หน้า: 1 ... 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 [31]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: Aquaponicsเกษตรผสมผสานร่วมกับเตาอิวาเตะน้ำส้มควันไม้และถ่านขาว  (อ่าน 170586 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
pong2510
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 436


โลกสีเขียวยังมีอะไรให้เราเรียนรู้อีกเยอะ


« ตอบ #480 เมื่อ: เมษายน 17, 2014, 12:14:55 PM »


มาว่ากันต่อเรื่องน้ำส้มควันไม้เตาอิวาเตะ

ต่อไปเริ่มปิดเตา






บันทึกการเข้า

มีเกิดก็ต้องมีดับ

pong2510
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 436


โลกสีเขียวยังมีอะไรให้เราเรียนรู้อีกเยอะ


« ตอบ #481 เมื่อ: เมษายน 20, 2014, 03:58:40 PM »

มาต่อกันครับ

เริ่มจุดไฟ










ยาแนวขี้เถ้าปิดปากประตูกันอากาศเข้า



คอยเติมเชื้อไฟ



การควมคุมอุณหภูมิเตาสำหรับการเผาถ่านขาวไม้ยูคา อุณหภูมิใน1ชม.ไม่เกิน5องศาครับ
วิธีการคือการขยับหน้าเตาให้อากาศเข้าน้อยหรือมาก ถ้าขยับให้อากาศเข้าเยอะอุณหภูมิก็จะสูงเร็วครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 20, 2014, 04:11:32 PM โดย pong2510 » บันทึกการเข้า

มีเกิดก็ต้องมีดับ
pong2510
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 436


โลกสีเขียวยังมีอะไรให้เราเรียนรู้อีกเยอะ


« ตอบ #482 เมื่อ: เมษายน 21, 2014, 12:19:34 PM »

      กระบวนการผลิตถ่านไม้แบ่งได้เป็น  4 ขั้นตอนดังนี้
      ขั้นตอนที่1 การไล่ความชื้น อุณหภูมิ 20 องศา-270 องศาขั้นตอนการไล่ความชื้นนี้ จำเป็นต้องใช้ความร้อนจากภายนอก เพื่อให้ไม้ฟืนเกิดปฏิกริยาดูดความร้อน สะสมไว้ให้ได้มากพอที่จะเกิดปฏิกริยาคายความร้อน ในขั้นตอนต่อไป
การไล่ความชื้นกระทำได้สองวิธี คือ
     1. การให้ความร้อนโดยตรง โดยการจุดไม้ฟืนบางส่วนของไม้ที่จะทำถ่านลุกไหม้ และเกิดความร้อนเพียงพอที่จะไล่ความชื้นออกจากไม้ในส่วนที่เหลือ วิธีนี้ประสิทธิภาพต่ำและหากควบคุมอากาสไม่ดีจะทำให้เกิดขี้เถ้ามาก เป็นเหตุให้ผลผลิตต่ำ
    2. การให้ความร้อนทางอ้อม โดยการจุดเชื้อเพลิงหน้าเตา และนำเพียงลมร้อนเข้าไล่ความชื้นออกจากไม้ฟืนในเตา หากไม้ฟืนในเตามีความชื้นมากก็ต้องใช้เชื้อเพลิงและเวลามากขึ้นด้วย ดังนั้นควรต้องผึ่งไม้ฟืนสด ซึ่งมีความชื้น(น้ำ)ประมาณ 50-60 % ให้เหลือความชื้นประมาร 20-30% เสียก่อนเพื่อเป็นการประหยัดเชื้อเพลิงและเวลา
     ขั้นตอนการไล่ความชื้นแบ่งได้เป็น 2 ช่วง
  ช่วงที่ 1 ที่อุณหภูมิระหว่าง 20องศา-180องศา
    ในขั้นตอนการไล่ความชื้นนี้ ควรควบคุมลมร้อนหมุนเวียนให้สม่ำเสมอทั่วทุกส่วนของเตาโดยธรรมชาติอากาสร้อนจะลอยขึ้นที่สูง ถูกบังคับให้ไหลลงต่ำเราะจะต้องไหลออกทางปล่องควันที่อยู่ด้านล่างเสมอ อากาศร้อนที่มีไอน้ำซึ่งเกิดจากการคายตัวของไม้ จะกระทบกับความเย็นที่พื้นเตาแล้วควบแน่นจากไอน้ำเป็นหยดน้ำที่พื้นเตา ดังนั้นจึงต้องมีท่อระบายน้ำออกจากพื้นเตาด้วย และควรรองพื้นเตาด้วยไม้ฟืนขนาดเล็ก เพื่อไม่ให้ไม้ฟืนที่จะทำถ่านสัมผัสโดยตรงกับพื้นเตาที่เปียกชื้นเพราะจะทำให้ไม้ฟืนเปลี่ยนถ่านได้ไม่หมด เกิดเป็นส้นถ่าน
    เมื่อเริ่มจุดฟืนหน้าเตา อุณหภูมิจะสูงขึ้นเรื่อยๆจนถึง 180 องศา ช่วงนี้ไม้จะคายน้ำที่ดูดซับอยู่ในช่องว่างระหว่างเซลส์ และน้ำที่อยู่ในผนังเซลส์เท่านั้น จะไม่มีน้ำที่เกิดจากการสลายตัวของโครงสร้างเจือปนออกมาเลย ควันที่ออกมาจะมีสีขาวปนน้ำเงินอ่อนและจะมีแต่ไอน้ำเท่านั้น
  ช่วงที่ 2 ที่อุณหภูมิ 180องศา-270องศา
    ช่วงนี้เฮมิเซลลูโลส จะเริ่มสลายตัวออกมาและจะสลายจนหมดที่อุณหภูมิ 260 องศา ควรรักษาอุณหภูมินี้ไว้นานอสมควร เพื่อให้ไม้ฟืนได้สะสมความร้อนได้ใกล้เคียงกันทั่วทุกจุดเตา ควันที่ออกมาในช่วงนี้จะเริ่มมีสีเหลืองจางๆ เจือปนอยู่ด้วย และมีแก๊สคาร์บอน มอนน็อกไซด์ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ กรดน้ำส้ม และเมธานอลเจือปนออกมากับควันด้วย แต่มีปริมารต่ำมาก ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้

  
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 21, 2014, 12:21:26 PM โดย pong2510 » บันทึกการเข้า

มีเกิดก็ต้องมีดับ
SM
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 342


« ตอบ #483 เมื่อ: เมษายน 22, 2014, 12:11:37 PM »

ขอติดตามกระทู้ด้วยครับ

ยินดีครับ


Liked By: yudhapol, TAWUN
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 22, 2014, 02:39:38 PM โดย pong2510 » บันทึกการเข้า
pong2510
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 436


โลกสีเขียวยังมีอะไรให้เราเรียนรู้อีกเยอะ


« ตอบ #484 เมื่อ: เมษายน 22, 2014, 03:50:19 PM »



มาต่อกันครับ

  ขั้นตอนที่ 2 การเปลี่ยนจากไม้เป็นถ่าน อุณหภูมิ 270-400 องศา

 
 ขั้นตอนนี้แบ่งได้เป็น 2 ช่วง คือ

   ช่วงที่หนึ่งอุณหภูมิ 270-300 องศา
   ช่วงนี้ไม้ในเตาสะสมความร้อนไว้มากพอที่จะเกิดปฏิกริยาคายความร้อน โดยไม่ต้องเติมฟืนหน้าเตาอีก ไม้ฟืนจะลุกไหม้และสลายตัวโดยความร้อนที่สะสมไว้ในตัวเองเซลลูโลส จะเริ่มสลายตัวที่อุณหภูมิ 275 องศา การสลายตัวจะเป็นไปอย่างรวดเร็วควันที่ออกมาจากปล่องจะมีสีขาวปนเหลือง มีกลิ่นฉุนจัด ผู้ผลิตถ่านในประเทศไทยเรียกควันนี้ว่า "ควันบ้า" หลังจากควันบ้ามีปริมาณน้อยลงและเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาแล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องควบคุมอุณหภูมิไว้ให้คงที่เป็นเวลานานพอสมควร เพื่อให้ขั้นตอนนี้เป็นไปอย่างช้าๆและสม่ำเสมอ ความร้อนจากไม้ด้านบนหน้าเตาจะค่อยๆ ถ่ายความร้อนไปยังจุดต่างๆทั่วเตาอย่างช้าๆหากปล่อยให้อุณหภูมิขึ้นสูงเร็วเกินไปจะทำให้ไม้ที่สะสมความร้อนไว้มากกว่า กลายเป็นเถ้าเสียก่อนที่จะถ่ายความร้อนไปยังไม้ที่สะสมความร้อนไว้น้อยกว่า และอาจมีเปลวไฟแลบออกทางหน้าเตาได้ หากเกิดกรณีดังกล่าวไม้ส่วนบนของเตาจะกลายเป็นขี้เถ้าและไม้ส่วนล่างของเตาจะกลายเป็นส้นถ่าน ทำให้ลผลิตต่ำ การควบคลุมอุณหภูมิสามารถทำได้โดยการควบคุมอากาศที่หน้าเตา ควบคู่กับการใช้เครื่องมือวัดอุณหภูมิ
   แต่การวัดอุณหภูมิด้วยเทอร์โมมิเตอร์เพียงอย่างเดียว อาจผิดพลาดได้ โดยเฉาะเมื่อมีการเติมฟืนหน้าเตามากและเร็วเกินไป ดังนั้นการดูสีควัน และนำกระเบื้องเคลือบสีขาวมาอังที่ปล่องควันเื่อดูสีของควันที่กลั่นตัวติดกระเบื้องเคลือบเป็นการตรวจสอบซ้ำ การวัดอุณหภูมิ
   ช่วงที่สอง อุณหภูมิ 300-400 องศาการสลายตัวทั้งหมดจะเสร็จสมบูรณ์ที่อุณหภูมิ 400 องศา
   ขั้นตอนการเปลี่ยนจากไม้เป็นถ่านนี้ ควันที่ออกมาจะประกอบด้วยสารประกอบต่างๆที่เกิดใหม่มากมายหลายชนิดจากการสลายตัวของไม้ด้วยความร้อนและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย

  ขั้นตอนที่ 3 การทำให้ถ่านบริสุทธิ์

   ถึงแม้ว่าขั้นตอนการเปลี่ยนไม้เป็นถ่าน จะเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้วที่อุณหภูมิ 400 องศา แต่ยังมีปริมาณคาร์บอนเสถียรต่ำ และยังคงมีน้ำมันดินเป็นส่วนประกอบในปริมาณสูงมาก หากนำไปใช้ประโยชน์จะได้ถ่านคุณภาพต่ำ และถ้านำไปประกอบอาหารปิ้งน้ำมันดินที่ยังคงค้างอยู่ในถ่านเมื่อถูกเผาไหม้ที่อุณหภูมิสูงกว่า 425 องศา(โดยปกติเตาจะมีอุณหภูมิประมาณ 500-600 องศา จะเกิดเป็นสารประกอบใหม่ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง ได้แก่ BENZOPYRENE AND DIBENZANTHRACENE ดังนั้นจึงต้องเพิ่มอุณหภูมิให้สูงโดยการปรับให้อากาศไหลเข้ามากขึ้น อุณหภูมิจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจาก 400-500 องศา แต่เนื่องจากอุณหภูมิด้านบนของเตาจะสูงกว่าอุณหภูมิที่พื้นเตาโดยใช้เวลานานพอสมควร ดังนั้นหากเร่งให้อากาศเข้าเร็วเกินไปเพื่อเพิ่มอุณหภูมิ กว่าอุณหภูมิที่พื้นเตาสูงถึง 500 องศา เพื่อไล่ให้น้ำมันดิน ออกจากถ่าน อุณหภูมิด้านบนของเตา ที่สูงถึง 700 องศาในเวลาที่เร็วเกินไปจะทำให้ไม้ด้านบนกลายเป็นเถ้าเสียก่อนดังนั้นจึงควรควบคุมอุณหภูมิ ด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง ในทางปฏิบัติเมื่ออุณหภูมิด้านบนเตาสูงถึง 700 องศา อาจสังเกตได้จากสีของควันเริ่มใส ผู้ควบคุมการผลิตถ่านจะปิดช่องอากาศเข้า แล้วรอให้ความร้อนถ่ายเทจากด้านบน ของเตาลงมาที่พื้นเตา อุณหภูมิในเตาจะใกล้เคียงกันทุกจุดประมาณ 500 องศาซึ่งในขณะนั้นจะไม่มีควันเหลืออยู่อีกแล้ว จึงปิดปล่องควัน
   ขั้นตอนการทำให้ถ่านบริสุทธิ์นี้ ควันที่ออกมาจะมีสารก่อมะเร็งปนออกมาด้วยเมื่ออุณหภูมิสูงกว่า 425 องศา ดังนั้นจึงไม่ควรเก็บควันในช่วงนี้เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ใดๆ ควรนำไปบำบัดก่อนทิ้งหรือนำเป็นเชื้อเพลิง
บันทึกการเข้า

มีเกิดก็ต้องมีดับ
pong2510
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 436


โลกสีเขียวยังมีอะไรให้เราเรียนรู้อีกเยอะ


« ตอบ #485 เมื่อ: เมษายน 23, 2014, 03:25:21 PM »

    ขั้นตอนที่ 4 การทำให้เย็น

    หลังจากปิดเตาทุกปล่องแล้ว ต้องปล่อยไว้ให้เตาเย็นจึงจะนำถ่านไม้ออกมาใช้งานได้ ก่อนจะเปิดเตาต้องให้อุณหภูมิในเตาต่ำกว่า 50 องศา  เพราะถ่านไม้อุณหภูมิ 60-70 องศา สามารถลุกติดไฟเองได้ ถ้าได้รับออกซิเจนจากอากาศ ดังนั้นการเปิดเตาต้องเริ่มเปิดที่ปล่องควันก่อนเพื่อระบายความร้อนและแก๊สที่ยังคงค้างอยู่ในเตาให้หมด หลังจากนั้นจึงเปิดหน้าเตา
   กระบวนการผลิตถ่านทุกขั้นตอน จะใช้เวลามากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความชื้นของไม้ฟืน การควบคุมอุณหภูมิ และขนาดของเตา หากเตามีขนาดใหญ่มากกระบวนการทุกขั้นตอนก็ใช้เวลามากด้วย

   ชนิดของเตาเผาถ่าน

1. เตาเผาถ่านระบบอุตสาหกรรม เป็นเตาผลิตถ่านที่มีวัตถุประสงค์ในการนำผลพลอยได้ไปเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมเคมี โดยนำควันที่เกิดขึ้นจากการเผาถ่านมาควบแน่น แล้วนำของเหลวที่ได้มากลั่นแบบลำดับส่วน โดยไม้ฟืน 1 ตัน จะให้ผลผลิตดังนี้


 -กรดน้ำส้ม                     50  กก.
 -เมธานอล                      16  กก.
 -อะซีโตนและเมทิลอะซีโตน     8  กก.
 -น้ำมันดินที่ละลายน้ำ         190  กก.
 -น้ำมันดินที่ไม่ละลายน้ำ        50  กก.
  เตาประเภทนี้มีจุดเด่นคือ มีกำลังผลิตสูง อาจสูงถึง 60 ตัน/วัน และยังสามารถนำวัสดุเหลือใช้จากการเกษตรและอุตสาหกรรมป่าไม้มาเป็นวัตถุดิบได้อีกด้วย แต่ปัจจุบันผลผลิตที่ได้ไม่สามารถแข่งกับผลผลิตที่ได้จากอุตสาหกรรมปิโตรเคมี จึงหยุดการผลิตและนำควันวนกลับมาเป็นเชื้อเพลิงในการเผาถ่านหรือนำไปเป็นเชื้อเพลิงสำหรับต้นกำเนิดพลังงานอื่นๆ

 2.เตาผลิตถ่านแบบดั้งเดิม สามารถแบ่งได้เ็น 3 ชนิด
ชนิดที่ 1 เตาหลุมหรือเตากลบ เป็นเตาชนิดแรกของโลกที่คงใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน
ชนิดที่ 2 เตาโลหะเป็นเตาขนาดเล็กสามารถโยกย้ายได้
ชนิดที่ 3 เตาดินหรืออิฐก่อ เตาชนิดนี้ได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องนับเป็นร้อยๆปีมาแล้ว ลักษณะที่ดีของเตาชนิดนี้ต้องประกอบด้วย
-เตาต้องผนึกแน่น มีช่องอากาศเข้าและปล่องควันออกเพียงอย่างละหนึ่งจุดเพื่อสะดวกในการควบคุมอุณหภูมิให้ได้ตามต้องการ
-ช่องใส่ฟืนหน้าเตา และช่องอากาศเข้า ต้องแยกออกจากกัน เพื่อความสะดวกและปลอดภัย
-ควรมีกำแพงกั้น ระหว่างไม้ฟืนกับห้องเผาไหม้
-ต้องมีหลังคาคลุมป้องกันฝน
-ต้องมีท่อระบายน้ำจากพื้นเตา
-ต้องมีรูปร่างที่สามารถกระจายความร้อนได้ทั่วถึง
-ต้องมีความสูงไม่มากนัก เพื่อไม่ให้อุณหภูมิด้านบนของเตาสูงกว่าอุณหภูมิที่มีพื้นเตามากนัก
-ช่องควันออกต้องอยู่เตากว่าระดับพื้นเตาและมีสัดส่วนเหมาะสมกับขนาดเตา
-ปล่องควันด้านล่างต้องใหญ่กว่าด้านบน เพื่อป้องกันควันย้อนกลับ
-ควรมีขนาดที่เหมาะสม มีรอบการเผาไม่นานนัก สามารถนำถ่านออกและใส่ไม้ฟืนเข้าได้เสร็จในเวลาสั้น
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 06, 2014, 07:01:37 PM โดย pong2510 » บันทึกการเข้า

มีเกิดก็ต้องมีดับ
pong2510
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 436


โลกสีเขียวยังมีอะไรให้เราเรียนรู้อีกเยอะ


« ตอบ #486 เมื่อ: เมษายน 23, 2014, 05:21:59 PM »


เทอร์โมมิเตอร์



ถังเก็บน้ำส้มควันไม้



การบันทึกอุณหภูมิ



เปิดประตูให้อากาศเข้า





คนนำถ่านขาวออกต้องใส่ชุดกันความร้อน







« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 23, 2014, 05:25:46 PM โดย pong2510 » บันทึกการเข้า

มีเกิดก็ต้องมีดับ
pong2510
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 436


โลกสีเขียวยังมีอะไรให้เราเรียนรู้อีกเยอะ


« ตอบ #487 เมื่อ: เมษายน 28, 2014, 05:45:15 PM »

ลากถ่านแดงๆนำออกเทใส่กองขี้เถ้าแล้วกลบด้วยขี้เถ้าอีกที่จึงทำให้เป็นที่มาของถ่านขาว







« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 28, 2014, 09:21:12 PM โดย pong2510 » บันทึกการเข้า

มีเกิดก็ต้องมีดับ
pong2510
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 436


โลกสีเขียวยังมีอะไรให้เราเรียนรู้อีกเยอะ


« ตอบ #488 เมื่อ: เมษายน 28, 2014, 05:56:32 PM »


  เมื่อถ่านดับสนิทแล้วอุณหภูมิลดลงก็ทำการขุดมาร่อนขี้เถ้าออกและบรรจุถุงขายเป็นถ่านปิ้งย่างไร้ควันลดสารก่อมะเร็ง
แต่มันง่ายไปยังมีวิธีการต่อยอดน้ำส้มควันไม้และถ่านขาวมีประโยชน์มากกว่านั้นอีกครับ












« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 28, 2014, 09:21:48 PM โดย pong2510 » บันทึกการเข้า

มีเกิดก็ต้องมีดับ
sittichokesaythong
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 391


« ตอบ #489 เมื่อ: พฤษภาคม 01, 2014, 03:12:49 PM »

ขอตามอ่านครับพี่


Liked By: yudhapol, TAWUN
บันทึกการเข้า
pong2510
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 436


โลกสีเขียวยังมีอะไรให้เราเรียนรู้อีกเยอะ


« ตอบ #490 เมื่อ: พฤษภาคม 01, 2014, 06:51:10 PM »

ขอตามอ่านครับพี่

ครับ ตามอ่านที่เฟสบุ๊ค กันตพัฒน์ มหาเดร์ก็ได้ครับ


Liked By: yudhapol, TAWUN
บันทึกการเข้า

มีเกิดก็ต้องมีดับ
sittichokesaythong
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 391


« ตอบ #491 เมื่อ: พฤษภาคม 01, 2014, 08:47:02 PM »

แฟนพันธุ์ แท้ครับพี่     ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ


Liked By: yudhapol, TAWUN
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 [31]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: