หน้า: 1 ... 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 [21] 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 ... 52   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง PSB คัด 2 สายพันธุ์เด่นสุด  (อ่าน 251144 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
kongphop
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 511


« ตอบ #320 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2013, 01:06:26 PM »

 โกรธ  ทีจริงการทดลองไม่ยุ่งยากนะครับ
ถ้ารอบบ้านมีต้นไม้ชนิดเดียวกันอยู่ 2 ต้น หรือมีกล้าไม้ โตและสมบูรณ์เท่าๆกัน  ต้นที่ฉีดพ่น-ราดน้ำด้วยSS3(ถอดปลอกแกะผงจุลินทรีย์ ใช้ฟ๊อกกี้หรือฟ๊อกซี่ก็ได้ครับ) กับต้นที่ไม่ได้ฉีดพ่น ต่างกันอย่างไรภายใน 10 วัน
หรือฉีดพ่น-รดราดน้ำ เปรียบทียบกับปุ๋ยที่ท่านเห็นว่าดีที่สุด ภายใน 10 วัน ก็เห็นผลแตกต่างแล้วครับ

ขอบคุณที่ร่วมทดลองครับ

Uncle Kongphop         ยิ้มเท่ห์
082-7540755
kongphop.sms@gmail.com
บันทึกการเข้า

kongphop
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 511


« ตอบ #321 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2013, 02:03:53 PM »

  โกรธ  โกรธ  โกรธ    การปฏิวัติเขียว การลดภาวะโลกร้อนที่มีประสิทธิภาพ ต้องใช้ “”จุลินทรีย์ภิวัฒน์””
การปฏิวัติเขียวอย่างรวดเร็ว ขยายวงกว้างไปทั่วโลก ต้องใช้ “จุลินทรีย์ภิวัฒน์” เพื่อลดภาวะโลกร้อน
ถ้าใช้เป็นประจำ โดยไม่ใช้สารเคมีใดๆเลย ไม่ช้าระบบนิเวศน์ จะกลับคืนมา เรือกสวนไร่นาจะเกิดไส้เดือนเป็นจำนวนมาก เพราะอาหารไส้เดือนก็คือดินที่ปะปนกับจุลินทรีย์ ยิ่งถ้าเป็นจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงที่มีประสิทธิภาพสูง 5 สายพันธุ์นี้ จะทำให้ไส้เดือนโตไว แข็งแรง สามารถชอนไชในดิน ทำให้ดินร่วนซุย ชุ่มน้ำ เก็บกักน้ำได้ดี ดินไม่แห้งแล้ง ที่สำคัญ ไส้เดือนยิ่งโตไว แข็งแรง ก็ยิ่งกิน และถ่ายมูลออกมาเป็นจำนวนมาก เนืองจากไส้เดือนมีสองเพศ คือเพศผู้และเพศเมียอยู่ในตัวเดียวกัน จึงขยายพันธุ์ได้ง่ายและรวดเร็ว และถ่ายมูลออกมาเป็นจำนวนมาก เจ้ามูลไส้เดือนนี่เอง ที่มีทั้งธาตุอาหารหลักN-P-Kและธาตุอาหารรองครบถ้วนตามธรรมชาติ ทำให้พืชเจริญเติบโตเร็ว  อีกทั้งจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสูง 5 สายพันธุ์นี้ ยังก่อให้เกิดจุลินทรีย์ฝ่ายดีชนิดอื่นอาศัยอยู่ร่วมกันรอบรากพืช ต่างก็พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันในการดำรงชีวิต มีความสามารถในการตรึงN2จากอากาศ (ในอากาศมี N2 ถึง 78 %)เป็นอาหารของพืชอีกทางหนึ่ง และกำจัดจุลินทรีย์ตัวร้ายที่ทำให้เกิดก๊าซพิษ  ก๊าซเรือนกระจกอันเป็นบ่อเกิดภาวะโลกร้อน ฯลฯ ถ้าเรือกสวนไร่นาใดมีใส้เดือนเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก นั่นหมายถึงว่า ท่านได้ทำเกษตรออร์กานิกปลอดสารพิษแบบยั่งยืนแล้ว มูลใส้เดือน + จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสูง จะมาทดแทนปุ๋ยเคมีได้เต็ม 100 %

สรุปได้ว่า ถ้าใช้PSB ที่มีประสิทธิภาพสูงกันทั่วโลก จะเกิดการปฏิวัติเขียวขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว  พืชและดินอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน สามารถAbsorbก๊าซเรือนกระจก ลดภาวะโลกร้อนได้เป็นอย่างดี ทำให้โลกเรากลับมาน่าอยู่ ภูมิประเทศ ภูมิอากาศดีเหมือนเดิมครับผม  จุมพิต

แนวทางการใช้จุลินทรีย์PSB 5 สายพันธุ์
1)ชนิดน้ำ….ทางเกษตร ฉีดพ่น รด ราด พืชผัก
              ทางสิ่งแวดล้อม…บำบัดน้ำเสีย  บำบัดกลิ่น และบ่อปลา
            ทางปศุสัตว์ ทำชนิดพิเศษผสมน้ำให้สัตว์ดื่ม และผสมอาหารให้สัตว์กิน (ขณะนี้มีผลการวิจัยร่วม ไทย-ญี่ปุ่น หมักผงไผ่เพื่อผสมอาหารสัตว์ มีวางจำหน่ายแล้ว)
http://www.komchadluek.net/detail/20130829/166873/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B
2)ชนิดแคปซูล  ทางเกษตร (ดึงปลอกแคปซูลออกก่อนผสมน้ำ) ฉีดพ่น รด ราด พืชผัก และฝังรอบโคนต้นไม้  (ใช้ชนิดน้ำและแคปซูลร่วมกันจะเห็นผลเร็ว)
3)ชนิดผง  คัดสรรพิเศษสำหรับบ่อเลี้ยงกุ้ง ฯลฯ
4)ชนิดลูกก้อน  เพื่อให้ขว้างได้ไกล และจมลงสู่ก้นบ่อ บำบัดโคลนตมก้นบ่อ สำหรับบ่อบำบัดน้ำเสียขนาดใหญ่
ควรจะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม  เพื่อการบรรจุกล่องได้มาก ไม่มีที่ว่างเหมือนชนิดกลม

 
ฟื้นฟูสวนปาล์มน้ำมันอายุมากให้ติดทลาย
 http://www.legendnews.net/index.php?lay=show&ac=article&Id=539356959&Ntype=88

โดยทั่วไปแล้วต้นปาล์มน้ำมัน ที่มีอายุมากถึง 25 ปี หรือต้นมีความสูงเกิน 12 เมตรขึ้นไปแบบนี้ ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยให้ผลผลิตแล้ว เกษตรกรมักจะไม่ดูแล และเตรียมที่จะโค่นทิ้งเพื่อปลูกใหม่ ตามทันเกษตรวันนี้ ผมจะพาไปดูสวน
ปาล์มน้ำมัน ที่มีมากอายุถึง 28 ปี ของคุณสุริยา รัศมี เกษตรกรที่อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเค้าสามารถฟื้นฟูและบำรุงรักษา สวนปาล์มที่มีอายุมาก ให้กลับมาให้ผลผลิตได้อีกครั้ง

คุณสุริยาบอกว่า สภาพเดิมของสวนปาล์มน้ำมันแห่งนี้ ซึ่งมีอยู่ 30ไร่ เป็นต้นปาล์มแก่ ที่มีอายุมากถึง 25 ปี ลักษณะต้นแห้งเหลือง เพราะสภาพดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ เพราะใช้ปุ๋ยเคมีติดต่อกันมาหลายสิบปี ทั้งแปลงให้ผลผลิตปาล์มเพียง 3 ตันเท่านั้น แต่เนื่องจากคุณสุริยาทำฟาร์มเลี้ยงหมูในพื้นที่ติดกัน จึงได้ทดลองนำน้ำล้างคอกหมู ซึ่งเป็นของเสียที่เหลือทิ้งมาก ถึงวันละ 2 หมื่น-3 หมื่นลิตร มาใช้ทดแทนปุ๋ยหมัก ด้วยการเติมจุลินทรีย์อีเอ็มลงไปทิ้งไว้ในบ่อพัก จนกระทั่งของเสียตกตะกอน จึงสูบน้ำที่ได้ใส่ในสวนปาล์ม โดยเกษตรกรขุดร่องรอบ ๆ โคนต้น ลึกประมาณครึ่งเมตรมี
ลักษณะคล้ายแก้มลิง เพื่อเก็บน้ำไว้ ในฤดูฝนจะสูบใส่ทุก ๆ 2 เดือน แต่หากเป็นช่วงฤดูแล้งจะสูบใส่ ทุก ๆ 2 สัปดาห์ สลับกับการใส่ปุ๋ยเคมี

จากการทดลองวิธีนี้ในช่วงปีแรก สภาพต้นปาล์มที่ทรุดโทรมจะแตกใบใหม่ และเริ่มทยอยให้ผลผลิต โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งวิธีนี้ได้ผลดีมาก นอกจากจะได้ปุ๋ยจากมูลหมูแล้ว ต้นปาล์มยังได้รับน้ำอย่างเพียงพอ ทะยอยติดทะลายอย่างสม่ำเสมอจนขณะนี้สามารถตัดปาล์มขายได้รอบละ 20-22 ตัน

วิธีดังกล่าว เป็นการใช้ของเสียจากฟาร์มหมูให้เกิดประโยชน์ โดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และยังช่วยยืดอายุการเก็บผลผลิตปาล์มออกไปได้อีก โดยมีต้นทุนการผลิตที่ไม่สูงมากนัก ถือว่าคุ้มค่ากับการลงทุน

จากบทความข้างบน Uncle Kongphop มีความเห็นว่า ถ้าใช้PSB 5 สายพันธุ์ ร่วมด้วย กล้าฟันธงเลยว่าย่อมเห็นผลทางด้านบวก และเห็นผลเร็วแน่นอน


๊Uncle Kongphop รายงาน  ยิ้มเท่ห์
082-7540755
kongphop.sms@gmail.com


Liked By: wee314, kaewmai
บันทึกการเข้า
namtan4401
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 187


« ตอบ #322 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2013, 06:42:56 PM »

ขอบคุณนะคะสำหรับจุลินทรีย์ ไว้ลงแปลงเสร็จจะทดลองแล้วแจ้งผลให้ทราบนะคะ แล้วจะติดต่อหลังไมค์อีกทีด้วยคะ
บันทึกการเข้า
kongphop
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 511


« ตอบ #323 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2013, 09:39:36 PM »

***สำหรับเกษตรกรผู้ทำนา ที่สอบถามมายัง Uncle Kongphop หลายราย กรูณาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น กับคุณมนตรี ภักดีโต
ชาวนา จ.พิจิตร ที่กำลังใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง PSB นำโดย SS3 อยู่ขณะนี้ โทร 083-9568955

รายนามผู้ร่วมทดลองจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง PSB นำโดย SS3  19 Nov.13

150)นายพรชัย ขจรวุฒิเดช ปณ.ทับปุด จ.พังงา 82180    081-6862711  Order 1 Liter+10 capsules
151)นายภัทรพล คุณธรรมดี 158/ก หมู่ 5 ต.บางปลากด อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง 14130     084-0820295  Order 2 Liters+300 capsules
152)นายธานินท์ บัวทอง  เลขที่ 2 ตึกศูนย์วิทยาศาสตร์ ชั้น 3 ห้อง 9315  ถ.ราชธานี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี 34000   086-2635075   Order 30 capsules
153)จำรัส สรพิพัฒน์ 320 ถ.เพชรเกษม อ.ห้วยยอด จ.ตรัง 92130….Order 1 Liter+25 capsules
154)สนง.ทนายรัฐ   เจริญสวัสดิ์ 2/55  ซอย 1 ถนนมหายศ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน 55000
โทร.081-9605251Order 1 Liter+10 capsules
155)นายกฤษณะ ฉายประทีป 74 ม.3 ต.คุ้งสำเภา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท 17110
156)นางนวลละออง  สว่างกุล   55/1  หมู่ 8  ต.พรหมพิราม  อ.พรหมพิราม  จ.พิษณุโลก  65150  ขอบคุณค่ะ
157)คุณเนาวรัตน์  แสนขัติ ที่อยู่ 83 หมู่11 ตำบลแม่นาเรือ อ.เมือง จ.พะเยา 56000
158)ช่ือนรี ปัทมปาณีวงศ์ ที่อยู่ 12/12 ม.2 ซ.สำเริงอุทิศ ถ.เทพกระษัตรีย์ ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต 83000
159)ด.ต.อัทธานุ  คุ้มหมู่ ฉก.ตชด.๒๔ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย 43110
160)สันติ ตรียะชาติ 128-130 ถ โพศรี ต หมากแข้ง อ เมือง จ อุดรธานี 41000
161)DC computer 154/6 หมู่ 5 ต้นหนุน  ต.เวียง  อ.ฝาง  จ.เชียงใหม่  50110

ขออภัยสำหรับรายชื่อที่ตกหล่น ส่งรายชื่อเพิ่มเติมได้ที่ kongphop.sms@gmail.com

ขอบคุณที่ร่วมทดลองใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง PSB นำโดย SS3 กรุณาแจ้งผลการทดลองลงในเกษตรพอเพียงด้วยครับ
๊Uncle Kongphop    ยิ้มเท่ห์
082-7540755
kongphop.sms@gmail.com


Liked By: DCcomplete
บันทึกการเข้า
addy09
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 30


« ตอบ #324 เมื่อ: พฤศจิกายน 20, 2013, 08:00:34 PM »

ได้รับของแล้วครับ ขอบพระคุณมาก แล้วจะรายงานผลให้ทราบครับ
บันทึกการเข้า
kongphop
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 511


« ตอบ #325 เมื่อ: พฤศจิกายน 20, 2013, 09:31:28 PM »

ต่อจากหน้า 15 จากใจUncle Kongphop ขอให้เกษตรกรลองประยุกต์ใช้ดูนะครับ

58)(พืช)โรคหรือแมลงที่ตกค้างในดิน มันเกิดจากการปลูกพืชชนิดเดียวซ้ำที่เดิมนานๆ วิธีจัดการให้ใช้น้ำส้มควันไม้ 10 cc./ น้ำ 20 ลิตร พ่นลงดินก่อนปลูก 10 วัน
59)(ข้าว)ปัญหาดินเปรี้ยวจะหมดไป เพียงใช้น้ำปูนใส 2 ลิตร ผสมน้ำเปล่า 10 ลิตร สาดให้ทั่วแปลงนา ช่วยลดความเป็นกรด/ความเปรี้ยวของดินได้เป็นอย่างดี
60)ใช้เปลือกต้นมะรุมแห้งบดละเอียด 1 ขีด ผสมแอลกอฮอล์ล้างแผล 450 cc.ผสมหมัก 5 วัน ใช้อัตรา 50 cc./น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นป้องกันเชื้อราในนาข้าว
61)(ข้าว)ก่อนถอนต้นกล้า 5 วัน ใช้จุลินทรีย์หน่อกล้วยสูตรหัวเชื้อ 2 ลิตร ผสมน้ำ  20 ลิตร สาดให้ทั่วแปลง วิธีเจ๋งๆ ช่วยแก้ปัญหาดืนโคลนติดรากและถอนยาก
62)(พืช)สูตรปุ๋ยปรับสภาพดินให้ร่วนซุย สับปะรด 500 กก.+มูลไก่ 100 กก.(สำหรับมูลไก่ ถ้าซื้อจากฟาร์ม เลี้ยงไก่หน้าฝนราคาไม่เกิน 400 บาท/คิวบิกเมตร หน้าแล้งราคาแพงถึง 600 บาท)+มูลค้างคาว50-100 กก.+ปุ๋ยยูเรียน้ำจากพืชธรรมชาติ
    1.1 ถั่วเหลืองป่นละเอียด 1 -2 กก.
    1.2 สับปะรด สับเป็นก้อนลูกเต๋าเล็กๆ 2 กก.
     1.3 หน่อกล้วยติดรากสะบัดดินออกไม่ต้องล้าง สับละเอียด2 กก.
     1.4 น้ำซาวข้าว 10 ลิตร (ปลายข้าวเหนียวใหม่ จะเข้มข้นดีมาก) มีวิตามิน B ช่วยการงอกของรากพืชได้ดี
     1.5 กากน้ำตาล 2 กก.
     1.6 จุลินทรีย์ท้องถื่นเช่น จาวปลวก,หน่อกล้วย,รกหมู  ตามสูตรต่างๆ จำนวน 1 ลิตร
…..1.7จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงกลุ่มPurpleนำโดยSS3 100-200 ซีซี
      1.8 ผสมรายการ 1.1-1.7 เข้าด้วยกัน หมัก 14 วันใช้ได้(สูตรนี้เทียบเท่าปุ๋ยเคมียูเรีย 2 กระสอบ)
หมักทั้งหมดในที่ร่มนาน 3 เดือน กลับกองทุก 10 วัน

๊Uncle Kongphop        ยิ้มเท่ห์
082-7540755
kongphop.sms@gmail.com
บันทึกการเข้า
kongphop
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 511


« ตอบ #326 เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2013, 09:54:57 AM »

 ฮืม เรียนท่านผู้ร่วมทดลองใช้จุลินทรีย์PSBชนิดแคปซูล  แคปซูลที่บรรจุในซองจดหมายบางซองอาจแตก เนื่องจากการประทับตราไปรษณีย์ หรือเนื่องจากการขนส่งระหว่างทาง แต่ยังบรรจุอยู่ในซองพลาสติก ก็ยังใช้ได้เป็นปกติเหมือนเดิม ไม่เสื่อมคุณภาพใดๆนะครับ

๊Uncle Kongphop      ยิ้มเท่ห์
082-7540755
kongphop.sms@gmail.com

ป.ล.ขอแจ้งให้ทราบว่า ขณะนี้สามารถพํฒนาการผลิต """สารมหัศจรรย์เร่งความเจริญเติบโตพืช""" ได้ >400mg/liter


Liked By: DCcomplete
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 22, 2013, 08:13:34 AM โดย kongphop » บันทึกการเข้า
songpon03122526
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8


« ตอบ #327 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2013, 11:02:57 AM »

ขอทดลองหน่อยครับ

ทรงพล  โนวิรัมย์

41 ม. 3 ต.ชุมแสง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ 31160
บันทึกการเข้า
siranoot
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 113


« ตอบ #328 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2013, 12:19:05 PM »

รายงานผลการทดลองอีกรอบจากที่นำไปใช้กับกล้วยไม้ปรากฏว่าใบไหม้
น่าจะสรปได้ว่ากล้วยไม้ไม่ชอบแสงแดดก็เลยใช้ไม่ได้ผล
แต่ทดลองกับต้นมะกรูดจากที่ใบหงิกงอตอนนี้สวยงามดีค่ะ
บันทึกการเข้า
basss
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 178


« ตอบ #329 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2013, 12:22:46 PM »

สวยมากครับ ใบมันเขียวฉอุ๋มเข้มดีครับ แต่ไม่รู้ว่าหัวจะเป็นอย่างไง ในเบื้องต้น ตอนนี้มัน 6 เดือนแล้วครับ อีก 6 เดือนเก็บรอดูผลก่อนนะครับ
ส่วนผสมน้ำให้จิ้งหรีดกิน จิ้งหรีดโตเร็วผิดปกติครับ และไม่ตายอีกด้วย สวยงามมาก ๆ
บันทึกการเข้า
kongphop
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 511


« ตอบ #330 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2013, 04:26:05 PM »

ข้อความโดย: basss
ใส่การอ้างถึงคำพูด
สวยมากครับ ใบมันเขียวฉอุ๋มเข้มดีครับ แต่ไม่รู้ว่าหัวจะเป็นอย่างไง ในเบื้องต้น ตอนนี้มัน 6 เดือนแล้วครับ อีก 6 เดือนเก็บรอดูผลก่อนนะครับ
ส่วนผสมน้ำให้จิ้งหรีดกิน จิ้งหรีดโตเร็วผิดปกติครับ และไม่ตายอีกด้วย สวยงามมาก ๆ


ตอบคุณbasss
ขอหมายเลขโทรฯด้วยครับ ผมจะเพิ่มอาหารให้จิ้งหรีด ได้ฟังเสียงจิ้งหรีดไพเราะดีนะครับ
แต่เขาว่าเลี้ยงจิ้งหรีด ต้องเลี้ยงคู่กับตุ๊กแกจริงหรือเปล่าครับ ทางMalaysia, German etc.นำ Stem cell ทีโคนหางของตุ๊กแกไปใช้ทางด้านการแพทย์ ให้ราคาดีจริงหรือเปล่าครับ ฮืม ฮืม ฮืม


Uncle Kongphop    ยิ้มเท่ห์
082-7540755
kongphop.sms@gmail.com
บันทึกการเข้า
mteer
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 141


« ตอบ #331 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2013, 08:43:20 PM »

เรียนคุณก้องภพ จากการทดลองกับต้นไม้หลายชนิดได้ผลคร่าวๆดังนี้ (เริ่มทดลอง 28 ต.ค.)
-เปรียบเทียบมะม่วง 2 ต้น ต้นที่ฉีดใบจะออกสีเขียวเข้มกว่าแต่ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงเรื่องความสูงชัดเจนนัก(ที่เคยส่งรูปตอนเริ่มฉีดมาให้)
-ฉีดต้นขนุนลำต้นประมาณ 80 cm ปรากฎว่าใบใหญ่ขึ้นมากแต่มีลักษณะหงิกงอบ้าง
-ฉีดต้นมะลิลาใบจะหงิกงอ ออกจะไหม้ๆแต่มีความมันวาวเหมือนเคลือบเงา
-ฉีดมะละกอขนาดต้นสูง 15 cm จากใบเหลืองๆปรากฎว่าใบเริ่มกลับมาเขียวและใหญ่ขึ้นมากๆ
-ฉีดมะละกอขนาดต้นสูง 10 cm (ต้นอ่อน) ปรากฎว่าใบออกจะไหม้ๆนิดหน่อย
-ฉีดต้นเงาะขนาด 15 cm 2 ต้นแรก ใบเขียวเข้มดี แต่อีกหนึ่งต้นใบหงิกๆ(ฉีดคนละครั้ง)
-ฉีดอินทผาลัมขนาดต้น 3-6 เดือน และแก้วมังกร ไม่ค่อยเห็นความเปลี่ยนแปลง
-ฉีดผักสวนครัว แคนตาลูป ถั่ว เสาวรส ฯลฯ ก็งามดี
ปล. เนื่องแคปซูลที่ส่งมามันแตกเป็นผงอยู่ในซองผมเลยทยอยผสมหลายครั้ง โดยกะๆเอา ส่วนผสมแต่ละครั้งอาจผิดพลาดได้
บันทึกการเข้า
kongphop
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 511


« ตอบ #332 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2013, 11:02:30 AM »

ข้อความโดย: mteer
ใส่การอ้างถึงคำพูด
เรียนคุณก้องภพ จากการทดลองกับต้นไม้หลายชนิดได้ผลคร่าวๆดังนี้ (เริ่มทดลอง 28 ต.ค.)
-เปรียบเทียบมะม่วง 2 ต้น ต้นที่ฉีดใบจะออกสีเขียวเข้มกว่าแต่ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงเรื่องความสูงชัดเจนนัก(ที่เคยส่งรูปตอนเริ่มฉีดมาให้)
-ฉีดต้นขนุนลำต้นประมาณ 80 cm ปรากฎว่าใบใหญ่ขึ้นมากแต่มีลักษณะหงิกงอบ้าง
-ฉีดต้นมะลิลาใบจะหงิกงอ ออกจะไหม้ๆแต่มีความมันวาวเหมือนเคลือบเงา
-ฉีดมะละกอขนาดต้นสูง 15 cm จากใบเหลืองๆปรากฎว่าใบเริ่มกลับมาเขียวและใหญ่ขึ้นมากๆ
-ฉีดมะละกอขนาดต้นสูง 10 cm (ต้นอ่อน) ปรากฎว่าใบออกจะไหม้ๆนิดหน่อย
-ฉีดต้นเงาะขนาด 15 cm 2 ต้นแรก ใบเขียวเข้มดี แต่อีกหนึ่งต้นใบหงิกๆ(ฉีดคนละครั้ง)
-ฉีดอินทผาลัมขนาดต้น 3-6 เดือน และแก้วมังกร ไม่ค่อยเห็นความเปลี่ยนแปลง
-ฉีดผักสวนครัว แคนตาลูป ถั่ว เสาวรส ฯลฯ ก็งามดี
ปล. เนื่องแคปซูลที่ส่งมามันแตกเป็นผงอยู่ในซองผมเลยทยอยผสมหลายครั้ง โดยกะๆเอา ส่วนผสมแต่ละครั้งอาจผิดพลาดได้


ตอบคุณmteer
ขอบคุณที่แจ้งผลการทดลองได้ละเอียดมากครับ ขณะนี้ผมกำลังพัฒนาให้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงผลิต """สารเร่งความเจริญเติบโตพืช"""ให้ได้มากที่สุด เมื่อฉีดพ่นไปที่พืช พืชบางชนิดอาจไวต่อการเปลี่ยนแปลง เช่น เกิดใบเหลืองแล้วล่วงหล่น และแตกใบใหม่งามกว่าเดิม และมีการเจริญเติบโตที่เร็วมาก
พืชบางอย่างที่เป็นโรค เช่นมะนาวเป็นโรคแคงเกอร์ ใบหงิกงอ ใกล้ตาย  ก็จะกลับฟื้นขึ้นมาเป็นปกติ กล้าไม้สักโทรมๆที่หน้า6เกษตรพอเพียง ใบเหลืองๆ
ก็ผลิใบ และแตกใบใหม่ใหญ่กว่าเดิม คุณmteer มีต้นไม้ที่จะทดลองหลากหลายชนิด 2 แคปซูล คงไม่พอ ขอเบอร์โทรศัพท์ด้วยครับ
Uncle Kongphop      ยิ้มเท่ห์
082-7540755
kongphop.sms@gmail.com
บันทึกการเข้า
basss
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 178


« ตอบ #333 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2013, 11:11:19 AM »

เบอร์โทรครับ 0900212056 เลี้ยงตุ๊กแกกับจิ้งหรีดผมไม่เคยได้ยินนะครับ ถ้าเลี้ยงคู่กันแล้วผมว่า จิ้งหรีดน่าจะหมดนะครับโดนกินหมดแน่ ๆ
เพิ่มเติมนิดครับ จิ้งหรีดเมื่อเช้าเข้าไปให้อาหารออกปลีกแล้วครับ มันเร็วเกินไป ไม่รู้จะมีผลอะไรรึเปล่าช่วยตอบด้วยนะครับคุณไตรภพ
บันทึกการเข้า
kongphop
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 511


« ตอบ #334 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2013, 07:31:45 PM »

 โกรธ   กำเนิดจุลินทรีย์   ฮืม ฮืม ฮืม
สิ่งมีชีวิตชนิดแรกที่กำเนิดบนพื้นโลกเมื่อพันล้านปีมาแล้ว คือ ไซยาโนแบคทีเรีย หลักฐาน
ของความเชื่อดังกล่าวคือ การพบก้อนหินที่มีอายุประมาณ 3-5 พันล้านปี บนหินก้อนนี้มีซาก (Fossil)
จุลินทรีย์ติดอยู่ มีรูปร่างคล้ายลูกปัดที่ร้อยเรียงกันเป็นสายยาวลักษณะคล้ายไซยาโนแบคทีเรีย
จุลินทรีย์ชนิดนี้สามารถสังเคราะห์แสงได้ และให้ผลิตผลส่วนหนึ่งเป็น O2
............ ข้อสันนิษฐานต่อมาคือ.....................................
       ปริมาณของ O2 ที่สร้างขึ้นจะสะสมอยู่ในชั้นบรรยากาศของโลก ทำให้มีวิวัฒนาการของ
จุลินทรีย์ที่ใช้ O2 เกิดขึ้นและต่อมาอีกประมาณ 800 ล้านปี จึงมีพืชและสัตว์เกิดขึ้น ส่วนมนุษย์นั้น
มีหลักฐานการวิวัฒนาการมาเมื่อ 2-3 ล้านปีมานี้เอง
       จุลินทรีย์เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า มีทั้งประโยชน์และโทษ ช่วยดำรง
สภาวะแวดล้อมของโลกให้สมดุลย์ ช่วยย่อยสลายซากพืชและสัตว์ เป็นทั้งอาหารโดยตรงและ
เป็นผู้ผลิตอาหารให้แก่มนุษย์, พืช และสัตว์ เป็นทั้งผู้ก่อโรค และเป็นผู้สร้างสารปฏิชีวนะยับยั้ง
และกำจัดเชื้อโรค เป็นผู้ให้คำตอบในความลี้ลับของสิ่งมีชีวิต ให้ความรู้เรื่องสารพันธุกรรม (DNA)
รวมทั้งขั้นตอนและขบวนการถ่ายทอดสารพันธุกรรม เมื่อไม่สามารถมองเห็นว่าจุลินทรีย์อยู่อย่างไร,
ทำงานอย่างไร มนุษย์อาศัยความรู้ทางเคมี, ชีวเคมี, ฟิสิกส์ ในการศึกษากลไกการดำรงชีวิต
ของจุลินทรีย์ ในเซลล์จุลินทรีย์ประกอบด้วยน้ำเป็นส่วนใหญ่ (70%) มีโปรตีน, DNA (แหล่งสะสม
สารพันธุกรรม), RNA (ตัวถ่ายทอดข้อมูลสารพันธุกรรมสู่โปรตีน), Lipid (ส่วนสร้างผนังเซลล์
และสะสมไขมัน) มนุษย์ใช้ประโยชน์จากเซลล์จุลินทรีย์มานาน แม้ปัจจุบันมนุษย์สามารถสะกัด
เอาเฉพาะส่วนที่เป็นสารพันธุกรรมที่มีอยู่ในเซลล์มาใช้ประโยชน์แทนการใช้ตัวจุลินทรีย์
 มนุษย์สามารถสร้างและกำหนดลักษณะสิ่งมีชีวิตรวมทั้งจุลินทรีย์ให้มีคุณสมบัติตามต้องการ
 แต่ยังมีอีกหลายคำถามที่มนุษย์ยังไม่มีคำตอบโดยเฉพาะที่เกี่ยวกับชีวิต โรคร้าย
และความเป็นอยู่ สิ่งเหล่านี้ยังต้องอาศัยการค้นคว้า และพัฒนาด้านเทคโนโลยีชีวภาพต่อไป

การค้นพบจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง “”สายพันธุ์โคราชบ้านเอง”” เป็นจุลินทรีย์นักมายากลท้าความตายแบบพระเอกหนังBruce WillisในDie Hard คนอึดตายยากนะครับ ไม่ทราบว่าศูนย์จุลินทรีย์แห่งชาติ(ธนาคารจุลินทรีย์) มีเก็บไว้หรือยัง???และชื่อทางวิทยาศาสตร์เป็นภาษาประกฤษเรียกว่าอะไรนะครับ ขอเรียกชื่อเป็นภาษาไทยไปพลางๆก่อนนะครับว่า “”สายพันธุ์โคราชบ้านเอง”” ที่ว่าเขาเป็นนักมายากลท้าความตาย เพราะเวทีการแสดงของเขา คือ หม้อน้ำรถยนต์อ่ะครับ พอเครื่องสตาร์ต น้ำในหม้อน้ำเริ่มร้อน เขาก็จะแว๊ปหายตัวเข้าไปอยู่ในเกราะป้องกันทนความร้อนสูงมาก พอรถจอดเครื่องเย็นลง เขาก็จะแว๊ปออกมากัดกินตะกรันแทนขนมปัง มีอายุยืนยาว แบบพระเอกBruce Willis จุลินทรีย์อึดตายยากอ่ะครับ โลกของจุลินทรีย์น่าทึ่งจริงๆครับ...ไม่ได้โม้ ฮืม ฮืม ฮืม

Uncle Kongphop รายงาน    ยิ้มเท่ห์
082-7540755
kongphop.sms@gmail.com
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 24, 2013, 10:50:13 AM โดย kongphop » บันทึกการเข้า
namtan4401
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 187


« ตอบ #335 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2013, 01:57:28 PM »

ผลการทดสอบกับกุหลาบ
โดยการแบ่งออกเป็นชุดละ 4 ต้น เพราะแต่ละชุดทำการตัดใบเก่าทิ้งหมด แล้วทำการทดสอบ
ชุดแรก รดด้วยจุลทรีย์ ที่ได้รับมาวันนี้วันที่ 4 แตกตาและมีใบอ่อนขึ้นมาเรื่อย
ชุดที่สอง รดด้วยน้ำปกติ แตกตาใบน้อยมากขึ้นอย่างช้า

ส่วนที่เหลือคงต้องรอต้นไม้ที่จะมาถึงทำการทดสอบแล้วจะแจ้งให้ทราบนะคะ


Liked By: kongphop
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 [21] 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 ... 52   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: