หน้า: 1 [2]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: กากมันหมักยีสต์  (อ่าน 6142 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
moden
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12


« ตอบ #16 เมื่อ: มกราคม 30, 2014, 04:43:39 PM »

อ่านจนเข้าใจ....ขอบคุณนะคะ อายจัง อายจัง
บันทึกการเข้า

moden
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12


« ตอบ #17 เมื่อ: มกราคม 30, 2014, 05:03:15 PM »

ถามอีกนิดค่ะ มันต้องหมักนานกี่วัน 10 วัน 21 วัน หรือ 1 เดือนคะ เพื่อลดสารพิษในกากมันสำปะหลังค่ะ
บันทึกการเข้า
เปา@ภูฟ้าฟาร์ม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 64


« ตอบ #18 เมื่อ: มกราคม 30, 2014, 11:48:05 PM »

ผมว่าวัตถุประสงค์หลักที่ที่ใช้ยีสต์  แทนที่จะเป็นแบคทีเรีย  คือโปรตีนที่เพิ่มขึ้น  คงไม่ได้เน้นที่โปรไบโอติกสักเท่าไร

หมัก 15 วันจากโปรตีน 2%  เป็น 12%  โดยที่เสียค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อย ส่วนเรื่องโปรไบโอติกผมก็เชื่อว่าแบคที่เรีย

ในผักดองก็ยังมีคุณสมบัติที่ดีกว่ายีสต์เยอะ   .... ก็แล้วแต่จุดประสงของการใช้งานครับ


ปล. ผมใช้กากมันแห้งเอาไปหมักยีสต์  ปรับสูตรนิดหน่อย  ใช้เลี้ยงแทนอาหารจิ้งหรีดได้เลยครับ

- อาหารจิ้งหรีดโปรตีน 14% ราคา 14-16 บาท / กก.

- กากมันหมักยีสต์ 15 วัน  โปรตีน 16%  (อ้างอิงจากงานวิจัย)  ต้นทุนอยู่ที่ 8 บาท/กก.


Liked By: Ekachaiyan, anan, tosak
บันทึกการเข้า
bowling_ubon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 21


« ตอบ #19 เมื่อ: มกราคม 31, 2014, 08:36:46 AM »

ผมว่าซื้อมาลองไปใช้เลยครับถูกมากเลยแถวมีขายบรรจุถุงสดวกสบายเก็บไวได้เป็นเดือน ถ้าเลี้ยงไม่มากผมว่าซื้อแบบถุงลองดูก่อนดีกว่าไปลุงทุนซื้อผสมเอง ลงทุนค่อนข้างสุงครับ คนงานในการตักการผสมอีก ปวดหัวครับ หลายๆคนยังคิดมาก บอกตรงๆผมเคยจะใช้เจ้าตัวนี้เหมือนกัน เพราะแถวบ้านผมมีหลายเจ้าทำขาย ถูกมากๆ โลละไม่ถึง2บาท  ตอนจะซื้อก็ไปลงดูตามคอกวัวใหญ่ๆที่เขาทำกัน ยอมรับครับว่าวัวกินแล้วอ้วนดี (แต่ก็ต้องมีหญ้าและฟางด้วยนะครับ) ผมชอบมาก 1.ถูก 2.มีของตลอด 3.วัวชอบกิน 4.เก็บได้นาน แต่ถ้านานเกินไปโปรตีนจะค่อยๆลดลงครับ ผมได้ดูแล้วคิดว่าง่ายครับ ยืนยิ้มเลยผม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม  แต่มาเจอเรื่องกลิ่นครับตัวแปลเลย หลายๆท่านถ้าเคยขับรถผ่านลานตากมันคงจะทราบดีนะครับว่ามันแรงขนาดไหน ขนานเลี้ยงวัวแถวบ้านยังบอกมีกลิ่น ถ้าเอากลิ่นนี้ไปอีก ลังเล ลังเล ลังเล ก็เลยไม่ได้ลองใช้เลย ถ้าถามผมนะผมว่าลองดูก็ไม่เสียหายครับ ลองซื้อมาลองน้อยๆก่อนก็ได้ครับ ถ้าวัวชอบค่อยศึกษาใหม่ ถ้าไม่ชอบก็ค่อยหาตัวอื่นใหม่ครับ ที่อยากให้ลองก็ไม่ได้มีไรมากครับ ผมว่ามันถูก หาง่ายและเก็บไว้ได้นานครับ ได้ผมอย่างไรลองถ่ายรูปมาให้ชมหน่อยน่ะครับ เพราะผมยังเคยได้ลองเองซักที่เลย

ขอให้วัวอ้วนๆได้ราคาดีๆนัครับ
ขอบคุณครับ



Liked By: Ekachaiyan
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 512


« ตอบ #20 เมื่อ: มกราคม 31, 2014, 08:46:46 AM »

ผมว่าวัตถุประสงค์หลักที่ที่ใช้ยีสต์  แทนที่จะเป็นแบคทีเรีย  คือโปรตีนที่เพิ่มขึ้น  คงไม่ได้เน้นที่โปรไบโอติกสักเท่าไร

หมัก 15 วันจากโปรตีน 2%  เป็น 12%  โดยที่เสียค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อย ส่วนเรื่องโปรไบโอติกผมก็เชื่อว่าแบคที่เรีย

ในผักดองก็ยังมีคุณสมบัติที่ดีกว่ายีสต์เยอะ   .... ก็แล้วแต่จุดประสงของการใช้งานครับ


ปล. ผมใช้กากมันแห้งเอาไปหมักยีสต์  ปรับสูตรนิดหน่อย  ใช้เลี้ยงแทนอาหารจิ้งหรีดได้เลยครับ

- อาหารจิ้งหรีดโปรตีน 14% ราคา 14-16 บาท / กก.

- กากมันหมักยีสต์ 15 วัน  โปรตีน 16%  (อ้างอิงจากงานวิจัย)  ต้นทุนอยู่ที่ 8 บาท/กก.

พูดถึงเรื่องการปนเปื้อนของเชื้อที่สามารถสร้างสารพิษได้ครับ เพราะไม่มีการจัดการระบบที่ป้องกันที่ดีพอ

การใช้แบคทีเรีย ไม่ได้ต้องกาโปรไบโอติก แต่ใช้ตัวนี้เพราะ เมื่อมันเจริญขึ้นมาแล้ว สามารถจัดการกับเชื้อปนเปื้อนได้ทั้งหมดโดยไม่ต้องกังวลไดๆทั้งสิ้น

ต่างจากยีสท์ ที่มีสภาพการเติบโต แบบเดียวกับที่เชื้อปนเปื้นซึ่งสร้างสารพิษเหล่านั้นต้องการ

ไม่ได้พูดถึงการหมักเพื่อเพิ่มโปรตีน
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 512


« ตอบ #21 เมื่อ: มกราคม 31, 2014, 08:53:59 AM »

บ้านเรา ปศุสัตว์ชอบปิดข่าว เพราะกลัวว่า ตนเองจะเดือดร้อนเนื่องจากทำงานบกพร่อง และ จะมีผลกระทบต่อความมั่นใจของผู้บริโภค

เมื่อ 3 - 4 ปีที่แล้ว บ้านผม มีงัวตายยกฝูง 100 กว่าตัว เพราะติดเชื้อ ครอสทิเดียม ( ไม่ได้กินมันหมักหรอกนะ )

เมื่อปีที่แล้ว ควายตายยกฝูง 50 กว่าตัว เงินหายไปกับสายลมราว 2 ล้าน เชื้อ ครอสทิเดียม อีกเช่นกัน ( ไม่ได้กินมันหมักเช่นกัน )

เชื้อตัวนี้ต้องการสภาพการเติบโต แบบเดียวกับยีสท์ และสามารถปนเปื้นเข้าไปเติบโตอยู่ด้วยกันกับยีสท์ ด้วย

ที่ผม ไปก้าวล่วง วิจารย์ เรื่องกากมันหมักยีสท์ ก็เพราะว่าผมเคยเห็นของพวกนี้มาหลายหนแล้ว

บางทีความรู้ ที่มีมากๆ แต่ขาดประสบการณ์ ก็ใช่ว่าจะ.............. คิดเอาเอง ผมเลี้ยงงัวมาตั้งแต่เด็กๆ เลี้ยงกันที เป็น ร้อยๆ และมีหลายๆรายอยู่ด้วยกัน เลยได้เห็นอะไรต่อมิอะไร ในการเลี้ยงงัวมาค่อนข้างเยอะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 31, 2014, 08:58:14 AM โดย markonikove » บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 512


« ตอบ #22 เมื่อ: มกราคม 31, 2014, 09:02:37 AM »

ส่วนกากมัน ผมใช้มา ร่วม 10 ปีกว่าแล้ว มีหลายรายที่ใช้มาก่อนผม จะทำบัตรประชาชนเสียอีก งัวอ้วน สมบูรณ์ ไม่มีปัญหาทุกตัว

มีเรื่องต้องระวังแค่ สารพิษในหัวมัน การตากแห้ง ก็แก้ได้แล้ว ถ้าหมัก 10 - 15วันก็หมดแล้ว
บันทึกการเข้า
toonkneng
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 294


« ตอบ #23 เมื่อ: กันยายน 25, 2014, 01:33:36 PM »

ประเด็นมีอยู่ว่า

ยีสท์ และ เชื้อแบคทีเรีย เป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องการสภาพแวดล้อมซึ่งไกล้เคียงกันมาก ..... ผลก็คือ กากมันหมักยีสท์ หากมีการปนเปื้อนโดยแบคทีเรีย ที่สร้างสารพิษได้ จะไม่มีอะไรควบคุมเชื้อเหล่านั้นเลย ...... และกระบวนการผลิตของกากมันหมักยีสท์นั้นก็ไม่ได้มีมาตรการไดๆมาควบคุมการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียเหล่านั้นด้วย

หากว่ากากมันที่เราผลิต หรือซื้อเขามานั้น มีการปนเปื้นแบคทีเรียที่สร้างสารพิษได้ รวมไปถึงเชื้อที่ก่อโรคในสัตว์ เช่นพวก เชื้อครอสทิเดียม ( สร้างสารพิษโบทอก )  เชื้อบาซิลลัส แอนทราซิส ( โรคแอนแทรก )  จะทำให้สัตว์เราได้รับเชื้อโรคเข้าไป หรือไม่ก็ได้รับสารพิษเข้าไป .... และมีสารพิษหลายชนิดมากที่ตกค้างในผลิตภัณฑ์จากสัตว์และเข้าสู่ผู้บริโภคได้

ผมว่าทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่องค์ความรู้นี้ต้องรับผิดชอบนะครับหากเกิดเหตุการณืไม่คาดคิดนี้ขึ้นมา



 อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: