หน้า: 1 ... 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 [31] 32 33 34 35 36 37 38 39   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันสุดท้าย สุดทางฝัน  (อ่าน 295554 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 754


« ตอบ #480 เมื่อ: กันยายน 21, 2015, 08:04:00 PM »

แล้วก็ถึงเวลาขอคืนพื้นที่ป่าเห็ดจากดงหญ้าขจรจบเสียที ได้มีวันหยุดติดกัน 4 วันแต่หลายสิ่งหลายอย่างไม่เอื้ออำนวยนัก ทั้งสภาพอากาศ ธุระต่างๆ วิถีประจำวัน  โกรธ จึงทำให้มีเวลาตัดหญ้าเต็มที่เพียง 1 วันเท่านั้น เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่หวังสิ่งที่เราต้องทำคือ "ทำใจ" ครับผม  ยิงฟันยิ้ม  ทำใจและปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์  "ใช้ชีวิตให้เป็นสุขและอย่าเบียดเบียนใคร" นี่มิใช่หรือสิ่งที่เราควรมอบให้แก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน



เมื่อเหลียวมองจากไกลๆดูเหมือนจะไม่เป็นงานหนักนักแต่พอก้าวย่างเข้าสู่พื้นที่แล้ว ผมนี่ ถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง ระหว่างตัดหญ้าบางชั่วขณะถึงกับคิดว่า "ทำไมตรูต้องมาตกระกำลำบากขนาดนี้ด้วยฟะ"  โกรธ





หนึ่งในสองวันที่ได้เข้าสวนตัดหญ้า วันแรกอุปสรรคคือเครื่องตัดหญ้าไม่ติด 1 เครื่องต้องเสียเวลาซ่อมเป็นชั่วโมง พอตัดหญ้ากำลังได้ที่ฟ้าก็ส่งฝนลงมาสกัดดาวรุ่งซะงั้น จึงได้งานเพียงครึ่งวันครับผม





วันที่สองตั้งใจซัดกับดงหญ้าเต็มเหนี่ยว แต่เสมือนฟ้าแกล้งเมื่อทราบข่าวว่าต้องมีประชุมช่วงบ่าย(ทั้งที่อยู่ในวันลาพักร้อน) จึงตัดหญ้าเพิ่มได้อีกครึ่งวันเช่นเคย ก็ว่ากันไปครับ  ยิงฟันยิ้ม





ต้องขอบคุณตัวละครลับจริงๆ  อายจัง ที่ช่วยแบ่งเบาภาระงานสวนผมได้เยอะในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมา งานนี้ต้นไม้ยังถูกตัดไปหลายต้นเพราะความ(อภิมหาอุลตร้าสเปเชี่ยล)รกของดงหญ้านั่นเอง

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 26, 2017, 03:21:48 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า

nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 754


« ตอบ #481 เมื่อ: กันยายน 27, 2015, 03:46:58 PM »

ปีนี้ฝนแล้ง... จึงส่งผลให้กล้วยน้ำว้าราคาดีอย่างยิ่ง เท่าที่ผมสอบถามบรรดาพ่อค้ารับซื้อกล้วยพวกเขาบอกว่าพอไปส่งแถบจังหวัดทางภาคอีสาน(เมืองเลยก็อยู่ภาคอีสานนี่หว่า  ยิงฟันยิ้ม ) หากขนกล้วยไปเต็มรถวิ่งแค่เดือนละ 2 เที่ยวก็ได้รายรับมากกว่าเงินเดือนผมแล้ว ดูเหมือนว่าหากเรายังไม่สามารถหาตลาดเองหรือตัดพ่อค้าคนกลางออกไปได้ ผลกำไรส่วนใหญ่มักจะตกอยู่ในมือพวกเขาเหล่านั้นนั่นเอง

ผมไม่ได้มีอคติต่อบรรดาพ่อค้าคนกลางนะครับเพราะถือว่าต่างคนต่างหาอยู่หากินไปตามความถนัด ตามช่องทาง ตามวิถีของแต่ละคนเช่นกัน สถานการณ์สวนกล้วยน้องเม็ดทรายตอนนี้ผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการครับ แค่ส่งแม่ค้าที่นำไปแปรรูปในพื้นที่ก็ตัดส่งให้ไม่ทันแล้ว พวกพ่อค้าแม่ค้ารับซื้อกล้วยก็โทรมาแล้วโทรมาอีก จนถึงตอนนี้กล้วยเรายังไม่ผ่านพวกเขาเหล่านั้นเลย

แต่คาดว่าปีหน้าราคากล้วยน้ำว้าจะต่ำลงมาอีกเพราะดูเหมือนว่าใครๆก็ปลูกกล้วยกันทั้งนั้นในปีนี้ ที่สวนเราก็พยายามแยกหน่อปลูกไปเรื่อยๆ หากไม่คิดน้ำแรงที่เสียไปตลอดปีที่ผ่านมาถึงตอนนี้เราก็ได้ค่าหน่อกล้วยคืนแล้วครับ ไม่ว่าราคาจะเป็นอย่างไรก็คงไม่เดือดร้อนแล้วนับจากนี้ไป เพราะขนาดตอนนี้ผมยังไม่ได้จำหน่ายในราคาสูงสุดที่มีคนเสนอมาเลย "ผลผลิตสวนนี้จะขายให้ใครขึ้นอยู่กับความพอใจของเจ้าของสวน" ครับผม  ยิ้ม (ราคาที่พ่อค้ารับซื้อกล้วยเสนอมาเหมาเครือไม่นับหวีตีนเต่า หวีละ 12 บาท แต่ตอนนี้เราส่งแค่หวีละ 10 บาท ไม่นับหวีตีนเต่าเช่นกัน)



ฝนที่ตกลงมาหลายวันก่อนส่งผลให้น้ำคลองเหมืองยังไหลรินอยู่ เมื่อมีเวลาเข้าสวนผมก็แอบแบ่งน้ำเข้าแปลงปลูก ฝรั่ง-น้อยหน่า บ้างในช่วงนี้เพราะน้ำเหมืองที่ไหลผ่านสวนไกลไปยังนาชาวบ้านดูเหมือนจะเกินพอแล้ว




การปลูกต้นไม้ด้วยเมล็ดที่เราเพาะเองเป็นอีกงานอดิเรกอย่างหนึ่งที่น่าอภิรมย์อย่างยิ่ง เพราะเราได้เลือกแล้วซึ่งผลไม้ที่เรากินเข้าไปว่ารสชาติถูกปากไหม ถึงแม้การปลูกต้นไม้ด้วยการเพาะเมล็ดจะมีความเสี่ยงต่อการกลายพันธุ์ผมก็หาได้ใส่ใจนัก ว่าแต่ว่าต้นไม้ที่เห็นในภาพนี่... "ต้นอะไรหว่า จำมิได้แล้วตรู"  ยิงฟันยิ้ม





น้อยหน่าต้นนี้เกิดจากการเพาะเมล็ด เพาะเป็นร้อยๆเมล็ดได้มาแค่ต้นเดียว  โกรธ  ปรกติน้อยหน่านี่เพาะเมล็ดง่ายดายอย่างยิ่งแล้วรอบนี้ทำไมไม่เป็นเช่นนั้น โปรดสังเกตที่ใบครับผม ต้นนี้เป็นหนึ่งเดียวที่เราได้จากเมล็ดน้อยหน่าสายพันธุ์ "เพชรปากช่อง" ที่ซื้อมากิน ก็ไม่รู้ว่าพอมันโตแล้วผลจะเป็นอย่างไร จะดีขึ้นหรือแย่ลง(จากคำแนะนำการปลูกน้อยหน่าพันธุ์เพชรปากช่องนิยมปลูกด้วยกิ่งทาบ) การรอคอยสิ่งที่ธรรมชาติสรรสร้างนี่มันน่าติดตามจริงๆครับท่าน





ลักษณะใบของน้อยหน่าทั่วไปปลายใบจะเรียวแหลมเล็กน้อยเช่นภาพนี้ แต่สำหรับน้อยหน่าสายพันธุ์เพชรปากช่องลักษณะใบจะเป็นกลมๆมนๆ เช่นภาพก่อนหน้านี้ครับผม





คุณ suteera เซียนกล้วยแห่งเวบ กพพ. เราเคยกล่าวเอาไว้ "ปลูกกินไม่ยาก ปลูกขายไม่ง่าย" หากไม่ได้ทำการปลูกกล้วยเยอะขนาดนี้เราคงไม่ได้คำตอบเป็นแน่ครับผม ตอนนี้กล้วยน้ำว้าในสวนเราเริ่มแสดงอาการโรค "ตายพราย" หลายกอแล้ว กอนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น เมื่อไม่มีเวลาขุดทิ้งทำลายก็ได้แต่เฝ้ามองกันต่อไป ตอนนี้ทำใจได้แล้วครับหวังผลผลิตจากกล้วย 5 ปีเป็นพอ  ยิงฟันยิ้ม





งานหนักสุดของปีนี้คือการ "ขอคืนพื้นที่ป่า จากดงหญ้าขจรจบ(ที่สูงท่วมหัว)" นั่นเอง เมื่อไม่มีเวลางานจึงค่อยๆคืบหน้าเพียงวันละหน่อย หากเป็นวันหยุดก็มีเวลาไม่กี่ ชม. เพราะต้องดูแลเด็กหญิงด้วย(จริงๆแล้วเป็นข้ออ้างของการแอบอู้เพราะตอนบ่ายอากาศร้อนมากถึงมากที่สุดนั่นเอง)   ขอให้สนุกกับการปลูกต้นไม้กันนะครับ ยิงฟันยิ้ม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 26, 2017, 03:23:54 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
ผู้หมู่วุฒิฅนขอนแก่น
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1060


« ตอบ #482 เมื่อ: กันยายน 28, 2015, 03:50:59 PM »

เท่าที่ผมอ่านมา เขาว่าเพชรปากช่องมัน เป็นลูกผสมพันธ์อะไรจำไม่ได้ ละในฐานที่เข้าใจเนาะ เพาะเมล็ดมันทำให้กลายพันธ์ได้ง่ายนะครับ ใช้วิธีเสียยอดจะดีกว่า ผมว่าจะหามาปลูกอยู่ครับ ตอนนี้ที่สวนมีแต่ พันธ์ หนังกับพันธ์พืนบ้าน หน้อยหน่า ก็ซื้อจาก ร้านแถวๆๆอุทยาน ขากลับจากเมืองเลยนี้ละครับ



nomadic_man ใช่แล้วครับคุณวุฒิ เรื่องกลายพันธุ์จากการเพาะเมล็ดของน้อยหน่าเพชรปากช่องจะมีโอกาสสูงมากที่เป็นทางด้อย ผมเองก็นำต้นน้อยหน่าสายพันธุ์เพชรปากช่อง(จากกิ่งทาบหรือแบบเสียบยอดไม่แน่ใจนัก) มาปลูกที่สวนเช่นแต่จำนวนไม่มากเพราะมันแพง...  โกรธ ส่วนต้นเพาะจากเมล็ดที่โผล่มาได้ยังไงไม่ทราบ 1 ใน 100(จริงๆงอกหลายต้นแต่ตายไปจนหมดเหลือต้นเดียว) ถือว่าเป็นของขวัญจากธรรมชาติก็แล้วกันครับผม แค่อยากรู้ว่ามันจะติดลูกไหม ติดแล้วจะเป็นอย่างไร แค่นี้ก็สุขใจแล้วครับกับการรอคอย  ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 28, 2015, 08:38:00 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า

สวนเป็นต่อพอเพียง 
ตำบลคึมชาด  อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 754


« ตอบ #483 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2015, 08:43:58 PM »

ผ่านมาสัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่างานตัดหญ้าพื้นที่ป่าเห็ดแห่งสวนไกลก็ยังไม่แล้วเสร็จเสียทีเนื่องจากหญ้าสูงมาก สูงท่วมหัวขนาดยื่นมือขึ้นจนสุดยังไม่สูงเท่ายอดหญ้าเลย  ยิงฟันยิ้ม จะใช้งานตัวละครลับให้ลุยเดี่ยวก็ดูเหมือนหนักหนาสาหัสจนเกินไปเพราะพื้นที่ไม่ค่อยเรียบ เป็นหลุมเป็นบ่อแถมยังลาดเอียง ก็ว่ากันไปครับผม วันไหนๆหากว่างตัวละครลับยังเข้าสวนตัดหญ้าให้เช่นเคย เมื่อเวลาไม่เคยพอสำหรับงานตัดหญ้า(ยิ่งตัดยิ่งงอกเงย) ในพื้นที่ปลูกฝรั่ง-น้อยหน่าผมจึงให้เขาตัดหญ้าแต่เพียงบนคันดินเป็นพอ




คนทำนายังมีสูตรแกล้งข้าว ทำนาข้าวให้แห้งสลับเปียก ผมจึงเอาบ้างตัดหญ้าแกล้งต้นไม้ ตัดแบบ "หญ้ารกน้อยสลับหญ้ารกมาก" ครับผม  ยิงฟันยิ้ม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 26, 2017, 03:25:08 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 754


« ตอบ #484 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2015, 01:20:05 PM »

วันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาผมมีเวลาเข้าไปพัฒนา 1 วันครึ่ง จึงไม่รีรอที่จะชักชวนตัวละครลับเข้าไปตัดหญ้าให้แล้วเสร็จในพื้นที่สวนไกล ก็ได้แต่หวังว่างานสวนในแนวทางนี้(กระทำให้น้อยที่สุด)จะค่อยๆลดลงเรื่อยๆเมื่อเวลาผันผ่าน ช่วงตั้งไข่เช่นนี้จึงต้องกัดฟันสู้ครับผม





สวนไกลเรามี "สามเหลี่ยมทองคำ" ด้วย  ยิงฟันยิ้ม ในตอนซื้อที่สวนไกลหนแรกเมื่อเรารู้ว่าได้ที่ดินฝั่งนี้(ทั้งหมด16 ไร่ ซื้อแล้วแบ่งกันคนละครึ่งกับรุ่นพี่) พอผมเดินมาเห็นทางแยกของลำเหมืองที่ชาวบ้านอาศัยใช้น้ำจากภูเขาผ่านไปลงในนา ผมไม่ต้องคิดอะไรมากเลยกับการแบ่งโซนปลูกต้นไม้เพราะพื้นที่ถูกกำหนดไว้เอาแล้วนั่นเอง




พื้นที่ส่วนนี้ในปีแรกเราไม่ได้กระทำอะไรเนื่องจากเวลาไม่เอื้ออำนวย ผ่านมาปีนี้พอสบโอกาสจึงปรับพื้นที่เป็น "swale ลักไก่" นั่นเอง  ยิงฟันยิ้ม เพื่อปลูกฝรั่ง-น้อยหน่า แต่ก็ไม่เต็มพื้นที่ทั้งหมดยังมีที่ว่างเหลืออยู่เล็กน้อยสำหรับความใฝ่ฝันอันสูงสุดของกระผมนั่นก็คือ.... เอาเป็นว่าปีหน้าค่อยว่ากันครับท่าน





พื้นที่ส่วนนี้คือโครงการ "ปลูกป่าไว้หาเห็ด" นั่นเอง ภายหลังตัดหญ้าจนเกือบแล้วเสร็จต้นไม้ที่ปลูกไว้ก็ค่อยๆโผล่หน้าออกมาให้ยลโฉมกันบ้าง มีหลายต่อหลายต้นที่ตายไป และอีกมากมายที่โดนคมมีดตัดหญ้า บางต้นโดนทุกรอบไม่รู้มันจะโชคร้ายอะไรกันนักหนา  โกรธ





มีโคกแล้วต้องมีหนองตามมา(เสียดายพื้นที่ไม่เหมาะสมจึงไม่มีนา) สระน้ำปีนี้ปริมาณน้ำล้นปรี่จนไหลออกทางท่อระบายไปเรียบร้อย ไหลไปเป็นวันถึงค่อยได้ติดตาข่ายกั้นปลาออกที่ปากท่อ ไม่รู้ว่าออกไปกันขนาดไหนแล้วปลาเนี่ย ยิ่งมีน้อยๆอยู่  ยิงฟันยิ้ม





พื้นที่ลาดต่ำต่อจากสระน้ำคือป่ากล้วยนั่นเอง ปีนี้กล้วยกำลังจะยืนต้นตายไปหลายกอเพราะน้ำที่ซึมออกมาอยู่ตลอดจะเป็นเดือนแล้ว กำลังคิดอยู่ว่าอีกสัก 2-3 ปี พอกล้วยขึ้นโคนจะปรับเป็นนาขั้นบันไดดีไหมนะ..."ถามเธอหรือยัง" "ยังครับ" ผมถามเองตอบเองในใจ  ยิงฟันยิ้ม





พื้นที่ส่วนที่เหลือคือ "ดงตะขบ" เอ๊ย สวนผักหวานป่า(ในอนาคต) ภายหลังตัดหญ้าเสร็จเรียบร้อยจึงดูเป็นผู้เป็นสวนขึ้นมาเยอะเลย จนถึงขนาดที่ตัวละครลับเอ่ยปากว่า "มาทำสวนเป็นปีแล้วพึ่งมีวันนี้แหละที่ดูเป็นสวนกับเขาหน่อย"  ยิงฟันยิ้ม





ท้ายที่สุดหากทุกอย่างเป็นไปตามที่คาดหวัง ที่ว่างตรงจุดนี้จะเป็น "ตูบน้อยแห่งสวนไกล" ครับผม  ยิ้ม





สองสามวันนี้พื้นที่ อ.ด่านซ้ายชุ่มฉ่ำอยู่ไม่น้อยเนื่องด้วยได้รับอิทธิพลจากพายุที่ขึ้นฝั่งอยู่แดนไกลและร่องความกดอากาศต่ำที่พาดผ่าน จึงทำให้เริ่มมีเห็ดป่าออกมาให้เก็บอีกครั้ง สอบถามจากรุ่นพี่เซียนเห็ดได้ความว่า "หลอยเข้าป่าไปลักเห็ดลงมากินได้หลายเติบมาหลายมื้อแล้ว"(แอบเข้าป่าไปหาเก็บเห็ดมากินได้หลายครั้งแล้ว) ผมก็ได้แต่ลอบถอนหายใจเบาๆเพราะช่วงนี้หากจะเข้าป่าก็คงไม่มีเวลาตัดหญ้าให้สวนนั่นเอง ว่าแล้วเย็นวันนี้ก็กัดฟันนำต้นไม้เข้าไปปลูกซ่อมอีกจำนวนหนึ่ง(เพราะใจอยากเข้าป่าไปหาเห็ดมากกว่า  โกรธ )





สองสามวันที่ผ่านมาหากผมเลือกที่จะเข้าป่าเพื่อหาเห็ดหาหน่อไม้พื้นที่ป่าเห็ดคงไม่มีสภาพเช่นนี้ "เพราะชีวิตเราไม่อาจโอบกอดไว้ได้ซึ่งทุกอย่าง ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกเหนี่ยวรั้งสิ่งใดเอาไว้"





ผมชอบแหงนหน้ามองฟ้า... ฟากฟ้าแปรเปลี่ยนได้เสมอ ใครบางคนเคยบอกเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว "ฟ้ายังมีที่ว่างให้เธอวาด"

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 26, 2017, 03:29:19 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 754


« ตอบ #485 เมื่อ: ตุลาคม 09, 2015, 09:55:04 PM »

ในวันที่ฉันลืมตาดูโลกเป็นครั้งแรก ฉันรู้ได้ทันทีว่าฉันต้องกิน
กินใบไม้ กินใบหญ้า กินใบหม่อน กินใบอะไรก็ได้ที่ขวางหน้า
พวกเพื่อนๆของฉันก็เช่นกัน
ทุกๆวันเราต่างต้องกิน... แล้วก็กิน
หลายวันก่อน
ระหว่างที่ฉันหยุดพักและเหลียวมองพวกเขา
ภาพที่เห็นทำให้ฉันเกิดความสงสัย
จากนั้นฉันก็ถามพวกเขาตัวแล้วตัวเล่า
ด้วยคำถามเดียวกัน
“ก็ไม่เห็นจะแปลกตรงไหนนี่ ใครๆเขาก็กินกัน” ตัวที่มักหากินอยู่ข้างๆฉันตอบ
“มันก็อร่อยดีนี่”
“ก็มันสะดวกดีไง อยู่ตรงไหนก็กินมันตรงนั้นแหละ”
...

ภายหลังที่ฉันถามพวกเขาบ่อยๆด้วยคำถามเดิม พวกเขาก็เริ่มมองฉันแปลกไป
จากนั้นไม่นาน บางตัวก็เริ่มเปลี่ยนแปลง
ค่อยๆหยุดนิ่ง... และถักทอบางสิ่งห่อหุ้มตนเองเอาไว้
แต่ก็ไม่เป็นที่สนใจมากนัก เพราะทุกตัวต่างก็ก้มหน้าก้มตากิน กิน แล้วก็กิน
แล้วไม่นานพวกเราก็เหลือน้อยลงเรื่อยๆ
ไม่มีใครบอกได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกที่เปลี่ยนแปลง
เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมักเกิดขึ้นอย่างเงียบงันภายใต้ความมืด
แต่ฉันคิดว่าคงไม่มีใครใส่ใจมากกว่า
ในค่ำคืนหนึ่งที่ฉันฝันร้าย
ฉันฝันว่าบังเอิญตื่นขึ้นมาตอนกลางคืน
แล้วพบว่าพวกเขา พวกที่เปลี่ยนแปลงกลายเป็นอะไรก็ไม่รู้
ดูช่างน่ากลัวและทุกข์ทรมานเหลือเกิน
...
...
หลังจากนั้น
ฉันเลือกที่จะค่อยๆลิ้มลองรสชาติและเรียนรู้ที่จะชอบในสิ่งที่กิน
ฉันเริ่มกินน้อยลง แต่เดินทางไกลมากขึ้น
...
...
เพราะฉันเชื่อมั่นว่า
ฉันจะเป็น ในสิ่งที่ฉันกิน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 10, 2015, 11:12:19 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 754


« ตอบ #486 เมื่อ: ตุลาคม 10, 2015, 11:11:04 AM »

สองสามวันที่ผ่านมายังพอมีเวลาว่างช่วงเย็นวันละ 1 ชม. ก็ยังดีกว่าไม่มีแล้วกัน  ยิงฟันยิ้ม กิจกรรมในช่วงนี้ยังเป็นเช่นเดิมคือนำต้นไม้เข้าไปปลูกที่สวนไกล ส่วนใหญ่ก็ปลูกทดแทนต้นที่ตาย ต้นไม้ส่วนใหญ่ที่นำไปปลูกเกิดจากการเพาะเมล็ดเองแทบทั้งสิ้น เช่น ไผ่ เสี้ยว นางพญาเสือโคร่ง... มีบ้างที่ซื้อมาจากร้านต้นไม้แต่ก็ต้นละไม่เกิน 10 บาท เช่น มะขามป้อม มะกอกป่า สะเดา... และมีอีกกลุ่มที่ไปขอมาจากศูนย์เพาะพันธุ์กล้าไม้ อ.หล่มสักเมื่อปีที่แล้วแต่ไม่ได้ปลูกลงดินเสียทีคือ ต้นชิงชันนับ 10 ต้น ซึ่งดูแล้วโอกาสรอดน้อยเต็มทีเพราะรากขดในถุงจนไม่รู้จะขดยังไงแล้ว  โกรธ ก็ว่ากันไปครับผม ขอให้สนุกกับการปลูกต้นไม้กันนะครับ





"สนใจอยากได้ต้นไม้อะไรเป็นพิเศษไหมครับ" เสียงรุ่นพี่ที่สนิทกันผู้หนึ่งสอบถามมาทางโทรศัพท์ เมื่อเขาต้องแวะเวียนมา อ.ด่านซ้ายด้วยหน้าที่การงาน ผมจึงไม่รอช้าเลยลองสั่งต้นไม้ชนิดหนึ่งผ่านเขาดู ไม่ผิดหวังได้มาสมใจหมายกับต้นไม้กลุ่มนี้ซึ่งไม่แน่ใจว่าโชคดีหรือร้ายที่ต้องมาอยู่ในการทดลองปลูกแบบเล่นๆของผม(แค่คิดก็สนุกจนอดใจไม่ไหวแล้ว) แต่คงต้องรอให้เขาปรับตัวสัก 2-3 เดือนเสียก่อนจึงเปลี่ยนถุงไว้เรียบร้อยแล้ว คาดว่าคงจะเปิดตัวในไม่ช้านี้ ยิงฟันยิ้ม ว่าแล้วก็เลยพารุ่นพี่เที่ยวชมบรรยากาศสวนป่า(เห็ด)ในอนาคตกันครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 26, 2017, 03:31:07 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
บ่าววี-สวนแห่งฝัน
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 516



« ตอบ #487 เมื่อ: ตุลาคม 10, 2015, 02:43:05 PM »

สวัสดีคับ ยิ้มเท่ห์
เข้ามาแวะชมสวนเกษตรชาวเมืองเลยคับ ใจสู้+มุ่งมั่น=ทำได้  คับ อายจัง
สะออนป่าเห็ดจังเลยคับ ได้กินก่อนใครอื่น เพราะมีป่าเห็ดส่วนตัวเลย  ยิงฟันยิ้ม



nomadic_man ขอบคุณครับที่แวะมา  ยิ้มเท่ห์ ตอนนี้ที่บ้านสวนก็พอมีเห็ดออกมาให้เก็บบ้าง ทั้งเห็ดโคน เห็ดเครื่อง แต่ไม่ใช่เชื้อเห็ดที่ผมนำไปเติมหรือทดลองครับ คาดว่าน่าจะเป็นเชื้อเห็ดประจำถิ่นอยู่แล้ว พอสภาวะเหมาะสมโดยผมไม่ได้รบกวนผืนดินตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ไม่มีการไถพรวน ไม่ใส่สารเคมีทุกชนิด มีเคยใช้น้ำหมักชีวภาพบ้างแต่น้อยครั้งและตอนนี้เลิกไปแล้ว(เพราะขี้คร้านจะทำ) มีเพียงเติมปุ๋ยคอกและหากิ่งไม้ใบหญ้ามาใส่บ้าง ผมจึงเชื่อว่าระบบนิเวศของดินเริ่มกลับมา(จากเดิมที่เป็นดอยหินแห่) เพราะเชื้อราคือผู้ย่อยขั้นสูงของระบบนิเวศ เห็ดคือดอกผลของสายราที่โยงใยเมื่อมีเห็ดเกิดขึ้นย่อมบ่งบอกถึงการหมุนเวียนแร่ธาตุได้อย่างสมดุลนั่นเอง ในส่วนของการปลูกป่าไว้หาเห็ดคงต้องรอดูผลอีกสัก 4-5 ปีข้างหน้ากันละครับว่าจะเป็นเช่นไร ไม่ได้เห็ดเราก็หาได้เสียหายอะไรใช่ไหมครับ เพราะต้นไม้ยิ่งมีคุณค่ามากขึ้นเรื่อยๆเมื่อเวลาผ่านไปนั่นเอง  ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 16, 2015, 10:32:52 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า

สุขสำราญฟาร์ม-สวนแห่งฝัน สวรรค์บนดิน
เกษตรอินทรีย์ วิถีพอเพียง
ติดแคมป์โคขุนโพนยางคำ อำเภอเมือง จ.สกลนคร
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 754


« ตอบ #488 เมื่อ: ตุลาคม 13, 2015, 12:43:32 AM »

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีเวลาว่างครึ่งวัน แต่เนื่องด้วยสภาพอากาศที่ฟ้าครึ้มฝนตกอยู่ตลอดจึงทำให้ผมทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการเดิมชมสวนเล่น เริ่มด้วยบ้านสวนครับ อย่างที่เห็นในภาพฝนตกมากสลับฝนตกน้อยอยู่ตลอดทั้งวันขนาดหมายังขี้เกียจเลยนับประสาอะไรกับผมเนอะ  ยิงฟันยิ้ม





ดอกปีบที่บ้านสวนเบ่งบานแล้วและบางส่วนเริ่มร่วงโรย เห็นดอกปีบทีไรผมนึกถึงสมัยเรียนมหาวิทยาลัยทุกที ใกล้เข้าฤดูหนาวแล้วสินะ...





ช่วงนี้เห็ดป่าที่เขต จ.เลย(รวมถึง อ.ด่านซ้ายด้วย) กำลังออกอีกชุด ผมไม่มีโอกาสขึ้นป่าเลยเพราะต้องเข้าสวนตัดหญ้า ปลูกต้นไม้ บ่ายเมื่อวานพอสบโอกาสเดินเล่นที่บ้านสวน ก็พบเห็ดขึ้นประปรายครับผมจะเก็บมาก็พอกะเทิน(ครึ่งๆกลางๆ) จึงปล่อยมันไว้อย่างงั้นแหละ





ดูสิ... ท้องฟ้าหม่นเมฆเช่นนี้ทำให้ผมเศร้าสร้อยจนไม่อยากเก็บเห็ดสักดอกเลย(ว่าไปนั่น  ยิงฟันยิ้ม ) เห็ดโคนปีนี้ขึ้นที่บ้านสวนหลายชุดแล้ว ดอกที่เห็นในภาพเป็นหนึ่งในเกือบสิบดอก จะเก็บมาก็พอกะเทินจริงๆ





ไปต่อกันที่สวนล่างครับผม สภาพส่วนใหญ่ความรกของหญ้าเริ่มลดน้อยถอยลงในเขตดงตะขบ แต่ในส่วนป่าเห็ดที่ปลูกเพิ่มเติมยังรกอย่างที่เห็น สงสัยผมจะกลัวรกไม่พอเลยเอาฟักทองมาปลูกด้วยซะเลย ฮ่า ฮ่า





ต้นไม้ป่าเห็ดรุ่นทดลองกลุ่มแรกๆสูงท่วมหัวแล้วครับ... อยากทราบเคล็ดลับไหมว่าทำไมมันโตเร็วอย่างนี้ ผมจะบอกให้อย่าไปเล่าให้ใครฟังนะ "เคล็ดลับง่ายๆ รีบปลูกต้นไม้กันได้แล้วครับ"  ยิงฟันยิ้ม





มีใครเห็นความเปลี่ยนแปลงของสวนล่างกันบ้างไหม... ถูกต้องแล้วครับที่ข้างๆกำลังจะมาสร้างลานรับซื้อหัวมันข้างสวนล่างครับผม  โกรธ





"โทรหาทำไมน้อ" เสียงผมสอบถามเซียนเห็ดรุ่นพี่ที่โทรหาแต่ผมรับสายไม่ทัน "บ่มีหยัง เห็ดโคนออกเด้อ" "แม่นบ้... ครับๆ เย็นนี้ผมว่าจะขึ้นไปสืบดูอยู่" ว่าแล้วก็ไม่รอช้าพอเลิกงานรีบชวนเซียนเห็ดรุ่นน้องขึ้นป่าทันที เพราะปีนี้ยังไม่ได้กินแกงเห็ดโคนกันเลยครับ ก็พอมีโชคกับเขาอยู้บ้างเด้อแลงนี้  ยิงฟันยิ้ม





ปัญหาเพียงอย่างเดียวก็คือผมต้องอยู่บ้านคนเดียวในวันนี้... หาเห็ดมาแล้วใครจะล้างใครจะแกง ก็ผมไง  โกรธ  โกรธ กว่าจะล้างเสร็จก็สองทุ่มครึ่งแล้ว แกงเห็ดวันนี้จึงใส่เกลือนิด น้ำปลาหน่อย ก็พอกินได้ครับท่าน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 26, 2017, 03:33:41 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 754


« ตอบ #489 เมื่อ: ตุลาคม 13, 2015, 11:12:16 PM »

บ่ายวันที่แดดทอแสงจางๆและสายลมหนาวหวนมาทักทายอย่างแผ่วเบา ผมเหลียวมองฟากฟ้าผ่านหน้าต่างห้องทำงานพร้อมครุ่นคิดไม่ตก... เย็นวันนี้จะไปทำอะไรดีนะ ป่าเห็ดที่มืดค่ำก่อนได้สำรวจทั่วถึงเมื่อเย็นวานกวักมือเรียกหา สวนไกลก็เร่งเร้าให้เข้ามาตัดเถาวัลย์ที่เกี่ยวพันต้นไม้อยู่ ไหนจะกล้วยที่เริ่มแก่จนมีบ้างสุกคาเครือเสียแล้ว ต้นไม้ก็ยังปลูกซ่อมได้ไม่หมด เฮ้อ ดูเหมือนว่ายามที่ลมหนาวหวนคืนมาทีไร จิตใจเป็นไม่อยู่กับเนื้อกับตัว "ใจจรหมอนหมิ่นอย่างนี้แหละหนา แก้ยังไงก็ไม่ตกสักที" ใครบางคนเคยว่าเอาไว้



ขอบฟ้าและหนทางยังเหนี่ยวรั้งจิตใจอยู่มิคลาย สำหรับผมแล้วการร่อนเร่เดินทาง(เท่าที่ผ่านมา)จุดหมายอาจไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะสายลมที่พัดผ่าน หมู่เมฆที่ล่องลอย หรืออาจเพียงริ้วลายการซ่อมผิวถนนที่ผ่านพบ ก็เพียงพอที่จะเติมเต็มบางส่วนที่แหว่งวิ่นของหัวใจพเนจรได้บ้าง





เห็นภาพนี้ก็รู้แล้วใช่ไหมว่าเย็นนี้ผมเลือกกระทำอะไร... "เลือกเพราะอะไร" หรือ "ทำไมถึงเลือก" สิ่งใดกันสำคัญกว่า





ท้ายที่สุด... วันนี้หาเห็ดมาแล้ว ยังต้องล้างเอง แกงเอง เช่นเดิมครับท่าน  ยิงฟันยิ้ม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 26, 2017, 03:34:58 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
tumtump
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1553


« ตอบ #490 เมื่อ: ตุลาคม 13, 2015, 11:22:24 PM »

มีโอกาสจะขอไปเรียนวิชาเห็ดนะครับ  สารภาพว่าโตจนป่านนี้ยังไม่รู้เลยว่าเห็ดป่าอะไรกินได้ กินไม่ได้



nomadic_man ยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ อ.ตั้ม หากผ่านมาเที่ยวแถบนี้พอมีเวลาว่างก็แวะเยี่ยมหากันได้ครับผม ผมเองยังมีความคิดเลยว่าวันใดหากโอกาสเอื้ออำนวย จะไปขอฝากตัวเป็นศิษย์ทางด้านช่างไม้กับ อ.ตั้มเสียหน่อย ถึงหน้ากับหุ่นจะไม่ให้แต่ใจเริ่มรักแล้วครับ  ยิงฟันยิ้ม ผมเชื่อว่าเราเรียนรู้ได้หากเรามีความตั้งใจจริง หลายวันก่อนมีโอกาสได้ดูหนังญี่ปุ่นเรื่อง "Wood job" เกี่ยวกับชายหนุ่มบังเอิญสมัครเข้าไปอยู่และเรียนรู้งานตัดไม้(ซึ่งไม่ได้ตัดอย่างเดียวแบบบางประเทศ) ดูแล้วคิดถึงแดนมหัศจรรย์ของ อ.ตั้มขึ้นมาเลยครับผม  ยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 14, 2015, 03:22:15 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 754


« ตอบ #491 เมื่อ: ตุลาคม 16, 2015, 10:02:33 PM »

วันสองวันที่ผ่านมาเมื่อมีโอกาสอันดีวันว่างยามเย็นผมจึงชวนเธอไปเดินชมสวนเล่นๆ แต่ถ้าจะให้ดีควรได้งานด้วยสักเล็กน้อยก็ยังดี  ยิงฟันยิ้ม ช่วงนี้เห็ดที่ อ.ด่านซ้ายออกมาให้ผู้คนเก็บขนาดหนัก คงเป็นเพราะฝนสั่งฟ้าชุดสุดท้ายเมื่อสัปดาห์ก่อนนั่นเอง ทั้งๆที่หาเห็ดมาได้พอกินแต่เย็นวันก่อนผมยังต้องซื้อเห็ด 20 บาท แถมยังเลือกเอาแต่ดอกแก่ๆต่างหากเพื่อเอามาปั่นทำเชื้อนั่นเอง เหตุที่ซื้อเพราะมันคือเห็ดหน้าแดงแบบดอกใหญ่ที่พื้นที่หากินของผมไม่มีครับ โดยต้นไม้เป้าหมายหลักคือยางเหียง(ต้นชาด) เพราะเห็ดหน้าแดงชนิดนี้มักเกิดกับต้นยางเหียงนั่นเอง





"มาเดินชมสวนเล่นอย่านิ่งดูดาย ฟันหญ้าถางเถาวัลย์ให้ท่านด้วย" ว่าแล้วท่านก็ลงมือด้วยตนเองซะเลย





ดูเหมือนว่าต้นมะฮอกกานีจะไม่ค่อยเหมาะกับพื้นที่แถวนี้นัก ไม่ใช่ว่าไม่โตนะครับ... แต่โตแล้วกลับโดนเล่นงานโดยแมลงเจ้าถิ่น  โกรธ ขนาดผมไม่ได้ปลูกแบบเป็นแปลง(ปลูกสลับๆกันไป) ก็ยังมีต้นที่โชคร้ายเช่นนี้หลายต้นแล้ว ก็ว่ากันไปครับผมหน้าที่ของเราคือปลูก หากไม่เหมาะสมก็หาต้นไม้ชนิดอื่นมาปลูกทดแทน เพราะเราคือนักปลูกต้นไม้แห่งดาวโลกนั่นเอง  ยิ้ม





หลังจากขอคืนผืนป่าจากดงหญ้าได้ไม่นาน ใบสมัครโดยไม่ยินยอมพร้อมใจก็กลับมาอีกแล้ว"ใบสมัครโครงการฝากต้นไม้ไว้ในดงหญ้า" มันน่ายินดีไหมเนี่ย





บรรยากาศโดยทั่วๆไป ต้นตะขบพวกที่ไม่ตายก็งอกงามดีแต่ยังมีที่โดนปลวกกินโคนต้นอยู่ ปีหน้าค่อยปลูกซ่อมกันต่อไปและงาที่ยายน้องเม็ดทรายมาหว่านไว้กำลังแทงช่อดอก มันถี่มากเพราะน้องเม็ดทรายช่วยยายหว่านเมล็ดตอนปลูกน่ะครับ





ป่ากล้วยก็ยังให้ผลผลิตอยู่ตลอด ถึงจะน้อยนิดหากเทียบกับพืชผลตัวอื่นแต่ก็เหมาะสมกับแนวทางของเรา ณ ตอนนี้ "กระทำให้น้อยที่สุด" ครับผม แต่ก็มีบ้างหลายๆกอที่กำลังจะตายไปเนื่องจากสภาพซำน้ำที่ไหลรินอยู่ตลอดเกือบ 2 สัปดาห์แล้ว ไม่เป็นไรเพราะ "เราจะทำตามสัญญาขอเวลาอีกสัก4-5 ปี" โครงการเปลี่ยนป่ากล้วยให้เป็นนาขั้นบันได ได้รับการอนุมัติจากเธอแล้วครับผม





ฝรั่ง น้อยหน่า ดงหญ้า ป่ากล้วย(ในอนาคต) ก็อยู่กันได้ด้วยดี(มั๊ง) แต่ต่อจากนี้อีกสัก 2-3 เดือนเมื่อย่างเข้าสู่ฤดูหนาวจวบจนผ่านพ้นสู่ฤดูร้อน จะมีสภาพเช่นไรยากจะบอกได้เพราะผมตั้งใจเอาไว้ว่าจะไม่ทำระบบน้ำเด็ดขาด "เกิดเป็นต้นไม้ในสวนไกลต้องอดทน"  ยิ้ม





ปิดท้ายด้วยภาพสระน้ำครับ เมื่อพื้นดินโดยรอบไม่เปล่าเปลือยน้ำในสระจึงไม่ค่อยขุ่นนักแม้ฝนจะตกอย่างถล่มทลายช่วงที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้ฝนไม่ตกมาหลายวันแล้วแต่เนื่องด้วยสภาพดินที่อิ่มน้ำจนชุ่มฉ่ำ ทำให้ยังมีน้ำไหลซึมลงสระอยู่ตลอดแล้วก็ไหลผ่านออกไปทางท่อระบายไปยังป่ากล้วยอยู่ตลอดเช่นกัน ด้วยสภาวะเช่นนี้จึงทำให้ผมขอการอนุมัติโครงการ "โคก(ป่าเห็ด) หนอง นา(ขั้นบันได) จากเธอเป็นผลสำเร็จ แต่ไม่เร่งรีบนะครับคงต้องรอให้ป่ากล้วยเสื่อมโทรมไปก่อนค่อยว่ากัน เพราะตอนนี้รายได้เพียงอย่างเดียวที่เข้าออมสินของน้องเม็ดทรายมาจากการขายกล้วยครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 26, 2017, 03:38:05 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 754


« ตอบ #492 เมื่อ: ตุลาคม 18, 2015, 02:26:49 AM »

ขจรจบ สหายจัดตั้งแห่งพงไพร



ผมวางเครื่องตัดหญ้าลงพื้นอย่างไม่สนใจใยดีว่ามันจะอยู่ท่วงท่าไหน จากนั้นก็ใช้แรงเฮือกสุดท้ายเท่าที่มีอยู่ ณ ตอนนั้นเร่งตนเองเข้าไปนอนแผ่หลาใต้ร่มไม้อย่างทันที มันเป็นวันที่แดดทอแสงแรงกล้าและฟากฟ้าไร้ก้อนเมฆทั้งๆที่ล่วงเข้ากลางฤดูฝนแล้ว “สิบปีแล้วสินะที่เรามาอยู่นี่” ผมคิดและจดจำได้มั่นถึงวันแรกที่เดินทางมาสมัครงานยังอำเภอเล็กๆแห่งหนึ่งซึ่งแอบอิงอยู่ในอ้อมกอดแห่งขุนเขา “หากที่อื่นรับเราเข้าทำงานไว้ก่อน ถึงตอนนี้จะเป็นอย่างไรนะ ยังเป็นเราเช่นที่เป็นอยู่ ณ เวลานี้ไหม”

ฤดูร้อนกลางเดือนมีนาคมเมื่อสิบปีที่แล้ว ผมใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตจมปลักอยู่กับเกมส์คอมพิวเตอร์ มีวิถีเรียบง่ายและเป็นแบบแผนมากที่สุดเท่าที่เคยเป็นมา(ไม่รวมกิจวัตรประจำวัน) ตื่นขึ้นมาเฝ้าบ้าน เล่นเกมส์ เย็นไปออกกำลังกาย กลับมาเล่นเกมส์ นอนเพื่อตื่นขึ้นมาเฝ้าบ้าน... วนเวียนอยู่เช่นนี้ตลอดหลายเดือนของฤดูร้อนนั้น ฟังดูเหมือนจะสุขกายสบายใจแต่หากกล่าวให้ชัดๆคือ ผมเป็นคนว่างงานและใจสลายจากการถูกหญิงสาวที่คบหากันบอกเลิก

หลังเรี่ยวแรงฟื้นคืนกลับมาบ้างจึงทำให้ความคิดท้อถอยจางลง จางลงมิได้หมายความว่าหายไปหากแต่ยังหลบซ่อนอยู่ในด้านมืดของจิตใจพร้อมที่จะกระโจนออกมาทุกเมื่อ ทว่าตอนนี้ช่างหัวความท้อถอยไปก่อน ผมยืนขึ้นยกแขนทั้งสองข้างพร้อมหงายฝ่ามือ หลับตาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หวังเพียงว่าจะมีพลังจากธรรมชาติถ่ายเทเข้าสู่ร่างกายเหมือนที่ซุน โกคูรวบรวมพลังสร้างบอลเกงกิ เพื่อต่อสู้กับเหล่าร้ายในการ์ตูนเรื่องดราก้อนบอล ยืนอยู่พักใหญ่เมื่อรู้ว่าตนเองสร้างบอลเกงกิไม่สำเร็จแล้วเป็นแน่ ผมจึงเดินไปสตาร์ทและสะพายเครื่องตัดหญ้าขึ้นอีกครั้ง เพื่อฟาดฟันกับทุ่งหญ้าขจรจบซึ่งงอกงามจนทำให้มองหาต้นไม้ป่าเห็ดที่ปลูกเอาไว้ไม่เห็นแม้สักต้นเดียว



นานมาแล้วเขาเคยเล่าให้ผมฟังเมื่อถูกถามว่า “ทำไมถึงเรียกว่าหญ้าคอมมิวนิสต์วะ”
“เฮ้ย ของอย่างนี้ต้องมีค่าคาย ไม่ใช่ว่าจะได้รู้กันง่ายๆ อยากรู้แล้วใช่ไหม จ่ายมา 3 ขวด”
“ไม่ครับ ตรูไม่อยากรู้แล้ว” ผมรีบตอบออกไปอย่างไม่ต้องคิด
“เฮ้ย ไม่ได้เฟ้ย ลูกผู้ชายคำถามหนักแน่นดุจหินผา ข้าเชื่อว่าเอ็งเป็นลูกผู้ชายคนหนึ่งฉะนั้นงดเว้นสิทธิ์ถอดถอนเว้ย…”
“อย่างนี้มันพูดเองเออเองนี่หว่า” ผมตอบโต้
“ตกลงตามนี้ตอนเย็นหากกลับถึงมอเมื่อไหร่ค่อยจ่ายให้ข้าก็แล้วกัน เอาล่ะตั้งใจฟังให้ดีเรื่องมันมีอยู่ว่า...”
“เชี่... เอ๊ย” ผมอุทานออกมาเพราะต้องยอมจำนนต่อสุภาษิตพิกลๆของเขา ทั้งที่เจอมุกนี้เป็นประจำแต่ก็ผมก็ยังทำใจยอมรับไม่ได้เสียที เอะอะๆก็ 3 ขวดตลอด ไอ้คุณเพื่อนนี่วอนซะแล้ว
“เฮ้ย อย่ามัวแต่ใจลอยหาสาวรู้จักหาเหาใส่หัวเสียบ้าง มีเหาแล้วก็จับมันหงายนะ อะไรกันเอ็งไม่รู้จักเหรอ เหาหงายก็หายเหงาไง ฮ่าๆ”
“ราชามุกเสี่ยวเอ๊ย” ผมกล่าวยกตำแหน่งให้เขาเมื่อเจอมุกนี้เข้าไป ผมนี่ อึ้งกิมกี่ไปเลย

“เอาล่ะเรื่องมีอยู่ว่า จริงๆแล้วหญ้าชนิดนี้ไม่ได้มีชื่อว่าหญ้าคอมมิวนิสต์ ชื่อดั้งเดิมในภาษาไทยเราเรียกว่าหญ้าขจรจบ แล้วมันยังเป็นพืชต่างถิ่นที่มีคนนำเข้ามาเพื่อเพาะเลี้ยงเป็นอาหารสัตว์ น่าจะในสมัยของรัฐบาลจอมพลถนอมนะถ้าข้าจำไม่ผิด” เขากล่าวถึงตรงนี้รถคันที่เราโบกได้ก็ชะลอความเร็วลงแล้วจอดที่ปากทางเข้าหมู่บ้านแห่งหนึ่งระหว่างถนนสายมิตรภาพอุดรธานี-ขอนแก่น
“พี่ส่งได้แค่นี้นะน้อง”
“ไม่เป็นไรครับผม ขอบคุณมากๆครับ” “ขอบคุณครับ” ผมกับเขาเอ่ยขอบคุณคุณอา(ศัยโบก)อีกครั้งพร้อมๆกัน
“แล้วนี่เราจะกลับถึงมอไหมว่ะวันนี้”
“เออน่า ใจเย็นไม่ต้องรีบร้อน ถึงช้าถึงเร็วยังไงก็ต้องเสียค่าคายอยู่แล้ว มาๆๆ ฟังต่อ ว่าแต่ว่า... ข้าเล่าถึงตรงไหนแล้วว่ะ” เขาถามผม
“เชี่... เอ๊ย” ทำให้ผมต้องหลุดคำอุทานออกมาอีกครั้ง ดูเหมือนเขาจะชินชา(ที่ผมอุทาน)จึงไม่ถือสาหาความ จากนั้นก็สวมวิญญาณเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องหญ้าขจรจบทำการบรรยายให้ผมฟังระหว่างรอรถคุณอา(ศัยโบก)คันต่อไป


  
บ่อยครั้งที่ต้นเหตุของเรื่องร้ายๆมักเกิดขึ้นจากความเคยชินและเราก็ยังหาวิธีแก้ไขด้วยมุมมองเก่าๆ จนในที่สุดเรื่องราวจึงวนเวียนอยู่ในวังวนเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อผมไม่ยอมปรับตัวในช่วงที่คบหากับเธอ ระหว่างเราจึงมีความอึดอัดเกิดขึ้น เมื่อบ่อยๆเข้าเธอก็ทนไม่ไหว ทั้งๆที่ผมรู้ดีแก่ใจว่าหากยังทำตัวเช่นนั้นอยู่คงไม่ดีแน่ถ้าอยากให้สายสัมพันธ์ของเราคืบหน้า แล้วทำไมกันนะผมถึงเลือกวิถีที่เคยชิน เลือกทำสิ่งเดิมๆที่คุ้นเคย เลือกที่จะโอบกอดตัวตนเอาไว้ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงและปรับตัว
“พูดอะไรบ้างสิ...”
“...”
“พี่ก็เป็นเสียอย่างนี้แหละ เวลาอย่างนี้ไม่ยอมพูดออกมาเลย”
“...”
“...”
ถึงตรงนี้เธอเริ่มมีน้ำเสียงสะอึ้นเมื่อผมยังเอาแต่เงียบเธอจึงกล่าวขึ้นอีก “แล้วใครมันจะไปรู้ได้ว่าพี่รู้สึกยังไง”
“...”
เสียงถอนหายใจอย่างหนักหน่วงเล็ดลอดผ่านสายโทรศัพท์ก่อนเธอจะพูดขึ้นอีกครั้ง “รู้ไหม... ขนาดตัวคำถาม(?)ที่อยู่ในหนังสือน่ะยังมีความหมายในตัวมันเองเลย”
นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่เราพูดคุยกัน

“ขนาดตัวคำถาม(?)ที่อยู่ในหนังสือน่ะยังมีความหมายในตัวมันเองเลย” ผมคิดทบทวนวลีนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่านับครั้งไม่ถ้วนระหว่างฤดูร้อนสิบปีก่อน นั่นคือวิธีที่ผมถูกหญิงสาวบอกเลิก ฟังดูเหมือนจะไม่เป็นธรรมกับเธอนัก งั้นคงต้องกล่าวว่านั่นคือวิธีที่ผมทำให้ตัวเองถูกบอกเลิกต่างหาก จนล่วงเข้าเดือนที่สามของการเป็นมนุษย์ว่างงาน ด้วยความกดดันจากครอบครัวทำให้ผมต้องเริ่มออกหาสมัครงานทำ หลายปีต่อมาระหว่างเดินทางกลับจากหมู่บ้านดินหนที่สอง ในค่ำคืนโดดเดี่ยวท่ามกลางแสงจันทร์วันเพ็ญ มันทำให้ผมคิดถึงบ่ายวันนั้นเมื่อผมกำลังรอรถโดยสารประจำทางเพื่อเดินทางกลับออกจาก อ.ด่านซ้าย หลังยื่นเอกสารสมัครงานและทำการสอบสัมภาษณ์เป็นที่เรียบร้อย ทั้งที่ไม่แน่ใจว่าตัวเองจะถูกรับเข้าทำงานหรือไม่แต่จู่ๆผมก็รู้สึกขึ้นมาว่า จะต้องได้เดินทางกลับมาที่แห่งนี้อีกแน่นอน



จู่ๆกลุ่มเมฆก็รวมตัวกันและทำท่าว่าจะกลายเป็นฝน ผมหยุดเร่งเครื่องตัดหญ้าแล้วแหงนหน้ามองขอบฟ้าทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเมื่อรู้สึกถึงความชื้นในสายลมที่พัดผ่านมา ทันใดนั้นละอองฝนเริ่มโปรยปรายพร้อมม่านเมฆสีเทาหม่นที่กำลังกลืนกินฟากฟ้ามาจากทิศทางที่ผมเหลียวมอง ไวเท่าความคิดพอวางเครื่องตัดหญ้าได้ผมรีบวิ่งจ้ำอ้าวไปที่รถยนต์แล้วบึ่งออกจากสวนไกลทันที เพราะถ้าไม่ทำเช่นนั้นเราจะไม่สามารถนำรถออกมาได้แน่ด้วยสภาพทางที่เป็นอยู่ ก็ได้แต่หวังว่าตัวละครลับจะเก็บเครื่องตัดหญ้าเข้าไปหลบฝนให้ด้วย

“แสดงว่าที่เรียกหญ้าขจรจบนี่ตั้งมาจากชื่อพ่อตากับนามสกุลของท่านผู้นำสมัยนั้นเหรอ” ผมเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย
“นี่เอ็งไม่เชื่อที่ข้าพูดหรือไง” เขาทำสีหน้าท่าทางจริงจังยิ่ง
“ไม่ได้หมายความว่าอย่างงั้น” ผมตอบแต่ลอบคิดในใจว่าจะเชื่อดีไหม เพราะหลายต่อหลายครั้งเรื่องราวที่เขาเล่าให้ฟังมักจะไม่ตรงกับข้อมูลที่ผมไปสืบค้นเจอในภายหลัง “ชื่อมันก็ฟังดูเข้าท่าดีแล้วคิดว่าที่เรียกขานเช่นนี้น่าจะมาจากลักษณะการแพร่ขยายพันธุ์ของมันต่างหาก”
เขานิ่งคิดอยู่ชั่วขณะก่อนจะเอ่ยออกมาลอยๆคล้ายไม่ได้กล่าวกับใคร “เออว่ะ เอ็งนี่ก็ช่างคิดได้น่อ ว่าแต่ว่า... อย่าลืมนะเฟ้ย เย็นนี้ 3 ขวด ฮ่าๆๆ”
เรื่องคราวนั้นเป็นเพียงหนึ่งในนับครั้งไม่ถ้วนที่ผมต้องเสียค่าคายให้กับเขา

ระหว่างรอคอยให้ฝนหยุดตกที่ตูบน้อยของชาวบ้านหน้าปากทางเข้าสวน ผมเป็นกังวลว่าจะทำอย่างไรดีกับพื้นที่ปลูกต้นไม้ที่ยังถูกยึดครองไว้ด้วยหญ้าขจรจบ ด้วยความเหน็ดเหนื่อยของวันนี้แลกมากับพื้นที่อันน้อยนิดที่กอบกู้คืนมาได้ ทำให้ผมถึงกับคิดว่าปล่อยมันไว้ซะอย่างนั้นดีไหม ไหนๆจะปลูกป่าแล้วก็ปล่อยไว้ตามธรรมชาติไปเลย รกก็ช่างมัน ได้คิดหาหนทางหลบเลี่ยงแม้สักเล็กน้อยยังดีถึงยังไงมันก็ไม่อาจเป็นไปได้แน่นอน เพราะตอนนี้ผมไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ไม่สามารถเอาความเห็นตนเองเป็นที่ตั้งได้เหมือนที่ผ่านมา

สรรพสิ่งดำรงอยู่ล้วนมีความหมายและคุณค่าในตัวของมันเอง แม้จะมาจากต่างถิ่นอันไกลโพ้น ถูกนำเข้ามาเพื่อผลประโยชน์โดยไม่ศึกษาผลกระทบให้ถ่องแท้ ตั้งชื่อเพื่อเป็นอนุสรณ์ให้ชนรุ่นหลังระลึกถึง หรือถูกเรียกขานด้วยชื่อแนวคิดทางการเมืองหนึ่งซึ่งขัดแย้งกับชนชั้นปกครองยุคสมัยนั้น อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรามักพบเห็นหญ้าขจรจบแทรกตัวอยู่แทบทุกหนแห่ง ทางเท้าใจกลางเมือง ที่รกร้างชานเมือง ริมรายทาง พื้นที่เสื่อมโทรมอันเกิดจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยวหรือแม้แต่ข้างบ้านของคุณเอง พวกมันค่อยๆเติบโตอย่างเงียบๆนอบน้อมและอดทน ดุจสหายจัดตั้งแห่งพงไพร

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 26, 2017, 03:40:11 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
9_shane
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1461



« ตอบ #493 เมื่อ: ตุลาคม 18, 2015, 02:59:43 PM »

ผมชอบดอกขจรจบมากครับสวยมีเสน่ห์ดียามพริ้วไหวให้อารมณ์อบอุ่นโรแม้นดีความทรงจำครั้งเยาว์วัย ขจรจบออกดอกเมื่อไรบ่งบอกว่าหน้าหนาวมาเยือนแล้วสินะ เสียดายที่แถวบ้านไม่หนาวเหมือนในอดีตอีกแล้ว เช่นกันกับดอกต้นหางนกยูงจะออกช่วงโรงเรียนเปิดเทอมตอนขึ้นชั้นใหม่ เตือนให้ต้องไปเรียน ชีวิตตอนอยู่บ้านนอกชอบและผูกพันธ์กับพืชสองชนิดนี้เป็นพิเศษ รู้สึกสดชื่นยามอยู่ใกล้ อยากย้อนกลับไปอดีตช่วงปี พ.ศ.30-40 ตอนนั้นอะไรก็ดี๊ดี ยิงฟันยิ้ม



nomadic_man หากย้อนกลับไปช่วงเวลาปี พ.ศ.30 ได้ ผมกำลังเรียนชั้น ป.1 พอดีครับ ความทรงจำช่วงนั้นจำได้เลือนรางแต่ก็ชัดเจนในบางเรื่อง เรื่องที่จำได้ดีเรื่องหนึ่งตอนสอบคัดเลือกเข้าห้องเรียนว่าจะได้อยู่ห้องไหน คือผมอ่านคำว่า น อา นา ไม่ออกครับ  ยิงฟันยิ้ม

 ยิงฟันยิ้ม@55555 เราน่าจะปีเดียวกัน ตอน ป.1 ผมก็ลุ้นว่าจะได้อยู่ห้องครูดุหรือเปล่า เพราะขึ้นชื่อเรื่อง ตี และตบ นักเรียน แล้วก็ได้อยู่จริงๆ โชคดีที่คุณไม่ได้อยู่โรงเรียนผม  ยิงฟันยิ้ม ครูตบบ้องหูเเพื่อนที่อ่านหนังสือไม่ได้จนเลือดออก โหดมากก ไม่ลืม โกรธ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 19, 2015, 11:57:51 PM โดย 9_shane » บันทึกการเข้า

🐾🐾🐾🌳🌿🌾ความพยายามอยู่ที่ไหน🌱ความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกล🐜🐜🐜🌴🌵
kasedt50
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 486


« ตอบ #494 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2015, 04:26:27 PM »

เอาคลิปนี้มาฝากครับ

! No longer available


อาจจะทำให้เป็นแนวทาง สำหรับอาจารย์ ตั้ม



nomadic_man ขอบคุณมากครับที่นำมาแปะให้ ผมก็พึ่งนั่งดูจนจบ ที่ อ.ด่านซ้ายตอนนี้เริ่มมีชุมชนที่ให้ความสำคัญต่อความมั่นคงของอาหารเกิดขึ้นหลายแห่งครับ แต่ที่กำลังเป็นต้นแบบและเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนคือกลุ่มอนุรักษ์ภูเตาโปง บ.บุ่งกุ่ม อ.ด่านซ้าย  อายจัง ผมก็ได้แต่หวังว่าอีกไม่นานผู้คนน่าจะตระหนักได้มากขึ้นถึงความสำคัญของเรื่องนี้ เพราะอาหารการกินที่ปลอดภัยเริ่มหากินยากขึ้นทุกๆทีครับผม  ยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 20, 2015, 09:53:55 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 754


« ตอบ #495 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2015, 11:29:36 PM »

เป็นอีกวันที่บ้านดูเงียบงัน เนื่องมาจากตัวละครลับต้องกลับไปปฏิบัติภารกิจแสนจะสำคัญยิ่ง นั่นก็คือไปช่วยดูแลหลานน้อยอีกคนที่ถือกำเนิดมาจากน้องสาวของผมนั่นเอง น่าจะอีกสักหลายเดือนถึงเข้าที่เข้าทางจนว่างมาช่วยผมดูแลสวนได้ หวังแต่ว่าหญ้าคงไม่ท่วมหัวไปเสียก่อนนะ  ยิงฟันยิ้ม ส่วนเด็กหญิงเม็ดทรายก็เป็นช่วงเวลาปิดเทอม เนื่องด้วยกลัวว่าลูกจะตกเทรนด์ตามสมัยนิยม จึงต้องถูกส่งไปเข้าคอร์สเรียนภาษา ณ บ้านเกิดของเธอ(ซะงั้น)

พอเธอขึ้นบ้านไปนอนก่อนผมจึงอยู่เพียงลำพัง ดูหนัง ฟังเพลงและเป็นเกษตรกรหน้าจอครับผม ฟ้าหลัวแบบปลายฝนต้นหนาวได้นำพาฝนให้ตกลงมาในช่วงบ่ายแก่ๆได้ 2 วันติดแล้ว ถึงจะไม่หนักมากนักแต่ก็ทำให้ผมไม่สามารถนำรถยนต์เข้าสวนไกลได้ กล้วยน้ำว้าที่มีคนสั่งเอาไว้จึงต้องรอคอยกันต่อไป ก็ไม่ได้มากมายอะไรหรอกครับกับรายได้ส่วนนี้ แต่ก็มิใช่น้ำหยดเล็กๆนี่หรือที่ค่อยๆรวมกันเป็นสายธาร ไหลผ่านท้องทุ่งนำพาความชุมชื้นสู่สรรพสิ่งก่อนเติมท้องทะเลจนเต็ม



วันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเราได้แวะไปหาเด็กหญิงก็อยู่ดีตามประสาเด็กน้อยครับ  ยิงฟันยิ้ม ว่าแล้วก่อนไปผมเลยตื่นเช้าเข้าป่าหาเห็ดไปฝากยายน้องเม็ดทรายบ้างเพราะได้ข่าวว่าแถวบ้านเห็ดไม่ออก ก็พอได้กินครับผม




ได้ข่าวว่าญาติๆกันปลูกพริกไทยเอาไว้ที่สวนหลังบ้าน ถึงจะไม่มากนักผมก็ยังอยากไปดูตามประสาคนชอบปลูกต้นไม้





ก็เจริญงอกงามดีครับเพราะอยู่ใกล้แหล่งน้ำ(ลำห้วยสาขาหนึ่งของแม่น้ำหมัน)





ดูเหมือนว่าช่วงนี้พืชไร่เช่นสับปะรดกับแก้วมังกรจะราคาดีเป็นอย่างยิ่ง ถึงกับขนาดที่ว่าบางคนทำปีเดียวได้เงินมากว่าผมทำงานหลายปีเลยล่ะ  โกรธ ก็มีใครถามผมอยู่ว่าทำไมไม่ทำบ้าง ดีกว่าปล่อยที่รกไว้เฉยๆ "บ่ มันไม่ใช่แนว" จบข่าวครับ  ยิงฟันยิ้ม





ใกล้กันยังมีข้าวไร่ที่ญาติของเธอปลูกเอาไว้สำหรับทำข้าวเม่ากิน ปีหน้าผมว่าจะขอพันธุ์ไปทดลองปลูกเล่นๆ(แต่หวังผลจริงๆ)ที่สวนไกลดูบ้าง งานนี้แค่คิดก็สนุกแล้วครับท่าน





ทั้งไปทั้งกลับต้องเดินข้ามขัว(สะพาน) ผมนี่หวาดเสียวแทนจริงๆ  ยิงฟันยิ้ม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 26, 2017, 03:43:28 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 [31] 32 33 34 35 36 37 38 39   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: