ข่าว
หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 ... 30   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: *การเพาะเลี้ยง*กุ้งก้ามกราม กุ้งขาว อุบล  (อ่าน 166083 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
mphkku
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 196


« ตอบ #16 เมื่อ: ตุลาคม 23, 2013, 08:36:36 PM »

ยุอุบล.....อำเภอไหนครับพี่...ผมคนอุบล  อำเภอเดช ครับแต่มาเป็นเขยอุดร สนใจเลี้ยงกุ้งก้ามกร้ามครับพี่มีพันธุ์ขายด้วยไหมครับ
บันทึกการเข้า

เดชอุดม
ราชมงคลสุรินทร์ 44 การประมง เกษตรกรรุ่นใหม่
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1707


อุบลราชธานี


« ตอบ #17 เมื่อ: ตุลาคม 23, 2013, 09:05:39 PM »

ยุอุบล.....อำเภอไหนครับพี่...ผมคนอุบล  อำเภอเดช ครับแต่มาเป็นเขยอุดร สนใจเลี้ยงกุ้งก้ามกร้ามครับพี่มีพันธุ์ขายด้วยไหมครับ



อ่อ จะเลี้ยงบ้านแฟนที่อุดรใช่ไหมครับ   

กุ้งที่เลี้ยงจะมี 2 รูปแบบครับ

แบบแรก คือ ลูกกุ้งเพ่งออกจากโรงเพาะ  ขนาด 1 เซน  ถ้าไม่เก๋าจริงรอดยากครับ   แต่ก็ไม่ยากเกินความสามารถ  เขาจะขายกันที่ 0.12-0.15 บ./ตัว

แบบสอง คือ ลูกกุ้ง ฟิงเกอร์ริง หรือ กุ้งชำ  ขนาด 200 ตัวโล  กุ้งตัวนี้จะมีอายุ 60-70 วัน ของแบบแรกครับ อัตรารอดแน่นอน  เลี้ยงจนจับขายจะมีอัตรารอดอยุ่ที่ 70-80 %   เขาจะขายกันเป็นกก.ๆละ 200-300 แล้วแต่ฟาร์มครับ 

กุ้งแบบที่สองนี้จะมีในแถบภาคกลาง พวก นครปฐม ราชบุรี สุพรรณ ครับ 

ส่วนกุ้งที่ผมเพาะเอง รอบนี้ได้ไม่มาก 4-5 หมื่นตัวเอง  ไม่พอขายสงกรานต์แน่นอน เลยต้องสั่งจากนครปฐมเพิ่ม  ผมจะลงวันที่ 1 พย นี้   150,000 ตัว และกุ้งขาว 30,000 ตัว ครับ   

ผมสั่งฟาร์มที่กำแพงแสน ราคา 15 สต. เพราะรวมค่าเครืองบินด้วย ครับ   

วันหลังผมจะมาเล่าเรือง  กลโกงการขายลูกกุ้งให้ฟัง  ปีสองปีแรก ผมเสียค่าโง่ ให้ฟาร์มพวกนี้มาเยอะ  จะเล่าให้ฟังเป็นความรู้ไว้สำหรับคนที่จะเข้าวงการนี้ครับ     

อันนี้กุ้งที่เพิ่งออกจากบ่อเพาะครับ  อายุจะอยู่ที่ 30 วัน (เริ่มนับจากฟักออกจากไข่)


ส่วนตัวนี้เขาเรียกกุ้งชำ ขนาด 200 ตัวโล ครับ
บันทึกการเข้า

อยากถามอะไร..แอดไลนมา..chafarm.
mphkku
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 196


« ตอบ #18 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2013, 08:20:35 AM »

ยุอุบล.....อำเภอไหนครับพี่...ผมคนอุบล  อำเภอเดช ครับแต่มาเป็นเขยอุดร สนใจเลี้ยงกุ้งก้ามกร้ามครับพี่มีพันธุ์ขายด้วยไหมครับ



อ่อ จะเลี้ยงบ้านแฟนที่อุดรใช่ไหมครับ   

กุ้งที่เลี้ยงจะมี 2 รูปแบบครับ

แบบแรก คือ ลูกกุ้งเพ่งออกจากโรงเพาะ  ขนาด 1 เซน  ถ้าไม่เก๋าจริงรอดยากครับ   แต่ก็ไม่ยากเกินความสามารถ  เขาจะขายกันที่ 0.12-0.15 บ./ตัว



แบบสอง คือ ลูกกุ้ง ฟิงเกอร์ริง หรือ กุ้งชำ  ขนาด 200 ตัวโล  กุ้งตัวนี้จะมีอายุ 60-70 วัน ของแบบแรกครับ อัตรารอดแน่นอน  เลี้ยงจนจับขายจะมีอัตรารอดอยุ่ที่ 70-80 %   เขาจะขายกันเป็นกก.ๆละ 200-300 แล้วแต่ฟาร์มครับ 

กุ้งแบบที่สองนี้จะมีในแถบภาคกลาง พวก นครปฐม ราชบุรี สุพรรณ ครับ 

ส่วนกุ้งที่ผมเพาะเอง รอบนี้ได้ไม่มาก 4-5 หมื่นตัวเอง  ไม่พอขายสงกรานต์แน่นอน เลยต้องสั่งจากนครปฐมเพิ่ม  ผมจะลงวันที่ 1 พย นี้   150,000 ตัว และกุ้งขาว 30,000 ตัว ครับ   

ผมสั่งฟาร์มที่กำแพงแสน ราคา 15 สต. เพราะรวมค่าเครืองบินด้วย ครับ   

วันหลังผมจะมาเล่าเรือง  กลโกงการขายลูกกุ้งให้ฟัง  ปีสองปีแรก ผมเสียค่าโง่ ให้ฟาร์มพวกนี้มาเยอะ  จะเล่าให้ฟังเป็นความรู้ไว้สำหรับคนที่จะเข้าวงการนี้ครับ     

อันนี้กุ้งที่เพิ่งออกจากบ่อเพาะครับ  อายุจะอยู่ที่ 30 วัน (เริ่มนับจากฟักออกจากไข่)


ส่วนตัวนี้เขาเรียกกุ้งชำ ขนาด 200 ตัวโล ครับ


ครับว่าจะเลี้ยงที่อุดรครับ....รอติดตามครับ...แล้วลูกกุ้งของกรมประมงนี่น่าเลี้ยงไหมครับ...ของอุดรก็มี...ครับ
บันทึกการเข้า
เดชอุดม
ราชมงคลสุรินทร์ 44 การประมง เกษตรกรรุ่นใหม่
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1707


อุบลราชธานี


« ตอบ #19 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2013, 10:21:19 AM »

กุ้งกรมประมง ถือว่าสายพันธ์ดีมากครับ ไม่ได้มักง่ายเหมือนหลายปีก่อนที่เอาแม่กุ้งไข่จากบ่อเลี้ยงมาเพาะ   หลังจากที่เกิดเชื้อไวรัสระบาดในระบบการเพาะกุ้งก้ามกราม พ่อแม่มีการปรับปรุงสายพันธ์เมื่อ 3-4 ปีก่อน (เพิ่งตื่น)  

แต่ผมเคยเอากุ้งกรมมาลงเมื่อสมัยเริ่มเลี้ยงใหม่ๆ  เมือปี 47 ชุดแรก 70,000  ชุดสอง 50,000(หมดตัวกับชุดแรก)

ผลปรากฏว่า กุ้งทั้งสองชุดมีอัตรารอดแค่ 8 % เอง    

หลังจากกุ้งกรมสองชุดทำเอาผมเสีย 0 ไปพักหนึ่ง  ก็ไปเอากุ้งฟาร์มเอกชนมาลงเลี้ยง ชุดนั้นขับรถไปเอาถึงบางเลน 100,000 ตัว  อนุบาลได้อัตรารอด 80 %  เรียกว่ามาได้คืนชุดนี้เลยทำให้กลับลำมาได้ครับ

ส่วนเพือนที่เคยลาออกจากฟาร์ม มาเลี้ยงหลังจากผม(อ.เดช เหมือนกัน) เอากุ้งกรมมาลง 40,000  ตัว  ปรากฏว่าเหลือรอดแค่ 3,000 กว่าตัว  คือรอด 8 % เหมือนกันอีก    

ผมเลยพอสรุปได้ว่า ถ้าเป็นสมัยก่อนไม่แนะนำ   แต่สมัยนี้สายพันธ์ดีขึ้นเยอะมีส่วนทำให้ลูกกุ้งแข็งแรงกว่าเดิมมากครับ  แต่ถ้าจะเอาต้องติดต่อกับคนดูแลโดยตรง ว่าเราจะเอาวันไหน กี่ตัว ให้เขาปรับน้ำจืดให้ดีๆหน่อย(หลายวัน) คือต้องโทรนัดโทรสั่งให้ดีๆ เพราะถ้าได้คนมีความรับผิดชอบมันก็ดีไป  แต่ถ้าได้คนที่ไม่มีความรับผิดชอบต่องาน พวกนี้ก็ทำจะงานแบบลวกๆ  คือขายๆไป จะดีไม่ ช่างมัน  

แต่เท่าที่ผมโทรไปกรมเมือ 2 เดือนก่อน กุ้งกรมหมดงบประมาณในการเพาะแล้วครับ จะมีเพาะอีกทีก็เดือน มีค ปีหน้าโน่น  ครับ




สองภาพนี้คือกุ้งกรม ที่ผมนำมาเลี้ยง เมือ่เดือน กค  จับขายเดือน  ธค  คือ 5 เดือน ตัวผู้ใหญ่ที่เห็ฯขนาด 18 ตัวโล ถือว่าโตเร็ว ปรกติถ้า 5 เดืนอจะได้ขนาดแค่ 25 ตัวโลครับ

แต่มันรอดต่ำ เหลือแค่ 5000 กว่าตัว / ไร่  มันก็ย่อมโตเร็วเป็นธรรมดา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 24, 2013, 10:45:56 AM โดย เดชอุดม » บันทึกการเข้า

อยากถามอะไร..แอดไลนมา..chafarm.
เดชอุดม
ราชมงคลสุรินทร์ 44 การประมง เกษตรกรรุ่นใหม่
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1707


อุบลราชธานี


« ตอบ #20 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2013, 10:38:07 AM »

การเตรียมบ่อ  

ปกติถ้ามืออาชีพเขาทำการเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเขาจะรู้ว่าหัวใจของการเลียงให้ได้อัตรารอดสูงๆอยุ่ที่การเตรียมบ่อ    ส่วนมือสมัครเล่นมักจะไม่สนใจตรงนี้ คือ ซ์้อมาแล้วปล่อยเลย   ทำให้สัตว์น้ำที่ปล่อยมีอัตรารอดต่ำ เนือ่งจากศัตรูธรรมชาิตที่มีอยู่ทำลายจนหมด









การเลี้ยงกุ้งพื้นบ่อเป็นส่ิงสำคํญ เพราะกุ้งเป็นสัตว์หน้าดิน พื้นดีกุ้งก็โตดีแข็งแรง  พื้นแย่สุขภาพก็แย่ รอดต่ำ โตช้า  

ตากบ่อ เพื่อให้พื้นดินได้รับออกซิเจน เป็นการเร่งการย่อยสลายอินทรีย์สารที่ผิวดิน เช่น อาหารกุ้ง ขี้กุ้ง ซากแพลงตอน  เมือพื้นดินได้รับออกซิเจน ดินจะเปลี่ยนสีจากดำคล้ำ เป็นน้ำตาล  แต่แค่นี้อาจไม่พอ  ต้องรอให้พื้นดินแตกระแหงเพื่อให้ดินชั้นล่างได้รับออกซิเจน  

หากไถพรวนได้ก็จะเป็นการดี เพราะไม่ต้องรอให้ดินแห้งแตกเอง มันจะช้า บางบ่อน้ำซึมเข้าหากันยิ่งทำไม่ได้    

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 24, 2013, 10:54:20 AM โดย เดชอุดม » บันทึกการเข้า

อยากถามอะไร..แอดไลนมา..chafarm.
mphkku
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 196


« ตอบ #21 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2013, 06:58:17 PM »

รอติดตามครับ
บันทึกการเข้า
เดชอุดม
ราชมงคลสุรินทร์ 44 การประมง เกษตรกรรุ่นใหม่
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1707


อุบลราชธานี


« ตอบ #22 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2013, 07:09:30 PM »

สังเกตว่า ดินจะมีสองสี สีคล้ำๆกับน้ำตาลอ่อนๆ   ถ้าสีน้ำตาลอ่อนๆก็ถือว่าใช้ได้ครับ  

หว่านปูนลงบ่อได้ ประมาณ 200-500 กก.ต่อไร่

โดยผมจะใช้ปูนสองชนิดคือ
1. ปูนขาว  ตัวนี้จะให้แคลเซียมสูง  และลดกรดได้ดี  
2. ปูนโดโลไมค์  ตัวนี้จะมีแมกนีเซียม และแคลเซียม
- แมกนีเซียม  จะช่วยให้แพลงตอนพืชสังเคราะห์แสงได้ดีเจริญเติบโตเร็ว  ใช้ทำน้ำเขียวครับ
- แคลเซียม จะช่วยในการสร้างเปลือกกุ้ง  กุ้งเป็นสัตว์ที่ต้องการธาตุแคลเซียมพอสมควร   นอกจากที่ได้รับจากอาหารแล้วก็ได้รับจากปูนพวกนี้ด้วยครับ

**  ปูนขาว กับ ปูนโดโลไมค์ ไม่ใช่ปูนชนิดเดียวกันนะครับ อย่าเข้าใจผิด   องค์ประกอบแร่ธาตุมันก็ต่างกันแล้ว  คุณสมบัติก็ต่างกันเช่นกันด้วย  ไม่งั้นเขาคงเรียกชือเหมือนกันแล้ว ***

หลังจากหว่านปูนเสร็จก็สูบน้ำเข้าบ่อได้ทันที โดยผ่านการกรองด้วยผ้ากรอง เพื่อป้องกันแมลง ลูกปลาตัวเล็กๆเข้าไปในบ่อ  อันนี้สำคํญครับ  เพราะลูกกุ้งตัวเล็กมาก  มีศัตรูเยอะพอสมควร  



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 24, 2013, 07:35:37 PM โดย เดชอุดม » บันทึกการเข้า

อยากถามอะไร..แอดไลนมา..chafarm.
mphkku
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 196


« ตอบ #23 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2013, 07:23:18 PM »

สังเกตว่า ดินจะมีสองสี สีคล้ำๆกับน้ำตาลอ่อนๆ   ถ้าสีน้ำตาลอ่อนๆก็ถือว่าใช้ได้ครับ 

หว่านปูนลงบ่อได้ ประมาณ 200-500 กก.ต่อไร่

โดยผมจะใช้ปูนสองชนิดคือ
1. ปูนขาว  ตัวนี้จะให้แคลเซียมสูง  และลดกรดได้ดี   
2. ปูนโดโลไมค์  ตัวนี้จะมีแมกนีเซียม และแคลเซียม
- แมกนีเซียม  จะช่วยให้แพลงตอนพืชสังเคราะห์แสงได้ดีเจริญเติบโตเร็ว  ใช้ทำน้ำเขียวครับ
- แคลเซียม จะช่วยในการสร้างเปลือกกุ้ง  กุ้งเป็นสัตว์ที่ต้องการธาตุแคลเซียมพอสมควร   นอกจากที่ได้รับจากอาหารแล้วก็ได้รับจากปูนพวกนี้ด้วยครับ

**  ปูนขาว กับ ปูนโดโลไมค์ ไม่ใช่ปูนชนิดเดียวกันนะครับ อย่าเข้าใจผิด   องค์ประกอบแร่ธาตุมันก็ต่างกันแล้ว  คุณสมบัติก็ต่างกันเช่นกันด้วย  ไม่งั้นเขาคงเรียกชือเหมือนกันแล้ว ***

หลังจากหว่านปูนเสร็จก็สูบน้ำเข้าบ่อได้ทันที โดยผ่านการกรองด้วยผ้ากรอง เพื่อป้องกันแมลง ลูกปลาตัวเล็กๆเข้าไปในบ่อ  อันนี้สำคํญครับ  เพราะลูกกุ้งตัวเล็กมาก  มีศัตรูเยอะพอสมควร 


ครับ
บันทึกการเข้า
เดชอุดม
ราชมงคลสุรินทร์ 44 การประมง เกษตรกรรุ่นใหม่
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1707


อุบลราชธานี


« ตอบ #24 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2013, 07:39:19 PM »

สังเกตว่าการเตรียมบ่อลงลูกกุ้งจะพิถีพิถันมาก    โดยเฉพาะลูกกุ้งวัยอ่อน(ออกจากโรงเพาะ)   ถ้าเป็ฯลูกกุ้งที่อนุบาลแล้ว(กุ้งชำ) แค่ตากบ่อ ลงปูน สูบน้ำก็ลงได้  เตรียมน้ำจะกี่วันก็ไม่มีผลเพราะลูกกุ้งโตแล้วพวกแมลงทำอันตรายไม่ได้ 

ลูกแมลงปอที่มีในบ่อ ถ้าเป็นลูกกุ้งชำแล้ว พวกนี้จะกินลูกแมลงปอครับ   แต่ถ้าเป็นลูกกุ้งวัยอ่อน จะโดนลูกแมลงปอกิน

กำลังหาไฟล์ภาพลูกแมลงปอพวกนี้มาให้ดูครับ   ว่าตัวมันเป็นยังไง   คนที่ไม่ทราบจะได้รู้ว่า  นี่คือศัตรูลูกกุ้ง หมายเลข  1
บันทึกการเข้า

อยากถามอะไร..แอดไลนมา..chafarm.
เดชอุดม
ราชมงคลสุรินทร์ 44 การประมง เกษตรกรรุ่นใหม่
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1707


อุบลราชธานี


« ตอบ #25 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2013, 09:28:36 PM »

แจงต้นทุนเลี้ยงกุ้งก้ามกราม  หลายท่านอาจคิดว่าต้องลงทุนสูงแน่

ผมจะเอาต้นทุนชุดแรกเริ่มให้ดูก่อนว่า  รอดตาย 8 % ขาดทุนขนาดไหน  หรือกำไร
เป็นต้นทุนปี 47


1. ลูกกุ้งกรมประมง  70,000x0.15 = 10,500 บ.
2. ค่าน้ำมันเดินทาง อุบล ร้อยเอ็ด    = 500 บ.  น้ำมันสมัยปี 47-48
3. อาหารลูกกุ้ง  
   -  อาหารเกล็ดเบอร์เล็กสุด      2  x 380 = 760 บ.
   -  อาหารเกล็ดเบอร์ 2           2   x 380 = 760
   - อาหารกุ้งขุน  โปร 30 %     8   x 450  = 3,600
 4. อื่นๆ                                             = 2,000

                            รวม 10500+500+760+760+3600+2000 = 18,120  = 18,000 บาท

ขายได้   แยกดังนี้
กุ้งอนุบาล 70,000 > 5600>4500  ระยะเวลาเลี้ยง 4.5 เดือน

1. กุ้งใหญ่  1500 ตัวขนาด 20 ต.โล  = 75 กก.ๆละ 150 บ. = 11,250
2. กุ้งเล็ก   3000 ตัวขนาด 40 ต.โล  = 75 กก.ๆละ 130 บ. = 9,750

รวมรายรับ   11,250+9,750 = 21,000  บาท
กำไร          21,000-18,000 3,000  บาท  

สรุปคือขาดทุน   นี่คือรอดแค่ 8%  ครับ  

ปกติกุ้งอนุบาลถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดจะมีอัตรารอดที่  40 -70 %  ในราคาลูกกุ้งตัวละไม่เกิน 15 สต.  ก็ถือว่าต้นทุนลูกก้งอนุบาลต่อตัวไม่เกิน 0.7 บ. ถือว่าเป็นต้นทุนปกติ สามารถทำกำไรได้สบาย  ยกเว้นถ้าต้นทุนลูกกุ้งขึ้นไป  2 - 3 บาท ขึ้นไป  เช่นชุดนี้ 2.3 บาทต่อตัว  ถือว่าเสี่ยงต่อการขาดทุนได้  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 24, 2013, 09:31:10 PM โดย เดชอุดม » บันทึกการเข้า

อยากถามอะไร..แอดไลนมา..chafarm.
KT-TRAT
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20


« ตอบ #26 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2013, 09:53:40 AM »

 อายจังได้ความรู้มากๆครับพี่ ผมอยู่จังหวัดตราด สนใจอยากเลี้ยงกุ้งก้ามกรามเหมือนกันครับ แต่ไม่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงกุ้งทุกชนิด ถ้าเทียบกันระหว่างกุ้งขาวกับก้ามกรามแล้ว อันไหนเลี้ยงยากกว่ากัน และด้านการตลาดในอนาคตตัวไหนน่าจะรุ่งกว่าครับ ตอนนี้กำลังศึกษาวิธีการเลี้ยงอยู่ครับ เพื่อดูความเป็นไปได้ในการตัดสินใจเลี้ยง ขอความรู้เป็นวิทยาทานด้วยครับผม.... ขอบคุณครับ:(
บันทึกการเข้า
เดชอุดม
ราชมงคลสุรินทร์ 44 การประมง เกษตรกรรุ่นใหม่
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1707


อุบลราชธานี


« ตอบ #27 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2013, 11:05:06 AM »

ลูกกุ้งอายุ 60 - 70 วัน  เลี้ยงต่ออีก 2.5-3 เดือนจะได้ขนาด 25 ตัวโล(กุ้งใหญ่) 40-50 ตัวโล (กุ้งเล็ก) ขึ้นอยู่กับอัตราความหนาแน่น
ปรกติจะปล่อยไม่เกิน 16,000 ตัว/ไร่ หรือ 10 ตัว/ตร.ม.  บางชุดผมก็ลงไป 20,000 ตัว/ไร่ก็มีแล้วแต่ลูกกุ้งอนุบาลได้มากน้อย

ปล่อยมาก โตช้า เลี้ยงยาก แต่ผลผลิตรวมมากกว่า   
ปล่อยบาง โตเร็ว เลียงง่าย แต่ผลผลิตรวมน้อยกว่า





บ่อขนาด 1 ไร่ บ่อนี้จะใช้อนุบาลลูกกุ้ง คือต้องเลือกบ่อที่พื้นดีที่สุด ถึงจะได้อัตรารอดสูง



บ่อขนาด 1000 ตร.ม. ตอนทำบ่อใหม่ๆกะว่าจะเอาไว้อนุบาล แต่ไปๆมาๆ สถานการณ์มันเปลี่ยนได้แล้วแต่  หันมาขุนกุ้งใหญ่แทน
ปล่อยกุ้งใหญ่ เริ่มจากขนาด 50 ตัวโล เลี้ยงไป 4 เดือนจะได้ขนาด 10-12 ตัวโล

ปล่อยที่ 3 ตัว/ตร.ม.

ได้ผลผลิตดังนี้    3,000 ตัว
รอด 80 %         2,400 ตัว
ขนาด 12 ตัวโล   2400/12= 200 กก.
กก.ละ 350     เป็ฯเงิน   200x350= 70,000 บาท   

ต้นทุน กุ้งผู้ขนาด 50 ตัวโล 3000 ตัว / 50 =  60 กก. ๆละ 60 บาท (คิดตามต้นทุนกุ้งระยะขุน)  เป็นเงิน 3,600 บาท
อาหาร  16 กส.ๆละ 650 บาท    เป็นเงิน    10400 บาท
อื่นๆ                                                3000  บาท

รวมต้นทุนกุ้งขุนใหญ่  3600+10400+3000 = 17,000 บาท   
กำไร  70000- 17000 = 53000 บาท

หมายเหตุ   

ถ้าเอากุ้งตัวผู้ขนาด ใหญ่กว่า 50 ตัวโล มาขุน ที่อายุ 4 เดือน จะมีขนาด 8-10 ตัวโล
ราคากุ้งใหญ่  ขายได้ที่ 450-350 บาท แล้วแต่จะตั้งราคา  แต่ที่ขาย 350 บาท  ถือว่าถูกทีสุดในจังหวัดแล้ว เจ้าอื่นขาย 470 บาทไปแล้วครับ แถมไซด์เล็กกว่านี้อีกคือ 20-25 ตัวโลเอง

หมายความว่า   กำไรจะมากกว่านี้อีกแน่นอน 

บ่อ 1000 ตร.ม. เอาไว้ทำกุ้งใหญ่


คราบกุ้ง ขนาด 13 ตัวโล

กุ้งใหญ่ขนาด 13 ตัวโล  13 ตัว 350 บาท


บันทึกการเข้า

อยากถามอะไร..แอดไลนมา..chafarm.
เดชอุดม
ราชมงคลสุรินทร์ 44 การประมง เกษตรกรรุ่นใหม่
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1707


อุบลราชธานี


« ตอบ #28 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2013, 11:14:47 AM »

อายจังได้ความรู้มากๆครับพี่ ผมอยู่จังหวัดตราด สนใจอยากเลี้ยงกุ้งก้ามกรามเหมือนกันครับ แต่ไม่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงกุ้งทุกชนิด ถ้าเทียบกันระหว่างกุ้งขาวกับก้ามกรามแล้ว อันไหนเลี้ยงยากกว่ากัน และด้านการตลาดในอนาคตตัวไหนน่าจะรุ่งกว่าครับ ตอนนี้กำลังศึกษาวิธีการเลี้ยงอยู่ครับ เพื่อดูความเป็นไปได้ในการตัดสินใจเลี้ยง ขอความรู้เป็นวิทยาทานด้วยครับผม.... ขอบคุณครับ:(

ยากคนละแบบครับ ผมว่า

กุ้งขาวเป็นกุ้งที่พัฒนาสายพันธ์มาจาก สหรัฐ ที่ ฟลอริด้าและฮาวาย    ฟาร์มเอกชนบ้านเราก็นำเข้าพ่อแม่มาจากสองรัฐนี่แหละครับ มีบริษํทดังๆไม่กี่บริษํท  แต่ผ่านมา 10 ปี  สายพันธ์มันเริ่ม เลือดชิดมากเข้าไปเพราะ ฟาร์มบ้านเราเอาพ่อแม่จากบ่อเลี้ยงมาทำ  พอทำแบบไทยๆมันก็มีปัญหาทันที
- โรคมากขึ้น อ่อนแอ
- โตช้า เลือดชิด
- แคระแกร็นสูง

พอมาเลี้ยงบ้านเรา ก็พากันไปลงแน่น 200,000 ตัวต่อไร่  มันก็ทำให้กุ้งอ่อนแอมากขึ้น  แม้จะได้ผลผลิตมากก็ตาม สุดท้ายมันก็เข้าทางแบบกุ้งกุลาที่บ้านเราแทบจะไม่เลี้ยงกันแล้ว   ส่วนฟาร์มที่เขาเลี้ยงได้ไซด์ใหญ๋ๆ  ไม่ค่อยมีปัญหาโรค หรือ โตช้า   เขาจะปล่อยบาง แค่ 80,000-50,000 ตัว/ไร่

ถ้าปล่อยบางก็เลี้ยงง่ายครับ ผลผลิตเร็วกว่ากุ้งก้ามเยอะ  แถมราคาตอนนี้ก็ 200 ขึ้นไปแล้ว    

 ส่วนกุ้งก้าม การเลี้ยงค่อนข้างจุกจิกเยอะแยะ  ต้องอนุบาล แล้วย้าย  ต้องคัดตัวเมีย ต้องขุนตัวผู้ ต้องเลี้ยงหลายเดือนถึงจะทำไซด์ใหย๋ๆได้  ที่เห็น 13 ตัวโลที่ผมทำ ผมเลี้ยง7 เดือน ถึงจะได้ไซด์นี้ครับ  

แต่ราคากุ้งก้ามไม่มีตก  มีแต่ขึ้นทุกปี  จากปี 47 ราคาหน้าฟาร์มเขาขายกันที่ 130  ตอนนี้ปี 56 ราคาหน้าฟาร์ม 250 บาทแล้วครับ

อันไหนเลี้ยงยาก  ถ้าในแง่เรืองโรค ก็ตอ้งบอกว่ากุ้งขาวยากกว่าครับ กุ้งก้ามไม่มีโรคใดๆ ยกเว้นเหงือกดำ ซูเกาะ  พวกนี้ก็เกิดจากสภาพแวดล้อมทั้งนัน เปลี่ยนน้ำก็หายแล้ว

ถ้าในเรืองผลผลิตตอบแทนเร็ว ก็ต้องกุ้งขาวครับ 2.5 เดือนก็ขายได้แล้ว 70-80 ตัวโล     ถ้าเป็นกุ้งก้าม 2.5 เดืนอยังอยุ่ที่ 160-180 ตัวโลอยุ๋เลย  
แต่กุ้งก้ามเป็นพวกม้าตีนปลาย  ออกตัวช้าครับ มันจะโตเรือยๆ ถ้าเทียบอายุ  6-7 เดือน กับกุ้งขาว กุ้งกุลา  แพ้กุ้งก้ามแบบเทียบไม่ติดครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 19, 2014, 12:23:36 AM โดย เดชอุดม » บันทึกการเข้า

อยากถามอะไร..แอดไลนมา..chafarm.
ไก่สาวพร้อมไข่
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1333


« ตอบ #29 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2013, 11:51:39 AM »

ได้ความรู้เพิ่มขึ้นเยอะเลยที่เดียว สิ่งที่ไม่เคยใสใจก็ได้รู้ เพราะว่าสิ่งที่ผมหรือที่บ้านทำมาก็ทำแบบบ้านๆ้ลี้ยงแบบบ้านๆและปากต่อปากว่าทำแบบนี้เลี้ยงแล้วกุ้งติดเยอะเลี้ยงทำแบบนี้แล้วกุ้งติดน้อย สิ่งทีผมได้ติดตามมาได้ประโยชน์มากเลย เอาแค่โรยปูน ที่บ้านผมโรยแค่ปูนขาว ส่วนปูนอีกตัวไม่ได้โรย. การตากบ่อก็เอาแค่พอแห้งไม่ถึงกับแห้งมาก. และเรื่องน้ำเหมือนกัน น้ำก็ต้องดีแต่ที่บ่านผมเป็นน้ำปลายทางแล้ว มีอะไีต่อมีอะไรลงมาจากบ้านเรือนบ้างและโรงงานอุตสาหกรรมบ้างทำให้น้ำเสียได้ และวันดีคืนดีร้ำกร่อยเข้ามาตามครองอีก มีนก็เลยเลี้ยงยากทำอะไรก็ต้องรีบไปหมด ผมต้ิงขอขอบคุณข้อมูที่ลงมา มห้เพื่อน สมสชิกได้รับทราบด้วยครับ ผมหวังว่าจะมีข้อมูลดีๆๆมาอีกน่ะครับ
ปล. เรื่องขายกุ้งหน้าฟารมก็น่าคิดครับ เรื่องจิงๆ
บันทึกการเข้า
trak00l
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 207


« ตอบ #30 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2013, 12:48:59 PM »

อยากเลี้ยงแต่ไม่มีบ่อดิน
กุ้งถ้าเลี้ยงในบ่อที่ปูพลาสติกดำมันจะรอดไมครับ


Liked By: thanakorn@2554
บันทึกการเข้า
เดชอุดม
ราชมงคลสุรินทร์ 44 การประมง เกษตรกรรุ่นใหม่
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1707


อุบลราชธานี


« ตอบ #31 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2013, 10:06:19 PM »

ได้ความรู้เพิ่มขึ้นเยอะเลยที่เดียว สิ่งที่ไม่เคยใสใจก็ได้รู้ เพราะว่าสิ่งที่ผมหรือที่บ้านทำมาก็ทำแบบบ้านๆ้ลี้ยงแบบบ้านๆและปากต่อปากว่าทำแบบนี้เลี้ยงแล้วกุ้งติดเยอะเลี้ยงทำแบบนี้แล้วกุ้งติดน้อย สิ่งทีผมได้ติดตามมาได้ประโยชน์มากเลย เอาแค่โรยปูน ที่บ้านผมโรยแค่ปูนขาว ส่วนปูนอีกตัวไม่ได้โรย. การตากบ่อก็เอาแค่พอแห้งไม่ถึงกับแห้งมาก. และเรื่องน้ำเหมือนกัน น้ำก็ต้องดีแต่ที่บ่านผมเป็นน้ำปลายทางแล้ว มีอะไีต่อมีอะไรลงมาจากบ้านเรือนบ้างและโรงงานอุตสาหกรรมบ้างทำให้น้ำเสียได้ และวันดีคืนดีร้ำกร่อยเข้ามาตามครองอีก มีนก็เลยเลี้ยงยากทำอะไรก็ต้องรีบไปหมด ผมต้ิงขอขอบคุณข้อมูที่ลงมา มห้เพื่อน สมสชิกได้รับทราบด้วยครับ ผมหวังว่าจะมีข้อมูลดีๆๆมาอีกน่ะครับ
ปล. เรื่องขายกุ้งหน้าฟารมก็น่าคิดครับ เรื่องจิงๆ

น้ำถือว่าเป็ฯหัวใจสำคํญครับ ถ้าใช้น้ำสาธารณะแถมปลายทาง แถมเขตชุมชนเมือง อุตสาหกรรม  นี่โชคร้ายมากครับ เสี่ยงต่อผลผลิตมากๆ   

ผมดีแต่ว่าเป็นห้วยธรรมชาติ หน้าฝนน้ำก็เต็ม ๆซะจน ไม่ได้ใช้มัน  พอหมดฝนอยากใช้ก็ไม่ได้ใช้ 

เลยแก้ปัญหาโดยการ ขุดบ่อพักน้ำมา 1 บ่อครับ 

การขายหน้าฟาร์ม ถือว่า เป็นการขายจากฟาร์มสุ่ผู้บริโภตโตยตรง  ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย 

เกษรตรกรก็ไม่ต้องโดนกดราคา  ผู้ซื้อก็ไม่ต้องซ์้อของราคาเกินจริง   วินทั้งสองฝ่าย

อยากเลี้ยงแต่ไม่มีบ่อดิน
กุ้งถ้าเลี้ยงในบ่อที่ปูพลาสติกดำมันจะรอดไมครับ

รอดครับ  แต่มันจะลงทุนสูงไปหน่อย   เพราะ 1 ตร.ม. เลีี้ยงได้ไม่เกิน 10 ตัว แต่ต้องมีระบบออกซิเจนด้วครับ 

ถ้าแบบสบายๆก็  2-3 ตัวต่อ ตร.ม. ที่ระดับน้ำ 0.8-1.2 เมตร

แต่บ่อต้องอยู่กลางแจ้งนะครับ   หาดินมาปูพื้นด้วย     พลาสดิกก็ต้องหนาแบบที่เขาใช้ในฟาร์มกุ้ง  ส่วนแบบทั่วๆไปที่นำมาเลี้ยงปลาดุก   มันอาจรั่วได้ เพราะกุ้งมันมีก้ามและกรีที่คม  แทงขาดรั่วได้ครับ
บันทึกการเข้า

อยากถามอะไร..แอดไลนมา..chafarm.
หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 ... 30   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: