หน้า: 1 ... 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 [15] 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 ... 39   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันสุดท้าย สุดทางฝัน  (อ่าน 321459 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #224 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2014, 09:55:43 PM »

ผ่านมาก็หลายวันแล้วยังไปไม่ถึง "สวนไกล" สักที  โกรธ เนื่องด้วยเรื่องยุ่งๆ(แต่ไม่ยากนัก) ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมเพื่อที่จะปลูกต้นไม้ในปีนี้ ข่าวแว่วมาว่าจะแล้งขนาดหนัก  โกรธ จึงต้องวางแผนให้เหมาะสมกับความเกียจคร้านของตัวผมเอง เพราะ"สิ่งไหนบ้างไม่จำเป็นต้องทำ" ยังเป็นแนวทางหลักของบ้านสวน สวนล่างและสวนไกล  ยิ้ม ...



เริ่มด้วยความคืบหน้าของสะพานขนาดเล็ก(เทปูนก่อบล๊อก)เพื่อทำทางข้ามลำห้วยเข้าไปยังสวนไกล "มีทางเข้าอื่นไหม" เสียงถามยืนยันเพื่อให้แน่ใจของหัวหน้าช่างรับเหมาก่อนเริ่มดำเนินการ "ไม่มีแล้วครับ"ผมตอบ จึงเป็นที่มาของการตัดเส้นทางสายใหม่เพื่อให้ผู้คนใช้ประโยชน์ร่วมกันโดยมีบล๊อกปูนข้ามลำห้วยเป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน






ความคืบหน้าเมื่อวันก่อนเป็นไปอย่างเรียบร้อย ที่ว่าเรียบร้อยหมายถึงงบที่บานปลายนะ  โกรธ แต่ไม่เป็นไร งานออกมาดูดีระดับนึง(เพราะเรายืนยันว่าแพงไม่ว่าขอให้คงทนใช้ยาวนาน) "สิบล้อก็สิบล้อเหอะผ่านฉลุย" เสียงรับประกันจากหัวหน้าช่างรับเหมา "ว่าไงก็ว่างั้น" ผมคิดในใจ  ยิงฟันยิ้ม





สระน้ำข้างหลังเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้สะพานข้ามลำห้วยต้องสามารถทานน้ำหนักของรถใหญ่เช่น แบคโฮได้ เพราะสระเกิดจากการดันดินของรถไถนาเท่านั้น หากอยากใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดจำเป็นต้องมีการปรับแต่งสระขนานใหญ่




ข้ามมาดูที่ผักหวานป่ารุ่นทดลองของสวนล่างบ้าง ที่เห็นเป็นผักหวานที่ปลูกด้วยการหยอดเมล็ดโดยใช้เหล็กแทงดินนำเสียก่อนค่อยวางเมล็ดตาม หยอดไว้ประมาณ 20 เมล็ด แทบจะไม่ได้ดูแลเหมือนกลุ่มที่ปลูกไว้บริเวณบ้านสวน แต่ดูเหมือนว่าพวกมันจำนวนหนึ่งจะเริ่มปรับตัวได้กับความเกียจคร้านของผู้ดูแล  ยิงฟันยิ้ม จึงมีบางต้นเริ่มแตกยอดใหม่ขึ้นมาหลังจากได้ปุ๋ยขี้หมู คลุมฟาง และรดน้ำเดือนละ 2 ครั้ง  ยิงฟันยิ้ม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 04:10:06 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า

nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #225 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2014, 10:23:34 PM »

นี่คือต้นไม้ที่ผมตัดสินใจว่าจะปลูกในปีนี้ของสวนไกล พะยอม 10 ต้น(พึ่งหามาได้ในราคาย่อมเยา) ตะขบ 100 ต้นสำหรับเป็นพี่เลี้ยงผักหวานปีหน้า ยางนา 200 ต้น(เป็นอย่างต่ำ) มะฮอกกานีร่วมครึ่งร้อยสำหรับแนวเขตแดน โดยใช้พื้นที่ประมาณ 1/4 เพราะที่เหลือตกลงกับแม่น้องเม็ดทรายว่าจะให้ญาติๆมาบุกเบิกพื้นที่ให้เพื่อแลกกับการทำไร่ขิงเป็นการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลความแห้งแล้งที่น่าจะยาวนานและรุนแรงของปีนี้ พร้อมกับยังยืนยันหลักการไม่จ้างคนเพื่อปลูกต้นไม้(ผมคิดเอาไว้ว่าจะไม่คิดค่าเช่าที่แต่ขอแลกกับแรงงานในการบุกเบิกพื้นที่และขุดรูไว้ประมาณ 500 หลุม ส่วนงานปลูก "ข้าขอลุยเอง"  ยิงฟันยิ้ม





ต้นกล้าแอปเปิ้ล 3 สายพันธุ์ที่เพาะไว้น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับผู้เข้ารอบสุดท้ายสายพันธุ์ละ 10 ต้น สำหรับปลูกปีหน้าเช่นกัน โดยจะปลูกที่ป่าสักของบ้านสวนที่จะตัดออกในฤดูหนาวปลายปีนี้ ส่วนตะเคียน 100 ต้น สะเดา 20 ต้น นำไปปลูกในพื้นที่ 1/4 ของสวนไกลที่ตั้งใจไว้ตามเป้าหมายของเส้นทาง "ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน" ในถาดหลุมที่เห็นถาดหนึ่งเป็นความล้มเหลวของการเพาะกล้าตะขบเอง  โกรธ อีกถาดเพาะเมล็ดต้นก่อเอาไว้งอกประมาณ 20 ต้น คงต้องเตรียมไว้ปลูกแซมในปีหน้าเช่นกันเพราะขนาดต้นยังเล็กเกินออกไปเผชิญโลกกว้าง





พักเหนื่อยเหลียวมองบ้านสวนยามแลงจากสวนล่าง หลังไปขอแกลบดิบมาได้ 9 กระสอบ โดยเทใส่โคนต้นตะขบบริเวณพื้นที่ลาดเอียงแล้วเตะๆเขี่ยๆให้มันกระจายเพื่อคลุมผิวดินและรอคอยวันเวลาย่อยสลายกลายเป็นหน้าดินในสักวันหนึ่ง





นี่เป็นต้นไม้ผู้โชคดีได้เดินทางไกลไปอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่งแถวๆเกษตรที่สูงภูเรือ เพราะมีรุ่นพี่ไปออกค่ายที่นั่น ผมจึงอาสานำต้นไม้ไปให้ปลูก 50 ต้นเมื่อเย็นวันเสาร์ที่ผ่านมา คือ ยางนา ตะเคียน มะฮอกกานีและสนสามใบ น่าเสียดายไม่ได้อยู่ช่วยปลูกเพราะติดภารกิจต้องกลับมาแต่เช้าในวันรุ่งขึ้น หวังว่าทางโรงเรียนจะดูแลเป็นอย่างดีเด้อ เพราะอีก4-5 ปีข้างหน้า อาจมีเห็ดป่าที่กินได้ออกมาให้เก็บก็เป็นได้  ยิงฟันยิ้ม (ผมเปลี่ยนถุงใหม่โดยใช้ดินเชื้อเห็ดจากป่า)

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 04:11:07 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #226 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2014, 11:38:59 PM »

เพียงดอกไม้ ริมรายทาง



หลายต่อหลายครั้งในการเดินทาง คุณมักจะถามตนเองเสมอว่า “นี่ผมกระเสือกกระสนมาทำห่าเหวอะไรวะ” ครั้งนี้ก็เป็นเช่นนั้น ทั้งๆที่สายตาต้องจ้องมองเส้นทางให้สอดประสานกับมือที่บังคับพวงมาลัย เท้าที่คอยเหยียบเบรก, คันเร่งหรือคลัตช์ อีกทั้งหูคอยรับฟังเสียงเพลงที่แตกพร่าจากเครื่องเสียงเก่าๆติดรถ ถึงกระนั้นก็ตามระบบประมวลความคิดของคุณยังคงวนเวียนอยู่กับประโยคเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซ้ำแล้ว... ซ้ำเล่า... “ผมมาทำห่าเหวอะไรวะ” ชั่วขณะที่เท้าแตะเบรกเพื่อชะลอความเร็วของรถให้ประคองตัวผ่านโค้งหักศอกอย่างปลอดภัย คุณหวนคิดถึงค่ำคืนนั้นที่รับปากกับรุ่นพี่เอาไว้ “ไม่ต้องเป็นห่วง หากหาคนปลูกได้ ผมก็หาต้นไม้ให้ได้ เอาสักร้อยต้นพอไหม”



ภาพประกอบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่แต่งขึ้นแต่อย่างใด : หลังจากขับรถบนเส้นทางอันเปลี่ยวดายและแสนจะวกวน รถนำส่งต้นไม้ก็ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ท่ามกลางผู้คนไม่เป็นที่รู้จักแต่แสนจะอบอุ่น...




คุณไม่เคยเชื่อในเรื่องของโชคชะตา  แต่คุณก็ไม่เคยคิดว่าทุกอย่างเกิดขึ้นจากความบังเอิญ การที่ได้พบรุ่นพี่ผู้นี้ด้วยหน้าที่การงานภายหลังไม่เจอกันมานาน คุณคิดแต่เพียงว่า “หากผมเป็นผู้จัดการบริษัทนะ ตำแหน่งอย่างนี้ผมจะไม่พิจารณาผู้ชายเป็นอันขาด ต้องหญิงสาวสวยๆเท่านั้น” ก็น่าแปลกที่เรื่องราวซึ่งเขาจดจำคุณได้ไม่ใช่เรื่องเดียวกับคุณจดจำเขาได้ ถึงอย่างไรก็ตามแต่ ท้ายที่สุดคุณก็สนิทสนมกับเขาอย่างไม่รู้ตัว

หากเป็นเมื่อหลายปีก่อนคุณคงหงุดหงิดไม่น้อยกับการทำอะไรไม่ถูก อาจดูเหมือนเมฆฝนก้อนน้อยหลงฤดูเมื่อเป็นคนนอกที่พลัดหลงเข้าไปอยู่ในกลุ่มผู้คนที่มีสายสัมพันธ์ต่อกัน แต่หลังจากมันปลา*ต้นนั้นเริ่มผลิดอกออกกลิ่นที่คุ้นเคย ทั้งๆต้องถูกอพยพย้ายถิ่นฐานจากบ้านเกิดมาไกล คุณเองก็ค่อยๆซึมซับถึงวิถีความพยายามปรับตัวให้เข้ากับสภาวะแวดล้อมอันไม่คุ้นเคยเฉกเช่นกัน

ไม่มีใครเห็นด้วยกับการเดินทางครั้งนี้แม้ระยะทางเพียงครึ่งร้อยกิโลเมตร ทั้งเธอ, เด็กหญิง หรือแม้แต่เพื่อนของคุณที่ปฏิเสธการร่วมทางในวินาทีสุดท้าย และแน่นอน... รวมถึงตัวคุณเองด้วย  “นี่ผมกระเสือกกระสนมาทำห่าเหวอะไรวะ” ความคิดนี้ยังวนเวียนอยู่ในหัวของคุณตลอดเส้นทางคดเคี้ยวที่ผ่านมา



ภาพประกอบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่แต่งขึ้นแต่อย่างใด : กางเต๊นท์เรียบร้อยเพียงลำพังอย่างมืออาชีพ เตรียมพร้อมสำหรับความเปลี่ยวดายแห่งค่ำคืนที่ไม่หนาวกายแต่หนาวใจ




เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อส่งมอบต้นไม้จำนวนครึ่งหนึ่งหลังจากที่คุยกันไว้ในค่ำคืนนั้น(ด้วยความสบายใจของทั้งสองฝ่าย ฝ่ายปลูกไม่ต้องการจำนวนมากเกินไป ฝ่ายให้ก็มาคิดเสียดายตามหลังหากต้องนำต้นไม้ที่ตนเองประคบประหงมเพื่อเตรียมไว้ปลูกไปให้ผู้อื่นเป็นร้อยต้น) คุณจึงรีบออกเดินทางกลับด้วยธุระจำเป็นและเร่งด่วนที่รออยู่โดยไม่มีโอกาสปลูกต้นไม้ที่นำมาสักต้นลงผืนดิน “ขอให้รอดปลอดภัย” คุณกล่าวอวยพรพวกมันอย่างอาวรณ์

บางคราวคนเราไม่อาจทราบได้ว่า จุดหมายปลายทางที่หวังเอาไว้จะประสบพบเจอกับอะไรบ้าง หากไม่เป็นเช่นที่หวังย่อมผิดหวัง หากเกินหวังย่อมสุขสันต์ แล้วหากไม่คาดหวังอันใดเล่า ยังจะมีสิ่งใดให้ผูกพัน... ระหว่างทางเพียงชั่วขณะหนึ่งที่คุณละสายตาจากเส้นทางเบื้องหน้า เท้าทั้งสองสอดประสานกันอย่างลงตัวเพื่อให้ความเร็วของรถลดลง จนกระทั่งหยุดแอบอิงอยู่ริมทาง คุณจึงเปิดประตูรถแล้วก้าวออกมา จ้องมองไปข้างหน้าและสูดลมหายใจเข้ายาวๆ จากนั้นก็เปล่งเสียงกู่ก้องออกมาด้วยความอิ่มเอมใจ





หมายเหตุ *ต้นมันปลาคือต้นกันเกรา เป็นชื่อเรียกภาษาถิ่นอีสาน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 04:12:05 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
kwanbanna
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2753


« ตอบ #227 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 28, 2014, 07:43:00 PM »

ภาพสวย มีชีวิต สวยมากๆ ค่ะ



nomadic_man ขอบคุณมากครับพี่ขวัญ สำหรับผมแล้ว ภาพถ่ายเป็นสิ่งให้หวนคิดถึงเหตุการณ์หรือบรรยากาศ ไม่ว่าภาพแต่ละภาพที่ถูกถ่ายออกมาจะเป็นเช่นไร วัดแสงถูกบ้างไม่ถูกบ้าง ความชัดลึกไม่เป็นตามต้องการ แต่เคยไหมล่ะครับ ที่จ้องมองภาพถ่ายอันแสนจะธรรมดาๆใบหนึ่งอยู่ดีๆ น้ำตามันไหลออกมาไม่รู้ตัว...

รูปถ่ายทุกใบมีข้างหลังภาพ ครับผม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 14, 2015, 11:54:07 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #228 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 28, 2014, 10:14:46 PM »

“มีบ้านสวนแล้ว สวนล่างแล้ว งั้นสวนนี้น้องเม็ดทรายก็ต้องเรียกว่า สวนไกลสิ” ผมกล่าวขึ้นมาลอยๆโดยไม่คิดอะไรมากขณะขับรถกลับจากการไปสำรวจที่ดินผืนหนึ่งอีกหน “อย่าพึ่งพูดอย่างนั้น ยังไม่ได้ตกลงซื้อขายกันเสียหน่อย” เสียงเธอกล่าวตอบกลับมาอย่างดุๆ “อีกอย่างนะถ้าเราซื้อที่แปลงนี้จริงๆ แล้วจะเอาเงินมาจากไหนล่ะ” ผมเงียบไปชั่วขณะหนึ่ง ระหว่างนั้นก็คิดถึงเงินเก็บก้อนสุดท้ายของเธอที่แปรสภาพเป็นสวนล่างเรียบร้อยเมื่อหลายเดือนก่อน...

“ไม่เห็นยากอะไรเลย ก็กู้สิ” ผมตอบแทบจะทันทีเมื่อเธอถามว่า “แล้วจะเอาเงินมาจากไหนล่ะ” เป็นการตอบแบบไม่ต้องคิดในเย็นวันหนึ่งขณะเรากำลังช่วยกันปลูกต้นไม้อยู่สวนล่าง มันเป็นช่วงเวลาที่ผมยืนพักเหนื่อยและกำลังมองไปยังส่วนต่างๆของพื้นที่พร้อมจินตนาการถึงภาพฝัน จู่ๆเธอก็ถามขึ้นมา
“พ่อยังอยากได้ที่อีกสักผืนไหม”
“แม่ถามทำไมเหรอ”
“ไม่รู้... ก็ถามดูเฉยๆ”
ผมหัวเราะออกมาก่อนตอบเธอว่า “ไม่เห็นต้องถามเลย อยากได้สิ”
“แล้วจะเอาเงินมาจากไหนล่ะจ๊ะ”

ทั้งๆที่มีที่บ้านสวนเมื่อหลายปีก่อน ตามมาด้วยสวนล่าง จนเริ่มมีเพื่อนร่วมงานแซวว่าจะเป็น Land Lord หรือไง “บ้าเหรอเป็นได้จริงๆก็ดีสิ” ผมแย้งในใจ ถึงจะมีที่ดิน 2 แปลงแต่รวมกันแล้วยังไม่ถึง 4 ไร่ด้วยซ้ำและยังทำให้เงินเก็บในบัญชีของเธอเหลือใกล้เคียงกับช่วงเวลาเริ่มทำงานใหม่ๆ (ส่วนของผมคงไม่ต้องกล่าวถึง) ความใฝ่ฝันของผมซึ่งอยากมีที่ดินสัก 10 ไร่ในแปลงเดียวคงไม่มีวันเป็นจริงขึ้นมาแล้ว

เราได้ข่าวที่ดินผืนนี้จากรุ่นพี่ที่ทำงานองค์กรเดียวกันมาเล่าให้ฟังว่า มีที่แปลงหนึ่งราวๆ 20 ไร่เจ้าของมีความต้องการอยากขาย “ที่สวยมาก พี่เคยไปหาหน่อไม้แถวนั้นบ่อยๆ มีสระน้ำอยู่แล้วด้วย 2 สระ หากสนใจบอกพี่ได้ จะพาไปดู” บ้าไปแล้วเหรอครับพี่น้องแม้ว มนุษย์เงินเดือนอย่างผมทำงานเป็นลูกน้องเขา ใช้เงินแบบเดือนชนเดือน เป็นลูกจ้างชั่ว(คราว)รายปี เฮ้ย ไม่ใช่ เคยเป็นนี่หว่า เออช่างมัน จะสถานะใดก็ไม่ต่างกันหากมองภาพเพียงฟันเฟืองตัวหนึ่งในระบบเท่านั้น “ครับพี่” ผมตอบแกไปแบบไม่ให้เสียน้ำใจ จากนั้นอีกหลายเดือนเมื่อปู่น้องเม็ดทรายมาเยี่ยม ผมคิดอย่างไรไม่รู้จึงชักชวนแกไปดูที่เล่นๆ โดยนัดแนะกับรุ่นพี่ที่แนะนำเอาไว้

“เป็นไง สนใจไหม” เสียงแฟนของรุ่นพี่ถามเมื่อเจอกันหลังจากเราไปดูที่ดินผืนนั้นอีกหน เนื่องด้วยราคาที่เจ้าของเรียกมาสูงพอสมควรสำหรับเรา ผมคุยกับเธอหลายครั้งเกี่ยวกับเรื่องนี้ บ้านก็ยังไม่มีอยู่แค่อาศัยบ้านพักเขา รถก็ยังไม่มีแค่อาศัยรถเก่าๆมรดกตกทอดจากปู่น้องเม็ดทรายมาใช้พอแก้ขัด มีเด็กหญิงแล้วและกำลังจะโตขึ้นเรื่อยๆต้องใช้เงิน หนี้กองทุนกู้ยืมยังผ่อนไม่หมดทั้งสองคน แต่อย่างน้อยก็พอมีบ้านสวนกับสวนล่าง แล้วเราจะไปกู้เงินหลักล้านมาให้เสียดอกเป็นหลายแสนกันทำไม “แล้วแต่” เสียงเธอก้องอยู่ในหัวผมเมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ผมลังเลใจอยู่ชั่วขณะหนึ่งก่อนพูดขึ้น “ผมว่าผมสู้คนเดียวไม่ไหวครับ แบ่งกันคนละครึ่งไหมพี่”

ผมไม่อาจคาดเดาความคิดของรุ่นพี่ตอนที่แกบอกว่ามีคนเสนอขายที่ผืนนี้ให้มาเป็นปีๆแล้ว ไม่อาจคาดเดาได้ว่าทำไมแกต้องมาเล่าให้ผมฟัง(ก่อนหน้านี้เราเองก็ไม่ได้สนิทสมนกันมากนัก) ทั้งๆที่ผู้คนในองค์กรตั้งมากมายมีกำลังทรัพย์พร้อมซื้อที่ดินผืนนี้ได้ในทันที ผมไม่อาจคาดเดาความรู้สึกของแฟนรุ่นพี่เมื่อตอบตกลงแบ่งที่กันคนละครึ่ง และเช่นกันรุ่นพี่ก็ไม่อาจคาดเดาจิตใจของผมได้ว่าคิดเห็นประการใดกับการไปสำรวจที่ดินร่วมกัน

ท่ามกลางความมืดมัวและสายหมอกสลัว การโยนหินถามทางก็เป็นตัวเลือกที่ดีก่อนก้าวย่าง นั่นเปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของพวกเราสองครอบครัว ที่ได้ทำพันธะสัญญาซึ่งกันและกัน เพื่อต่อสู้ดิ้นรน ไขว่คว้าทุกโอกาส เกาะเกี่ยวทุกความหวัง ให้ได้ที่ดินผืนนั้นมาครอบครอง... อ้อ ผมเกือบลืมบอกไปหากพูดกันอย่างชาวบ้าน ที่ดินราคาหลักล้านที่เขาเสนอมามีแต่คนหัวร่อ เพราะที่ดินผืนนั้น เป็นที่ตาบอด ครับผม (ที่ตาบอดเป็นภาษาชาวบ้าน หมายถึงที่ที่ไม่มีทางเข้าเพราะรายล้อมด้วยที่ดินผืนอื่นทุกด้าน)



ที่ดินผืนนี้เป็นทางยาวตามแนวตะวันออก-ตะวันตก กะประมาณโดยสายตาคร่าวๆว่าน่าจะแบ่งครึ่งตรงกอไผ่บงป่าที่เห็นตามภาพตั้ง


มองจากทางทิศใต้ซึ่งติดกับนาของชาวบ้าน



สระน้ำลูกนี้ไม่ต้องปรับแต่งมากนักอยู่ทางทิศตะวันออกซึ่งเป็นฝั่งที่รุ่นพี่ของผมตัดสินใจเลือก



ป่าสักที่เห็นคือที่ของผู้อื่นทางทิศตะวันตก ฝั่งนี้คือสวนไกลของน้องเม็ดทราย และสระที่เห็นอยู่ข้างล่างต้องปรับปรุงเพื่อการใช้ประโยชน์สูงสุด



ถัดจากสระมาทางทิศใต้ เขตแดนน่าจะเป็นแนวกอไผ่บงป่า คาดว่าคงไม่ทำอะไรมาก ปล่อยให้เป็นที่หากินชาวบ้านต่อไป เพราะเรามาทีหลัง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 05, 2015, 01:54:58 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
darin
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 503


« ตอบ #229 เมื่อ: มีนาคม 01, 2014, 06:39:21 AM »

สู้ๆ ค่ะ มาส่งกำลังใจให้ตอนเช้า



nomadic_man ขอบคุณมากครับ  ยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 14, 2015, 11:54:27 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #230 เมื่อ: มีนาคม 06, 2014, 09:57:47 PM »

ผักหวานที่หยอดด้วยเมล็ดเมื่อ พ.ค. ปีที่แล้ว กำลังแตกยอดตามฤดูกาล ส่วนใหญ่ต้นที่รอดและเติบโตมักเป็นกลุ่มที่ปลูกกับต้นตะขบ แต่ผมก็ยังไม่อาจทำใจเชื่อได้ว่าตะขบทำให้ผักหวานโต เพราะในการปลูกตะขบมีการเตรียมดินอย่างดีโดยขุดหลุม 50*50*50 ซม. แล้วผสมดินกับขี้วัว เป็นได้ว่าที่ผักหวานกลุ่มนี้เจริญเติบโต(บ้าง) ทั้งๆที่รดน้ำแค่สัปดาห์ละครั้ง(2 บัวรดน้ำต่อตะขบ 1 ต้น) อาจเกิดจากสมมติฐาน 1.ตะขบเป็นพี่เลี้ยงที่ดี หรือ 2.การเตรียมดินสำหรับปลูก ซึ่งต้องทดลองเพื่อหาข้อสรุปกันต่อไป







ส่วนผักหวานหยอดเมล็ดที่มีผักหวานล้อมจากป่าเป็นพี่เลี้ยง  ยิงฟันยิ้ม ก็แตกยอดบ้าง ทั้งๆที่ไม่มีต้นไม้อื่นอยู่ใกล้เคียงมาก(จึงต้องใช้แสลนช่วยพรางแสงแดด) นี่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมยังไม่ปักใจเชื่อในเรื่องของพี่เลี้ยง (การเตรียมหลุมปลูกเหมือนกันกับต้นตะขบ)





ใบสัก ที่ผมเคยได้ยินว่าเป็นอุปสรรคต่อผักหวานเพราะมันจะร่วงหล่นลงมาช่วงเดียวกับที่ผักหวานแตกยอด โชคดีที่ผักหวานผมแตกยอดไม่มาก จึงถือโอกาสเปลี่ยนอุปสรรคเป็นวัสดุที่ก่อประโยชน์แทน(เก็บมาบังแดดให้ผักหวานต้นน้อยเสียเลย)ตามแนวคิดของกลุ่ม permaculture  ยิ้ม



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 04:14:43 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #231 เมื่อ: มีนาคม 06, 2014, 10:13:30 PM »

ตอนไปซื้อต้นไม้ที่ อ.วังทองได้ต้นหมากเบน(ตะขบป่า)* มา 2 ต้น วันก่อนไปเดินเล่นเก็บภาพผักหวาน เจอต้นไม้ที่ลักษณะใบคล้ายๆกัน ดูไปดูมาคิดว่าใช่แน่ๆ ซึ่งเป็นต้นไม้ที่เราฟันทิ้งครั้งแล้วครั้งเล่า(เพราะมีหนามจึงคิดว่ามันจะเป็นแค่ต้นไม้มีหนามธรรมดาๆ) แต่มันก็ไม่ยอมตายเสียที กลับแตกกิ่งก้านออกมาใหม่คล้ายไม่อาทรต่อสิ่งใด หากใช่หมากเบนจริง นั่นหมายความว่า ในที่ดินของเราอาจมีต้นไม้ที่เราต้องการ ซึ่งรอคอยอย่างอดทนและเงียบงันให้เราค้นพบ




ต้นนี้ก็ดูคล้ายๆแต่ทำไมลักษณะใบมันยาวรีเช่นนี้ ผู้รู้วานบอกทีว่าใช่หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ผมคงต้องลองเสี่ยงกับไม้หนาม(ที่อาจเป็นหมากเบน)กันดูสักหลายปี หากโชคดีใช่ก็ดีไป หากไม่ก็ค่อยฟันลงมาเป็นฟืน ครับผม  ยิงฟันยิ้ม




กองถุงขี้หมูทองคำยังไม่มีโอกาสเทใส่ใต้นไม้เสียที เนื่องจากติดภารกิจรดน้ำผักหวานต้นน้อยๆให้รอดพ้นจาก ความแห้งแล้งอันเหลือทนของชีวิต  ยิงฟันยิ้ม





ปิดท้ายด้วยบรรยากาศร้อนลมแล้ง เก็บภาพสุดท้ายก่อนที่จะเริ่มรดน้ำต้นไม้  ยิงฟันยิ้ม





*ตะขบป่า  (ที่มา http://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=45 )

ชื่อสมุนไพร
ตะขบป่า
ชื่ออื่นๆ
เบนโคก (อุบลราชธานี) ตานเสี้ยน มะแกว๋นนก มะแกว๋นป่า มะขบ
ชื่อวิทยาศาสตร์
Flacourtia indica (Burm.f.) Merr.
ชื่อพ้อง
ชื่อวงศ์
Flacourtiaceae

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
    ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก ผลัดใบ สูง 2-15 เมตร ลำต้น และกิ่งใหญ่ๆมีหนามแหลม กิ่งแก่ๆมักจะไม่มีหนาม กิ่งอ่อนมีหนามแหลมตามซอกใบ หนามยาว 2-4 เซนติเมตร เรือนยอดแผ่กว้าง ปลายกิ่งโค้งลง เปลือกสีเหลืองอมเทาแตกเป็นร่องลึก มีช่องอากาศรูปรีกระจายห่างๆ ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ ขนาดค่อนข้างเล็ก มักเรียงชิดกันเป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง รูปร่าง ขนาด เนื้อใบ และขนที่ปกคลุมแตกต่างกัน ส่วนใหญ่แผ่นใบรูปไข่กลับ กว้าง 1.5-3 เซนติเมตร ยาว 2-4 เซนติเมตร ปลายกลม โคนสอบแคบ ขอบใบค่อนข้างเรียบ หรือจัก มักจักใกล้ปลายใบ แผ่นใบบางคล้ายกระดาษถึงหนาคล้ายแผ่นหนัง เกลี้ยงถึงมีขนสั้นหนานุ่มทั้งสองด้าน ใบอ่อนและเส้นกลางใบสีแดงอมส้ม เส้นแขนงใบมี 4-6 คู่ เส้นใบย่อยสานกันเป็นร่างแห พอเห็นได้ลางๆ ก้านใบยาว 3-5 มิลลิเมตร ก้านใบสีเขียวหรือแดง มีขน ก้านใบยาว 3-8 มิลลิเมตร ดอกแบบช่อกระจะ ออกเป็นช่อสั้นๆ ตามซอกใบ และปลายกิ่ง มีขน ดอกย่อยจำนวนน้อย ดอกขนาดเล็ก สีขาว แยกเพศอยู่คนละต้น ที่โคนช่อมีใบประดับ บางทีมีหนาม ก้านดอกยาว 3-5 เซนติเมตร มีขน กลีบดอก 5-6 กลีบ รูปไข่ ปลายมน ยาว 1.5 มิลลิเมตร ด้านนอกค่อนข้างเกลี้ยง ด้านในและที่ขอบกลีบมีขนแน่น ดอกแยกเพศ ดอกเพศผู้ จานฐานดอกแยกเป็นแฉกเล็กน้อย หรือหยักมน มีเกสรตัวผู้จำนวนมาก ก้านเกสรยาว 2-2.5 มิลลิเมตร มีขนเฉพาะที่โคน ดอกเพศเมีย จานฐานดอกเรียบ รังไข่อยู่เหนือวงกลีบ มีรังไข่กลม ปลายสอบแคบ มี 1 ช่อง ก้านเกสรเพศเมียมี 5-6 อัน ยาวประมาณ 1 มิลลิเมตร แต่ละก้านปลายแยกเป็นสองแฉก และม้วนออก กลีบเลี้ยง 5-6 กลีบ รูปไข่ กว้างประมาณ 1 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 1.5 มิลลิเมตร ปลายมน ผิวด้านนอกเกลี้ยง ด้านในและขอบมีขนหนาแน่น

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต


ผลกลม หรือรี เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.8-1 เซนติเมตร ออกเดี่ยว หรือเป็นกลุ่ม เป็นพวงเล็กๆ ตามกิ่ง เมื่ออ่อนสีเขียว สุกสีแดงคล้ำ ลักษณะชุ่มน้ำ มี 5-8 เมล็ด มีก้านเกสรเพศเมียติดอยู่ที่ปลายผล ผลจะสุกประมาณเดือนกรกฎาคม ถึงสิงหาคม รับประทานได้ รสหวานอมฝาด พบตามป่าเต็งรัง ป่าชายหาด ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง และป่าผสมผลัดใบ ตลอดจนตามริมแม่น้ำ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 04:16:12 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
Thesun215
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4146


« ตอบ #232 เมื่อ: มีนาคม 07, 2014, 07:42:45 AM »

ตอนไปซื้อต้นไม้ที่ อ.วังทองได้ต้นหมากเบน(ตะขบป่า)* มา 2 ต้น วันก่อนไปเดินเล่นเก็บภาพผักหวาน เจอต้นไม้ที่ลักษณะใบคล้ายๆกัน ดูไปดูมาคิดว่าใช่แน่ๆ ซึ่งเป็นต้นไม้ที่เราฟันทิ้งครั้งแล้วครั้งเล่า(เพราะมีหนามจึงคิดว่ามันจะเป็นแค่ต้นไม้มีหนามธรรมดาๆ) แต่มันก็ไม่ยอมตายเสียที กลับแตกกิ่งก้านออกมาใหม่คล้ายไม่อาทรต่อสิ่งใด หากใช่หมากเบนจริง นั่นหมายความว่า ในที่ดินของเราอาจมีต้นไม้ที่เราต้องการ ซึ่งรอคอยอย่างอดทนและเงียบงันให้เราค้นพบ

ต้นนี้ก็ดูคล้ายๆแต่ทำไมลักษณะใบมันยาวรีเช่นนี้ ผู้รู้วานบอกทีว่าใช่หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ผมคงต้องลองเสี่ยงกับไม้หนาม(ที่อาจเป็นหมากเบน)กันดูสักหลายปี หากโชคดีใช่ก็ดีไป หากไม่ก็ค่อยฟันลงมาเป็นฟืน ครับผม  ยิงฟันยิ้ม


หมากเบนครับ ฟันธงเลย ผักหวานป่าผมต้นหนึ่งหยอดเมล็ดใกล้หมากเบนก็มีชีวิตรอดได้เหมือนกัน เดี๋ยวจะเอารูปมาฝากครับ จริงๆแล้วไม่รู้หรอกว่าหมากเบนเป็นพืชพี่เลี้ยงผักหวานได้ แต่โดยความบังเอิญครับ



nomadic_man ขอบคุณครับที่ช่วยยืนยันว่าเป็นหมากเบน ผมคงปล่อยไว้ให้โตทั้ง 2 ต้น เพราะไม่ได้อยู่ใกล้ต้นไม้อื่นที่ปลูกมากนัก หากโตแล้วยังไงจะลองหยอดเมล็ดผักหวานป่าดูครับผม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 15, 2014, 02:44:01 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
ผู้หมู่วุฒิฅนขอนแก่น
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1064


« ตอบ #233 เมื่อ: มีนาคม 07, 2014, 08:58:00 AM »


ขอนแก่นเอิ้นว่าหมากเบน เด้อครับแต่ก่อนมีเพียบ แต่ตอนนี้ไม่ค่อยเจอแล้วคนตัดทิ้งเยอะเพราะมันเป็นหนาม แหลมยาวไม่ค่อยเป็นที่ต้องการแต่ตอนผมเป็นเด็กชอบหลายไปเก็บตอนไปเลีย้งวัวเลี้ยงควาย



nomadic_man เมื่อนานมากแล้วตอนที่เคยลิ้มรสหมากเบนครั้งแรกผมก็ไปปีนเก็บเอาครับ ผ่านมาหลายปีความทรงจำเริ่มเลอะเลือน จำไม่ได้ว่าต้นมันมีหนามหรือไม่ ใบเป็นอย่างไร คิดแต่เพียงว่าอยากหามาปลูก นึกไม่ถึงว่า มันจะเติบโตรอคอยผมที่บ้านสวนแล้ว ถึงจะโดนฟันทิ้งไปกี่หนก็ยังแตกกิ่งก้านขึ้นมาใหม่ สงสัยคงต้องอัดปุ๋ยขี้หมูให้เป็นรางวัลแห่งความทรหดซะหน่อย ครับผม  ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 21, 2015, 09:52:01 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า

สวนเป็นต่อพอเพียง 
ตำบลคึมชาด  อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น
rung2524
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


« ตอบ #234 เมื่อ: มีนาคม 07, 2014, 02:26:59 PM »

สวัสดีครับ คนด่านซ้าย เหมือนกันเลย ผมอยู่ บ้านนาเบี้ย ต.นาหอ เอง ดีใจครับที่มีคนไกล้ ๆ กัน อาจจะไปขอคำปรึกษา เรื่องผักหวานป่า บ้างครับ
 ปลูกไว้ ปีที่แล้วเหมือนกัน  500 กว่าต้นได้  ครับ



nomadic_man ยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ กลัวแต่ว่าผมต้องไปดูงานที่สวนคุณ rung มากกว่า 2524 นี่ปีเกิดหรือเปล่าครับ ถ้าใช่รุ่นเดียวกันกับผมเลย ยินดีที่ได้รู้จักและคาดว่าคงมีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้ซึ่งกันและกันเพื่อสร้างเครือข่ายที่ยั่งยืน ครับผม  ยิ้มเท่ห์  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 07, 2014, 08:00:19 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
rung2524
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


« ตอบ #235 เมื่อ: มีนาคม 08, 2014, 02:05:50 PM »

สวัสดีครับ คนด่านซ้าย เหมือนกันเลย ผมอยู่ บ้านนาเบี้ย ต.นาหอ เอง ดีใจครับที่มีคนไกล้ ๆ กัน อาจจะไปขอคำปรึกษา เรื่องผักหวานป่า บ้างครับ
 ปลูกไว้ ปีที่แล้วเหมือนกัน  500 กว่าต้นได้  ครับ



nomadic_man ยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ กลัวแต่ว่าผมต้องไปดูงานที่สวนคุณ rung มากกว่า 2524 นี่ปีเกิดหรือเปล่าครับ ถ้าใช่รุ่นเดียวกันกับผมเลย ยินดีที่ได้รู้จักและคาดว่าคงมีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้ซึ่งกันและกันเพื่อสร้างเครือข่ายที่ยั่งยืน ครับผม  ยิ้มเท่ห์  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม


ครับ 2524 เป็นปีเกิดครับ  จบจากศรีสองรักษ์ ปี 42   ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
rung2524
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


« ตอบ #236 เมื่อ: มีนาคม 08, 2014, 02:17:46 PM »

 ยิ้มเท่ห์ คุณ nomadic_man อยู่บ้าน นาหว้า หรือ บ้านนาทุ่ม ครับ  ผมพอมีเพื่อนอยู่แถวนั้น สมัยเรียน  ถ้าเกิดปีเดียวกันน่าจะพอรู้จัก  เจ๋ง เจ๋ง เจ๋ง



nomadic_man บ้านสวนของผมอยู่ระหว่างหมู่บ้านทั้งสองที่กล่าวมา คิดออกแล้วใช่ไหมครับว่าบ้านไหน  ยิงฟันยิ้ม  จริงๆแล้วผมไม่ใช่คนด่านซ้ายโดยกำเนิด เพียงแค่มาได้แฟนและมีเด็กหญิงเม็ดทรายถือกำเนิดขึ้นที่นี่  ยิงฟันยิ้ม  เกือบ 10 ปีแล้วครับนับจากวันที่ผมเดินทางเข้ามาเริ่มต้นทำงาน ณ ด่านซ้าย ตอนนั้นสะพายเป้คู่ใจมาหนึ่งใบกับถุงนอนเท่านั้น ว่าไปแล้วก็เรื่องมันยาวครับผม  ยิ้ม ผมเองมีเพื่อนร่วมงานหลายคนที่จบจากศรีสองรักษ์ ไม่แน่ใจว่าใช่รุ่นเดียวกันหรือไม่ แต่มีรุ่นพี่ที่ทำงานชอบแซวว่า "ไอ้พวกรุ่นสองสี่นี่อย่าไปคบมัน" 555 ไม่รู้ทำไมเหมือนกันเนอะ  รูดซิบปาก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 08, 2014, 10:11:47 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
คม นาบาง
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14


« ตอบ #237 เมื่อ: มีนาคม 09, 2014, 05:19:23 PM »

ขออนุญาตมาทายทักครับ อ่านตั้งแต่ต้นจนหน้านี้แล้ว ขอชมครับ ยอดเยี่ยมมากๆ
เผอิญเจอจุดสำคัญเรื่องนึง ที่ผมเองเคยค้างคาในใจมาก่อนหน้าเช่นกัน และเดี๋ยวนี้นั้นได้พบเจอคำตอบที่คุณกำลังค้นหาอยู่
เรื่อที่ว่านั้นคือ ตะขบกับผักหวาน ใช่คำตอบสุดท้ายจริงๆหรือไม่..
ผมเองทดลองปลูกผักหวานป่า ทุกสายพันธุ์ ที่มีในประเทศไทย ทั้งเมล็ดเล็ก เมล็ดใหญ่ โดยทดลองปลูกกับต้นไม้ชนิดต่างๆ เท่าที่อ่านในเน็ตจำนวนเกือบ 300 ชนิด หลักๆ คือ ตะขบ น้อยหน่า มะขามเทศ แค และอื่นๆ และไม่มีพี่เลี้ยงใดๆ เจ็ดปีเต็ม ผมเจอคำตอบครับ
ผักหวานป่าไม่จำต้องมีพี่เลี้ยงก้อได้ สำคัญที่รากลงลึกในดินหรือไม่ และมีร่มเงาบ้างหรือไม่ แต่สิ่งที่เจอว่า แตกต่างอย่างเห็นชัด คือ
มันไม่ตาย แต่ไม่โตครับ ไม่มีพี่เลี้ยง 7 ปี ก้อสูงแค่เอว ไม่โต แคระแกร็น เทียบกับที่ปลูกกับต้นตะขบแล้วสูงเท่ากัน แต่ปลูกกับ ต้นตะขบแค่ 1 ปี กว่าๆเท่านั้น คำตอบที่ผมเจอ คือ เวลาครับ ตะขบให้มากกว่าคือ เวลา ใช้ตะขบเป็นพี่เลี้ยง เวลาแค่ 2 ปี กว่า ผักหวานป่าจะโตเท่ากับใช้ไม้พี่เลี้ยงอื่นๆ ที่ต้องใช้อายุ 5 ปี กว่าขึ้นไป แม้แต่ต้นแค และมะขามเทศ ครับ



nomadic_man ขอบคุณมากๆครับ  อายจัง ที่เข้ามาร่วมแชร์ประสบการณ์ความรู้เกี่ยวกับผักหวานป่า จริงๆใจของผมเองก็โอนเอียงมากกว่าครึ่งแล้วในความเชื่อที่ว่า "ตะขบเป็นพี่เลี้ยงผักหวานป่าแบบหยอดเมล็ด" (ก็ปลูกตะขบไปร่วมร้อยต้นแล้วเมื่อปีกลายและปีนี้คงปลูกเพิ่มจำนวนเท่าๆกัน  ยิงฟันยิ้ม ) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นที่ต้องตั้งข้อสงสัยเนื่องจากไม่อยากให้สมาชิกท่านใดอ่านแล้วเชื่อในทันที (ปีก่อนผมเองก็ศึกษาหาข้อมูลอยู่นานก่อนปลูกผักหวานป่าแบบหยอดเมล็ด) ควรลงมือทดลองด้วยตนเองในพื้นที่ของแต่ละท่านจะดีที่สุด "เพราะสิ่งที่ดีที่สุดของบางที่อาจไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสมของอีกที่" ที่ผมกล้าปลูกต้นตะขบเยอะ จริงๆแล้วเป็นเพราะสวนบนกับสวนล่างของน้องเม็ดทรายแล้งได้ใจ จึงต้องหาไม้เบิกนำเพื่อสร้างร่มเงาและปรับสภาพหน้าดิน เท่านั้นเองครับผม บังเอิญแค่พอปลูกอะไรๆก็ไม่ค่อยรอด แต่ก็ยังปลูกต้นไม้ทุกๆปีในหลุมเดิมที่ต้นไม้ตาย ค้นคว้าข้อมูลร่วมกับเรียนรู้จากประสบการณ์จริง จนได้บทสรุปของการทดลองบนเส้นทางนักปลูกต้นไม้แห่งดาวโลก คือ
"ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน" ครับผม  ยิ้มเท่ห์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 14, 2014, 10:03:32 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
julaporn
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 132


« ตอบ #238 เมื่อ: มีนาคม 12, 2014, 10:52:23 PM »

ติดตามกระทู้นี้มาระยะนึงแล้ว เพราะกำลังวางแผนจะไปอยู่แบบพอเพียงแถบๆ ภูเรือ ด่านซ้าย นาแห้ว (ชอบผู้คน + บรรยากาศแถบนี้มาก)
หลังจากเป็นมนุษย์เงินเดือนในเมืองมาสิบกว่าปี ตอนนี้เริ่มคิดว่าควรจะพอได้แล้ว ควรจะไปใช้ชีวิตที่เหลือกับสิ่งที่เรารักบ้าง
ก็เลย เข้ามาหาข้อมูลจนมาเจอกระทู้นี้ เห็นมีประโยชน์มาก ขอใช้บางวิธีเป็นแนวทางนะครับ

ถ้าช่วงไหนผมมีโอกาสผ่านไปด่านซ้าย ผมขออนุญาตแวะทักทายหน่อยนะครับ   ยิ้ม




nomadic_man หากสิ่งใดพอเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนสมาชิกผมก็ดีใจแล้วครับ  ยิ้ม ผมคิดว่าเราควรเรียนรู้ซึ่งกันและกันเพื่อปรับปรุงแนวทางหรือสิ่งดีงามให้งอกเงยยิ่งขึ้น แต่ไม่ควรกระทำแบบไร้ความคิดคือลอกๆกันไป เพราะชีวิตไม่ใช่ข้อสอบเราไม่อาจรู้ได้เลยว่าคนที่เราลอกเก่งจริงรู้จริงหรือไม่  ยิงฟันยิ้ม ทางทีดีก็แค่เลือกแนวคิดหรือวิธีปฏิบัติที่เราสนใจ ที่เห็นว่าอาจเกิดประโยชน์ต่อเรามาค้นคว้าต่อและลงมือทำ จนสรุปเป็นแนวทางแห่งตน ศิลป์ยังส่องทางให้กันได้แล้วทำไม "ความดีงามจะไม่เป็นเช่นนั้นเล่า" จริงไหมครับ... โซนภูเขาของจังหวัดเลย(นาแห้ว ภูเรือ ด่านซ้าย ท่าลี่) เป็นถิ่นที่น่าอยู่ครับ วัฒนธรรมบางอย่างยังสืบทอดส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น แม้จะผิดเพี้ยนไปบ้างตามกาลเวลาที่ล่วงเลย อากาศก็ดี สาวก็สวย พ่อน้องเม็ดทรายยืนยัน นั่งยัน นอนยัน (หากไม่บอกว่าสวยคนที่จะโดนยันคือผม  โกรธ )  "ว่างเมื่อไหร่ก็แวะมา" ยินดีต้อนรับด้วยมิตร  ยิ้มเท่ห์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 14, 2014, 10:08:16 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #239 เมื่อ: มีนาคม 14, 2014, 10:54:51 PM »

"คืนนี้หัวใจว้าวุ่น" เอ๊ย ม่ายช่าย  ยิงฟันยิ้ม ช่วงนี้ยังยุ่งวุ่นวายอยู่กับเรื่องของสวนไกล ทั้งการทำทางเข้าสวน รอแบ่งโฉนด วางแผนปรับปรุงสระน้ำ หาต้นไม้มาเตรียมปลูก นี่ยังไม่รวมถึงการรอคอยอย่างจดจ่อแต่ละวันว่าจะมีเสียงแจ้งเตือนให้ไปรับขี้หมูทองคำได้แล้วหรือยัง หรือรดน้ำผักหวานป่าให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งก็ยังดี และพรวนดิน ใส่ปุ๋ย คลุมฟาง ต้นตะขบที่สวนล่างเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับหยอดเมล็ดผักหวานป่าเพิ่ม เฮ้อ ไหนจะงานประจำอีกล่ะ  โกรธ ... ที่กล่าวมาข้างต้นเพื่อจะหาข้ออ้างว่า "ทำไมไม่เขียนบทต่อไปของ สวนไกล เสียที" ให้กับตัวเองครับผม  ยิงฟันยิ้ม



โชคดีที่เด็กหญิงเม็ดทรายปิดเทอมชั้นอนุบาลป.เตรียมขี้ไก่(ปีการศึกษานี้ถึงจะได้เรียนชั้นเตรียมก่อนเข้าอนุบาล) เลยส่งไปฝึกภาษากับยายที่บ้านนอกแห่งหุบเขา "เราถางไพร"  โกรธ (หึหึ เป็นเรื่องน่าเศร้าของพื้นที่ต้นน้ำในยุคปัจจุบัน หากมีโอกาสจะเก็บมาเล่าให้ฟังครับผม) เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน เด้อนางเด้อ...  ยิงฟันยิ้ม เมื่อเหลือกันอยู่แค่ผมกับเธอจึงมีเวลาว่างไปเป็นเกษตรกรภาคค่ำ(ภาคเช้าต้องทำงานตามปรกติ) หาแกลบดิบมาเทบริเวณพื้นที่ลาดเอียงของสวนล่าง เพื่อคลุมไม่ให้หน้าดินเปล่าเปลือยและช่วยดูดซับน้ำลงผิวดินอย่างช้าๆเวลาฝนตกขี้หมูไหล  ยิ้ม



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 04:16:51 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 [15] 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 ... 39   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: