่อเลี้ยง 66 % (โดยประมาณ)  หลังจากเวลาผ่านไป 6 ชั่วโมง ตรวจดูไม่มีการตาย พบการตาย 1 ตัวใน 200 กว่าตัว      

ดังนี้นพอจะสรุปได้ว่า ทำไมถึงต้องมีการผสมน้ำใหม่กับน้ำเก่าก่อนปล่อยลูกกุ้ง    แม้ว่า ครั้งแรกจะไม่ีการผสมเลยก็ไม่มีการตายใน 2 วันที่ทดสอบ (ตายน้อยมาก)   แต่ เพื่อความไม่ประมาท ผสมน้ำจะดีที่สุด

พรุ่งนี้ผมจะทดสอบอีกครั้ง นาน 12 ชั่วโมง ให้น้ำบ่อเลี้ยงมีอัตราส่วน เกือบ 100 %  หากกุ้งแข็งแรงดี ไม่มีการตาย ถือว่าผลการทดลองนี้เป็นแนวทางได้เป็นอย่างดี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 07, 2014, 07:43:28 PM โดย เดชอุดม » บันทึกการเข้า

อยากถามอะไร..แอดไลนมา..chafarm.
เดชอุดม
ราชมงคลสุรินทร์ 44 การประมง เกษตรกรรุ่นใหม่
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1710


อุบลราชธานี


« ตอบ #379 เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2014, 02:27:27 PM »

วันนี้้พิ่งกุ้งขาวเสร็จเริ่มย้ายกุ้งจากบ่ออนุบาลไปลงถังที่บ่อเลี้ยงกว่าจะได้ปล่อยเกือบเที่ยงทำตั้งแต่หกโมงเช้าใช้เวลาผสมน้ำ4ชั่วโมงเศษแต่ผลที่ได้คุ้มกับความเหนื่อยยากลุกกุ้งแข็งแรงดีทุกตัวมีตายบ้างจากการย้ายส่วนใหญ่จะเป็นพวกกำลังจะลอกคราบซะมากกว่าถือว่าเป็นเรื่องปกติ
    อุณภุมิน้ำบ่อเลี้ยงอยุ่ที่30-31องศา,ส่วนน้ำในถังทึ่ขนย้ายน้ำมาจากบ่ออนุบาลอยุ่ที่29องศาแต่กว่าจะผสมนำ้ให้เข้ากันได้อุณภุมิก็เท่ากันพอดีการลงก็ใช้สายยางดูดออกเช่นเดียวกับกุ้งก้ามกราม
    ส่วนพวกที่ทดลองการผสมน้ำหลังจากผ่านไป24ชม.เศษๆมาตรวจดุลุกกุ้งปรากฏว่าไม่มีกุ้งตายให้เห็นแข็งแรงดีทุกตัว,พอจะเห็นทางแล้วว่ากุ้งชนิดนี้มันมีนิสัยอย่างไร
บันทึกการเข้า

อยากถามอะไร..แอดไลนมา..chafarm.
เดชอุดม
ราชมงคลสุรินทร์ 44 การประมง เกษตรกรรุ่นใหม่
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1710


อุบลราชธานี


« ตอบ #380 เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2014, 02:34:49 PM »

ตอนค่ำจะเอาภาพมาลงครับตอนนี้ใช้มือถือไม่สะดวก
บันทึกการเข้า

อยากถามอะไร..แอดไลนมา..chafarm.
เดชอุดม
ราชมงคลสุรินทร์ 44 การประมง เกษตรกรรุ่นใหม่
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1710


อุบลราชธานี


« ตอบ #381 เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2014, 02:44:22 PM »

กุ้งขาวชื้อมา7หมื่นตัวๆละ4สต.ถ้าเป็นF0ราคา6สต.แต่ไม่รุ้สึกว่าจะแตกต่างกันเท่าไหร
บันทึกการเข้า

อยากถามอะไร..แอดไลนมา..chafarm.
pongsakorn norkham
หนุ่มลำปาง เขยอีสานผู้มุ่งมั่นตามหาสวนผักหวานป่าในฝัน
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1270


งานหนักไม่เคยฆ่าคน (ลูกแม่โจ้70)


« ตอบ #382 เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2014, 03:08:49 PM »

รอชมครับ....

บันทึกการเข้า

คนดี คือคนที่มีโอกาสทำชั่ว แต่ไม่ทำ

เพชรบุรีฟาร์ม (ท่ายาง) กุ้งก้ามแดง
เดชอุดม
ราชมงคลสุรินทร์ 44 การประมง เกษตรกรรุ่นใหม่
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1710


อุบลราชธานี


« ตอบ #383 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2014, 10:28:06 PM »



หลังจากทดสอบการผสมน้ำบ่ออนุบาลกับน้ำบ่อเลี้ยง ผ่านไป 30 ขั่วโมง  




ตักน้ำออก สังเกตว่าลูกกุ้งแข้งแรงดีทุกตัวไม่มีตาย



นำมาใส่ขันดูชัดๆอีกที   กุ้งตัวใส ไม่มีตาย ไม่มีกุ้งเหงือกดำหรอืเหงือกบวม,ลอยส่ายผิวน้ำ (ถ้ามีอาการนี้ตายชัวร์)

***  หลังจากที่ลงกุ้งขาวไปหลายรอบ ไปเชือฟาร์มเพาะ ไม่ว่าจะให้ลงในคอก , ปรับน้ำจืดมาแล้วปล่อยลงบ่อเลย ,หรือเอาลูกกุ้งพีสูงๆมาปล่อย  สุดท้ายก็ไม่รอดตายเรียบตลอด     ทำให้มานั่งคิดว่าทำไมการเลี้ยงกุ้งขาวครั้งแรกในชีวิตเราถึงทำได้  ทั้งๆที่ไม่เคยรู้จักกุ้งตัวนี้ด้วยซำไป   แต่อาศัยว่าอ่านเยอะทฤษฏีแน่นไว้ก่อน เลยทำได้    แต่พอมารอบสอง สาม สี่ ห้า  กลับล้มเหลว    เพราะเราไม่ยอมเชือมั่นความคิดของเราว่ามาถูกทางแล้วเพียงแต่ปรับเรืองวิธีการอนุบาลให้ได้อัตรารอดสูงๆให้ได้ก็แค่นั้นเอง   (ทำได้แค่ 10 % )  

        คิดว่า มือเพาะกุ้งขาวเขาน่าจะเก่ง เห็นคุยเก่งคุยจ้อตลอด  หลักการเยอะ  แต่ไม่สามารถแนะนำให้คนเลี้ยงๆรอดได้  ก็น่าคิดน่ะ  มานั่งคิดอีกทีถ้าพวกนี้เก่งจริง คงแนะนำวิธีการเราได้  แต่ไม่มีใครแนะนำเราได้ซักฟาร์มเลย   จนเราต้องมาหาทางของเราเอง  ถ้าการเลี้ยงครั้งแรกไม่สำเร็จป่านนี้ผมคงทิ้งกุ้งขาวไปตั้งนานแล้ว  แต่เป็นเพราะครั้งแรกดันทำสำเร็จนี่ซิ  มันทำให้เราคาใจอยู่หลายอย่างเลยไม่ยอมหยุด  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 10, 2014, 10:32:05 PM โดย เดชอุดม » บันทึกการเข้า

อยากถามอะไร..แอดไลนมา..chafarm.
หน้า: 1 ... 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 [24] 25 26 27 28 29 30   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: