ข่าว
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อาหารเสริมเวลาเพาะเห็ดฟาง เขาใช้อะไรครับ  (อ่าน 11865 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
farmer-thai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 188


« เมื่อ: มกราคม 19, 2010, 10:20:32 PM »

อยากปลูกไว้กิน  เห็นบางที่ก็ใช้ รำ แป้งข้าวเจ้า  ขี้วัว  ปกติเขาใช้อะไรกันครับที่เป็นอาหารอย่างดีของเห็ดฟาง

ใครที่เคยปลูกช่วยแนะนำหน่อยครับ
บันทึกการเข้า

ประทีป
330/58 ซอยวงศ์สว่าง11 ถนนวงศ์สว่าง
แขวงบางซื่อ  เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ 10800

nuay009
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1280



« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 19, 2010, 10:38:39 PM »


 ที่ถามมาได้ทั้งนั้นเลยครับ แป้งสาลี รำ แป้งข้าวเจ้า,ข้าวเหนียว  ขี้วัว 
บันทึกการเข้า

bangphan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 801


"ฟาร์มรักษ์" เพราะ "รัก"


« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 19, 2010, 10:50:34 PM »

อีกอย่าง  ผักตบ  ก็ได้ค่ะ  สับเป็นท่อ ๆ 
บันทึกการเข้า

" ฟาร์มรักษ์ "
ฟาร์มนี้ไร้สาร
ฟ้า
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 389



« ตอบ #3 เมื่อ: มกราคม 20, 2010, 12:23:03 PM »


ผักตบ จอก แหน ....ได้หมดคะ    ยิ้มเท่ห์        ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
เด็กหลังเขา @ ผาเสวย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 45


« ตอบ #4 เมื่อ: มกราคม 20, 2010, 01:53:50 PM »

ที่บ้านต่างจังหวัดเข้าใช้ขี้แป้งมันค่ะ ที่บ้านทำเป็นอาชีพเลยค่ะ
บันทึกการเข้า
nuay009
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1280



« ตอบ #5 เมื่อ: มกราคม 20, 2010, 03:21:21 PM »

ที่บ้านต่างจังหวัดเข้าใช้ขี้แป้งมันค่ะ ที่บ้านทำเป็นอาชีพเลยค่ะ

ขอความรู้ครับ ขี้แป้ง คืออะไรครับ
บันทึกการเข้า

boonmag
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 180


« ตอบ #6 เมื่อ: มีนาคม 20, 2010, 08:51:58 PM »

ขอความรู้ครับ ขี้แป้ง คืออะไรครับ
กากที่เหลือจากการเอามัมสำปะหลัง ไปทำแป้งมัน
บันทึกการเข้า
artbao
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


« ตอบ #7 เมื่อ: มีนาคม 21, 2010, 11:56:44 PM »

สวัสดีครับผม...(ผมเป็นสมาชิกใหม่ครับและทำการเพาะเห็ดฟางเป็นอาชีพครับ..ทำได้ประมาณ2 เดือนเองครับ อิ อิ)
 อาหารเห็ดฟางที่ใช้ได้ดีสำหรับการเพาะของผมนั้นก็คือ รำแป้ง แป้งข้าวเหนียว ข้าวโพดป่นกากถั่วเหลืองป่น ครับ
โดยนำส่วนผสมทั้งหมดที่กล่าวมาคลุกเค้ากับเชื้อเห็ดแล้วนำมาโรยบนวัสดุเพาะครับ
                                               
บันทึกการเข้า
ไอ้ด่างเกยชัย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1086



« ตอบ #8 เมื่อ: มีนาคม 22, 2010, 09:34:23 AM »

สวัสดีครับผม...(ผมเป็นสมาชิกใหม่ครับและทำการเพาะเห็ดฟางเป็นอาชีพครับ..ทำได้ประมาณ2 เดือนเองครับ อิ อิ)
 อาหารเห็ดฟางที่ใช้ได้ดีสำหรับการเพาะของผมนั้นก็คือ รำแป้ง แป้งข้าวเหนียว ข้าวโพดป่นกากถั่วเหลืองป่น ครับ
โดยนำส่วนผสมทั้งหมดที่กล่าวมาคลุกเค้ากับเชื้อเห็ดแล้วนำมาโรยบนวัสดุเพาะครับ
                                               

เท่าที่เคยอ่านๆมาเนี่ย วัสดุเพาะนี่ไม่จำเป็นต้องเป็นฟางใช่มั้ยครับ

เคยเห็นที่เขาใช้ผักตบชวา กากปาล์ม เศษหญ้า

แต่ก็เรียกเห็ดฟางนะ ไม่ยักกะเปลี่ยนชื่อ 5555555555
บันทึกการเข้า
KENETIC_E®
"เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ"
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2980


จักสร้างฝันให้เป็นจริงจงได้


« ตอบ #9 เมื่อ: มีนาคม 22, 2010, 11:40:10 AM »

ที่มาของชื่อเห็ดฟางในเมืองไทยครับ
การเพาะเห็ดในประเทศไทยเริ่มต้นจากการค้นคว้าทดลองของ  อาจารย์ก่าน  ชลวิจารณ์  เมื่อปี  พ.ศ. 2480  ซึ่งท่านผู้นี้สำเร็จการศึกษามาจากมหาวิทยาลัยเกษตรแห่งฟิลิปปินส์  แนวความคิดในการเพาะเห็ดของท่านเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อได้ไปศึกษาดูงานที่  Bureau  of  Plant  Industry  ที่กรุงมะนิลา  เพราะระหว่างการดูงานนั้นได้พบกับ  ดร. คลาร่า  (Dr.  F.M.  Clara)  ซึ่งเป็นนักโรคพืชวิทยา  กำลังทดลองเพาะเห็ดฟาง  โดยการใช้เศษและก้านใบยาสูบ  เศษต้นป่านมนิลา  ต้นกล้วย  กาบกล้วย  รวมทั้งกระสอบป่านเก่า ๆ จากการที่ได้พบเห็นการทดลองดังกล่าวประกอบกับได้มีโอกาสไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่นพบว่าการเพาะเห็ดเป็นอุตสาหกรรมที่ประเทศญี่ปุ่นสามารถทำรายได้ให้ประเทศปีละหลายร้อยล้านบาท
   จากประสบการณ์ดังกล่าวเมื่ออาจารย์ก่าน  ชลวิจารณ์  กลับมาประเทศไทยจึงได้บุกเบิกริเริ่มการทดลองการเพาะเห็ดตั้งแต่ปี  พ.ศ. 2480  เป็นต้นมา  ซึ่งขณะนั้นเห็ดที่คนไทยนิยมบริโภคกันมากคือ  เห็ดฟางหรือเห็ดบัว  เห็ดโคน  เห็ดหูหนู  และเห็ดหิ่งห้อย  จึงได้ศึกษาทดลองวิธีการเพาะเห็ดดังกล่าว  ในสมัยนั้นมีคนจีนบริเวณตำบลซังอี้  กรุงเทพมหานครได้เพาะเห็ดบัว  โดยอาศัยกองขยะมูลฝอย  คือนำฟางข้าวมาปูทับกองขยะแล้ววางลังไม้ฉำฉาซึ่งไม่มีก้นลงบนกองฟาง  บางครั้งเห็ดก็ขึ้น  แต่ที่ใดที่เห็ดเคยขึ้นแล้วเห็ดจะไม่ขึ้นอีก  นับว่าเป็นการเห็ดโดยอาศัยธรรมชาติ  แสดงให้เห็นว่า  เปลือกบัว  ฟางข้าว  และกองขยะซึ่งให้ความร้อนเป็นสิ่งที่เห็ดบัวชอบ  และอาจารย์ก่าน ชลวิจารณ์  ก็ได้อาศัยข้อสังเกตดังกล่าวมาใช้ในการค้นคว้าวิธีเพาะเห็ด  ท่านได้ดำเนินการทดลองเพาะเห็ดโดยแบ่งออกเป็น  3  ขั้นตอน  คือ
   1.  การทดลองเลี้ยงเชื้อเห็ดบริสุทธิ์  (Pure  Culture)  จากเมล็ดหรือจากเยื่อของดอกเห็ดในอาหารวุ้นชนิดต่าง ๆ และศึกษาว่าเชื้อเห็ดต้องการอาหารชนิดใด  ระดับ  pH  ของอาหารและอุณหภูมิที่เหมาะสมควรจะเป็นเท่าไร  เห็ดจึงจะเจริญเติบโตได้ดีที่สุด
   2.  การทดลองทำเชื้อเห็ด  (Spawn)  เพื่อให้ได้เห็ดปริมาณมากขึ้นสำหรับใช้ในการเพาะโดยใช้วัสดุชนิดต่าง ๆ ที่เห็นว่าเหมาะสมสำหรับเป็นอาหารของเชื้อเห็ด  เช่น  เปลือกบัว  ฟางข้าว  เมล็ดฝ้าย  ใบก้ามปู  หญ้าแห้ง  ผักตบชวาแห้ง  มูลม้าสด  และวัสดุอื่น ๆ เท่าที่จะหาได้และมีราคาถูก  จากการทดลองนี้พบว่า  เชื้อเห็ดเจริญเติบโตได้ดีที่สุดในมูลม้าสดผสมเปลือกบัวหรือฟางข้าวสับและหมักไว้จนได้ที่
   3.  การทดลองวิธีการเพาะ  โดยทำการเพาะเห็ดสองแบบ  คือ  การเพาะเห็ดในลังไม้และการเพาะเห็ดโดยทำแปลงบนพื้นที่ดินในร่วมและกลางแจ้งโดยใช้ฟางข้าว  ซึ่งวิธีการเพาะเห็ดแบบสร้างแปลงเห็ดด้วยฟางข้าวเป็นวิธีที่ได้ผลดีที่สุด
   เมื่อการทดลองทำเชื้อเห็ดและการเพาะเห็ดฟางได้ผลแน่นอนเป็นที่พอใจแล้ว  จึงได้นำเอาออกส่งเสริมและเผยแพร่ให้แก่เกษตรกรและประชาชนทั่วไปทำเชื้อเห็ดหรือเพาะเห็ดเป็นอุตสาหกรรม
ภายในครอบครัว  จากความสำเร็จครั้งนี้นอกจากจะได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไปแล้ว 
ชาวต่างประเทศจำนวนมากได้ติดต่อขอคำแนะนำและขอซื้อเชื้อเห็ดจากประเทศไทย  จนต้องจัดพิมพ์เอกสารเผยแพร่เป็นภาษาอังกฤษขึ้นเมื่อปี  พ.ศ. 2493  ชื่อว่า  “Culture  of  Mushroom  in  Thailand”  ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเห็ดฟางหรือเห็ดบัวกลายเป็นเห็ดที่นิยมเพาะกันมากในหมู่เกษตรกรและในขณะเดียวกันความต้องการทางด้านการตลาดก็นับวันจะเพิ่มมากขึ้น
   ดังนั้นอาจารย์ก่าน  ชลวิจารณ์  จึงได้รับการยอมรับว่าเป็นบุคคลแรกที่ทำการบุกเบิก
และพัฒนาการเพาะเห็ดฟางจนประสบผลสำเร็จ

จะเรียกอย่างอื่นก็ได้นะครับ แต่คนจะรู้จักน้อยน่ะครับ
บันทึกการเข้า

"If tomorrow never comes."  อาจไม่มีพรุ่งนี้ให้ได้เห็น...
กระทู้ส่วนตัว :  สวน(ป่า)ออมรัก  *ขออภัย จำกัดสิทธิ์การใส่ Link-URL ในลายเซ็น*
ไอ้ด่างเกยชัย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1086



« ตอบ #10 เมื่อ: มีนาคม 22, 2010, 07:26:20 PM »

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ

การไปเปลี่ยนชื่อ ดีไม่ดี ขายไม่ได้อีก  ซวยเลย5555555555555
บันทึกการเข้า
datasim
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125


« ตอบ #11 เมื่อ: มีนาคม 24, 2010, 03:18:06 AM »

เปลี่ยนชื่อแล้วดีขายได้ก็มีนะครับ
อย่างช่วงที่ผ่านมีมีการโฆษณาจากชื่อธรรมดาก็กลายเป็น...
ชาวบ้านโดนกันไปก็ไม่ใช้น้อยนี่ครับ โกรธ โกรธ โกรธ โกรธ โกรธ โกรธ ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้
บันทึกการเข้า
nirut 11
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


« ตอบ #12 เมื่อ: มิถุนายน 08, 2013, 09:34:01 PM »

ใช้ BIOBAT-111  อัตราส่วน 50 ซีซี ต่อน้ำ 20ลิตร  หมักวัสดุเพาะ   ฉีดพ่นตัดเส้นใย ฉีดพ่นทุกครั้งหลังเก็บดอก

BIOBAT-111 เป็นทั้งอาหารเสริมและช่วยป้องกัน/ยับยั้งเชื้อราเขียว,ราส้ม ที่ไม่พึงประสงค์ได้เป็นอย่างดี
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: