หน้า: 1 ... 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 [13]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปลูกตามกระแส...ข้าวไรซ์เบอรี่..+ กข.6 เตี้ย  (อ่าน 47404 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
rueng2000
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 218


« ตอบ #192 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2016, 08:22:56 AM »

ยิ้ม  กลับมาแล้วพี่น้องชาวนาที่รักทุกๆท่าน หากว่าราคาข้าวยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น ผมก้คงจะลดการทำนาลงให้เหลือ5ไร่ก็พอเอาข้าวไว้บริโภคในครัวเรือนก็พอโรงสีมันอยากจะซื้อ กก.ละเท่าไหร่มันก็กำหนดเอาตามใจชอบ เริ่มเบื่ออีกแล้วกับอาชีพการทำนา..พูดไปก็ไม่มีใครช่วยเราได้หรอก  มาดูนาต้นทุนต่ำผมนิไม่เกิน15พย. คงจะไดเกี่ยวแระ...

   

   

   ภาพด้านล่างเป็นข้าวเหนียวแดง จากประเทศเพื่อนบ้าน รวงใหญ๋ยาว ส่งคอรวงดี หน่วยก้านดี อีกอึดใจก็จะได้เกี่ยวแร่ว ผมมีความสุขกับได้ทดลองปลูกข้าวสายพันธ์ใหม่ เขาไม่เป็นโรคอะไรเลย แม่ผมชอบใจมากเลย อีกนิดเดวก็จะรู้แล้วว่า นึ้งสุกแล้วแข้งไหม/หอมไหม เท่านี้เอง


สนใจพันธ์ข้าวเหนียวแดง  จองเม็ดพันธ์ไว้หน่อยได้บ่ครับ  จะเอามาลองทางอิสาน


 

 
บันทึกการเข้า

rueng2000
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 218


« ตอบ #193 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2016, 08:25:33 AM »

สนใจพันธ์ข้าวเหนียวแดง ครับคุณซ้ดดัม


Liked By: laihan, deemeechai
บันทึกการเข้า
zuddum
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 987


« ตอบ #194 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2016, 10:48:06 AM »

 ยิ้ม ดีใจมากครับที่มีแนวคิดที่จะทำในจุดๆนี้เราคงต้องหาทางพึ่งตัวเองให้ได้มากที่สุด หาพันธ์พืชที่มันมีความแข็งแรงทนทานต่อเชื้อโรคเชื้อราต่างๆ จะได้ไม่ต้องไปยุ่งกับสารเคมี จะได้ไม่ไปยุ่งกับพวก จีเอ็มโอ  รอให้ผมเกี่ยวให้เสร็จก่อนน่ะครับผมจะแจกจ่ายให้ไปทดลองปลุกกันต่อไป  เดวปีหน้าผมจะปลุกข้าวจากพม่าอีก ตอนนี้สั่งเมล็ดพันธ์ไว้แล้วจากเมืองเจียงตุ๋ง

   ตัวถอดลูกปืนที่มีนอยู่ในรูดัน เสร็จแร่ว...ไม่ค่อยงามแต่แน้นใช้งานได้ก็พอ...

  



  ว่างๆก็ผลิตเสียม  (เสียมโกย ) ที่บ้านยังไม่มีใช้ เผื่อขุดหลุมใหญ่ๆ

    

   แล้วก็เชื่อมหูยึด....ฝีมือการเชื่อมไม่ได้เรื่อง



    อีกไม่กี่วันก็คงจะได้เกี่ยวแล้วแระ...555  ข้าวเหนียวแดง อะอินทรีย์ผมใส่ปุ๋ยให้มันครั้งเดวเอง ตอนมันท้อง 15-15-15 3ขันอาบน้ำ ถ้าได้ใส่พวกมูลสัตว์มันคงจะงามน่าดูเลย





  ไรเบอรี่ เอาเมล็ดพันธ์จากคุณ รุ่งธรรม คงจะเกี่ยวพร้อมกัน รวงมันจะเลีกๆยาว ระแงะห่าง มันจะได้ข้าวน้อยไม่เกิน400กก/1ไร่(สีเป็นข้าวสารได้200กก สีขายเอง 60บาม/1กก ได้เงิน12000 บาท ประมาณนี้แหละ


  






  ยุ่งละสิ เพื่อนๆชาวเกษตร 3วันก่อนฝนตกตั้งแต่บ่าย3 ยัน1ทุ่มกว่า น้ำเต็มไปหมด ข้าวล้มไม่เหลือ ล้มกันทั้งตำบล หลายๆหมู่บ้าน เพื่อนบ้านเขาปลูก ขก6สูง ไม่เหลือล้มดิดดินเลย  ข้าวผมก็ล้มบ้างไม่ล้มบ้าง

 

 

 

  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 13, 2016, 12:52:38 PM โดย zuddum » บันทึกการเข้า
kon_khubua
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 419


« ตอบ #195 เมื่อ: ตุลาคม 26, 2016, 12:38:49 PM »

  สวัสดีครับท่านพี่ซัดดัม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยังรอฟังผลข้าวเหนียวแดงอยู่นะ หากอร่อยจะขอปันมาปลูกสักสิบห้าโลครับ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม


Liked By: laihan
บันทึกการเข้า

ณ.ทุ่งข้าวถี นาอินทรีย์เคมีเสริม
เติมสีสันให้ท้องทุ่ง มุ่งหาความสงบ
จบที่ความพอเพียง
zuddum
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 987


« ตอบ #196 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2016, 01:03:56 PM »

 ยิ้ม หายไปหลายวันแอบไปเกี่ยวข้าวมา ตอนนี้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ วันนี้จะมาย้อนรอยให้ดูกัน  วันที่20ก็เกี่ยวข้าวเหนียวแดง...หกโมงเช้าเกี่ยวเลย รวงเขาก็โอเคเลย เล็กกว่าข้าว กข6สูง  
  
  

  

  

  


     ผ่านไป3วัน ก็ขนใส่รถอีแต่นเอามานวดที่บ้าน จะได้เอาฟางเพาะเห็ดด้วย เห็ดโลละ60บาท (ข้าวโลละ8.20 บาท) แล้วก็ออกแรงซ้อมๆๆๆๆ ไม่ค่อยเหนียวเท่าไหร่ ออกแรงฟาด7-8 ครั้งเม็ดข้าวก็หลุดหมด
  
    

    
    

   จากนั้รก็เอาใบพัดลมเก่ามาใส่ที่เครื่องตัดหญ้า (เออ..ให้ทำการหมุนทวนเข็มนาฬิกาค่อยๆหมุนให้มันเป็นเกลียว มันจะแน่น ไม่ต้องล็อคน๊อตก็ได้) ทำการเป่าเอาเศษใบข้าว/ใบหญ้า/ข้าวลีบ ออกให้หมด ไม่ต้องเป่าแรงน่ะ

  

  

   ทำการตากอีก1วันเต็มๆ ตักใส่ถุงปุ๋ยได้4ลูกกับอีกนิดนึง..สรุปได้ประมาณ 130 โลข้าวแห้ง ... กับ พท. 1งาน





    จากนั้นก็เอาไปสีเพื่อที่จะดูว่าข้าวสารงามไหม. ลองดูตามรูป ผมว่าเม็ดข้าวมันก็โอเคน่ะ เม็ดมันจะสั้นกว่า กข6สูงนิดนึง
  :)แล้วก็เอาไปสี ได้ข้าวสารมา ดูหน่อยก้านแล้วก็ใช้ได้เลยทีเดว เม็ดข้าวสวยไม่ยาวมาก ลองดูเอาเองเด้อ
    
  

  
    

  แล้วก็นำมานึ่งดู  ป๊ะนิ่มดีแฮะ อ่อนนุ่มไม่แข็งมีกลิ่นหอมข้าวใหม่ แต่หอมน้อยกว่า กข6สูง นึ่ง6โมงเช้า จนถึง1ทุ่มก็ยังอ่อนอยู่ อ่อนกว่า กข10
  

  สรุป
  ข้อดี 1.การแตกกอดีมาก 2.ต้นสูงกำลังพอดีไม่มีล้มให้เห็น สามารถเอาเครื่องตัดหญ้ามาเกี่ยวได้ 3. ไม่เป็นโรค เพลี้ยอันนี้ผมชอบมากๆ  ไม่ต้องไปพ่นสารเคมีให้เขา

  ข้อเสีย
   1. ความหอม หอมน้อยกว่า กข6แบบสูง นิดนึ่ง 2. ได้ข้าวน้อยกว่า กข6สูงนิดนึ่ง  3.เม็ดข้าวจะสั้นกว่านิหนึ่ง   4.


  ปล. ผมไม่มีเวลาจุดตะเกียงจ้าวพายุ ให้มันเข้ากับบรรยากาศเลย  มีเวลาแค่เอามาตั้งแล้วก็ถ่ายรูป พอจะจุด ...อ้าวน้ำมันก๊าส ไม่มีอีกขี้ข้านไปซื้อที่ตัวอำเภอไกล...เสียเวลาทำงาน....ดูรูปไปแระกัล...
  
  
  เดินไปดูแม่น้ำที่ท้ายนา เห็นปลามันพุ้ยน้ำ เอาวะไปซื้อข่ายที่ตลาดมา2อัน(200 บาทเอง) ลงไปวางเลย ตอนเช้ามาก็ไปดู บ๊ะได้มาหลายตัวเอามาต้มมาปิ้งได้ยุ๊ บางวันก็ได้เยอะบางวันก็ไม่ได้...





  
  

    วกมาที่เรื่องนาต้นทุนต่ำ เกี่ยวไปหลายวันแล้วที่จริงจะเกี่ยววันที่5พย.แต่โดนฝนเล่นงานมาเกี่ยวเอาวันที่24พย. ข้าวนิแก่แห้งคาต้นเลยครับ แถมไม่พอโรงสี แม่งกดราคา ผมขายได้ 8.70 บาท/1กก.เอง นี่ข้าวหอมน่ะ ไม่ใช้ข้าวพ่นยาน่ะ ผมม่ายรู้จะไปเก็บไว้ที่ไหน เก็บไว้กินเกือบ1ตัน กินกันให้อิ่มหนำสำราญ ไก่หมาแมวอีก มีหนุ+นกกระจอกมาช่วยกินอีก...มันจะเป็นอะไรไปแบ่งปันเพื่อนร่วมโลกด้วยกัน อยู่ใน กทม.ทำไม่ได้น่ะต้องซื้อเขามาหุงกินนิ
   ปีหน้าผมปลูกข้าว หอมพม่า ที่บ้านผมเรียกอย่างนี้จริงๆตอนเป็นเด็ก  ผมเคยกินไง มันจะหอมกินนิ่มแต่ว่าพันธ์ที่ผมได้มาไม่รู้มันจะเหมือนสมัยก่อนหรือเปล่า ผมนี่โมโหกับกรมการข้าวจริงๆ ข้าวสมัยก่อนดีจะตายไป มันดันไปบอกว่า กรมการข้าวไม่รับรอง มันเอาอะไรเป็นดัชนีชี้วัด มันเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของคนบางคนน่ะผมว่า แล้วผลิตพันธ์ข้าวอะไรไม่รู้ออกมาแล้วประกาศรับรอง ต้นสูงแค่หัวเข่าเองยังไม่ถึง90วันเกี่ยวแล้ว มันจะเอาความอร่อยได้ยังไง.. ปีก่อนโน้นก็แพ้ข้าวพม่า อีกหน่อยก็จะแพ้ข้าวลาว

  

  

  

   อันนี้เป็นข้าวเหนียว กข6สูง+กข6เตี้ย เอาเมล็ดพันธ์ผสมกันแล้วหว่าน เห็นไหมว่ามันจะช่วยกันพยุงไม่ให้ล้ม ได้ผลน่ะ 24ไร่ ได้ข้าว 11ตันกว่าๆ ขายทิ้งไปเลย 11.20 บาท/1โล

  
  
  

   ดูลุงแจ่มปลูกกล้วย ก็น่าสนใจอยู่มิใช่น้อย ก็ขึ้นอยู่คนใน พท.นั้นๆเขาชอบกินกล้วยแบบไหน เชียงรายบ้านผม คนเฒ่าคนแกรุ่นเก่า เขาไม่ค่อนทานกล้วยหอม ผมก็ถามว่าทำไทไม่ชอบเขาตอบว่าทานแล้วมันจุกแน่นน่าอก...เข้าก็กินแต่กล้วยน้ำว้าพันธ์ธรรมดา เออ  เป็นซะยังงี้ โทรไปหาน้องสาวที่อยู่ในเมืองแกก็บอกว่ากล้วยน้ำว้าขายไม่ค่อยได้ แต่ถ้ากล้วยหอมหวีละ40-60 บาท เออ คนในเมืองกำลังซื้อเขาสูงกว่า คนบ้านนอกเขาก็แจกกันกินแบ่งกันใช้...คิดดูก่อนว่าการตลาดมุ่งไปทิศทางใด  ที่เชียงรายมีสวนคนจีนร่วมทุนกับกำนัน ก็ปลูกกล้วยหอมเกือบ 3000ไร่ แต่ผมไม่รู้น่ะว่าเขาส่งไปขายที่ไหนน่ะ...ไปโฉบเอาเงินก่อนเด้อ..



   ซ่อมแซมรังผึ้งดีกว่าเดี่ยวปีใหม่น้องผึ้งเขาจะต้องมาหารังอยู่แน่ๆ ไปยกลงมาทำความสะอาดใหม่ รมควันให้มันหอมๆ เดี๋ยวเขาก็มาอยู่เอง...ก็ใช้ขี้วัวมายาแนวอุดช่องว่าง  ปีนี้มีเพื่อนบ้านเขาซื้อวัวเด็กๆมาเลี้ยง2ตัว ผมก็ไปขอขี้วัวเขามา  ไม่ต้องขับรถไปหาเหมือนปีที่แล้ว...มีสี่รัง น้องผึ้งแอบมาอยู่ตอนไหนก็ไม่รู้ ถามแม่ๆก็ไม่ทราบ เออดีแฮะ  เหลืออีก3 ถ้าน้องผึ้งมาอยู่อีก2ก็พอใจแระ... เรื่องนาเรื่องข้าวขี้เกียจคุยแล้วเบื่อ...เว้ากันเรื่องอื่นๆมั่ง






  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 30, 2017, 09:23:06 AM โดย zuddum » บันทึกการเข้า
zuddum
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 987


« ตอบ #197 เมื่อ: มกราคม 01, 2017, 12:29:36 AM »

  ยิ้มเท่ห์  สวัสดีปีใหม่ 2560  อยู่ดีมีแฮง สุขภาพแข๊งแรง ร่ำรวยทุกๆคน .....

    มาแต่งหล่อให้ บั้งลันอีกหน่อย ใส่หูสำหรับปักไม้ด้วย เท่ไหม...
  กลับไปบ้านนอกมา1อาทิตย์ ทำโน้นนี่นั่น เยอะไปหมด เดินไปดูโก๋นผึ้ง(รังผึ้ง) อ้าวน้องผึ้งมายู่1รัง อีก3อันมดดำเข้ามายึดโอ้ยแม่จ้าว...ผมก็เลยต้องมาทำเสาวางใหม่ตามมาดูกันเรย.... ยิ้ม ไม่ใช่ไม้กางเขนน่ะ
  แล้วก็รมควันให้มันใหม่ ใช้เทียนขี้ผึ้งคือเอารัวผึ้งเก่าๆที่เก็บไว้มาตากแดดให้นิ่ม แล้วก็เอามาทำเป็นเทียนเล่มเท่านิ้วชี้ แล้วก้จุดเทียนเสียบเข้าไปที่รุของรังผึ้ง ควันของเทียนมันมีกลิ่นหอมน่ะ เผาจนหมดเลย ... ปล.เป็นสูตรของ เชียงใหม่น่ะลองดู...

       เมื่อรมควันเสร็จ ก็ไปเอาขี้วัวมา ยาแนว อุดรุรั่วต่างๆ รอบนี้ไม่ต้องไปหาขี้วัวไกลข้างบ้านเขาเอาวัวมาเลี้ยง วัวแพงน่ะเดวนี้ตัวเท่าลูกหมาเองตั้งหลายบาท..  แล้วก้เอาโก๋นผึ้งไปตากแดด ใหuvเผาอีกหน่อยนึง..  ขี้วัว นี่มันเหม็นจับใจจริงๆ  หรือว่ามันเป็นขี้วัวตัวมันเล็กหรือว่าเป็นเพราะว่าเราไม่ชิน หรือว่าวัวมันไม่ได้กินฟางแห้งในตอนกลางคืน สมัยเป็นเด็กผมก็ช่วยพ่อเลี้ยงวัวน่ะ พอตอนค่ำๆเอาวัวเข้าคอกเสร็จผมก็จะเอาฟางแห้งให้มันกินตอนกลาวคืนด้วนน่ะ ขี้เขาจะเป็นก้อนเป็นกองๆ ไม่ได้เละน่ะกลิ่นก็ไม่แรงด้วย...ขี้วัวนิ ต่างประเทศเขาเอามาสกัดเอา กลิ่นวนิลา มาใส่ขนมเค้ก น่ะนึกแล้วไม่อยากกินเลย

     เมื่อทำไม้กางเขน แล้วก็นำไปฝังไว้ที่ต้องการ  แล้วก้เอาโก๋นผึ้งวางลงไปมัดเชือกให้แน่นเด๋วมันตีลังกาตกลงมา...






    เดวจะเอาภาพการเพาะเห็ดฟางกองเตี้ยมาลงให้ดู บักเสี่ยวมันเพาะผมบอกว่าฟางมันไม่ดีน่ะมันเป็นราเขียวราส้มมันโดนฝน มันก็ไม่ฟังผม มันจะออกหรือไม่ผมก็ไม่แน่ใจ แต่จากประสปการ ที่ผมเพาะเห็ดฟางมาผมว่ามันไม่ออกหรอกหรือไม่ก็ออกนิดเดว(ขาดทุน)....

 


   จากรุปข้างบน จะสังเกตุได้ว่า ฟางที่โดนฝน ฟางเกือบจะเน่าเป็นปุ๋ยแล้วเมื่อนำมาเพาะเห็ดมันจะไม่ค่อยจะออกน่ะ คือความร้อนที่เกิดจากแปลงเห็ดมันน้อย เส้นใยไม่ค่อยเดิน (หรือว่าถ้าเอาฟางไปเพาะเดือนเมย. มันอาจจะออกดีก็ได้) ฟางข้าวที่จะเอามาเพาะเห็ดเดือน 1กพ-15มีค. ต้องเป็นฟางจากข้างจ้าว กข105/15 มันจะออกดี อันนี้จากประสพการโดยตรงของผมน่ะ ถ้าเลยจากเดือน มีนาให้ใช้ฟางข้าวเหนียว กข6 เห็ดฟางจะออกดี แต่ถ้าเลยกลางเดือนเมษา มันร้อนเกินถึงแม้ว่าจะเปิดด้านข้างแล้วรดน้ำก็ไม่ได้ผล ร้อนตับแทบจะแตก บักเสี่ยวผมหัวดื้อ อาหารเสริมก็ไม่มีใส่เช่น ผักตบ หยวกกล้วยหั่นตากแห้งมันก็ขี้ข้านทำ กากถั่วเหลืองก้ไม่มีใส่.... ผมนินทามันเยอะไปป่าวนิฮึ...
  
  
 พื้นดินที่จะเพาะเห็ดกองเตี้ยมันต้องแห้งน่ะครับ เอาจอบถากให้พื้นเสมอกัน เมื่อพื้นดินมันแห้งมันจะช่วยรักษาอุณหภูมิให้เสมอ เห็ดมันจึงจะออกดี จว.อื่นๆผมไม่รู้น่ะว่าสภาพอากาศเป็นยังไง  บ่ มีไผ่ถามผมเลยหรือจะเสริมก็ไม่ว่าน่ะ....ไปก่อนวันนี้

   เรามาลุ้นกันว่า ตอนกิ่งละมุดแบบผมทำมันจะออกรากหรือเปล่า มันเป็นพันธ์อะไรไม่รู้ เวลาสุก มันหอม หวาน อร่อยมาก ต้นนี้ผมตอนมาจากบ้านเดิมย้ายมันมาปลูกที่บ้านใหม่ เมื่อ20กว่าปีที่แล้ว มันก็ไม่ตายแฮะและก็ไม่โตด้วย ผมตอนได้มาแค่1กิ่ง ผมก็จำไม่ได้ว่าตอนยังไงมันถึงออกราก(มันนานมากลืม)




    เคยดูรายการทีวี มีลุงอยู่คนนึง แกอธิบายว่า พอเราควั่นกิ่งแล้วปล่อยให้ยางมันแห้งสักเก้ามื้อสิบวัน แล้วก็เอากาบมะพร้าวแห้งมาหุ้มไว้แล้วก็ปล่อยทิ้งไว้4เดือน แล้วถึงจะรดน้ำ ....

    


    รูปล่างสุด น้องชายผมบอกว่า ควั่นกิงแล้วปล่อยทั้งไว้3เดือน แล้วค่อยเอาขุยมะพร้าวมาหุ้ม น้องชายผมรับประกันว่าออก 1000เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าน้องผมเขาตอนกิ่งขนุน มันออกราก  ....  มาลุ้นกัน


    จากนั้นก็ไปเอาดินจอมปลวกที่แห้งมาทุบให้ละเอียดเอาน้ำสะอาดหยอดลงไปนิดเดว พอให้แค่ดินชุ่มๆแล้วเอามาพอกตรงที่เราควั่น แล้วก็เอากาบมะพร้าวมาหุ้ม(ถ้าใช้เชือกฟางมัดก็จะดีมาก)


     แล้วก็ใช้ถุงแกงชนิดร้อนหุ้ม มัดให้แน่นอย่าให้น้ำเข้า ..... โน้น ก่อนทำนาถึงจะรดน้ำมัน น้ำยาเร่งรากไม่ต่องใส่ มะม่วงผมก็เคยตอนหลายสิบกิ่ง ไม่เคยออกซักกิ่ง....เป็นอะไรที่หินมากๆๆๆ


 

   อั้ย....ยะ  เป็นไงนี่สวนลำใยผม ที่ซื้อมาเมื่อต้นเดือน กพ.ที่ผ่านมาเจ้าของสวนเขาปลูกไว้ให้แล้ว ลุงเขาพ่นสารโปแตส. ให้ด้วย มันติดช่อทุกต้นเลยแฮะ..ถ้ามันไม่ร่วงซะก่อน คงน่าดูเหมือนกัน   เดวหาข้อมูลก่อนว่าจะทำยังไงให้ลูกมันติดดกๆ ทำยังไงให้มันไม่ร่วง ผมไม่ใช่ชาวสวนไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย..
  

  
  

  ช่วงนี้ก็อยากจะให้ฝนตกลงมาสักห่าใหญ่ๆ ต้นลำใยผมจะได้ชุ่มชื่นมั่ง ไม่รู้จะเอาฮอร์โมนอะไรพ่นมีนหรือว่าจะปล่อยให้เป็นไปตามชาติ

 

 ร้อนฝนบ่ตกเลย แล้วลำใยผมมันจะติดลูกไหมหนอ...พายุลมฝนมันไปตกแถวๆตะวันออกเฉียงเหนือโน๊น สกล บึงกาฬ  บ้านพังไปหลายหลัง พายุที่มาจากอ่าวตังเกี๋ยก็จะมาเข้าทางนี้ก่อนมันไม่ยอมไปถึงเชียงรายสักที ป่าไม้ต้นน้ำก็ไม่ค่อยจะมีแล้วตัดกันซะเกลี้ยงกลายเป็นเขาหัวล้น ใครที่จะย้าย ถิ่นฐานทำกิน ต้องมองไปที่ จว.ทางนี้ครับ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มันไม่มีแล้ว ในอนาคตมันคงจะแห้งแล้งไปอีกมากๆ
  

    
     สองวันก่อนฝนตกลงมา2ห่า ไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ก็พอช่วยต่อลมหายใจให้ต้นลำใยผมไปได้อีกหน่อยนึง แต่ก็เป็นที่น่าเสียดาย เพาะว่าช่อมันร่วงไปหมดแล้ว มีติดลูดนิดหน่อย มันเป็นการเสียโอกาสโดยใช่เหตุ เมื่อวานลุกชายส่งรูปมาให้ดูก็เสียดายมากๆเลย ถ้าลูกติดไม่มากผลที่ได้ค์อลูกจะใหญ่แต่ถ้าติดดกมากลูกก็จะเล็ก....เออ
  


  
    

   วันนี้ก็จะเป็นการซ้อมฝีมือ ว่าด้วยการสานสุ่มไก ไปตัดไม้ไผ่บงมา1เล่ม อายุก็ประมาณ3ปี ถ้าแก่มากมันก็จะแข็งหักง่าย หากว่าไม้หนุ่มไปมอดก็จะกินอีก เอาเป็นว่า2-4ปี กำลังดี ก็ตัดยาว 220 เซ็น. เอามาผ่าให้ได้ความกว้างประมาณ1เซ็น.กว่าๆ เวลาเหลาควรให้ได้ความอ่อนแข็งใกล้เคียงกันน่ะครับ
ใช้ประมาณ20เส้น




    ไม้ไผ่บง หรือชนิดอื่นๆก็ได้ แต่ต้องเป็นไม้อยู่ในที่ดอนๆสูงๆน่ะครับ ไม้มันจะเหนียวดี ถ้าเป็นไผ่สีสุกผิวมันจะสวยเนียนดี ผมขี้ข้านไปตัดไผ่สีสุก เอาไผ่บงนี่แหละ  เมื่อเหลาตอกเสร็จ เราก็มาขึ้นโครงกัน บางคนก็เรียกว่า จั่วหัวสุ่ม
  

  



  แล้วก็เหลาตอกเป็นเส้นกลมๆเล็กๆเอาไปเวียนอีก2วง เพื่อความแข็งแรงของตัวสุ่ม... จากนั้นก็พยายามตัดโครงไม่ไผ่ให้โค้งๆ พร้อมกับการสานตัวสุ่ม ตรงนี้ต้องระวังน่ะ ไม้โครงมันจะหักตรงข้อไม้

  

  
  

   สานเวียนไปเรื่อยๆ พร้อมกับการจัดทรงให้สวยๆ ใช้ฆฆ้อนตีกิ๊บตีๆตบๆ ให้ตาสุ่มเป็น สี่เหลี่ยมสวยๆ  วนให้ได้ประมาณ9รอบ ความสูงของสุ่มกำลังพอเหมาะไม่สูงเกินไป ถ้าเอาไปขังไก่ชนก็ต้องเพิ่มความสูงอีกนิดนึง....  แฟนผมลุ้นตัวโก่งเลยว่ามันจะทำได้รึ? ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาเห็นแต่พี่ทำไฟฟ้าตลอด  และแล้วเขาก็เอาไปถ่ายแบบแฮะ ให้รู้เสียมั่งว่าไผ่เป็นไผ่  สุ่มไก่ตัวแรกของชีวิต.... แถวๆ บ้านผมมันก็จะมีไม้ไผ่บง ไผ่สีสุก ไผ่ลวกดำ/ไผ่ลวกแดง ไผ่เหนียว(อันนี้เหนียวดีใช้ทำพวกจักสาน รูมันเล็กนิดเดวเนื้อเยอะแต่ตามันใหญ่แข็งสุดๆ มอดไม่กิน) ผู้เฒ่าผู้แก่เขาบอกผมว่าห้ามเอาไม้ปลายกุด มาทำจักสาน มันจะเหลาตอกไม่ค่อยดี(ไม้ปลานกุดคือไม้ที่ส่วนปลายมันหักตอนที่มันเป็นหน่อแทงขึ้นไปไม่ทันสูงสุดอาจจะโดนลมพัดหรือด้วงกินที่ส่วนปลาย ทำให้ปลายมันกุดไม่สุด ถ้าเป็นไผลวกด้วงไม่กิน ถ้าไผ่บงด้วงกินสมัยเป็นเด็กผมจะไปหาขุดเอาด้วงหน่อไม้มาปิ้งโอ้ยอร่อย .... ใครเคยทำอย่างผมมั่ง..

  

  

  และแล้วก็สานเสร็จ...ฮ่าๆๆ เป็นไงฝีมือสานสุ่มไก่อันแรก โอ้ย..เจ็บมือ สุ่มไก่ลายตาสี่เหลี่ยมธรรมดา อันต่อไปจะสานลายตามะกอก (น่าจะเรียกลายขนมเปียกปูนมากกว่า) มันจะใช้ตอกมากกว่า3เท่าใช้เวลานาน แต่ก็ต้องลองดู ใช่ไหมพี่น้อง


 

 
 
   ณ ที่ตียสุ่มต้องเวียนสัก3-5รอบ เพี่อความแข็งแรงของตัวสุ่ม จากก็ทำไม้เป็นตะขอเกี่ยวรั้งตอกที่เราเวียนไม่ให้หลุดออกมา ใส่ประมาณ5-8 จุดแล้วแต่สะดวก .... พูดถึงไผ่ น่ะผมไม่มีความรู้เรื่องนี้เยอะหรอกเพราะว่าที่บ้านมีอยู่ไม่กี่อย่าง นึกขึ้นได้ข้างบ้านเขามีสวนไผกิมซุง เดวจะลองไปขอมาสัด2เล่ม ลองเอามาสานดูไม่รู้ว่าเนื้อไม้มันจะเหนียวรึเปล่าเล่มเท่าน่องนิ มอดชอบกินรึเปล่าก็ไม่รู้ เวลาจะตัดไม้มาทำตอกโครงน่ะอย่าให้ข้อมันอยู่กึ่งตรงน่ะ เวลาเราเวียนหัวสุ่ม มันจะไม่สวยน่ะครับ
  
 
 
  
  หลังจากที่สานเสร็จแฟนผมก็ชื่นชมในผลงานเขาก็พูดว่าเออพี่ก็ทำเป็นหลายอย่างปรกติเห็นแต่พี่ทำแต่พวกเครื่องเสียงพวกไฟฟ้า เขาก็เลยให้รางวัลเบียร์3ขวด อะฮ่า... ยังน่ะแกบอกว่าต้องไถนาให้อีก2แปลงจะได้ตากดินให้แห้งๆ ...อ้าว ผมก็ต้องออกแรงไถนาอีกแล้ว โอ้ยใช้งานผมจังเลยโว้ย...ยัยอ้วน...เออ เพิ่งคิดออก หากว่าผมไถตากดินเมื่อตอนกลางมีนาคม แล้วก็ปลูกข้าวโพดพันธ์ข้าวเหนียวสีม่วงก็น่าจะดีน่ะเพราะว่ากว่าจะทำนาปลูกข้าวก็อีกตั้งหลายเดือน ข้าวโพดหวานใช้เวลา60-70 วันเองต้มขายได้แล้ว  เออ...เป็นการเสียโอกาสอีกแล้ว    ระยะเวลามันสั้น70วันก็ต้มขายได้เล้ว เมื่อวานผมดูข้าวโพดหวานที่ขายใน ท๊อป 2ฝัก34บาทน่ะครับ 1ฝัก=17บาท แพงกว่าข้าวเปลือกเสียอีก!"! ปลูกข้าวโพดต้มขายสมมติว่าเรามีที่1ไร่ ก็ปลูกทีละ1งานห่างกัน10วัน เราก็หมุนวนกันไปเรื่อยๆ 1ปีอาจจะปลูกได้ถึง4รอบ ... 1งานปลูก1500ต้น(ได้1500หัว) ต้มขาย3หัว20 บาท ...1500/3=500มัด....500*20=10,000 บาท ... 1ไร่ขายได้ 40000 บาท ....1ปีปลูก3รอบก็พอ ... ได้เยอะกว่าปลูกกล้วยน่ะเนี่ยแต่ท่าทางจะจุกจิกกว่าวะ ปัญหาของข้าวโพดคือน้ำ ถ้าน้ำไม่ถึงเม็ดจะไม่เต็มฟันหรอ.... มีแต่ตัวเลข ปฎิบัติเป็นศูนย์555
 

  หลังปีใหม่ 19เมษา ผมก็โทร.หาเพื่อนให้มาไถนาเพื่อที่จะตากดิน ประมาณเดือนกว่าๆ เพื่อเป็นการฆ่าเชื่อโรคเชื่อรา ประมาณต้นเดือน มิย.ก็จะทำการหว่านข้าว ข้าวจะถูกจะแพงก็เรื่องของมันช่างหัวมัน แต่ที่ทำก็เพื่อจะได้มีข้าวกินโดยไม่ต้องไปซื้อ เผื่อหมูหมากาไก่นก เป็นการเอื้อเฟื้อเพื่อนร่วมโลกครับ
ลงมือไถแปดโมงกว่าๆ ก่อนเที่ยงเสร้จเรียบร้อย+ขึ้นคันนาใหม่

  

  

  
  
  


   มีเวลาว่าครึ่งวันผมไปเที่ยวสวน ลำไย มะม่วง กระท้อน ของน้าซึ่งอยู่อีกหมู่บ้านนึง ถ่ายรูปมาให้ดู ระบบน้ำของแก ก็ง่ายๆคือ แกทำแท๊งปูน6แท่ง1จุด  2แท่ง1จุด เอาไว้ที่บนเขา แล้วก้ใช้ปั้มชัก2น้ิว+เครื่องยนต์8แรงม้า  ระยะทางจากปั้มถึงแท๊งมากกว่า200เมตร แต่ก็สูบขึ้นไปได้น่ะ
  แกบอกว่าปั้มยี่ห้อนี้สุดยอดเลย ใช้มา10กว่าปีไม่เคยเสียเลย...ในหน้าเพจ1 เขากำลังปรึกษาเรื่องสูบน้ำกันยุ๊  เข้ามาดูข้างในนิ...ของจริงน่ะ กระท้อนแกติดดกมาก ลำไยก็ติดเยอะมาก ระบบน้ำแกดีไง แกโม้กับผมไว้ว่า ปีนี้ขายกระท้อนจะได้ประมาณ1ล้าน ลำไย5-6แสน
  

  


  
   โอ้ย...ตายแล้วท่านผู้ชม น้องชายผมเขาแอบไปหว่านข้าวให้ผมซะแล้ว ฝนฟ้าก็ยังไม่มาเลย ไถตากดินได้20กว่าวันเอง ความชื่นในดินยังไม่มี มันจะงอกได้ยังไงนิ เขาชอบทำอะไรแบบใจร้อน กะว่าจะหว่านต้นเดือน มิย...แล้วมันจะได้ผลไหมเนี่ย...
  
  
  


   หลังจากที่ อีส้มมาปั่นไป1รอบ ก็หว่านๆๆๆๆ ใช้พันธ์ข้าวไป3ถุงปุ๋ย แล้วก็ปั่นกลบอีกรอบเป็นอันว่าเรียบร้อย....กับนาต้นทุนต่ำของผม ข้าวมะลิ กข15 เด้อพี่น่อง
  

   เมื่อวานตอนเที่ยง ฝนเทกระหน่ำลงมาแล้วครับพี่น้อง โอ้ยดีใจจังเลย หวังว่าข้าวหว่าผมคงงอกน่ะ สายข่าวรายงานมาว่าตกแรงมักๆๆๆ

   หลังจากที่ฝนเทกระหน่ำลงมาผ่านไปอีกสองคื่นสองวัน  เมื่อเช้าสายข่าวไทลัดประจำบ้าน วิ่งไปดูให้แล้วก้บอกว่า สบายมากแล้วพี่ข้าวมันงอกแล้ว นองส่งรูปมาให้ด&#


   โอ้โห้  โดนฝนกระหน่ำลงมาเล่นเอาน้ำท่วมเลยทีนิ  นาผมที่ปล่อยให้มันงอกเองเลียนแบบ ดร.แสวง ปีนี้เป็นปีที่4ตอนข้าวจมเลยปล่อยมันดูสิว่ามันจะเป็นยังไง...

  

  


   วิธ๊ดีกปลาซิว คือปลาซิวมันจะขึ้นมาวางไข่มันพยายามจะกระโดดทวนน้ำ แต่มันก็ข้ึนไม่ได้ และแล้วมันก็ตกลงไซที่ผมเอาดักไว้เอาไซมาต้ังไว้ที่น้ำตกลง3ชม. ได้มาเพียบเรย...เอามาทำหมกและทำปลาจ่อม...แซบหลาย
  
  

  เป็นไง ข้าวผม เริ่มงามขึ้นมาอีกนิดนึง หลังจากที่ฝนกระหน่ำลงมา ต่อจากนี้ก็ปล่อยมันยาวไปเลย รอให้สูกสักหัวเข่าค่อยซ่อมแซมที่มันโบ๋ๆ ห่างๆ
  

  

    ส่วน นาดอน 1งานผมก็ปลูกข้าวโพดข้าวเหนียว ดูว่ามันจะงามหรือเปล่า ปรกติผมจะปล่อยทิ้งไว้หญ้าขึ้นเต็มเรย คาดว่าต้องได้กินข้าวโพดต้มแน่ๆ ซื้อเมล็ดพันธ์มา200บาท ร้านค้าแบ่งขายให้ ตราศรแดง


    มาต่อกันเรื่อง ข้าวๆ นาๆ อีก ผมได้พันธ์มามาใหม่อีกแล้ว ตอนแรกผมคิดว่ามันคงสูญพันธ์ไปจาก จว.เชียงราย ไปแล้ว ไปควานหาอยู่ตั้งนาน ได้มา5กก./ 200 บาท ( ผมกำลังจะตั้งชื่อใหม่ให้ แต่ต้องรอให้ได้เห็นรูปร่าง หน้าตาซะก่อน) ตื่นเต้นอีกแล้วที่จะได้ทดลองข้าวสายพันธ์ใหม่อีกแร่ว....
  
    

   ข้าวพันธ์นี้น่ะ ตอนผมเป็นเด็กๆ ป3ป4 แถวๆบ้านเขาปลูกกันเยอะปลูกเอาไว้กินในครัวเรือนเวลานึ่งมันจะหอมมากๆ เวลาข้าวออกรวงผมก็จะแอบไปเด็ดของเขามาแกะกิน แถวๆบ้านเขาเรียกว่า ข้าวหอมพม่า  เขาก็เล่าให้ฟังว่าเขาปลูกมาตั้งนานแล้วปลูกไว้กินในครัวเรือนปลุก2ไร่นอกนั้นเขาก็ปลูกข้าว กข6เอาไว้ขาย เขาบอกว่ามันได้ข้าวไม่เยอะน่ะ ผมจำไม่ได้หรอกว่าต้นมันสูงต่ำดำขาวยังไง มันนานมาก ตามมาลุ้นกันว่า ข้าวหอมพม่า...มันเป็นจังได๋
   นั่งคุยกับเจ้าของเมล็ดพันธ์เขาบอกว่าข้าวพันธ์นี้เวลานึ่งแล้ว มันหอม+นิ่ม กินอร่อยมาก ก็เลยเก็บรักษาพันธ์ปลูกไว้กินทุกๆปี ผมแอบดีใจขอให้เป็นอย่างที่เขาพูด ส่วน ข้าวเขี้ยวงู เริ่มมีวางจำหน่ายมากขึ้นแล้วครับแถวๆเชียงแสนเริ่มปลุกกันเยอะ มีการซื้อขายกันข้ามปีเลยน่ะราคาแพงเอาเรื่องเลย ปีนี้ผมยังไม่ปลูก ปีนี้ขอปลุกแค่ หมอพม่า + หอมเสงี่ยม จากอุบล ก็พอ....

   ปีนี้ เป็นปีทองของคนที่มีสวนทุเรียน ราคาดีพอสมคาร หมอนทอง 120บาท/1กก. ก้านยาว150/1กก.  ที่โซนผมพักอยู่น่ะ ราคาหน้าสวนคงจะอยู่ที่ครึ่งนึง เดวนี้เขาบังคับให้มันออกนอกฤดูได้ด้วย ราคาหน้าสวน60บาท/1กก.  เท่ากับราคาข้าวเปลือก10กก. ; 1ปี ทำนา3หน ก็เท่ากับว่า ต้องทำนา2ปีหรือ3ปี... ล้งจากจีนเขารับซื้อหมด เหลือแต่ลูกเล็กๆมาขายให้พวกเรากิน ผมเห็นด้วยกับการที่มีล้งมารับซื้อถึงสวนจะได้ไม่ต้องมาบ่นเรื่องผลไม้ราคาตกต่ำปีนึงผมก็ไปซื้อมากินแค่1ลูก... ยางพาราล้งมันไม้เอาน่ะไม่ต้องไปปลุกกันให้มากมายหรอก หรือใครจะปลูกก็ไม่ว่าอย่างน้อยก็เป็นการสร้างโอโซนให้กับโลก...ลิ้นจี่ไม่มีราคาครับ แถวๆ อ.แม่สรวย อ.จัน  ขายโลละ5บาท  เขาซื้อไปทำน้ำหมัก ถา้เป็นพันธ์จักรพรรดิ ถึงจะมาราคา....


  

   ข้าวโพดหวานผมมันก็โผล่ลืมตามาดูโลกแล้วบางหลุมก็ยังไม่งอก...ผ่านไป10วัน  ช่วงนี้ฝนส่งดีมากมันคงโตไปตามสถาพของมัน ไม่ต้องเอาโน้นนี่นั่นไปใส่ พอเขาเริ่มมีหัวค่อยใส่ปุ๋ยหวานให้เขา เอาไว้ต้วกินก็พอใจแร่ว

   ผมไปโหลด คลิบการปลูกน้อยหน่า เพชรปากช่องมาศึกษาดู เป็นพืชที่น่าปลูกเหมือนกันแฮะ สามารถบังคับให้ออกนอกฤดูได้ด้วย คือต้องการเก็บเกี่ยวผลผลิตเดือนไหน ก็นับถอยหลังมา สี่เดือนครึ่ง แล้วก็ตัดแต่งกิ่ง ไม่ได้ใช้สารเคมีบังคับน่ะ อ.เริงศักดิ์แกก็อธิบายต่างๆนาๆ ปีที่4จะให้ผลผลิตเต็มที่ ปลูก5ไร่ จะขายได้ประมาณ3แสน ก็ถือว่าไม่เลวน่ะ ใครมีที่ดอนน้ำท่วมขัง ทดลองปลูกดูน่ะ

   วันนี้มาอับเดท นาต้นทุนต่ำให้ดู หลังจากที่ฟ้าฝนตกลงมาเป็นระยะๆ ข้าวเขาก็โต ขึ้นมาเรื่อยๆ หญ้าก็โตแข่งกัน ปุ๋ยยังไม่ใส่ครับ ให้มันโตตามระบบของมัน จะใส่อีกทีตอนที่ต้นข้าวเริ่มกลมๆ




    รูปด้านล่างก้เป็น ต้นกล้าข้าวหอมพม่า หว่านลงแปลงไปได้สิบกว่าวัน เริ่มงามแระ สีเขาออกจะซีดๆ ทีแรกกะว่าจะทำงานด้านวิจัยไปด้วย กลัว อ.เดชา แซวก็เอาเป็นว่าผมทดลองปลูกพันธ์ข้าวแปลกๆใหม่ๆ ตามสไตล์ของผมเป็นการทดลองเล่นๆแต่ก็แฝงไปด้วยความชอบ ก็ตามมาดูมาเชียร์ว่าข้าวสายพันธ์พื้นเมือง เขามีจุดเด่นจุดด้อยอะไรบ้าง มีโรคภัยไข้เจ็บอะไรมารุมเร้าบ้าง เพลี้ยเชื้อราต่างๆนาๆไหม...ดูกันไปยาวๆจนถึงสิ้นปีโน้น...


  

   ข้าวโพดหวาน มันก็โตของมันเรื่อยๆ เกือบๆเดือนแร่ว ทางเหนือบ้านผม เขาเรียกว่าข้าวสาลี (ฝีกสีเหลืองๆบ้านผมเรียก ข้าวโพด ) อีก50วันก็ได้ต้มกิน หวานหรือไม่ แต่ถ้าใส่ปุ๋ยขี้ไก่มันจะหวานแน่นอน เมล็ดพันธ์ศรแดง งอกดีแฮะ ส่วนพันธ์พื้นเมืองผมก็ปลูกน่ะแต่งอกช้ากว่า เดวมันก็จะมีการผสมข้ามพันธ์
ได้ สายพันธ์ใหม่ขึ้นมา ต้องลองดู...


  สับปะรดที่เชียงราย โลละ2บาท .....  มีเพียบเลย ตาย...ตายอย่างเขียด เก็บไว่นานก็ไม่ได้ โรงงานกระป๋องก็อยู่ไหนก็ไม่รู้  ไปปลุกกาแฟกันดีกว่ามั่งตลาดรับไม่อั้น. ผมเคยไปเที่ยวดอยวาวี ที่ อ.แม่สรวย ชาวเขาเผ่าอาข่าเขาปลุกกันเพียบเลยเต็มไปหมด ไร่ชาก็มีเพียบ มีชาป่าแบบขึ้นเองด้วยเขาจะเก็บมาแล้วก็ส่งไต้หวัน หมดเลย ผมนอนเอามือก่ายหน้าผากคิดไปคิดมา พวกผลไม้ต่างๆมันเยอะเกินไปมันก็เลยขายไม่ได้ ต้องปลุกแล้วก้ส่งออกอย่างเดวแหละถึงจะไปรอด มะนาวเพียบ กล้วยก็เพียบ แล้วจะไปปลุกอะไรดินิ คือมันขายภานในประเทศไม่ได้แล้วไง มองไปที่ประเทศจีนอย่างเดว(2300 ล้านกว่าคน) ปลูกอะไรไปขายให้เขาดี...1ทุเรียน 2.ขนุน 3.มะม่วง  4. กล้วยหอม 5. คิดไม่ออก.......... นอนฟังเพลงดีกว่า

  

   รูปเป็นสับปะรด  พันธ์ภูแล เจ้าของสวนตัดทิ้ง ทิ้งจริงๆเลยน่ะน้องชายก็เลยจับโยนใสใส่หลังรถเอามาทำน้ำหมัก ก่อนสงกรานต์ก็กะหล่ำปลีถุงละสิบบาทถุงใหญ่ๆ ซื้อ1แถม1 คอยดูน่ะปีหน้า กล้วยน้ำว้ามันจะออกมาอีกเพียบเลยหวีละ3บาทแน่ๆ



  
  เป็นไงแปลงกล้าผม พร้อมที่จะปักดำแร่ว..อีกสักสี่ห้าวันคงจะดำล่ะ ต้นกล้าสมบูรณ์เต็มที่ค่อยปลูก แถวบ้านผมนาดำเขาจะถอนมาดำก็ต่อเมื่อกล้าครบ1เดือนขึ้นไป ข้าวมันจะเต็มรวง  ข้าวโพดข้าวเหนียวงอกบ้างไม่งอกบ้าง ปล่อยมัน..ทดลองเล่นๆ แต่ ข้าวหอมพม่ามันเป็นอะไรที่ต้องลุ้น...

  


  พท.1ไร่3งาน แปลงทดลอง ติดกับบ้านเลย ให้อีส้มข้างบ้านมาปั่นให้ เดวเอารถไถเดินตามเก็บงานอีกนิดหน่อย ปล่อยให้หญ้
มันเน่าก่อน






  กล้าข้าว กข.15  หว่านไว้ซ่อม ที่มันโบ๋ๆ งามยาวเชียว



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 03, 2017, 02:51:27 PM โดย zuddum » บันทึกการเข้า
zuddum
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 987


« ตอบ #198 เมื่อ: กรกฎาคม 17, 2017, 09:33:37 AM »

 ยิ้ม สวัสดีครับ สมาชิกทุกท่านถึงเวลาที่ผมต้องลงมือไปทำนาอีกแล้ว ข้าวสายพันธ์โบราณที่ปลูก กินกันในครัวเรือนมานานแสนนานแม้ว่าจะปลูกกันไม่มากแต่ผมก็ขอชื่นชมเพื่อนชาวนาที่มีใจอนุรักษ์ข้าวโบราณ สายพันธ์นี้ไม่ให้สูญหายไปกับกาลเวลา จากที่ผมได้ไปถามผู้เฒ่าหลายๆคนในหมู่บ้านที่เคยปลูกข้าวพันธ์นี้เขาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามัน มีกลิ่นหอมมากๆอ่อนนุ่ม กินไปดมไป....อือ ผมก็ไม่มั่นใจว่าเขาจะกลายพันธ์ไปมากไหมพวกเกสรข้าวพันธ์อื่นๆที่ออกพร้อมกัน...ผมขออนุญาตตั้งชี่อให้ใหม่คือ ข้าวพันธ์หอมเจ็ดบ้าน..
    อย่าไปคิดนาน หรือตั้งข้อสงสัยให้ปวดหัวทดลองปลูกเลย..... กล้างามมากครับ ใบมีสีเขียวอ่อนๆตั้งแหลม ที่โคนของกาบใบจะมีสีน้ำตาลและที่โคนต้นก็เป็นสีน้ำตาล  ที่ชอบอีกอย่างคือเขาไม่เป็นโรค ก็รอดูลุ้นกันไปเรื่อยๆ
  
  
  

  
  

     ถึงกรมการข้าว ห้ามมาแอบเก็บข้อมูลของผมน่ะ ห้ามคัดลอกข้อความด้วย ....

    สถานที่พร้อม ให้เพื่อนบ้านเอาอีส้มมาปั่นให้ตอนแรกจะเอารถไถเดินตามเก็บงานอีกทีแต่ก็ ขี้ข้านก็จัดการดำเลย
  





    ระยะการดำจะห่างประมาร40เซ็น ถ้าถี่ไปก็จะทำให้การระบายอากาศไม่ดี การแตกกอจะน้อย(ผมดำวันที่9-10/7/58)


  
   ผ่านไป5วัน พอวันที่16 ข้าวมันก็เขียวงามข้ึนมาเลยเป็นที่ถูกอกถูกใจผม นาดำผมชอบตรงนี้แหละหากว่าเราดำเสร็จ2อาทิตย์แรกถ้าน้ำไม่ท่วมน่ะ นอนตีพุงได้เลย มันเป็นอะไรที่ไม่จุกจิกวุ่นวาย เหมือนนาหว่านเอาน้ำขังไว้5-10cm เพื่อไม่ให้หญ้าขึ้น  ปีนี้นาแถวๆบ้านผมเขากลํบมาดำกันเยอะเลย ใช้วิธีลงแขกเอาแรงกัน คนรับจ้างไม่มี จ้างรถดำก็แพง
  
  
  

 
   นาต้นทุนต่ำผม ข้าวงอกดีมากปีนี้ ไม่ต้องได้ซ่อมเยอะ รู้สึกว่ามันจะถี่ไปด้วยซ้ำน่ะ




 โอ้โห้...ฝนตกอย่างหนักน้ำท่วมข้าวโพดผมเลย  กำลังจะได้ต้มกิน  ผักใหญ่เม็ดเต็มเลย 60วันเป๊ะ เลย รวดเร็วทันใจ ไม่รู้จะหวานรึปล่าว...
ผมว่าแล้วปลูกข้าวโพดหวาน ขายเองนี่แหละไม่ต้องวุ่นวาย ผมใส่ปุ๋ย1ครั้งเองน่ะ หาที่ดอนสัก2ไร่แล้วก็ทยอยปลูกทีละ1งาน สิบวันปลูกครั้งนึง หมุนวนไปเรื่อยๆ รอบต่อไปผมจะปลูกข้าวโพดสีม่วงให้ดูกัน ผมถามพี่สาวแฟนที่อยู่ อตลด.เขาปลูกทั้งสองอย่าง แกบอกว่าสีม่วงขายดีมาก...น่าสนจะไหมพี่น้อง...



  


  อ้๊ย ย่ะ.... และแล้วก็เก็บ ข้าวโพดข้าวเหนียวมานึ่งเพีื่อที่จะชิม ของที่เราปลูกเองกับมือ บ๊ะ หวานครับพี่น้อง คุ้มค่ากับลงทุนปลุกแฮะ ถ้าได้ใส่ปุ๋ยขี้ไก่มันจะหวานกว่านี้ครับ เหนียวนึบๆ นั่งดูทีวีกินไปดูไปเพลินเลย( ทางเหนือบ้านผมเขาจะไม่ต้มน่ะครับ ถ้าต้มมันจะจึดส่วยใหญ่เขาจะนึ่ง) ใครที่จะปลูกขายลองปลูก สีม่วงของเจียไต๋ดูเด้อ.... ถ้ามีวัวก็เอาลำต้นมันให้วัวกินคงจะดีมากเลยหรือถ้ามีเครื่องบดก็บดเอาไปทำปุ๋ยหมักคงจะเยี่ยมเรย...

  

 

  

   ข้าวหอมเจ็ดบ้านผม โดนหอยกินครับมันเป็นปัญหาโลกแตกของชาวนา ปีก่อนนกปากห่างมันมาช่วยกินแต่ปีนี้ไม่มาสักตัวเลย ทำให้น้องหอยกลับมาระบาดอีกแล้วครับ ข้าวกำลังแตกกอกำลังงาม ผมเก็บออก 7ถังเบอร์16 น่ะ ยังไม่หมดครับ มันเกิดในร่องน้ำข้างๆนั่นแหละ เก็บไปทำน้ำหมักสุดยอดครับ

  
  
  

 วันที่ 5-10/08/60 ก็เดินทางกลับบ้านไปตัดหญ้าตามคันนา ก็ไม่มีอะไรครับข้าวก็งามขึ้นมาเรื่อยๆ ดูแล้วน่าจะงามเกินไป มีหวังล้มครับ
  

  รูปด้านล่างเป็นนาดำ ของเพื่อนบ้าน งามมากครับ ค่าปักดำ+ถอนกล้า 1700 บาท/1ไร่ ผมไม่รู้ว่าถูกหรือแพง แต่ก็มีคนจ้างมาปักดำหลายจ้าวยุ ส่วนใหญ่คนในหมู่บ้านผมก็หันมาใช้ระบบเก่าคือลงแขกเอาแรง ปีที่แล้วใช้ระบบจ้างแรงงานเจ้งสิครับ ชาวบ้านเขาจะเอาเงินที่ไหนมาจ้างกันผมอธิบายให้เขาว่าข้าว กก8 บาท คุณยังจะจ้างกันอีกหรือทำไมไม่ลงแขกกันล่ะ  ... เออ ปีนี้เขาก็ลงแขกเอาแรงแฮะ  คือระบบเศรษฐกิจมันเจ้ง ล่มสลายการค้าการขายมันไม่ดี ระบบทุนนิยมมันเป็นยังงี้แหละ... แต่ว่าระบบห่วงโซ่อาหารมันไม่ได้พังนิ ข้าวปลาอาหารมีให้กินเหมือนเดิม แถมยังไม่พอเยอะกว่าเดิมอีกข้าวมีเพียบ มะนาวเพียบ สัปประรดเพียบ กล้วยก็เพียบ ลำไยเพียบ ไม่ต้องซื้อกินไง แจกๆๆๆๆ แบ่งกันกินแบ่งกันใช้ ไม่ต้องเป็นกังวลเลย ข้าวปลาอาหารเพียบ ไม่มีคำว่าอดอยากหรอก  บ้านเรามันอุดมสมบูรณ์กุ้งหอยปูปลามีเพียบ ที่ไหนไม่มีกุ้งหอยปูปลาแสดงว่าใช้สารเคมีกันทั้งตำบลทั้งหมู่บ้านละสิ เลิกใช้มันซะสารเคมี...แล้วหลายๆสิ่งหลายๆอย่างมันจะกลับคืนมา
  

  

   รู้สึกว่าผมจะติดค้างเรื่องการตอนกิ่ง บักละมุด ให้ท่านสมาชิกที่รอลุ้นอยู่น่ะตั้งแต่ต้นปีโน้น..  วันเวลาผ่านไปหลานเดือนเลยพอมาถึงตอนที่ผมดำนาก็นึกขึ้นได้ก็เลยไปแกะดู ว่ามันเป็นอย่างไรมีรากโผล่มาบ้างไหม ก็ยังไม่มีวี่แววเลยครับ เพราะว่ายังไม่ครบขบวนการของมัน ... พอแกะแงะออกมาดู บ๊ะไม่มีรากสักเส้น แต่ที่ผิวมันจะเป็นปมๆปูดๆ ทำท่าว่าจะพร้อมที่จะออกรากแล้ว....
  

   แล้วก็ไปเอาดิน จอมปลวกมาตากแดดให้แห้ง+ทุบๆ+ใส่น้ำ บี้ๆให้นิ่มๆ แล้วก็เอามาพอกตรงที่เราควั่น แล้วก็หุ้มด้วยกาบมะพร้าวแล้วก็มัดด้วยตอกหรือเชือกฟาง
 

  
  
  

 

   ก็ตามมาลุ้นข้ามปีกันเลย ไม่ใส่น้ำยาเร่งราก ตอนแบบที่ผมเคยทำสมัย ม3 หวังไว้ว่าคงจะออกรากมาให้เห็นน่ะ ที่ผมเอาดินหุ้มก็คือเมื่อรากเขาออกมาก็ให้เขาหัดดูดนมเลย(อ้าว..หัดดูดอาหาร) พลาสติกที่หุ้มต้องทนแดดทนฝนน่ะครับ ต้องมัดด้วยเชือกฟางถึงจะดี
  

 

  มาดูข้าวหอม7บ้านกันต่อเรย...ผ่านไป47วัน ข้าวก็งามเขียวเชียว โตวันโตคืน ถูกใจครับ ยังไม่พบโรคมารบกวน

 
 

    เมื่อเช้าผมตื่นมาตี5 นั่งดูข่าวเกษตรกร ช่อง9 รัฐบาลก็กำลังรณรงค์ให้ปลูกข้าวอินทรีย์ ให้ได้หลายๆล้านไร่  ผมนินั่งขำ แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไร แหมสมัยก่อนมีการส่งเสริมให้ปลุกข้าวที่ตอบสนองปุ๋ยและยา จนฝังรากลึกขุดไม่ออก ที่มากกว่านั้นคือสารเคมีตกค้างตรวจเมื่อไรที่ไหนก็เจอๆๆๆ และแล้วต่างประเทศเขาก้ไม่ซื้อ

   
   ข้าวหอม เขาก็โตเรื่อยๆ ใบเขาจะใหญ่ๆ เราก็ตามดูเขาไปเรื่อยๆ โซนแถวๆบ้านผมเขาจะไม่ใช้สารเคมีน่ะ ยกเว้นตอนต้นกล้าอยู่บนแปลงเวลามีเพลี้ยเขาก้พ่นกันนิดหน่อย แต่พอดำเสร็จข้าวตั้งตัวได้แตกกอเขาก็จะปล่อยยาวๆๆไป จะใส่ปุ๋ยตอนข้าวท้องแค่ครั้งเดวพอ...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 13, 2017, 11:17:09 AM โดย zuddum » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 [13]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: