หน้า: 1 ... 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 [76]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: วิธีเลือกซื้อเครื่องยนต์ดีเซลคูโบต้ามือสอง et-rt ไว้ใช้งานครับ  (อ่าน 292074 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
sunnycu
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 136


« ตอบ #1200 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2017, 08:52:40 PM »

หวัดดีคับนายช่าง พี่ๆทุกท่าน มีปัญหาคับผมได้รถไถเดินตามมาคันนึงสังเกตุที่ล้อดุมข้างหนึ่งมีตลับลูกปืนเพียงข้างเดียว ปัญหาคือมันวิ่งแล้วหมุนวนรอบตัวเอง ถามใครก็ไม่มีคำตอบงงคับคนสร้างเขาทำเพื่ออะไรครับ  ผมได้รถมาแถวอยุธยาเป็นโซ่3เพลาล้อยางครับ
    -สวัสดีครับคุณซันนี่สบายดีนะครับ เป็นภูมิปัญญาของชาวนารุ่นที่ใช้เคียวเกี่ยวข้าว ก่อนหน้านั้นใช้ควายย่ำข้าวกำเพื่อแยกเมล็ดข้าวออกจากรวงต่อมาก็ใช้รถไถเดินตามโดยใส่ตลับลูกปืนที่ดุมล้อหนึ่งข้างแล้วผูกหรือคล้องติดกับเสาบ้านกลางแจ้งให้รถวิ่งรอบๆ เป็นก้นหอย หรือใช้เชือกคล้องกำหนดระยะวงแคบ-กว้างเอง
   - รถไถเดินตามถือว่าเป็นเครื่องจักรประจำบ้านมีประโยชน์มากมาย
      - ใช้ใบล้อมาปั่นน้ำเข้านาสำหรับคันนาไม่สูงมากนัก โดยยกอกให้สูงให้ล้อหมุนควักน้ำขึ้น
      - ใช้เป็นกลไกตอกปั้นจั่นเสาบ้าน เครื่องทดแรง รอก-ยกของ และอีกหลายอย่างที่จะคิดได้ ผมก็พอคิดได้อีกอย่าง หางรถไถเอาไว้ตากปลาเค็มครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 25, 2017, 09:15:24 PM โดย A-lekk » บันทึกการเข้า

A-lekk
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 662


« ตอบ #1201 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2017, 08:28:03 PM »

     สวัสดีครับ พอดีผมไปข้างนอกบ้านมามีปัญหาอาการกินน้ำมันเครื่องของหลอดวาล์ว โดยลักษณะอาการเริ่มแรกจะมีปัญหา ควันไอเสียขาวฉุย โขมงโฉงเฉง โคนท่อไอเสียฉ่ำเยิ้ม ปลายท่อก็เยิ้มหยดย้อย  กินน้ำมันเครื่อง เครื่องมีอาการร้อนเร็ว ช่างแก้ยังไงก็ไม่หาย งปบานปลาย เหนื่อยใจ
     - อาการนี้ส่วนตัวช่างเล็กเองก็ไม่รู้หรอกครับว่าเป็นกันเยอะมาก เพราะเข้าไปอ่านตามกระทู้ของเค้า ตอบถูกบ้าง ผิดบ้าง ซ่อมผิดจุดกันก็มี งปบานปลายครับ
   -อาการกินน้ำมันเครื่องของหลอดวาล์วถือว่าเป็นภัยเงียบครับมี3ระดับการตรวจเช็ค ถ้าปล่อยไว้ใช้งานโดยไม่ได้ตรวจเช็คชาร์ปจะละลายติดข้อเหวี่ยงเครื่องพังในที่สุดครับ โดยเฉพาะเครื่อง อีที และ เจ้าพลัง เครื่องเก่าๆรุ่นอื่นๆก็เป็นเหมือนกันครับ
    - ฝาสูบเป็นอันดับแรกๆเมื่อเกิดอาการ ช่างส่วนใหญ่จะนำไปฟิตให้หลอดวาล์วฟิตทั้งไอดีและไอเสีย รวมถึงบ่าวาล์วจะได้กำลังอัดเพิ่มขึ้น การตรวจเช็คหลอดวาล์วก่อนจ่ายเงินต้องฟิตทั้งก้านและหลอดพอดีไม่หลวมคลอน ถ้ามากไปเราไม่ควรรับงานถ้านำมาประกอบใส่จะกินน้ำมันเครื่องเหมือนเดิมนะครับ
   - ฝาสูบใหม่เมื่อเช็คหลอดวาล์วฟิตกันดีแล้วนำมาประกอบใส่
อาการกินน้ำมันเครื่องจะหายไปรวมถึงเยิ้มปลายท่อไอเสียด้วยทั้งหมดนี้คืออาการระดับ 1 ครับ
    - ส่วนระดับ 2 คือ อาการกินน้ำมันเครื่องทางหลอดวาล์วตามอาการที่กล่าวมาต้นเหตุไม่ได้มาจากหลอดวาล์ว แต่มาจากชุดกระเดื่องวาล์วหลวมคลอนทั้งไอดีและไอเสีย กล่าวคือ ชุดกระเดื่องวาล์วเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินที่มีมวลน้ำมันเครื่องไหลผ่านมาเลี้ยงชุดกระเดื่องวาล์วและผ่านไปเลี้ยงข้อเหวี่ยงเป็นลำดับสุดท้ายแรงดันจะอยู่ 25-30 ปอนด์เมื่อแกนและบู๊ชกระดื่องหลวมคลอนจะทำให้เกิดการรั่วไหลตามแรงดันอย่างต่อเนื่องปริมาณมาก ตำแหน่งชุดกระเดื่องวาล์วจะอยู่ตรงกับก้านวาล์วทั้งไอดี โดยไอเสียมวลน้ำมันจะเคลือบก้านวาล์วที่หลวมและแทรกตัวออกท่อไอเสียเป็นรูปแบบน้ำไหลเยิ้ม ส่วนไอดีจะถูกดูดเข้าห้องเผาไหม้จุดระเบิดไม่สมบูรณ์เป็นคราบเขม่า คราบเขม่าส่วนหนึ่งถูกแหวนกวาดน้ำมันลงอ่างผสมกับน้ำมันเครื่องเป็นสีดำข้นติดผนังห้องเครื่อง อาการน้ำมันรั่วทางชุดกระเดื่องวาล์วตรวจเช็คได้โดย ให้ถอดฝาครอบวาล์วออกแล้วทำการควงมือหมุนโดยใช้นิ้วโป้งกดไปที่ฆ้อนกระเดื่องไอเสียแทนการยกวาล์วด้วยฝาครอบ แล้วปล่อยเดินเบาสังเกตุการรั่วไหลของชุดกระเดื่องวาล์ว กรณีเมื่อสังเกตุมีการรั่วไหลมาก-น้อย จะมีผลต่อแรงดันน้ำมันเครื่องโดยตรง โดยมีความสำคัญคือ เมื่อเครื่องยนต์กำลังทำงานมีโหลด เครื่องร้อน น้ำมันเครื่องจะเดือดความหนืดของน้ำมันเครื่องจะลดลงมากถึงขั้นน้ำมันเครื่องไม่ขึ้น บางท่านบอกว่า"ควันเยอะ-น้ำมันเยิ้มปลายท่อเป็นๆหายๆ"ในการตรวจเช็คระดับที่ 3 จึงจำเป็นต้องทำเพื่อเช็คแรงดันน้ำมันเครื่อง
   - ลำดับที่ 3 คือเช็คเกจแรงดันน้ำมันเครื่องครับ ถือว่าสำคัญที่สุดเป็นหัวใจเลย เครื่องมีปัญหาคิดอะไรไม่ออกเช็คก่อนอันดับแรก สามารถบอกสมถณะของเครื่องตัวนั้นๆได้เลยว่าถึงขั้นไหน
แต่ถึงอย่างไรเนื่องจากเกจแรงดันตำแหน่งจะอยู่ต้นทางของชุดปั้มโรเตอร์อาจจะไว้ใจไม่ได้ซะทีเดียวเพราะปลายทางที่เราต้องการรู้ว่ามีน้ำมันเครื่องมาเลี้ยงข้อเหวี่ยงเพียงพอหรือไม่
    -  ต้องดูให้เหนือไปอีกกรณีมีเศษผง ตะกั่น-หัวเชื้อ ขี้ปะเก็นระหว่างการประกอบเข้าไปขวางท่อทางเดินหลังเกจุแรงดันทำให้แรงดันน้ำมันเครื่องขึ้นดี แต่อาการตรงข้ามกัน เช่น ลงงานหนักไม่ไหว ควันดำ ร้อนสะสม ถ้าหนักๆก็ชาร์ปละลายครับทั้งหมดนี้คือเรื่องราวของ อีที อาร์ที (อาร์เค อาร์วี ตัวนอก)รวมถึงจ้าวพลัง และรุ่นอื่นๆครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 18, 2017, 10:03:32 PM โดย A-lekk » บันทึกการเข้า
suwinai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 463


« ตอบ #1202 เมื่อ: มิถุนายน 17, 2017, 09:10:26 PM »

สวัสดีครับช่างเล็กและทุกๆท่าน
          หลังจากผมหยุดทำเกษตรไปซัก3 ปีได้ตอนนี้ผมได้หันกลับมาทำอีกครั้ง ความชอบส่วนตัว
   เครื่อง ET 95 ที่จอดทิ้งไว้นาน 3 ปี มีอาการน้ำเดือด และเกจน้ำมันเครื่องไม่ขึ้น ครับ ผมได้ทำการล้างหม้อน้้ำแล้วแยงรูรังผึ้งทุกรู
  ครับ บดวาวไอดี ไอเสียใหม่ครับ เปลี่ยนสปริง วาว ใหม่ สายพานพัดลมหม้อน้ำใหม่ ครับ
   ค่าใช้จ่ายที่เสียไป
  - สายพาน แท้ 120
 - สปริงวาว แท้ 80
 - ประเก็นฝาสูบ 120
 -กากเพร็ชบดวาว 90 ใช้ไปนิดเดียว

ตอนนี้ประกอบเครื่องแล้วไปสูบน้ำออกจากบ่อ พักใหญ่ นำไม่เดือดแล้ว เกจความร้อนขึ้นปรกติครับ
ช่วงนี้ซ่อมตามงบ ไปก่อนครับ

 -ช่างเล็กครับ ตอนผมถอดกระเดื่องวาว พบว่า บูชค้อนกระเดีิงมันหลวมครับคลอนได้เลย  ผมก็เลยไปถามร้านโรงกลึง ครับปรากฎว่าค่าทำ 800 บาท ก็เลยไม่ทำ ไปถามร้านขายอะไหล่ เฉพาะค้อนกระเดื่อง ข้างละ 400  ก็เลยไม่ซื้อครับ สรุปผมใช้ของเก่าไปก่อนครับ ถ้าต่อไปผมจะทำชุดกระเดืองผมควรทำยังไงดีครับ
 


Liked By: A-lekk
บันทึกการเข้า
Anothi
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4


« ตอบ #1203 เมื่อ: มิถุนายน 17, 2017, 09:53:10 PM »

สวัสดีครับช่างเล็กและทุกๆท่าน
          หลังจากผมหยุดทำเกษตรไปซัก3 ปีได้ตอนนี้ผมได้หันกลับมาทำอีกครั้ง ความชอบส่วนตัว
   เครื่อง ET 95 ที่จอดทิ้งไว้นาน 3 ปี มีอาการน้ำเดือด และเกจน้ำมันเครื่องไม่ขึ้น ครับ ผมได้ทำการล้างหม้อน้้ำแล้วแยงรูรังผึ้งทุกรู
  ครับ บดวาวไอดี ไอเสียใหม่ครับ เปลี่ยนสปริง วาว ใหม่ สายพานพัดลมหม้อน้ำใหม่ ครับ
   ค่าใช้จ่ายที่เสียไป
  - สายพาน แท้ 120
 - สปริงวาว แท้ 80
 - ประเก็นฝาสูบ 120
 -กากเพร็ชบดวาว 90 ใช้ไปนิดเดียว

ตอนนี้ประกอบเครื่องแล้วไปสูบน้ำออกจากบ่อ พักใหญ่ นำไม่เดือดแล้ว เกจความร้อนขึ้นปรกติครับ
ช่วงนี้ซ่อมตามงบ ไปก่อนครับ

 -ช่างเล็กครับ ตอนผมถอดกระเดื่องวาว พบว่า บูชค้อนกระเดีิงมันหลวมครับคลอนได้เลย  ผมก็เลยไปถามร้านโรงกลึง ครับปรากฎว่าค่าทำ 800 บาท ก็เลยไม่ทำ ไปถามร้านขายอะไหล่ เฉพาะค้อนกระเดื่อง ข้างละ 400  ก็เลยไม่ซื้อครับ สรุปผมใช้ของเก่าไปก่อนครับ ถ้าต่อไปผมจะทำชุดกระเดืองผมควรทำยังไงดีครับ
  
สวัสดีคับ ขออนุญาติคับ
ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดบูชทีน้าพูดถึงที่เป็นทองเหลืองใช่ไหมคับผมอัดมาถ้าจำไม่ผิดไม่น่าเกิน400บาทนะคับ ผิดถูกยังไงขออภัยมือใหม่คับ
      - สวัสดีครับคุณนาย คุณอโนทัย ด้วยครับ สบายดีนะครับเท่าที่ผมจำไม่มีใครตั้งกระทู้ถามว่าชุดกระเดื่องหลวมคลอนต้องทำอย่างไร ช่างเล็กกำลังจะบอกว่าคุณนายก็รู้และเข้าใจว่าถ้าชุดแกนกระเดื่องวาล์วหลวมเครื่องจะมีผลกระทบอะไรบ้าง เครื่องจะมีอาการอย่างไรในระบบหล่อลื่น ครับนี่คือความได้เปรียบเมื่อเรารู้ลึก เราเอาเงิน 400-800 ไปใช้จ่ายอย่างอื่นดีกว่าเป็นการลดต้นทุนการผลิตอีกทางครับ ส่วนเรื่องเครื่องให้เป็นเพียงการเฝ้าระวังโดยเช็คเกจุแรงดันเป็นสำคัญครับ


Liked By: A-lekk, suwinai
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 18, 2017, 10:04:53 PM โดย A-lekk » บันทึกการเข้า
Anothi
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4


« ตอบ #1204 เมื่อ: มิถุนายน 17, 2017, 10:03:18 PM »

สวัสดีคับนายช่าง และพี่สมชทุกท่าน
ผมสงสัยคือผมเปลี่ยนสปริงคันแรงET115เป็นสปริงของยันมาร์ที่แข็งขึ้นปรากฎว่าเครื่องเดินเบาไม่ได้รอบเร่งๆเบาๆปัญหานี้เกี่ยวกับตัวสปริงคันเร่งที่ผมเปลี่ยนไหมคับ. ขอบคุณครับ
    - สวัสดีครับ สปริงที่คุณใส่ไม่ใช่สปริงคันเร่งเป็นหลักนะครับ ข้างในจะมีแต่สปริงของระบบกัลวานาทั้งหมด และเป็นสปริงดึงทรงกันหลวมคลอน แต่ถ้าเป็นสปริงที่คุณใส่ไปด้านในก็อย่าให้แข็งมากนักแรงเหวี่ยงลูกถ่วงต้องชนะด้วย  ทุกครั้งเมื่อเราดึงคันเร่งจะรู้สึกหน่วงๆเหมือนมีอะไรดึงกลับทำให้เราคิดไปว่าต้องจัดการกับมันซะแล้วสิ่งนั้นไม่ใช่สปริงดึงคันเร่งกลับนะครับแต่เป็นชุดระบบกัลวานาที่มีประสิทธิภาพสูงคอยควบคุมการสั่งจ่ายน้ำมันให้จ่ายตามจริงเมื่อมีโหลดหนัก-เบา
   - และจะมีอีกหนึ่งจุด ตัวนี้ชื่อเต็มเรียกว่า ตัวควบคุมการสั่งจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง หรือส่วนมากเรียกว่าตัวตั้งปั้ม บางท่านก็บอกว่าคลายปั้มแล้วจะแรงเร่งติดมือ ก็แล้ว


Liked By: suwinai
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 19, 2017, 08:15:26 AM โดย A-lekk » บันทึกการเข้า
Anothi
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4


« ตอบ #1205 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2017, 10:40:00 PM »

สวัสดีคับนายช่าง และพี่สมชทุกท่าน
ผมสงสัยคือผมเปลี่ยนสปริงคันแรงET115เป็นสปริงของยันมาร์ที่แข็งขึ้นปรากฎว่าเครื่องเดินเบาไม่ได้รอบเร่งๆเบาๆปัญหานี้เกี่ยวกับตัวสปริงคันเร่งที่ผมเปลี่ยนไหมคับ. ขอบคุณครับ
    - สวัสดีครับ สปริงที่คุณใส่ไม่ใช่สปริงคันเร่งเป็นหลักนะครับ ข้างในจะมีแต่สปริงของระบบกัลวานาทั้งหมด และเป็นสปริงดึงทรงกันหลวมคลอน แต่ถ้าเป็นสปริงที่คุณใส่ไปด้านในก็อย่าให้แข็งมากนักแรงเหวี่ยงลูกถ่วงต้องชนะด้วย  ทุกครั้งเมื่อเราดึงคันเร่งจะรู้สึกหน่วงๆเหมือนมีอะไรดึงกลับทำให้เราคิดไปว่าต้องจัดการกับมันซะแล้วสิ่งนั้นไม่ใช่สปริงดึงคันเร่งกลับนะครับแต่เป็นชุดระบบกัลวานาที่มีประสิทธิภาพสูงคอยควบคุมการสั่งจ่ายน้ำมันให้จ่ายตามจริงเมื่อมีโหลดหนัก-เบา
   - และจะมีอีกหนึ่งจุด ตัวนี้ชื่อเต็มเรียกว่า ตัวควบคุมการสั่งจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง หรือส่วนมากเรียกว่าตัวตั้งปั้ม บางท่านก็บอกว่าคลายปั้มแล้วจะแรงเร่งติดมือ ก็แล้ว
สวัสดีนายช่างเเละขอบคุณคับ
ด้วยความที่เป็นช่างหัดใหม่และเป็นวัยรุ่นได้ยินมาว่าสปริงแข็งแล้วจะเร่งขึ้นไวดีแต่แรงขึ้นไวจริงคับแต่เดินเบาไม่ได้เลยแล้วเครื่องตั้งใส่รถไถเดินตามอีกคงต้องเปิดฝาเอาตัวเก่าใส่เช่นเดิมระคับ
มีอีกคำถามคับ
คือเวลาเครื่องทำงานร้อนๆแล้วตัวเกจวัดแรงดันน้ำมันเครื่องขึันๆลงๆนี้สาเหตุเกิดจากอะไรคับน้ำมันเครื่องขาดหรือกรองตันหรือเกจเสียคับเครื่องสภาพเก่ามีอาการหลวมๆคับ
ขอบคุณคับ
   - สวัสดีครับ คลายปั้มออกหน่อยก็จะตอบสนองมากอีกหน่อยนะครับ
   - ส่วนน้ำมันเครื่องขึ้นๆลงๆต้องคุยกันยาวๆครับ ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญเปรียบเสมือนเส้นเลือดที่มาเลี้ยงหัวใจ มีบทความเก่าๆผมจะลงมาให้อ่านดูครับ
  -  ช่วงนี้ให้ตรวจสอบ ลองยกล้อช่วยแรงขึ้น-ลง ดึงเข้าออก มาก-น้อย  เช็คชุดกระเดื่องวาล์วแกน-บู๊ชทองเหลืองหลวม-คลอน ส่วนตัวเกจแรงดันใช้ได้แน่นอน อาการจะมีกินน้ำมันเครื่อง มีไอน้ำมันออกรูระบาย
ควงมือหมุน มีเสียงดัง คลุก-คลัก บริเวณชาร์ปข้อเหวี่ยง
ทั้งหมดนี้มาก-น้อย ให้ลองไปเช็คดูก่อน


Liked By: A-lekk
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 20, 2017, 03:43:04 PM โดย A-lekk » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 [76]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: