หน้า: 1 ... 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 [13] 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 ... 39   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันสุดท้าย สุดทางฝัน  (อ่าน 280733 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 754


« ตอบ #192 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2013, 09:05:03 PM »

ผมยังจำติดตาถึงการ์ตูนเรื่อง "โดราเอมอน" ตอนหนึ่งที่พวกเขาเข้าไปเก็บเห็ดในภูเขาจำลองที่โดราเอมอนเอาออกมาจากกระเป๋าวิเศษ มันจะดีแค่ไหนหากเรามีป่าเห็ดส่วนตัวเป็นของตนเองแบบนั้น มันเป็นความประทับใจอย่างหนึ่งที่ผมเองไม่อาจนึกภาพได้ว่าจะเป็นความจริงได้อย่างไร หลายต่อหลายครั้งกับการเข้าป่าไปเก็บเห็ดที่ภาพภูเขาเห็ดส่วนตัวจากการ์ตูนคอยวนเวียนอยู่ในหัวของผมเสมอ "มันจะเป็นความจริงได้หรือเปล่านะ..."

น่าแปลกที่เรื่องๆนี้เริ่มต้นด้วย "ดอกเห็ด" เพียงไม่กี่ดอก ที่เกิดขึ้น ณ บ้านสวนเมื่อหลายปีก่อน เชื่อมโยงไปถึงการเรียนรู้กับเซียนและเข้าป่าเก็บเห็ดมาตลอดหลายปีที่ผมมาอยู่ที่นี่ จวบจนมาถึงการศึกษาหาความรู้จากอินเตอร์เน็ตเพียงเพื่อสนองความฝันเล็กๆของเด็กขี้อิจฉา(อิจฉาตัวการ์ตูน โนบิตะ  ยิงฟันยิ้ม )คนหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว "คงจะดีไม่น้อยหากเรามีภูเขาเห็ดแบบนั้น"

เนื้อหาต่อไปนี้จะกล่าวถึงเรื่องของ "ดอกเห็ด" (fruiting body mushroom) ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ผมศึกษาข้อมูล(เนื้อหาส่วนใหญ่ไม่ใช่การคิดเองหรือเป็นเรื่องใหม่ แต่เป็นการสรุปรวบรวมจากสิ่งที่ผู้อื่นค้นคว้าไว้แล้ว ผ่านมุมมองของผมอีกทีหนึ่ง) นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ บทส่งท้าย สายใยที่ถักทอ ซึ่งในบทนั้นผมจะเผยให้เห็นถึงเส้นทางต่างๆของการพยายามสร้างป่าเห็ดทุกเส้นทางที่ผมได้เลือกเดิน ไม่มีการปิดบัง ไม่มีการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว แม้สุดท้ายปลายทางจะล้มเหลวทั้งหมดก็ช่างมัน เพราะอย่างน้อย... "เราได้ย่างก้าวบนทางที่เราเลือกเอง"



ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงการเชื่อมโยงของดอกเห็ดเข้ากับต้นไม้ในมุมมองใต้ดิน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 03:41:38 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า

nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 754


« ตอบ #193 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2013, 09:43:38 PM »

สิ่งที่เห็นเป็นเพียงบางส่วนของบางสิ่งที่เชื่อมโยง

สิ่งมีชีวิตทุกชนิดล้วนมีความต้องการดำรงเผ่าพันธุ์แห่งตนฝังแน่นอยู่ในสายพันธุกรรม mycorrhizal เองก็ไม่ได้เป็นข้อยกเว้น ถึงพวกมันจะสามารถสร้างเครือข่ายจักรวรรดิใต้ดินได้อย่างกว้างใหญ่แค่ไหน แต่เมื่อเจอข้อจำกัดหลายๆอย่างอาจทำให้พวกมันไม่ได้ดั่งใจหวัง นั่นเองจึงเป็นเหตุของการสร้างผลที่ชื่อว่า "ดอกเห็ด" (fruiting body mushroom) ขึ้นมา เพื่อส่งลูกหลานของพวกมันออกเดินทางท่องโลก หาพื้นที่เหมาะสมและยึดครอง



ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงวัฎจักรของการสร้างดอกเห็ดเพื่อทำหน้าที่ส่งสปอร์ให้แพร่กระจายไปได้อย่างกว้าไกลยิ่งขึ้น อาจด้วยสายลมที่พัดพา สัตว์ที่เข้ามากัดกินดอกเห็ด หรือแม้แต่มนุษย์บ้าๆบวมๆที่มีความฝันอยากสร้างป่าเห็ดส่วนตัว ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม



ในรอบปี mycorrhizal อาจจะผลิตดอกเห็ดออกมา 2-3 ครั้ง อาจมากกว่านั้นหรือไม่มีดอกเห็ดออกมาในปีนั้นก็ได้ ปัจจัยที่อาจมีผลต่อการสร้างฐานปลดปล่อยลูกหลานชนชั้นปกครองนี้คือ ปริมาณความชื้น(หลักๆมาจากฝน) ระยะสะสมของเครือข่ายสายใย ธาตุอาหารต่างๆ แม้กระทั่งรอบการเจริญเติบโตของพืชอาณานิคม ถึงเราจะมีการศึกษามากมายเกี่ยวกับพวกมัน แต่แทบจะเรียกได้ว่าความรู้ที่เรามีอยู่นั้นช่างน้อยมากเสียเหลือเกิน พวกมันยังกุมความลับอีกมากมายที่เราเข้าไม่ถึง



ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต มีบางการศึกษาพบว่าปริมาณเห็ดที่พบในป่าหาใช่ตัวแทนของเครือข่ายพวกมัน เห็ดที่ออกดอกมากอาจมีเครือข่ายเพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับอีกชนิดที่พบดอกเห็ดน้อยแต่มีเครือข่ายอยู่มากกว่าในพื้นที่เดียวกัน แสดงให้เห็นถึงความรู้ที่เรามีอยู่อย่างจำกัดเกี่ยวกับ mycorrhizal




ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงรูปแบบการเจริญเติบโตเครือข่ายสายใยในลักษณะวงแหวน เพื่อสะสมทรัพยากรให้เพียงพอต่อการสร้างดอกเห็ดแต่ละดอกจะต้องมีการเชื่อมโยงของเครือข่ายเข้าด้วยกัน และรอคอยความเหมาะสมขององค์ประกอบต่างๆอย่างลงตัว ดอกเห็ดจึงจะถือกำเนิดขึ้นมา



ด้วยรูปแบบการเจริญเติบโตข้างต้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่ดอกเห็ดจะโผล่ในบริเวณอื่น ความมหัศจรรย์จึงบังเกิดขึ้นในรูปแบบของ fairy ring mushroom โดยส่วนใหญ่แล้ววงแหวนที่ว่ามักจะเกิดขึ้นในกลุ่มของ saprotroph ก็มีบ้างที่เราจะพบได้ใน mycorrhizal แต่อาจเป็นในรูปแบบเสี้ยวของวงแหวน


ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต fairy ring mushroom ของ saprotroph ส่วนใหญ่จะสมบูรณ์สวยงามอย่างที่เห็น







ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต fairy ring mushroom ของ mycorrhizal อาจเป็นได้แค่เศษเสี้ยวของวงแหวน










ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงโครงสร้างพื้นฐานของดอกเห็ดที่ทำหน้าที่ปลดปล่อยลูกหลานของพวกมันออกไปแสวงหาพื้นที่เหมาะสมและเข้าทำการยึดครองต่อไป





ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงดอกเห็ดและเครือข่ายสายใยของพวกมัน (คำบรรยายภาพแทบจะเป็นบทสรุปของ เห็ดรา ที่ผมเรียนรู้มา)


โปรดติดตามตอนต่อไป บทแทรก "เห็ดโคน" ใต้ผืนพิภพข้าคือราชา ได้ครับผม  ยิ้มเท่ห์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 03:44:12 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 754


« ตอบ #194 เมื่อ: ธันวาคม 15, 2013, 05:49:21 PM »

เรื่องราวของการทดลองสร้างป่าเห็ดคงขาดสีสันไปไม่น้อยหากไร้ซึ่งเห็ดโคน ในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปสำหรับการเพาะเห็ดโคนแต่ก็ยังไม่อาจถือได้ว่าเป็นเรื่องง่ายๆที่ใครต่อใครจะทำได้ ไม่เชื่อท่านทั้งหลายลองค้นคำว่าเห็ดโคนในเวบนี้หรือในกูเกิลดูสิ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ผมจะไม่กล่าวถึงความสำเร็จหรือความล้มเหลวที่เคยเกิดขึ้น ขอให้เป็นดุลพินิจของแต่ละคนเองว่าข้อมูลที่ศึกษาค้นคว้ากันนั้นเท็จจริงแค่ไหน เนื้อหาในบทนี้ผมเพียงสรุปรวบรวมจากผู้อื่นมาทั้งนั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่ แม้แต่ในเส้นทางที่ผมเลือกทดลองก็อาจมีคนได้ทำไปก่อนแล้ว สรุปก็คือ "ความรู้ส่องทางให้แก่กัน" นั่นเอง...



ใต้ผืนพิภพข้าคือราชา

หากเราถือกันว่า mycorrhizal คือชนชั้นปกครองที่ยึดรากพืชอาณานิคมเป็นฐานที่มั่นแล้ว ยังมีชนชั้นปกครองอีกกลุ่มหนึ่งที่เจริญไม่น้อยหน้าไปกว่ากัน หนำซ้ำยังมีสิ่งมีชีวิตเป็นข้าทาสบริวารอีกด้วย พวกเขาถูกเรียกว่า Termitomyces (ชื่อสกุลทางวิทยาศาสตร์ของกลุ่มเห็ดโคน) ข้าทาสคือปลวกนั่นเอง ซึ่งทรงประสิทธิภาพในการย่อยสลายเศษพืชเพื่อให้ชนชั้นปกครองได้กินโดยง่าย ความสัมพันธ์ของ Termitomyces กับข้าทาสออกจะแปลกประหลาดเสียหน่อยคือ พวกเขาจะต้องถูกกลืนกินเข้าไปในท้องของปลวกเสียก่อน  ยิงฟันยิ้ม



ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงความสัมพันธ์ของปลวกกับ Termitomyces ซึ่งในตอนแรกสปอร์ของเชื้อรากลุ่มนี้ที่แพร่กระจายอยู่ทั่วไปเมื่อพบสภาวะที่เหมาะสมจะทำการเจริญเติบโตและส่งสัญญาณเคมีบางอย่างถึงปลวก ปลวกงานก็จะไปกินเศษไม้ที่มีเชื้อราอาศัยอยู่จากนั้นก็ขับถ่ายออกมาเป็น pseudofeces เพื่อให้ปลวกงานอีกกลุ่มที่ทำหน้าที่อยู่ในรังขนย้ายไปสร้างจาวปลวกเพื่อเลี้ยงตัวอ่อนในรังปลวกต่อไป









ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของเห็ดโคนกับจาวปลวก อย่างชัดเจนว่า "พวกเขาเกิดมาคู่กัน"


เมื่อ Termitomyces ผ่านขั้นตอนอันแสนจะพิศดารแล้ว พวกเขาก็จะได้เข้ามาอยู่ในวังอย่างแท้จริง ต่อจากนี้ไปไม่ต้องทำอะไรแล้ว เพียงแค่ กิน กิน แล้วก็กินเท่านั้น เพียงเท่านั้น ซึ่งเมื่อพวกเขากินมากไปก็ต้องมีส่วนเกินเป็นธรรมดา ส่วนเกินที่ว่านั้นพวกเขาจึงแบ่งให้ข้าทาสเช่นปลวกเป็นของตอบแทนสำหรับทุกอย่างที่ปลวกจัดหามาให้ เริ่มตั้งแต่อัญเชิญเข้ามาในพระราชวังที่สร้างไว้ จัดหาอาหารมาปรนเปรอ ปกป้องคุ้มครอง แล้วอย่างนี้จะไม่เรียกพวกเขาว่า "มหาราชาแห่งใต้ผืนพิภพ" ได้อย่างไร




ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงความใหญ่โตของพระราชวังแห่ง Termitomyces มันไม่ง่ายเลยใช่ไหมกับการที่จะบุกรุกเข้าไป  ยิงฟันยิ้ม









ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงโครงสร้างของ "comb" หรือจาวปลวกซึ่งเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของ Termitomyces และอีกภาพแสดงถึงปลวกกำลังเก็บเกี่ยวผลผลิตส่วนเกิน (nodules) ของราเห็ดโคนจากจาวปลวก


จริงๆแล้วภายในมหาราชวังของ Termitomyces ที่ปลวกสร้างขึ้น ยังมีเชื้อเห็ดราอีกหลายชนิด เนื่องจากเป็นเพราะว่าอำนาจบารมีของราชายังล้นฟ้า พวกปลวกทั้งหลายจึงมีวิธีการควบคุมไม่ให้เชื้อรากลุ่มต่างๆได้ยึดครองอำนาจ นั่นก็คือควบคุมสภาวะแวดล้อมต่างๆให้เหมาะสมกับการแพร่ขยายของ Termitomyces สิ่งที่สำคัญคืออุณหภูมิกับความชื้น สองสิ่งที่ว่าถูกควบคุมโดยโครงสร้างภายในของรังปลวกเอง (จะไม่กล่าวถึง ณ ที่นี้ ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาค้นคว้าต่อได้ครับ)


ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงโครงสร้างของรังเลี้ยงตัวอ่อนหรือจาวปลวกตามคำเรียกแบบบ้านๆ  ยิงฟันยิ้ม ซึ่งโครงสร้างแบบนี้เองที่ใช้กำกับควบคุมความชื้นและอุณหภูมิร่วมกับโครงสร้างหลักของจอมปลวก




ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงเครือข่ายสายราหากมีมากมายหลายชนิดเกินไป ผลผลิตที่ปลวกจะได้รับ (nodules) อาจมีไม่เพียงพอกับความต้องการ เชื้อเห็ดราอีกชนิดที่มักพบในรังปลวกคือ Xylaria sp. เชื้อชนิดนี้มีการเจริญเติบโตที่รวดเร็วกว่าเชื้อเห็ดโคนซึ่งอาจเร็วเกินไปที่ปลวกจะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้ทัน




ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต เมื่อสภาวะแวดล้อมเหมาะสม นั่นหมายความว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของ comb ถูกครอบครองอยู่ด้วย Termitomyces และดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ชอบความชื้นมากนัก จากภาพได้มีการทดลองหยดน้ำลงไปยัง comb และพบว่าบริเวณที่น้ำหยดลงไปนั้นเส้นใยของเชื้อราเห็ดโคนได้ถูกยับยั้งการเจริญเติบโต สิ่งที่ตามมาก็คือ...





ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงการเจริญเติบโตของเชื้อราสายพันธุ์อื่น ในที่นี้คือ Xylaria sp. จะมีลักษณะเส้นใยสีเขียวเข้มไปจนถึงดำ


หาก mycorrhizal ทำการสร้างดอกเห็ดเพื่อแพร่ขยายเผ่าพันธุ์ให้กว้างไกลออกไป Termitomyces ก็กระทำเช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่า อาณานิคมของพวกเขาต้องถูกสร้างขึ้นโดยปลวกข้าทาสเสียก่อน พวกเขาจึงต้องรอคอยอย่างอดทนเพื่อให้ปลวกน้อยๆกลายเป็นระยะสืบพันธุ์(แมงเม่า)แล้วทำการโบยบินออกจากมหาราชวังไปสร้างปราสาทย่อมๆขึ้นที่ไหนสักแห่ง และรอคอยให้ราชาอย่าง Termitomyces ทำการแพร่กระจายลูกหลานของพวกเขา (สร้างดอกเห็ดให้โผล่พ้นขึ้นมาจากผืนดินเพื่อผลิตสปอร์)


ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างปลวกกับเชื้อเห็ดโคนอย่างแยกไม่ออก





ยังเป็นความลับอยู่จนเท่าทุกวันนี้ว่าเห็ดโคนจะออกเมื่อไหร่ ที่แน่ๆสภาพอากาศต้องร้อนอบอ้าวสักสองสามวันและมีฝนตกลงมา เคยมีใครสังเกตไหมว่าหลังแมงเม่าออกสักระยะหนึ่งแล้วเห็ดโคนจะตามมา(เป็นเพียงสมมติฐานของผมเท่านั้น) เพราะเมื่อปลวกเจริญเติบโตจนเป็นแมงเม่า นั่นหมายความว่าในจาวปลวกจะมีปลวกตัวอ่อนเหลือเพียงเล็กน้อย(หรืออาจไม่มีเลยก็ได้) ทำให้เชื้อเห็ดโคนสามารถเจริญเติบโตจนกระทั่งสร้างดอกเห็ดได้ในที่สุด จากข้อมูลข้างต้นจึงทำให้เกิดเส้นทางที่ผมจะทำการทดลองตามมาในตอนต่อไปที่มีชื่อว่า
"กองขี้ฮ้าง จาวปลวกและแมงเม่า ความเพ้อฝันของชายผู้คลั่งไคล้ในเห็ด"
เร็วๆนี้ครับผม  ยิ้มเท่ห์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 03:48:20 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 754


« ตอบ #195 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2013, 08:22:59 PM »

กองขี้ฮ้าง จาวปลวกและแมงเม่า ความเพ้อฝันของชายผู้คลั่งไคล้ในเห็ด


กองขี้ฮ้าง (hugelkultur)

ปล. อ่านเรื่องราวของ hugelkultur แบบฉบับวิชาการได้ที่ http://www.bansuanporpeang.com/node/23168 แหล่งรวบรวมความรู้อีกแห่งของ คุณพี่ teerapan  แห่งสวนขี้คร้านครับผม... กองขี้ฮ้างที่ว่านี้เป็นภาษาแบบบ้านๆที่ใช้เรียกเศษไม้ที่กองอยู่หรือถูกรถไถดันมาไว้รวมกัน หากมีการสุมทำลายด้วยไฟร่วมด้วยยิ่งดี โดยทั่วไปแล้วมันอาจจะย่อยสลายไปเองในเวลาหลายปีหรืออาจกลายเป็นจอมปลวกก็ได้ ในช่วงแรกๆ ใครๆต่างก็รู้ว่าจะใช้ประโยชน์จากมันอย่างไร นั่นคือ ปลูก ปลูก แล้วก็ปลูก  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม พืชส่วนใหญ่ที่ถูกปลูกลงบนกองขี้ฮ้างมักเป็นพืชไร่ที่เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ในระยะสั้น เช่นถั่ว บวบ ฟัก แตง เป็นต้น สุดแต่ว่าใครจะคิดได้ สิ่งที่ชาวบ้านรู้ก็คือ บนกองขี้ฮ้างแห่งนั้นแทบจะไม่ต้องใส่ปุ๋ยหรือรดน้ำเพิ่มเติมเลย(หากปลูกพืชได้ถูกช่วง)




ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงระยะเวลาที่ผ่านไปของกองขี้ฮ้างในแต่ละปี เศษไม้จะค่อยๆย่อยสลายไปอย่างช้าๆ



ในกลุ่ม permaculture แห่งวงการต่างประเทศมีการใช้ประโยชน์อย่างหลากหลายมากจากกองขี้ฮ้างที่ว่า วิธีการสร้างก็แสนจะง่ายดายเริ่มต้นด้วยแกนกลางคือท่อนไม้ขนาดใหญ่ โดยทั่วไปมักเป็นไม้พวกที่เน่าเปื่อยผุพังโดยง่ายหรือปลวกสามารถย่อยได้ อาจจะทำการขุดดินขึ้นมาสักหน่อยหรือวางท่อนไม้ลงบนผืนดินเลยก็ได้ จากนั้นหาเศษกิ่งไม้ที่มีขนาดเล็กลงกองสุมรวมกัน ตามด้วยเศษหญ้าใบไม้ หากได้ซากสัตว์ที่ตายแล้วมาใส่ด้วยยิ่งดี เพื่อเป็นการเพิ่มธาตุไนโตรเจนสำหรับกระบวนการย่อยสลาย (ไม่แนะนำให้ฆ่าสัตว์เพื่อการนี้  โกรธ โกรธ  หากเป็นผมจะใช้ปุ๋ยยูเรียที่หาได้โดยง่ายตามท้องตลาดแทน  ยิงฟันยิ้ม ) จากนั้นก็กลบด้วยดินเป็นอันเสร็จสำหรับกองขี้ฮ้างแบบฉบับสร้างเอง



ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงรูปแบบของกองขี้ฮ้างแบบหลักๆ









ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงการสร้างกองขี้ฮ้างของพวกฝรั่ง ช่างแสนจะง่ายดายอะไรเพียงนี้  ยิงฟันยิ้ม







ลืมการปลูกผักยกแปลงแบบเดิมๆไปได้เลยจอร์จ มันช่างเทียบกันไม่ได้เลยระหว่างแบบเดิมๆ(ทางซ้าย) กับกองขี้ฮ้างของเรา(ทางขวา)



โอ้ว ลอร่า ตอไปเธอคงไม่ต้องก้มเงยๆเก็บผักแบบเดิมๆให้ปวดหลังอีกต่อไป ในเมื่อเรามีแปลงผักแบบกองขี้ฮ้าง  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม







ตามทฤษฎีเขาบอกมาว่าท่อนไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่ภายใต้กองขี้ฮ้างจะปลดปล่อยพลังงานออกมาในรูปแบบความร้อนเมื่อถูกย่อยสลาย ซึ่งความร้อนที่ว่าเทียบเท่ากับการนำท่อนไม้จำนวนเท่ากันนั้นไปสุมไฟ หากแต่ค่อยๆปล่อยออกมาทีละหน่อย(แบบว่ารักน้อยๆแต่นานๆ) ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของพืชที่ปลูกอยู่ ถ้ามีการจัดการอย่างเหมาะสมเราอาจไม่จำเป็นต้องไปตีหัวหมาเพื่อเอาซากมันมาใส่ก็ได้  โกรธ โกรธ พืชในขวบปีแรกๆของกองขี้ฮ้างควรเริ่มต้นด้วยพืชตระกูลถั่ว เพื่อที่จะต้องไม่ไปแย่งไนโตรเจนกันกับการย่อยสลายของไม้ เขายังบอกอีกว่ายิ่งผ่านไปหลายปี พืชที่ปลูกแทบจะไม่มีความจำเป็นต้องรดน้ำหรือเติมปุ๋ยเลย (จริงไม่จริงไม่รู้เพราะผมยังไม่ได้ทดลองสร้าง  ยิงฟันยิ้ม )






ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงการทำงานร่วมกันของ hugelkultur กับ swale ซึ่งสามารถนำรูปแบบนี้ไปปรับใช้กับพื้นที่ลาดเอียงเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้เช่นกัน




จาวปลวก

จาวปลวกคืออะไรพบคำตอบได้ใน http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=82962.0 สุดยอดกระทู้ของคุณ ชาวนา(อะไรจะเล่นง่ายปานนี้  โกรธ )



แมงเม่า

แมงเม่าคือวรรณะสืบพันธุ์ของปลวก ในปีหนึ่งๆเรามักจะเห็นแมงเม่าจำนวนมากออกมาเล่นแสงไฟเพื่อให้เกิดการกระตุ้นทางเคมีที่เหมาะสมสำหรับสืบพันธุ์(ข้อความข้างต้นเป็นเพียงข้อสันนิษฐานของผมครับ) จากนั้นเราจะเห็นพวกมันจับคู่หรือรวมกันเป็นกลุ่มๆเดินตามก้นกันต้อยๆ รอคอยที่จะหายไปจากบ้านเราอย่างเงียบเชียบในตอนเช้า (ยกเว้นพวกที่ตายแอ้งแม้งหรือถูกจับไว้เป็นอาหาร) แมงเม่าที่ผมกล่าวถึงในที่นี้คือพวกตัวใหญ่ๆที่กินได้ ตามภาพข้างล่างนี้เลยครับคือกลุ่มเป้าหมาย แต่การจับพวกมันในรอบปีหน้าหาใช่การจับตายไม่ แต่ต้องการจับเป็นเพื่อ...




ความเพ้อฝันของชายผู้คลั่งไคล้ในเห็ด

นี่เป็นเพียงเส้นทางหนึ่งสำหรับเป้าหมายคือ "เพาะเห็ดโคน" ยังไม่อาจบอกได้ว่าเส้นทางนี้จะประสบพบเจอกับอะไรที่ปลายทางเพราะยังไม่ได้เริ่มทำการทดลอง ซึ่งคาดว่าหลังจากการทดลองแล้วคงต้องรออีกหลายปีเพื่อที่จะรู้ว่าผลที่ออกมาจะเป็นอย่างไร แต่ผมก็ไม่กลัวที่จะหน้าแตกสำหรับการ "เสนอฝัน"  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม จากข้อมูลข้างต้นคงพอทราบกันแล้วว่าผมจะทำอะไร เริ่มจากสร้างกองขี้ฮ้าง ทำการเพาะจุลินทรีย์จาวปลวก แล้วสุดท้าย จับแมงเม่าตัวเป็นๆกลุ่มหนึ่งมาปล่อยเพื่อให้สร้างรัง จากนั้นก็รอ รอ แล้วก็รอ เอาละเว้ย เส้นทางฉบับขี้คร้านของคนอยากกินเห็ดโคนได้เริ่มขึ้นแล้ว... (ทางความคิดก็ยังดี)


โปรดติดตามบทต่อไปได้ครับผม  ยิ้มเท่ห์ บทส่งท้าย สายใยที่ถักทอ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 03:50:55 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 754


« ตอบ #196 เมื่อ: ธันวาคม 25, 2013, 06:57:09 PM »

สายใยที่ถักทอ

ในที่สุดก็มาถึงบทส่งท้ายของเรื่องราวเกี่ยวกับเห็ด ถึงชื่อจะเป็นบทส่งท้ายแต่สำหรับผมแล้ว มันคือการเริ่มต้นทดลองตามทฤษฎีต่างๆดังที่รวบรวมจากบทความก่อนหน้านี้นั่นเอง เอาล่ะเราลองมาดูกันว่าเราจะทำอะไรได้มั่งหากอยากมีป่าเห็ดส่วนตัวไว้หาเก็บกิน... (ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต)




แสดงถึงการเริ่มเพาะเชื้อเห็ดราจากดอกเห็ดที่เราทราบชนิด ซึ่งเกือบทุกขึ้นตอนต้องทำให้ห้องทดลองแบบปราศจากเชื้อเพื่อป้องกันการปนเปื้อน
แถมยังต้องทดลองเชื้อเห็ดรากับอาหารเลี้ยงเชื้อแบบต่างๆกันเพื่อให้ได้ชนิดที่เชื้อเจริญเติบโตอย่างเหมาะสม







เมื่อทำการเพาะเชื้อเห็ดราเบื้องต้นได้แล้ว เราก็ควรนำเชื้อบริสุทธิ์ไปทำการทดสอบต่างๆว่าแต่ละชนิดนั้นมีรูปร่างหรือผลการทดสอบทางเคมีเป็นเช่นไร
เพื่อที่จะได้เก็บรวบรวมข้อมูลพื้นฐานไว้







หากไม่ใช่ฤดูดอกเห็ด เราก็สามารถนำดินจากบริเวณที่คิดว่ามีเชื้อเห็ดราอาศัยอยู่มาทำการสกัดหาเชื้อได้โดยง่าย หากได้เชื้อมาก็อาศัยข้อมูลพื้นฐาน
จากการทดลองข้างต้นมาใช้ยืนยันชนิดของเชื้อเห็ดราต่อไป







เมื่อเราแยกเชื้อเห็ดราได้แล้วก็นำไปใส่กับต้นไม้ที่เคยศึกษามาว่าอยู่ร่วมกันได้ จากนั้นจึงนำดินบริเวณรากฝอยมาตรวจหาดูว่ามีเชื้อเห็ดราอาศัยอยู่ร่วมกันหรือไม่ เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการเพาะเชื้อเห็ดรากับต้นไม้







จากการทดลอง (A:เติมสปอร์ใส่ต้นไม้ B:นำดินจากต้นแม่ที่ติดเชื้อมาใส่ C:นำรากฝอยจากต้นแม่มาใส่ D:เพาะเมล็ดต้นไม้กับเชื้อเห็ดในหลอดทดลอง)
พบว่าโอกาสสำเร็จ B,C > A,D
แต่โอกาสได้เชื้อที่ยืนยันชนิดแล้ว A,D > B,C






จากการทดลองข้างต้นเราต้องการเพียงแค่ ห้องปฏิบัติการพร้อมอุปกรณ์ครบครันสักห้อง เชื้อเห็ดรากับต้นไม้ตัวอย่าง องค์ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเชื้อเห็ดราและต้นไม้ อาหารเลี้ยงเชื้อที่เหมาะสม บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการได้อย่างเข้าใจ ขาดตกบกพร่องอะไรไปอีกไหมนะ...
ว่าแต่ว่า เชื่อกันจริงๆหรือว่าผมจะพาเราๆท่านๆทั้งหลายเลือกเดินบนทางสายนี้  ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 03:52:25 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 754


« ตอบ #197 เมื่อ: ธันวาคม 25, 2013, 10:54:04 PM »

ดูเหมือนว่าเส้นทางสายข้างบนไม่เป็นตัวเลือกที่น่าดูชมนักสำหรับผู้นิยมเกษตรสไตล์ "ปู่ฟู" เช่นผม มีอะไรบ้างที่เราไม่ต้องทำ ยังเป็นทางเลือกหลักของบ้านสวน งั้นมาดูกันว่า เส้นทางอันมุ่งไปสู่ป่าเห็ดฉบับขี้คร้านจะมีสายใดบ้าง ซึ่งเป้าหมายที่ตั้งไว้คือ "ปลูกป่าได้เห็ด" ทั้งนี้ทั้งนั้นแจ้งให้ทราบกันอีกทีว่า ปลายทางของการทดลองฉบับง่ายๆแต่ละอย่างที่ผมนำเสนอ ยังไม่อาจบอกได้ว่าจะเจออะไร ครับผม


เส้นทางที่ 1 เก็บเห็ดกินได้มาจากป่า นำดอกแก่ๆมาขย้ำผสมน้ำแล้วนำไปรดต้นไม้ จำพวก เต็ง รัง ยางเหียง ยางนา เป็นต้น เส้นทางนี้มีผู้คนมากมายได้ปฏิบัติแล้วเกิดผลจริง หากอยากรู้ว่าเห็ดชนิดไหนอาศัยอยู่กับต้นไม้ชนิดใดให้ดูรายละเอียดได้ที่ ตารางแสดงความสัมพันธ์ระหว่างเห็ดป่ากับต้นไม้ พี่ teerapan โพสไว้ก่อนหน้านี้ (ขอบคุณครับ  ยิ้ม )



ข้อดี : วิธีนี้ขั้นตอนไม่ ยากยิ่งนัก เอ๊ย ยุ่งยากนัก หากจะให้ดีก่อนเทน้ำผสมเห็ดรดให้ถากโคนต้นไม้จนเห็นรากเพื่อเชื้อจะได้อาศัยเร็วขึ้น

ข้อเสีย : ต้องรอเป็นปีๆทีเดียวกว่าจะได้ทดลอง แล้วก็ใช่ว่าทุกคนจะสามารถเข้าป่าเก็บเห็ดเองได้ ทำให้อาจต้องเสียเงินซื้อเห็ดมาเพื่อการนี้ เผลอๆอาจไม่มีดอกเห็ดเกิดขึ้นถึงจะใส่เชื้อไปมากเท่าไหร่ เพราะต้นไม้ที่เราเลือกทดลองอาจไม่คบค้าสมาคมกับเห็ดที่เราเลือกมาก็เป็นได้



เส้นทางที่ 2 นำสปอร์เชื้อเห็ดบริสุทธิ์ไปใส่ต้นไม้(ในที่นี้หมายถึงเชื้อเห็ดตับเต่า) คล้ายๆกับเส้นทางแรก ผิดกันแค่คราวนี้เรานำเชื้อเห็ดบริสุทธิ์ที่มีคนเพาะจำหน่ายมาทำการทดลองแทน และต้นไม้ที่เห็ดตับเต่าขึ้นได้มีมากมายหลายชนิด





ข้อดี : แทบจะไม่มีการปนเปื้อนของเชื้อเห็ดราตัวอื่นเข้ามายุ่งในการทดลอง และสามารถทดลองได้ตลอดปีหากจัดซื้อเชื้อเห็ดมาได้ และต้นไม้ที่เพาะเห็ดตับเต่าได้นั้นมีหลากหลายชนิด (ลองพิมพ์ในกูเกิลว่า "เห็ดตับเต่า" ดูครับ )

ข้อเสีย : โอกาสที่เชื้อจะติดรากต้นไม้อาจไม่มากนัก ทำให้ต้องทำการเติมเชื้อจนกว่าเห็ดจะออกดอก และยังต้องเสียเงินเพื่อซื้อเชื้อด้วย (บางคนโชคดีแค่เติมเชื้อไม่กี่ครั้งก็มีดอกเห็ดขึ้น)



เส้นทางที่ 3 ปักชำต้นไม้ในดินเชื้อเห็ด (เนื้อหาต่อจากนี้เริ่มจะเข้าข่ายวิชาเกินล้วนๆ เพราะไม่มีหลักฐานอ้างอิงทางวิทยาศาสตร์แต่อย่างไร) เนื่องจากผมเห็ดว่าเห็ดตับเต่าสามารถเพาะขึ้นได้กับต้นไม้หลายชนิด และเป็นหนึ่งในเห็ดตระกูลเห็ดผึ้ง (Boletaceae) จากที่ไปเก็บเห็ดในป่าพบว่า มีเห็ดผึ้งออกอยู่ 2 บริเวณ ผมจึงนำดินมาจำนวนหนึ่งจากบริเวณนั้นมาทดลองปักชำต้นไม้ 2 ชนิดที่มีคนบอกว่าสามารถเพาะเห็ดตับเต่าได้คือ แคฝรั่ง กับ ทองหลาง



ตอนนี้กิ่งแคฝรั่งเริ่มผลิใบแล้ว ส่วนกิ่งทองหลางยังนิ่งอยู่ หากต้นไม้ 2 ชนิดนี้บ่งบอกว่าติดรากดีแล้วตอนแกะถุงดำออกผมคงต้องสำรวจบริเวณรากของกิ่งชำอย่างละเอียดว่ามีสายราเกาะอยู่ไหม หากไม่มีแสดงว่าไม่ใช่เนื้อคู่กัน หากมีก็ยังบอกไม่ได้อีกว่าใช่เชื้อเห็ดกินได้หรือไม่ (คงต้องรอจนเกิดดอกเห็ดออกมาให้เห็น)  โกรธ

ข้อดี : กิ่งทองหลางกับกิ่งแคฝรั่งปักชำติดง่าย

ข้อเสีย : ดินเชื้อเห็ดจากป่าไม่ได้หากันง่ายๆทั่วไป ยากต่อการทดลอง และยังไม่อาจบอกได้ว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่กับเส้นทางสายวิชาเกินนี้



เส้นทางที่ 4 ขยายดินหัวเชื้อเห็ด (พบกันครึ่งทางระหว่างวิชาการกับวิชาเกิน) หลังจากทำการทดลองเส้นทางที่ 3 ไม่นาน ผมบังเอิญเห็นหัวข้อหนึ่งในกระดานถาม-ตอบ มีเพื่อนสมาชิกได้โพสยูทูปเกี่ยวกับการขยายหัวเชื้อของ mycorrhiza (ผมไม่สามารถแปลภาษาตามที่เพื่อนสมาชิกร้องขอได้ เพราะตัวเองก็ยังฟังบ่ฮู้เรื่องเลย ขออภัย ณ ที่นี้ด้วย ) อาศัยแค่ดูภาพจนจบเลยเกิดไอเดีย (เขาทำการขยายผงหัวเชื้อที่ซื้อมาใส่ดินโดยใช้ข้าวโอ๊ต ผงแคลเซียม(มั๊ง) ผสมให้เข้ากัน จากนั้นอีกหลายวันเชื้อราก็ขึ้นเต็มเลยแล้วนำไปเพาะต้นไม้อีกที) สูตรขยายหัวเชื้อของผมก็คือ
-ดินหัวเชื้อจากป่าเห็ด 1 ส่วน (ในที่นี้ใช้ถังพลาสติกขนปูน)
-แกลบเผา 1 ส่วน
-ข้าวโอ๊ต 1 ถุง(หาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป)
-เครื่องดื่มชูกำลัง 1 ขวด ทีเด็ดมันอยู่ตรงนี้คือ จากที่ค้นคว้ามาสิ่งที่เชื้อ mycorrhiza ต้องการมากที่สุดจากต้นไม้คือสารประกอบจำพวกน้ำตาล ในเวบ กพพ.ของเรามีหลายคนใช้เครื่องดื่มชูกำลังในการเร่งรากหรือฉีดพ่นต้นไม้ ผมแค่นำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการทดลองขยายเชื้อเห็ดคงไม่ดูแปลกอะไร  ยิงฟันยิ้ม
-น้ำเปล่า 1 ส่วน

วิธีทำคือ ผสม ดินหัวเชื้อ แกลบเผา ข้าวโอ๊ต แล้วเทน้ำที่ผสมเครื่องดื่มชูกำลังลงไป คลุกเคล้าขี้เลนหัวเชื้อ หมักไว้ 1 คืน จากนั้นหากส่วนผสมเละมากให้เทใส่แผ่นรองตากแดดไว้จนหายเละ (3-5 วัน ระหว่างนั้นจะมีกลิ่นเหม็นเล็กน้อยถึงปานกลาง) และค่อยเทกลับใส่ถังหมัก(ผมใช้กะละมังปิดฝา) อีกสัก 2-3 วันเปิดดูกลิ่นเหม็นจะค่อยๆจางลงและมีบางสิ่งเกิดขึ้นคือ...



เห็นฝ้าขาวๆหน้าดินไหม นั่นแหละครับเชื้อเห็ดราที่ผมทำการขยาย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเชื้อที่ได้มาเป็นเชื้ออะไร ใช่เห็ดกินได้ไหม  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม แอบพิสูจน์กลิ่นดูพบว่ากลิ่นเริ่มหอมอ่อนๆคล้ายเชื้อเห็ดในป่า(เข้าข้างตัวเองเห็นๆ) อย่างน้อยจากเส้นทางนี้ก็ทำให้เห็นว่า เราสามารถขยายหัวเชื้อเห็ดราได้อย่างง่ายๆ สบายๆ สไตล์ เกษตรขี้คร้าน  ยิงฟันยิ้ม (อีกไม่นานผมจะทดลองขยายเชื้อเห็ดตับเต่าที่ตอนนี้กำลังรอสินค้าอยู่)



นี่เป็นการทดลองขยายดินหัวเชื้อเห็ดรุ่นที่ 2 จากดินหัวเชื้อรุ่นแรก สิ่งที่ต้องใช้คือ
-ดินหัวเชื้อ 1 ส่วน
-ดินเปล่าๆ 2 ส่วน (ผมเลือกใช้ดินเหนียวแดงๆที่เขานำมาเทไว้หลังบ้านคิดว่าคงไม่มีเชื้อเห็ดราเป็นแน่หากดูจากสีของดิน)
-แกลบเผา 2 ส่วน
-น้ำเปล่า 1 ส่วน
-ข้าวโอ๊ต 1/2 ถุง (ทดลองลดปริมาณเพื่อความประหยัด ถุงละ 50 บาท)
-เครื่องดื่มชูกำลัง 1 ขวด



วิธีก็เหมือนกับการขยายดินหัวเชื้อชุดแรก ผลที่ได้คือยังมีเชื้อเห็ดราขึ้นเช่นเคย



เส้นทางที่ 5 เพาะกล้าต้นไม้กับดินเชื้อเห็ด หากเรารู้ว่าเห็ดชนิดหนึ่งๆสามารถขึ้นได้กับต้นไม้อะไรแล้ว วิธีที่ง่ายที่สุดที่พวกเขาจะพบเจอและอาศัยอยู่ด้วยกันตราบชีวีหาไม่คือ เพาะเมล็ดต้นไม้ชนิดนั้นกับดินหัวเชื้อเห็ด ในที่นี้ผมเลือกใช้เมล็ดก่อกับเมล็ดทองหลาง เพาะกับดินหัวเชื้อรุ่นแรกที่ขยายไว้  สมมติฐานของผมคือ 1.ดินที่นำมาจากป่ามีเชื้อเห็ดผึ้ง 2.การขยายดินหัวเชื้อประสบความสำเร็จ 3.เชื้อเห็ดผึ้งน่าจะอาศัยอยู่ร่วมกับต้นก่อและต้นทองหลางได้ หากที่กล่าวมาข้างต้นเป็นไปตามนั้น นั่นหมายความว่า ต้นก่อกับต้นทองหลางที่เพาะเมล็ดจากดินเชื้อเห็ดจะมีสายราของเห็ดผึ้งเกาะอยู่บริเวณราก เมื่อนำไปปลูก 3-5 ปี คงจะมีเห็ดผึ้งให้เก็บเป็นแน่




ใช่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็นดั่งใจหวัง หากผิดพลาดหกล้มไปใช่เจ็บปวดหรือ...
แล้วใยผมจึงอาจหาญกล้า "ขายฝัน" เช่นนี้
ผมไม่กลัวหน้าแตกเหรอ...

ถามมาได้ กลัวสิ
แต่ทว่า สิ่งที่ผมกลัวกว่าการหน้าแตกคือ การไม่ลงมือทำอะไรสักอย่าง ต่างหาก ผมเปิดเผยเรื่องราวต่างๆที่ค้นคว้าและทดลองมาหมดแล้ว (จริงๆแล้วยังเหลือการทดลองท้าหน้าแตกอีกเยอะ เดี๋ยวตามมา  ยิงฟันยิ้ม ) ไม่น่าเชื่อว่า เป้าหมายที่ตั้งไว้ได้เปลี่ยนไปอีกแล้ว จากแค่อยากมีป่าเห็ดเป็นของตัวเอง หากสำเร็จถึงจุดนั้นได้ถือว่าแค่ครึ่งทาง...
ครึ่งทางที่เหลือ
อีกไม่นานเกินรอผมจะขออาสาสมัคร "หน่วยกล้าตาย" ครับผม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 03:54:43 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
Thesun215
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4128


« ตอบ #198 เมื่อ: ธันวาคม 26, 2013, 10:08:34 AM »

ขอติดตามครับ การทดลองน่าสนใจและท้าทายดี ส่วนผม ปีหน้าขอลองแบบวิธีที่ 1 นะครับ  ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์



nomadic_man ทดลองได้เลยครับถ้าพื้นที่แถวนั้นมีเห็ดป่าออก ไม่น่าจะเสียหายอะไร  ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 14, 2015, 11:49:57 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
teerapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 989


« ตอบ #199 เมื่อ: ธันวาคม 26, 2013, 10:44:04 AM »

มาปูเสื่อรอติดตามผู้เชี่ยวชาญเห็ดป่าครับ  ยิ้ม  ในต่างประเทศก็มีทดลองคล้ายๆ กันสำหรับเห็ดชนิด mycorrhizal mushrooms ประเด็นปัญหาที่พบคือ เห็ดที่เราต้องการไม่ได้สร้างความสัมพันธ์แบบ mycorrhizal กับรากต้นไม้ที่เราต้องการทั้ง 100% มีการตั้งสมมุติฐานต่างๆ นาๆ ว่า:
- มีเชื้อรา หรือเห็ดชนิดอื่นเข้ามาครอบครองพื้นที่ที่รากก่อน  ทำให้เกิดการแข่งขันกับเห็ดที่เราต้องการ
- มีปัจจัยอื่นเป็นตัวเร่งให้เกิดความสัมพันธ์แบบ mycorrhizal เช่น อาจจะมีแบคทีเรียบางชนิดที่เข้ามาช่วยกระตุ้น หรือ ต้องการบาดแผลที่รากก่อนจึงจะทำให้เชื้อราไปเจริญเติบโตได้ หรือ เชื้อราต้องเจาะเข้าไปตอนที่รากเพิ่งเกิดใหม่ๆ
- มีปัจจัยอื่นที่ทำลายเชื้อรา หรือเชื้อเห็ด  เช่น ต้นไม้อาจจะพยายามป้องกันตัวเองจากเชื้อรา สภาพแวดล้อมในดินอาจจะสารบางอย่างที่ฆ่าเชื้อรา หรือ รากของต้นไม้ชนิดอื่นที่อยู่ใกล้เคียงอาจจะมีคุณสมบัติต้านเชื้อรา เป็นต้น
- สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม เช่น ระดับความชื้น ความโปร่งของดิน

ทั้งนี้ก็ขอชื่นชมการริเริ่มทดลองนะครับ  ส่วน "เห็ดโคน" นั้นผมคิดว่าอาจจะยากสักหน่อย  เนื่องจากผมยังไม่คิดว่า เห็ดโคน เป็น  mycorrhizal mushrooms แต่น่าจะถือว่าเป็น saprophytic mushroom และอาจจะต้องอาศัยการทำงานร่วมกับปลวกในการย่อยสลายเนื้อไม้   จึงไม่อาจทำขยายพันธุ์โดยใช้เทคนิคแบบที่เราใช้กับ  mycorrhizal mushrooms ได้  ยิ้มเท่ห์





nomadic_man ขอบคุณอีกครั้งครับพี่ teerapan ที่ช่วยเพิ่มเติมความรู้ ในส่วนของเห็ดโคนนั้นเป็น saprophytic mushroom อย่างที่พี่ว่าครับ เพียงแค่ว่าผมนำมาร่วมแจมเพราะเป็นเห็ดที่ทุกผู้คนฝันใฝ่อยากเพาะเลี้ยงให้ได้ ต้องขอโทษด้วยที่ผมลืมลงขั้นตอนการทดลองที่ผมตั้งใจว่าจะทำ  โกรธ จึงอาจทำให้เข้าใจผิดได้ว่าอยู่ร่วมกลุ่มกับ mycorrhizal mushrooms จริงๆแล้วจากที่ศึกษาค้นคว้ามาเขาบอกว่าวิธีที่ง่ายที่สุดในการเพาะเห็ดโคนคือ "เลี้ยงปลวก" ครับผม การที่ผมเขียนบทความ
กองขี้ฮ้าง จาวปลวกและแมงเม่า ความเพ้อฝันของชายผู้คลั่งไคล้ในเห็ด เพื่อ

1.สร้างกองขี้ฮ้างสำหรับเป็นแหล่งอาหารของปลวก
2.ขยายจาวปลวกจากจอมปลวกบริเวณที่เคยเก็บเห็ดโคน เพื่อนำไปเทใส่กองขี้ฮ้างเพิ่มโอกาสที่ปลวกจะได้รับเชื้อเห็ดโคนเร็วขึ้น
3.เก็บแมงเม่ามาเลี้ยง(เขาเล่าว่าต้องเป็นแมงเม่าหลวงตัวใหญ่ๆที่กินได้) บริเวณกองขี้ฮ้างเพื่อสร้างรังปลวก

ทั้งนี้ทั้งนั้นถึงการทดลองจะล้มเหลว(คาดว่าคงรู้ผล 3-5 ปี) อย่างน้อยก็ยังมีกองขี้ฮ้างสำหรับปลูกผัก ครับผม  ยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 14, 2015, 11:50:11 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.” Bill Mollison
kb.hatyai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 255


« ตอบ #200 เมื่อ: ธันวาคม 26, 2013, 03:23:57 PM »

  สวัสดีครับ เข้ามาติดตาม เที่ยว เยี่ยมชมครับผม  ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์

ท่านสนใจเชื้อ T.microcarpus บ้างมั้ยครับ เชื้อเพียวๆเลย  ยินดีส่งให้ฟรีครับ  ยิงฟันยิ้ม
...เเต่ต้องกลับไปดูก่อน ว่าเสียหายเเล้วยัง เก็บบ่มใว้นานเเล้วครับ หลังจากลองเปิดดอกครั้งเเรกช่วงน้ำท่วม
...microcarpus คิดว่าง่ายกว่าชนิดอื่น เเต่....ไม่ง่ายอย่างที่คิด  โกรธ
เเต่ยังไงก็ไม่ท้อครับ จะเก็บเชื้อมาทดลองเรื่อยๆ  ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์
                                          ขอบคุณครับ



nomadic_man ขอบคุณมากครับพี่ แต่เผอิญว่าตอนนี้ยังขาดปัจจัยสำคัญอีกอย่างคือ แมงเม่า ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม เอาเป็นว่าหากถึงเวลาที่ผมจะทำการทดลองหากยังหาเชื้อเห็ดโคนไม่ได้ ผมคงต้องขอรบกวนแล้วล่ะครับ  ยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 14, 2015, 11:50:23 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 754


« ตอบ #201 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2013, 09:32:28 PM »

เคยมีคนถามผมว่าทำไมตั้งชื่อลูกสาวว่า "เม็ดทราย" ...
ผมจึงตอบเขาว่า ผมตั้งใจไว้ว่าหากลูกที่เกิดออกมาเป็นผู้หญิง ผมจะตั้งชื่อว่า เม็ดทราย เพราะทุกสรรพสิ่งบนโลกนี้ล้วนเกิดขึ้นมาจากการที่มีหยาดฝนหล่นลงมาสู่พื้นดิน ทุกสรรพชีวิตจึงถือกำเนิดขึ้น หากเด็กหญิงโตขึ้นและถามผมถึงกับชื่อของเธอ ผมคงจะตอบอย่างเดียวกัน...




หลายวันที่ผ่านมาต้องทำหน้าที่พ่อลูกอ่อนเนื่องจากยายของน้องเม็ดทรายกลับบ้านนอก ส่วนเธอขึ้นเวร ผมต้องเป็นพ่อลูกอ่อนอย่างเลี่ยงไม่ได้ เธอสั่งนักหนาว่าอย่าไปทำสวนให้ดูแลลูก ใจมันห้ามไม่ไหว ขอแค่ได้พาเด็กหญิงไปดูสวนบน สวนล่าง ก็ยังดี





ต้นไม้ที่ปลูกไว้ไม่มากนักแต่ก็ยังกล้าเรียกว่า "ป่า"  ยิงฟันยิ้ม เอาเถอะ หวังว่าคงมีเห็ดขึ้นให้น้องเม็ดทรายเก็บอย่างที่หวังเอาไว้







ผักหวานป่าปีแรกของสวนบนไม่ค่อยจะงามเท่าไหร่นัก เอาเถอะ โตช้ายังดีกว่าไม่โต ว่าแล้วก็เก็บภาพประวัติศาสตร์ไว้สักหน่อย ระหว่างเด็กน้อย 3 ขวบครึ่งกับผักหวานป่า 7 เดือน





วันนี้ว่างวันเดียวของเทศกาลปีใหม่ ว่าแล้วก็เลยพาเจ้าของสวนตัวจริงทั้งสองไปสำรวจงานดูเสียหน่อย ว่าคนงานอู้งานไปขนาดไหน เอ้ย คนงานปฏิบัติหน้าที่ดูแลสวนได้ดีเยี่ยมขนาดไหน





โซนป่าเห็ดทดลอง ต้นไม้ค่อยๆโตขึ้นตามธรรมชาติ ส่วนป่าสักที่เห็นอนาคตกะว่าตัดออกเพื่อปลูกป่าไว้ให้น้องเม็ดทรายหาเห็ดและเก็บผักหวาน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 03:56:19 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 754


« ตอบ #202 เมื่อ: ธันวาคม 31, 2013, 10:39:30 PM »



ทุกวันนี้ต้นไม้ที่ถูกปลูกลงบ้านสวนส่วนใหญ่เป็นแบบเพาะเมล็ด ถึงระยะเวลาออกดอกออกผลจะดูเหมือนยาวนานกว่าการขยายพันธุ์แบบอื่นๆ แต่ความทนทานต่อสภาพกึ่งไม่กระทำนั้นหายห่วง เพราะระยะเวลาที่ผมกำหนดไว้ในใจคือ 10 ปี  โกรธ หากต้นไหนที่ปลูกแล้วยังไม่ยอมมีผลผลิต หลัง 10 ปีค่อยมาว่ากันใหม่ ต้นมะนาวกับมะกรูดที่เห็นในภาพน่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่า 3 ปี (จำไม่ได้ว่าปลูกตอนไหน) รู้แต่ว่าซื้อมาถุงละ 10 บาท ถึงตอนนี้ไม่โตอย่างใครเขาแต่ผมคิดว่าหากไม่ถูกปลวกกินรากหรือหนอนเจาะลำต้นคงไม่ล้มหายตายจากกันไปโดยง่ายเป็นแน่






ถึงแม้ดูเหมือนช่วยให้งานเดินไปได้น้อยกว่าทำเอง แต่มีประโยชน์อะไรถ้าเรามัวแต่ห้ามปรามว่าอย่าทำโน่นนี่ ปากบอกปาวๆว่าสร้างไว้เพื่ออนาคตของเด็กน้อยแต่กลับชอบกีดกันไม่ให้เขาได้เข้ามาเรียนรู้ด้วยตัวเอง การปลูกต้นไม้ด้วยต้นกล้ากับการเลี้ยงลูกก็คล้ายๆกัน เมื่อรากแก้วของพวกเขาได้หยั่งลึกลงไปยังผืนแผ่นดิน ไม่ว่าจะต้องพบเจอกับสภาวะการณ์เลวร้ายขนาดไหน พวกเขาต้องปรับตัวและเรียนรู้ที่จะดำรงชีวิตสืบไป ชื่อเล่นของเด็กหญิงคือ "เม็ดทราย" ถูกตั้งขึ้นก่อนชื่อจริงที่ตั้งตามหลักตำราพจนานุกรมอยู่ครึ่งค่อนวัน "วสุนธรา" ที่แปลว่า ผืนแผ่นดิน คงไม่มีคำไหนเหมาะสมไปกว่านี้อีกแล้วในตอนนั้น เพราะโจทย์คือ อักษรแรกต้องเป็นตัว "ว" ตามชื่อเธอ และในชื่อนี้ยังมีอักษรแรกของผมร่วมอยู่ด้วย ได้แต่หวังไว้ว่า ผืนแผ่นดิน แห่งนี้จะสร้างสรรสิ่งดีงามให้งอกเงยสืบต่อไป...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 03:56:58 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
deer art
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1238



« ตอบ #203 เมื่อ: มกราคม 02, 2014, 05:23:10 PM »

nomadic_man ขอบคุณสำหรับคำอวยพรครับผม พรประเสริฐอันใดจงหวนคืนสู่ผู้ให้ด้วยเถิ้ดดดดด   ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 14, 2015, 11:50:46 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า

 *ขออภัย จำกัดสิทธิ์การใส่ Link-URL ในลายเซ็น*
kb.hatyai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 255


« ตอบ #204 เมื่อ: มกราคม 07, 2014, 02:53:58 PM »

  ชอบบางส่วนของเส้นทางที่ 4  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
ขออนุญาตก๊อป เพื่อนำไปปรับใช้นะครับ
..ท่านจะไม่อนุญาตก็คงไม่ทันเเล้ว เพราะผมนำไปปรับใช้เเล้ว  ยิงฟันยิ้ม  555++
                                        ขอบคุณครับ  ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์



nomadic_man ระวังมีจดหมายแจ้งเตือนเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์นะครับ  รูดซิบปาก อะล้อเล่น  ยิงฟันยิ้ม จัดไปเลยครับพี่ หากการทดลองบางเส้นทางเห็นผลจริงหรือมีแวว เป้าหมายที่ผมหวังไว้ต่อไปคือขออาสาสมัครหน่วยกล้าตายไม่กลัวหน้าแตกมาทำการทดลองร่วมเพื่อขยายผลสำหรับเป้าหมายสุดท้ายของเส้นทางคือ "เสี้ยวหนึ่งของความมั่นคงทางอาหารสำหรับทุกคน" ครับผม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 14, 2015, 11:51:01 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
5XXA
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3006


« ตอบ #205 เมื่อ: มกราคม 08, 2014, 08:23:43 AM »

สวัสดีปีใหม่ครับ ขอให้ท่านและครอบครัวมีสุขภาพแข็งแรง คิดหวังสิ่งใดสมปราถนาทุกประการ ยิ่งอ่านยิ่งได้ความรู้ครับชอบๆ  ยิงฟันยิ้ม ยิ้ม ยิงฟันยิ้ม



nomadic_man ขอพรอันประเสริฐหวนคืนสู่ผู้ให้ด้วยครับ  อายจัง หากจะมีความรู้อันใดที่พอเป็นประโยชน์ผมก็ยินดีแล้ว ต้องขอขอบคุณแหล่งความรู้ที่มีคนศึกษาค้นคว้าไว้แล้วก่อนหน้านี้ ผมก็แค่รวบรวมมันมาและทำการทดลองพิสูจน์ความคิดของตนเองเท่านั้นเพื่อขยายขอบข่ายความรู้ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น...  ยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 14, 2015, 11:51:13 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า

สวนกิ่งไผ่หน่อไม้หวาน
Thesun215
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4128


« ตอบ #206 เมื่อ: มกราคม 08, 2014, 09:08:34 AM »

อิจฉาจังที่มีเห็ดเต็มสวนครับ เห็นแล้วเป็นตาสะออนแท้ๆ



nomadic_man แหะๆ ที่บ้านสวนมีเห็ดเต็มไปหมด แต่แค่ในจินตนาการนะครับ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม รออีกสัก 5 ปี หากเห็นผลค่อยจะโม้ได้เต็มปากหน่อย ครับผม  ยิ้มเท่ห์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 14, 2015, 11:51:27 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
kb.hatyai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 255


« ตอบ #207 เมื่อ: มกราคม 08, 2014, 09:13:41 AM »

ระวังมีจดหมายแจ้งเตือนเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์นะครับ   อะล้อเล่น  จัดไปเลยครับพี่ หากการทดลองบางเส้นทางเห็นผลจริงหรือมีแวว เป้าหมายที่ผมหวังไว้ต่อไปคือขออาสาสมัครหน่วยกล้าตายไม่กลัวหน้าแตกมาทำการทดลองร่วมเพื่อขยายผลสำหรับเป้าหมายสุดท้ายของเส้นทางคือ "เสี้ยวหนึ่งของความมั่นคงทางอาหารสำหรับทุกคน" ครับผม
...
     -ขอบคุณครับสำหรับลิขสิทธิ์  ยิงฟันยิ้ม
     -เรื่องหน้าเเตกน่ะ ไม่กลัวอยู่เเล้วครับ เพราะว่ามีนักวิจัยระดับหัวกะทิทดลองมานานเเล้วในหลายประเทศ เเต่ยังทำไม่ได้ เเละในระดับบ้านๆ เเบบผมจะ
      ลองบ้างก็ไม่เสียหายอะไร  ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ
     -จะทดลองไปเรื่อยๆ อย่างมุ่งมั่น ตามกำลัง เเละเวลาครับ  ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์
                                            ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์




nomadic_man ได้เรื่องยังไงก็แจ้งความก้าวหน้าผ่านทางกระทู้ "เห็ดโคน" เรื่อยๆนะครับ ยังติดตามด้วยใจจดจ่อเป็นอย่างยิ่ง  ยิ้ม    
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 14, 2015, 11:51:42 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 [13] 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 ... 39   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: