หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 [12] 13   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปลูกตามกระแส...ข้าวไรซ์เบอรี่..+ กข.6 เตี้ย  (อ่าน 47405 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
zuddum
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 987


« ตอบ #176 เมื่อ: ตุลาคม 12, 2015, 10:16:35 PM »

 ;)ใครสนใจ เมล็ดบัวกวักมั่ง ลองเอาไปเพาะดูว่ามะนจะออกไหม?ผมก็ไม่เคยเพาะนะ่

  
  ไปซื้อเหล็กแหนบมา2อัน ตัดเป็น4ชิ้น   ส่งไปตีที่ บ้านป่าสักใต้ อ.พาน  ช่างตีมีด อายุอานามก็มากแล้ว แต่ฝีมือแกยังแจ๋วอยู่
  ให้ไป3ชิ้น ได้มีดอีโต้มา 6 อัน ... ใช้กันไปจนตายเรยถ้าไม่หายน่ะ ... ด้ามที่แถมมา ก็สวยตามแบบของแถวๆ
  
  
[
  
   ค่าฝีมือในการตี 130 บาท/1 เล่ม  แพงหรือถูกก็ไม่รู้ ว่างๆเดวจะทำด้ามให้มันใหม่ เอาให้หล่อกว่าเดิมอีกจักหน่อย...
แกน่าจะตีให้หลานๆรูปทรงหน่อยน่ะ...เออวะ  ไอ้เราก็ลืมบอกไป


  ข้าวเหนียว ธัญญะ ออกดอกชูช่อ อย่างสวย ท่าทางจะได้ข้าวเยอะกว่า พวก กข6 สูง/เตี้ย

  



แต่งหล่อให้มีด ซะหน่อย จากโรงงานยังไม่ถูกใจ

 

 
  
  
  เป็นไง พอไหวไหม...มีดอีโต้ เหล็กแหนบ

  กลับมาที่ นาต้นทุนต่ำ อีกสัก20วัน คงจะได้เกี่ยว

 


  

  จะถุกจะแพง ขอแดงไว้ก่อน....


   แถวๆบ้านผมเขาทำอาชีพเพาะเห็ดเป็นรายได้เสริม เดวนี้กลายเป็นอาชีพหลักไปแล้ว รายได้ดีมากๆ เห็ดนี่ออกดีจริง ผมมีตัวอย่างข้างคนข้างบ้านมาให้ดุ
  นี่เป็นเห็ด ลม ทางอีสานเรียกเห็ดกระด้าง มั่ง

 
  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 14, 2016, 10:54:54 AM โดย zuddum » บันทึกการเข้า

zuddum
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 987


« ตอบ #177 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2015, 07:20:26 PM »

 ยิ้มเท่ห์  เกี่ยวเรียบร้อยแร่วครับท่าน นาต้นทุนต่ำ เกี่ยวได้2อุ้มครึ่ง ขาย2อุ้ม=3810 kg   เหลือเอาไว้กินในครัวเรือนประมาณ1ตัน  กก.ละ 10.30 บาท

 

   อันนี้ก็ล้มซะ ฝนลงมาหน่อยเดว ข้าวเหนียว ธัญญะสิริน



  
  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 24, 2016, 02:07:12 PM โดย zuddum » บันทึกการเข้า
zuddum
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 987


« ตอบ #178 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2015, 10:23:47 AM »

 :)สรุปค่าใช้จ่ายกับนา 8.3ไร่
  1.ค่ารถไถ ford =2000
  2.ค่าอีส้ม           =3800
  3.ยาคุม2ขวด     =1160
  4.ค่าแรงคนพ่นยา=700
  5.ค่าลากไปโรงสี  =800
  6.ค่ารถเกี่ยว       =5200
  7.ค่าปุ๋ย15-15-15 =1400
      Total= 15060 บาท(ทุนทั้งหมด)
  ขายข้าว = 3810กก * 10.30 =39243บาท
  สรุป  =39,243-15,060,=24,183 บาท กำไร และเหลือข้าวไว้กินอีก 32 กระสอบปุ๋ย(28กก/1ถุง)


  *จบเกมส์สำหรับการทำนาต้นทุนแบบประหยัดของผม* ขอบคุณที่ติดตามอ่าน ยังเหลือแปลงนาข้าวเหนียวอีกน่ะ แต่คงจะไม่เอาลงให้ดู เอาสิ่งเล็กๆน้อยที่ผมประดิษฎ์ มาให้ดูกัล....
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 20, 2015, 05:03:00 PM โดย zuddum » บันทึกการเข้า
zuddum
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 987


« ตอบ #179 เมื่อ: ธันวาคม 05, 2015, 12:38:38 PM »

 ยิ้ม ช่วง นานาสาระ วันนี้จะทำการซ่อมรังผึ้ง(ทางภาคเหนือเรียก โก๋นผึ้ง )

  
   คือทางภาคเหนือเขาจะนิยมเลี้ยงผึ้งแบบธรรมชาติ รังผึ้งก็จะนิยมเอาท่อไม้สักมาทำผึ้งเขาจะชอบมากกว่าไม้อื่นๆ ไม้ที่มีกลิ่นหอมๆ ของผมพ่อเขาทำไว้ นมนาน ตอนนี้ก็เริ่มจะแตก ก็ทำการซ่อมแซม ตามมาดูกัน.....

 ทำการรื้อฝาออก ทำความสะอาดข้างในให้เรียบร้อย ขี้แมลงสาบ ขี้จิ้งจก พวกขี้ๆทั้งหลายเอาออกให้หมด เมื่อเราทำความสะอาดแล้ว ก็มาถึงการรมควัน ปิดฝาด้านหนึ่งแล้วก็ จัดการรมควัน เพื่อไล่กิ่นของขี้ทั้งหลายให้หมดไป   ดังรูป



  ที่ฝาด้านบน  เราจะต้องเอารังผึ้งเก่ามา ทาเพื่อให้มีกลิ่นหอมน้ำผึ้งติดอยู่เอาไฟ ลนให้ละลายก็จะดีมากๆ
 
  

   ประมาณปลายๆเดือน กพ. เป็นต้นไป ไฟป่าก็จะเริ่มไหม้ ตามป่าตามเขา ผึ้งที่อาศัยในป่าเขา เขาก็จะอยู่ไม่ได้ คงจะสำลักควันไฟ อยู่ในเขาไม่ได้ เขาก็จะไหนมาอยู่ตามต้นไม้ ใกล้ๆบ้านคน ตามต้นไม้ใหญ่มี่ไม่มีใครรบกวน ผึ้งบางผูงเขาก็หารู หารังอยู่เพื่อที่จะขยายเผ่าพันธ์ บางคนไม่รู้เรื่องเอาเศษผ้าขี้ริ้วชุบน้ำมันไปเผาเขา โดนสิครับมันจะสวนหมัดมาเลย รุมต่อยโอ้ยอย่าบอกใครเชียวรับรองหามส่ง รพ.แน่นอน  ผึ้งที่เขามาหารังที่อยู่เขาจะบินมาตัวเดวน่ะบินไปบินมา วนอยู่ตามบ้าน ตามยุ้งข้าว มันจะเชื่องไม่กลัวคน เราสามารถจับมันมาใส่รังที่เราทำไว้ก็ได้น่ะ หากว่าเขาพอใจรังที่เราทำไว้ไม่เกินสองสามวันเขาจะพาเพื่ินมาอยู่เลย.....มีตอนต่อไป

  หลังจากที่รมควันแล้วเราก็ประกอบฝาปิดด้านบนล่างให้เรียบร้อย....ที่ฝาด้านบนตอกตะปูลงไปแค่นิดเดียวน่ะสักสี่จุดก็พอ   หลังจากประกอบเสร็จแล้วต่อไปก็เป็นการยาแนว รอบๆด้านข้าง ไม่ให้มีรูรั่ว....(จริงๆแล้วฝาด้านบนควรจะออกแบบให้เปิดได้ง่ายเวลาเก็นน้ำผึ้งจะได้เปิดง่าย)

 

  
   มาถึงขั้นตอนการยาแนว ตอนแรกผมคิดไว้ว่าจะเอา ขี้เลื่อย+กาวลาเท๊ค มันจะได้ติดทน ติดนาน แต่คิดไปคิดมามันไม่เป็นธรรมชาติ ก็เลยไปหา ขี้วัว หรือ ขี้ควาย มายาแนว  .....  เอาละสิจะไปหาได้จากที่ไหน เอาละวะ ขับรถตามถนนไปเรื่อยๆๆ เดียวคงเจอ ขี่ไปเรื่อยๆๆๆๆๆๆ และแล้วก็เจอจนได้ หา่งจากบ้าน 20กว่าโล....
 แถวบ้านผมไม่มีใครเลี้ยงวัว+ควาย กันเลย  ตักมา2กองเหม็นวะ มีแมงกุ๊ตจี่ติดมา1ตัว  คุณ พี่แหลม ชาวนาอรหันต์  แกไปแบกขี้ควายมาเป็นก้อนๆแล้วก็เอามาทากลางนาทำเป็นลานตากข้าว+นวด ข้าว  มันก็คงเหม็นแหละแต่แกบ่ยั่น
  
  

  ผมน่ะปลูกมะละกอ ไว้ที่ท้านนา5ต้น น้าข้างบ้านเขาขุดกล้ามาให้ แกบอกว่าไม่รู้พันธ์อะไร ผมก็ปลูกโล้ด ผ่านไป2ปีมันก็โตออกลูก....ป๊ะมันติดลูกดกใช่ไช้แฮะ เป็นพันธ์พื้นเมือง4ต้น  แขกดำ1ต้น ผมแบ่งให้พวก นก หนู หู ปีก กินด้วย นานๆถึงจะไปเก็บมากินครั้งหนึ่ง   เดวจะเอวปุ๋ยคอกไปใส่ให้มันหย่อย ตั้งแต่ปลูกมาไม่ได้สนใจมันเลยน่ะ...

  

  
  

   หลังจากที่ได้ขี้ควายมาแล้ว ต่อไปเราก็ยาแนวกัน รอยแตกของเนื้อไม้ที่อยู่ด้านในเราก็ใช้ กาวลาเท็ค+ขี้เลื่อย ยาแนว เพื่อความคงทน  ผมก็เคยเห็นพ่อผมท่ายเอามายาแนวยุ้งข้าวเหมือนกันน่ะ เป็นของธรรมชาตฺิ ออกจากตูดวัว-ควาย มามันก็ยังมร ประโยชน์หลายอย่าง เอาไปทำปุ๋ยหมักก็สุดยอด ....  

 
  
  ไม่มีใครถามผมเลยหรือ? มาแจมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เล่าสู่กันฟังหน่อยก็ได้;;;;;ปล่อยให้ผมต่อยอยู่คนเดวนี่น่า!!!
 ผ่านไปสองสามวัน ขี้วัวแห้งแล้ว เราก็ยกไปไว้ในที่ที่เราเตรียมไว้ เอาให้มันไกล ทางเดินหน่อยเด้อไม่งั้นโดนมันต่อยน่ะ  เอาไว้แบบให้มีร่มด้วยน่ะเวลาฝนตกสงสารมัน...จุดที่เราเอาไว้ต้องไม่มีมดน่ะครับ ถ้ามีมดเมื่อไหร่จบเกมเลย ยิ่งมดดำน่ะไม่ต้องพุดถึง ผึ้งหนีหายหมด   ของผมเดี๋ยวทำใหม่จุดเดิมตอนนี้มดเพียบเลย  


  


   ผมเคยลองเอาตู้ลำโพงเก่ามาทำ มันไม่อยู่น่ะทำยังไงมันก็ไม่มาอยู่ เดวผมจะลองทำแบบสี่เหลี่ยมทรงสูงเอาไม้สักทำเปิดฝาด้านข้าง ทดลองดูว่ามันจะเข้ามาอยู่ไหม รังแบบท่อกลมๆยังไงมันก็มาอยู่ ทำไมมันชอบแบบนี้ก็ม่ายรู้..... ต่อไปผมก็รอดูว่า น้องผึ้ง บึงสามพราน เขาจะมาอยู่เมื่อ ...  เคยดูรายการทีวี ผึ้งสามารถรักษาโรคปวดหัวเข่าได้แต่ต้องเป้นสานพันธ์จากอิตาลี่น่ะ  ใครอยากลองผึ้งไทยเรามั่ง เดวผมจัดให้....

     ยิ้ม น้ำผึ้งธรรมชาติ มันจะหวานหอมมากน่ะ เอาหข้าวเหนียวนึ้งสุกใหม่ๆ จิ้งกินน่ะโอ้ยอร่อยมันจะมีกลิ่นเฉพาะของมัน  ส่วนผึ้งเลี้ยงมันขี้เกียจไปหาน้ำหวาน บินไปไม่ไกล(บ้านผมเรียกผ้ึงเกษตร) คนที่เข้าเลี้ยงเยอะๆเขาจะเอาจ้ำตาลทรายมาทำเป็นน้ำเชื่อมก่อน แล้วก็เอาใส่ถ้วยเล็ก วางไว้แถวใกล้ๆลังผ้ึงแล้วมันก็จะมาดูดเอาน้ำเชื่อมไปเก็บไว้ที่ลังของมัน รังน้ำผ้ึงที่เราปล่อยไว้ข้ามปีแล้วค่อยเก็บเอาน้ำหวานของมัน สี้มันจะออกเข้มเหนียวหวานมากๆ หวานลึก เข้าใจคำว่าหวานลึกไหม...ที่ขายๆใน กทม. ส่วนมากเป็นน้ำผ้ึงเลี้ยง .....  คนที่ชอบพ่นยาตามต้นไม้ก็เบาๆกันหน่อยน่ะ สงสารผ้ึงเขามั่งเด้อ ... ช่วงหน้าดอกงิ้วบาน ไม่ว่าจะเป็นต้นงิ้วป่า/ต้นงิ้วบ้าน ผึ้งเขาจะไปขนน้ำหวานมาเก็นไว้ได้เยอะมากๆ หากว่าเราเก็บเอาน้ำหวานช่องนี้น่ะ รับรองได้เยอะมากๆ

     แต่ว่าตอนนี้ต้นงิ้วผมมีต้นเดว ต้นเล็กๆ เดี๋ยวต้องปลูกเพิ่มอีกสัก3-5 ต้นก็พอมั่ง ปุยนุ่นเอามายัดหมอน ยัดที่นอนโอ้ย สุดนอดเรย....ฉะนั้นต้องปลุกเพิ่ม..
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 14, 2016, 10:55:55 AM โดย zuddum » บันทึกการเข้า
RUNGTHAMBUM
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1073


« ตอบ #180 เมื่อ: ธันวาคม 22, 2015, 06:29:46 AM »

ปีใหม่จะพาครอบครัวไปเที่ยวเชียงราย คุณzuddum อยู่ อ.ไหน รบกวนขอเบอร์ติดต่อ ทางข้อความด้วยครับ


Liked By: Santiburi
บันทึกการเข้า

ศูนย์ข้าวบางคูวัด พันธุ์ข้าวไรซ์เบอรี่
ข้าว กข41,กข57,หอมปทุม
zuddum
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 987


« ตอบ #181 เมื่อ: ธันวาคม 23, 2015, 06:46:59 AM »

 ยิ้มเท่ห์  คงไม่ได้เจอกันครับ ตอนนี้ผมเข้ามารับเหมาทำไฟ ที่ กทม.ครับผม  

     เข้ามาหาเงินในเมืองหลวงสัก3เดือนก่อน เงินทองที่บ้านนอกรู้สึกว่ามันฝึดเคืองซะเหลือเกิน หลังจากที่เกี่ยวข้าวจัดการโน๊นนี่นั้นเสร้จ พวกเพื่อนๆก็ เซฮัลโหลมาหา ช่วยมาเอาเงินหน่อย...ตอนแรกนึกว่าจะให้ฟรีๆ โธ่ ว่าแล้วเชียวต้องออกแรงเป็นค่าตอบแทน ตอนแรกนึกว่าแค่หนึ่งสมองสองไอเดีย ที่ไหนได้มีใช้แรงกายด้วย...เอาละวะไม่ได้แบกหามอะไรมากมาย พอเข้ามา3วันแรกสิ่งที่เห็นโอ้โห รถโคตรติดเลย ถ.สีลม สาทร พระรามสี่ ติดทุกๆที่ วันๆหนึ่งเผาน้ำมันทิ้งเท่าไหร่กันเนี่ย...คงคิดเป็นเงินมากมายมิใช่น้อย ในความคิดเห็นส่วนตัวผมน่ะว่ามันต้องย้ายศูนย์ราชการบางอย่างไปไว้ต่างจังหวัดบ้าง ทุกๆอย่างเอามาตั้งไว้ที่ กทม.หมดตาย คนในเมืองหลวง แย่แน่ๆ นั่งรถเม ขสมก.3ชม. ยังไม่ถึงจุดหมายปลายทางเลย  บริษัทผลิตรถสิรวย มิน่าพี่ยุ่นถึงรวยเอารวยเอา พี่ไทยรึ ผ่อนไปเลยเพ่5ปี...

    สวัสดีปีใหม่ 2559 ปีที่ผ่านมาทำนากันแบบตะกุกตะกัก ทุลักทุเล กันพอสมควร เมื่อคืนโทรไปคุยกับแม่ แม่บอกว่าแม่น้ำท้ายนาเราก็แห้งหมดแล้ว คงจะเป็นสัญญานเตือนให้เราต้องเตรียมตัววางแผนเรื่องการทำนาในฤดูการหน้านี้ วกมาเรื่องพันธ์ข้าว ที่ผมได้มาจาก สปป.ลาว เป็นข้าวเหนียวแดง เดี๋ยวผม จะแจกให้เพื่อนสมาชิกเอาไปต่อยอดกัน ได้อยู่ประมาณ15กก.   ส่วนข้าวหอมเสงี่ยม จากอุบลก็ได้ประมาณ 15กก.

  

  

  


   อันนี้ทางบ้านผมเรียกว่า ปิม (กล่องไม้ทรงสี่เหลี่ยมคางหมู)ถ้าจะเรียกแม่พิมพ์ก็ได้ เจ้าตัวเนี่ยเวลาเพาะเห็ดฟางแบบกองเตี้ย จะต้องใช้น่ะก็เอาไม้มาตีขึ้นรูปอย่างที่เห็น หรือว่าจะเอาแผ่นสังกะสีจากปี๊บก้ได้ เบาด้วย ผมว่าจะ อธิบายการเพาะเห็ดฟางแบบกองเตี้ยให้ท่านสมาชิกได้อ่าน แต่ก็ยังไม่ได้ลงมือทำสัก กะที คือมันจะต้องเอาแบบละเอียดเหมือนกับเขียนตำรากันเลย เออ หรือว่าผมจะเขียนขึ้นมาแล้วก็ขายลิขสิทธิ์ให้สำนักพิมพ์ไปเลย ได้เงินด้วย555
  
    

   บักเสี่ยวผม เขาเล่าให้ผมฟังว่า ฟางที่เอามาจากนาที่ใช้รถเกี่ยวข้าวเอามาเพาะเห็ดมันไม่ค่อยจะออกเห็นออกน้อย ผมก็ งงอยู่เหมือนกันว่าทำไมมันถึงเป็นเช่นนั้น ชักสงกะไส เหมือนกันสงสัยผมต้องทดลองซะละมั่ง มันก็ไม่น่าจะเกี่ยวกันเลยเชื้อเห้ดมันไม่ดีหรือเปล่าบักเสี่ยว... ใช่ไหมท่านผู้อ่าน ผมยังไม่เพราะให้ดูหรอก ขี้ข้านทำมันหนักมันก็ไม่ยากหรอกแต่ก็ไม่ง่ายถ้าทำงานแบบลวกๆมันก้ไม่ค่อยจะออกน่ะต้องมีความปราณีตด้วยน่ะ แต่ก้จะทะให้ดูสัก1แปลง แต่ตอนนี้ก็ยังไม่ว่างทำเพราะว่ามาทำจ๊อบที่ กทม. ตอนนี้ราคาเห็ดที่บ้าน 50บาท/1กก. สดๆจากไร่น่ะ  



      เมื่อคืนโทรไปคุยกับ แม่แกบอกว่าผึ้งมันเข้า มาอยู่แล้ว1ลังแล้วประมาณ3วันผ่านมา  พรุงนี้จะให้ลูกชายถ่ายรูปส่งมาให้ดูซะหน่อย  รูปมาแล้วแต่ว่าลูกชายไม่ยอมเข้าไปถ่ายใกล้ๆ เขากลัวผึ้งต่อย

    


    ภาษาบ้านผมเขาเรียกว่ามัน หมาน ประเดิมชัยไปแล้ว1 เหลืออีก3 .... ทางภาคอีสานเขาก็เรียกว่าหมาน เหมือนภาคเหนือ ภาคกลางเรียกว่าอะไรดี ไม่ใช่เฮ็ง น่ะ  แท๊กซี่คันนี้หมานวะ ขับไปเดี๋ยวก็เจอผู้โดยสารๆ อะไรประมาณนี้  เบ็ดคันนี้มันไม่หมายเลยตกยังไงปลาก้ไม่กิน อะไรยังเงี้ยเป็นคำศัพท์แต่ละท้องที่ใช้เรียกกันแต่ท้องที่คงเรียกไม่เหมือนกัน...
  

  ลูกน้องไปเจอเครื่องตัดหญ้าจีน [tu 26 ก๊อปปี้ )ที่ร้านขายของเก่าแถวบางพลี หิ้วมาให้ 500 บาท มาดูกันว่ามันมีอะไรข้างใน ไขข้อข้องใจว่ามันมีอะไรในกอไผ่...

  

  ผมซื้ออะไหล่มาเปลี่ยนคาบูใหม่หมดเลย ติดแป๊บเดวแล้วก็ดับเร่งไม่ขึ้น


  ฟลายวิล แตกเรย  ข้อสังเกตุโลหะที่เอามาหล่อมันไม่แข็งเลย งัดนิดงัดหน่อยคอยแต่จะแตก มิน่าราคามันจึงถูก

  

   แกะออกมาเรื่อยๆๆๆ

  
  
  ลูกปืนข้างข้อเหวี่ยงแตก ซีลก็รั่ว...ผมก็เลยเอาตัวอย่างไปให้ร้านขายอะไหล่ หน้าปากซอยเขาก็หาให้โว้ย ปรากฏว่ามันเป็นซีลเกียร์ฮอนด้า แฮะ
  ใครที่เติมน้ำมันโซฮอล แลัวเครื่องมีอาการติดดับๆ ลองเปลี่บยซีลข้างข้อดูน่ะมองเห็นด้วยตามีคราบน้ำมัน2ทีแฉะๆ แอลกอฮอล์ มันคงกัดจนรั่วละมั่งผมเดาเอาน่ะ  ผมไม่ใช่ช่างเครื่องน่ะเรียนด้านอิเล็คทรอนิดส์มาเด้อ อาศัยลูกมั่วหน่อยๆ


  ถอดให้ดูน่ะ แต่คงไม่ซ่อมหรอก แกะเอามัน เอาเป็นครู...

  
  
  
 เวอร์เนีย จีน 6นิ้ว300บาท เอาไว้าัดพอแก้ขัด ดีกว่าไม่มีอะไรวัด
 สรุปแล้ว เครื่องยนต์รุ่นนี้โดยส่วนใหญ่จะใช้ที่เครื่อง พ่นยา ตระกูล 767 หรือที่มีตัวเลขใกล้เคียงกัน สังเกตุด้วยตาก็รู้ว่าใช้เครื่อง boxนี้ หากจะซ้อมวิชาฝึกฝีมือก็ซื้ออะไหล่ตามที่ผมถ่ายรูปให้ดู!

 ผมหาเบอร์ ลูกปืนข้างข้อเหวี่ยงและซีล มาให้เผื่อว่า ใครจะไปซื้อมาเปลี่ยนเอง




    เมื่อวานเดินไปร้านขายอะไหล่มอไซค์ ซื้ิอชุดซ่อมของ มอไซค์ฮอนด้า โนวา-เอส  แม่ซื้อให้ขี่ไปเรียนหนังสือ จากนั้นผมก็ไม่ได้ใช้มันอีก ล่าสุดเมื่อสี่ห้าปีที่แล้ว พี่เขยตัวดี เมาขี่เลยโค้งตกลงน้ำ เจ้งเลย ผมก้เลยเอาไปจอดไว้ใต้ยุ้งข้าว ตอนนี้ก็เลยจะเอามาเป็น อาจารย์ใหญ่ซ้อม วิชาซะหน่อย หากว่าทำสำเร็จ ก็จะเอาไปทำเป็นซาเล๊ง เอาไว้ลาก โน้น นี่ นั้น .....
  
 

  มาแล้วรูป ผึัง เขามาอยู่1ลัง  น่าจะได้น้ำหวานไม่เกิน4ขวด ลังมันเล็ก  อีก3ลัง มดดำเข้ามาอยู่ ผมก้เอาลงมาเผามดออก มดดำผมว่ามันเป็นปัญหาระดับจังหวัดไปแล้วน่ะ   พ่ออุ้ยข้างบ้าน ท่านกินน้ำผึ้งวันละช้อน ตอนนี้อายุ94 ยังเดินสบายๆ อยู่เลย .....



  

  กลับ มาทำงานเอาเงิน ที่ กทม. หลังจากไปทำธุรที่บ้านนอก1อาทิตย์  อากาศกำลังพอดีๆ ถ้าอากาศอยู่ในช่วงเดือน กพ. มันกำลังพอดีๆ คนเราคงจะอารมณ์ดีกันถ้วนหน้า...

  ช่วง นานาสาระ ที่ได้จากการกลับบ้านมา เอามาฝากท่านที่ชอบอ่าน จะเอาไปทำที่บ้านหรือเอาไปบอกต่อๆๆๆให้คนอื่นได้ทราบ ก็ไม่ว่ากัน...

 
  

  


  
  
 
  


 

  มีผักมาแนะนำให้ปลูก คือ ผักหูด(ผักขี้หูด) แม่ผมปลูกประมาณ5วาเก็บขายมา2เดือนกว่าๆแล้วยังไม่หมดเลย มันจะแตกออกมาเรื่อยๆดีกว่าปลูก คะน่า/กวางตุ้ง แกงใส่ปลาช่อนแซบ!!! แม่ผมท่านปลูกประมาณปลายๆเดือน ธค. ผักชนิดนี้เขาชอบอากาศหนาว เขาจะงามมากๆน่ะ ใส่ปุ๋ยคอกให้เขาด้วยยิ่งงาม ลำต้นสมบูรณ์ผักเขาจะยาวและสวย ขายกำละ5บาท เอามาน่ึงจิ้มกับน้ำพริกก็อร่อย กินดิบรสออกเฝื่อนๆขมๆ แต่ถ้าทำให้สุกจะหวานๆ ลองปลูกดูเด้อ...




 

  
   ยิ้มเท่ห์ นานาสาระ/แบบมั่วๆ
  สืบเนื่องมาจากตอนที่กลับบ้านเมื่อตอนปลายเดือนที่ผ่านมา มะม่วงกำลังช่อเต็มต้น ก็นั่งคุยกับแม่ แม่ก็พูดว่ามะม่วงบ้านเรามันติดดกน่ะ แต่ไม่ค่อยได้กินหรอก มันไม่ได้ห่อ แมลงแลงวันเงิน เจาะมัน  มันก็เลยแว๊บขึ้นมาที่หัวสมองผม พอมาที่ กทม.หลังเลิกงานก็เลยมานั่งออกแบบ เครื่องห่อมะม่วงซะเลย  ปรกติผมไม่ค่อยสนใจเลยน่ะ มะม่วง/ลิ้นจี่ด้วยเนี่ย..ปล่อยให้นกให้หนูมันกิน  ตามมาดู ดีหรือไม่ดี ส่วนประกอบตามรูป
  อย่างแรกก็หาท่อ pvc มา 12 นิ้ว  ผมไปติดเอาท่อส้วมมาน่ะเนี่ย ท่อขี้จริงๆน่ะ


 
  
 

  ท่อขี้ น่ะ มี่สารพัดสารเพ ไขมัน ขี้คนเรานิเหม็นจังบุย...เหม็นกว่าขี้วัวที่ผมเอามายาแนวรังผึ้ง จะซื้อท่อใหม่ก็เสียดายเงิน... เอาน้ำมันดีเซลล้าง แล้วก็เอาผงซักฟอกล้าง ตากแดด3 ชม. มันก้เหม็นยุ๊หน่อยๆ ช่างหัวมันผมออกแบบไว้สองแบบน่ะ ทำอย่างไรให้มันมี นน.เบาที่สุด....

  ทำการเจาะรู เพื่อลดน้ำหนัก...จะได้ไม่เมื่อย
  
  
  มันยาวไป ตัดออกหน่อยนึ่ง จะได้เบาๆ แล้วก็พ่นสีเสริมหล่อ ....

 


เดวผมจะออกแบบกลไกขาเตะใหม่ดีกว่าเอาแบบง่ายๆ ไม่ต้องซับซ้อน แต่ว่าโดยธรรมชาติผมนิชอบทำอะไรให้มันซับซ้อนนิดหนึ่ง เมื่อก่อนผมเคยทำเครื่องช๊อตปลาขาย เวลามันเสียช่างที่อื่นเขาซ่อมไม่ได้เขาฝากถามมาว่าทำไมออกแบบซับซ้อนจัง...แต่เดี๋ยวนี้ไม่ชอบความซับซ้อนน่ะปวดหมองเอาแบบง่ายๆแต่ต้องใช้งานได้ดี+ทนด้วย...
   ใส่กล่อง ส่งไปบ้านนอกแล้ว เดวค่อยตามไปทดสอบ ถ่ายคลิบลง ยูตูบ !!!!
 


  


 

  สงกราณต์กลับบ้าน ตจว. มา ไปเจอระบบ กาลักน้ำ ที่บ้านน้องเขยเขาออกแบบไว้ น่าสนใจทีเดว เราน่าจะนำมาต่อยอด ทำเป็บระบบรดน้ำสวนพืชผักต่างๆนาๆ ได้น่ะ......ตามมาดู

  
  

  

  ลองทำความเข้าใจดูน่ะว่ามันทำงานยังไง.... เข้าใจ บ่ ว่ามันทำงานยังไง ไปทำมาหากินก่อนเด้อ

  


  แก้คำผิด Timer

  มาดูการทำงาน
1. เมื่อเราเปิดวาล์วน้ำ น้ำก็ไหลเข้าไปยังกระบอกตวงตัวบนเมื่อน้ำเต็มมันก็จะเทน้ำลงมายังถังเก็บใบที่1 ที่กระบอกตวงจะใหญ่จะเล็กก็เลือกเอาพอประมาณ อาจจะ1ลิตร2ลิตร แล้วแต่ตามสะดวก
2. เมื่อน้ำจากกระบอกเทมาใส่ถังจนเต็ม ระบบ กาลักไข่...เฮ้ยบ่แม่น  กาลักน้ำมันก็จะทำงานโดยอัตโนมัติ น้ำจะถูกดูดลงไปยัง ถังที่สองที่อยู่ด้านล่าง
3. ถังที่2 ด้านล่าง อาจจะเป็นถังเพาะถั่วงอก หรืออื่นๆก็แล้วแต่จะดัดแปลงนำไปใช้เอง
4. วาล์ว น้ำก็จะเป็นตัวกำหนดเวลา ว่าจะให้กาลักน้ำทำงานกี่ครั้งต่อ1ชม./ต่อ1วัน5
5. เมื่อน้ำจากถังที่2 ไหลลงมาก็ ลงมาที่บ่อปลา น้ำที่ล้นจากบ่อปลาก็ลงมาที่ถังดำสุดท้านละ น้ำที่ล้นจากบ่อปลาก็เอาไปลด พืชผักสวนครัว น้ำที่เหลือจากบ่อปลาเอาไปลดผักจะงามมากเพราะว่ามันมีมูลปลาผสมอยู้ด้วย ปลาก็กินอาหาร แม่นบ่.....
6. จบ เอาไปต่อยอดกันเอาเองเด้อ....


 ถังที่ทำหน้าที่เป็น กาลักน้ำ ด้านในก็จะต่อที่ไว้ตามรูป

 
  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 21, 2016, 09:25:35 AM โดย zuddum » บันทึกการเข้า
zuddum
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 987


« ตอบ #182 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2016, 07:07:10 AM »

 ยิ้ม  อ้าวๆๆๆๆ ลงมือทำนากันบ้างหรือยัง เพื่อนๆชาวนาทุกท่าน

  

  

 
  หลังจากที่ ให้เพื่อนไถพลิกหน้าดินตากแดดไว้ เกือบๆ2เดือน  ดินก็แห้งจนขาว พอฝนตกลงมาใส่2-3ห่า ดินก็ยุบตัวลงไป อมความชุ่มชื่นไว้ มากพอสมควร
  ผมก็จักการหว่านเลย ไม่ต้องคิดนาน ไม่มีเวลาแล้ว.....

  ก่อนอื่นก้เอาพันธ์ข้าวไปแช่น้ำเพื่อที่จะแยกเอาเม็ดข้าวที่ลอยอยู่ออกให้หมด ซึ่งเป็นเม็ดข้าวลีบ เม็ดที่สมบูรณ์จะจมอยู่ข้างล่าง  แล้วก็เอาไปแช่น้ำหมัก EM อีก3 ชม.

  


   หลังจากนั้นก็ หว่านๆๆๆๆๆ เม็ดพันธฺ ใช้3กระสอบปุ๋ย ประมาณ70กก.( นา 8.3 ไร่)

  

  
  

  ผมหว่านวันที่1/6/2559  ช่วงบ่ายๆ ใช้เวลา2ชม.กว่าๆ เสร็จ  ไม่มีเครื่องพ่นเมล็ดพันธ์ใช้มือกำแล้วก็หว่านลงไป ง่ายๆ ไม่เห็นต้องไปง้อเครื่องพ่นเลย...แต่พอกลางคืนเมื่อยแขนเหมือนกัน...
  งานเข้าเรย...หลังจากหว่านแล้ว นัด อีส้ม มาปั่นตอนสายๆของวันที่2 ปรากฏว่าฝนตก รถลงไม่ได้  ตอนบ่ายแก่ๆฝนหยุด โทรไปหา อีส้ม แกบอกว่า
 วันที่3 ตอนสายๆค่อยมาปั่นให้ พอมาวันที่3ตอนเช้าฝนตกอีก พรำๆๆ ครึ่งวันรถลงไม้ได้อีก มาถึงวันที่4ตอนบ่ายถึงจะปั่นกลบได้ เราไม่มีรถเป็นของตัวเอง
 ลำบากไปหมด  

  

  

   หลังจากที่หว่านแล้ว ก็ทำการพ่นยาคุมหญ้า คือหลังหว่านไปแล้ว3-4วัน อย่าให้เกิน1อาทิตย์ ยาที่ใช้พ่นต้องเป็นยาคุมที่ราคาแพงสักหน่อย เช่นของ รอนสตาร์ ขวดละ585บาท  ถ้าใช้ราคาถูกๆมันก็จะคุมได้ไม่ได้ผล .ให้ตวงตามที่ฉลากบอกไว้น่ะ อย่าให้ขาด พวกหณ้าหวายหญ้าปล้อง (ไม่ได้ผลน่ะ)
   ช่างสงกรานต์ ผมก็คิดไว้ว่าปีนี้จะเอาแบบอย่างของ ดร.แสวง  คือ ไม่ไถ ไม่ดำ ไม่หว่าน พอปลายปีมาก็มีข้าวให้เกี่ยว มีข้าวกินเหมือนกัน แม่ผมท่านรีบทักท้วงเลยทำแบบปีที่แล้วนั่นแหละ... แต่แกก็อมอิ้มๆน่ะเพราะว่าผมเปิดวิดีโอของ ดร.แสวงให้ดู ผมก็เลยต้องทำเหมือนปีก่อนๆ คือ ไถ หว่าน แต่ไม่ดำ 555

    ค่าใช้จ่ายเบื่องต้น

 1.ค่าไถพริกหน้าดินตากแดด 250บาท/1ไร่= 8.3*250 =2075 บาท
 2.ค่าอีส้ม ปั่นกลบหลังหว่าน 300บาท/1ไร่ = 8.3*300 = 2490 บาท
 3. ค่ายาคุมหญ้า 2ขวด/585*2=1170บาท
 4.ค่าจ้าง พ่นยา 700 บาท

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 12, 2016, 06:43:25 AM โดย zuddum » บันทึกการเข้า
๋Jeeo
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


« ตอบ #183 เมื่อ: มิถุนายน 09, 2016, 02:30:23 PM »

สู้ สู้ครับ ยิ่งอ่านยิ่งเพลิน เห็นแล้วอยากทำนาปลูกข้าวไว้ทานเองบ้างครับ เป็นกำลังจัยให้นะครับ  อายจัง
บันทึกการเข้า
zuddum
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 987


« ตอบ #184 เมื่อ: มิถุนายน 09, 2016, 05:41:20 PM »

 ยิ้ม ขอบคุณ ครับสำหรับกำลังใจ สู้ๆๆ  สนุกน่ะการเป็นเกษตรกร หากว่าเป็นคนชอบเก็บข้อมูลต่างๆนาๆ ก็สามารถเอามารวบรวมเขียนเป็นตำราให้เด็กๆได้ร่ำเรียน เอาไปต่อยอดความรู้กัน ผมก็เคยคิดที่จะเขียนเป็นตำราเหมือนกัน แต่ติดตรงขี้เกียจ เอาเวลาฟังเพลงดีกว่า...ฟังแอมป์หลอดด้วย..อิๆ


Liked By: muslin2557
บันทึกการเข้า
nongparei
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 569


« ตอบ #185 เมื่อ: มิถุนายน 09, 2016, 10:40:19 PM »

อยากรู้ตอนปราบหญ้า ขอละเอียดหน่อยครับ  ติดตามอยู่
บันทึกการเข้า
kon_khubua
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 419


« ตอบ #186 เมื่อ: มิถุนายน 11, 2016, 11:17:51 AM »

ยิ้ม  อ้าวๆๆๆๆ ลงมือทำนากันบ้างหรือยัง เพื่อนๆชาวนาทุกท่าน

  

  

 
  หลังจากที่ ให้เพื่อนไถพลิกหน้าดินตากแดดไว้ เกือบๆ2เดือน  ดินก็แห้งจนขาว พอฝนตกลงมาใส่2-3ห่า ดินก็ยุบตัวลงไป อมความชุ่มชื่นไว้ มากพอสมควร
  ผมก็จักการหว่านเลย ไม่ต้องคิดนาน ไม่มีเวลาแล้ว.....

  ก่อนอื่นก้เอาพันธ์ข้าวไปแช่น้ำเพื่อที่จะแยกเอาเม็ดข้าวที่ลอยอยู่ออกให้หมด ซึ่งเป็นเม็ดข้าวลีบ เม็ดที่สมบูรณ์จะจมอยู่ข้างล่าง  แล้วก็เอาไปแช่น้ำหมัก EM อีก3 ชม.

  


   หลังจากนั้นก็ หว่านๆๆๆๆๆ เม็ดพันธฺ ใช้3กระสอบปุ๋ย ประมาณ70กก.( นา 8.3 ไร่)

  

  
  

  ผมหว่านวันที่1/6/2559  ช่วงบ่ายๆ ใช้เวลา2ชม.กว่าๆ เสร็จ  ไม่มีเครื่องพ่นเมล็ดพันธ์ใช้มือกำแล้วก็หว่านลงไป ง่ายๆ ไม่เห็นต้องไปง้อเครื่องพ่นเลย...แต่พอกลางคืนเมื่อยแขนเหมือนกัน...
  งานเข้าเรย...หลังจากหว่านแล้ว นัด อีส้ม มาปั่นตอนสายๆของวันที่2 ปรากฏว่าฝนตก รถลงไม่ได้  ตอนบ่ายแก่ๆฝนหยุด โทรไปหา อีส้ม แกบอกว่า
 วันที่3 ตอนสายๆค่อยมาปั่นให้ พอมาวันที่3ตอนเช้าฝนตกอีก พรำๆๆ ครึ่งวันรถลงไม้ได้อีก มาถึงวันที่4ตอนบ่ายถึงจะปั่นกลบได้ เราไม่มีรถเป็นของตัวเอง
 ลำบากไปหมด  

  

  

   หลังจากที่หว่านแล้ว ก็ทำการพ่นยาคุมหญ้า คือหลังหว่านไปแล้ว3-4วัน อย่าให้เกิน1อาทิตย์ ยาที่ใช้พ่นต้องเป็นยาคุมที่ราคาแพงสักหน่อย เช่นของ รอนสตาร์ ขวดละ585บาท  ถ้าใช้ราคาถูกๆมันก็จะคุมได้ไม่ได้ผล .ให้ตวงตามที่ฉลากบอกไว้น่ะ อย่าให้ขาด พวกหณ้าหวายหญ้าปล้อง (ไม่ได้ผลน่ะ)
   ช่างสงกรานต์ ผมก็คิดไว้ว่าปีนี้จะเอาแบบอย่างของ ดร.แสวง  คือ ไม่ไถ ไม่ดำ ไม่หว่าน พอปลายปีมาก็มีข้าวให้เกี่ยว มีข้าวกินเหมือนกัน แม่ผมท่านรีบทักท้วงเลยทำแบบปีที่แล้วนั่นแหละ... แต่แกก็อมอิ้มๆน่ะเพราะว่าผมเปิดวิดีโอของ ดร.แสวงให้ดู ผมก็เลยต้องทำเหมือนปีก่อนๆ คือ ไถ หว่าน แต่ไม่ดำ 555


         สวัสดีครับท่านพี่ zuddum  ยิงฟันยิ้ม การทำนาแบบนี้เป็นแบบที่รอน้ำฝนใช่ไหม หากไถตากดินไว้แล้วมีหญ้าขึ้นต้องฉีดพ่นยาฆ่าหญ้าก่อนหว่านข้าวหรือเปล่าครับ แล้วหลังจากปั่นกลบไปแล้วอีกกี่วันข้าวจึงจะงอกครับ(หากดินมีความชุ่มชื้นอยู่บ้าง) ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า

ณ.ทุ่งข้าวถี นาอินทรีย์เคมีเสริม
เติมสีสันให้ท้องทุ่ง มุ่งหาความสงบ
จบที่ความพอเพียง
zuddum
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 987


« ตอบ #187 เมื่อ: มิถุนายน 11, 2016, 01:08:13 PM »

 :)ตอบ คุณ kon   หากว่าเราไถตากแดดไว้ ถ้าไม่มีฝนตกลงมา หญ้ามันยังไม่เกิดหากว่าบังเอิญฝนดันมาตกลงมาซะก่อน (ยังไม่ถึงกำหนดหว่าน)หญ้าเกิดขึ้น จะพ่นฆ่าหญ้าก็ได้ แต่ผมแนะนำให้ปั่นดีกว่า ไม่อยากให้ใช้สารเคมีเยอะ พอถึงช่วงเวลาที่เราหว่านค่อยคุมหญ้าอีกครั้ง วัชพืชมันงอกไม่พร้อมกัน หากว่านามีพวกหญ้าหวาย หญ้าปล้อง ต้องใช้ยาแรงๆประเถทดูดซึมลึกถึงรากถึงโคน มันถึงจะเอาอยู่  แต่ผมไม่แนะนำให้ใช้ มันอันตรายมากๆ ก่อนที่จะหา่าน รอให้ฝนตกลงมาสัก1_2ห่าให้ดินมันมีความชื้นก่อน ค่อยหว่าน แช่เม็ดข้าว1คืนแล้วบ่มอีก1คืน จะสังเกตุเห็นว่าเม็ดข้าวมันจะเริ่มงอก แล้วเราก็หว่านลงไปแล้วปั่นกลบเลย ไม่เกิน7วันข้าวก็งอกออกมา!!! ช่วง1เดือน คุณอย่าได้ลงไปกลางนานะ สารเคมีมันจะซึมเข้าผิวหนัง รอจนกว่าน้ำมันจะขังในนาเยอะๆ แล้วค่อยลงไปซ่อมแซม ที่มันโบ๋ๆ ผมก็ปล่อยมัน โบ๋ๆมั่งก็ไม่เป็นไร


    ยิ้มเท่ห์  โฉบ..มาทำงานเอาเงินที่ กทม. นาต้นทุนต่ำของผม ปล่อยให้ พระอินทร์ ดูแลต่อ อีก45วันค่อยกลับไปซ่อมแซม ส่วนที่โบ๋ๆๆ พอน้ำมันมาขังอยู่นานๆ สารเคมีจากยาคุมหญ้าัมันคงจะเจือจางไปเยอะ ทำนาแบบคนขี้เกียจตามแบบฉบับของผม ยังเหลือที่ยังไม่ได้หว่านกล้าก็มีข้าวเหนียวแดง เอามาจาก สปป.ลาว ข้าวหอมเสงี่ยม  ข้าวแม่โจ้2  น้ำไม่มีรอไปก่อน

   อันนี้เป็นอีกแปลงนึ่ง หว่านแห้งเหมือนกัน แต่เป็นข้าวเหนียว กข.6สูง+เตี้ย  ผมเอาเม็ดพันธ์ผมกันเลย แล้วก็หว่าน 18ไร่ กข.6สูงเวลาลมหนาวมามันชอบล้ม ผมก็เลยเอาพันธ์เตี้ย ผสมไปด้วย มันจะได้ช่วยกันประคองไว้ 555  


  มาดูแปลงหว่านกล้า บนบก ผมไถดินตากแดดไว้เมื่อคราวก่อน ฝนมันด็ไม่ตกน้ำที่จะให้หว่านกล้าก็ไม่มี แม่ผมบอกว่าหว่านบนบกเลย ... ไอเดียแม่ผม เอาเลยผมไม่คิดนานหรอก ก็เอารถไถเดินตามมาไถพรวนๆๆๆแล้วก็คราดๆๆๆ พอให้ดินมันแตกละเอียด เอามุ่งเขียวล้อมกันไก่มาเขี่ย...ซะหน่อย



  

  เป็น ข้าวเหนียวพันธ์ แม่โจ้2 หว่านไป4กก. น่าจะเพียงพอกัน นาข้างบ้าน1.2ไร่  (ปีก่อนๆปลูก ไรเบอรี่ ) ขอดูสายพันธ์ก่อนว่า มันโอเคป่าว แต่ที่ อ.เวียงชัย เขาก็ปลูกน่ะ เห็นเขาบอกว่าได้ 800 กก./1ไร่โม้ป่าวก็ม่ายรู้ เขาขายแม่พันธ์60บาทเอง....

   งอกขึ้นมาหน่อยนึ่ง  ฝนมันบ่ต่ใส่เลยพี่น้อง




  อับเดท ล่าสุดรูปกล้าที่หว่านเมื่อต้นเดือน ไม่มีน้ำ หล่อเลั้ยง ปล่อยมัน มันไม่ตายหรอก



  พอได้น้ำมันก็เขียวงามทันตาเห็นเลย

 
  
 
  รูปด้านล่างเป็น กล้า กข6 สูง  ของพี่สาว กล้างามมากๆอายุ20กว่าวันเองน่ะ ปุ๋ยไม่ใส่งามตามธรรมชาติ หว่าน 30กก. น่าจะพอเพียงกับนา9ไร่
  
    

  ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม รอให้ต้นกล้าอายุได้ประมาณ40วัน  แล้วค่อยถอนไปปักดำ ต้นกล้ามันจะไม่ค่อยบอบช้ำ อัตราการแตกกออาจจะน้อยไปหน่อย แต่สิ่งที่ได้มาคือรวงข้าวมันจะยาวเม็ดข้าวลีบมันจะน้อยรวงมันเต็ม น้ำหนักมันดี  สมัยนี้มันมีฮอโมน สารพัดที่เอามาพ่นกันไม่รู้มันจะได้ผลหรือเปล่าเพิ่มต้นทุนเข้ามาอีก ผมยึดถือสูตรโบราณดั้งเดิมที่เคยทำมา 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 29, 2016, 10:19:35 AM โดย zuddum » บันทึกการเข้า
kon_khubua
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 419


« ตอบ #188 เมื่อ: มิถุนายน 11, 2016, 01:19:13 PM »

:)ตอบ คุณ kon   หากว่าเราไถตากแดดไว้ ถ้าไม่มีฝนตกลงมา หญ้ามันยังไม่เกิดหากว่าบังเอิญฝนดันมาตกลงมาซะก่อน (ยังไม่ถึงกำหนดหว่าน)หญ้าเกิดขึ้น จะพ่นฆ่าหญ้าก็ได้ แต่ผมแนะนำให้ปั่นดีกว่า ไม่อยากให้ใช้สารเคมีเยอะ พอถึงช่วงเวลาที่เราหว่านค่อยคุมหญ้าอีกครั้ง วัชพืชมันงอกไม่พร้อมกัน หากว่านามีพวกหญ้าหวาย หญ้าปล้อง ต้องใช้ยาแรงๆประเถทดูดซึมลึกถึงรากถึงโคน มันถึงจะเอาอยู่  แต่ผมไม่แนะนำให้ใช้ มันอันตรายมากๆ ก่อนที่จะหา่าน รอให้ฝนตกลงมาสัก1_2ห่าให้ดินมันมีความชื้นก่อน ค่อยหว่าน แช่เม็ดข้าว1คืนแล้วบ่มอีก1คืน จะสังเกตุเห็นว่าเม็ดข้าวมันจะเริ่มงอก แล้วเราก็หว่านลงไปแล้วปั่นกลบเลย ไม่เกิน7วันข้าวก็งอกออกมา!!!
ขอบคุณครับ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ความรู้ล้วนๆ


Liked By: rueng2000, elsa_khubua
บันทึกการเข้า

ณ.ทุ่งข้าวถี นาอินทรีย์เคมีเสริม
เติมสีสันให้ท้องทุ่ง มุ่งหาความสงบ
จบที่ความพอเพียง
zuddum
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 987


« ตอบ #189 เมื่อ: สิงหาคม 08, 2016, 05:30:54 PM »

 ยิ้ม สวัสดีครับ  หายไปหลายวันเรย เมื่อต้นเดือน สค. ก็โฉบขึ้นไปทำนา ตามไปดูผลงานนาต้นทุนต่ำ จัดการซ่อมข้าวที่มันไม่งอก หัวล้านเป็นหย่อมๆ เยอะอยู่เหมือนกัน โดยภาพรวมก็ถือว่า งอกดีกว่าปีที่แล้วครับ  หญ้าตามคันนาขึ้นเต็มไปหมด ปูก็มีบ้าง กัดกินหน่อข้าว แต่หอยเชอรี่ไมีมี โดนนกปากห่างกินไม่เหลือ..

  

  


 



   ประมาณวันที่20ปลานเดือนโทร.ให้หลานเอาอีส้มมาปั่นนาในบ้าน เพื่อที่จะปลูกข้าว แม่โจ้ 2  เป็นข้าวเหนียวพันธ์ใหม่  
  

  

  
      

      อีส้มมันทำงานออกมาไม่ได้เรื่องเลย หญ้ายังโผล่ เต็มไปหมด ต้องเอารถไถเดินตามมาเก็บงานอีกทีหนึง..... เรี่ยวแรงก็ไม่ค่อยจะมี ขืนปลูกข้าวลงไปรับรอง ไม่ได้เกี่ยวแน่ๆ ลุยเลยไม่ต้องคิดนาน...


    

   เป็งไง... เก็บงานด้วยรถไถเดินตามอีกทีนึง  หญ้าไม่เหลือมุดไปอยู่ใต้ดินกลายไปเป็นปุ๋ยอันโอชะ ของต้นข้าวต่อไป...

  



   และแล้วก็ไม่ต้องรีรอ ดำเลย กล้าที่ดำเหลืองเชียวเพราะว่า น้องชายถอนให้ทิ้งไว้4คืน4วัน เป็นข้าวไรเบอรี่ จากคุณ รุ่งธรรม ตอนแรกว่าจะไม่ปลูก คุณแม่บอกว่าปลูกเอาพันธ์สักหน่อยก็ยังดีลูก ผมก็เลยต้องเอาใจท่าน จัดไป1งาน

  

   วกมาที่ต้นกล้าข้าวแม่โจ้หว่านไว้5อาทิตย์ กำลังพอดี งามเชียว....ถอนๆๆๆๆ แล้วก็เอามาดำ

  

  
  

  แล้วก็เอามาปักดำ ให้เป็นแถวเป็นแนว ดูแล้วจะได้สวยๆ ระยะย่างก็ประมาณ30cm. นาดำเวลาทำเทือกต้องตีดินหลายๆรอบ ให้มันเลาะๆ ไม่งั้นมันจะดำช้า หัวแม่มือพังหมด  

 

  



  หลังจากปักดำผ่านไป5วัน ต้นข้าวก็ เขียวขึ้นมาแล้ว...
  
  
  

    เจ๋ง นานาสาระ  ผมมีผลไม้ชนิดหนึ่งจะมาแนะนำให้ปลูกไว้ทานคือ แม่ผมท่านไปเด็ดลูกที่มันแก่แล้วเอามาบ่มไว้2วัน แล้ว เอามาปอกให้ผมกิน .. อาฮ่ะ
 อร่อยโว้ย  รสออกมันๆหวานนิดๆ ผมก็ถามแกว่าลูกอะไรแม่ แกบอกว่า ลูกท้อไข่ พ่อแกปลูกไว้เมื่อ3ปีที่แล้ว มันติดลูกมาหลายรุ่นแล้ว..มันออกลูกมาเรื่อยๆเหมือนละมุด  มันก็เลยแว้บเข้าในหัวสมองผมเลย อย่างนี้มันต้องต่อยอด ปลูกเป็นสวนไปเลย 5555 แล้วผมก้เอากลับมาที่ กทม.ด้วย4ลูก  มานั่งหาข้อมูลจากเนท คนจีนเรียก ลูกเซียนท้อ  บางคนเรียก ละมุดอินเดีย เชียงใหม่เรียก ม่อนไข่ ( ภาษาคำเมืองเขาจะออกเสียงว่า มอนไข่ มันก็หมายถึง ไข่แดง ... แกกินแต่ไข่ขาวน่ะ เอามอนไข่มาให้กูกิน...อะไรประมาณเนี่ย) ไม่รู้ว่ามีใครปลูกไว้บ้างหรือยัง...

  

  


  
  
    เนื้อในเหลืองสวยเชียว
  

  


  
    หลังจากที่ดำผ่านไป14วัน มันก็เขียวขึ้นมาอีกหน่อยนึง..

  

  
  



   กลับมาที่เรืองนากันต่อ   อันนี้เป็นเรื่องราวของข้าว เหนียวแดง เอาพันธ์มาจากประเทศลาว เมื่อปีก่อนโน้น ปีที่แล้วมันแล้งปลูกได้แค่15 กก.เอง มาปีนี้ให้แม่หว่านกล้าให้ หว่านได้นิดเดียวเอง ประมาณ2*2 ตรม. ผมน่ะ หมายมั่นปั้นมืออย่างเต็มที่ว่าข้าวพื้นเมือง มันต้องดีกว่าข้าวของ กรมการข้าว มันอาจจะได้ข้าวมากกว่า กินอร่อยกว่า อันนี้เดี๋ยวผมจะทดสอบให้เอง จับพัดจับถู หากว่า1ไร่ได้ข้าว1ตันขึ้นมาละก็ มีเฮแน่ๆ  ตามตัวอย่างในรูป ต้นกล้าสวยมาก ไม่มีเพลี้ยมากินเลย นั่นหมายความว่าเขาต้านโรคได้1อย่างละ  เทียบกับข้าว กข 6/ กข15 ที่ผมหว่าน เพลี้ยเต็มไปหมด น่าเบื่อจัง ผมดำไว่1งาน ได้สัก100 กก.ก็ยังดี

  


  
  
  

  พูดถึงข้าวเหนียวแดง ถ้านึ่งกินอร่อย ไม่แข็ง ปีหน้าผมจะปลูก3ไร่เป็นอย่างน้อย ผมจะแจกเมล็ดพันธ์ให้สะใจไปเลย เอาให้กรมการข้าวหน้าหงายไปเลย เขาจะรับรองพันธ์หรือไม่เรื่องของเขา อึดอัดกับเรื่องพวกนี้ เดวข้าวฝั่งพม่ายังไม่ได้มา ลูกน้องมันบอกว่าเอามาถึงด่านแม่สอดแล้วแต่โดนยึดไว้....เออให้มันได้งี้สิ
  

  555...ได้ผลแล้วในที่สุดเห็ดขอนขาว ที่ผมเพาะใส่กับไม้มะม่วง มันก็ออกมาให้เห็น 1 อัน ชื่นใจจังเลย แต่อันอื่นๆมันไม่ยักกะออกแฮะ...

  
  

  พายุ เข้าเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว น้ำท่วมข้าวผมเลย ข้าวกำลังจะแตกกอโอ้ย...อะรัยกัลเนี่ย ระบายออกก็ช้า

  
  

   ข้าว มะลิ กข15 มันก็เริ่มงามขึ้นมาเรื่อยๆ ใบข้าวมันจะออกเหลืองนิดๆ ยังไม่ใส่หรอกปุ๋ย ค่อยใส่ทีเดว ประมารกลางเดือนกันยายน ใส1ครั้งก็พอ ใส่2ครั้งก็ได้ข้าวพอๆกัน



  

   วันนี้มีมะละกอ มาอวดหลังจากที่ให้ คุณแม่ปลุกพร้อมกับดูแลอย่างดี เพื่อน สาวจากใต้เขาบอกว่ามันมะละกอพันธ์โบราณสีทอง จากสตูล ผมก็ไม่ทันได้เห็นลูกเขาอุตส่าเก็บมะเล็ดไว้ให้ ผมก็เลยเอามาเพาะปลูกปีกว่าๆ ตอนนี้ออกลูกมาให้ดูแล้ว...อาฮะเป็นไง บ้านใครมีมั่ง รสชาดยังไม่ทราบ ลูกสวยเชียว



    ข้าวแม่โจ้2
  
  

  นานาสาระ  ใครที่มีมอเตอร์ 3เฟส/380v  รุ้ไหม มันสามารถเอามาต่อกับไฟบ้าน 220v แต่ว่าเราจะต้องทำการจัดแจงแถลงไขให้มันใหม่...เพิ่มเติมอรุก ยุกยิก เข้าไปแหมหน่อย..มันก็ทำงานได้แระ....ตามมาดู


  เด๋วน่ะ  ของายงานข้าวแม่โจ้2 ก่อน  เขาก็แตกกอขึ้นมาเรื่อยๆๆๆ  

  



 คุณ.แม่ผมท่านปลูกถั่วฝักยาว+บวบหอม ตามคันนา มันงามน่าดูแฮะ ถั่วฝักยาวหวานเอามาผัดอร่อยมากเลย แกบอกว่าไม่ใส่อะไรเลยน่ะ

 
  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 01, 2016, 06:58:36 PM โดย zuddum » บันทึกการเข้า
zuddum
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 987


« ตอบ #190 เมื่อ: กันยายน 26, 2016, 11:01:39 AM »


 

นาต้นทุนต่ำ ข้าวมะลิ 105 ก็ ใกล้จะออกรวงแล้ว



 


   ข้าว แม่โจ้2 เริ่มจะแก่แร่ว ตรงนี้ปลูกประมาร1ไร่ ออกพรรณษาน่าจะได้เกี่ยว
  

  

  

  

  

  

  
อันนี้เป็นข้าวเหนียวแดง จาก สปป.ลาว งามอตกกอดี ไม่อ่อนแอต่อโรค เป็นที่ถูกอกถูกใจมากๆครับ แต่รวงยังบ่ออกเด้อ พี่น้องใจเย็นๆ

  หลังจากที่กลับมาจากบ้านนอก ก้ได้พกหัวเกียร์เครื่องตัดหญ้ามาด้วย ลูกปืนมันแตกครับ ไม่มีเครื่องมือที่จะถอดมันออกมาได้ จะซื้อใหม่ก้ยังเสียดายของเก่าอยู่ พอแกะดูก็พบว่า จะเอาลูกปืนที่อยู่ในสุดออกมาได้ยังไง .... มีการบ้านให้ต้องคิดอีกแล้ว...ไปหาซื้อที่ครองถมไม่มี... โมโห ทำเองก็ได้วะ๊
  ก็เขียนแบบออกมาเอาแค่พอใช้งานได้เท่านั้นเอง

  





   ก็ไปได้เศษเหล็กมา ใช้ความอดทนเอาหน่อย เลื่อยมือจัดการกับชิ้นงาน( นึกถึงสมัยเรียน ปวช.เลยแร่ะ) งานก็ออกมา ดังรุป ไม่ค่อยสวยครับ เอาแค่พอใช้งานได้...

 
   
  
  



Liked By: aumblueford
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 20, 2016, 02:41:10 PM โดย zuddum » บันทึกการเข้า
zuddum
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 987


« ตอบ #191 เมื่อ: ตุลาคม 22, 2016, 07:43:10 PM »

 ยิ้ม  กลับมาแล้วพี่น้องชาวนาที่รักทุกๆท่าน หากว่าราคาข้าวยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น ผมก้คงจะลดการทำนาลงให้เหลือ5ไร่ก็พอเอาข้าวไว้บริโภคในครัวเรือนก็พอโรงสีมันอยากจะซื้อ กก.ละเท่าไหร่มันก็กำหนดเอาตามใจชอบ เริ่มเบื่ออีกแล้วกับอาชีพการทำนา..พูดไปก็ไม่มีใครช่วยเราได้หรอก  มาดูนาต้นทุนต่ำผมนิไม่เกิน15พย. คงจะไดเกี่ยวแระ...

  

  

   ภาพด้านล่างเป็นข้าวเหนียวแดง จากประเทศเพื่อนบ้าน รวงใหญ๋ยาว ส่งคอรวงดี หน่วยก้านดี อีกอึดใจก็จะได้เกี่ยวแร่ว ผมมีความสุขกับได้ทดลองปลูกข้าวสายพันธ์ใหม่ เขาไม่เป็นโรคอะไรเลย แม่ผมชอบใจมากเลย อีกนิดเดวก็จะรู้แล้วว่า นึ้งสุกแล้วแข้งไหม/หอมไหม เท่านี้เอง



 

 


Liked By: , rueng2000, aumblueford, Pinho
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 22, 2016, 07:56:50 PM โดย zuddum » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 [12] 13   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: