ข่าว
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: การปลูกคึ่นฉ่าย  (อ่าน 4426 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Kul Ka
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3


« เมื่อ: สิงหาคม 15, 2013, 10:51:27 AM »

พอดี น้อง มีพื้นที่ว่างอยู่น้องเลยคิดว่าจะปลูกคึ่นฉ่าย แถวๆที่บ้านไม่เคยมีคัยปลูกผักชนิดนี้มาก่อนมีแต่ปลูกผักชี ที่บ้านอากาศเย็นนิดหน่อยไม่ได้ร้อนมาก(อยู่ดอย ยิงฟันยิ้ม)จึงอยากถามว่าถ้าจะปลูกคึ่นฉ่ายควรจะปลูกพันธ์ไหนดี และวิธีการดูแลรักษาจะต้องทำยังงัย วิธีการกำจัดวัชพืชต้องทำยัง การดูแลเหมือนดูแลผักชีมั้ย.....ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคนมาตอบโพสต์นี้นะค่ะ ยิ้ม
บันทึกการเข้า

khampee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 44


« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2013, 10:53:39 AM »

ตอบรวมๆนะครับ

คึ่นช่ายนั้นอายุการเก็บเกี่ยวจะค่อนข้างนาน จึงมักนิยมปลูกร่วมกับผักชีซึ่งอายุการเก็บเกี่ยวสั้นกว่ามาก เพื่อให้มีรายได้ช่วงระหว่างรอเก็บคึ่นช่ายครับ พันธุ์ที่นิยมใช้ก็เช่น บัวบก, ลูกโลก ส่วนผักชีก็นิยมของศรแดง พันธุ์สายสมร

ในพื้นที่ที่ผมอยู่นั้นนิยมใช้เครื่องมือช่วยในการกลิ้งเมล็ดคึ่นช่าย ซึ่งทำให้เมล็ดนั้นกระจายตัวได้ดีในแปลงปลูก แต่ถ้าไม่มีก็ใช้มือหว่านได้ครับแต่ต้องคนที่ชำนาญหน่อย อัตราการใช้เมล็ดโดยการกลิ้งนั้นจะประมาณ 1-1.2 กิโลกรัม/ไร่ ส่วนผักชีก็ประมาณ 2-2.5 ถุง/ไร่ (พันธุ์สายสมร) การรดน้ำในช่วงแรกต้องให้น้ำมากหน่อย ไม่ควรปล่อยให้หน้าดินแห้งครับ ประมาณไม่เกิน 1 สัปดาห์จะเริ่มเห็นผักชีงอก และจากนั้นไม่นานคึ่นช่ายก็จะงอกตามมาครับ พอคึ่นช่ายเริ่มมีใบจริงก็จะให้ปุ๋ย 16-16-16 บางๆ ประมาณเดือนนิดๆก็จะเก็บผักชีขายได้ การให้ปุ๋ยคึ่นช่ายนั้นต้องให้บ่อยพอควร ประมาณสัปดาห์ละครั้งโดยต้องหว่านให้ทั่วๆนะครับ เพราะคึ่นช่ายเป็นพืชที่ต้องการปุ๋ยและน้ำค่อนข้างมาก(หมายถึงต้องให้บ่อยๆ ไม่ใช่ให้คราวละเยอะๆนะครับ)

การปลูกผัก 2 ชนิดนี้ผมว่าที่เย็นหน่อยแบบบ้านคุณดีเลยล่ะครับ น่าจะได้ผักที่สวย แต่ผัก 2 ชนิดนี้ไม่ควรปลูกซ้ำในที่ๆเคยปลูกแล้วนะครับ เพราะจะเกิดการเน่ายุบได้ง่ายมาก ยุบแบบคนปลูกใจหายเลยล่ะ บางรายไม่ได้เก็บขายเลยก็มีนะ ส่วนโรคอื่นๆก็คล้ายกับที่คุณเคยปลูกผักชีแหละครับ ใบกรอบ ใบแดง เน่ายุบ มีแมลงกวนบ้างเล็กน้อย เช่น หนอนชอนใบ หนอนเขียว กำจัดง่ายครับ แต่..บอกไว้ก่อนว่า ช่วงก่อนหน้านี้ราคาคึ่นช่ายและผักชีดีมาก ตอนปลูกก็กะเอาให้ดีนะครับ ว่าจะให้ออกขายตอนไหน แถวบ้านผมคนรวยจากคึ่นช่ายเยอะครับ แต่ต้องขาดทุนไปก็ไม่น้อยนา 555

ปล.การกำจัดวัชพืชก็ฉีดยาคุมไว้ก่อนลงเมล็ดนะครับ หลังจากนั้นก็ต้องอาศัยคนถอนล่ะ แต่หาคนถอนดีๆหน่อยละกัน เดี่ยวผักเราจะหลุดตามหญ้าออกมาด้วย และที่สำคัญการถอนหญ้าบ่อยๆอาจทำให้ระบบรากเสียหาย ส่งผลให้ผักเรามีอาการทางใบได้ครับ


Liked By: farmer by finger
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 17, 2013, 10:56:32 AM โดย khampee » บันทึกการเข้า
Kul Ka
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3


« ตอบ #2 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2013, 04:09:06 PM »

ขอบคุณค่ะ ที่มาช่วยแนะนำ สองพันธุ์นี้สามารถเข้าตลาดได้ใช่มั้ยหรือเป็นที่ต้องการของตลาดใช่มั้ย เพราะจากข้อมูลที่น้องได้มีพันธุ์เยอะมาก (เนื่องจากบ้านน้องก็ปลูกผักขายซึ่งถ้าปลูกได้พันธุ์ที่ตลาดไม่ต้องก็จะโดนกดราคา)  ร้องไห้
บันทึกการเข้า
khampee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 44


« ตอบ #3 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2013, 04:26:53 PM »

2 พันธุ์นี้นิยมปลูกกันมากครับ โดยเฉพาะ "บัวบก" เพราะทนแล้งได้ดี ส่วนตรา "ลูกโลก" นั้นเป็นพันธุ์กวางเจาซึ่งปลูกกันมานานแล้วครับ
บันทึกการเข้า
kamisama
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1762

Virus Alert!!!!!!!


« ตอบ #4 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2013, 06:54:51 PM »

ขึ้นฉ่ายน่ะ บัวบกกับศรแดง ก็ได้ทั้งคู่ล่ะแล้วแต่ความชอบมากกว่า  ศรแดงจะเขียวกว่าบัวบก  แต่บัวบกทรงสวยไม่เขียวมาก แล้วปลูกบัวบก หนาวปลูกศรแดง ห้าๆๆ แบบนี้จะดีกว่านะ เออจะบอกว่าเรื่องกดราคาเป็นข้ออ้างสำหรับแม่ค้าน่ะ  การทำขึ้นฉ่ายให้สวยไม่เกี่ยงสายพันธ์หรอก ขึ้นอยู่ตอนปลูกถิ่วผักให้ได้ระยะที่ดี ต้นที่ได้จะสมบูรณ์เป็นที่ต้องการของตลาดเองล่ะ การถิ่วผักที่ดี คือระยะห่าง  8-10 ซม. ต่อต้น  จะได้ต้นสมบูรณ์นน. ดี เป็นที่ต้องการของตลาด  ถ้าสนใจเทคนิคลับๆ ก็เมลถามหลังไมค์ได้ครับ ไม่ค่อยว่างมาตอบบ่อยๆๆ


Liked By: Kul Ka
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: