หน้า: [1] 2 3 4   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: กากมันหมักยีสต์  (อ่าน 41983 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
jacksa
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3


« เมื่อ: กันยายน 03, 2013, 05:44:24 AM »

ผมเป็นมือใหม่ พึ่งจะลองเลี้ยงวัว มีอยู่ 3-4 ตัวครับ พอดีได้ข่าวเรื่องมันหมักยีสต์เป็นอาหารเสริมต้นทุนต่ำเลยสนใจครับ เลยอยากทราบพี่ๆทุกท่านว่าใครมีประสบการณ์อะไรบ้าง หรือ มีวิธีดีๆ อย่างไร ในการทำอาหารเสริม  ขอบคุณมากๆครับ  ยิ้ม


Liked By: NKC, FBM, Ekachaiyan, mohock03, sompol
บันทึกการเข้า

boyburapha
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 240


« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 11, 2013, 08:29:24 PM »

ช่วยดันครับ


Liked By: sompol
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 11, 2013, 10:56:18 PM »

ใจจริงตอนแรกๆที่เห็นงานวิจัยชิ้นนี้ออกมา .... ไม่กล้าแสดงความเห็นในทางตรงกันข้ามกับงานวิจัยชิ้นนี้เพราะว่า ผมเป็นเพียงแค่เกษตรกรตัวเล็กๆคนนึง ความรู้แค่หางอึ่ง ต่างจากเจ้าของงานวิจัยชิ้นนี้ที่ เป็นถึงด็อกเตอร์ อาจารย์สอนหนังสือผลิตบุคลากรระดับ บัณฑิต และ ระดับความรู้สูงๆ ที่ออกมารับใช้สังคมมากมาย ..... มีทั้งคุณวุฒ วัยวุฒทางการศึกษามากมาย ..... มีความรู้มากมาย เมื่อเทียบกับตัวผมเองนั้นต่างกันราวฟ้ากับก้นเหวลึกใต้มหาสมุทร  ......

แต่พอนานวันเข้า มีการเผยแพร่งานวิจัยชิ้นนี้ออกสู่สังคมอย่างกว้างขวาง .... มีการจัดอบรมผ่านศูณย์การเรียนรู้ชุมชน มีการส่งเสริมผ่านหน่วยงานของรัฐมากมายหลายหน่วยงาน มีการนำเสนอผ่าน นิตยสาร เวบไซด์มากมาย ...... ผมมองว่าน่าจะเกินเลยขอบเขตของการนำเสนอองค์ความรู้ไม่สมประกอบชิ้นนี้แล้วล่ะครับ

ผมขอพูดในถานะ คนโง่ๆเง่าๆ ความรู้แค่หางอึ่งคนนึง ที่บังอาจลบหลู่เบื้องสูง บังอาจวิจารย์งานวิจัยชิ้นนี้ในเชิงลบนะครับ

................................

ประเด็นมันมีอยู่ว่า



Liked By: pom2day, phlox, mohock03, sompol
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 11, 2013, 11:03:28 PM »

ประเด็นมีอยู่ว่า

ยีสท์ และ เชื้อแบคทีเรีย เป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องการสภาพแวดล้อมซึ่งไกล้เคียงกันมาก ..... ผลก็คือ กากมันหมักยีสท์ หากมีการปนเปื้อนโดยแบคทีเรีย ที่สร้างสารพิษได้ จะไม่มีอะไรควบคุมเชื้อเหล่านั้นเลย ...... และกระบวนการผลิตของกากมันหมักยีสท์นั้นก็ไม่ได้มีมาตรการไดๆมาควบคุมการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียเหล่านั้นด้วย

หากว่ากากมันที่เราผลิต หรือซื้อเขามานั้น มีการปนเปื้นแบคทีเรียที่สร้างสารพิษได้ รวมไปถึงเชื้อที่ก่อโรคในสัตว์ เช่นพวก เชื้อครอสทิเดียม ( สร้างสารพิษโบทอก )  เชื้อบาซิลลัส แอนทราซิส ( โรคแอนแทรก )  จะทำให้สัตว์เราได้รับเชื้อโรคเข้าไป หรือไม่ก็ได้รับสารพิษเข้าไป .... และมีสารพิษหลายชนิดมากที่ตกค้างในผลิตภัณฑ์จากสัตว์และเข้าสู่ผู้บริโภคได้

ผมว่าทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่องค์ความรู้นี้ต้องรับผิดชอบนะครับหากเกิดเหตุการณืไม่คาดคิดนี้ขึ้นมา
บันทึกการเข้า
jacksa
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3


« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 11, 2013, 11:13:06 PM »

ขอบคุณมากครับ นึกว่าจะไม่มีใครตอบผมซะแล้ว ได้อ่านบทความของคุณ markonikove แล้วผมเริ่มคิดหนักเลยครับ  จะเอายังไงดี ผมมือใหม่ด้วยอยากจะหาอาหารเสริมแบบบ้านๆ ต้นทุนต่ำ แต่มีคุณภาพ ขอบคุณครับ


Liked By: mohock03, sompol
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 11, 2013, 11:13:26 PM »

กระบวนการหมักเราเลี่ยงไม่ได้กับเชื้อจุลินทรีย์ที่ไม่พึงประสงค์ และมีหลายชนิดมากที่สร้างสารพิษได้ ...... ปรกติแล้วเราจะควบคุมสภาวะไม่ให้เชื้อปนเปื้อนเหล่านี้เติบโตได้ ถึงจะโตได้ก็ต้องไม่สร้างสารพิษ .....

 เกษตรกรเราจะเรียนรู้ด้วยการควบคุมให้กระบวนการหมักให้มีสภาพเป็นกรดอ่อนๆ ( แต่ยีส และแบคทีเรียส่วนใหญ่ เจริญได้ในสภาพเป็นกลาง ) เพื่อไม่ให้เเบคทีเรียเจริญได้ ..... และไม่มีอากาศ เพื่อไม่ให้เชื้อราสร้างสารพิษ .....

ถ้าให้ผมแนะนำนะครับ ผมว่าทำกากมันหมักน้ำผักกาดดองดีกว่าครับ

ขั้นตอนการทำก็คล้ายกันมาก แค่ในขั้นตอนการเตรียมหัวเชื้อเปลี่ยนจาก ยีสท์ ไปเป็นน้ำผักกาดดองเท่านั้น ..... เพราะน้ำผักกาดดองจะเป็นเชื้อแบคทีเรียกลุ่มสร้างกรดแลคติค ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับงัวด้วย และยังช่วยในกระบวนการย่อยอาหารของงัว .... สร้างกรดอ่อนๆออกมาทำให้แบคทีเรียพวกสร้างสารพิษไม่เติบโตด้วย ต่างจากยีสท์ที่แบคทีเรียจะปนเปื้อนและเติบโตได้ .... กรดแลคติก ช่วยในกระบวนการย่อยอาหาร ..... แบคทีเรียสร้างกรดแลกติกเป็นจุลินทรีย์ที่สามารถเจริญได้ดีในกระเพาะงัว ช่วยย่อยหญ้าและฟางที่งัวกินเข้าไป ......

บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #6 เมื่อ: กันยายน 11, 2013, 11:17:54 PM »

การเตรียมหัวเชื้อน้ำผักกาดดองนั้น ผมว่ากลับบ้านไปถามแม่เราที่บ้านนอกได้นะครับว่าเวลาดองผักต้องทำอย่างไรบ้าง .... งัวนมเขาก็ทำน้ำผักกาดดองเอามาหมักหญ้าให้งัวกินด้วยครับ

สามารถเอาหัวเชื้อน้ำผักกาดดองมาทำหญ้าหมักได้นะครับ ...... และกระบวนการหมักของหญ้านั้นเราจะควบคุมให้ มีสภาพเป็นกรดอ่อนๆ และไม่มีอากาศ นะครับเพื่อควบคุมจุลินทรีย์ปนเปื้อนที่จะสร้างสารพิษ ..... น้ำผักกาดดองคือภูมิปัญญาของแม่เราที่ดีเยี่ยมที่สุดแล้วครับ
บันทึกการเข้า
boyburapha
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 240


« ตอบ #7 เมื่อ: กันยายน 13, 2013, 08:31:34 PM »

ถ้าผมใช้กากมัน 100 กก. ผมต้องใช้น้ำผักกาดดอง กี่ กก. ดีครับ
ขอบคุณครับ


Liked By: sompol
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #8 เมื่อ: กันยายน 13, 2013, 11:03:15 PM »

1. เตรียมหัวเชื้อเริ่มต้น

- เตรียมน้ำผักกาดดองที่พึ่งดองได้ไม่ถึง 10  วัน และยังไม่เกิดฝ้าขาวมา 1 ลิตร ให้แม่เราดองผักไว้ที่บ้านเองดีที่สุด ผักอะไรก็ได้ ดอกกุ่ม ผักเสี้ยน ได้หมด

- เตรียมน้ำตาลทราย 1 กก. สมัยนี้เขาใช้วิธีตกผลึกซ้ำในการผลิตน้ำตาลแล้วไม่ต้องกลัวสารฟอกขาว ใช้ได้ทุกอย่างไม่ว่าน้ำตาลทรายแดง หรือน้ำตาลทรายขาว

- ละลายน้ำตาลในน้ำ 10 ลิตร (  น้ำปะปาต้องไม่มีคลอรีนนะ ) ต้มให้เดือดเป็นเวลา ครึ่งชั่วโมง แล้วทิ้งไว้ให้เย็น

- ขึ้นต้นมะพร้าวเก็บลูกมะพร้าวอ่อนมา 1 ลูก เอาแบบที่ยังไม่มีเนื้อมะพร้าวนะ อย่างมากก็แค่เนื้อเป็นวุ้นบางๆก็พอได้

- ผ่ามะพร้าวแล้วเทน้ำมะพร้างลงไปในน้ำตาลต้มที่ทิ้งให้เย็นแล้ว

- เติมน้ำผักกาดดอง คนให้เข้ากัน ปิดฝาให้สนิท เก็บไว้จนกว่าจะได้กลิ่นกรดแลกติกขึ้น ..... กลิ่นแบบเดียวกับผักดองนั่นแหละครับ


 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 14, 2013, 12:59:23 PM โดย markonikove » บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #9 เมื่อ: กันยายน 13, 2013, 11:12:02 PM »

2. เตรียมหัวเชื้อหมัก

 ปรกติแล้วจะใส่หัวเชื้อที่ 20 % อินนอกคูลัม กากมันสด 100 กก. ใช้หัวเชื้อหมัก 20 ลิตร .... และเตรียมหัวเชื้อหมักจากน้ำผักดอง ไม่ต่ำกว่า 30 % อินนอกคูลัม

- เตรียมกากน้ำตาล 2 กก. ละลายน้ำ 15 ลิตร

- เติมหัวเชื้อที่เราเตรียมขึ้นมาจากน้ำตาลทราย 7 ลิตร

- ใส่ปุ๋ยยูเรีย และ/หรือ ป๋ย 21 - 0 - 0 อย่างละ 1. กำมือ หรือ อย่างไดอย่างหนึ่งเพียงแค่ชนิดเดียวจำนวน 2 กำมือก็ได้

- คนให้เข้ากัน ปิดฝาให้สนิท ทิ้งไว้รอจนกว่าจะมีกลิ่นของผักดองขึ้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 14, 2013, 12:59:51 PM โดย markonikove » บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #10 เมื่อ: กันยายน 13, 2013, 11:22:06 PM »

3. เอาหัวเชื้อหมักที่ได้มาใช้ได้เลย ในอัตตรการใช้ 20 % ของ นน. กากมัน

การหมักกากมันนั้นหลักๆเป็นการกำจัดสารในกลุ่ม ออร์กาโนไซยาเนต ที่มีอยู่ในหัวมัน เนื่องจากสารตัวนี้จะส่งผลให้ ตัวอ่อนที่กำลังฝังตัวในมดลูกงัวตาย เป็นผลให้งัวผสมติดยากเท่านั้นเอง ... อีกทั้งสารพวก โวลาไทล์แฟตตี้แอซิด ที่เกิดจากการบูดของกากมันจะส่งผลเสียต่อกระเพาะงัวให้เสียหายได้ .....

หากแต่ว่าเป็นงัวเนื้อนั้นจะกินอาหารหยาบเป็นหลัก ต่อให้เสริมด้วยกากมันที่ไม่ได้หมักก็มักจะให้ไม่มากเท่าไหร่ จนถึงขั้นส่งผลเสียต่อตัวในขั้นรุนแรง ..... ต่างจากงัวนมที่จะต้องกินกากมันเยอะมาก จึงเห็นผลของสารเคมีเหล่านี้อย่างชัดเจน หากไม่ได้มีการกำจัดสารพวกนี้ออกไปเสียก่อน

แต่ในการกำจัดสารเหล่านี้นั้น สามารถนำมาตากแดดให้แห้งก็ใช้ได้เช่นกัน .... และสามารถเก็บใส่กระสอบไว้กินเสริมกับฟางในช่วงฤดูฝนได้ด้วยเช่นกัน .... ต่างจากกากมันหมักที่เก็บไว้ได้ไม่นานเท่าไหร่ .....

หากว่าเราสะดวกอะไร และอะไรที่คุ้มค่าที่สุดเราก็เลือกทางนั้นดีที่สุด .... งัวผมกินสดๆเลย ยังไม่เป็นไรเลย แต่ผมให้กินไม่มากเท่าไหร่นะครับ กินกากมันสดตัวละ 2 - 5 กก. ต่อวันร่วมกับฟางแห้ง  ..... งัวไม่ผอม แค่พออยู่ได้ในระดับเดียวกับกินหญ้าสดพอดี หากจะเอาให้อ้วนสมบูรณ์ต้องให้กินกากมันมากกว่านี้ และคงต้องจัดการกับสารเคมีเหล่านี้ด้วยไม่งั้นงัวเสียหายแน่นอน ...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 13, 2013, 11:27:05 PM โดย markonikove » บันทึกการเข้า
boyburapha
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 240


« ตอบ #11 เมื่อ: กันยายน 14, 2013, 11:22:25 AM »

แมะ ตอบไวจริง ๆ ยังไงก็ต้องขอขอบคุณนะครับคุณพี่


Liked By: Sanguan1965, sompol
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #12 เมื่อ: กันยายน 14, 2013, 12:51:07 PM »

กากมันสด เต็มกระบะรถปิกอับ หนักราวๆ 1 ตัน ต้องใช้หัวเชื้อ 1 ถังกะลอน 200 ลิตร เอาหัวเชื้อจากกากน้ำตาลที่เราเตรียมมาขยายต่อ โดยใช้

หัวเชื้อ 70 ลิตร  .... กากน้ำตาล 20 กก. .... ปุ๋ย 2 กก. ..... เติมน้ำให้เต็มถัง


ส่วนถ้าจะเตรียมน้ำผักดองเริ่มต้นจำนวนมากแล้วทำให้ต้องหาผักจำนวนมากเป็นการลงทุนสูงไป ......... สามารถใช้หญ้าเนเปียร์สับ แทนผักได้ครับ การดองก็เหมือนกับการดองผักทุกอย่าง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 14, 2013, 01:38:12 PM โดย markonikove » บันทึกการเข้า
boyburapha
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 240


« ตอบ #13 เมื่อ: กันยายน 21, 2013, 08:32:40 PM »

กากมันสด เต็มกระบะรถปิกอับ หนักราวๆ 1 ตัน ต้องใช้หัวเชื้อ 1 ถังกะลอน 200 ลิตร เอาหัวเชื้อจากกากน้ำตาลที่เราเตรียมมาขยายต่อ โดยใช้

หัวเชื้อ 70 ลิตร  .... กากน้ำตาล 20 กก. .... ปุ๋ย 2 กก. ..... เติมน้ำให้เต็มถัง


ส่วนถ้าจะเตรียมน้ำผักดองเริ่มต้นจำนวนมากแล้วทำให้ต้องหาผักจำนวนมากเป็นการลงทุนสูงไป ......... สามารถใช้หญ้าเนเปียร์สับ แทนผักได้ครับ การดองก็เหมือนกับการดองผักทุกอย่าง

หัวเชื่อที่ว่านี้ หัวเชื่อน้ำหมักผักดอง หรือเปล่าครับ


Liked By: sompol
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #14 เมื่อ: ตุลาคม 23, 2013, 10:39:04 AM »

ใช่ครับ โทษทีไม่ได้ดู เลยไม่ได้ตอบ แถมไม่ได้ดูที่ pm มาให้ด้วยเลยไม่ได้ตอบ pm


Liked By: phlox, sompol
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #15 เมื่อ: มกราคม 24, 2014, 03:15:34 PM »

ดันขึ้นมาหน่อย พักนี้มีคนหน้าใหม่อยากเลี้ยงงัวเยอะ

นากำลังจะล่ม คนกำลังหันมองหาอาชีพใหม่

เศรษฐกิจในเมืองกำลังฝืด คนกำลังอยากจะกลับบ้านไปทำการเกษตร
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 4   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: