หน้า: 1 ... 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 [13] 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 ... 31   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: *การเพาะเลี้ยง*กุ้งก้ามกราม กุ้งขาว อุบล  (อ่าน 266206 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
9toeynaja
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11


« ตอบ #192 เมื่อ: มกราคม 27, 2014, 07:51:28 AM »

ขอบคุณมากครับพี่เดชอุดม  เดี๋ยวรอให้อากาสเริ่มอุ่นๆขึ้นก่อน จะเริ่มโครงการครับ ยิงฟันยิ้ม
พี่เดชอุดมเคยทำงานที่กำแพงเพชรนี่ทำงานอะไรหรอครับ
ที่กำแพงเพงชหางานยากเพราะไม่ใช่เขตอุตสาหกรรม ไม่รู้เราเคยเดินสวนกันบ้างรึเปล่า ยิ้มกว้างๆ

ขอถามอีกหน่อยครับ ผมเป็นคนทุนน้อยแต่มีแรงและความตั้งใจ อายจัง
1. ถ้าผมจะซื้อลูกกุ้งมาอนุบาลในบ่อปูนเองจนถึงขนาดที่ลงตะกร้าได้ สามารถทำได้เปล่าครับ ถ้าสามารถทำได้รบกวนขอความรู้จากพี่เดชอุดมหน่อยครับ
   เช่น ปล่อยได้กี่ตัวต่อตารางเมตร
2. ลูกกุ้งที่ลงตะกร้าได้นี่คือไซต์ไหนหรอครับ อายุประมาณกี่เดือนครับ
3. ลูกกุ้งที่จะเอามาอนุบาลสามารถซื้อที่ไหนได้บ้างครับ ผมลองหาข้อมูลดู เห็นว่าที่ ศพจ.ชัยนาท เป็นที่เริ่มทำกุ้งคอนโด สามารถไปซื้อลูกกุ้งที่นั้นได้เปล่าครับ

ขอบคุณพี่เดชอุดมมากครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 27, 2014, 01:21:31 PM โดย 9toeynaja » บันทึกการเข้า

เดชอุดม
ราชมงคลสุรินทร์ 44 การประมง เกษตรกรรุ่นใหม่
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1713


อุบลราชธานี


« ตอบ #193 เมื่อ: มกราคม 27, 2014, 08:50:01 PM »

ขอบคุณมากครับพี่เดชอุดม  เดี๋ยวรอให้อากาสเริ่มอุ่นๆขึ้นก่อน จะเริ่มโครงการครับ ยิงฟันยิ้ม
พี่เดชอุดมเคยทำงานที่กำแพงเพชรนี่ทำงานอะไรหรอครับ
ที่กำแพงเพงชหางานยากเพราะไม่ใช่เขตอุตสาหกรรม ไม่รู้เราเคยเดินสวนกันบ้างรึเปล่า ยิ้มกว้างๆ

** กำแพงผมว่าหางานง่ายน่ะ มีโรงงานเยอะแยะ  ผมทำงานกับบริษัทที่เกษตรกรไทยเกลียดกันทั่วประเทศครับ 

ขอถามอีกหน่อยครับ ผมเป็นคนทุนน้อยแต่มีแรงและความตั้งใจ อายจัง
1. ถ้าผมจะซื้อลูกกุ้งมาอนุบาลในบ่อปูนเองจนถึงขนาดที่ลงตะกร้าได้ สามารถทำได้เปล่าครับ ถ้าสามารถทำได้รบกวนขอความรู้จากพี่เดชอุดมหน่อยครับ
   เช่น ปล่อยได้กี่ตัวต่อตารางเมตร

ตอบ..  ถ้าจะเลียงบ่อปูนต้นทุนจะสูงเอานะครับ เพราะ 1 ตร.ม.จะปล่อยได้ไม่เกิน 10 ตัว และโตช้ามากช้ากว่าบ่อดิน เกินครึ้ง  

**  บางคร้้งกุ้งผมปล่อยทิ้งในบ่อซีเมนต์ไว้ 2 3 เดือน ผ่านไป  พวกอยู่ในบ่อดินโตจนขายได้แล้ว ส่วนพวกที่อยู่ในบ่อซีเมนต์ตัวยังเท่านิ้วมืออยุ่เลย (เร่ิมตัวเท่ากัน)  แต่บ่อปูนผมอยุ่ในโรงเรือนนะครับ อาจเป็นได้ว่าน้ำเย็นเกินไปกุ้งโตช้า  , แต่ถ้าจะทำใบ่อซีเมนต์จริงๆก็ตอ้งให้อยู่กลางแจ้ง น้ำลึกซัก 60-80 เซนก็ใช้ได้ครับ แล้วก็หาดินมาปูพื้นด้วย  ยึกหลักว่าน้ำต้องไม่ต่ำกว่า 25 องศา ,ปล่ยอตามที่บอก มีออกซิเจนให้เวลากลางคืน(เฉพาะกลางคืน)
      ปกติ กุ้งกว่าจะนำมาลงตะกร้าได้ ถ้าขนาด 30 ตัวโล ต้องใช้เวลาเลี้ยงในบ่อดิน 5 เดือนครับ

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
2. ลูกกุ้งที่ลงตะกร้าได้นี่คือไซต์ไหนหรอครับ อายุประมาณกี่เดือนครับ

ตอบ  ตามข้อ 1 ครับ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
3. ลูกกุ้งที่จะเอามาอนุบาลสามารถซื้อที่ไหนได้บ้างครับ ผมลองหาข้อมูลดู เห็นว่าที่ ศพจ.ชัยนาท เป็นที่เริ่มทำกุ้งคอนโด สามารถไปซื้อลูกกุ้งที่นั้นได้เปล่าครับ
ตอบ  ชัยนาทไม่แน่ใจครับ  แต่จังหวัดตากเพาะอยู่ครับ กุ้งปล่อยภาคเหนือล่างหลักๆก็จะมาจากตากครับ   เพาะทีได้หลายล้านตัว ราคา 15 สต.ต่อตัว แต่ไม่แน่ใจว่าจะเริ่มเพาะอีกเดือนไหนเพระากุ้งกรมประมงจะเพาะหน้าร้อนคือ มีนา จนถึงปลายฝนก็หยุดเพาะ  ลองโทรถามดูนะครับ

ขอบคุณพี่เดชอุดมมากครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 27, 2014, 08:51:50 PM โดย เดชอุดม » บันทึกการเข้า

อยากถามอะไร..แอดไลนมา..chafarm.
F:anuchit janchana
เดชอุดม
ราชมงคลสุรินทร์ 44 การประมง เกษตรกรรุ่นใหม่
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1713


อุบลราชธานี


« ตอบ #194 เมื่อ: มกราคม 27, 2014, 09:06:47 PM »



กุ้งขาวหว่านแหเมื่อวานได้ขนาด 7.86 กรัม ,127 ตัวโล  57 วัน อัตราการเจริญเติบโต 0.14 กรัม/วัน 

ทดลองปล่อย 18,000 ตัวต่อไร่ น้ำจืดสนิท  คาดว่ามีกุ้งรอดคงเหลือ 15,000 ขึ้นไป (คาดการณ์จากการกินอาหาร)
บันทึกการเข้า

อยากถามอะไร..แอดไลนมา..chafarm.
F:anuchit janchana
commax
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 38


« ตอบ #195 เมื่อ: มกราคม 30, 2014, 11:30:44 PM »



กุ้งขาวหว่านแหเมื่อวานได้ขนาด 7.86 กรัม ,127 ตัวโล  57 วัน อัตราการเจริญเติบโต 0.14 กรัม/วัน 

ทดลองปล่อย 18,000 ตัวต่อไร่ น้ำจืดสนิท  คาดว่ามีกุ้งรอดคงเหลือ 15,000 ขึ้นไป (คาดการณ์จากการกินอาหาร)


ผมเห็นในกระทู้ ชมรมคนลี้ยงกุ้ง เค้าลงกุ้งขาว 350,000 ตัว ในพื้นที่ 5 ไร่
น่าจะคิดเป็น 70,000 ตัว ต่อไร่
คุณเดชอุดมลงกุ้งบางไปไหมครับ
บันทึกการเข้า
เดชอุดม
ราชมงคลสุรินทร์ 44 การประมง เกษตรกรรุ่นใหม่
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1713


อุบลราชธานี


« ตอบ #196 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2014, 01:52:11 PM »

ผมเห็นในกระทู้ ชมรมคนลี้ยงกุ้ง เค้าลงกุ้งขาว 350,000 ตัว ในพื้นที่ 5 ไร่
น่าจะคิดเป็น 70,000 ตัว ต่อไร่
คุณเดชอุดมลงกุ้งบางไปไหมครับ

ตอบ    กุ้งขาวเป็นกุ้งทะเลโตดีที่สุดในน้ำที่มีความเค็ม 10-28 ppt ถ้าเลี้ยงในระดับนี้ปล่อยได้ถึง 2 แสนตัวต่อไร่ถ้าระบบพร้อมครับ   , ส่วนการเลี้ยงกุ้งขาวในน้ำจืด  ต้องแยกให้ออกนะครับว่า  น้ำจืดตลอดเลยเหรอเปล่า หรือความเค็มต่ำ คือเลี้ยงในเขตน้ำจืด แต่ไปซื้อน้ำเค็มมาลงเป็นระยะๆเพื่อเพิ่มแร่ธาตุ

ถ้าซ์้อน้ำเค็มมาลงเป็นระยะการปล่อย 7 หมื่นตัวต่อไร่กุ้งก็โตดี  แต่อาจไม่เท่าน้ำความเค็มต่่ำ 2-5 ppt ตลอด 

แต่ถ้าลงน้ำจืดสนิทเลยตลอดการเลี้ยงจนจับ  หากไปปล่อยระดับ 7 หมื่นกุ้งจะต้องการแร่ธาตุจำนวนมากซึ่งแร่ธาตที่กุ้งต้องการมี โซเดียม คลอไรด์ แมกนีเซียม แคลเซียม โปตัสเซียม ซัลเฟท   ซ่งในน้ำเค็มทุกระดับมีแร่ธาตุเหล่านี้มากน้อยตามความเค็มมากน้อยตามลำดับ   

ดังนั้นในน้ำจืดไม่มีแร่ธาตุเหล่านี้คือมีน้อยมาก  หากไปปล่อยแน่นมากๆจะมีผลต่อการเติบโตของกุ้งขาวทันที เพระาปล่อยมากกุ้งต้องการแร่ธาตุมากแต่แร่ธาตุมีน้อยอยุ่แล้ว ก็ทำให้กุ้งแตกไซด์หรือแกร็นได้   

ดังน้้นผมจึงต้องทดลองเลียงด้วยน้ำจืดสนิท  ด้วยอัตราเบาบางไว้ก่อน ซึ่งซ์อมา 3 หมื่นอนุบาลในน้ำเค็มต่อจนระยะ พี สูงขึ้นซึ่งจะอยู่ในน้ำจืดได้  กุ้งจึงเหลือรอดจากการกินกันเองมา 18,000 ตัวเอง    ซึ่งถ้ารุ่นนี้สรุปการเลี้ยงได้แล้ว ผลไปทาง+ ก็จะทดลองเพิ่มไปที่ 5 หมืนตัวต่อไร่ ซึ่งถ้าได้ตามที่คาดการณ์ 500 กก.ต่อไร่ ผมก็ถือว่าประสบผลสำเร็จแล้ว ในระยะเวลาเลี้ยงแค่ 3 เดือนเศษๆ  ซึงกุ้งก้ามกรามทำแบบนี้ไม่ได้ครับ

แต่เงื่อนไขผมคือ ต้องไม่ใช้เครืองตีน้ำตลอดเวลา (เปิดเฉพาะกลางคืน) , ไม่ต้องใช้น้ำเค็ม , เติมแค่ปุนแมกนีเซียม และโดโลไมค์เท่าน้ัน ,เปล่ยนน้ำเดือนละ 1-2 ครั้ง    ซึ่งเงิือนไขเหล่านี้ผมคิดว่า  เกษตรกรทั่วๆไปที่อยู่ในเขตน้ำจืดทำได้สบายๆ    ครับ   
บันทึกการเข้า

อยากถามอะไร..แอดไลนมา..chafarm.
F:anuchit janchana
commax
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 38


« ตอบ #197 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2014, 08:06:27 PM »

อธิบายได้ชัดเจนเลยครับ

รอติดตามผลการทดลองของคุณเดชอุดมครับ
บันทึกการเข้า
commax
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 38


« ตอบ #198 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2014, 11:24:23 PM »

การเลี้ยงกุ้งขาวในบ่อน้ำจืด ที่ จ.สุพรรณบุรี
ที่มา http://www.shrimpcenter.com/t-shrimp041.html



เลี้ยงแวนนาเมแบบพัฒนา
ต้นทุนเพียง 60 บาท ต่อกก.

เกษตรกรที่เลี้ยงกุ้งขาวแวนนาเมส่วนใหญ่มักจะบอกว่า กุ้งขาวแวนนาเมเช็คยอเหมือนกับกุ้งกุลาดำไม่ได้ เพราะกุ้งขาวไม่เข้ายอจึงไม่สามารถปรับอาหารตามยอให้พอดีกับความต้องการของกุ้งได้ ซึ่งการให้อาหารทุกวันนี้จะให้ตามตารางอาหารที่บริษัทขายอาหาร หรือชมรม สมาคมต่างๆ ทำมาให้ แต่คำกล่าวนี้อาจจะไม่เป็นจริงเสมอไป เพราะคุณทิว ฤกษ์โหรา คณะกรรมการสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่น้ำจืด 86 หมู่ 10 ต.บางตาเถร อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี โทร. 0-1931-8563 ผู้ที่หันมาเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาเมแทนการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ บอกว่า "การเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาเมสามารถเลี้ยงเหมือนกุ้งกุลาดำได้ทุกอย่าง ใครว่ากุ้งขาวแวนนาเมเช็คยอเพื่อปรับอาหารตามยอไม่ได้ ไม่จริงเลยครับ ก็เพราะทุกวันนี้ผมให้อาหารโดยปรับตามยออยู่"
คุณทิว เล่าว่า ตนเข้าสู่วงการกุ้งกุลาดำมาตั้งแต่ปี 2538 โดยเริ่มแรกเป็นคนเพาะลูกกุ้ง ประมาณปี 2540 จึงหันมาเลี้ยงกุ้งกุลาดำในบ่อดิน แต่มาในระยะหลังกุ้งกุลาดำเลี้ยงไม่ค่อยได้ผลเท่าที่ควร จึงเปลี่ยนมาเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาเม ซึ่งปัจจุบันก็เลี้ยงมาเป็นครอปที่ 3 แล้ว โดยเริ่มเลี้ยงครอปแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2544 ตอนนั้นก็โละกุ้งกุลาดำแล้วนำกุ้งขาวแวนนาเมมาลงเลี้ยง 5 บ่อ จากทั้งหมด 8 บ่อที่มีอยู่
"ครอปแรกที่เริ่มเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาเม หลังจากจับกุ้งกุลาดำแล้วผมก็นำรถไถลงไปคราดพื้นบ่อพลิกหน้าดินเลยโดยไม่ได้นำของเสียในบ่อขึ้น จากนั้นก็ลงปูนมาร์ล 1,000 กก./ไร่ เพื่อปรับสภาพดิน แล้วตามด้วยปูนขาว 6 ถุงต่อพื้นที่เลี้ยง 3 ไร่ เมื่อใส่ปูนเสร็จก็สูบน้ำจืดเข้ามารองพื้นก้นบ่อก่อนประมาณ 15 ซม. จากนั้นก็ล้อมคอกแล้วนำน้ำเค็มมาใส่ในคอก ปรับความเค็มให้ได้ 5 พีพีที แล้วนำลูกกุ้งพี 11 ที่โรงเพาะฟักปรับความเค็มมาให้ 5 พีพีที มาปล่อยลงไปในคอกในอัตรา 60,000 ตัว/ไร่ หลังจากนั้นก็เปิดคอกด้านที่ติดกับขอบบ่อทั้งสองข้างออกประมาณ 6 นิ้วแล้วใช้มุ้งเขียวปิดไว้เพื่อป้องกันไม่ให้กุ้งออกจากคอก ซึ่งในคอกเราจะเปิดใบพัดตีน้ำไว้ตลอดเวลา น้ำก็จะเกิดการหมุนเวียนเข้า-ออก เป็นการปรับความเค็มไปโดยอัตโนมัติ ประมาณ 3 วันน้ำในคอกก็จะจืดสนิทไม่เหลือความเค็มอยู่เลย เราก็เปิดคอกออกทั้งหมด และในระหว่างการเลี้ยงจะไม่มีการเติมน้ำเค็มเข้ามาในบ่ออีก โดยจะเลี้ยงความเค็มศูนย์ไปตลอดจนจับ ซึ่งปัจจุบันผมก็ยังเตรียมบ่อและเตรียมน้ำแบบนี้อยู่ ผมจะเลี้ยงแบบใช้น้ำสดเลย ไม่เน้นสร้างอาหารธรรมชาติ เพราะหลังจากเลี้ยงไปประมาณ 1 อาทิตย์ ในบ่อก็จะเกิดไรแดงขึ้นมาเองตามธรรมชาติอยู่แล้ว"
คุณทิว บอกว่า ในระยะหลังมานี้ลูกกุ้งขาวแวนนาเมขาดตลาด เพราะมีคนเลี้ยงกันมาก เมื่อก่อนปล่อยกุ้งพี 11 ในอัตรา 60,000-80,000 ตัว/ไร่ แล้วเลี้ยง 4? เดือนได้ไซซ์ 56 ตัว/กก. แต่ปัจจุบันลูกกุ้งพี 7 ก็ต้องนำมาปล่อยลงเลี้ยงแล้ว แต่จะปล่อยให้หนาแน่นขึ้น ในอัตราประมาณ 1 แสนตัว/ไร่ ซึ่งปัจจุบันจะไม่เน้นทำไซซ์กุ้งเหมือนแต่ก่อน แต่จะเน้นทำน้ำหนักกุ้งแทน เพราะการทำน้ำหนัก 3 เดือนก็สามารถลากอวนจับกุ้งไซซ์หัว 60-70 ตัว/กก.ขึ้นมาขายได้แล้ว

เลี้ยงแวนนาเมก็ปรับอาหารตามยอเหมือนกุลาดำได้
คุณทิว บอกว่า ตนเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาเมเหมือนกับเลี้ยงกุ้งกุลาดำทุกอย่าง คือมีการวางใบพัดตีน้ำเต็มบ่อ และทำการตีน้ำเหมือนกับระบบการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ นอกจากนี้การให้อาหารก็ทำเหมือนกุ้งกุลาดำ คือวันแรกหลังจากปล่อยกุ้งแล้วจะให้อาหารในอัตรา ? กก./ลูกกุ้ง 1 แสนตัว (ถ้าให้ 1 กก./ลูกกุ้ง 1 แสนตัว น้ำจะเสียเร็วเพราะช่วงนี้ยังเลี้ยงอยู่ในคอก) โดยแบ่งออกเป็น 3 มื้อ คือ มื้อเช้า มื้อกลางวัน และมื้อเย็น แล้วจะเพิ่มวันละ 200 กรัม หลังจากวันที่ 10 จะแบ่งอาหารออกเป็น 4 มื้อ จากนั้นก็ให้อาหารไปตามสเต็ปเหมือนกุ้งกุลาดำ จนกระทั้งกุ้งมีอายุประมาณ 20 วัน ก็จะเริ่มเช็คยอได้ การเช็คยอก็จะทำเหมือนกับการเลี้ยงกุ้งกุลาดำเช่นกัน คืออาหาร 1 กิโลกรัม ใส่ยอ 3 กรัม เช็ค 3 ชั่วโมง ถ้ามีอาหารเหลืออยู่ในยอไม่มาก มื้อต่อไปก็ยังให้เท่าเดิมอยู่ แต่ถ้ากุ้งกินอาหารไม่หมดมื้อต่อไปก็ลดอาหารลง และถ้ากุ้งกินหมดก็จะเพิ่มอาหารในมื้อต่อไป
สำหรับในช่วงแรกหลังจากปล่อยกุ้งแล้วจะให้อาหารของกุ้งกุลาดำ จนกระทั้งกุ้งกินอาหารถึงเบอร์ 4s ก็จะเริ่มนำอาหารกุ้งก้ามกรามมาผสมกับอาหารกุ้งกุลาดำอย่างละครึ่ง (50:50) กล่าวคือ วันแรกที่ปล่อยกุ้งจะให้อาหารกุ้งกุลาดำเบอร์ 1 พอเลี้ยงไปได้ 10 วันก็จะนำอาหารเบอร์ 2 มาผสม ประมาณวันที่ 15 ก็จะเป็นอาหารเบอร์ 2 ล้วน เมื่อกุ้งมีอายุ 1 เดือนก็จะเริ่มผสมอาหารเบอร์ 3 และเลี้ยงไปอีก 15 วัน หรือประมาณวันที่ 45 ก็จะเป็นอาหารเบอร์ 3 ล้วน หลังจากนั้นพอกุ้งมีอายุประมาณ 50-60 วันก็จะเปลี่ยนอาหารมาเป็นเบอร์ 4S ให้ไปสักระยะหนึ่งก็จะเริ่มนำอาหารกุ้งก้ามกรามเบอร์ 3 มาผสมกับอาหารกุ้งกุลาดำอย่างละครึ่งตลอดจนจับ
"มีบางคนบอกว่าในช่วงท้ายๆ ของการเลี้ยง ควรเปลี่ยนมาให้อาหารกุ้งก้ามกรามอย่างเดียว เพราะว่าถ้าให้กุ้งขาวแวนนาเมกินอาหารของกุ้งกุลาดำตลอดจนจับจะทำให้กุ้งหัวแตก ผมว่าไม่เป็นความจริง เพราะผมก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า กุ้งขาวแวนนาเมสามารถกินอาหารกุ้งกุลาดำได้ตลอดโดยที่กุ้งไม่เป็นอะไรเลย แถมยังทำให้กุ้งโตเร็วอีกด้วย"

ใส่จุลินทรีย์ทุกๆ 10 วัน
ในระหว่างการเลี้ยงจะหมักจุลินทรีย์แล้วนำไปสาดลงในบ่อ เพื่อให้ไปย่อยสลายของเสียที่เกิดขึ้น ซึ่งการหมักจะจุลินทรีย์ก็จะนำหัวเชื้อจุลินทรีย์จำนวน 2 ลิตร มาหมักกับกากน้ำตาล 6 กก. ในถังที่เตรียมน้ำไว้ประมาณ 200 ลิตร ปิดฝาให้สนิทไม่ให้อากาศเข้าไปได้ หมักไว้ประมาณ 6 วัน พอเลี้ยงกุ้งได้ 15 วันก็นำจุลินทรีย์ที่หมักไว้มาสาดลงในบ่อหลังเที่ยงคืนในอัตรา 100 ลิตร/ไร่ คุณทิว บอกว่า เคยใส่จุลินทรีย์ในช่วง 3 โมงเช้า แล้วจุลินทรีย์ไปดึงพีเอชให้ลดต่ำลง จึงเปลี่ยนมาใส่หลังเที่ยงคืน เพราะระยะเวลาในการทำงานของจุลินทรีย์จะดีกว่า หลังจากนั้นก็จะเริ่มหมักจุลินทรีย์ใหม่ แล้วนำมาสาดทุกๆ 10 วันตลอดจนจับ ถ้าจุลินทรีย์ทำงานดีเวลาจับกุ้งจะพบขี้กุ้งเหลืออยู่ในบ่อน้อยมาก

เปลี่ยนถ่ายน้ำบ่อยกุ้งโตเร็ว
คุณทิว บอกว่า กุ้งขาวแวนนาเมต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำบ่อยๆ ถึงจะดี เพราะจะทำให้กุ้งลอกคราบและโตเร็ว คือหลังจากปล่อยกุ้งจะเติมน้ำอย่างเดียว ประมาณ 1 เดือนต้องให้ได้ระดับน้ำในบ่อสูง 1.60-1.70 เมตร แล้วเลี้ยงไปอีก 15 วันก็จะเริ่มเปลี่ยนถ่ายน้ำ โดยการสูบน้ำออกประมาณ 30 ซม. จากนั้นก็เติมน้ำเข้ามาให้ได้ระดับเท่าเดิม โดยจะเปลี่ยนถ่ายน้ำทุกๆ 10 วัน หลังจากกุ้ง 70-80 วันไปแล้ว จะถ่ายน้ำทุกๆ 3 วัน คือพอเห็นน้ำเป็นสีเขียวก็จะถ่ายน้ำทันที

ล้อมอวนจับกุ้งอย่างถูกวิธี
คุณทิว อธิบายว่า การจับผลผลิตกุ้งขาวแวนนาเมแบบสูบน้ำออกเหมือนกับกุ้งกุลาดำนั้นทำได้ยาก จึงต้องใช้วิธีการลากอวนจับเหมือนกุ้งก้ามกราม ซึ่งจะลากอวนแบบทยอยจับขึ้นขาย หรือลากอวนแบบจับขายทั้งบ่อก็ได้ อวนที่ใช้มีขนาด 5 วา ซึ่งการลากอวนแบบจับกุ้งขายทั้งบ่อจะต้องลากอย่างน้อย 3 เที่ยวจึงจะหมดบ่อ แต่ต้องลากทีละครึ่งก่อนบ่อสัก 2 เที่ยว เพราะถ้าเราลากทั้งบ่อจะได้กุ้งในอวนมากเกินไปแล้วกุ้งจะไปทับกันเสียหาย สำหรับรอบสุดท้ายก็ให้ลากทั้งบ่อได้เลย เพราะเหลือกุ้งอยู่ในบ่อไม่มากแล้ว หลังจากลากอวนเสร็จก็สูบน้ำออก และเพื่อให้ง่ายต่อการจับกุ้งที่เหลืออยู่ในบ่อ เมื่อลากอวนรอบสุดท้ายก็ให้นำอวนถอยหลังมาปูปิดบนท่อสูบน้ำเอาไว้ เมื่อทำการสูบน้ำกุ้งก็จะถูกกระแสน้ำดูดมาเข้าอวนทั้งหมด จากนั้นก็ยกอวนที่มีกุ้งขึ้นมา โดยที่ไม่ต้องไปเสียเวลาเก็บกุ้งที่พื้นบ่อเลย อีกประการหนึ่งถ้าไม่ใช้วิธีนำอวนมาปูไว้ที่ท่อเพื่อจับกุ้งตอนสูบน้ำ จะทำให้กุ้งจมโคลนเสียหายได้
ส่วนการจับแบบไม่คว่ำบ่อหรือการจับแบบทยอยจับ เมื่อเลี้ยงกุ้งได้ประมาณ 3 เดือน ก็จะนำอวนที่มีช่องตาขนาด 3 ซม. มาลงลากเพื่อคัดเฉพาะกุ้งตัวใหญ่ๆ ขึ้นมา การลากอวนก็จะเริ่มลากตอนบ่าย 3 และให้ลากทีละครึ่งบ่อเพื่อป้องกันกุ้งทับกันเสียหายเช่นกัน จากนั้นก็นำกุ้งที่ได้ขึ้นมาน็อคน้ำแข็งแบบแห้ง โดยนำน้ำแข็งมาปูรองพื้นก่อน แล้วค่อยนำกุ้งมาใส่ แล้วก็ใส่น้ำแข็งและเอากุ้งมาใส่อีกทำเป็นชั้นๆ ไป ซึ่งกุ้งขาวแวนนาเมจะดองน้ำไม่ได้ เพราะจะทำให้หัวหลุด การลากอวนจะใช้เวลาแค่ประมาณ 1 ชั่วโมงก็เสร็จแล้ว เพราะการลากอวนทยอยจับขายส่วนมากจะลากขึ้นมาครั้งละไม่เกิน 2 ตัน เพราะจะทำให้เหมือนกับเป็นกุ้งที่จับมาจากธรรมชาติ จะทำให้ขายได้ราคาดีกว่าเอาไปขายที่ละมากๆ ซึ่งการขายก็จะนำไปขายตอนตี 2 ซึ่งครอปที่ผ่านมาทยอยจับคัดแต่ไซซ์หัวขาย เลี้ยง4 เดือนกว่าๆ ได้ไซซ์ 40 ตัว/กก. เพราะการลากจับจะทำให้กุ้งในบ่อน้อยลง ตัวเล็กๆ ก็จะโตดี นำไปขายที่สะพานปลาแถวยานนาวา กรุงเทพฯ ซึ่งไซซ์ 40 ตัว/กก. ขายได้กก.ละ 280-320 บาท ราคาดีกว่ากุ้งกุลาดำมาก แต่ปัจจุบันห้องเย็นและแพต่างๆ ก็มารับซื้อกุ้งขาวแวนนาเมถึงปากบ่อเหมือนกับกุ้งกุลาดำแล้ว ก็จับขายแบบคว่ำบ่อได้เลย
"การเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาเมเป็นทางเลือกใหม่สำหรับในพื้นที่น้ำจืด เพราะเราก็ไม่รู้จะเอาอะไรมาเลี้ยงทดแทนกุ้งกุลาดำแล้ว สำหรับกุ้งก้ามกรามเมื่อเทียบกับกุ้งขาวแวนนาเม กุ้งขาวแวนนาเมขายได้ราคาดีกว่าเยอะ นอกจากนี้กุ้งก้ามกรามกว่าเราจะเริ่มจับขายได้ ก็ต้องเลี้ยงถึง 5 เดือน แต่กุ้งขาวแวนนาเม 3 เดือนก็สามารถจับขายได้แล้ว ต้นทุนการเลี้ยงก็ไม่สูงแค่ประมาณ 60-70 บาท/กก.เท่านั้น ถ้าเลี้ยงดีๆ เช็คยอแม่นๆ FCR จะออกมาที่ 1 คือกุ้งกินอาหารทั้งหมด 1 ตัน ก็จับกุ้งได้ 1 ตันพอดี"
บันทึกการเข้า
commax
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 38


« ตอบ #199 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2014, 12:20:13 AM »

รักษาโรคกุ้งขี้ขาวด้วยสมุนไพร

มีใครเคยทดลองบ้าง ได้ผลเป็นอย่างไร หรือใครมีสูตรอื่นๆ มาแลกเปลี่ยนแบ่งปันกันนะครับ

รักษาโรคกุ้งขี้ขาวด้วยสมุนไพร.mp4
บันทึกการเข้า
เดชอุดม
ราชมงคลสุรินทร์ 44 การประมง เกษตรกรรุ่นใหม่
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1713


อุบลราชธานี


« ตอบ #200 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2014, 09:24:50 PM »



2/2/57  108 ตัวโล  9.3 กรัม




9/2/57 85 ตัวโล 11.7 กรัม

ลองเอามาวางขายรวมกับกุ้งก้าม 45 ตัวโล  ตัวยาวกว่าแต่ไม่อ้วน 

มาลองคิดดู อัตราการเติบโต

ว/ด/ป        อายุ (วัน)      นน. กรัม      นน.ตัว/กก.      ADG (เริ่มปล่อย)     ADG (ช่วงวัน)
1/12/56       1       
26/1/57       57             7.9           127                  0.14                -     
2/2/57         64             9.3           108                  0.15             0.20
9/2/57         71            11.8           85                   0.17             0.36


คาดว่า 16/2/57  น่าจะ 70 ตัวโล    ส่วนกุ้งก้าม โตช้ากว่าสถิติเดิม หนาวปีนี้สร้างสถิติใหม่ 90 วันยังไม่ได้ 400 ตัวโลเลย จะเริ่มย้ายออกจากบ่ออนุบาล เข้าบ่อเลี้ยงวันที่ 20 กพ.ประมาณนี้ครับ   ส่วนกุ้งขาวจะดึงเวลาไปให้ถึงมีนาคาดว่าน่าจะได้ไซด์ 50-60 ตัวโลไม่ยาก 

ลองประเมินผลผลิตจากการกินอาหารดูว่าตอนนี้น่าจะอยุ่ที่กี่ กก. กี่ ตัว

กุ้ง 85 ตัวโล ผมเผื่อกุ้งเล็กกว่าไซด์นี้ด้วย เพระาพวกสุ่มด้วยแหก็คือพวกที่โตเร็วกว่าปกติ ผมคิดไซด์เฉลี่ยไว้ที่ 100 ตัวโล หรือ 10 กรัม

กุ้ง 10 กรัม กินอาหารวันล่ะ 3.5% ของน้ำหนักตัว
ปัจจุบันกินอาหารวันล่ะ 4.5 กก.

เช็ดอาหารด้วยวิธีถุงอวนลากพื้น ไม่ใช้ยอเพราะกุ้งไม่เข้ายอ จะทดสอบว่าการใช้ถุงอวนลากได้ผลเหมือนกับกุ้งก้ามกรามด้วยเหรอไม่

ดังนั้น    กุ้งกินอาหาร      3.5 กก.  จะมี นน. กุ้ง ที่ 100 กก.
          กุ้งกินอาหารจริง   4.5 กก.  จะมี นน.กุ้ง ที่   4.5x100/3.5 = 128.6 กก. หรือ 130 กก. 
         
อัตรารอด ปัจจุบัน   130 กก.x100ตัวโล = 13,000  ตัว  หรือ 72%

ลองเทสดูว่าจะตามนี้เหรอเปล่า  เพราะผมเคยใช้การตรวจผลผลิตกุ้งจากการกินอาหารมาตลอดกับกุ้งก้ามกราม  ได้ผลแม่นยำประมาณ 90 % ขึ้นไป
บันทึกการเข้า

อยากถามอะไร..แอดไลนมา..chafarm.
F:anuchit janchana
เดชอุดม
ราชมงคลสุรินทร์ 44 การประมง เกษตรกรรุ่นใหม่
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1713


อุบลราชธานี


« ตอบ #201 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2014, 01:55:31 PM »

วันนี้เช็คน้ำหนักมาแล้วครับ  480/34=14.1g. หรือ 70 ตัวโล  ตามคาด


Liked By: pongsakorn norkham
บันทึกการเข้า

อยากถามอะไร..แอดไลนมา..chafarm.
F:anuchit janchana
Chai-Ayuttaya
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 346


« ตอบ #202 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2014, 08:39:18 PM »

วันนี้เช็คน้ำหนักมาแล้วครับ  480/34=14.1g. หรือ 70 ตัวโล  ตามคาด
ขอถามนิดครับ คือการเลี้ยงกุ้งนี่เราต้องให้อาหารโดยการคาดคะเนจากน้ำหนักตัวกุ้งที่เราปล่อยก่อน จากนั้นเมื่อให้อาหารแล้วก็ใช้การเช็คอาหารที่กุ้งกินเหลือโดยการลากอวนหน้าดินหรือการยกยอเพื่อดูอาหารว่ากินเหลือแค่ไหนเพื่อประเมินปริมาณอาหารที่จะให้ในมื้อต่อไปเช่นนี้ ถูกต้องไหมครับ แล้วต้องทำทุกมื้อเลยรึเปล่าครับ
บันทึกการเข้า
เดชอุดม
ราชมงคลสุรินทร์ 44 การประมง เกษตรกรรุ่นใหม่
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1713


อุบลราชธานี


« ตอบ #203 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2014, 11:36:31 AM »

วันนี้เช็คน้ำหนักมาแล้วครับ  480/34=14.1g. หรือ 70 ตัวโล  ตามคาด
ขอถามนิดครับ คือการเลี้ยงกุ้งนี่เราต้องให้อาหารโดยการคาดคะเนจากน้ำหนักตัวกุ้งที่เราปล่อยก่อน จากนั้นเมื่อให้อาหารแล้วก็ใช้การเช็คอาหารที่กุ้งกินเหลือโดยการลากอวนหน้าดินหรือการยกยอเพื่อดูอาหารว่ากินเหลือแค่ไหนเพื่อประเมินปริมาณอาหารที่จะให้ในมื้อต่อไปเช่นนี้ ถูกต้องไหมครับ แล้วต้องทำทุกมื้อเลยรึเปล่าครับ

ใช่ครับ เทียบเป็นเปอร์เซน เพื่อให้ทราบโดยคร่าวๆจะได้ให้อาหารได้ถูก  แล้วหลังจากให้อาหารก็ต้องตรวจดูการกินอาหารจริงๆ  ผมใช้เทคนิคการเช็คอาหารกุ้งก้ามกรามมาใช้กับกุ้งขาว คือใช้ถุงอวนลากพื้นไม่ใช้การเช็คยอ  แต่ไม่ต้องทำทุกมื้อ  แค่ทำตอนเช้าก่อนให้อาหารมือเช้า ดูว่าวันที่ผ่านมากุ้งกินหมดไหม ถ้าเหลือติดถุงอวนมามากก็ให้ลดในวันนั้นเลย  แต่ถ้าหมดก็ตอ้งเพิ่ม  แต่ถ้าเหลือนิดหน่อยไม่มากอาหารเป็นเม็ดเล็กๆๆๆ  ก็ให้ยืนไว้ก่อนแสดงว่าพอดี  (ลองหว่านอาหารไปก่อนแล้วลากถุงอวนผ่านแนวอาหารนั้นดู เราจะได้รู้ว่าถ้าอาหารเหลือจะเป็นยังไง  หมดเป็นยังไง  และต้องลากให้ผ่านแนวอาหารด้วยน่ะครับ ) 

ผมใช้เทคนิคนี้กับกุ้งก้ามกราม ได้ FCR 1-1.3 ตลอดครับ  แต่กุ้งขาวต้องรอจับก่อนจะได้ทราบว่าเทคนิคนี้ได้ผลเป็นยังไง
บันทึกการเข้า

อยากถามอะไร..แอดไลนมา..chafarm.
F:anuchit janchana
่jaifishery75
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14


« ตอบ #204 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2014, 10:51:46 PM »

ผมมีที่ติดแม่น้ำและมีกระชังเลี้ยงปลาอยู่ สนใจการเลี้ยงแบบตระกร้า รบกวนสอบถามเพิ่มเติมครับ

ตระกร้าต้องใช้ขนาดเท่าไหร่ครับถ้ามีรูปถ่ายรบกวนขอชมด้วยครับ




ตะกร้าขนาด กว้าง 30 ยาว 40 ที่ขายตามร้านทุกอย่าง 10 นะครับ ใช้ 2 ใบประกบกัน จะได้ความสูง 20 เซน  ต้นทุนตะกร้า 10x2 = 20 บาท  หรือถ้าหาที่หนาๆกว้างอีกนิดก็ดีครับ
--------------------------------------------------------------------------------------------
ขนาดกุ้งแม่น้ำที่จะใช้ ใช้ขนาดไหนดีครับหรือได้ทุกขนาด และต้องเป็นตัวผู้ทั้งหมดเลยหรือป่าวครับ
= ถ้าได้ขนาดโตก็เลี้ยงสั้น  ถ้าได้ตัวเล็กว่าก็เลี้ยงนานแต่ต้นทุนก็ต่ำกว่าเช่นกันครับ   ผมใช้ขนาด 50 ตัวโล เพราะเลี้ยงกุ้งเองเลยใช้กุ้งตัวผู้ก้ามทองจากบ่อเลี้ยง ขนาด 50 ตัวโล จะมีอายุ  4 เดือน(นับจากลงถุง) ระยะนี้จะเริ่มแยกลงตะกร้าส่วนหนึ่ง แต่หลักๆจะลงบ่อดินทำกุ้งไซด์ใหญ่ครับ
= ที่ต้องเป็นตัวผุ้ เพราะว่าตัวผุ้มีอัตราการโตสูงกว่าตัวเมียครับ  เช่น ตัวเมีย อัตราการเติบโต 0.35 - 0.5 กรัม/ วัน  ส่วนตัวผุ้ 0.5-1.2 กรัม/วัน ครับ
------------------------------------------------------------------------------------------------
อาหารที่ให้ต้องปรับตามการเจริญเติบโตเลยหรือเปล่าครับ
= ปกติกุ้งที่เลี้ยงจะให้กินตาม % นน.ตัว เทียบเป็นเกณท์ แต่จะให้กิน 60-70% เท่านั้นครับ  แต่ให้กินวีันละ 2 ครั้ง โปรตีน 32-38% ครับ แต่ก็ต้องดูการกินจริงๆด้วย เพราะสภาพอากาศ และน้ำก็จะเป็นตัวกำหนดด้วยครับ
--------------------------------------------------------------------------------------------------
1 ตัว/1ตระกร้าผมเข้าใจถูกปะครับ
= ถูกต้องครับ
--------------------------------------------------------------------------------------------------
ถามเรื่องในบ่อครับ
พอดีผมมีเครื่องซุปเปอร์ชาร์ตอยู่ ขนาด 2 แรง  ถ้าจะใช้แทนเครื่องตีน้ำ พอได้ป่าวครับ
= จากที่ผมเคยใช้ซุปเปอร์ชาร์ต (ตามที่ลงไว้ในหน้าแรกๆ) ในบ่อขนาด 1 ไร่ วางท่อเหนือพื้นบ่อ 30 เซน  ปรากฏว่าเมื่อกุ้งขาดออกซิเจน ซุปเปอร์ชาร์จช่วยอะไรไม่ได้ครับ กุ้งตายยกบ่อมาแล้ว  แต่ถ้าใช้เครืองตีน้ำ หลังเปิด 1 ชม.กุ้งก็เริ่มลงบ่อแล้วครับ ต่างจากซุปเปอร์ชาร์จ ตั้งแต่หัวค่ำยันเช้า กุ้งกระโดดขึ้นบ่อเช้ามาตักออกขายถูกๆ บทเรียนราคาแสนแพงครับ
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
คำถามสุดท้ายครับ พี่พอจะแนะนำแหล่งชำลูกกุ้งก้ามกรามในราชบุรีหรือสมุทรสาคร/บ้านแ้พ้วป่าวครับ อยากจะได้ครับ
= กุ้งชำ ส่วนใหญ่ฟาร์มที่เขาเพาะลูกกุ้งเขาจะทำนะครับ เพราะต้นทุนเขาต่ำกว่า ส่วนคนที่ซ์้อลูกมาชำขายก็มีเช่นกัน  ต้องลองถามฟาร์มเพาะลูกกุ้งดูครับ เพราะถ้าฟาร์มเพาะลุกกุ้งเขาไม่ชำขาย   คนชำขายก็ต้องมาซื้อฟาร์มเพาะเขาอยุ่ดีครับ 


พี่เดชอุดม พอจะมีภาพกุ้งก้ามทองที่จะนำมาเลี้ยงในตะกร้าบ้างหรือป่าวครับ
บันทึกการเข้า
AOMMOO
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14


« ตอบ #205 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2014, 02:36:32 PM »

สอบถามหน่อยนะคะพอดีอยุ่เชียงใหม่ แต่อยากเลี้ยงกุ้งก้ามกรามตอนนี้จะทดลองเลี้ยงด้วย บ่อพลาสติก 3*4*.80 นะคะแต่ยังเป็นมือใหม่
อยากทราบว่าจะเลี้ยงกุ้งขนาดเท่าไหร่ดีคะ เเละลงได้กี่ตัวคะ ระบบน้ำคิดว่าจะใช้หัวทรายแต่อยากรุ้ขนาดปั๊มลมจะใช้ตัวขนาดเท่าไดถึงจะเหมาะสมคะ
เเละน้ำที่ใช้เลี้ยงต้องมีความเค็มรึเปล่าคะ รวมถึงเราสามารถเลี้ยงด้วยไรแดงได้รึเปล่าคะ รบกวนด้วยนะคะขอบคุณคะ
บันทึกการเข้า
AOMMOO
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14


« ตอบ #206 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2014, 09:48:21 AM »

คุณเดชอุดมยังรอคำตอบอยุ่นะคะ  ยิ้ม(หายเเชบบบบบบ)
บันทึกการเข้า
เดชอุดม
ราชมงคลสุรินทร์ 44 การประมง เกษตรกรรุ่นใหม่
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1713


อุบลราชธานี


« ตอบ #207 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2014, 01:37:48 PM »



พวกนี้กุ้งตัวผุ้ก้ามทองทั้งนั้นครับ จัดเป็นพวกโตเร็วที่สุดในฝูง ส่วนพวกตัวเล็กก้ามใหญ่ในภาพนี้ไม่มี ไม่ควรเอามาเลี้ยงครับ พวกนี้โตช้ามากไม่ค่อยลอกคราบเปลือกแข็งผสมพันธ์เก่ง


Liked By: thanakorn@2554, t-cha
บันทึกการเข้า

อยากถามอะไร..แอดไลนมา..chafarm.
F:anuchit janchana
หน้า: 1 ... 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 [13] 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 ... 31   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: