หน้า: 1 2 3 [4]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: จุดเริ่มต้นและพัฒนาการสวนวิถีเกษตร "บุญอารักษ์" สารภี เชียงใหม่  (อ่าน 21960 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
krisada_boy
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 156


« ตอบ #48 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2015, 09:00:46 PM »

อัพเดท  ณ  31  ตุลาคม  2558

แปลงสวนมะละกอ 2 งาน  กับการทดลองปลูกมะละกอฮอลแลนด์



เข้าสู่เดือนที่ 8 ของการทดลองปลูกมะละกออินทรีย์  no  ปุ๋ยเคมี  on  สารเคมี  มาวันนี้เลยเอาท้อเหมือนกัน  สวน 2 งานปลูกมะละกอช่วงเดือนมีนาคม  เมษายน  และพฤษภาคม ทยอยลูกที่ละนิดตามจำนวนต้นกล้าที่มี  จำนวน  100 กว่าต้น  แต่  ณ  เวลานี้ติดเชื้อไวรัสวงแหวนทุกต้น  บางต้นติดดอก  ติดลูกก็หล่นหมด  ใบเหลือง  ใบหงิก  ต้นที่ติดโรคมาก ๆ  ตายไป 10 กว่าต้นแล้ว  เหลือ 98  ต้น  จะล้มมันก็คงเสียดาย  ปล่อยไปดีกว่า  ถือว่าเอามาทดลองเรื่องไวรัสวงแหวนกับโรคของมะละกอแล้วกัน



สาเหตุที่หลัก ๆ  ที่ผมกลับมานั่งวิเคราะห์ว่าทำไมมันระบาดไปหมด
ต้องขอออกตัวก่อนว่าแถวบ้านผม  คนปลูกมะละกอไว้กินเองมีหลายครอบครัว  โดยเฉพาะบ้านญาติที่ใกล้สวนมี 1 ต้นที่สูงมาก  เป็นมะละกอขาดคอแล้ว  อายุน่าจะ4 – 5  ปีได้  แต่ต้นดังกล่าวติดไวรัสวงแหวนตั้งแต่ผมเริ่มมาปลูก   ตอนแรกผมก็นึกว่ามันคงไม่ระบาดเข้ามาในสวนหลอกที่ไหนได้  ต้นใกล้ ๆ  สวนนี่คงเป็นอีกสาเหตุ  ผมเที่ยวปั่นรถจักรยานไปสวนอีกที่สังเกตว่าแทบทุกบ้านที่ปลูกมะละกอเป็นเหมือนกันหมด  แต่ไม่มีใครตัดทิ้งเลยมีแต่ต้นมะละกอใบเหลือง  หงิก ไม่มีลูกยืนต้น  นับ 10  10  ต้น  คงเป็นต้นเหตุหลักที่แก้ปัญหาได้ยาก  เนื่องจากมะละกอแต่ละต้นมีเจ้าของที่รักษาเชื้อไวรัสวงแหวนในพื้นที่ไว้โดยไม่รู้ตัว  เพราะส่วนใหญ่แล้วชาวบ้านไม่ค่อยสนใจเรื่องข้อมูลการเกษตร  โรคพืชเท่าที่ควร  จะมีก็เพียงโรคที่เกิดกับลำไยเท่านั้นที่คนแถวบ้านผมจะใส่ใจ  เรื่องมะละกอจึงถือเป็นเรื่องไม่สำคัญ  ไม่ออกลูก  เขาก็ไม่ค่อยสนสักเท่าไหร่  เพราะปลูกกินไม่มีต้น
เอาเป็นว่ามาถึงตอนนี้ก็ได้แต่ทำใจว่าคงจะได้ลูกมะละกอบ้าง  จากต้นที่พอมีภูมิต้านทานสักต้น 2 ต้นก็ยังดี
คิดแล้วก็เหนื่อยใจ......  
ถือว่าเป็นบทเรียนแล้วกันครับ
หลังจากนี้ผมคงได้เริ่มการทดลองเรียนรู้กับมะละกออีกเยอะ  บทเรียนบทนี้ผมจะต้องสอบผ่านให้ได้ครับ   สู้ต่อไป....  


ไวรัสมันติดมาจากแหล่งที่ซื้อไหม       รักษายากมากครับถ้าไม่ใช้เคมีแนะนำต้องเอาออกด่วนเลย แต่สู้ๆนะครับ
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะครับ
ข้าง ๆ สวนผมมีมะละกอของสวนอื่นติดก่อนหน้านี่หลายต้นครับ  ตอนนี้ของผมระบาดไปหมดละครับ  ไม่ได้ลูกได้ผลสักต้นเลย  โชคดีที่สวนลำไยรอดพ้นโรคไวรัสบางส่วนครับ  ส่วนของคนอื่นก็เหมือนกันหมด เพราะต้นที่เป็นพาหะ ๆ หลายๆ ต้นของสวนอื่นเขาไม่ตัด  ปล่อยยืนต้นอยู่อย่างนั้นเป็น 2 - 3 ปี  จะบอกเจ้าของก็กลัวผิดใจกัน ผมจึงต้องปล่อยเลยตามเลยไปครับ  ตอนนี้จึงเก็บไว้ทดลอง   ปรับเปลี่ยนแปลงปลูกมะละกอฮอนแลนด์เป็นแปลงผักเชียงดา  ฟักข้าว กุยช่าย  ผักหวานบ้านผสมกันไปแล้วครับ
บันทึกการเข้า

สวนบุญอารักษ์/บ้านหลากศรี
บ้านต้นผึ้ง  ตำบลสันทราย  อำเภอสารภี  จังหวัดเชียงใหม่

krisada_boy
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 156


« ตอบ #49 เมื่อ: ธันวาคม 31, 2015, 08:41:54 PM »

ทบทวนเรื่องราวส่งท้ายปี 2558
ปีที่ผ่านมา  เป้าหมายในชีวิตผมไม่เคยเปลี่ยน  อยากทำอะไรก็ทำ  อยากคิดอะไรก็คิด  เลี้ยงไก่  ปลูกผัก  เขียนบทความลงเว็บลง Blog  เขียนนิยายตามแต่ใจจะอยากทำ  ช่วยทางบ้าน ทำขนมขาย ช่วยงานที่สวนในบางเวลา รับผิดชอบหน้าที่สวนในความดูแล 2 งาน กับแปลงผักเชียงดา+กล้วย  ใช้ชีวิตเรียนรู้+บันเทิงอยู่หน้าคอม มีความสุขกับชีวิตตามแผนที่วางไว้  อยากเปลี่ยนแปลงทุกอย่างที่ผมอยากเปลี่ยนตามความคิดของผมที่คิดเองว่าดี
นั้นเพราะผมเชื่อในความคิดของตนเองสูง  เชื่อในเรื่องที่มองไม่เห็น  เชื่อในสิ่งที่ยังไม่เกิด  แต่ก็พยายามสร้างเหตุให้เกิดผล
(ผมยังเคยคิดจะล้มสวนลำไยทั้งหมด เปลี่ยนไปปลูกพืชอื่น)   
13  ธันวาคม  2558
วันเปลี่ยนแปลงแนวทางการดำเนินชีวิตของผม/ เป้าหมายไม่เปลี่ยน
สาเหตุตั้งแต่คืนที่ 13  ธันวา  นำพ่อไปโรงพยาบาลด้วยสาเหตุเจ็บหน้าอก  หลังจากคืนนั้นพ่อนอนโรงพยาบาลสวนดอก  6 วันเต็ม ๆ เป็นช่วงเวลาที่ผมเปลี่ยนวิถีชีวิตจากเดิมที่อยากทำอะไรก็ทำตามเวลาของผมที่มี  ช่วยงานทางบ้านตามหน้าที่ที่  ดูแล  ผมได้กลายเป็นเกษตรกรเต็มตัว เพราะหลังจากนี้ผมคือคนสวนที่ต้องรับผิดชอบสวนลำไยทั้งหมด 6 ไร่  พร้อมกับภาระทั้งหมดที่พ่อเคยทำ  ตื่นตี 3  มาหุงข้าว  คั้นกะทิ  เคี่ยวกะทิ  เตรียมของสำหรับขายที่ตลาดช่วยแม่ในตอนเช้า  กลับมานอนตี 4 ครึ่ง  ตื่น 7 โมงครึ่ง  ดูแลไก่  8 โมงครึ่งออกสวนไปดูแลสวนให้น้ำลำไย  สวนที่กระจัดกระจาย 3 ที่ด้วยกัน  เสร็จ บ่าย 2 – 3 โมงเย็น  รีบกลับมาอาบน้ำ  ทำขนมต่อถึง 5  โมงเย็น  พร้อมกับให้อาหารไก่อีกรอบ  วิ่งรอบไปโรงพยาบาล 6 วัน  น้ำหนักรดไป 6  กิโล  เวลาว่างที่เคยมีบ้างได้หายไปหมด  เวลาที่เคยนอนดึก ตี 2 – 3  ตื่น 8 – 9 โมงเช้า  เปลี่ยนหมด  ใครขอช่วยงานพิมพ์งานอะไรผมต้องยกเลิก หรือช่วยได้เท่าที่ช่วยเท่านั้น
วันที่ผมต้องทำหน้าที่ทั้งหมดในเวลาเดียวกัน ทำให้ผมได้คิดทบทวนหลาย ๆ เรื่องราว  ถึงจะเหนื่อยแต่ผมก็เต็มใจที่จะทำ
เพราะผมสละตนเผื่อเป็นสารถีเพื่อพ่อแม่ ยาย และหลานตัวน้อย  ยามเจ็บป่วยคอยไปรับไปส่ง  ยามสุขคอยไปเที่ยวเป็นเพื่อน
คนเรานี้ก็แปลก ยามสบายดีเรามักหลงลืมเรื่องใกล้ตัว  ความสุขใกล้ตัวมักลืมง่าย  ในวันที่ผมกังวลหนัก  โชคดีที่สองพี่น้องเป็นน้ำใจเดียวกัน  แบ่งหน้าที่กันทำ  พี่ผมคอยดูแลพ่อ  และหมอวินิจฉัยว่าพ่อเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ  ต้องได้รับการผ่าตัด  แต่ก็โชคดีที่พ่อแข็งแรงดี  การผ่าตัดเส้นเลือดหัวใจจึงเลื่อนไปเดือนกุมภาพันธ์ 59  ทำให้พอมีเวลาได้หายใจหายคอ  ความกังวลเริ่มเบาบางลงไปบ้าง
วิถีชีวิตที่วางไว้จึงต้องเปลี่ยนแปลงการดำเนินการหมด  เวลาหน้าคอมน้อยลง  เวลาทดลองเขียนหนังสือ แต่งนิยายน้อยลง  เวลาอยู่กับไก่น้อยลง  เวลาทดลองการเกษตรน้อยลง  ทำงานวันละ  12 – 14 ชั่วโมง  งานที่ค่าตัวไม่มี  แต่ผมก็เต็มใจทำ 
ถือว่าหลังจากนี้พ่อต้องเกษียณจากการทำงานหนักทุกชนิด  งานสวนคงได้แต่คอยเป็นผู้ชม  เพราะหลังจากผ่าตัดเสร็จต้องพักฟื้นหลายเดือน  งานหนักจะทำไม่ได้แล้ว คิดในแง่ดีก็ถึงเวลาที่พ่อต้องวางมือจากการทำงานหนัก ทำงานมาตั้งแต่หนุ่มจนแก่ได้เปลี่ยนหน้าที่ไปโดยปริยาย  ผมไปโรงพยาบาลทุกเย็นได้แค่คุยกันเรื่องที่สวน  ไม่กล้าคุยเรื่องอื่นกลัวต่อมน้ำตาแตก  แต่ก็ดีที่พ่อผมมีความสุขกับการได้ซื้อสวนใหม่จากเดิมสมบัติของปู่กับย่า 2 ไร่กว่า  เราทั้งครอบครัวช่วยกันเพิ่มเป็น 6 ไร่  เท่านี้พ่อก็สุขละ  ที่พ่อห่วงก็กลัวงานจะเสีย  งานทำขนมช่วยแม่  งานทำสวนผมทำได้หมด  ก็เลยห่วงน้อยลง เพราะด้านขนมผมถนัดกว่าพ่อหลายเท่า ละเอียดกว่าพ่ออีก (อันนี้ขี้คุยไปหน่อย เพราะผมชอบทำขนม)  งานสวนพ่อกลัวผมทำไม่เป็นทำไม่ไหว  อันนี้ก็สบายมาก หายห่วงผมตัวโตกว่าพ่อเยอะ  หลังจากนั้นหมอก็อนุญาตให้พ่อผมออกโรงพยาบาลมาอยู่ที่บ้าน วันที่ 2 หลังจากออกมา แกอดไม่ได้ที่ไปดูสวนใหม่ 
ย้อนนึกถึงวันที่พี่โทรศัพท์มาบอก  ในช่วงที่ผมกำลังปลอกลูกมะพร้าวหลังบ้าน ว่าพ่อต้องผ่าตัดทำให้ทำพูดในสายของผมหยุดอึ้งพูดไม่ออก  น้ำตามันไหลไม่รู้ตัว หลังจากวางสายผมนั่งคิดอยู่คนเดียวในมือยังจับลูกมะพร้าวมาปลอกต่อด้วยน้ำที่ล้นออกทางตา ญาติได้ยินจึงเดินมาถาม แต่ไม่กล้าถามตรง ๆ ได้แต่คุยกันเรื่องทั่วไป ส่วนผมได้แต่นั่งก้มหน้าปลอกมะพร้าวกลัวเขาเห็นน้ำตา แต่ก็คงรู้เพราะเสียงที่พูดสนทนาของผมมันเปลี่ยนไปเพราะร่องรอยความรู้สึกสะเทือนอารมณ์  ผมคิดเสมอว่าบางครั้งความผูกพันกับความกตัญญูมันไม่จำเป็นต้องบอก ผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบพูดฮ้วน ๆ กับพ่อแม่และยาย รวมทั้งคนใกล้ชิด และเพื่อนสนิทจะทราบดีว่าถ้าสนิทกันมากมักจะพูดไม่ค่อยเพราะ  ความจริงแล้วผมรักและห่วงใยทุกคนที่เข้ามาในชีวิตผมมากเป็นห่วงเป็นใย การแสดงออกด้วยคำพูดหวาน ๆ เพราะๆ คงหาได้ยากจากผม  เพราะผมชอบแสดงออกด้วยการกระทำมากกว่า
การเปลี่ยนแปลงในปี 2558  ทำให้ผมต้องปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง  เปลี่ยนวิธีการดำเนินชีวิตใหม่
ปีนี้ผมว่า  มันช่างโหดร้ายสำหรับผม
ตั้งแต่ต้นปี *สุนัขตัวเดียวของบ้านที่อยู่กันมาสิบกว่าปี จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับด้วยโรคชรา
*ไก่แจ้รุ่นบุกเบิกตายไป 60 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนทั้งหมดที่มี  ลูกไก่ตายอีก 100 กว่าตัว รวม ๆ ทั้งหมดทั้งเล็ก ใหญ่รวมแล้ว น่าจะ 200 กว่าตัวภายในปีนี้
*ญาติผู้ใหญ่ลูกพี่ลูกน้องของพ่อ 2 คน เสียชีวิต
*สวนทดลองแปลงมะละกอที่ผมคาดว่าจะเป็นรายได้เสริม ติดไวรัสวงแหวนทั้งหมด
*ต้องเอารถไปซ่อมระบบเบรค   เช็คสภาพ เสียเงินอีก
*พรบ.  และประกันรถ ทั้งรถเครื่อง รถยนต์เกินงบประมาณที่คาดการณ์ รวมกันแล้ว เกือบ 5,000 บาท (โชคดีพี่สาวจ่ายเองสำหรับรถยนต์)
*งานแทรก  ปั่นทอนเวลาการเขียนนิยายและเขียนบทความและการทำเกษตรของผมลงไป
*รายได้จากค่าโฆษณาในเว็บหายไป 70 เปอร์เซ็นต์
*ปิดตัวเว็บ ไป 1 เว็บ เพื่อลดค่าใช้จ่าย และไม่มีกำไร
แต่ก็มีโชคดีอยู่บ้าง
*เป็นปีที่ผมได้อนุญาตให้บริหารจัดการพื้นที่ 2 งาน  ตามใจชอบ  ซึ่งได้ทดลองทำมา เกือบ 2 ปีแล้ว จึงต่อยอดทดลองได้เต็มที่ละทีนี้
*เขียนนวนิยายเล่มแรกเสร็จสมบูรณ์  ขายผ่านระบบ E-book
*เริ่มขายต้นไม้ออนไลน์ได้
*ได้สวนใหม่เพิ่มขึ้นอีก 1 ไร่ 3 งานกว่า จำนวน 1 แปลง


หลังจากปีนี้ชีวิตผมต้องเปลี่ยนแปลงด้วยสถานการณ์บังคับ  อยากใช้ชีวิตแบบ  Slow life  ก็คงต้องพบกันแค่ครึ่งทาง
 ซึ่งปี 2559  เป็นต้นไป  สวนลำไยทั้งหมดผมต้องดูแลเองเป็นส่วนใหญ่  สวนผัก  งานเขียน และความฝันอีกมากมายที่ผมวางแผนไว้ต้องฝึกการบริหารจัดการตามชะตากรรมที่ผมต้องลงมือทำด้วยตนเอง

ความฝันอยากสร้างระบบเกษตรแบบโมกุโมกุ ฟาร์ม  จะเป็นไปได้หรือไม่
ความฝันอยากเปิดร้านขายผักปลอดสารพิษจะไปไหนทิศทางไหนก็ยังไม่รู้
ความฝันอยากเขียนผลงานให้เยอะๆ ตามที่ตั้งใจไว้ ก็คงต้องเขียนต่อไปไม่ย่อมเลิกรา
ความฝันอยากสร้างสถานที่เลี้ยงไก่ให้มีพื้นที่โล่งกว้างให้ไก่ได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขก็คงต้องค่อย ๆ ทำ ค่อย ๆ ล้อมพื้นที่เนื่องจากต้องใช้จ่ายเงินในการสร้างพอสมควร
ความฝันอยากเรียนรู้เรื่องราวใหม่ ก็คงต้องค่อย ๆ เรียนรู้ตามกำลังและเวลาที่มีอย่างจำกัด
ความฝันอยากสะสมพรรณไม้และสมุนไพรให้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็คงค่อย ๆ สะสมไปและพยายามสะสมเงินเพื่อหาพื้นที่สำหรับปลูกให้พอกับประมาณพรรณไม้ให้ได้
และอื่นๆ อีกมากมาย  ฯลฯ
คนเราจะใช้ชีวิตอย่างมีหวังก็ต้องสร้างความฝันไว้ เพื่อเป็นแรงผลักดันในการดำเนินชีวิต
ผมจึงโลภสักหน่อยที่ฝันของผมมากมายเหลือเกิน  น่าจะเกินกว่าคนหนึ่งคนจะฝันและสร้างมันได้ในเวลาอันรวดเร็วหรือสำเร็จทั้งหมด  แต่ผมก็ยังจะฝันต่อไปเพื่อให้ทุกลมหายใจที่มีอยู่ได้ใช้อย่างคุ้มค่า
สุดท้ายนี้ปีเก่าที่กำลังจะผ่านไป  เรื่องร้ายๆ  ขอให้หายไปกับความหลังหายไปกับวันเก่า ๆ ปีเก่า
ปีใหม่ 2559  นี้ ขอให้มีแต่โชคดี  มีแต่สิ่งดี ๆ ขอให้ทุกคนประสบความสุขความเจริญเช่นกันนะครับ
ขอบคุณครับ 


บันทึกการเข้า

สวนบุญอารักษ์/บ้านหลากศรี
บ้านต้นผึ้ง  ตำบลสันทราย  อำเภอสารภี  จังหวัดเชียงใหม่
krisada_boy
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 156


« ตอบ #50 เมื่อ: มกราคม 04, 2016, 10:12:33 PM »

สวัสดีปีใหม่ 2559  ครับทุก ๆ ท่าน
วันนี้อัพเดทกิจกรรมภายในสวน ณ ปลายปี 2558 และปีใหม่ 2559 กันสักหน่อย




เริ่มแรกก่อนนะครับ  เริ่มตั้งแต่ 1 - 3 มกราคม 2559  ลุยทำความสะอาดสวนใหม่เผาขยะ  เผากอไผ่บง และใบใผ่เนื่องจากช่วง วันที่ 21  มกราคมนี้ ทางที่ดินจะออกมารังวัดที่ดินเพื่อออกโฉนด เนื่องจากของเดิมที่ซื้อเป็น สน 3  ซึ่งเป็นพื้นที่ตกหล่นไม่เอาไปเปลี่ยนตามที่เขาเคยประกาศให้มาเปลี่ยนเป็นโฉนดที่ดินเมื่อหลายปีก่อน  ดังนั้นการได้ที่แปลงใหม่มาเพิ่มจึงออกจะยุ่งยากสักหน่อย  แต่ก็ดีละครับ ถือว่าที่ดินที่ได้สวยดี  แต่ต้องปราบหญ้า  ปราบขยะ  ปราบเศษซากการปลูกพืชที่ไม่เป็นระเบียบอย่างหนักเอาการ  แถมแสลนล้อมไก่ก็เอาออกยากสุด ๆ เพราะอ้อยและสารพัดต้นไม้หญ้าที่เจ้าของเดิมปลูกและไม่ได้ดูแลเรื่องการจัดการ  ย้อนไปตั้งแต่ปลายปี 2558 ตั้งแต่ได้มาทำความสะอาดตัดหญ้า  เก็บซากไม้  ซากสารพัดใช้เวลาไปเกือบ 2 เดือนกว่า  โชคดีแรงงานครอบครัวเป็นสวนใหญ่ช่วยกันจัดการ  จ้างญาติ ๆ มาช่วยอีก 2 คน ส่วนงานหนัก ๆ เช่นตัดไผ่บง  แต่งกิ่งลำไย  ตอนต้นขนุนจ้างคนที่รับเหมาทำเพื่อลดภาระที่ทำเองไม่ได้ เราทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าโคตรรก  ปลูกต้นไม้เสริมไม่เป็นระเบียบ  ผมปราบมะนาวทิ้งไปสิบกว่าต้น  เพราะหนามและต้นที่สูงจัด  มะนาวก็เปลือกหนา  น้ำน้อย  อีกทั้งยังออกผลไม่ต่อเนื่อง  เรื่องมะนาวที่สวนผมก็มีพอ ๆ กับสวนใหม่  แต่ของผมออกผลตลอดทั้งปี  เลยจำใจต้องจัดการเอาออกให้หมดเพื่อปลูกมะนาวพันธุ์ที่สวนใหญ่มาเสริมทางนี้






เดี๋ยวพอมีเวลาจะทยอยน้ำภาพเก่า ๆ ก่อนจัดการสวนและหลังจัดการสวนมาโพสให้พี่ๆ น้อง ๆ ลุงป้าน้าอาดูนะครับ
 
บันทึกการเข้า

สวนบุญอารักษ์/บ้านหลากศรี
บ้านต้นผึ้ง  ตำบลสันทราย  อำเภอสารภี  จังหวัดเชียงใหม่
ิblue
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 62


« ตอบ #51 เมื่อ: มกราคม 05, 2016, 02:11:47 PM »

สู้ๆต่อไปครับ
ความฝันของคุณกับของผมเกือบจะตรงกันหลายเรื่อง ผมก็มีสวนลำใย
อยู่กำลังศึกษาว่าจะปลูกอะไรฉวมได้บ้าง
เช่น การปลูกผักแบบปลอดสารไม่ว่าจะเป็น ไฮโดร กางมุ้ง ปลูกเองขายเอง
ทำเป็นสวนตัวอย่าง เพื่ออนคตจะรวมเป็นกลุ่มเกษตร
เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา
บันทึกการเข้า
krisada_boy
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 156


« ตอบ #52 เมื่อ: มกราคม 05, 2016, 07:27:28 PM »

สู้ๆต่อไปครับ
ความฝันของคุณกับของผมเกือบจะตรงกันหลายเรื่อง ผมก็มีสวนลำใย
อยู่กำลังศึกษาว่าจะปลูกอะไรฉวมได้บ้าง
เช่น การปลูกผักแบบปลอดสารไม่ว่าจะเป็น ไฮโดร กางมุ้ง ปลูกเองขายเอง
ทำเป็นสวนตัวอย่าง เพื่ออนคตจะรวมเป็นกลุ่มเกษตร
เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา
ขอบคุณ สำหรับกำลังใจครับ
ผมเองก็กำลังเรียนรู้กับการเกษตร  ตอนนี้กลายเป็นเกษตรเต็มตัวละครับ  เพราะต้องทำทุกอย่างเกี่ยวกับการเกษตรด้วยเอง  ใส่น้ำ ใส่ปุ๋ยลำไย  ทดลองปลูกผักสาระพัด  แถมด้วยเลี้ยงไก่อันนี้ผมรักสุด ๆ เพราะชอบเลี้ยงตั้งแต่เด็ก ๆ ละครับ
ส่วนการตลาดของผมคงต้องพึ่งแม่ค้าพอ่ค้าคนกลางอยู่  เนื่องจากตลาดแถวบ้านคนซื้อน้อย เลยขายให้กับเขาเอาไปขายในตัวเมืองอีกที (ผักเชียงดากับผักหวานบ้าน)  หวังว่าวันหน้าพอมีทุนเพิ่มขึ้นจะได้พัฒนาสินค้าและแปรรูปเอง วันนั้นผมคงมีความสุขเพิ่มขึ้นอีกระดับครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 05, 2016, 07:29:24 PM โดย krisada_boy » บันทึกการเข้า

สวนบุญอารักษ์/บ้านหลากศรี
บ้านต้นผึ้ง  ตำบลสันทราย  อำเภอสารภี  จังหวัดเชียงใหม่
nutty1258
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8


« ตอบ #53 เมื่อ: มกราคม 06, 2016, 09:19:57 PM »

เป็นกำลังใจให้ค่ะ  ฝันไว้อนาคตอยากออกมาทำอย่างนี้บ้าง ตอนนี้เป็นยังเป็นมนุษย์เงินเดือนอยู่ค่ะ  มาอัพเดทอีกนะคะ สู้ ๆๆๆ ค่ะ
บันทึกการเข้า
krisada_boy
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 156


« ตอบ #54 เมื่อ: มกราคม 08, 2016, 09:12:18 PM »

เป็นกำลังใจให้ค่ะ  ฝันไว้อนาคตอยากออกมาทำอย่างนี้บ้าง ตอนนี้เป็นยังเป็นมนุษย์เงินเดือนอยู่ค่ะ  มาอัพเดทอีกนะคะ สู้ ๆๆๆ ค่ะ
ขอบคุณครับ  จะพยายามอัพเดทการพัฒนาสวนบ่อยขึ้นครับ ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

สวนบุญอารักษ์/บ้านหลากศรี
บ้านต้นผึ้ง  ตำบลสันทราย  อำเภอสารภี  จังหวัดเชียงใหม่
krisada_boy
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 156


« ตอบ #55 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2016, 10:20:49 PM »

อัพเดทเรื่องราวชาวสวน  ฉบับบ้าน ๆ ของผมกันต่อ  ณ   1 กุมภาพันธ์ 2559  ครับ

หลังจากที่ผมทำงานสวนเต็มกำลังผมจึงต้องหาวิธีเปลี่ยนแปลงสวนไปในทิศทางตามความต้องการของผมทีละน้อย  
แต่ก่อนอื่นขอประมวลภาพเก่า ๆ  สร้างขวัญกำลังใจในการพัฒนาสวนเมื่อ ปลายเดือน พฤศจิกายน 58  กันก่อน





เนื่องจากมีน้อง ๆ นักศึกษามาเยี่ยมเยือนสวนทดลองของผม  ซึ่งตอนนั้นยังไม่ประสบความสำเร็จ  ทดลองทำตามประสา เอาเป็นว่ามาเรียนรู้ความล้มเหลวที่ผมทดลองมาก็แล้วกัน ฮิๆๆ และถือว่าน้อง ๆ เป็นแขกชุดแรกที่เยี่ยมขอดูสวนวิถีเกษตร "บุญอารักษ์"  อันที่จริงก็อายน้อง ๆ ที่ผมยังไม่สำเร็จกับการทำเกษตรเลย  แต่ก็ดีถือว่าเป็นกำลังใจที่ผมจะพัฒนาสวนให้เกิดความหลากหลาย  เพื่อที่ต่อไปจะได้เป็นแหล่งเรียนรู้ตามที่ผมคาดหวังไว้

เพราะแขกที่มาเยี่ยมเยือนสวนผมที่ผ่านมานั้นส่วนใหญ่จะเป็นพี่น้องคนรักไก่แจ้ซะมากกว่าที่มาเที่ยวดูไก่แจ้ บางคนก็พกไก่กับไปบ้าง  บางคนก็มาเยี่ยม แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน  ผมชอบบรรยากาศแบบนี้มาก ๆ รู้สึกมีความสุขดี  ทำให้ผมไม่เหงากับเส้นทางเกษตรกรที่เลือกเดินครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 01, 2016, 10:24:47 PM โดย krisada_boy » บันทึกการเข้า

สวนบุญอารักษ์/บ้านหลากศรี
บ้านต้นผึ้ง  ตำบลสันทราย  อำเภอสารภี  จังหวัดเชียงใหม่
krisada_boy
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 156


« ตอบ #56 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2016, 10:35:26 PM »

ภาระกิจต่อมา คือ  การสร้าง โรงเรือนเพาะชำกล้าไม้เอาไว้ปลูกที่สวนลำไย และพื้นที่ว่างบางส่วน





ตอนนี้ได้กล้าไม้หลายชนิดแล้ว  ประเดิมด้วยกล้าผักเชียงดา  ดอกไม้  ว่าน  กิ่งชะอม  กิ่งหม่อน กล้าหน่อไม้ฝรั่ง  ฯลฯ
ค่อย ๆ  สะสม และเพาะที่ละเล็กละน้อย  หวังว่าอนาคตจะพัฒนาให้มีรูปร่างโฉมโรงเพาะชำให้ดีกว่านี้  ตอนนี้ก็เลยเอาเท่าที่มีไปก่อน เน้นความประหยัด และความเพียงพอ  เก็บไม้เก่ามาใช้เป็นเสาหลักไปก่อนครับ





เส้นทางเกษตรแบบทุนจำกัดจึงต้องพึ่งสิ่งของหาที่พอหาได้ตามอัตภาพ 
"ไม่หยุดนิ่ง  แค่ก้าวไปข้างหน้า แม้จะเป็นก้าวเล็กๆ ก็ขอแค่เดินเป็นพอ"   
บันทึกการเข้า

สวนบุญอารักษ์/บ้านหลากศรี
บ้านต้นผึ้ง  ตำบลสันทราย  อำเภอสารภี  จังหวัดเชียงใหม่
krisada_boy
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 156


« ตอบ #57 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2016, 10:50:17 PM »

ภาระกิจ  สิ้นเดือน มกราคม - กุมภาพันธุ 2559

คือ  การลงมือปลูกหน่อไม้ฝรั่งผสมผสานกันภายในพื้นที่ทดลองอีก 1  จุด
จุดนี้ผมนำต้นกล้วยหอม  กล้วยไข่  กล้าวยน้ำว้า  มาปลูกด้านข้างทิศตะวันตก  ส่วนทิศตะวันออกปลูกเชียงดาขึ้นเลื้อยหลักปูน  ส่วนตรงกลางมีพื้นที่ว่างเล็กน้อยจึงจัดหน่อไม้ฝรั่งลงปลูกเป็นแถว  3  แถว  ดินก็เป็นดินเหนียว หน้าแล้งแข็งมาก ไม่รู้ว่าผลจะเป็นอย่างไร ดีหรือเปล่าไม่รู้  แต่ขอทดลองไปก่อนครับ  เพราะแถวบ้านตลาดหน่อไม้ฝรั่งชาวบ้านทั่วไปยังไม่ค่อยรู้จัก ไม่เคยกิน  ส่วนที่ผมปลูกก้ไม่กี่ต้น ถ้าในอนาคตเก็บขายคงได้ไม่เยอะไม่กี่สิบบาท ถ้าขายได้ก็พอเป็นรายได้หมุนเวียนและเพื่อการทดลองร่วมกับผักเชียงดาผมว่าน่าจะมีหวังบ้างครับ




"นี่คือหนึ่งในยุทธศาสตร์ผักล้อมไม้ที่เคยคาดการณ์ไว้ใกล้เป็นจริง  ถ้าผัก + กล้วย  ดีกว่าลำไย  ลำไยต้นกล้าเล็กที่กำลังงามนี้อาจต้องตัดตามที่ผมหวังไว้  แต่ต้องอดใจรอก่อน  เพราะครอบครัวยังหวังกับลำไย คือ รายได้หลัก  จะตัดก็ถือว่าผมทำไปโดยไม่คิด  ตอนนี้จึงต้องลองให้เห็นผล  ทุกวันจึงต้องจดรายได้จากการขายกล้วย ขายผัก เพื่อเปรียบเทียบความคุ้มค่าครับ"   
บันทึกการเข้า

สวนบุญอารักษ์/บ้านหลากศรี
บ้านต้นผึ้ง  ตำบลสันทราย  อำเภอสารภี  จังหวัดเชียงใหม่
krisada_boy
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 156


« ตอบ #58 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2016, 11:05:31 PM »

อีกหนึ่งแหล่งรายได้ที่ผมมองข้ามในอดีต

ตอนนี้ถือว่าใช้ได้เลยขายได้หลายบาทอยู่เหมือนกัน  โดยเฉพาะช่วงมะนาวแพง ๆ  ขายได้ลูก 5 บาทก็เคยมาแล้ว  พันธุ์ที่ปลูกขายเป็นหลักของผม  คือ  ไร้เมล็ด  ลูกใหญ่ดี  ตอนแรกปลูกแค่เอาไว้กินเอง 5 ต้น   แซมในสวนลำไย  ส่วนตอนนี้ปลูกเพิ่ม 20 กว่าต้นละครับ  และกำลังตอนกิ่ิงเพิ่มอีก 20 กว่ากิ่ง  เตรีมหาที่ปลูกก่อนครับ




(มะนาวไร้เมล็ด  ถือว่าเป็นมะนาวที่ดูแลง่ายสำหรับผม  โรคมีน้อย  ปุ๋ยไม่ค่อยได้ใส่  ยาไม่เคยพ่นเลย  ออกลูกตลอดทั้งปี  อีกทั้งตลาดอินทรีย์ที่แม่ผมเอาไปขายให้กับแม่ค้าอีกต่อ  เขาชอบไร้เมล็ดมากกว่ามะนาวแป้นเนื่องจากคนซื้อเอาไปหมักน้ำผึ้งกินจึงได้ขายตลอด  แต่ก็อย่างว่าราคาขึ้นอยู่กับแม่ค้าตอนนี้เหลือลูก 2 บาท)  ส่วนมะนาวแป้นที่มี 4 ต้น  เก็บกินเองซะเป็นส่วนใหญ่ขายไม่ค่อยออก  แปลกดีแท้แถวบ้านผม
บันทึกการเข้า

สวนบุญอารักษ์/บ้านหลากศรี
บ้านต้นผึ้ง  ตำบลสันทราย  อำเภอสารภี  จังหวัดเชียงใหม่
นายเติมใจ
122/134 หมู่บ้านแสนเก้าโฮม หมู่ 2 ตำบลบึง อำาเภอศรีราช จังหวัดชลบุรี 20230
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1430



« ตอบ #59 เมื่อ: พฤษภาคม 04, 2019, 08:33:59 PM »


เจ้าของสวนหายไปหนแล้วน้อ เลิกทำสวนรึยัง รูดซิบปาก


Liked By: vigo74
บันทึกการเข้า

หน้า: 1 2 3 [4]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: