ข่าว
หน้า: 1 [2]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: รายละเอียดโครงการ + การผลิตปุ๋ยหมักแบบกองแถวยาวไม่พลิกกลับกอง แม่โจ้  (อ่าน 9875 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Teerapong Maejo
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 41


« ตอบ #16 เมื่อ: พฤศจิกายน 26, 2013, 05:58:46 PM »

ข้อห้ามในการทำปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกอง

1. ห้ามขี้เกียจดูแลน้ำกองปุ๋ย เพราะถ้ากองปุ๋ยแห้งลง จุลินทรีย์จะมีชีวิตทำงานไม่ได้ การย่อยสลายจะยุติ

2. อย่านึกว่าการรดน้ำกองปุ๋ยจากภายนอกจะทำให้น้ำซึมลงไปข้างในได้ทั่วถึง ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะน้ำจะไม่มีวันซึมลงไปลึกถึงข้างล่างได้ครับ เนื่องจากคุณสมบัติที่เรียกว่า Field Capacity ของอินทรีย์วัตถุ

3. ห้ามทำกองปุ๋ยหมักในหลุม หรือทำในคอกซีเมนต์บล็อค เพราะจะทำให้อากาศเข้าทางด้านข้างไม่ได้ และจะเกิดการเน่าเหม็นที่บริเวณใต้กองปุ๋ยเพราะมีน้ำขัง

4. ห้ามระบายความร้อนในกองปุ๋ย เพราะความร้อนช่วยให้จุลินทรีย์ทำงานได้ดีขึ้น และช่วยให้มีการไหลเวียนของอากาศเข้ากองปุ๋ยที่ทำให้เราลดแรงงานในการพลิกกองปุ๋ยได้

5. ห้ามทำกองปุ๋ยใต้ต้นไม้ เพราะความร้อนและน้ำที่ละลายแร่ธาตุออกมาจะทำให้ต้นไม้ตายได้ ควรทำนอกทรงพุ่ม

6. ห้ามทำเป็นกองรูปสี่เหลี่ยม เพราะจะเกิดการลัดวงจรของอากาศที่ไหลเข้ากองปุ๋ย อากาศจะเข้าไปถึงตรงกลางกองปุ๋ยไม่ได้ ทำให้การย่อยสลายช้าลง

7. ห้ามขึ้นเหยียบกองปุ๋ย เพราะจะทำให้กองปุ๋ยแน่นจนอากาศเข้ากองปุ๋ยไม่ได้

8. ห้ามวางเศษพืชหนาเกินไป วิธีนี้กำหนดให้เศษพืชหนาได้ไม่เกิน 10 ซม. เพราะถ้าหนาเกินไปจุลินทรีย์จะเดินทางเข้าไปย่อยสลายไม่ได้

9. ห้ามเอาผ้าคลุม หรือเอาดินปกคลุมข้างบน เพราะจะไปขัดขวางการไหลเวียนของอากาศ

10. ห้ามแคร์สายตาของเพื่อนบ้าน เพราะเขาพวกนั้นเป็นพวก "ดวงตายังไม่เห็นธรรม" เขาพวกนั้นยังรังเกียจการลงมือทำการเพาะปลูกอย่างปราณีต ที่เป็นเหตุเป็นผล แต่รักที่จะเสียเงินมาก ๆ ซื้อปุ๋ยนาโน ปุ๋ยมหัศจรรย์ ปุ๋ยสารพัดกรด ฯลฯ และ ... เผาฟาง ... ปกติแล้วพอเราทำปุ๋ยหมักใส่กระสอบเสร็จ เขาพวกนั้นก็จะเป็นกลุ่มแรกที่มาขอแบ่งซื้อ

11. จะใส่สารเร่งจุลินทรีย์ หรือ พด.1 เพิ่มในกองปุ๋ยก็ได้ แต่การย่อยสลายจะไม่เสร็จเร็วขึ้น เพราะจุลินทรีย์จะรักษาระดับปริมาณของมันในกองปุ๋ย

12. น้ำหมักชีวภาพหาได้เป็นพระเอกในทุกเรื่องไม่ สำหรับกองปุ๋ยแบบใหม่นี้เป็นการย่อยสลายแบบใช้ออกซิเจนที่ไม่เคยส่งกลิ่น แต่ถ้าเอาน้ำหมักชีวภาพมาใส่ จุลินทรีย์ในน้ำหมักเป็นแบบไม่ใช้ออกซิเจนเมื่อเอามาใส่ในกองปุ๋ยที่มีออกซิเจนจุลินทรีย์ในน้ำหมักก็จะช่วยอะไรไม่ได้ แถมยังทำให้กองปุ๋ยมีกลิ่นอีกต่างหาก .. ถ้าจะใส่อยากแนะนำให้ใส่ผสมกับปุ๋ยหมักตอนก่อนจะบรรจุใส่กระสอบครับ ก่อนนำไปใช้
บันทึกการเข้า

Teerapong Maejo
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 41


« ตอบ #17 เมื่อ: พฤศจิกายน 26, 2013, 06:02:15 PM »

คำถามที่พบบ่อย ในการทำปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกอง "วิศวกรรมแม่โจ้ 1"

คำถาม .... ถ้าไม่สามารถทำกองปุ๋ยวิธีวิศวกรรมแม่โจ้ 1 เสร็จในวันเดียว จะทำค้างไว้ก่อน แล้วค่อยมาทำต่อจนเสร็จในอีก 2 - 3 วัน ได้หรือไม่
คำตอบ .... ทำได้ครับ เมื่อพร้อมเรื่องเวลาหรือวัสดุแล้วก็ค่อยมาทำต่อให้เป็นกองรูปสามเหลี่ยมสูง 1.5 เมตรก็ได้ แล้วค่อยนับเป็นวันที่ 1 เมื่อได้กองปุ๋ยเป็นรูปสามเหลี่ยมแล้ว แต่จำนวนชั้นอาจเพิ่มเป็น 20 - 25 ชั้นก็ได้เพราะกองปุ๋ยจะยุบตัวลงทุกวัน

คำถาม .... จะทำกองปุ๋ยเป็นรูปสี่เหลี่ยมได้หรือไม่
คำตอบ .... ไม่ได้ เพราะการทำเป็นรูปสี่เหลี่ยมนั้น เมื่ออากาศร้อนในกองปุ๋ยลอยออกจากกองปุ๋ยขึ้นไป อากาศเย็นจะไหลเข้าไปแทนที่ตามหลักการของการพาความร้อน แต่อากาศเย็นอาจจะไม่ไหลเข้าไปข้างในกองปุ๋ย เพราะมีโอกาสที่จะเกิดการลัดวงจรได้ โดยอากาศเย็นจะไหลไปแทนที่อากาศร้อนเฉพาะบริเวณด้านข้างของกองปุ๋ย ส่งผลให้ไม่มีอากาศสำหรับจุลินทรีย์บริเวณกลางกองปุ๋ยใช้ในการย่อยสลาย เมื่อไม่มีอากาศการย่อยสลายจะเปลี่ยนไปเป็นแบบไม่ใช้อากาศที่ส่งกลิ่นเหม็น วัสดุจะมีความเป็นกรด มีน้ำเสียออกมา และกระบวนการใช้เวลานานกว่า ... การทำกองเป็นรูปสามเหลี่ยมจะบังคับให้ทุกส่วนของกองปุ๋ยได้รับอากาศที่ไหลเวียนเข้าไป กระบวนการย่อยสลายจึงเป็นแบบใช้อากาศที่ไม่มีกลิ่น วัสดุมีความเป็นกรดด่างที่เป็นกลาง และใช้เวลาย่อยสลายสั้นกว่า

คำถาม .... จะใช้ไม้ไผ่หรือท่อพีวีซีเจาะรูหลายท่อนเสียบเข้าไปในกองปุ๋ยทิ้งไว้ เพื่อให้อากาศไหลเข้าไปได้หรือไม่
คำตอบ .... ไม่ได้ เพราะการเสียบท่อแบบนั้นจะทำให้อากาศร้อนในกองปุ๋ยหนีหายไป ทำให้กองปุ๋ยเย็นลง กลายเป็นสภาวะที่ไม่เหมาะสมต่อการย่อยสลายของจุลินทรีย์ (จุลินทรีย์จากมูลสัตว์ชอบความร้อนจัด) และทำให้ไม่เกิดการพาความร้อนอีกด้วย ส่งผลให้ไม่มีการไหลเวียนของอากาศในกองปุ๋ย การย่อยสลายจะเกิดได้ไม่สมบูรณ์

คำถาม .... มีคอกหรือซองโรงปุ๋ยเดิมที่เป็นผนังซีเมนต์บล็อกอยู่แล้ว จะทำกองปุ๋ยแบบวิศวกรรมแม่โจ้ 1 ให้เต็มภายในคอกซีเมนต์บล็อกได้หรือไม่
คำตอบ .... ไม่ได้ เพราะหากทำกองปุ๋ยเต็มคอกซีเมนต์บล็อก ผนังซีเมนต์บล็อกจะขัดขวางไม่ให้มีการไหลเข้าไปในกองปุ๋ยของอากาศทางด้านข้าง วิธีแก้ไขจึงควรทำกองปุ๋ยรูปสามเหลี่ยมในคอกซีเมนต์บล็อกจะถูกต้องกว่า

คำถาม .... ทำไมการทำปุ๋ยอินทรีย์วิธีนี้ไม่ต้องเติมกากน้ำตาล ปุ๋ยยูเรีย รำข้าว แกลบ สารเร่งจุลินทรีย์ อีเอ็ม หรือน้ำหมักชีวภาพ
คำตอบ .... สาเหตุที่การทำปุ๋ยอินทรีย์วิธีอื่นต้องเติมกากน้ำตาลหรือปุ๋ยยูเรีย ก็เพื่อให้มีไนโตรเจนสำหรับให้จุลินทรีย์ใช้ในการสร้างเซลล์และเจริญเติบโต การทำปุ๋ยอินทรีย์วิธีวิศวกรรมแม่โจ้ 1 ใช้ไนโตรเจนที่มีในมูลสัตว์อยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องเติมกากน้ำตาลหรือปุ๋ยยูเรียอีก .... ส่วนการทำปุ๋ยอินทรีย์บางวิธีต้องเติมรำข้าวหรือแกลบก็เพื่อให้มีคาร์บอนสำหรับให้จุลินทรีย์ใช้ในการสร้างเซลล์และเจริญเติบโต แต่ในเศษพืชก็มีคาร์บอนอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องใช้รำข้าวหรือแกลบแต่อย่างใด .... นอกจากนั้น ในมูลสัตว์ก็อุดมไปด้วยจุลินทรีย์หลากหลายชนิดอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องเติมสารเร่งจุลินทรีย์หรืออีเอ็ม .... ส่วนการเติมน้ำหมักชีวภาพก็ไม่มีความจำเป็นเพราะการเติมน้ำหมักชีวภาพมีแต่จะทำให้กองปุ๋ยมีกลิ่นเหม็นและไม่มีประโยชน์ต่อกระบวนการย่อยสลาย เพราะจุลินทรีย์ในน้ำหมักชีวภาพเป็นกลุ่มไม่ใช้ออกซิเจน แต่ในกองปุ๋ยเป็นกลุ่มใช้ออกซิเจน

คำถาม .... ในชุมชนไม่มีเศษพืชหรือมูลสัตว์จะทำอย่างไรดี
คำตอบ .... การผลิตปุ๋ยอินทรีย์วิธีวิศวกรรมแม่โจ้ 1 ช่วยให้สามารถผลิตปุ๋ยอินทรีย์ได้ปริมาณครั้งละมาก ๆ เป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงบำรุงดินหรือการจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการเพื่อให้ได้วัตถุดิบจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น ควรขนเศษพืชจากชุมชนอื่นที่อาจมีค่าขนส่งบ้าง หรือสั่งซื้อมูลสัตว์จากชุมชนอื่นหรือจังหวัดอื่น หรือรับแลกเศษใบไม้หรือฟางกับไข่ หรือปุ๋ยอินทรีย์ เป็นต้น

คำถาม .... ถ้าไม่มีเวลารดน้ำประจำวันหรือแทงกองปุ๋ยทุก 10 วัน จะใช้วิธีติดสปริงเกลอร์และใช้ท่อน้ำเจาะรูติดตั้งไว้ตรงกลางกองปุ๋ยแล้วเปิดวาวล์เป็นครั้งคราวได้หรือไม่
คำตอบ .... การติดตั้งสปริงเกลอร์เพื่อลดปัญหาการรดน้ำกองปุ๋ยประจำวันสามารถทำได้ แต่ต้องระวังอย่ารดนานเพราะจะทำให้มีน้ำนองในบริเวณและมีน้ำมูลสัตว์ที่เป็นไนโตรเจนไหลออกมา แต่อย่างไรก็ตาม น้ำมูลสัตว์นี้ยังสามารถนำไปเป็นประโยชน์ใช้รดต้นไม้ได้เพราะมีคุณค่าเหมือนกับน้ำยูเรียที่ไม่มีความเป็นกรด ส่วนการใช้ท่อน้ำเจาะรูติดตั้งกลางกองปุ๋ยทำไม่ได้เพราะน้ำไม่สามารถฉีดผ่านรูไปยังทุกส่วนของกองปุ๋ยได้เพราะปุ๋ยอินทรีย์มีคุณสมบัติชอบอุ้มน้ำ การใช้เหล็กแหลมแทงกองปุ๋ยแล้วเติมน้ำน่าจะเป็นวิธีที่ง่ายและประหยัดที่สุด

คำถาม .... ปุ๋ยอินทรีย์ที่ทำด้วยวิธีนี้ให้คุณภาพแตกต่างจากการทำด้วยวิธีอื่นอย่างไร
คำตอบ .... ปุ๋ยอินทรีย์ที่ทำด้วยวิธีนี้มีคุณภาพไม่แตกต่างจากวิธีอื่นและผ่านเกณฑ์มาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ของประเทศเหมือนกัน แต่แตกต่างกันตรงที่วิธีการทำ กล่าวคือ วิธีนี้จูงใจให้เกษตรกรหันมาทำปุ๋ยอินทรีย์ได้มากกว่า จากการที่ไม่ต้องพลิกกลับกอง มีความง่าย ไม่ต้องเติมสารพิเศษอื่น ใช้ระยะเวลาในกระบวนการสั้น สามารถทำในนาหรือในสวนผลไม้ก็ได้ และได้ปุ๋ยอินทรีย์ปริมาณครั้งละมาก ๆ

คำถาม .... จะเอาขี้เลื่อยจากการเพาะเห็ดหรือแกลบมาทำปุ๋ยหมักวิธีนี้ได้หรือไม่
คำตอบ .... ไม่ได้ เพราะขี้เลื่อยกับแกลบมีขนาดเล็กเกินไปจนอากาศไม่สามารถไหลเวียนเข้ากองปุ๋ยได้ และขี้เลื่อยกับแกลบก็ยังประกอบไปด้วยลิกนินที่จุลินทรีย์ไม่สามารถย่อยสลายให้เสร็จในเวลา 2 เดือนได้ แต่อย่างไรก็ตาม การนำขี้เลื่อยหรือแกลบเข้าในกระบวนการ เช่น ฟาง 4 ส่วน ขี้เลื่อยหรือแกลบ 1 ส่วน ขี้วัว 1 ส่วน ก็เป็นการใช้ประโยชน์จากขี้เลื่อยหรือแกลบได้ทางหนึ่ง เพราะถึงแม้ขี้เลื่อยหรือแกลบไม่ย่อยสลายดี แต่ดินเพาะปลูกจะมีความร่วนซุยมากขึ้น

คำถาม .... ถ้าไม่ได้รดน้ำเป็นเวลา 10 วัน กองปุ๋ยนั้นจะเสียหายอย่างไรบ้าง
คำตอบ .... เมื่อสามารถกลับมารดน้ำได้ และดูแลความชื้นทั้งการรดประจำวันและการเจาะเติมน้ำทุก 10 วันได้เหมือนเดิม จุลินทรีย์ก็จะสามารถฟื้นตัวและกลับมาทำงานย่อยสลายได้ใหม่ แต่ระยะเวลาการแล้วเสร็จอาจเลื่อนออกไปบ้าง

คำถาม .... ปริมาณการใช้ปุ๋ยหมักในการเพาะปลูกเป็นอย่างไร
คำตอบ .... กรมวิชาการเกษตรแนะนำให้ใช้ปุ๋ยหมักไร่ละ 300 - 3,000 กก. ขึ้นอยู่กับสภาพดิน .... ที่อยากแนะนำช่วงเวลาที่ใช้ในนาก็คือตอนไถพรวนปรับดิน สำหรับแปลงผักก็คือตอนขึ้นแปลงยกร่อง สำหรับพริกหรือมะเขืออาจใส่ 1 กำมือที่ก้นหลุม ... สำหรับการปลูกต้นไม้ใหม่ ควรขุดหลุมให้กว้างอย่างน้อย 50 x 50 x 50 ซม. รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยหมักหนาสัก 2 นิ้ว ดินกลบผสมปุ๋ยหมัก 7 ต่อ 1

คำถาม .... ปุ๋ยหมักจะมีแร่ธาตุสู้ปุ๋ยเคมีได้หรือไม่
คำตอบ .... ในด้าน N P K ปุ๋ยหมักสู้ปุ๋ยเคมีไม่ได้ก็จริง .... แต่ในด้านอินทรีย์วัตถุ โบรอน โมลิบดินัม เหล็ก ทองแดง แมงกานีส สังกะสี คลอรีน แคลเซียม แมกนีเซียม ซัลเฟอร์ ที่มีในปุ๋ยหมักแล้ว ปุ๋ยเคมีสู้ไม่ได้ครับเพราะไม่มีเลย ... ประการหลังเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมเกษตรกรปลูกพืชหรือข้าวอินทรีย์จึงได้ผลดีแม้ไม่ต้องง้อปุ๋ยเคมีเลย ... สำหรับพืชเชิงเดี่ยวที่ต้องการปุ๋ยเคมีอยู่ การใช้ปุ๋ยหมักร่วมด้วยจะช่วยให้ประหยัดปุ๋ยเคมีไปได้มาก เป็นการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างมีประสิทธิภาพ

การใช้ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยหมัก (Compost) ในการเกษตรกรรมอยู่เสมอจะเป็นการเพิ่มอินทรีย์วัตถุในดิน ช่วยให้ผืนดินกลับคืนมีชีวิต มีระบบนิเวศในดินที่เหมาะสม จุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในดินจะมีสารอาหารทำให้เพิ่มจำนวนมากขึ้น รากพืชจะได้รับธาตุอาหารจากจุลินทรีย์ดินที่อาศัยแบบพึ่งพากัน จุลินทรีย์ดินเมื่อเพิ่มมากขึ้นก็จะไปแย่งอาหารจากเชื้อโรค เป็นการแก้ปัญหาโรคทางดินแบบชีววิถี .... ในปุ๋ยหมักมีธาตุอาหารต่าง ๆ ซึ่งเดิมมีอยู่ในซากพืชอยู่แล้ว เป็นการหมุนเวียนกลับคืนธาตุอาหารลงดินเพื่อเป็นประโยชน์ต่อพืช .... ปุ๋ยอินทรีย์ยังช่วยลดความเป็นกรดของดินจากการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างยาวนาน ทำให้เชื้อราหรือโรครากเน่าในดินลดลง และดินที่กลับเป็นกลางจะปลดปล่อยปุ๋ยเคมีที่เคยถูกตรึงเอาไว้ในดิน คายกลับออกมาให้พืชได้ใช้ .... อินทรีย์วัตถุในดินมีคุณสมบัติชอบดูดซับแร่ธาตุและความชื้น การใช้ปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์จึงมีประสิทธิภาพ เกษตรกรจึงสามารถลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้มากครับ

คำถาม ....   ควรเจาะรูกองปุ๋ยเพื่อระบายความร้อนหรือไม่
คำตอบ .... ไม่ควร เพราะอุณหภูมิที่สูงในกองปุ๋ยจะช่วยให้จุลินทรีย์กลุ่มเทอร์โมฟิลิก (Thermophiles) ที่ชอบความร้อนสูงจะย่อยสลายเศษพืชได้เร็ว ในขณะที่จุลินทรีย์กลุ่มอื่นที่ไม่ชอบความร้อนสูงจะสร้างสปอร์ และรอจนกว่าอุณหภูมิมีความเหมาะสม แล้วจึงออกมาสับเปลี่ยนกันย่อยสลายเศษพืชต่อไป ... นอกจากนี้ เมื่อความร้อนลอยตัวสูงขึ้น อากาศภายนอกที่เย็นกว่าก็จะไหลเข้ากองปุ๋ยทางด้านข้าง เท่ากับเป็นการเติมอากาศให้แก่กองปุ๋ยตามธรรมชาติอยู่เสมอ จุลินทรีย์ก็จะสามารถขยายเซลล์และเพิ่มจำนวนได้มาก ทำให้การย่อยสลายเศษพืชให้กลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์เสร็จได้เร็วโดยไม่ต้องพลิกกลับกองปุ๋ย

คำถาม ....   ควรใช้ผ้ายางคลุมกองปุ๋ยเพื่อให้เก็บความร้อนหรือไม่
คำตอบ ....   ไม่ควร เพราะผ้ายางจะขัดขวางการระบายอากาศระหว่างกองปุ๋ยกับอากาศภายนอก ทำให้จุลินทรีย์ขาดออกซิเจนในกระบวนการย่อยสลาย การเป็นปุ๋ยหมักจะช้าลงและทำให้ปุ๋ยหมักมีความเป็นกรดและมีกลิ่นเหม็นจากการเปลี่ยนเป็นกระบวนการย่อยสลายแบบไม่ใช้อากาศ

คำถาม ....   ควรขึ้นเหยียบกองปุ๋ยให้แน่นหรือไม่
คำตอบ ....   ไม่ควร เพราะกองปุ๋ยที่แน่นเกินไปจะมีการระบายอากาศที่ไม่ดี มีผลให้จุลินทรีย์ชนิดใช้ออกซิเจนหยุดการทำงาน และจุลินทรีย์ชนิดไม่ใช้ออกซิเจนจะพัฒนาขึ้นมาทำงานแทน ซึ่งจะมีการย่อยสลายที่ช้าและเป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นเหม็น

คำถาม ....   ใช้วิธีฉีดฝอยน้ำที่ด้านบนของกองปุ๋ยอย่างเดียวด้วยสปริงเกลอร์เพื่อรักษาความชื้น จะเพียงพอหรือไม่
คำตอบ ....   ไม่เพียงพอ เพราะเนื้อปุ๋ยมีธรรมชาติที่จะอุ้มน้ำและจะไม่ยอมปล่อยให้น้ำซึมลงด้านล่าง การฉีดฝอยที่ด้านบนอย่างเดียวอาจจะทำให้บริเวณกลางกองปุ๋ยยังคงแห้งอยู่ การย่อยสลายของจุลินทรีย์จะยุติลง .... ดังนั้น วิธีการรักษาความชื้นที่ถูกต้องนอกจากจะฉีดฝอยน้ำที่ด้านบนของกองปุ๋ยทุกเช้าแล้ว ควรใช้เหล็กเจาะกองปุ๋ยเป็นรู แล้วกรอกน้ำลงไปในปริมาณที่พอดีทุก 10 วัน (ถึงแม้จะอยู่ในช่วงของฤดูฝนก็ตาม) และเมื่อเติมน้ำเสร็จก็ปิดรูเติมน้ำเสีย เพื่อไม่ให้กองปุ๋ยสูญเสียความร้อน

คำถาม ....   จะเก็บรักษาเศษพืชไว้ใต้ถุนบ้าน หรือใกล้กับยุ้งข้าว ได้หรือไม่
คำตอบ .... ไม่ควร เพราะอาจจะเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้ได้ .... แต่สำหรับกองปุ๋ยจะไม่ติดไฟ เพราะมีความชื้นในกองปุ๋ย

คำถาม .... จะวางเศษพืชเป็นชั้นหนาสัก 50 เซนติเมตรได้หรือไม่
คำตอบ .... ไม่ได้ เพราะการวางเศษพืชเป็นชั้นหนาเกินไปจะทำให้จุลินทรีย์ที่มีในมูลสัตว์ไม่สามารถเข้าไปย่อยสลายเศษพืชได้สมบูรณ์ .... ดังนั้น การทำปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกองจึงกำหนดให้เศษพืชมีความหนาเพียง 10 ซม.เท่านั้น

คำถาม .... ทำกองปุ๋ยใต้ต้นไม้ได้หรือไม่
คำตอบ .... ไม่ได้ เพราะความร้อนของกองปุ๋ยรวมทั้งธาตุอาหารที่อาจไหลซึมลงมาอาจทำให้ต้นไม้ตายได้ จึงควรทำกองปุ๋ยบริเวณนอกทรงพุ่มของต้นไม้

คำถาม .... ทำกองปุ๋ยใต้อาคารได้หรือไม่ หรือทำบนพื้นคอนกรีตได้หรือไม่
คำตอบ .... ทำได้ ถ้ามีอาคารอยู่แล้ว แต่ปกติทำกองปุ๋ยบนดิน ในนา ในสวน ตากแดดตากฝนก็ได้เหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องมีโรงปุ๋ยราคาแพง

คำถาม .... ใช้จุลินทรีย์จากจาวปลวกหรือขุยไผ่ได้หรือไม่
คำตอบ .... ได้ แต่ต้องพิจารณาด้วยว่าจะเอาอะไรมาเป็นแหล่งของไนโตรเจน ... และ ... ถ้าจะทำกองปุ๋ยยาว 20 เมตร เพื่อให้ได้ปุ๋ยหมักรวม 5 ตัน สำหรับใส่นาสัก 15 ไร่ เราจะไปหาจุลินทรีย์จาวปลวกหรือขุยไผ่ปริมาณมากอย่างนั้นได้อย่างไร .... อย่างไรก็ตาม สูตรการทำปุ๋ยหมักของกรมพัฒนาที่ดินที่แจกสารเร่งจุลินทรีย์ พด.1 ก็ยังต้องใช้ขี้วัวเลยครับ
บันทึกการเข้า
Teerapong Maejo
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 41


« ตอบ #18 เมื่อ: พฤศจิกายน 26, 2013, 06:05:01 PM »

- เศษพืชทุกชนิดสามารถนำมาใช้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์วิธีนี้ได้ เช่น ฟางข้าว ซังและเปลือกข้าวโพด ผักตบชวา เศษผักจากตลาด และเศษใบไม้ (ทั้งสดและแห้ง) เป็นต้น ส่วนมูลสัตว์สามารถนำมาใช้ได้ทั้งมูลโค มูลไก่ และมูลสุกร (ทั้งแห้งและเปียก) โดยพบว่า ฟางข้าว ผักตบชวา และเศษข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นเศษพืชที่ย่อยสลายได้ง่ายที่สุด ส่วนเมล็ดลำไยหรือลิ้นจี่ก็สามารถนำมาผลิตปุ๋ยอินทรีย์ได้แต่ต้องนำไปตีบดในเครื่องย่อยเศษพืชเสียก่อน

- การผลิตปุ๋ยอินทรีย์วิธีนี้จะช่วยลดการเผาฟางข้าวในนาได้ โดยการไถกลบตอซังแล้วนำฟางข้าวกับมูลสัตว์ขึ้นกองปุ๋ยวิธีใหม่นี้ในทุ่งนาใกล้แหล่งน้ำ เมื่อปุ๋ยอินทรีย์แห้งหรือถึงฤดูการเพาะปลูกก็นำไปโปรยในอัตราส่วน 500 – 1,000 กก.ต่อไร่ แล้วไถกลบไปพร้อมกับการเตรียมดินได้เลย ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาและแรงงานในการขนวัสดุได้มาก

- การผลิตปุ๋ยหมักวิธีนี้ 1 ตัน จะมีความยาวของกอง 4 เมตร ใช้ฟางประมาณ 1 ตัน มูลสัตว์ประมาณ 360 กก. หรือ 30 กระสอบ คิดเป็นต้นทุนค่ามูลสัตว์ประมาณ 750 บาทต่อตัน ในขณะที่ราคาขายปุ๋ยหมักคือตันละ 5,000 - 7,000 บาท
บันทึกการเข้า
Teerapong Maejo
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 41


« ตอบ #19 เมื่อ: พฤศจิกายน 26, 2013, 06:32:13 PM »

ฐานเรียนรู้การผลิตปุ๋ยอินทรีย์แบบไม่พลิกกลับกองมหาวิทยาลัยแม่โจ้

- มหาวิทยาลัยแม่โจ้มีฐานเรียนรู้การผลิตปุ๋ยอินทรีย์แบบไม่พลิกกลับกอง ผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากเศษใบไม้ที่รวบรวมได้ในมหาวิทยาลัยตั้งแต่ พ.ศ.2547 ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมได้ทุกวันเวลาราชการโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ โดยติดต่อคณบดีคณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โทรสาร 053 498902 ... ฐานเรียนรู้แห่งนี้จำหน่ายปุ๋ยหมักด้วย โดยสามารถนำรายได้เฉลี่ยเดือนละ 15,000 บาทไปจ้างคนงานได้ 2 คน โดยไม่ต้องใช้งบประมาณของทางมหาวิทยาลัย .... ทำปุ๋ยหมักทุกเดือน มีลูกค้ามาจองคิวซื้อซ้ำ คิว 2 เดือน แค่นี้ก็พอใจแล้วครับ

- โครงการชุมชนสีเขียวโดยมหาวิทยาลัยแม่โจ้และคูโบต้า จึงอยากให้มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วประเทศมีฐานเรียนรู้แบบนี้ ที่สามารถให้บริการวิชาการแก่ชุมชนและสังคม ช่วยลดการเผา ใช้ประโยชน์จากเศษพืช ลดต้นทุนการผลิตจากการลดการใช้ปุ๋ยเคมี สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรจากการจำหน่ายปุ๋ยหมักและผลิตพืชผักอินทรีย์ ... เอื้ออาทรกัน แบ่งปันกัน ให้อย่างไร้เงื่อนไข เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของเกษตรกรไทยครับ




















บันทึกการเข้า
Teerapong Maejo
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 41


« ตอบ #20 เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2013, 06:29:58 AM »

- การทำปุ๋ยหมักวิธีใหม่ที่ไม่ต้องพลิกกลับกองนี้ เราสามารถนำไปทำข้าง ๆ นา หรือในสวนได้เลย (ห้ามทำใต้ต้นไม้) ลดปัญหาการขนย้าย แต่ต้องอยู่ใกล้น้ำเพราะต้องดูแลน้ำทุกวัน ... ความจริงการทำปุ๋ยหมักวิธีไหน ๆ ก็ต้องดูแลความชื้นทั้งนั้น เพียงแต่คนสอนเขาไม่เน้น จึงทำให้การทำปุ๋ยหมักของเมืองไทยเป็นเรื่องยากและเป็นปุ๋ยหมักช้า .... การทำปุ๋ยหมักวิธีไหนถ้าดูแลน้ำได้ดี ก็จะมีคุณภาพเหมือนกัน ไม่มีวิธีไหนดีกว่าใครครับ ... เพียงแต่วิธีของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ง่ายกว่าเท่านั้น  อายจัง  อายจัง  อายจัง







บันทึกการเข้า
jin kitti567
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 475


« ตอบ #21 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2013, 02:07:02 AM »

สอบถามด้วยค่ะ จารย์


ทำกองปุ๋ยหมักฯ กว้าง 2.5 ยาว 6 ม. สูงเกือบ 1.5 ขาดอีกนิ๊ดดดดด เดียว

วันที่ 5 6 7 8 ก็มีไอลอยออกมา ดูดี ลอยทั่วทั้งสันกองเลยค่ะ  ยิงฟันยิ้ม   ยิงฟันยิ้ม   ยิงฟันยิ้ม   ยิงฟันยิ้ม

ครบ 10 วัน เจาะรู ใช้เหล็กเส้นเจาะ กองก่อนๆ เวลาดึงเหล็กออกมา เอามือจับดู เหล็กจะร้อน อุ่นต่างกันไป

รอบนี้ทำไมเย็นจังอ่ะ ... สงสัยจัง ฝั่งหนึ่งเจาะ 2 แถว

แถวล่างเย็นสนิท  แถวบนใกล้ๆ สัน อุ่นๆ เท่านั้น   ร้องไห้   ร้องไห้   ร้องไห้   ร้องไห้

มีอะไรผิดพลาดไหมคะ จารย์ แต่ยังไม่ได้ล้วง เท่าที่สังเกตข้างในชุ่มชื้นดี ไม่แห้ง (จากเหล็กเปียก)

หรือรดน้ำเยอะไป ... ฮืม   โกรธ   โกรธ   โกรธ   โกรธ

หรือจะรอดูไปอีก 10 วันดีคะ??    ยิงฟันยิ้ม   ยิงฟันยิ้ม   ยิงฟันยิ้ม   ยิงฟันยิ้ม

ขอบคุณมากค่ะ   ยิ้มเท่ห์   ยิ้มเท่ห์   ยิ้มเท่ห์   ยิ้มเท่ห์



Liked By: Teerapong Maejo
บันทึกการเข้า
Teerapong Maejo
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 41


« ตอบ #22 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2013, 09:15:55 PM »

- อุ๊ย มีคนถามมาแล้ว ... หน้าหนาว การสูญเสียความร้อนกองปุ๋ยเกิดได้เร็ว อากาศไหลเวียนได้ดีจนอาจไม่ร้อนจนสังเกตได้ หรืออาจเป็นเพราะว่าอากาศเย็นจนจุลินทรีย์ต้องสงบเสงี่ยมตัวกว่าช่วงอากาศร้อนครับ ... แต่การย่อยสลายก็เสร็จใน 2 เดือนอยู่ดีครับผม
บันทึกการเข้า
jin kitti567
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 475


« ตอบ #23 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2013, 10:12:02 PM »

- อุ๊ย มีคนถามมาแล้ว ... หน้าหนาว การสูญเสียความร้อนกองปุ๋ยเกิดได้เร็ว อากาศไหลเวียนได้ดีจนอาจไม่ร้อนจนสังเกตได้ หรืออาจเป็นเพราะว่าอากาศเย็นจนจุลินทรีย์ต้องสงบเสงี่ยมตัวกว่าช่วงอากาศร้อนครับ ... แต่การย่อยสลายก็เสร็จใน 2 เดือนอยู่ดีครับผม

 

ขอบคุณค่ะ จารย์  ยิ้ม   ยิ้ม   ยิ้ม

ใจม่ะค่อยดี 

ตอนนี้ดีขึ้นหน่อยค๊าาาา  ยิงฟันยิ้ม   ยิงฟันยิ้ม   ยิงฟันยิ้ม

ก็เห็นไอลอยขึ้นอยู่ แต่วัน สองวันนี้ไม่ได้ลงไปดู


ถูกหมอกเช้า (กระหม่อมบาง) ไม่ซำบายเสียแล้ว   ร้องไห้   ร้องไห้   ร้องไห้
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: