หน้า: 1 ... 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 [19] 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 ... 52   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง PSB คัด 2 สายพันธุ์เด่นสุด  (อ่าน 250974 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
น้าเขียว
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 140


« ตอบ #288 เมื่อ: พฤศจิกายน 07, 2013, 09:43:00 PM »

จำนวนผู้ร่วมทดลอง 107 ท่าน มีชื่อซ้ำ 2 ท่านนะครับ คือ รายชื่อ 73/76 และ 82/86 จึงเหลือ 105 ท่าน
 อายจัง  ......ต่อรายชื่อผู้ร่วมทดลองจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงPSB Date 17 Oct.13....
(106)บุญเรือน กานต์อาสิญจ์ 212/51 ม.3 ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 10280
(107)อรสุธี ตู้ปณ.116 ปณฝ.บางปู สมุทรปราการ 10280
(108)ปริเทพ  ปาจีนบูรวรรณ์  398 ม.2 ต.ชัยนาท อ.เมือง จ.ชัยนาท 17000
(109)พงษ์ศักดิ์  อุทัยกาญจน์ แผนกเอกซเรย์ โรงพยาบาลแพร่ อ.เมือง จ.แพร่ 54000
(110)ชญานิศ  อินจับ 118/19  ม.7  ต.บางคูวัด อ.เมือง  จ.ปทุมธานี  12000
(111)ปัญญา กริดรัมย์ 80/76 หมู่ 6 หมู่บ้านพานหิน4 ต.หนองโพรง อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี 25140
(112)รุ้งทอง  ภู่ยางโทน 99 หมู่ 3 ต.หนองพระ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก 65130

ขอขอบคุณทุกท่านทีร่วมทดลอง

ก้องภพ คำเรืองศรี    082-7540755
kongphop.sms@gmail.com                 ยิ้มเท่ห์
สวัสดีครับผมพงษ์ศักดิ์ครับ
ได้รับของเรียบร้อยแล้วครับ ขออภัยที่ตอบช้าไปหน่อยนะครับ ผมผสมน้ำ20ลิตรต่อ1แคปซุลเวลาคนแล้วตกตะกอนเป็นเม็ดเล็กครับคนอย่างไงก็ไม่ละลายครับเป็นไรมั้ย ผมผสมใส่ถังขาวทิ้งไว้ใช้ได้มั้ยครับ ทดลองกับมะนาวปลูกในกระถางปลูกประมาณ3อาทิตย์เริ่มแตกยอด ขนุนทะวายปีเดียวปลูก2อาทิตย์แตกยอดเหมือนกันเป็นจากจุลินทรีย์รึเป็นตามธรรมชาติครับ


Liked By: kongphop
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 07, 2013, 09:54:10 PM โดย akephrae » บันทึกการเข้า

kongphop
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 511


« ตอบ #289 เมื่อ: พฤศจิกายน 07, 2013, 10:11:12 PM »

สูตรต่างๆต่อไปนี้ Uncle Kongphop มีความเห็นว่า เกษตรกร ควรนำไปประยุกต์ใช้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ร่วม
กับจุลินทรีย์ หรือน้ำหมักสูตรต่างๆ  เป็นการพึ่งพาตนเองสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนนะครับ

++สูตรจุลินทรีย์พื้นบ้านบำรุงพืชผักสลายตอซังข้าวจากข้าวกล้อง++
สูตรจุลินทรีย์พื้นบ้านบำรุงพืชผักสลายตอซังข้าวจากข้าวกล้อง  เป็นอีกสูตรหนึ่งที่คุณลอย คลองแห้ง เกษตรกรผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการทำเกษตรผสมผสาน ได้ทำการคิดค้นและทดลองจนประสบความสำเร็จ และนำมาใช้ในการบำรุงพืชมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีวิธีการและรายละเอียดดังนี้  

วัตถุดิบในการทำจุลินทรีย์พื้นบ้านบำรุงพืชผักสลายตอซังข้าวจากข้าวกล้อง  
          1.ข้าวกล้อง                   1         กิโลกรัม
          2.แป้งข้าวหมาก               1         ลูก
          3.กากน้ำตาล                  2         ลิตร
          4.น้ำสะอาด                    5         ลิตร      
 
วิธีทำจุลินทรีย์พื้นบ้านบำรุงพืชผักสลายตอซังข้าวจากข้าวกล้อง
 
ขั้นตอนที่ 1
          -หุงข้าวกล้องสุกๆ ดิบๆ (ให้มีแกนใน)
          -บดแป้งข้าวหมากคลุกเคล้ากับข้าวกล้องที่หุงอุ่นๆ หมักไว้ 3วัน
 
 
  
 
 ขั้นตอนที่ 2
          -นำน้ำสะอาด 5ลิตร ใส่ถังพลาสติกทึบ
          -นำกากน้ำตาล จำนวน 2ลิตร เติมลงไป
          -นำข้าวกล้องที่หมักกับแป้งข้าวหมาก มาเทใส่ลงไป
          -คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน
          -ปิดฝาถึงหมักให้สนิท
          -หมักทิ้งไว้  15วัน (วันที่ 1 – 7ให้เปิดฝาคนส่วนผสมทุกวัน)
          -กรองข้าวออก นำหัวเชื้อจุลินทรีย์ไปใช้ได้เลย
 
 
 
 
วิธีใช้จุลินทรีย์พื้นบ้านบำรุงพืชผักจากข้าวกล้อง
          -ใช้สำหรับการบำรุงพืชผัก  ในอัตราส่วน   20  ซีซี  ผสมน้ำ  20  ลิตร
          -ใช้สำหรับการย่อยสลายตอซัง  ในอัตราส่วน   5  ลิตร  ต่อพื้นที่  1 ไร่  ราดลงบนต่อซังข้าว  เว้นระยะไว้ประมาณ  1สัปดาห์ ตอซังข้าวก็จะเปื่อยยุ่ย  แล้วไถกลบได้
 
 
แหล่งที่มาของข้อมูล :  ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร *1677 เครือข่ายสถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.สระบุรี
----------------------------------------------------------------------------------------------------------
น้ำหมักน้ำซาวข้าวกับถ่านกระดูกสัตว์บำรุงพืชบำรุงสัตว์
การทำน้ำหมักซาวข้าวกับถ่านกระดูกสัตว์
กระดูกสัตว์ที่ใช้ จะเป็นกระดูกวัว ควาย หมู ก็ได้ ก่อนนำไปใช้ให้ต้มเอาไขมันออกให้หมด จากนั้นนำไปตากแห้ง แล้วนำไปเผาไฟจนสีแดง(ใช้เตาเผาถ่านถัง 200 ลิตร ออกแบบดัง You tubeจะสะดวกและได้ปริมาณมาก) แล้วนำมาจุ่มน้ำทิ้งไว้ให้แห้งก่อนนำไปใช้ในการทำน้ำหมักซาวข้าวกับถ่านกระดูกสัตว์

วัสดุที่ต้องใช้
- ขวดโหลทรงสูงปากกว้าง ขนาด 15 ลิตร
- ถ่านกระดูกสัตว์ 1 กิโลกรัม
- น้ำซาวข้าว 10 ลิตร
- จุลินทรีย์PSB 5 สายพันธุ์ 50 cc.

วิธีการทำ
- นำถ่านกระดูกสัตว์ 1 กิโลกรัม ใส่ลงไปในขวดโหลก่อน จากนั้นใส่น้ำซาวข้าว 10 ลิตร ตามลงไป ในขณะที่ผสมส่วนผสมลงไปจะพบว่ามีฟองเกิดขึ้นจากการทำปฏิกิริยาของน้ำซาวข้าวหมักกับกระดูกสัตว์ เติมกระดูกสัตว์ลงไปจนไม่เกิดฟองอากาศขึ้นอีก ตามด้วยจุลินทรีย์PSB 5 สายพันธุ์ 50 cc. จากนั้นปิดฝาหมักทิ้งไว้ 8-10 วัน สามารถนำไปใช้ได้

การนำไปใช้และประโยชน์
– ใช้น้ำหมักซาวข้าวกับถ่านกระดูกสัตว์ 3 ช้อนโต๊ะ : น้ำเปล่า 10 ลิตร ใช้กับพืชพ่นเพื่อเปิดตาดอก ให้พ่นก่อน 10 วัน ก่อนพืชออกดอกจะดีที่สุด เร่งดอกและเร่งผล ช่วยให้ผลผลิตเกษตรกรดีขึ้น สามารถใช้ได้กับพืชทุกชนิด

สำหรับด้านปศุสัตว์แล้ว ใช้ผสมในอาหารสัตว์ในอัตราเจือจาง 500 เท่า ให้สัตว์กินระยะตั้งท้องหรือระยะผสมพันธุ์ จะเป็นแหล่งแคลเซียมและฟอสฟอรัสที่สำคัญสำหรับสัตว์และพืช
             ประโยชน์ของน้ำหมักจากกระดูกสัตว์ในนาข้าว
                        ใช้น้ำหมักเข้มข้นประมาณ 30 ลิตร สาดลงในแปลงนาพื้นที่ 1 ไร่ ก่อนการไถเตรียมดินสำหรับทำนาหรือปลูกพืช จะช่วยปรับปรุงบำรุงดินให้เกิด  ความสมบูรณ์ ใช้กับพืช โดยการฉีดพ่นเพื่อให้ธาตุฟอสฟอรัสแก่พืชทุกชนิด  ในอัตราส่วน น้ำหมัก 3 ช้อนโต๊ะ + น้ำ 10 ลิตร สูตรนี้ทำให้ดินกรวด ดินลูกรัง  ปลูกพืชได้
------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สมุนไพรป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช
มนุษย์นั้นรู้จักการใช้สมุนไพรป้องกันกำจัดศัตรูพืชมานานแล้ว แต่สิ่งเหล่านี้กลับถูกมองข้าม ขาดการเผยแพร่ ประกอบกับสารเคมีทางการเกษตรในปัจจุบันหาได้ง่าย ใช้ได้ง่าย และเห็นผลรวดเร็วกว่า แต่เมื่อมีการใช้ในระยะเวลานานๆ ก็จะเริ่มส่งผลเสียออกมาให้เห็น มีทั้งผลกระทบต่อมนุษย์ สัตว์ พืช รวมทั้งสิ่งแวดล้อมด้วย ปัจจุบัน นักวิชาการทางการเกษตร เกษตรกรผู้ผลิตและผู้บริโภค จึงได้ให้ความสำคัญกับการใช้สมุนไพรควบคุมศัตรูพืช สนใจภูมิปัญญาพื้นบ้านมากขึ้น รวมถึงนักวิชาการบางท่าน ได้หันมาสนใจค้นคว้าและพัฒนาสมุนไพรเพื่อให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สมุนไพรป้องกันกำจัดศัตรูพืช ยังมีข้อดีหลายอย่างคือ มีราคาถูก ปลอดภัย ต่อเกษตรกรผู้ใช้ ไม่มีสารพิษตกค้างในผลผลิตจึงปลอดภัยต่อผู้บริโภค รวมทั้งไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตอื่นๆที่เป็นประโยชน์ในแปลงพืชผัก ไม่ตกค้างในดินและสภาพแวดล้อม

สมุนไพรที่มีประสิทธิภาพป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช ได้แก่ :- หางไหลขาว (โล่ติ้น) หางไหลแดง (กะเพียด) ยาสูบ (ยาฉุน) เถาบอระเพ็ด สาบเสือ พริกไทย ข่าแก่ ขมิ้นชัน ตะไคร้หอม ตะไคร้แกง ดีปลี พริก โหระพา สะระแน่ กระเทียม กระชาย กระเพรา ใบผกากรอง ใบดาวเรือง ใบมะเขือเทศ ใบคำแสด ใบน้อยหน่า ใบยอ ใบลูกสบู่ต้น ใบลูกเทียนหยด ใบมะระขี้นก เปลือกว่านหางจระเข้ ว่านน้ำ เมล็ดโพธิ์ เมล็ดแตงไทย เปลือกมะม่วงหิมพานต์ ดอกลำโพง ดอกเฟื่องฟ้าสด กลีบดอกชบา ลูกทุเรียนเทศ รากเจตมูลเพลิงแดง

สมุนไพรที่มีประสิทธิภาพป้องกันกำจัดหนอนชนิดต่าง ได้แก่ :- สะเดา (ใบ+ผล) หางไหลขาว (โล่ติ้น) หางไหลแดง (กะเพียด) หนอนตายหยาก สาบเสือ ยาสูบ (ยาฉุน) ขมิ้นชัน ว่านน้ำ หัวกลอย เมล็ดละหุ่ง ใบและเมล็ดสะบู่ต้น ดาวเรือง ฝักคูณแก่ ใบเลี่ยน ใบควินิน ลูกควินิน ใบมะเขือเทศ เถาบอระเพ็ด ใบลูกเทียนหยด เปลือกใบเข็มป่า เปลือกต้นจิกและจิกสวน ต้นส้มเช้า เมล็ดมันแกว ใบยอ ลูกเปลือกต้นมังตาล เถาวัลย์ยาง เครือบักแตก คอแลน มุยเลือด ส้มกบ ตีนตั่งน้อย ปลีขาว เกล็ดลิ้น ย่านสำเภา พ่วงพี เข็มขาว ข่าบ้าน บัวตอง สบู่ดำ แสยก พญาไร้ใบ ใบแก่-ผลยี่โถ

สมุนไพรป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช สามารถแยกตามชนิดของแมลงศัตรูพืชได้ดังนี้

หนอนกระทู้ - มันแกว สาบเสือ ยี่โถ สะเดา หนอนตายหยาก ใบมะเขือเทศ ดาวเรือง ขมิ้นชัน ข่า ขิง คูน น้อยหน่า

หนอนคืบกระหล่ำ - มันแกว สาบเสือ ยาสูบ ยี่โถ สะเดา หนอนตายหยาก ใบมะเขือเทศ ดาวเรือง ขมิ้นชัน คูน ตะไคร้หอม

หนอนใยผัก - มันแกว ยี่โถ สะเดา หนอนตายหยาก ใบมะเขือเทศ ดาวเรือง ขมิ้นชัน คูน ตะไคร้หอม

หนอนกอข้าว - ยาสูบ บอระเพ็ด ใบมะเขือเทศ

หนอนห่อใบข้าว - ผกากรอง

หนอนชอนใบ - ยาสูบ ใบมะเขือเทศ

หนอนกระทู้กล้า - สะเดา

หนอนหลอดหอม - ยี่โถ สะเดา หนอนตายหยาก ใบมะเขือเทศ ตะไคร้หอม

หนอนหนังเหนียว - ยี่โถ สะเดา หนอนตายหยาก ใบมะเขือเทศ คูน

หนอนม้วนใบ - ยี่โถ สะเดา หนอนตายหยาก ใบมะเขือเทศ คูน ตะไคร้หอม

หนอนกัดใบ - ยี่โถ สะเดา หนอนตายหยาก ใบมะเขือเทศ คูน ตะไคร้หอม

หนอนเจาะยอดเจาะดอก - ยี่โถ สะเดา ขมิ้นชัน คูน

หนอนเจาะลำต้น - สะเดา ใบมะเขือเทศ คูน

หนอนแก้ว - ใบมะเขือเทศ ขมิ้นชัน ตะไคร้หอม

หนอนผีเสื้อหัวกะโหลก - ใบมะเขือเทศ ดาวเรือง

หนอนผีเสื้อต่างๆ - มันแกว หนอนตายหยาก สะเดา คูน

ด้วงหมัดกระโดด - มันแกว ว่านน้ำ มะระขี้นก ยาสูบ กระเทียม

ด้วงเจาะเมล็ดถั่ว - ขมิ้นชัน ด้วงกัดใบ มะระขี้นก คูน

ด้วงเต่าฟักทอง - สะเดา กระเทียม น้อยหน่า

ด้วงหรือมอดทำลายเมล็ดพันธุ์ - ยี่โถ กระเทียม ขมิ้นชัน ข่า ขิง

มอดข้าวเปลือก - ว่านน้ำ

มวนเขียว - มันแกว ยาสูบ

มวนหวาน มันแกว ยาสูบ

แมลงสิงห์ข้าว - มะระขี้นก

เพลี้ยอ่อน - มันแกว ยาสูบ สะเดา หนอนตายหยาก ดาวเรือง กระเทียม น้อยหน่า

เพลี้ยไฟ - ยางมะละกอ สะเดา สาบเสือ ยาสูบ หนอนตายหยาก กระเทียม

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล - สะเดา สาบเสือ บอระเพ็ด

เพลี้ยจั๊กจั่นสีเขียว - สะเดา สาบเสือ บอระเพ็ด

เพลี้ยหอย - สาบเสือ

เพลี้ยแป้ง - ยาสูบ สะเดา ไรแดง ยาสูบ ขมิ้นชัน ไรขาว ยาสูบ ขมิ้นชัน

แมลงหวี่ขาว - ดาวเรือง กระเทียม

แมลงวันแดง - ว่านน้ำ น้อยหน่า สลอด ข่าเล็ก เงาะ บัวตอง ขิง พญาไร้ใบ

แมลงวันทอง - ว่านน้ำ หนอนตายหยาก บัวตอง มันแกว แสลงใจ

แมลงปากกัดผัก - ว่านน้ำ

แมลงกัดกินรากและเมล็ดในหลุมปลูก - มะรุม

จิ้งหรีด - ละหุ่ง สบู่ดำ สลอด

ปลวก - ละหุ่ง

ตั๊กแตน - สะเดา

อย่างไรก็ตามการใช้สมุนไพรป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชมิได้เป็นวิธีการสำเร็จรูปเหมือนกับการใช้สารเคมี การใช้สมุนไพรป้องกันกำจัดศัตรูพืช ควรทำควบคู่ไปกับวิธีธรรมชาติหรือวิธีทางเกษตรอินทรีย์ เพื่อสร้างสมดุลทางธรรมชาติให้เกิดขึ้นในแปลงพืชผักผลไม้ วิธีทางเกษตรอินทรีย์เหล่านั้น ได้แก่

1. การเตรียมดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยการใช้ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยชีวภาพ

2. การเลือกใช้พันธุ์ที่ทนทานต่อโรคและแมลง

3. ปลูกพืชให้ตรงกับฤดูกาลที่เหมาะสม

4. การปลูกพืชหลายชนิดในแปลงเดียวกัน แบบผสมผสานและปลูกพืชหมุนเวียน

การปฏิบัติเหล่านี้จะช่วยให้พืชผักมีสุขภาพแข็งแรงต้านทานโรคและแมลง ป้องกันการระบาดของแมลงศัตรูพืช

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

++ สูตรน้ำหมักสมุนไพรไล่แมลงในแปลงผัก ++

1. ถังพลาสติกมีฝาปิด จำนวน 1 ใบ

2. ตะไคร้หอมสับ จำนวน 1 ก.ก.

3. ข่าทุบหรือหั่น จำนวน 1 ก.ก.

4. ลูกมะกรูดผ่าซีก จำนวน 1 ก.ก.

5. กากน้ำตาลหรือน้ำตาลทรายแดง จำนวน 1 ก.ก.

6. น้ำสะอาด จำนวน 2 ลิตร

7. จุลินทรีย์ท้องถิ่น จำนวน ½- 1 ลิตร.

วิธีทำ :

1.ใส่ตะไคร้ ข่า มะกรูด ตามลำดับลงในถังพลาสติก

2.ละลายกากน้ำตาล จุลินทรีย์ท้องถิ่น ในน้ำให้เข้ากันแล้วเทใส่ถังหมักปิดฝาไม่ต้องแน่นให้อากาศออกได้ หมักใว้ 15 วัน

วิธีใช้ :

น้ำหมัก 200 ซี.ซี. ผสมน้ำ 10 ลิตร ฉีดพ่นไล่แมลง นอกจากไล่แมลงได้แล้ว ผลพลอยได้น้ำหมักนี้เกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์ยังสามารถนำน้ำหมักตามอัตราส่วนแรกมาฉีดพ่นบนตัวสัตว์หรือพื้นในโรงเรือน คอก เพื่อลดกลิ่นเหม็นจากมูลสัตว์และลดแมลงวัน น้ำหมักดังกล่าวสามารถถูกตัวสัตว์ได้ไม่เป็นอันตราย
----------------------------------------------------------------------------------------------
++สูตรดูแลพืชผักให้ปลอดแมลงศัตรูพืชด้วยน้ำหมักสมุนไพรไล่แมลง++

ปัจจุบันประชาชนหันมาใส่ใจในเรื่องการบริโภคอาหารที่ถูกสุขลักษณะ ผักปลอดสารพิษจึงนับเป็นทางเลือกหนึ่งในการนำมาประกอบอาหารกันอย่างแพร่หลายครับ แต่กว่าจะได้ผลผลิตของผักแต่ละชนิดที่ปลอดสารพิษนั้นต้องให้การเอาใจใส่ดูแลเป็นอย่างยิ่งครับ และก็มีข้อห้ามก็คือ ห้ามใช้สารเคมีในการดูแลพืชผักด้วยครับ แต่ต้องใช้สารชีวภาพในการดูแลครับ ทั้งปุ๋ย ฮอร์โมน และสารไล่แมลงศัตรูพืช ดังเช่นสูตรนี้ที่จะนำเสนอให้ได้ลองนำไปใช้ดูนะครับ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------

++น้ำหมักสมุนไพรไล่แมลง++
วัสดุ
หนอนตายอยาก      1  กิโลกรัม
บอระเพ็ด               1  กิโลกรัม
ใบสะเดา                1  กิโลกรัม
สาบเสือ                 1  กิโลกรัม
น้ำ                        10  ลิตร
จุลินทรีย์ท้องถิ่น       1  ลิตร
น้ำตาล                   1  กิโลกรัม
 
วิธีทำ
 นำวัตถุดิบตำให้แหลกจากนั้นนำกากน้ำตาล จุลินทรีย์ท้องถิ่น ละลายน้ำและเทลงไปในถังหมักที่มีสมุนไพรอยู่จากนั้นก็คลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักไว้ 7 วันขึ้นไป แล้วฉีดพ่น
วิธีใช้
 น้ำยา 1/2 ลิตร ผสมน้ำ 20  ลิตร ฉีดพ่น 7 วันต่อครั้ง

------------------------------------------------------------------------------------------

++สูตรน้ำหมักสมุนไพรไล่แมลง++
โดยจะคำนึงถึงในส่วนของการลดต้นทุน และวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่นเป็นหลัก ทดลองจนใช้ได้ประสบผลสำเร็จ เป็นรูปธรรม จึงต้องการเผยแพร่สูตรดังกล่าวให้กับเกษตรกรและผู้ที่สนใจได้นำไปปรับใช้ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสูตรที่สามารถทำได้ง่าย ใช้ได้เร็ว
 
สูตรน้ำหมักสมุนไพรไล่แมลง  (ช่วยกำจัดหนอนม้วนใบและรักษาอาการข้าวใบขาว)  ช่วยลดต้นทุนและลดปัญหาเรื่องแมลงได้เป็นอย่างดี  รวมไปถึงยังทำให้ดีต่อสุขภาพของเกษตรกรและผู้บริโภคอีกด้วย  วัตถุดิบหาได้ง่ายมีอยู่ในท้องถิ่นเพียงแค่นำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์โดยมีรายละเอียดดังนี้
 วัตถุดิบ
1.ใบขี้เหล็ก
2.ใบสาบเสือ
3.พริกขี้หนู
4.ใบยูคา
5.ฝักคูณ
6.ผกากรอง
7.เมล็ดสะเดา
8.กากน้ำตาล1ลิตร
9.น้ำ20ลิตร
10.จุลินทรีย์ท้องถิ่น 1 ลิตร
***สมุนไพรทั้งหมดรวมกันให้ได้ปริมาณ30กก.

วิธีการทำ
-นำสมุนไพรที่ได้มาโขลกให้ละเอียด  จากนั้นก็นำไปเทลงในถังหมัก  เติมกากน้ำตาลลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วเติมน้ำลงคนอีกหนึ่งรอบปิดฝาถังหมักให้สนิทหมักไว้15วันก็กรองเอาเฉพาะน้ำไปใช้ได้
 
วิธีการใช้
-น้ำหมัก20ซีซีต่อน้ำ20ลิตร  นำไปฉีดพ่น
-น้ำหมัก5ลิตรต่อพื้นที่1ไร่นำไปปล่อยตามร่องน้ำเข้านา

----------------------------------------------------------------------------------------------------------

++ขับไล่แมลงด้วยเหล้าขาว+น้ำส้มสายชู ++
สูตรทั่วไป
ส่วนผสม : จุลินทรีย์ท้องถิ่น  กากน้ำตาล เหล้าขาว น้ำส้มสายชู อย่างละ 1 ขวด (ขวดกลม) และน้ำสะอาด 10 ขวด (ส่วนผสมน้อยลดลงตามส่วน)
วิธีทำ : ผสมส่วนผสมให้เข้ากันแล้วหมักทิ้งไว้ 15 วัน (ควรมีฝาปิดมิดชิด) ระหว่างการหมัก (ช่วง 15 วันแรก) ให้เปิดฝาคนทุกวันเช้า - เย็น เพื่อไม่ให้เป็นตะกอนนอนก้นและเพื่อระบายแก๊สออกครบกำหนดให้นำไปใช้ได้ หัวเชื้อนี้สามารถเก็บได้นาน 3 เดือน โดยไม่ต้องเปิดฝาระบายแก๊สเป็นครั้งคราว
การใช้ประโยชน์ : นำหัวเชื้อยาขับไล่แมลงนี้ไปผสมกับน้ำในอัตราส่วน 5 ช้อนแกง ผสมกับน้ำ 10 ลิตร จากนั้นนำส่วนผสมไปฉีดพ่นต้นไม้สัปดาห์ละ 1 - 2 ครั้ง หรือตามความจำเป็น (ใช้บ่อยๆ ได้โดยไม่เป็นอันตรายต่อพืชและคน) โดยฉีดพ่นในช่วงเย็น สำหรับพืชที่กำลังแตกใบอ่อนให้ใช้ในอัตราส่วนที่เจือจางลงโดยหัวเชื้อที่ผสมน้ำแล้วหากใช้ร่วมกับพืชสมุนไพรต่างๆ เช่น สะเดา ข่า ตระไคร้หอม ยาสูบโดยนำหัวเชื้อยาขับไล่แมลงใส่เพิ่มลงไปอีก 5 ช้อนแกง (ต่อน้ำ 10 ลิตร) จะทำให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
 
สูตรเข้มข้น
วิธีทำ : ใช้ส่วนผสมและวิธีทำเหมือนสูตรธรรมดา แต่เพิ่มปริมาณเหล้าขาวเป็น 2 ขวด
การใช้ประโยชน์ : ใช้ฉีดพ่นปราบหนอน และแมลงศัตรูพืชที่ปราบยาก เช่น หนอนกอกลม หนอนชอนใบ ฯลฯ โดยใช้สัดส่วนหัวเชื้อสูตรเข้มข้น 1 แก้ว ต่อน้ำ 200 ลิตร หรือมากน้อยกว่านี้แล้วแต่ความเหมาะสม หรือใช้กำจัดเหาในศีรษะคน โดยเอาน้ำราดผมให้เปียกแล้วชะโลมด้วยหัวเชื้อสูตรเข้มข้นผสมน้ำในอัตราส่วน 1 ต่อ 50 หมักไว้ 30 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด หรือใช้กำจัดเห็บ หมัดในสัตว์เลี้ยง
--------------------------------------------------------------------------------------------------
++เปลือกไข่ไล่มด ++
เปลือกไข่(shell)มีส่วนประกอบเกือบทั้งหมดเป็นแคลเซียมคาร์บอเนต(CaCo3) มีลักษณะเป็นแท่งๆมาต่อกัน ตรงรอยต่อระหว่างแท่งจะไม่สนิทมีช่องว่างหรือรูพรุน(pores)เกิดขึ้นจำนวนมากบนเปลือกไข่ ประโยชน์เพื่อการแลกเปลี่ยนแก๊สและการระเหยของน้ำออกจากฟองไข่ในขณะฟัก ไข่ไก่แต่ละฟองจะมีรูพรุนเหล่านี้ประมาณ 6,000-8,000 รู
เปลือกไข่ด้านในจะติดสนิทอยู่กับเยื่อเปลือกไข่ โครงสร้างชั้นในสุดเรียกว่า basal cap ฝังติดอยู่ในเยื่อเปลือกไข่ชั้นนอก
ชั้นนอกสุดของเปลือกไข่จะมีสารอินทรีย์(organic material) ซึ่งเรียกว่า cuticle เคลือบที่ผิวของฟองไข่ทั้งหมด ในการสร้างเปลือกไข่แต่ละฟองนั้นจะใช้แคลเซียมประมาณ 2 กรัม
เปลือกไข่(shell) จึงประกอบด้วย3ส่วนคือcuticle ;spongy(calcareous)layer ;mammillare layer"

"หลังจากรับประทานไข่เจียว ไข่ดาว ไข่ต้ม แล้วอย่าลืมนำเปลือกไข่มาทำประโยชน์นะครับ เนื่องจาก เปลือกไข่ที่เผาไฟแล้วบดละเอียด จะมีสารแคลเซียมเมื่อผสมกับน้ำก็จะได้แคลเซียมไฮดรอกไซด์ ซึ่งมีฤทธิ์เป็นเบส(ด่าง) สามารถขับไล่มดได้ ขั้นตอนการทำ

1.เปลือกไข่ ล้างให้สะอาด เผาให้เหลืองและแห้งสนิท

2.ใส่เปลือกไข่ที่ย่างแล้วใส่ครก ตำให้ละเอียด

3.เทเปลือกไข่ลงในแก้ว 1 ส่วนแล้วเติมน้ำ 2 ส่วน

4.คนให้เข้ากัน ตั้งทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง

5.ใช้ฉีดพ่น หรือราดบริเวณรังมด

Uncle Kongphop ราบงาน     ยิ้มเท่ห์
082-7540755
kongphop.sms@gmail.com


 


Liked By: deedao
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 10, 2013, 08:37:25 AM โดย kongphop » บันทึกการเข้า
addy09
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 30


« ตอบ #290 เมื่อ: พฤศจิกายน 08, 2013, 01:50:03 AM »

ถ้ายังพอมีเหลือให้ทดลองกับสวนผักออร์แกนิก ...รบกวนขอทดลองด้วยครับ

คมสัน อิสสระจินดา สวนอาหารเชียงใหม่เรือนแพ1
ซ.บ้านมอญ ถ.เชียงใหม่-สันกำแพง
ต.สันกลาง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่
50130 โทร 08970072424
ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
archy033
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 37


« ตอบ #291 เมื่อ: พฤศจิกายน 08, 2013, 12:43:32 PM »

ขอรับต้วอย่างจุลินทรีย์ ด้วยคนนะครับ

วิรุจ  อัศวประภาส
83/1 หมู่ 5 ต.สันผักหวาน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ 50230

ขอบคุณมากครับผม
บันทึกการเข้า
PENGUIN H1
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 27


« ตอบ #292 เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2013, 09:39:01 AM »

ขอรับตัวอย่างจุลินทรีย์ด้วยคนครับ...ขอบคุณเอาไว้ล่วงหน้าเลยครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 09, 2013, 09:43:41 AM โดย PENGUIN H1 » บันทึกการเข้า
emdevil
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16


« ตอบ #293 เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2013, 10:05:41 AM »

ยังพอมีเหลือให้ทดสอบบ้างไหมครับ

อานนท์ (เอ็ม) 26/4 ม.6 ต.นครปฐม อ.เมือง จ.นครปฐม 73000

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
pornpoj
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8


« ตอบ #294 เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2013, 10:29:09 AM »

ถ้ายังมีเหลือ ขอรับจุลินทรีย์มาใช้กับต้นไม้ที่บ้านด้วยคนครับ
ขอบคุณครับ (ที่อยู่ทาง pm นะครับ)
บันทึกการเข้า
basss
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 178


« ตอบ #295 เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2013, 11:12:28 AM »

ได้รับแคปซูน 2 เม็ดครับ ขอบคุณมากเลยครับ แล้วจะรายงานผลให้ทราบครับ


Liked By: kongphop
บันทึกการเข้า
kongphop
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 511


« ตอบ #296 เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2013, 08:40:49 PM »

     แลบลิ้น ยิงฟันยิ้ม แนวทางการใช้จุลินทรีย์PSB 5 สายพันธุ์
1)ชนิดน้ำ….ทางเกษตร ฉีดพ่น รด ราด พืชผัก
              ทางสิ่งแวดล้อม…บำบัดน้ำเสีย  บำบัดกลิ่น และบ่อปลา
            ทางปศุสัตว์ ทำชนิดพิเศษผสมน้ำให้สัตว์ดื่ม และผสมอาหารให้สัตว์กิน (ขณะนี้มีผลการวิจัยร่วม ไทย-ญี่ปุ่น หมักผงไผ่เพื่อผสมอาหารสัตว์ มีวางจำหน่ายแล้ว)
http://www.komchadluek.net/detail/20130829/166873/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B
2)ชนิดแคปซูล  ทางเกษตร (ดึงปลอกแคปซูลออกก่อนผสมน้ำ) ฉีดพ่น รด ราด พืชผัก และฝังรอบโคนต้นไม้  (ใช้ชนิดน้ำและแคปซูลร่วมกันจะเห็นผลเร็ว)
3)ชนิดผง  คัดสรรพิเศษสำหรับบ่อเลี้ยงกุ้ง ฯลฯ
4)ชนิดลูกก้อน  เพื่อให้ขว้างได้ไกล และจมลงสู่ก้นบ่อ บำบัดโคลนตมก้นบ่อ สำหรับบ่อบำบัดน้ำเสียขนาดใหญ่
ควรจะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม  เพื่อการบรรจุกล่องได้มาก ไม่มีที่ว่างเหมือนชนิดกลม


จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ควบคุมคุณภาพแต่ละถังบรรจุในห้องLab

จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง 5 สายพันธุ์

จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง 5 สายพันธุ์


Uncle Kongphop รายงาน      ยิ้มเท่ห์
082-7540755
kongphop.sms@gmail.com


Liked By: SM
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 09, 2013, 10:37:44 PM โดย kongphop » บันทึกการเข้า
kongphop
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 511


« ตอบ #297 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2013, 11:16:07 AM »

 แลบลิ้น ยิงฟันยิ้ม  การลดภาวะโลกร้อนที่มีประสิทธิภาพ ต้องใช้ “”จุลินทรีย์ภิวัฒน์””
การปฏิวัติเขียวอย่างรวดเร็ว ขยายวงกว้างไปทั่วโลก ต้องใช้ “จุลินทรีย์ภิวัฒน์” เพื่อลดภาวะโลกร้อน
ถ้าใช้เป็นประจำ โดยไม่ใช้สารเคมีใดๆเลย ไม่ช้าระบบนิเวศน์ จะกลับคืนมา เรือกสวนไร่นาจะเกิดไส้เดือนเป็นจำนวนมาก เพราะอาหารไส้เดือนก็คือดินที่ปะปนกับจุลินทรีย์ ยิ่งถ้าเป็นจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงที่มีประสิทธิภาพสูง 5 สายพันธุ์นี้ จะทำให้ไส้เดือนโตไว แข็งแรง สามารถชอนไชในดิน ทำให้ดินร่วนซุย ชุ่มน้ำ เก็บกักน้ำได้ดี ดินไม่แห้งแล้ง ที่สำคัญ ไส้เดือนยิ่งโตไว แข็งแรง ก็ยิ่งกิน และถ่ายมูลออกมาเป็นจำนวนมาก เนืองจากไส้เดือนมีสองเพศ คือเพศผู้และเพศเมียอยู่ในตัวเดียวกัน จึงขยายพันธุ์ได้ง่ายและรวดเร็ว และถ่ายมูลออกมาเป็นจำนวนมาก เจ้ามูลไส้เดือนนี่เอง ที่มีทั้งธาตุอาหารหลักN-P-Kและธาตุอาหารรองครบถ้วนตามธรรมชาติ ทำให้พืชเจริญเติบโตเร็ว  อีกทั้งจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสูง 5 สายพันธุ์นี้ ยังก่อให้เกิดจุลินทรีย์ฝ่ายดีชนิดอื่นอาศัยอยู่ร่วมกันรอบรากพืช ต่างก็พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันในการดำรงชีวิต มีความสามารถในการตรึงN2จากอากาศ (ในอากาศมี N2 ถึง 78 %)เป็นอาหารของพืชอีกทางหนึ่ง และกำจัดจุลินทรีย์ตัวร้ายที่ทำให้เกิดก๊าซพิษ  ก๊าซเรือนกระจกอันเป็นบ่อเกิดภาวะโลกร้อน ฯลฯ ถ้าเรือกสวนไร่นาใดมีใส้เดือนเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก นั่นหมายถึงว่า ท่านได้ทำเกษตรออร์กานิกปลอดสารพิษแบบยั่งยืนแล้ว มูลใส้เดือน + จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสูง จะมาทดแทนปุ๋ยเคมีได้เต็ม 100 %

สรุปได้ว่า ถ้าใช้PSB ที่มีประสิทธิภาพสูงกันทั่วโลก จะเกิดการปฏิวัติเขียวขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว  พืชและดินอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน สามารถAbsorbก๊าซเรือนกระจก ลดภาวะโลกร้อนได้เป็นอย่างดี ทำให้โลกเรากลับมาน่าอยู่ ภูมิประเทศ ภูมิอากาศดีเหมือนเดิมครับผม

๊Uncle Kongphop รายงาน    ยิ้มเท่ห์
082-7540755
kongphop.sms@gmail.com
บันทึกการเข้า
kathin2810@hotmail.com
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 136


« ตอบ #298 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2013, 12:55:54 PM »

ต้องการรับค่ะ  แจ้งที่อยู่ e-mail  ค่ะ

ยังไม่ถึงคิวอีกหรือค่ะ

ไม่ทราบว่าได้จัดส่งมาหรือยังค่ะ  ถ้ายังขอรับด้วยค่ะ  ตามที่อยู่นี้ค่ะ
กถิน  พะธะนะ
โรงเรียนวัดละลวด  158  ม.9
ต.ละลวด  อ.ชำนิ  จ.บุรีรัมย์  31110


ได้รับแล้วค่ะ  ขอบคุณค่ะ  จะนำไปใช้กับผักกว้างตุ้งค่ะ


นำไปฉีดใส่ผักกวางตุ้งแล้ว  ผลปรากฏว่ารากเน่าหมด
บันทึกการเข้า
kongphop
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 511


« ตอบ #299 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2013, 03:15:18 PM »

อ้างจาก: kathin2810@hotmail.com ที่ ตุลาคม 29, 2013, 02:39:59 PM
อ้างจาก: kathin2810@hotmail.com ที่ ตุลาคม 19, 2013, 03:36:34 PM
อ้างจาก: kathin2810@hotmail.com ที่ ตุลาคม 08, 2013, 09:36:42 AM
อ้างจาก: kathin2810@hotmail.com ที่ กันยายน 24, 2013, 05:23:34 AM
ต้องการรับค่ะ  แจ้งที่อยู่ e-mail  ค่ะ

ยังไม่ถึงคิวอีกหรือค่ะ

ไม่ทราบว่าได้จัดส่งมาหรือยังค่ะ  ถ้ายังขอรับด้วยค่ะ  ตามที่อยู่นี้ค่ะ
กถิน  พะธะนะ
โรงเรียนวัดละลวด  158  ม.9
ต.ละลวด  อ.ชำนิ  จ.บุรีรัมย์  31110


ได้รับแล้วค่ะ  ขอบคุณค่ะ  จะนำไปใช้กับผักกว้างตุ้งค่ะ


นำไปฉีดใส่ผักกวางตุ้งแล้ว  ผลปรากฏว่ารากเน่าหมด



ขอบคุณที่ร่วมทดลอง ขอหมายเลขโทรศัพท์ด้วยครับผม
ก้องภพ 082-7540755
บันทึกการเข้า
z_bie
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 564


« ตอบ #300 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2013, 04:36:14 PM »

หลังจากพ่น จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงของคุณก้องภพ(แบบแค็ปซูล) 1 สัปดาห์ ใบเขียวเข้มกว่าแบบน้ำ ตัวนี้สู้ PSB (น้ำสีแดงได้)ผลงานพอๆกันครับ เขียวเข้มสู้แดดดี

บันทึกการเข้า
kongphop
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 511


« ตอบ #301 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2013, 06:51:44 PM »

ข้อความโดย: z_bie
ใส่การอ้างถึงคำพูด
หลังจากพ่น จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงของคุณก้องภพ(แบบแค็ปซูล) 1 สัปดาห์ ใบเขียวเข้มกว่าแบบน้ำ ตัวนี้สู้ PSB (น้ำสีแดงได้)ผลงานพอๆกันครับ เขียวเข้มสู้แดดดี


ขอบคุณ คุณ z_bie มากครับที่แจ้งผลการทดลอง ขณะนีการใช้ 1 capsule(เบอร์0 ขนาด 80 มิลิกรัม) / น้ำ 20 ลิตร ต่อไปจะพัฒนา 1 capsule / น้ำ
50 ลิตร แต่ประสิทธิภาพคงเดิมครับผม

Uncle Kongphop    ยิ้มเท่ห์
082-7540755
kongphop.sms@gmail.com
บันทึกการเข้า
Kritsapla
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 210


« ตอบ #302 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2013, 06:58:56 PM »

ขอรับด้วยคนนะคะ
ที่อยู่ กฤษณะ ฉายประทีป  74 หมู่ 3 ต.คุ้งสำเภา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท 17110
ขอบคุณมากๆๆค่ะ
บันทึกการเข้า
supatra jetikote
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 170


« ตอบ #303 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2013, 09:07:23 PM »

ขอรับด้วยคนนะคะจะลองมาใช้กับพริกดูค่ะ
 supatra  jetikote
4/1หมู่2 ต.หนองสูงเหนือ อ.หนองสูง จ.มุกดาหาร 49160
ขอบคุณค่ะ

ได้รับแล้วเมื่อวันศุกร์ค่ะเห็นบอกว่า แคปต่อน้ำ๒๐ลิตร ผสมแล้วใช้ไม่หมดเก็บไว้ได้กี่วันคะ หรือหากผสมน้ำไว้๑๐ซี.ซี.แล้วเอาไปผสมน้ำ๑ซี.ซี.ต่อน้ำ๒ลิตรอย่างนี้จะเก็บไว้ได้กี่วันคะ เพราะว่าใช้ทีเดียว๒๐ลิตรเลยคงไม่หมดค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 [19] 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 ... 52   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: