หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 ... 52   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง PSB คัด 2 สายพันธุ์เด่นสุด  (อ่าน 255541 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
phannita
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 310


« ตอบ #48 เมื่อ: กันยายน 05, 2013, 04:31:27 PM »

ขอด้วยได้ไหมคะ กำลังปลูกผักสวนครัวคะ

พัณณิตา  มณเทียร
313-315   ม.5    ต.สุรศักดิ์   
อ. ศรีราชา 
จ. ชลบุรี   
2 0 1 1 0  ขอบคุณนะคะ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

plettwja
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 231


« ตอบ #49 เมื่อ: กันยายน 05, 2013, 07:22:03 PM »

 อายจัง ได้รับ...จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงแล้วจ้า...ขอบคุณค่ะ  ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
somchai t
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1551


« ตอบ #50 เมื่อ: กันยายน 05, 2013, 07:35:21 PM »

ขอรับมาลองใช้ดู
somchai t
90ซ.ไกร เขตสัมพันธวงศ์ กทม 10100

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
Demon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3


« ตอบ #51 เมื่อ: กันยายน 05, 2013, 09:33:47 PM »

แจ้งชื่อ ที่อยู่ ไปทางเมล์แล้วครับ
เมล์ถุกตีกลับ ขอแจ้งชื่อ ที่อยู่ ตามนี้ครับ

วิพุธ จันทร์วิเมลือง
43/833-4 หมู่บ้านอัมรินทร์นิเวศน์
ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์
เขตบางเขน กรุงเทพฯ 10220


ขอบคุณมาก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 05, 2013, 09:39:49 PM โดย Demon » บันทึกการเข้า
Kwanruen
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17


« ตอบ #52 เมื่อ: กันยายน 05, 2013, 10:01:09 PM »

สนใจขอรับมาทดลองกับผักสวนครัวและไม้ประดับค่ะ แจ้งชื่อทางอีเมล์แล้วถูกตีกลับเหมือนกัน
ขอส่งให้ทางข้อความส่วนตัวนะคะ

บันทึกการเข้า
poonmanee aumsamrit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 801


« ตอบ #53 เมื่อ: กันยายน 06, 2013, 07:33:53 AM »

02/09/13 ผมได้ส่งจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงให้ทดลองใช้ มีรายนามและที่อยู่ ดังนี้ครับ :--
11)  อายจัง     
 ส.อ.ฉลวย  สุขหนู
 209  ม.6  ต.พรหมพิราม  อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก  65150
12)  อายจัง
ขนิษฐา สุขสว่าง
119-121 ถ.สุนทรเทพ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์
31000
13)  อายจัง
พูนมณี  อุ่มสัมฤทธิ์ 7/1 ม.1 ต.ศรีธาตุ อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี 41230
14)  อายจัง
นายบุญส่ง  เจืยมจิตวนิชา

99/25หรือ27 หมู่บ้านนันทวันประชาชื่น

ถนนประชาชื่น ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด

จ.นนทบุรี 11120
15)  อายจัง
ศุภฤกษ์  ฤกษ์วัฒนอำไพ  192 หมู่ 3 ต.ปงสนุก อ.เวียงสา จ .น่าน 55110
16)  อายจัง
นายโสวัฒน์ อุทัยลี 244 หมู่ 4 บ้านห้วยสะอาด ตำบลถ้ำเจริญ อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ 38170
17)  อายจัง
ประภา  ชาญเชี่ยว
บริษัท ธนาธิวัตถ์ จำกัด
204/1-6 ถนนสุขุมวิท
ตำบลทางเกวียน
อำเภอแกลง
จังหวัดระยอง
21110
18)  อายจัง
ทิพยรัตน์  โชติเวที
14/3 หมู่ 2 ต.สามกอ
อ.เสนา จ.อยุธยา
13110
19)  อายจัง
เฉลิมชัย  ยิ้มกล่ำ  48 หมู่ 5 ต.บางไผ่ อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร 66120
20)  อายจัง
นิติกรณ์ 31 หมู่ 11 ต.ดอยงาม อ.พาน จ.เชียงราย 57120

ได้ผลเป็นประการใด กรุณาส่งmail  kongphop.sms@gmail.com
ขอบคุณตรับ ยิ้มเท่ห์
ได้รับยาแล้วคะผลเป็นอย่างไรเดี๋ยวแจ้งให้ทราบคะ
บันทึกการเข้า
nokkajib lp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 100


« ตอบ #54 เมื่อ: กันยายน 06, 2013, 11:26:43 AM »

ส่งที่อยู่ไปที่ำemail แล้วครับ มงคล โพธากาศ 17/1 ม.1 ต.ทาขุมเงิน อ.แม่ทา จ.ลำพูน 51170 กันพลาดคับ555 ขอบคุณล่วงหน้าครับ
บันทึกการเข้า
banrai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 176


« ตอบ #55 เมื่อ: กันยายน 06, 2013, 11:38:02 AM »

ขอด้วย ส่งชื่อที่อยู่ทางเมล์ แล้วครับ ขอบคุณมากสำหรับการแบ่งปัน  ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
happycare12
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10


« ตอบ #56 เมื่อ: กันยายน 06, 2013, 11:40:53 AM »

ขอรับมาทดลองใช้ค่ะ ขอบคุณล่วงหน้า
บันทึกการเข้า
kongphop
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 511


« ตอบ #57 เมื่อ: กันยายน 07, 2013, 10:25:05 AM »

ขอเสนอสูตร สวยแบบสาวเกษตร พึ่งตัวเอง ไม่ต้องเข้าคอร์สสปาราคาแพงครับ... ยิ้มเท่ห์

 อายจังไม่ต้องบิน ให้สูง อย่างใครเขา..
จงบินเอา เท่าที่เรา จะบินไหว
ท่าที่บิน ไม่จำเป็น ต้องเหมือนใคร
แค่บินไป ให้ถึงฝัน เท่านั้นพอ อายจัง

1.(สาวเกษตร) ย้อนวัยผิวหน้าให้เนียนนุ่มดุจผิวเด็ก ด้วยกล้วยน้ำว้า 1 ผล + น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ + โยเกิร์ต 1 ถ้วย ปั่นละเอียด พอกหน้า 15 นาที แล้วใช้น้ำอุ่นล้างออก

2.(สาวเกษตร) ยกมือไหว้ ขอขมาพระแม่โพสพ (ชาวไทยและลาวอาจถือเป็นของต่ำ) ลูกขอนำน้ำซาวข้าวมาเสริมความงาม น้ำซาวข้าว 1 ลิตร ผสมน้ำมะนาวครึ่งลูก แช่เท้าประมาณ 10 นาที ใช้ฟองน้ำขัดเบาๆ (ใครมีแฟนก็ผลัดกันขัดกับแฟนก็ได้) ช่วยให้ผิวเท้าขาวใส ผลัดเซลล์(cell)หนังที่หมดอายุตายแล้ว ให้หลุดทิ้งไป

3.(หนุ่มสาวเกษตร) ปัญหาผมร่วงศรีษะล้าน แก้ด้วยต้นฟ้าทะลายโจรสับ 1 ส่วน + น้ำ 3 ส่วน ต้มจนเหลือน้ำ 1 ส่วน พักไว้ให้เย็นก่อนนำมาชโลมให้ทั่วศรีษะ 2-3 นาที แล้วล้างออก อันนี้ Uncle Kongphop ก็ยังไม่ได้ลอง เห็นหัวล้านอยู่ เพียงแต่เขาเว่ามา ก็บอกไป
4.(สาวเกษตร) ปัญหาผิวพรรณหม่นหมอง ไม่เนียนสวย จะหมดไป เมื่อใช้ ขมิ้นชัน 1 ขีด + น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ พอกผิว-ขัดสครับผิว 5-10 นาที แล้วใช้ฟองน้ำชุบน้ำอุ่นเช็ดออก (อันนี้ก็เหมือนกัน ใครมีแฟน ก็ช่วยกันขัด ความรักชื่นมื่น)

5.(หนุ่มเกษตร)แก้ปัญหาผมร่วง ศรีษะล้าน เพียงตำใบย่านาง 1 กำมือ พอแหลก ต้มกับน้ำซาวข้าว 1 ลิตร จนเดือด ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วนำมาสระผมสัปดาห์ละครั้ง สลับกับแชมพู

6.(หนุ่มสาวเกษตร) การใช้สมุนไพรสูตรน้ำขิง 1 ช้อนชา น้ำมะนาว 1 ช้อนชา น้ำอุ่น 1 แก้ว กลั้วปากหลังแปรงฟันตอนเช้าแทนน้ำยาเคมี ช่วยกำจัดกลิ่นปากแบบปลอดภัยต่อสุขภาพ

7.(สาวเกษตร)การใช้วุ้นว่านหางจระเข้  3 ก้าน + ขมิ้นสดบด 2 หัว + น้ำมะนาว 1 ผล ปั่นละเอียด พอกหน้า เช้า-เย็น ช่วยให้จุดด่างดำจากสิวเลือนหาย และผิวเนียนนุ่มขึ้น

kongphop.sms@gmail.com ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
Khanitbee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 458


« ตอบ #58 เมื่อ: กันยายน 07, 2013, 01:17:24 PM »

ได้รับแล้วจ้า แล้วจะแจ้งผลนะคะ
บันทึกการเข้า
minimee109
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 372


« ตอบ #59 เมื่อ: กันยายน 07, 2013, 05:25:49 PM »

ขอบคุณมากๆค่ะ ขอทดลองใช้กับผักไร้ดินค่ะ
 อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง
บันทึกการเข้า
kongphop
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 511


« ตอบ #60 เมื่อ: กันยายน 07, 2013, 06:59:12 PM »

 
มอ. ค้นพบครั้งแรกในโลก ใบชะมวง มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง (ไทยโพสต์)
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

          คณะเภสัชฯ มอ.ค้นพบสารชนิดใหม่ใน "ใบชะมวง" ออกฤทธิ์ต้านมะเร็ง นับเป็นการค้นพบครั้งแรกของโลก พร้อมตั้งชื่อว่า "ชะมวงโอน" ระบุใช้เป็นสารต้นแบบที่นำไปพัฒนาโครงสร้างสู่ยาต้านมะเร็งในอนาคต
   
          รศ.ดร.ภก.ภาคภูมิ พาณิชยปการนันท์ ผอ.สถานวิจัยยาสมุนไพรและเทคโนโลยีชีวภาพทางเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ (มอ.) เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับนายอภิรักษ์ สกุลปักษ์ นักศึกษาทุนโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก ภาควิชาเภสัชเวทและเภสัชพฤกษศาสตร์ ทำการศึกษาวิจัยคุณสมบัติมีฤทธิ์ต้านมะเร็งและต้านแบคทีเรียก่อโรคทางเดินอาหารจาก "ใบชะมวง" ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก หลังจากใช้เวลาศึกษาค้นคว้านานกว่า 2 ปี ซึ่งผลงานดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ Food Chemistry ซึ่งเป็นวารสารที่ได้รับความน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับในวงการวิชาการอย่างกว้างขวาง
 

          สำหรับการวิจัยดังกล่าวได้เก็บรวบรวมผักพื้นบ้านจำนวน 22 ชนิด มาทำการสกัดและทดสอบว่ามีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ Helicobacier pylori ซึ่งเป็นเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคทางเดินอาหารหรือไม่ โดยพบว่าชะมวงเป็นพืชที่ออกฤทธิ์ดีที่สุด จึงนำมาแยกสารที่ต้องการจนสามารถได้สารซึ่งมีฤทธิ์ในระดับดีมาก เป็นสารที่มีค่าความเข้มข้นต่ำที่สามารถยับยั้งเชื้อได้ หรือ MIC ประมาณ 7.8 ไมโครกรัมต่อมิลลิเมตร ซึ่งถือว่าเป็นสารตัวใหม่ที่ยังไม่มีการค้นพบมาก่อน โดยตั้งชื่อว่า "ชะมวงโอน" (Chamuangone) เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นการค้นพบในประเทศไทย
   
          ทั้งนี้ ยังได้ศึกษาต่อถึงความเป็นไปได้ในการออกฤทธิ์ยับยั้งเชื้อโปรโตซัวร์ ซึ่งเป็นโรคระบาดที่พบบ่อยในภาคใต้ โดยสารชะมวงโอนสามารถยับยั้งโปรโตซัวร์ได้ดี จึงนำชะมวงโอนไปทดสอบกับเซลล์มะเร็งปอด และเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว จนพบว่าสารชะมวงโอนมีฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็งได้ดี 
 

          "ความสำเร็จจากงานวิจัยที่ได้โครงสร้างใหม่ของสารที่มีฤทธิ์ต้านมะเร็งจากชะมวงโอนครั้งนี้ สามารถนำไปใช้ดัดแปลงพัฒนาต้านมะเร็งที่ออกฤทธิ์ดีขึ้น และลดอาการข้างเคียงต่อเซลล์ปกติ แม้ว่าขั้นตอนการนำสารดังกล่าวไปใช้รักษาโรคมะเร็งยังต้องมีกระบวนการวิจัยเพิ่มเติมอีกหลายขั้นตอน เพื่อการรักษาที่ได้ผลมากขึ้น หรือลดอาการข้างเคียงจากการใช้ยา" รศ.ดร.ภก.ภาคภูมิ กล่าว
“ชะมวงโอน” สารใหม่ของโลกจากสมุนไพรไทยมีฤทธิ์ต้านมะเร็ง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์   8 เมษายน 2556 00:20 น.      

(ซ้าย) ดร.อภิรักษ์ สกุลปักษ์ (ขวา) รศ.ดร.ภก.ภาคภูมิ พาณิชยยูปการนันท์

       เพราะงานวิจัยของต่่างชาติชี้ว่าผักผลไม้มีสารออกฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็ง แต่มักเป็นผลไม้เมืองนอก ทีมอาจารย์ มอ. จึงคว้านหาสารออกฤทธิ์จากผักพื้นบ้านที่หาได้ทั่วไป และพบ “ชะมวง” มีสารออกฤทธิ์ยับยั้งมะเร็งได้ และเป็นสารชนิดใหม่ที่โลกยังไม่รู้จัก
       
       “ชะมวงโอน” คือสารออกฤทธิ์ยับยั้งมะเร็งที่ รศ.ดร.ภก.ภาคภูมิ พาณิชยยูปการนันท์ อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชเวทและเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ ดร.อภิรักษ์ สกุลปักษ์ ลูกศิษย์ในโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) ซึ่งปัจจุบันเป็นอาจารย์เภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ร่วมกันศึกษาและสกัดจาก “ชะมวง” ผักพื้นบ้านของไทย
       
       จุดประสงค์ในการศึกษาดังกล่าว รศ.ดร.ภก.ภาคภูมิ กล่าวว่าเนื่องจากมีงานวิจัยว่าผักผลไม้มีสารยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ แต่สารเหล่านั้นมักเป็นพืชผักของต่งประเทศ จึงอยากศึกษาในผักพืชบ้านที่หาได้ภายในประเทศ ซึ่งชะมวงผักพื้นเมืองที่พบได้ในภาคใต้และภาคตะวันออกของไทยจึงเป็นตัวเลือกที่นำมาศึกษา
       
       ผลจากการศึกษาพบว่าสารที่ที่สกัดได้มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อโปรโตซัว ลีชมาเนีย เมเจอร์ (Leishmania major) ซึ่งเป็นเชื้อโรโตซัวที่ใช้ทดสอบเบื้องต้นว่าสารที่นำมาศึกษานั้นมีความเป็นพิษต่อเซลล์หรือไม่ และสารที่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื่อโปรโตซัวดังกล่าว มักมีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งด้วย
       
       สารที่สกัดได้ดังกล่าวเป็นสารชนิดใหม่ของโลกที่ยังไม่มีใครรู้จัก ทางทีมวิจัยจึงตั้งชื่อว่า “ชะมวงโอน” (chamuangone) ซึ่งเป็นสารในกลุ่มโพลีไอโซพรีนีเลตเตดเบนโซฟีโนน (polyisoprenylated benzophenone) ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งโปรโตซัวข้างต้น
       
       ทีมวิจัยได้ทดสอบสารออกฤทธิ์กับเซลล์มะเร็งปอด 2 ชนิดคือ เอ459 (A459) และเอสซีบี3 (SCB3) และเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวอีก 2 ชนิด คือ เค562(K562) และ เค 562/เอดีเอ็ม (K562/ADM) แล้วพบว่าสารชะมวงโอนยับยั้งเซลล์มะเร็งทั้ง 4 ชนิดได้ดี
       
       นอกจากนี้ทีมวิจัยยังได้ศึกษาสารออกฤทธิ์ในใบหมุยซึ่งเป็นผักพื้นเมืองอีกชนิด และพบว่ามีสารยับยั้งเซลล์มะเร็งเช่นเดียวกัน โดยพบสารใหม่ของโลกคือ มินูตินเอ (Minutin A) และ มินูตินบี (Minutin B) ซึ่งสารทั้งสองชนิดเป็นสารอนุพันธ์ของสารคูมารินที่มีฤทธิ์ยับยั้งโปรโตซัวลีชมาเนีย เมเจอร์ได้ดี และยังยับยั้งเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว เซลล์มะเร็งปอดได้เช่นเดียวกับชะมวงโอน
       
       อย่างไรก็ดี งานวิจัยนี้ยังในขั้นต้นว่าสารสกัดจากผักพื้นบ้านของไทยนั้นยับยั้งเซลล์มะเร็งได้หรือไม่ แต่ยังไม่ไปถึงขั้นการรักษา ดังนั้น รศ.ดร.ภก.ภาคภูมิ เตือนว่า ประชาชนที่รับทราบข่าวนี้ไม่ควรตื่นตูม และจัดหาสารสกัดมากินเอง เนื่องจากอาจได้รับสารเกินขนาด หรือเอาใบชะมวงมาบริโภคโดยไม่รู้ปริมาณของสารอย่างแน่นอน
       
       ทั้งนี้ จากการทดลองทีมวิจัยยังพบว่าชะมวงโอนละลายและถูกสกัดออกมาได้ดีในเฮกเซน ซึ่งเป็นสารละลายมีขั้ว และอาหารไทยก็มีเมนู “หมูชะมวง” ซึ่งอาจเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ทำให้เราได้รับสารต้านมะเร็งจากการกินอาหาร เพราะไขมันหมูเป็นสารมีขั้วที่ช่วยสกัดสารชะมวงโอนออกมาได้ แต่ไม่แนะนำให้บริโภคเกินพอดี เพราะอาจได้คอเลสเตอรลเกินจำเป็น
       
       “สิ่งที่อยากแนะนำตอนนี้คือการกินเป็นอาหารปกติ ไม่กินมากเกินไป เพราะอาจเป็นผลเสียมากกว่า ปัจจุบันก็มีหลายกลุ่มวิจัยหาสารออกฤทธิ์ในผักผลไม้ แต่แนะนำให้บริโภคในรูปอาหาร เพราะจะได้ปริมาณที่ไม่สร้างอันตรายต่อเซลล์ปกติ แต่อาจจะมีฤทธิ์ยับยั้งมะเร็งได้ และก็มีงานวิจัยที่ชี้ว่า กินอาหารที่มีสารยับยั้งมะเร็ง ช่วยป้องกันมะเร็งได้” รศ.ดร.ภก.ภาคภูมิให้ความเห็น
 


บันทึกการเข้า
tip22pt
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 31


« ตอบ #61 เมื่อ: กันยายน 07, 2013, 10:03:47 PM »

ได้รับจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงแล้วค่ะ ทดลองใช้แล้วจะแจ้งผลนะคะ
ขอบคุณที่แบ่งปันคะ
บันทึกการเข้า
kongphop
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 511


« ตอบ #62 เมื่อ: กันยายน 08, 2013, 10:22:22 AM »

 ;)สรุปประโยชน์ของจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง โกรธ
1. ช่วยลดก๊าซไฮโดรซัลไฟด์ (H2S) ในดินช่วยให้รากของพืชขยายได้ดีและทาให้พืชกินปุ๋ยได้ดีขึ น
2. ช่วยลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีหรือปุ๋ยหลักลง 50 %
3. ช่วยให้ผลิตเพิ่มขึ นอย่างน้อย 30 % เนื่องจากพืชมีความสามารถในการดูดกินปุ๋ยได้ดีขึ น ช่วย ให้พืชมีความแข็งแรงและต้านทานโรคได้ดี
4. เซลล์ของจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงจะประกอบด้วยโปรตีนประมาณร้อยละ 60 ซึ่งโปรตีนเหล่านี ประกอบด้วยกรดอะมิโนที่จาเป็นครบถ้วน และยังมีวิตามินและแร่ธาตุ เช่น B1 B2 B6 B12 กรดโฟลิค วิตามินซี วิตามินดี วิตามินอี รงควัตถุสีแดง (carotenoid) และสารโคแฟคเตอร์เช่น ยูบิควิโนน โคเอนไซม์คิวเท็น ไซโตไคนิน ซีเอติน ออกซิน กรดอินโดล -3- อะซิติก (Indole-3-acetic acid : IAA) กรดอินโดล -3-บิวทีริก (Indole-3-butyric acid : IBA) ซึ่งเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช
0100200300400500อาจินินกรดแอสพาราจินเทเรโอนินโพรลินอลานินเมททิโอนินทริปโตฟานจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง คลอเรล่ายีสต์
9.
 ;)หน้าที่หลักของ PSB  >:(ข้อมูลจากบริษัทเทพเกษตรอุตสาหกรรม จากัด
• เป็นแหล่งรวมแร่ธาตุต่างๆที่มีประโยชน์ เช่น กรดอะมิโน(Amino acids),กรดนิวเคลียริค (Nucleic acids), สารประกอบทางกายภาพ (Physiologically active compounds) และ โพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharides) etc. • ทาให้พืชโตเร็วขึ น โดยใช้กระบวนการเพิ่มแร่ธาตุในดิน เช่น ไมคอร์ไรซ่า (Mycorrhiza) อาโซ่โตแบคเตอร์ (Azotobacter) etc. • เป็นตัวทากระบวนการรีไซเคิลให้กับคาร์บอน, ไนโตรเจน, และสารประกอบจาพวกซัลเฟอร์ • เพิ่มผลผลิตให้กับพืช • ป้องกันมลพิษทางอากาศ และช่วยกาจัดแร่ธาตุที่มีอันตราย ต่อสิ่งแวดล้อม • ช่วยลดแก๊สในคอกสัตว์ • ช่วยกาจัดของเสียและพิษ เช่น ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (Hydrogen sulfide), เมอร์แคปตัน (Mercaptan) , คลอไรด์ (Chloride) , ไดอะมายด์ (Diamine) etc.
 :-*ขอเพิ่มหน้าที่หลักที่สำคัญของPSB ในระหว่างเพาะขยายพันธุ์ เขาจะขับสารมหัศจรรย์ออกมา สารตัวนี้นี่เองที่เป็นสารเร่งความเจริญเติบโตของพืช จุมพิต
ผลตอบรับจากเกษตรกรที่ทดลองใช้ภายในเดือนเศษมานี้ ยิ้มเท่ห์
 อายจังฉีดพ่นไปที่มะนาวที่ไม่เคยออกดอกเลยจะออกดอกภายใน 5-10 วัน หลายราย
 อายจังผู้ทำไร่พริก เห็นผลรวดเร็วกันทุกคน
 อายจังผู้ปลูกถั่วฝักยาว ปรกติฝักสีม่วงจะไม่ยาว แต่เขาบอกว่า ฝักยาวเป็นแขน รสชาติ กรุบ กรอบ อร่อย
 อายจังปลูกมันสำปะหลัง - ข้าวโพด เทียบกับปุ๋ยราคาแพง ใช้เวลาไม่นาน สังเกตุได้ชัดเจน

kongphop.sms@gmail.com   ยิ้มเท่ห์ 082-7540755


Liked By: fajung, boonjome
บันทึกการเข้า
z_bie
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 564


« ตอบ #63 เมื่อ: กันยายน 08, 2013, 03:12:17 PM »

ได้รัยแล้วจะลองนำไปฉีดข้าวสัปดาห์หน้าครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 ... 52   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: