หน้า: 1 ... 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 [68] 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: วิธีเลือกซื้อเครื่องยนต์ดีเซลคูโบต้ามือสอง et-rt ไว้ใช้งานครับ  (อ่าน 402222 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
A-lekk
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 677


« ตอบ #1072 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2015, 07:03:02 PM »

สวัสดีครับนายช่างปกติก็จะโทรถามโดยตรงมาขออัปกระทู้หน่อย
ว่าเครื่องเจ้าพลังถ้าน้ำมันเครื่องเดือดแล้วเกจไม่ขึ้นผมคิดดูแล้วน่าจะอุดตามรูระบายเพื่อเพิ่มแรงดัน อย่างชุดกระเดื่องวาล์วอุดให้เกือบสนิด แต่ยังเป็นห่วงเรื่องชุดปลายกัลวานาอยู่ดี เราใช้ปั้มรถยนต์ฉีดเลยดีกว่าไหมครับ
สวัสดีครับช่างโอ๊ด เครื่องเจ้าพลัง และตระกูล TH ยันมาร์ ในต่างประเทศแถบแถบยุโรปในคลิปยูทูปนำมาจุงสายพาน โน้น นี่ นั่น เยอะแยะไปหมด
เช่น ปั่นปั้มน้ำเพื่อทำระบบรังผึ้งนอกตัวเครื่อง ปั่นไฮดรอลิค ปั่นมอเตอร์สตาร์ท ปั่นไดนาโมชาร์ท แถมมีปั้มติ๊กดูดน้ำมันเชื้อเพลิงจากที่ต่ำขึ้ที่สูงอีกต่างหากทั้งๆที่เป็นเครื่องยนต์สูบนอนสูบเดียวยังทำกันขนาดนี้ ถ้าเราจะมาปั่นปั้มน้ำมันเครื่องก็คงไม่แปลกอะไร


Liked By: anas, khursung
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 02, 2015, 09:02:18 PM โดย A-lekk » บันทึกการเข้า

ปี..มะโว้
มองผ่าน canon 40d
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 354


ความอยากได้ หารด้วยความพอดี = ความพอเพียง


« ตอบ #1073 เมื่อ: ตุลาคม 03, 2015, 08:26:14 AM »

  เค้ากำลังมา นะ  เตรียมตัวกันด้วยครับทุกท่าน


Liked By: A-lekk, Rcrowd, khursung
บันทึกการเข้า

...ความอยากได้ หารด้วยความพอดี  = ความพอเพียง...
chamlongjiji
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


« ตอบ #1074 เมื่อ: ตุลาคม 03, 2015, 09:49:56 PM »

สวัสดีครับช่างเล็ก ผมใช้เครื่องคูโบต้า et สองสูบ 18 แรง ใช้กับรถอีแต๋น ตอนนี้ปั๊มน้ำมันเครื่อง ปั๊มไม่ขึ้นหาซื้อตามร้านอะไหล่หลายที่ก็ไม่มี ผมเลยแก้ไขโดยใช้เฟืองปั๊มของสูบเดียวมาใส่แทน ซึ่งขนาดความโตเท่ากันแต่สั้นกว่าของสองสูบผมแก้ไขโดยให้ช่างกลึง กลึงเหล็กใส่แทนส่วนที่ขาดไป น้ำมันก็ขึ้นดีแต่พอเครื่องร้อนมากๆก็ขึ้นไม่ดีอีก กลัวจะพังเหมือนที่ผ่านมา ซ่อมไปหลายรายการมากตอนที่ปั๊มน้ำมันเครื่องเสีย เครื่องน็อคคาเท้าเลยครับ ผมเปลี่ยนชุดปลอกสูบลูกสูบบู๊ทสลักลูกสูบเจียร์ข้อเปลี่ยนช๊าฟทั้งก้านและอก เปลี่ยนชุดกระเดื่องกดวาล์วใหม่ทั้งหมด ก็ได้ความรู้จากเวปฯนี้แหละครับติดตามมานานแต่ไม่เคยเข้ามา
ปัญหาคือผมไม่รู้จะไปหาซื้อเฟืองปั้มฯรุ่นนี้ได้ที่ไหน ช่างเล็กพอจะมีอะไหล่ หรือมีวิธีแก้ไขอย่างไรได้บ้างครับ ขอบคุณครับ


จาก จำลอง (ผมอยู่ฉะเชิงเทราครับ)


Liked By: khursung
บันทึกการเข้า
A-lekk
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 677


« ตอบ #1075 เมื่อ: ตุลาคม 04, 2015, 11:51:08 AM »

  สวัสดีครับคุณchamlong ครับ อยู่ที่รังสิต ร้านโลหะยนต์ ตรงข้าม
เมเจอร์เชิงสะพาน ถ.พหลโยธินฝั่งขาออก
 หรือ ตัวเมืองอยุธยา ร้านปิยะประดิษฐ์ เดี๋ยวหาเบอร์ให้อีกทีนะครับ
     - เครื่องอาการนี้เป็นอาการของปั้มน้ำมันเครื่องไม่ขึ้นเมื่อเครื่องเริ่มร้อนน้ำมันเครื่องจะเดือดเกิน 80-90 องศา ถือว่าร้อนจัดถ้าเป็นรถยนต์จะมีไฟเตือนว่าความร้อนขึ้น แต่ถ้าเป็นเครื่องยนต์สูบเดียวจะมีเกจแรงดันแสดงให้เห็นอยู่ภายนอกปกติแล้วถ้าระหว่างการใช้งานแล้วแรงดันไม่ขึ้นต้องหยุดตรวจสอบนะครับ
     - ที่ผ่านมาไม่เป็นไรลองตรวจสอบชิ้นส่วนใหม่นะครับ การเจียร์ข้อถือว่าเป็นเรื่องที่อันตรายมากยิ่งเราเปลี่ยนลูกปลอกแหวน ทำฝาสูบ แต่ชิ้นส่วนๆต่างยังทำไม่ครบ จะส่งผลให้ชาร์ปละลายทันทีเนื่องจากความฟิตของกำลังอัด และน้ำมันเครื่องเข้าไปหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอ
      - ขยับล้อช่วยแรงขึ้น-ลงว่าคลอนมาก-น้อย ถ้ามากให้เปลี่ยนลูกปืนข้อเหวี่ยงทั้งคู่เพื่อนับหนึ่งใหม่
   - ตรวจสอบว่าชาร์ปละลายอีกรอบหรือปล่าว แล้วข้อเป็นรอยมากน้อย ถ้าเป็นน้อยให้ใช้กระดาษทรายเบอร์ 1000  ขัด
   - บู้ชน้ำมันเครื่อง หรือวงแหวนอลูมีเนียม ตัวนี้สำคัญครับถ้าการซ่อมครั้งก่อนคุณยังไม่ได้เปลี่ยน เครื่องคุณน๊อคตรงจุดนี้นะครับเพราะเป็นจุดที่บรรดาช่างซ่อมส่วนใหญ่จะไม่รู้จุดซ่อมกันจะประกบติดอยู่กับเสื้อลูกปืนฝั่งของล้อช่วยแรงเป็นชุดฝาประกบอลูมีเนียม
เวลาถอดต้องระวังแตกเสียของ ใช้ไขควงแบบค่อยๆงัด ล่าง-บน
เมื่อถอดออกมาต้องเอากิ๊ปออก กิ๊ปตัวใหญ่จะออกค่อนข้างยาก
 แล้วดันบู๊ชน้ำมันเครื่องออกมา ถอดออกมาแล้วใช้ไม่ได้ต้องทิ้งนะครับ ถ้าโรงกลึงทำเครื่องยนต์ใหญ่เอาไปให้ช่างดูแล้เจียร์หาไซด์ใหม่ ช่างจะเป็นคนบอกไซด์เราถึงจะไปซื้อได้  จุดนี้คุณต้องถอดข้อเหวี่ยงอีกครั้งนะครับ เพื่อ เจียร์ข้อ เปลี่ยนลูกปืนซ้าย-ขวา และหาไซค์ของบู๊ชน้ำมันเครื่องตามที่อธิบายไป
   - การถอดข้อเหวี่ยงเราไม่จำเป็นต้องชุด ฝาสูบ ท่อไอเสีย ไอดี ก้าน ลูกสูบ  ให้ถอดเพียง ปั้มหัวฉีด ฝาครอบเฟือง ลูกถ่วงสมดุล เฟืองสะพาน เพลล฿กเบี้ยวไม่ต้องถอด เพื่อนำข้อเหวี่ยงออกมา ส่วนการประกอบให้เราถอดเพิ่มคือ ฝาครอบวาล์ว ชุดฆ้อนกระเดี่องวาล์ว ตะเกียบ จะมีผลมาร์คเฟืองข้อเหวี่ยงกับลูกเบี้ยวจะไม่เข้ากัน
   - ส่วนฝาครอบเฟืองต้องนำไปทำด้วยโดยตีบู๊ชแกนเฟืองปั้มน้ำมันเครื่องเราจะซื้อชุดโรเตอร์มาใส่อย่างเดียวไม่ได้เพราะจะหลวมคลอน การทำบู๊ชเมื่อทำแล้วต้องสวมกับแกนพอดีไม่หลวมคลอนเพราะช่างส่วนใหญ่จะใช้สว่านเจาะจะมีผลทำให้หลวมจะใช้ไม่ได้นะครับต้องสั่งช่างก่อนว่าช่วยไล่ขนาดให้หน่อยโดยมีแกนเฟืองปั้มไว้คอยลองใส่ อีกชิ้นส่วนที่เกี่ยวเนื่องกันคือ ฝา 3 เหลี่ยมปิดหน้าปั้มน้ำมันเครื่องถ้าไม่ซื้อใหม่ให้กลับหน้าโดยขัดสีออกให้หมดโอริง
1 ตัว เวลาประกอบให้ทากาวปะเก็นบางๆที่โอริง เพื่อลดการขันแน่นของน๊อดอาจขันขาดได้
    - ทั้งหมดนี้เป็นจุดที่คุณเจ้าของเครื่องๆไม่ได้แจงมานะครับต้องทำเพิ่ม
     - ยังมีรายละเอียดอีกนิดหน่อยเป็นเทคนิคในการประกอบระหว่างนี้ก็ถอดอะไหล่เข้าซ่อมก่อนได้เลยนะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 04, 2015, 09:57:40 PM โดย A-lekk » บันทึกการเข้า
chamlongjiji
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


« ตอบ #1076 เมื่อ: ตุลาคม 04, 2015, 11:20:25 PM »

สวัสดีครับช่างเล็ก
เมื่อตอนหัวค่ำผมได้เปิดฝาอกเครื่องสองสูบแล้วถอดชาร์ปออกมาดู ยังไม่ปรากฏรอยอะไรครับ ก็เลยถอดล้อช่วยแรงแล้วก็งัดฝาครอบอลูมิเนียมออกมาตัวที่มีซีลติดอยู่น่ะครับ
มันไม่มีบู้ชน้ำมันเครื่องครับ ตอนถอดครั้งแรกผมก็ไม่ได้สังเกต ฝาครอบก็จะเป็นอลูมิเนียมหนาเท่ากับซีลประมาณ12มิลเรียบๆ พองัดออกมาก็จะเห็นลูกปืนเลยมันไม่เหมือนกับตัว et 110 ที่ผมเคยถอดเลยครับ ตอนที่ถอดครั้งแรกผมจำได้ว่ามันมีรูน้ำมันเครื่องตรงกลางข้อเหวี่ยงตรงชาร์ปอกน่ะครับเพราะตรงนี้ก็เจียร์เปลี่ยนชาร์ปเหมือนกัน ก่อนถอดล้อช่วยแรงลองยกขึ้นลงแรงๆคลอนนิดๆครับ อันดับแรกตอนนี้คงทำได้เพียงเอาฝาครอบเฟืองไปตีบู้ชแกนเฟืองปั๊มน้ำมันเครื่องก่อนตามที่ช่างเล็กบอก เอาแกนของเครื่องสูบเดียวไปเป็นตัวอย่าง ส่วนชุดโรเตอร์ของรุ่นนี้คงยังไม่มีเวลาไปซื้อครับ เพราะต้องเร่งขุดมันพายุเจ้ากรรมท่านดันมาตอนนี้ต้องเร่งเอาออกไม่งั้นเน่าหมดคับ
มันสำปะหลังช่วงนี้ก็ราคาถูกครับ เพราะยังไม่ถึงฤดูกาล รถเจ้าของพังก็ต้องจ้างคนอื่นเข็นให้ก่อนละครับ คงจะทำอันที่พอจะทำได้ก่อนตามที่ช่างเล็กแนะนำมาไปก่อนครับ แต่ก็หวั่นใจอยู่ว่าจะมีอะไหล่ตามที่ต้องการหรือเปล่า เพราะร้านอะไหล่ที่ผมไปซื้อแถวนี้เขาขายอะไหล่ประเภทนี้โดยเฉพาะยังไม่มีเลยครับ
ขอบคุณช่างเล็กมากครับที่ให้คำแนะนำดีๆมากมายเลย คงจะต้องเข้ามาปรึกษาช่างเล็กอีกแน่นอนครับ


Liked By: A-lekk, khursung
บันทึกการเข้า
yus
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 271


« ตอบ #1077 เมื่อ: ตุลาคม 05, 2015, 10:55:36 PM »

สอบถามช่างเล็กครับ เกษตรกรมือใหม่ครับ ไม่มีความรู้ในเรื่องเครื่องยนต์ดีเซลเลยครับ มีปัญหารบกวนช่างเล็กครับ อาการตามภาพครับ ก่อนหน้านี้เครื่องดับขณะใช้งานไปดื้อๆ ช่างมาประเมินบอกว่าแหวนลูกสูบหัก ลูกสูบติด เกิดจากน้ำมันเครื่องแห้ง ต้องเปลี่ยนใหม่ ได้ให้ช่างเปลี่ยนลูกสูบ ข้อเหวี่ยงใหม่ ฯลฯ อีกหลายอย่างเรียกชื่อไม่ถูกครับ พอซ่อมเสร็จ ช่างทดลองเครื่องต่อหน้าเรา โอเคครับ บรรทุกกระบะกลับมาบ้าน ปรากฎว่า น้ำมันไหลออกมาเต็ม(เปิดดูน้ำมัน เกือบหมด) ในกระบะรถ ลองประกอบกับโครง ใส่น้ำมันเครื่อง ลองสตาร์ท อุนเครื่อง ประมาณ ๒๐ นาที ดับเครื่อง ดูพรุ่งนี้เช้า น้ำมันเครื่องไหลออกมา ประมาณ ๑ ช้อนชา พอลองไปใช้งาน กลับมาบ้าน ดูพรุ่งนี้เช้าไหลออกมาประมาณ ๑ ใน ๔ ของน้ำมันเครื่อง (ตามภาพครับ) โทรหาช่างที่ซ่อม ช่างบอกว่าน่าจะเป็นที่ประเก็น (ช่างบอกว่าเปลี่ยนใหม่ แต่อาจทากาวไม่สนิท)ให้พากลับไปรื้อประกอบใหม่) อยากว่าปัญหานี้ เกิดจากอะไร และต้องแก้อย่างไรครับ





Liked By: khursung
บันทึกการเข้า
A-lekk
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 677


« ตอบ #1078 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2015, 12:56:18 PM »

   สวัสดีครับคุณ  ยุทธ สายดีอยู่นะครับ ตอนนี้ผมซ่อมเครื่องเจ้าพลัง และ
ET-110 อยู่ อาจจะลงคลิปให้ศึกษาไว้ซ่อมใช้กันโดยเฉพาะ  ET มีปัญหากันมาก
   - กรณีเครื่องไม่ได้ใช้งานแล้วมีน้ำมันรั่วซึ่ม ตามภาพก็จะเป็นปะเก็นฝาครอบเฟือง เวลาประกอบก็จะประกอบเข้ายากอยู่แล้ว ยิ่งไม่ได้ทากาวประคองปะเก็นไว้ก็ไปกันใหญ่จะส่งผลให้ปะเก็น ปลิ้น ขาด และที่สำคัญถ้าช่างไม่คล่อง
ถึงจะทากาวประคองไว้ ความใส่ยากอยู่แล้วจะทำให้ช้ำกันไปหมดทั้งกาวและปะเก็นโดยเฉพาะกาวแดงถ้ามีพื้นซับซ้อนห้ามนำมาใช้เด็ดขาดถ้าประกอบไม่ทันหรือในระหว่างถอดเข้าถอดออกกาวแดงจะเป็นขี้แห้งรอยนูนออกมา
การประกอบกดทับจะไม่สนิทแน่นอนครับ
    - การตรวจเช็คคุณภาพเครื่องหลังซ่อมเสร็จแล้ว สิ่งเดียวที่ตรวจได้ภายนอก
ว่าเครื่องทำงานปกติดีหรือไม่คือเกจแรงดันน้ำมันเครื่อง เมื่อเครื่องยนต์ร้อนขณะทำงานเกจแรงดันต้องขึ้นน้ำเงินอย่างมีแรงดันเท่านั้น ถ้าไม่ขึ้นถึอว่าซ่อมไม่ผ่านนะครับ
   - การซ่อมของเพื่อนเกษตรที่ซอมกันแล้วมีปัญหาส่วนมากจะซ่อมกันเฉพาะจุด
ซ่อมเฉพาะที่เกิดปัญหา ไม่ได้ตรวจดูชิ้นส่วนที่สำคัญ กลไกที่สำคัญที่สึกหรอเมื่อประกอบไปแล้วอาจจะยังไม่ส่งผลทันที แต่จะออกอาการในภายหลังต้องรื้อซ่อมกันอีก อาการต่างๆผมอธิบายน่าจะครบในกระทู้ก่อนๆ
  - ส่วนอาการเครื่องดับ คงต้องไล่เส้นทางเดินน้ำม้นเชื้อเพลิงทำความสะอาดโดยเฉพาะก๊อกน้ำมันถอดออกมาใช้ลมเป่า เน้นบริเวณรู ปิด-เปิดเพราะเป็นรูขนาดเล็กลูยางอาจเปื่อย ฉีก ขาด รวมถึงกรองโซล่า และหลอดแก้ว
   -ถ้าทำความสะอาดแล้วไม่หาย นอกจากนี้ยังมีศูญกาศภายในลูกปั้มหรือตรงน๊อตไล่ลมให้ทำการตรวจเช็คโดยหาสายยางใสมาใส่เปลี่ยนแทนและตรวจดูว่ามีเม็ดฟองอากาศออกมาจากตัวเรือนปั้มหรือไม่ ถ้ามีก็เป็นที่น๊อตไล่ลม แต่ถ้าขันแล้วไม่หายจะเป็นที่ตัวเสื้อปั้มและลูกปั้ม ต้องซื้อเปลี่ยนใหม่นะครับ


Liked By: Rcrowd, khursung
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 06, 2015, 09:22:37 PM โดย A-lekk » บันทึกการเข้า
yus
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 271


« ตอบ #1079 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2015, 06:32:40 PM »

  สวัสดีครับคุณ  ยุทธ สายดีอยู่นะครับ ตอนนี้ผมซ่อมเครื่องเจ้าพลัง และ
ET-110 อยู่ อาจจะลงคลิปให้ศึกษาไว้ซ่อมใช้กันโดยเฉพาะ  ET มีปัญหากันมาก
   - กรณีเครื่องไม่ได้ใช้งานแล้วมีน้ำมันรั่วซึ่ม ตามภาพก็จะเป็นปะเก็นฝาครอบเฟือง เวลาประกอบก็จะประกอบเข้ายากอยู่แล้ว ยิ่งไม่ได้ทากาวประคองปะเก็นไว้ก็ไปกันใหญ่จะส่งผลให้ปะเก็น ปลิ้น ขาด และที่สำคัญถ้าช่างไม่คล่อง
ถึงจะทากาวประคองไว้ ความใส่ยากอยู่แล้วจะทำให้ช้ำกันไปหมดทั้งกาวและปะเก็นโดยเฉพาะกาวแดงถ้ามีพื้นซับซ้อนห้ามนำมาใช้เด็ดขาดถ้าประกอบไม่ทันหรือในระหว่างถอดเข้าถอดออกกาวแดงจะเป็นขี้แห้งรอยนูนออกมา
การประกอบกดทับจะไม่สนิทแน่นอนครับ
    - การตรวจเช็คคุณภาพเครื่องหลังซ่อมเสร็จแล้ว สิ่งเดียวที่ตรวจได้ภายนอก
ว่าเครื่องทำงานปกติดีหรือไม่คือเกจแรงดันน้ำมันเครื่อง เมื่อเครื่องยนต์ร้อนขณะทำงานเกจแรงดันต้องขึ้นน้ำเงินอย่างมีแรงดันเท่านั้น ถ้าไม่ขึ้นถึอว่าซ่อมไม่ผ่านนะครับ
   - การซ่อมของเพื่อนเกษตรที่ซอมกันแล้วมีปัญหาส่วนมากจะซ่อมกันเฉพาะจุด
ซ่อมเฉพาะที่เกิดปัญหา ไม่ได้ตรวจดูชิ้นส่วนที่สำคัญ กลไกที่สำคัญที่สึกหรอเมื่อประกอบไปแล้วอาจจะยังไม่ส่งผลทันที แต่จะออกอาการในภายหลังต้องรื้อซ่อมกันอีก อาการต่างๆผมอธิบายน่าจะครบในกระทู้ก่อนๆ
  - ส่วนอาการเครื่องดับ คงต้องไล่เส้นทางเดินน้ำม้นเชื้อเพลิงทำความสะอาดโดยเฉพาะก๊อกน้ำมันถอดออกมาใช้ลมเป่า เน้นบริเวณรู ปิด-เปิดเพราะเป็นรูขนาดเล็กลูยางอาจเปื่อย ฉีก ขาด รวมถึงกรองโซล่า และหลอดแก้ว
   -ถ้าทำความสะอาดแล้วไม่หาย นอกจากนี้ยังมีศูญย์กาศภายในลูกปั้มหรือตรงน๊อตไล่ลมให้ทำการตรวจเช็คโดยหาสายยางใสมาใส่เปลี่ยนแทนและตรวจดูว่ามีเม็ดฟองอากาศออกมาจากตัวเรือนปั้มหรือไม่ ถ้ามีก็เป็นที่น๊อตไล่ลม แต่ถ้าขันแล้วไม่หายจะเป็นที่ตัวเสื้อปั้มและลูกปั้ม ต้องซื้อเปลี่ยนใหม่นะครับ

ขอบคุณที่ช่างเล็กยังจำได้ครับ สบายดีครับ จะไม่สบายก็มีอยู่เรื่องเดียวครับ ก็คือในเรื่องของเวลาครับ ที่หมดไปกับการเป็นมนุษย์เงินเดือนครับ หาเวลาไปทำในสิ่งที่ชอบ (การเกษตร)ไม่ค่อยได้เลยครับ ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ เด่วจะลองนำคำแนะนำไปใช้ ได้ความยังไงค่อยแจ้งอีกทีน่ะครับ


Liked By: khursung
บันทึกการเข้า
yus
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 271


« ตอบ #1080 เมื่อ: ตุลาคม 07, 2015, 10:09:39 PM »

ช่างเล็กครับ รบกวนคลายข้อสงสัยและขอคำแนะนำจากประสบการณ์ของช่างเล็กอีกครั้งครับ ตามภาพที่อัพฯ ผมอยากให้ช่างเล็กลองวินิจฉัยและประเมินอาการชุดพรวนรถไถเดินตามหน่อยว่า ชิ้นส่วนไหนบ้างที่เสีย และต้องซ่อมอย่างไร (วิธีการซ่อม) ตอนนี้ผมรื้อได้แค่นี้ครับ ไปต่อไม่ได้แล้วครับ ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำแนะนำครับ





Liked By: khursung
บันทึกการเข้า
A-lekk
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 677


« ตอบ #1081 เมื่อ: ตุลาคม 07, 2015, 11:41:11 PM »

   สวัสดีครับ ซีลเป็นซีลกันน้ำและกันฝุ่นจะหาซื้อยากลองเทียบเบอร์ตามร้านทั่วไปดูถ้าหาไม่ได้ให้หาขอบวงนอกให้ใหญ่กว่าเบ้านิดหน่อยแล้วให้โรงกลึง กลึงเบ้าให้ ส่วนรูในเล็กใหญ่นิดหน่อยไม่เป็นไรถ้าหาไม่ได้จริงๆ ถ้าหาชุดเฟืองตัวใหม่ได้น่าจะมีซีลติดมาด้วยนะ
    - ในการถอดเพื่อเปลี่ยนชิ้นส่วนราวเฟืองในการถอดต้องตอกออกมาตามราวเพลาโดยใช้น้ำมันช่วยหล่อลื่นโดยไม่ต้องถอดชุดลูกปืนและโซ่ ถ้าลูกปืนเพลาไม่แตก ถ้าเป็นตามอู่จะใช้แก๊สลนขี้สนิม เคาะนิดหน่อยก็จะออกง่าย แต่อย่างนี้ต้องตอกส่งอย่างเดียวพังไม่เป็นไร ยังไงก็ต้องซื้อชุดเฟืองขบใหม่


Liked By: Rcrowd, khursung
บันทึกการเข้า
yus
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 271


« ตอบ #1082 เมื่อ: ตุลาคม 08, 2015, 09:11:22 AM »

   สวัสดีครับ ซีลเป็นซีลกันน้ำและกันฝุ่นจะหาซื้อยากลองเทียบเบอร์ตามร้านทั่วไปดูถ้าหาไม่ได้ให้หาขอบวงนอกให้ใหญ่กว่าเบ้านิดหน่อยแล้วให้โรงกลึง กลึงเบ้าให้ ส่วนรูในเล็กใหญ่นิดหน่อยไม่เป็นไรถ้าหาไม่ได้จริงๆ ถ้าหาชุดเฟืองตัวใหม่ได้น่าจะมีซีลติดมาด้วยนะ
    - ในการถอดเพื่อเปลี่ยนชิ้นส่วนราวเฟืองในการถอดต้องตอกออกมาตามราวเพลาโดยใช้น้ำมันช่วยหล่อลื่นโดยไม่ต้องถอดชุดลูกปืนและโซ่ ถ้าลูกปืนเพลาไม่แตก ถ้าเป็นตามอู่จะใช้แก๊สลนขี้สนิม เคาะนิดหน่อยก็จะออกง่าย แต่อย่างนี้ต้องตอกส่งอย่างเดียวพังไม่เป็นไร ยังไงก็ต้องซื้อชุดเฟืองขบใหม่
ขอบคุณมากคับ เดี่ยวจะลองไปทำตามคำแนะนำดูครับ


Liked By: khursung
บันทึกการเข้า
A-lekk
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 677


« ตอบ #1083 เมื่อ: ตุลาคม 08, 2015, 10:00:58 PM »

   - สวัสดีครับเพื่อนเกษตรทุกสาขาอาชีพทุกท่านครับ เนื่องจากมีงานซ่อม ET-110 เข้ามาเลยนำมาเป็นกรณีศึกษาเอาไว้ลองซ่อมใช้กันดู ใช้ได้ตั้งแต่
ET-70-RT-140 อะไหล่ก็จะไกล้เคียงกันเป็นแนวทาง สำหรับเครื่องตัวนี้มีอาการปั้มน้ำมันเครื่องไม่ขึ้นมีอาการหลวมร่วมด้วย เครื่องร้อนน้ำเดือด
   - เครื่องตะกูล ET เมื่อมีอาการปั้มน้ำมันเครื่องไม่ขึ้นถือว่าเป็นเรื่องที่อันตรายมาก นอกจากนี้ยังมีระบบ วิดสาด ที่ติดตัวมากับเครื่องเพื่อนเกษตรหลายท่านอาจยังไม่รู้จัก และประโยชน์ของการทำงานของเครื่องเพื่อป้องกันความเสียหายบางท่านบอกว่าปั้มไม่ขึ้นไม่เห็นเครื่องพังเลย แท้จริงแล้วยังมีระบบวิดสาดเข้ามาช่วยอยู่ตลอดเวลาของการทำงาน
   - ระบบวิดสาด เป็นระบบของกลไกเฟืองและชิ้นส่วนด้านใน เช่น เพลาข้อเหวี่ยง เพลาลูกเบี้ยว ตับเป็ดหรือเพลาสมดุลรวมถึงชุดลูกสูบ-กระโปรงลูกสูบ หรือเข้าใจง่ายๆคือชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวอยู่ภายในห้องเครื่อง ชิ้นส่วนทั้งหมดนอกจากเคลื่อนไหวตามจังหวะต่างๆแล้วยังมีหน้าที่ตีน้ำมันเครื่องให้แตกกระเซ็นโดยเฉพาะ เพลาข้อเหวี่ยงและลูกถ่วงสมดุล จะมีผลทำให้มวลน้ำมันส่วนหนึ่งไปชโลมจุดที่สำคัญคือข้อเหวี่ยงกับชาร์ปจึงส่งผลทำให้เครื่องยังทำงานต่อไปได้ เช่นสูบน้ำเบาๆ วิ่งบรรทุกไม่โหดมากนัก แต่ถ้าทำเทือกอาจมีอาการควันดำ ควันไหล ไม่ไหว แต่ถึงอย่างไรระบบวิดสาดยังต้องการระดับน้ำมันเครื่องที่สูงกว่าพายกำหนดไว้ควรหมั่นดูแลอย่าให้น้ำมันเครื่องขาดเพื่อยืดอายุการใช้งานไปจนถึงช่วงการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วค่อยซ่อมใหญ่
   - ระบบวิดสาดยังมีข้อจำกัดคือ เมื่อเครื่องเพิ่งเจียร์ข้อเหวี่ยงมาใหม่ๆแต่ทำชิ้นส่วนอื่นๆไม่ครบระบบเส้นทางเดินน้ำมันเครื่องจะส่งผลให้ชาร์ปละลายทันทีถึงแม้เครื่องจะทำงานเบาๆก็ตามโดยระบบวิดสาดก็ช่วยไม้ได้เนื่องจากความฟิตของชุดเพลาข้อเหวี่ยงกับชาร์ปจึงไม่มีที่ว่างให้ละอองน้ำมันเครื่องแทรกเข้าไปหล่อลื่น เครื่องจึงต้องการเพียงน้ำมันเครื่องในระบบเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีเครื่องยนต์ที่เราใช้กันอยู่ก็ใช้ระบบนี้ด้วย เช่น เครื่องยนต์เบนซิลแบบเอนกประสงค์ 2และ 4 จังหวะและปั้มลมด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 08, 2015, 10:51:14 PM โดย A-lekk » บันทึกการเข้า
yus
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 271


« ตอบ #1084 เมื่อ: ตุลาคม 10, 2015, 11:32:59 AM »

  สวัสดีครับคุณ  ยุทธ สายดีอยู่นะครับ ตอนนี้ผมซ่อมเครื่องเจ้าพลัง และ
ET-110 อยู่ อาจจะลงคลิปให้ศึกษาไว้ซ่อมใช้กันโดยเฉพาะ  ET มีปัญหากันมาก
   - กรณีเครื่องไม่ได้ใช้งานแล้วมีน้ำมันรั่วซึ่ม ตามภาพก็จะเป็นปะเก็นฝาครอบเฟือง เวลาประกอบก็จะประกอบเข้ายากอยู่แล้ว ยิ่งไม่ได้ทากาวประคองปะเก็นไว้ก็ไปกันใหญ่จะส่งผลให้ปะเก็น ปลิ้น ขาด และที่สำคัญถ้าช่างไม่คล่อง
ถึงจะทากาวประคองไว้ ความใส่ยากอยู่แล้วจะทำให้ช้ำกันไปหมดทั้งกาวและปะเก็นโดยเฉพาะกาวแดงถ้ามีพื้นซับซ้อนห้ามนำมาใช้เด็ดขาดถ้าประกอบไม่ทันหรือในระหว่างถอดเข้าถอดออกกาวแดงจะเป็นขี้แห้งรอยนูนออกมา
การประกอบกดทับจะไม่สนิทแน่นอนครับ
    - การตรวจเช็คคุณภาพเครื่องหลังซ่อมเสร็จแล้ว สิ่งเดียวที่ตรวจได้ภายนอก
ว่าเครื่องทำงานปกติดีหรือไม่คือเกจแรงดันน้ำมันเครื่อง เมื่อเครื่องยนต์ร้อนขณะทำงานเกจแรงดันต้องขึ้นน้ำเงินอย่างมีแรงดันเท่านั้น ถ้าไม่ขึ้นถึอว่าซ่อมไม่ผ่านนะครับ
   - การซ่อมของเพื่อนเกษตรที่ซอมกันแล้วมีปัญหาส่วนมากจะซ่อมกันเฉพาะจุด
ซ่อมเฉพาะที่เกิดปัญหา ไม่ได้ตรวจดูชิ้นส่วนที่สำคัญ กลไกที่สำคัญที่สึกหรอเมื่อประกอบไปแล้วอาจจะยังไม่ส่งผลทันที แต่จะออกอาการในภายหลังต้องรื้อซ่อมกันอีก อาการต่างๆผมอธิบายน่าจะครบในกระทู้ก่อนๆ
  - ส่วนอาการเครื่องดับ คงต้องไล่เส้นทางเดินน้ำม้นเชื้อเพลิงทำความสะอาดโดยเฉพาะก๊อกน้ำมันถอดออกมาใช้ลมเป่า เน้นบริเวณรู ปิด-เปิดเพราะเป็นรูขนาดเล็กลูยางอาจเปื่อย ฉีก ขาด รวมถึงกรองโซล่า และหลอดแก้ว
   -ถ้าทำความสะอาดแล้วไม่หาย นอกจากนี้ยังมีศูญย์กาศภายในลูกปั้มหรือตรงน๊อตไล่ลมให้ทำการตรวจเช็คโดยหาสายยางใสมาใส่เปลี่ยนแทนและตรวจดูว่ามีเม็ดฟองอากาศออกมาจากตัวเรือนปั้มหรือไม่ ถ้ามีก็เป็นที่น๊อตไล่ลม แต่ถ้าขันแล้วไม่หายจะเป็นที่ตัวเสื้อปั้มและลูกปั้ม ต้องซื้อเปลี่ยนใหม่นะครับ

ขอบคุณที่ช่างเล็กยังจำได้ครับ สบายดีครับ จะไม่สบายก็มีอยู่เรื่องเดียวครับ ก็คือในเรื่องของเวลาครับ ที่หมดไปกับการเป็นมนุษย์เงินเดือนครับ หาเวลาไปทำในสิ่งที่ชอบ (การเกษตร)ไม่ค่อยได้เลยครับ ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ เด่วจะลองนำคำแนะนำไปใช้ ได้ความยังไงค่อยแจ้งอีกทีน่ะครับ

สวัสดีช่างเล็กยามสายครับ วันนี้มีเวลาอยู่บ้านเลยได้ถ่ายน้ำมันเครื่องดู แล้วได้ลองตะแคงเครื่องดูข้างใต้ เป็นไปตามที่ช่างเล็กบอกเลยครับ ว่าปะเก็นฝาครอบเฟืองอาจจะปลิ้นออกมา (ตามภาพ) น้ำมันเครื่องเลยรั่วซึมออกมาตามนั้น ที่นี้ผมได้โทรช่างที่ซ่อมว่าจะให้เปลี่ยนปะเก็นใหม่ ช่างบอกว่าปะเก็นตัวที่เปลี่ยนนั้น เป็นกระดาษปะเก็นที่มาตัดให้ได้ตามรูปร่างของฝาครอบเฟือง ไม่ใช่ปะเก็นของเครื่องรุ่นนี้โดยตรง ที่สำคัญตอนนเจ้าตัวดันไม่สบายหนัก (เจ้าเดียวที่รู้จัก เนื่องจากแถวบ้านเค้าเลิกทำนาด้วยรถไถแล้วครับ หรือบางที่ที่ยังทำทำอยู่ ก็ใช้รถไถนั่งขับ ทำให้ร้านหรือช่างแถวบ้านเริ่มเปลี่ยนไปประกอบอาชีพอื่นกันหมด) ที่นี้อยากรบกวนช่างเล็กว่า
๑. มีที่ไหนที่จำหน่ายปะเก็นรุ่นนี้ไหมครับ ผมจะได้ติดต่อหาซื้อครับ
๒. ในกรณีที่ผมจะใช้กาวอีพอกซี่ (กาว 2 TON ) อุดตามแนวประกบของฝาครอบเฟือง ชั่วคราวไปก่อน ช่วงที่รอช่างซ่อมหายจากอาการไข้ ช่างเล็กมีความคิดเห็นอย่างไรครับ
๓. ปล่อยให้น้ำมันเครื่องรั่วซึมประมาณสัปดาห์ พอถ่ายออกมายังเหลือขนากนั้น (ตามภาพ) ช่างเล็กว่ารั่วซึมมากไหมครับ
๔. ปกติเครื่องรุ่นนี้ต้องเติมน้ำมันเครื่องเท่าไรครับ (ลิตร) นอกเหนือที่เราดูเกจ์วัดข้างเครื่อง
ท้ายนี้รบกวนด้วยน่ะครับ กับเกษตรกรที่มีความรู้ด้านช่าง แบบ งูๆ ปลาๆ ขอบคุณครับ









Liked By: khursung
บันทึกการเข้า
A-lekk
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 677


« ตอบ #1085 เมื่อ: ตุลาคม 10, 2015, 04:49:37 PM »

   สวัสดีครับคุณยุทธ พอดีวันนี้ไปเอาของที่โรงกลึงอยุธยาพาลูกชายไปดูช้างตลาดน้ำอโยธยา ลืมมือถือไปด้วยทั้งวันเลย
  - น้ำมันเครื่องรั่วซึมมาก-น้อย ก็ไม่ควรให้รั้วนะครับ เพราะยังมีอีกหลายจุดที่ยังรั่วไหลทางสันดาปของเครื่องอยู่ เครื่องของคุณยุทธยังมีอีกหนึ่งจุดคือหลอดวาล์วที่จะกินน้ำมันเครื่องโดยสังเกตุจากภายนอกที่โคนท่อไอเสียจะมีน้ำมันเครื่องเยิ้ม-ฉ่ำ ถ้าเป็นมากจะขึ้นที่ปลายท่อไอเสียเลยแสดงว่าช่างไม่ได้นำฝาสูบเข้าโรงกลึงด้วย
  - ถ้าถ่ายน้ำมันเครื่องออกมาแล้วสงสัยว่าออกมาเยอะผิดปกติสันนิฐานว่าน้ำเข้าแคร๊งเครื่องแน่นอนครับ ปริมาณน้ำมันเครื่องก็จะอยู่ที่ 3.5 ลิตรเต็มพายขีดบน ถ้าเครื่องทำงานปกติดีความร้อนไม่ขึ้นระดับน้ำหม้อน้ำไม่ค่อยยุบ แต่ระดับน้ำมันเครื่องเพิ่มแสดงว่าโรริงปลอกสูบรั่วซึม มากน้อยแล้วแต่
  - แต่ถ้าปะเก็นฝาสูบก็จะออกอาการเลย แนวเครื่องร้อน น้ำเดือด เครื่องไม่มีแรง ลองสังเกตุตามนี้นะครับ
  - แนวการซ่อมสำหรับปะเก็นฝาครอบเฟืองถ้าทากาวซีเมนต์เหล็กไปแล้ว ในระหว่างใช้งานควรตรวจดูระดับน้ำมันเครื่องทุกครั้งก่อนการใช้งาน


Liked By: anas, khursung
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 10, 2015, 07:33:22 PM โดย A-lekk » บันทึกการเข้า
yus
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 271


« ตอบ #1086 เมื่อ: ตุลาคม 10, 2015, 07:35:17 PM »

  สวัสดีครับคุณยุทธ พอดีวันนี้ไปเอาของที่โรงกลึงอยุธยาพาลูกชายไปดูช้างตลาดน้ำอโยธยา ลืมมือถือไปด้วยทั้งวันเลย
  - น้ำมันเครื่องรั่วซึมมาก-น้อย ก็ไม่ควรให้รั้วนะครับ เพราะยังมีอีกหลายจุดที่ยังรั่วไหลทางสันดาปของเครื่องอยู่ เครื่องของคุณยุทธยังมีอีกหนึ่งจุดคือหลอดวาล์วที่จะกินน้ำมันเครื่องโดยสังเกตุจากภายนอกที่โคนท่อไอเสียจะมีน้ำมันเครื่องเยิ้ม-ฉ่ำ ถ้าเป็นมากจะขึ้นที่ปลายท่อไอเสียเลยแสดงว่าช่างไม่ได้นำฝาสูบเข้าโรงกลึงด้วย
  - ถ้าถ่ายน้ำมันเครื่องออกมาแล้วสงสัยว่าออกมาเยอะผิดปกติสันนิฐานว่าน้ำเข้าแคร๊งเครื่องแน่นอนครับ ปริมาณน้ำมันเครื่องก็จะอยู่ที่ 3.5 ลิตรเต็มพายขีดบน ถ้าเครื่องทำงานปกติดีความร้อนไม่ขึ้นระดับน้ำหม้อน้ำไม่ค่อยยุบ แต่ระดับน้ำมันเครื่องเพิ่มแสดงว่าโรริงปลอกสูบรั่วซึม มากน้อยแล้วแต่
  - แต่ถ้าปะเก็นฝาสูบก็จะออกอาการเลย แนวเครื่องร้อน น้ำเดือด เครื่องไม่มีแรง ลองสังเกตุตามนี้นะครับ
  - แนวการซ่อมสำหรับปะเก็นฝาครอบเฟืองถ้าทากาวซีเมนต์เหล็กไปแล้ว ในระหว่างใช้งานควรตรวจดูระดับน้ำมันเครื่องทุกครั้งก่อนการใช้งาน

ขอบคุณมากครบสำหรับข้อมูลรายละเอียด แต่ผมแปลกใจอยู่อย่างเดียว ว่าช่างเล็กมีเวลาเหลือพอที่จะไปชาตแบตให้ตัวเองและครอบครับอีกหรือครับ  เพราะเท่าที่รู้มาคร่าวๆ งานล้นมือขนาดนั้น เหมือนคติบอสที่ทำงานเลยครับ " คนสำราญ งานสำเร็จ"


Liked By: khursung
บันทึกการเข้า
A-lekk
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 677


« ตอบ #1087 เมื่อ: ตุลาคม 10, 2015, 08:15:09 PM »






  
   - ตัวนี้เป็น ET-110 ความสำคัญของรูปภาพก็จะเป็นบู๊ชน้ำมันเครื่องตัวนี้สำคัญครับถือว่าเป็นพระเอก "ลิเก" เลย ผมยังไม่เคยลงให้ดูซักครั้งว่าหน้าตาเป็นอย่างนี้จะฝังตัวอยู่ในฝาครอบอลูมีเนียมประกบติดกับเสี้อลูกปืนของฝั่งล้อช่วยแรง ปลิ้นล๊อคแข็งมากถอดออกยากมาก บู๊ชตัวนี้ถือว่าเป็นชาร์ปอีกหนึงตัวรองจากชาร์ปข้อเหวี่ยงราคาตัวละ60 ของแท้150บาทค่าเจียร์อีก 60 บาท หรือไม่เกิน 200- แต่มีข้อแม้ว่าลูกปืนข้อเหวี่ยงลองยกล้อช่วยแรงต้องไม่คลอนถ้าคลอนให้ตัวมากต้องเปลี่ยนทั้งคู่การเจียร์บู๊ชน้ำมันเครื่องถึงจะได้ผล
   - บู๊ชน้ำมันเครื่องทำหน้าที่เป็นจานจ่ายน้ำมันเครื่องรอบแกนข้อเหวี่ยง รอบทิศทางถึอว่าเป็นด่านสุดท้ายหรือเป็นชิ้นส่วนสุดท้ายในระบบหล่อลื่น-ปั้มน้ำมันเครื่องที่สำผัสกับเพลาข้อเหวี่ยง และเป็นชิ้นส่วนที่ถูกออกแบบมาให้สึกหลอง่ายมากที่สุดเพื่อป้องกันเพลาข้อเหวี่ยงเสียหายเพราะมีราคาแพงกว่ามาก
เพราะฉนั้นบู๊ชน้ำมันเครื่องถือว่าเป็นสาเหตุหลักๆที่ทำให้ชาร์ปละลายโดยเฉพาะข้อเหวี่ยงที่ถูกเจียร์มาใหม่ๆ อีกหนึ่งชิ้นส่วนที่ช่างเล็กค่อยๆลงรูปมาให้ดูกันครับ


Liked By: khursung
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 10, 2015, 09:11:54 PM โดย A-lekk » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 [68] 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: