หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ช่วยแยกชนิดหางไหล แดงหรือขาว  (อ่าน 3102 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ootoot12
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 93


« เมื่อ: กันยายน 14, 2013, 10:15:57 AM »

ผมทุบรากและเถาแก่แช่น้ำ น้ำจะขาวขุ่นเหมือนน้ำซาวข้าวครับ



ข้อมูลที่หาเจอ
หางไหลหรือโล่ติ๊น
ชื่ออื่น :  กะลำเพาะ (เพชรบุรี) เครือไหลน้ำ, ไหลน้ำ (ภาคเหนือ) โพตะโกส้า (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) , อวดน้ำ (สุราษฎร์ธานี)
ชื่อสามัญ : Tuba root
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Derris sp.
ชื่อวงศ์ : LEGUMINOSAE- PAPILIONOIDEAE
ลักษณะต้นหางไหล :
หางไหลเป็นไม้เลื้อยชนิดเนื้อแข็ง เจริญเติบโตเร็ว ถ้ามีการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอสามารถปลูกได้ทั้งกลางแจ้งและในร่มเงาแต่การ ปลูกกลางแจ้งจะเจริญเติบโตได้ดีกว่า ในก้านใบหนึ่ง ๆ จะมีใบตั้งแต่ 5 – 13 ใบ ใบประกอบแบบขนนกเรียงสลับ มี 2 พวก คือ D. elliptica ใบย่อยมี 7 ใบขึ้นไป และ D. malacecum มีใบย่อย 5 ใบ ใบคู่แรกนับจากโคนก้านใบมีขนาดเล็กที่สุดและเริ่มใหญ่ขึ้นเป็นลำดับจนถึงใบ สุดท้ายที่อยู่ตรงปลายเป็นใบเดี่ยว ซึ่งมีขนาดของใบใหญ่ที่สุด ช่อดอกออกที่ซอกใบ ดอกย่อยรูปดอกถั่ว กลีบดอกสีชมพูแกมม่วง ผลเป็นฝัก เมื่อฝักอ่อนเป็นสีเขียวและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลปนแดง เมื่อฝักแก่ ภายในฝักมีเมล็ดซึ่งมีลักษณะกลมและแบนเล็กน้อย มีสีน้ำตาลปนแดง การออกดอกอยู่ในช่วงเดือนมีนาคม เมื่อดอกบานเต็มที่มีกลิ่นหอม รากมีปมแบคทีเรียเหมือนกับปมของรากพืชตระกูลถั่ว พืชชนิดนี้มีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่สำคัญคือโรติโนน (Rotenone) พบมากในราก มีฤทธิ์ฆ่าแมลงโดยการกินหรือการสัมผัสตัว และเป็นสารที่สลายตัวได้ง่ายเมื่อถูกความร้อนหรือแสงแดด สามารถนำมาใช้เป็นสารฆ่าแมลงได้ทั้งในรูปรากแห้งและรากสด โดยสารสกัดจากรากหางไหลแห้งนี้ สามารถใช้กำจัดหนอนแมลงวัน แมลงวัน ลูกน้ำ ยุงและเห็บโคได้ดี
การนำไปใช้ทางการเกษตร :
จากการทดสอบสารสกัดที่ได้จากรากหางไหลกับแมลงหลายชนิดพบว่ามีฤทธิ์ถูกตัว ตาย และกินตาย นอกจากนี้มีแมลงบางชนิดจะไม่ยอมกินใบพืชที่มีการฉีดพ่นสารสกัดจากหางไหล ซึ่งอาจเรียกว่ามีผลยับยั้งการกิน เช่น หนอนผีเสื้อ กินใบปอเทือง และด้วงน้ำมันเมื่อได้กลิ่นหางไหลจะหนีไปนอกจากนี้ยังใช้ได้ผลดีกับหมัด สุนัข เห็บ วัว ไรไก่ ในแปลงผักสามารถกำจัด ด้วงหมัดผัก ด้วงเต่าทอง เพลี้ยไฟมะเขือเทศ ไรขาวพริก ด้วงงวงตัดใบมะม่วง เพลี้ยจักจั่น และเพลี้ยอ่อนผักกาด
ส่วนหนอนผีเสื้อจะมีผลยับยั้งการกิน อัตราการใช้ รากสด 2 – 3 ขีด/น้ำ 20 ลิตร โดยนำมาทุบแช่น้ำ 1 คืน พ่นสารสกัดตอนเช้าตรู่ สามารถกำจัดด้วงหมัดผักได้ผลดี ใส่สารจับใบจะทำให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น อาจนำมาทำเป็นผงแห้งแล้วใช้แอลกอฮอล์สกัด ในอัตรา 2 ขีด/แอลกอฮอล์ 1 ลิตร แช่ไว้อย่างน้อย 5 วัน จากนั้นนำมาเก็บไว้ในขวดสีชาสามารถเก็บไว้ได้นานประมาณ 8 เดือน เวลานำมาใช้เจือจางด้วยน้ำในอัตรา 200 – 300 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร ควรพ่นให้ถูกตัวแมลง
วิธีการนำหางไหลมาใช้กำจัดแมลง :
นำรากหางไหล 1/2 – 1 กิโลกรัม มาทุบแล้วแช่น้ำ 20 ลิตร ทิ้งไว้ค้างคืน นำน้ำหมักมาฉีดพ่นในแปลงพืชผล ควรฉีดพ่นในช่วงแดดอ่อนๆ ใช้ฉีดพ่นป้องกันแมลงวัน หนอนเพลี้ยอ่อน ด้วงงวงถั่ว ตั๊กแตนตัวอ่อน เพลี้ยจักจั่น ฯลฯ โดยไม่มีสารพิษตกค้าง เพราะสาร rotennone ที่มีในโล่ติ๊นสามารถสลายตัวได้ง่าย และไม่เป็นอันตรายต่อคน
ข้อควรระวัง : เป็นพิษต่อปลา จึงไม่ควรใช้กับแปลงผักหรือแปลงไม้ผลที่มีบ่อเลี้ยงปลาอยู่ใกล้ ๆ
•   รักษาเหา หิด
ใช้เถาสดยาว 2-3 นิ้วฟุต ตำให้ละเอียดผสมน้ำมันพืช ชะโลมบนเส้นผมทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง จึงสระให้สะอาด ควรสระติดต่อกัน 2-3 วัน ให้สะอาดจริงๆ
•   ยาฆ่าแมลง เบื่อปลา
ใช้เถาแก่สด แห้ง หรือจะใช้รากก็ได้ (จำนวนที่ใช้ขึ้นอยู่กับจำนวนพื้นที่และแมลง) ทุบให้แตกมากๆ แช่ลงในน้ำ น้ำจะขาวเช่นน้ำซาวข้าว ใช้น้ำนั้น
- ฆ่าแมลง (ซึ่งปลอดภัยต่อผู้ใช้)
- เบื่อปลา (ปลาที่เบื่อโดยวิธีนี้ใช้เป็นอาหารได้)
หมายเหตุ : เนื่องจากสารพิษที่อยู่ในหางไหลนั้น ไม่เป็นพิษต่อสัตว์เลือดอุ่นเช่นคน จึงใช้ได้ดี ทั้งสารนี้สลายตัวได้ง่าย  ไม่ติดค้างอยู่บนพืชผัก เหมือนสารสังเคราะห์พวก ดี.ดี.ที.
พันธุ์หางไหล มีทั้งหมดกว่า 200 ชนิด  การเรียกชื่อหางไหล แดงอาจเรียกตามลักษณะสีของสารสกัดที่ได้จากราก  ซึ่งจะมีสีแดง แตกต่างจากหางไหลขาวที่สารสกัดจากรากจะมีสีขาวขุ่นคล้ายสีน้ำนม  ส่วนยอดของทั้ง 2 ชนิดจะคล้ายกันมาก แตกต่างที่สีของหางไหลแดง ค่อนข้างจะเข้มเป็นสีชมพู ส่วนหางไหลขาวมีสีน้ำตาลแดงปนส้ม
บันทึกการเข้า

nunws
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1025


« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 14, 2013, 04:30:37 PM »

ใบประกอบปลายใบแหลม เป็นเถาเลื้อย น่าจะไหลแดงครับ
บันทึกการเข้า
ootoot12
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 93


« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 14, 2013, 06:30:43 PM »

ขอบคุณครับ.. ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: