ข่าว
หน้า: 1 ... 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 [36] 37   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : มองผ่านป่า_03 สร้างบ้านแบบมรรคง่าย-ก้อนที่ 73  (อ่าน 186839 ครั้ง)
1 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 731


« ตอบ #560 เมื่อ: ตุลาคม 09, 2016, 08:51:06 PM »

วันหยุดสุดสัปดาห์เมื่อมีโอกาสว่างผมจึงไม่รีรอที่จะเข้าสวนตัดหญ้าซ้ำในพื้นที่ปลูกป่าเห็ด เพื่อที่จะได้นำต้นไม้ไปปลูกซ่อมนั่นเอง เนื่องด้วยสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวและยังมีฝนตกลงมาในช่วงบ่าย จึงทำให้งานไม่ค่อยคืบหน้านักได้เพียง 1/3 ของพื้นที่ปลูกป่า  โกรธ





ขนาดพึ่งตัดไปก่อน 1 รอบสภาพส่วนที่เหลือยังดูรกอยู่ดี มีเวลาค่อยว่ากันใหม่ครับ  ยิงฟันยิ้ม





ก่อนกลับบ้านจึงเก็บงานรอบๆสระน้ำเสียหน่อย





ต้นมะพร้าวที่นำมาปลูกแบบฝากไว้กับแนวหญ้าแฝกส่วนใหญ่ยังพอไปต่อได้ คงต้องดูกันต่อไปในระยะยาว





แสงตะวันยามอัสดงยังคงแต่งแต้มฟากฟ้าได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ทั้งเป็นเพียงสิ่งธรรมดาๆที่เกิดทุกเมื่อเชื่อวัน...

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 09, 2016, 08:54:27 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า

kasedt50
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 445


« ตอบ #561 เมื่อ: ตุลาคม 10, 2016, 05:03:28 PM »

ภาพบ่อน้ำ  เหมือน หรือคล้าย ของ อ.ตั้ม มากเลยครับ



nomadic_man ครับ เพราะว่าในช่วงที่ค้นคว้าหาความรู้ใหม่ๆ กระทู้ อ.ตั้มเป็นที่หนึ่งที่ผมติดตามอยู่เสมอ แนวคิดหลายๆอย่างก็ได้แรงบันดาลใจมาจากดินแดนมหัศจรรย์ของ อ.ตั้มนั่นเองครับ  ยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 11, 2016, 02:54:12 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
Puifai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 158


« ตอบ #562 เมื่อ: ตุลาคม 11, 2016, 09:36:29 PM »

รูปที่สาม
แบคกราวด์ภูเขาชื่ออะไรครับ เรียบดึจริงบนยอดภู



nomadic_man ชื่อเรียกอะไรไม่แน่ใจครับ เคยสอบถามรุ่นพี่เมื่อนานมาแต่ผมไม่ค่อยใส่ใจนักจึงลืมชื่อไปเสียแล้ว  โกรธ จริงๆแล้วแนวทิวเขาเทือกนี้ถือได้ว่ายังมีป่าไม้หลงเหลืออยู่พอสมควร(อาจด้วยความลาดชันก็เป็นได้) แต่อนาคตไม่แน่เพราะเครื่องไม้เครื่องมือของมนุษย์เราพัฒนาไปไกลเสียเหลือเกิน รถไถบุกเบิก สารเคมีกำจัดวัชพืชฉีดพ่นเข้าไป ไม่นานก็มีพื้นที่โล่งเตียนสำหรับทำการเกษตรเชิงเดี่ยวเสียแล้ว ในภาพนั้นจริงๆต้นไม้เต็มไปหมดทั้งภูเขาเพียงแค่ว่าอาจเป็นด้วยมุมกล้องก็ได้ครับที่ทำให้เห็นยอดภูดูราบเรียบเช่นนั้น  ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 12, 2016, 12:11:24 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 731


« ตอบ #563 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2016, 09:59:29 PM »

ห่างหายไปนานสำหรับกระทู้แต่มิได้หมายความว่าต้องห่างเหินไปจากเวบ กพพ. จริงไหมครับ ว่าแล้วก็กลับมาที่เรื่องราวของเรากันดีกว่าเมื่อพอหาเวลาว่างได้จึงไม่รอช้าที่จะเข้าไปสางกิ่งตะขบ ณ สวนล่างเพื่อให้แสงส่องผ่านลงมายังต้นผักหวานป่า ถึงจะทำได้เพียงเล็กน้อยแต่ก็ดีกว่าไม่ได้ทำเลย ว่าแล้วผมจึงแอบอู้งานปล่อยให้เธอออกกำลังบ้างครับ  ยิงฟันยิ้ม





หลังจากนั้นก็มาตัดแต่งกอกล้วยที่ปลูกใหม่เมื่อปีที่แล้วให้ดูโล่งโปร่งตา (ภาพที่เห็นเอื้อเฟื้อโดยเด็กหญิงที่มาช่วยวิ่งเล่นเป็นกำลังใจครับผม)





ส่วนนี้คือบริเวณที่ปลูกกล้วยเป็นพี่เลี้ยงให้กับต้นฝรั่ง-น้อยหน่า แต่ไปๆมาๆพี่เลี้ยงงามกว่าพืชหลักซะงั้น  โกรธ





อย่างค่อยเป็นค่อยไป กอกล้วยที่รกครึ้มบริเวณรอบๆสระน้ำจึงต้องโดนสะสางบ้างเช่นกัน





เมื่อจ่อย No.1 ต้องมาสวนกับพ่อแม่จึงหากิจกรรมของตนเองนั่นคือเล่นน้ำในร่องเหมือง ส่วนจ่อย No.2 ยังละอ่อนอยู่ เฝ้าบ้านกับยายไปก่อนเด้อ  ยิงฟันยิ้ม





ดงตะขบแห่งสวนไกล... งดงามเป็นอย่างยิ่ง ทว่าผักหวานป่าที่ปลูกปีนี้เล่าอยู่กันอย่างไรบ้างนะ





ดูเหมือนว่าปีนี้อัตราการงอกของเมล็ดผักหวานป่าที่เราปลูกจะน้อยมาก (ไม่น่าจะเกิน 20 %) อาจสืบเนื่องมาจากสภาพอากาศที่ โค-ตะ-ระ ร้อนก็เป็นได้  โกรธ ถึงอย่างไรพวกที่งอกมานั้นก็พอมีแววได้ไปต่ออยู่บ้าง





ป่าเห็ด ภายหลังจากตัดหญ้าขจรจบไปสองรอบ(ถึงกับต้องจ้างวานญาติพี่น้องเธอมาช่วย) จึงค่อยๆโผล่หน้าโผล่ตามาให้คนปลูกได้ชื่นใจนัก





"บนสายใยที่ถักทอ... เพื่อไขว่คว้าสิ่งที่ต้องการหรือใช่เพียงเกาะเกี่ยวเหนี่ยวรั้งตนเองเอาไว้กันเล่า"

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 25, 2016, 10:03:17 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 731


« ตอบ #564 เมื่อ: ธันวาคม 26, 2016, 09:52:27 PM »

ลมหนาวที่หวนมาบ่งบอกว่าฤดูกาลผันเปลี่ยนอีกครั้ง ตลอดหลายปีพื้นที่บ้านสวนได้รองรับความฝันอันมากมายของผมเอาไว้ มีทั้งที่ประสบผลและล้มเหลวปะปนกันไป หากเราไม่มีสถานที่แห่งนี้ก็ไม่อาจทราบได้ว่าแนวคิดหลายๆจะได้ลงมือทำหรือไม่...





หนึ่งในนั้นคือการขุดสระแบบไม่มีความรู้อันใดเลยจึงต้องเสียค่าวิชาไปพอสมควร  โกรธ พอก้าวย่างมาจวบจนวันนี้สระน้ำได้แห้งขอด 2 ปีติด บ่งบอกได้ว่าพื้นที่บ้านสวนแห้งแล้งเพียงใด เราจึงพลิกวิกฤตเป็นโอกาสด้วยการนำปลาดุกมาปล่อยเสียเลยกะว่าน้ำแห้งจะได้จับกินง่ายๆหน่อย โดยไม่คาดคิดว่าจะกลายเป็นโอกาสของเพลี้ยกระสอบเช่นกัน... เฮ้อ(ขนาดสระแทบจะไม่มีน้ำยังเทียวมาสืบเสาะกันอยู่เนาะ) ปลาที่ปล่อยเอาไว้เมื่อถึงเวลาเก็บกู้เหลือเพียงไม่ถึงครึ่ง ก็ว่ากันไปครับผม  ยิงฟันยิ้ม





พื้นที่สวนล่างแทบจะไม่ได้เข้าไปทำกิจกรรมเสียเลยด้วยความเอือมระอา เพราะกลายเป็นที่หาอยู่หากินของไก่ที่มาจากลานมันข้างๆกันนั่นเอง เมื่อสภาพแวดล้อมน่าอภิรมย์กว่าคอกขนาดเล็กที่เจ้าของสร้างเอาไว้เป็นไหนๆ พอไม่เห็นเราเข้าไปทำกิจกรรมในพื้นที่พวกไก่แจ้หลายสิบตัวจึงตัดสินใจยึดเป็นที่กิน นอน นั่ง เดินเล่นหาอาหารไปเสียแล้ว หึหึ ว่างๆไปหายิงไก่ป่าสวนตะขบมาปิ้งกินดีไหมเนี่ย





ย่างเข้าปีที่ 3 ของสวนไกลและ 2 ปีของป่าตะขบ หลังจากที่ปล่อยให้รกอยู่นานเมื่อมีเวลาผมจึงเข้าไปตัดหญ้าและสางกิ่งตะขบออกบ้าง





โดยมีผู้ช่วยตัวจ้อยและนายจ้างตัวจริงที่ถึงกับต้องลงมือถางวัชพืชออกให้ผักหวานป่าน้อยๆเสียเอง  ยิงฟันยิ้ม





และตัดหญ้าแฝกรอบๆสระน้ำออกเสียบ้างเพื่อให้มะพร้าวที่ปลูกเอาไว้ได้รับแสงเสียหน่อย ดูเหมือนว่าการปลูกมะพร้าวแบบฝากไว้กับกอหญ้าแฝกในรูปแบบดูแลน้อยจะพอได้ผลอยู่บ้าง แต่ก็ยังมีต้นที่ไปไม่รอดเช่นกัน(อัตรารอด ณ ปัจจุบัน 90%) คงต้องดูกันยาวๆต่อไปครับผม





'ขอบคุณที่ให้ความไว้เนื้อเชื่อใจรับผมเป็นลูกจ้างรายวันนะครับ' คิดพลางยืนพักเหนื่อยยังไม่ทันไรเสียงนายจ้างก็ตะโกนข้ามฝั่งมา "อย่ามัวแต่อู้งานสิ เนี่ยขนาดมาคุมงานยังได้แค่เนี๊ย มิน่ามาสวนคนเดียวทีไรงานไม่ค่อยเดินสักที" "คร๊าบผ้ม...เจ้านาย"

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 26, 2016, 09:54:40 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
andrew
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1423


« ตอบ #565 เมื่อ: ธันวาคม 27, 2016, 10:47:10 AM »



ภาพนี้สวยมาก ทำให้นึกถึงสีสันวัยเด็ก มีหางนกยูงสีสดออกดอกหน้าหนาว ได้กลิ่นสดชื่นมาแต่ไกลเลยค่ะ



nomadic_man ขอบคุณครับ...  ยิ้ม โดยทั่วไปแล้วส่วนใหญ่ดอกหางนกยูงมักจะเบ่งบานช่วงต้นฤดูฝนนะครับ แต่ก็อาจมีบางต้นที่ผลิดอกหลงฤดูมาบ้างแต่ไม่มากครับผม  ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 10, 2017, 07:58:24 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า

FB: ปทุมทิพย์ การ์เด้น
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 731


« ตอบ #566 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2017, 08:09:45 PM »

ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ในแต่ละวันฤดูกาลแบ่งออกเป็น 2 อย่าง นั่นก็คือแสงแดดมาพร้อมกับฤดูร้อน ส่วนความหนาวเหน็บอิงแอบอยู่ในม่านรัตติกาล จึงทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ป่วยไข้รวมถึงครอบครัวของเราด้วย ไล่มาตั้งแต่ ผม เธอและเด็กหญิงสายธาร  ร้องไห้ อย่างไรก็ดีจนถึงตอนนี้เริ่มอาการดีขึ้นทุกคนแล้ว ไม่มีอะไรมากแค่แวะมาทักทายว่า "ดูแลสุขภาพกันดีๆนะครับ เพื่อนสมาชิก กพพ. ทุกๆท่าน"  ยิงฟันยิ้ม



และแล้วก็ถึงเวลาแห่งการเก็บเกี่ยว ย่างเข้าปีที่ 4 กับผักหวานป่าแบบหยอดเมล็ดหลังบ้านพัก





"น้องเม็ดทราย วันนี้มาช่วยพ่อเก็บผักหวานหลังบ้านหน่อยนะลูก"  ยิงฟันยิ้ม
 




เมื่อถึงเวลาผักหวานป่าจึงผลิยอดอ่อนๆออกมาให้ชื่นใจสมกับที่คอยรอ





ถึงจะไม่มากนักในรอบนี้(ผักหวานป่ากลุ่มนี้มี 4 ต้น)แต่ก็พอได้ทำกับข้าวแลงครับท่าน ขอให้สนุกกับการปลูกต้นไม้กันนะครับ  ยิ้ม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 10, 2017, 08:11:55 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 731


« ตอบ #567 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 13, 2017, 11:52:21 AM »

ก้าวย่างเข้าสู่ปีที่ 3 แห่งสวนไกล... ไม่น่าเชื่อน่าเลยนะครับเพราะความรู้สึกของผมเหมือนพึ่งซื้อที่ได้ไม่นานเอง  ยิงฟันยิ้ม แต่ก็ไม่ใช่วันเวลาที่ล่วงผ่านเช่นนี้หรือถึงทำให้สิ่งต่างๆเติบใหญ่ขึ้น ทั้งตัวเราทั้งต้นไม้ราวกับว่าค่อยๆก้าวเดินไปพร้อมๆกัน





ผักหวานป่าแบบหยอดเมล็ดกำลังเข้าสู่ฤดูร้อนแรก เมื่อมีพี่เลี้ยงเช่นตะขบจึงทำให้ผ่านฝนผ่านหนาวมาได้อย่างไม่ยากนัก ถึงจะมีส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ไปต่อก็ตาม ถือว่าเป็นการคัดสรรจากธรรมชาติเพื่อคงไว้ซึ่งผู้ทรนงที่รอคอยวันเติบโต





เป็นเพราะว่าผมไม่ได้จับเครื่องตัดหญ้ามาร่วม 2 เดือนแล้วนั่นเอง จึงทำให้ทุ่งหญ้าขจรจบพวกนี้ยังไม่ประสีประสากับคมมีดตัดหญ้าจึงเริงระบำอย่างเริงร่าท่ามกลางสายลมที่พัดพา  ยิงฟันยิ้ม





แปลงปลูกฝรั่ง-น้อยหน่า ที่ไม้หลักต้องผ่านการทดสอบอีกครั้งกับสภาพสวนที่ไร้ระบบน้ำ ส่วนไม้พี่เลี้ยงอย่างกล้วยน้ำว้าเริ่มทยอยออกเครือกันบ้างแล้ว และที่ดูไร้ซึ่งอาทรคงจะเป็นแฝกที่ไม่ว่าฤดูกาลไหนๆ ยังโบกสะบัดทิวหญ้าเขียวขจีเสมอๆ





สับปะรดที่ปลูกแซมๆไว้ยังไม่ถึงกับล้มหายตายจาก แต่ก็ไม่ได้งอกงามนักสังเกตจากใบที่เริ่มเปลี่ยนสีเพราะขาดสารอาหาร อย่างน้อยเริ่มมีบางต้นที่แตกหน่อแทงผลขึ้นมาแล้ว ปลูกเองเพื่อกินเองแบบปลอดภัยไร้สารเคมีครับท่าน  ยิงฟันยิ้ม





โปรดติดตามตอนต่อไปได้ในเร็ววัน... โครงการใหม่แห่งสวนไกลครับผม  ยิ้ม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 13, 2017, 12:05:32 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
9_shane
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1423



« ตอบ #568 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 13, 2017, 12:31:48 PM »

ขอทายว่าโครงการใหม่นั่นคือ บ้านดิน ชิมิ 😅😁 เพิ่งเปิดเพจคุณโจน จันได อยากทำเหมือนกัน ขอศึกษาก่อนเด้อ อยู่เป็นเพื่อนกันต่อไปครับ ยิ้มเท่ห์ อายจัง



nomadic_man ใช่แล้วครับ  ยิงฟันยิ้ม หลังจากศึกษาแบบครูพักลักจำมานาน จึงถึงเวลาของการลงมือปฏิบัติเสียที ลองผิดลองถูกโดยทำตูบดินสวนไกลไปก่อนเพื่อที่จะเก็บเกี่ยวประสบการณ์เอาไว้ทำบ้านสำหรับอยู่อาศัยสักหลังครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 27, 2017, 11:39:44 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า

🐾🐾🐾🌳🌿🌾ความพยายามอยู่ที่ไหน🌱ความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกล🐜🐜🐜🌴🌵
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 731


« ตอบ #569 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2017, 11:50:21 PM »

ดูเหมือนว่าจะเข้าสู่ฤดูร้อนกันเสียที ซึ่งผมแทบไม่มีเวลาไปดูผักหวานป่าสวนล่างเลย  ร้องไห้ นานๆทีโผล่ไปพบสภาพต้นไม้เหี่ยวเฉาถึงกับทำใจไม่ถูกเลยทีเดียว





ถึงกระนั้นก็ดูเหมือนว่าผักหวานป่าจะทรหดกว่าที่คาดคิด เพราะแม้ส่วนหนึ่งจะแห้งเหี่ยวไปบ้างแต่ส่วนใหญ่แล้วยังมีสภาพดีครับผม





ก็ว่ากันไปครับกับผักหวานป่าย่างเข้าสู่ปีที่ 3 แห่งสวนล่าง





เกิดเป็นต้นไม้สวนเราต้องอดทนครับผม  ยิงฟันยิ้ม





เอาภาพวิวมุมหนึ่งของ "ภูอังลัง" แห่ง อ.ด่านซ้ายมาฝาก (ปล.ภาพนี้หากเปลี่ยนเป็นโหมดกลางคืนจะเห็นบันไดเพลิงกำลังพาดผ่านทิวไม้ของภูอังลัง... ถึงจะดูงามตาทว่าเจือด้วยความเศร้าสร้อยเอาไว้ด้วย  ร้องไห้ ) ขอให้สนุกกับการปลูกต้นไม้กันนะครับ

บันทึกการเข้า
9_shane
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1423



« ตอบ #570 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 28, 2017, 02:52:48 PM »

สวนเราเหมือนกันครับต้องอดทนเคยเห่อระบบน้ำอยู่ปีเดียวจากนั้นน้ำหมดรื้อเก็บ  ยิงฟันยิ้ม วิวสวยมากครับ อิจฉาตาร้อนสวนนี้อีกแล้วว่าแต่บันไดเพลิงเศร้าสร้อยอะไรยังไงครับขอขยายความนิดนึง 😄😄 ยิงฟันยิ้ม



nomadic_man บันไดเพลิงก็คือไฟป่าที่ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่มาจากผู้คนมากกว่าทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ บันไดเพลิงในแต่ละครั้งจะกินเวลาหลายวัน ในช่วงกลางวันจะเห็นเพียงกลุ่มควันรางๆ แต่พอกลางคืนจะเป็นแนวไฟให้สวยงามในภาพที่เห็นแต่น่าเศร้ากับสิ่งที่เกิดขึ้นครับผม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 01, 2017, 07:26:22 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า

🐾🐾🐾🌳🌿🌾ความพยายามอยู่ที่ไหน🌱ความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกล🐜🐜🐜🌴🌵
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 731


« ตอบ #571 เมื่อ: มีนาคม 03, 2017, 01:16:38 AM »

สร้างบ้านแบบมรรคง่าย

วันที่ 1 - อิฐดินดิบ 15 ก้อน (ด้วยกระทำจึงบังเกิดผล)

“สั่งดินมาทำอะไรครับ” แม้เป็นเพียงคำถามธรรมดาๆที่คนขับรถขนดินมักถามไถ่ผู้จ้างวานแต่ผมก็ไม่อาจให้คำตอบได้ในทันที ด้วยเกรงว่าหากบอกออกไปแล้วจะเกิดข้อสงสัยตามมาอีกมากมาย “เอามาไว้ปลูกต้นไม้ครับ” ผมกล่าวไม่เต็มเสียงนักพร้อมนับเงินจ่ายตามจำนวนที่ตกลงกันไว้เพื่อแลกกับดิน 3 กองสำหรับก่อร่างสร้างฝัน คือการทำบ้านสักหลังไว้ซุกหัวนอนนั่นเอง

หากสายธารอันเชี่ยวกรากได้รับการลดทอนแรงกำลังด้วยแก่งหิน เฉกเช่นหลายต่อหลายครั้งที่ความคิดเห็นของผมต้องถูกท้าทายด้วยคำทักท้วงจากเธอ เมื่อครั้งดำรงชีพเพียงลำพังใคร่อยากเดินทางก็ออกเดินทาง ใคร่อยากนั่งเล่นเกมส์ทั้งวันก็ทำได้  แต่เมื่อมีเธอร่วมเคียงข้างวงโคจรของชีวิตย่อมมิอาจเหมือนเดิมอีกต่อไป แม้จะมีปากเสียงกันบ้างทว่าทุกครั้งเรามักหาทางลงร่วมกันจนได้ เพราะสิ่งที่เรียกว่าสายสัมพันธ์มิใช่การค้นคว้าหาถูกผิด หากแต่เป็นการเข้าใจและยอมรับซึ่งกันและกันมากกว่า “พ่อ เห็นบางที่เขาก็ใช้ฟางนะ ที่เอามาผสมกับดินน่ะ” เธอให้ความเห็นเมื่อเราตัดสินใจทดลองทำบ้านดิน “ใช้แกลบก็ได้” ผมหยุดคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดน้ำเสียงหนักแน่นขึ้น “ไม่เป็นไรหรอก พี่โจนยังบอกเอาไว้เลยว่าให้ใช้วัสดุอะไรก็ได้ที่หาง่ายในพื้นที่” ผมกล่าวอ้างถึงคุณ โจน จันได อย่างสนิทสนมทั้งที่ไม่เคยพบเจอหรือรู้จักมักจี่กันมาก่อน “แล้วเราจะว่างไปเอาแกลบวันไหนกันล่ะแม่ จะได้ทดลองทำก้อนอิฐดินดูสักที”

เมื่อพวกผู้ใหญ่รู้ว่าเราตัดสินใจทำบ้านดิน ปฏิกิริยาแรกคือการต่อต้าน ไม่ว่าจะเป็นการนิ่งเงียบหรือคำพูดต่างๆที่ออกมา แต่ผมรู้ได้ในทันทีจากบรรยากาศรอบกายที่ อึมครึมของพวกเขา ถึงกระนั้นก็ตามแต่ไม่ว่าจะเป็นย่าหรือยายของ “น้องเม็ดทราย” ยังปล่อยให้เราได้ริเริ่มโครงการในที่สุด แค่นำต้นตะขบมาปลูกร่วมครึ่งพันต้น ปล่อยให้หญ้าขจรจบสูงท่วมหัวจนมองหาต้นไม้ที่ปลูกไว้แทบไม่เจอ พยายามขยายหญ้าแฝกให้ทั่วทั้งบริเวณอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง ทำสวนแบบไร้ระบบน้ำ ก็ยังปล่อยให้เราทำมาแล้วนับประสาอะไรกับแค่บ้านดิน เฮอะ!

“แล้วเราจะเอาน้ำจากไหนมาผสมดินกันล่ะพ่อ” เธอคิ้วย่นถามอย่างกังวล “ขนเอาไปจากบ้านพักนี่แหละ” ผมหมายถึงบ้านพักที่เราอาศัยอยู่กัน ณ ปัจจุบัน “เห็นบางที่เขาก็ใช้กะบะผสมปูนแทนที่จะขุดบ่อดินนะ เราลองไปซื้อมาทำดูไหมจะได้ไม่เปลืองน้ำ” “เอางั้นก็ได้” สองต่อศูนย์เสียงมติเป็นเอกฉันท์ เช่นนี้เองวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ว่างเว้นจากภาระงานจึงเป็นการเริ่มต้นของการย่ำดินเพื่อที่จะนำมาทำเป็นอิฐดินดิบ(หมายถึงอิฐดินที่ไม่ผ่านกระบวนการเผา)และใช้สำหรับสร้างบ้านสักหลังตามแบบฉบับคนมรรคง่าย

“ได้หรือยังเนี่ย” เธอถามอย่างสงสัย “จะรู้ไหมเนี่ย” ผมโวยวายเล็กน้อย “ก็เห็นพี่โจนบอกว่าหากรอยเท้าที่ย่ำเริ่มคงสภาพแสดงว่าน่าจะได้แล้ว” คิดอะไรไม่ออกผมก็อ้างคำกล่าวของคุณ โจน จันไดอีกแล้ว “อ้าว ไหนว่าเคยทำบ้านดินมาก่อนไง” เธอย้อน “เอ๋า ก็มันนานมาแล้วน่อ จำไม่ได้หรอก อีกอย่างไปตอนนั้นเพียงไปช่วยเขาก่ออิฐดินไม่กี่ก้อนแค่นั้นเอง เอาล่ะน่าจะได้แล้วมั้ง” ผมกล่าวตัดบทดื้อๆอย่างหาทางออกให้ตนเองจนได้ “ แม่ไปเอาถังขนดินมาให้หน่อยไป๊” “ปานนั้นแล้วบอกเคยไปออกค่ายทำบ้านดินน๊อ” เธอยังไม่วายเหน็บแนมก่อนจะเดินไปเอาถังขนดินมาให้ขณะที่ผมก้าวขึ้นจากกะบะย่ำดิน

“เอาไงพ่อ ยังสู้ต่อไหม” เธอถามผมภายหลังกลับจากย่ำดินในวันแรกซึ่งใช้เวลาครึ่งค่อนวันเพียงเพราะได้อิฐดินดิบมาเพียง 15 ก้อนเท่านั้น “พ่อว่าไม้แบบมันยกยากเกินไป เดี๋ยววันหลังว่างแล้วจะทำด้ามจับเพิ่ม” ผมพูดขึ้นพร้อมสบตากับเธอ “แม่ก็ว่าเราต้องย่อยดินให้ละเอียดกว่านี้ ไม่ไหวๆ เอาลงกะบะก้อนใหญ่แล้วมันไม่ค่อยละลาย ย่ำแล้วเจ็บเท้าจัง” “บางที่เขาก็แช่ดินไว้ก่อนวันสองวันค่อยมาย่ำนะ” ผมแสดงความเห็นระหว่างรอล้างมือล้างเท้าต่อจากเธอ “แล้วถ้ามันยังได้แค่วันละ 15 ก้อนอยู่อย่างนี้เราจะได้ทำบ้านกันตอนไหนล่ะพ่อ” เธอกล่าวทิ้งท้ายอย่างเลื่อนลอย จากนั้นเราสองคนก็ไม่มีใครพูดอะไรต่อเพียงชำระล้างคราบโคลนก่อนเดินเข้าบ้านอย่างเงียบๆ

หลายต่อหลายครั้งที่ผมมักครุ่นคิดหาคำตอบให้กับตนเองในเรื่องราวต่างๆ ที่สุดแล้วถึงเข้าใจว่า แม้นนั่งคิดนอนคิดให้ตายสักเพียงใดใช่จะรู้แจ้งขึ้นมาหากไม่ได้ลงมือทำ ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นรูปแบบไหนก็ตามแต่ ด้วยการกระทำมิใช่หรือ สิ่งต่างๆจึงบังเกิดผล



ก่อร่างสร้างฝัน เริ่มทำบ้านจากดิน 3 กอง





ทุกอย่างล้วนพึ่งพาสอดประสานกันอย่างลงตัว ดินเพียงลำพังใช่ทำให้ก้อนอิฐดินแข็งแรงต้องมีเส้นใย (เราเลือกใช้แกลบ)ผสมอยู่ด้วย





ปรึกษาให้ข้อมูลกับผู้คนในครอบครัว เพื่อรับรู้ถึงสิ่งที่เรากำลังจะทำ





ภาพแห่งประวัติศาสตร์...





ตาดูดาว เท้าย่ำดิน ว่าแต่ว่า... ตอนกลางวันมีดาวไหมเนี่ย





"ทุกการงานล้วนต้องการผู้ที่จะเป็นอิฐก้อนแรก" ใครบางคนเคยกล่าวเอาไว้ ทว่าแค่ 15 ก้อนอิฐดินดิบยังเหน็ดเหนื่อยและเปลืองเวลาเช่นนี้ ก้อนต่อๆไปจะเป็นเช่นไรเล่า ?

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 07, 2017, 10:14:43 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 731


« ตอบ #572 เมื่อ: มีนาคม 06, 2017, 09:31:41 AM »

สร้างบ้านแบบมรรคง่าย

วันที่ 2 - ก้อนที่ 45 (เพราะว่างเปล่าจึงก่อเกิด)


หนึ่งสัปดาห์ผ่านพ้นโดยไม่มีก้อนอิฐดินเพิ่มเติมเพราะเรื่องราวอีกมากมายในชีวิตทำให้ต้องแบ่งแยกเวลา ไม่ว่าจะเป็นงานอดิเรก งานประจำหรือพันธนาการแห่งครอบครัวก็ตามแต่ กระนั้นถือเป็นข้อพิสูจน์ว่าผมกับเธอยังไม่สิ้นเชื้อไฟในการลงมือทำอิฐดินสำหรับก่อสร้างบ้านสวนหลังเล็กๆ ทันทีที่เจียดเวลาได้ในช่วงบ่ายวันอาทิตย์เราจึงเติมพลังด้วยอาหารมื้อเที่ยงแบบง่ายๆซึ่งซื้อหามากินที่สวน จากนั้นจึงเริ่มงานบริเวณใต้ตะขบที่ช่วยลดทอนแดดร้อนสำหรับกิจกรรมย่ำดินเป็นอย่างดี หากไม่ได้ร่มเงาของพวกมันจำนวนหลายร้อยต้นที่ปลูกเอาไว้เมื่อ 2 ปีก่อน คงไม่ง่ายเอาเสียเลยกับการต้องมาใช้แรงงานกลางแจ้งเช่นนี้

ทั้งที่ไม่ได้สวมใส่ชุดสำหรับลุยงานมาด้วย แต่เธอก็ยังยกจอบตีก้อนดินให้แตกจนฝุ่นคลุ้งไปทั่วในตอนเย็นเมื่อวันก่อน ความตั้งใจหนแรกของการมาสวนเพียงอยากรู้ว่าอิฐดินที่ทำเอาไว้แห้งพอจะตั้งขึ้นได้หรือยัง เมื่อผมพลิกอิฐทั้งหมดโดยใช้เวลาไม่นานนัก(เนื่องด้วยมีแค่ 15 ก้อนเท่านั้น) เธอจึงจับจอบและชวนผมย่อยก้อนดินเอาไว้สำหรับทำอิฐดินในครั้งต่อไป เนื่องจากคราวก่อนดินที่ใส่ลงกะบะไม่ได้ผ่านการทุบให้เป็นก้อนเล็กๆ ทำให้ขั้นตอนการย่ำเป็นไปด้วยความยากลำบาก ทั้งเจ็บเท้าและต้องคอยล้วงมือลงไปในโคลนเก็บเอาก้อนดินที่ขัดขืนไม่ยอมให้น้ำซึมผ่านโยนทิ้งไป เราตัดสินใจเลือกเสียเวลากับการย่อยดินเพื่อลดความไม่สะดวกในขั้นตอนการย่ำ ระหว่างนั้นทำให้ผมนึกถึงเพื่อนอีกคนที่กำลังทำบ้านดินอยู่เช่นกัน “ป่านนี้คงได้อิฐดินหลายร้อยก้อนแล้วมั๊ง ส่วนของเราล่ะทำไมยังไม่ถึงไหนเสียที”

“พ่อจ๋าๆ ถ่ายรูปให้น้องหน่อย” เสียงเจื้อยแจ้วจากเด็กหญิงที่กำลังย่ำโคลนผสมแกลบอยู่ในกะบะ “ได้เลย เดี๋ยวพ่อหิ้วน้ำรอบนี้ก่อนนะ” ผมร้องตอบอย่างอารมณ์ดี น่าแปลกใจที่เด็กหญิงแทบจะเป็นคนละคนกับช่วงเช้าของวัน ตื่นขึ้นมาก็ตั้งหน้าตั้งตาอยู่หน้าจอโทรทัศน์ท่าเดียว ข้าวปลาไม่ยอมกิน งอแงเอาแต่ใจไม่ทำกิจวัตรประจำวัน ผมและเธอต้องดุด่าว่ากล่าวเรื่องเดิมๆ ที่สุดในบางวันถึงขั้นลงไม้ลงมือฟาดขาเด็กหญิงด้วยไม้เรียว “ไม่มีใครหรอกนะที่อยากเอาไม้ตีลูกแบบนี้” ผมบอกเด็กหญิงหลังจากถูกลงโทษ  หลายต่อหลายครั้งที่เราชาชินกับการใช้ความรุนแรงต่อผู้อื่นอย่างน่าประหลาด อาจเพราะพื้นฐานโดยสัญชาตญาณของความที่มนุษย์เป็นสัตว์สังคม จึงต้องมีผู้ครอบครองอำนาจเพื่อใช้สำหรับกดขี่หรือปกครองบริวารให้เป็นไปตามความนึกคิดของตน ดูเหมือนไม่ต่างอะไรกับดินโคลนที่ถูกจำกัดขนาดและรูปร่างให้เป็นไปตามที่กำหนดเอาไว้โดยแบบพิมพ์อิฐ

ในการทำก้อนอิฐดินวันแรกของเราแบบพิมพ์อิฐที่สร้างไม่อาจเฉียดใกล้กับคำว่าถูกใจ ด้วยความที่ประกอบจากไม้หน้า 4 นิ้วทุกชิ้นส่วนจึงมีน้ำหนักพอสมควร แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือไม่ได้ออกแบบให้มีที่สอดมือจับสำหรับยกแบบพิมพ์ขึ้น นี่เป็นอีกหนึ่งสาเหตุของความล่าช้าในครั้งนั้น “ทำไมต่อด้ามจับสั้นจังแล้วมันจะจับยกได้เหรอ” เธอแสดงความเห็นด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจนักเมื่อเห็นผมกำลังดัดแปลงแบบพิมพ์อิฐในหลายวันก่อน “พ่อลองจับดูแล้วนะ นี่ไงมันก็พอดีมืออยู่ก๋อ” ผมสาธิตให้เธอดู “อีกอย่าง หากด้ามจับยาวไปกว่านี้มันจะเกะกะเอา” ผมพยายามหาเหตุผลมารองรับทั้งที่นึกหวั่นในใจเช่นกันว่ามันสั้นไปหรือเปล่า แต่ก็เสียเวลาเสาะหาเศษไม้ที่พอดีแถมยังเลื่อยไว้แล้วอีกด้วย เหลือแค่ตีตะปูยึดเข้าด้วยกันเท่านั้น “เดี๋ยวก็ยกไม่ได้หรอก มันดูสั้นไปจริงๆนะ” น้ำเสียงเชิงตำหนิทำให้ผมเสียสมาธิจากนั้นสิ่งที่ตามมาคือร้องเสียงหลงเมื่อค้อนไม่ยอมตอกลงหัวตะปูเพราะทำตัวเถลไถลแวะมาเที่ยวเล่นที่เล็บหัวแม่มือซ้ายผมแทน “ไม่ทงไม่ทำมันแล้วโว้ย”

ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงตะโกนออกมาด้วยอารมณ์โมโหแน่ๆ แต่คงเป็นเพราะสสารบางอย่างที่เจืออยู่ในชั้นบรรยากาศ อาจคือก้อนเมฆประหลาดครึ่งหมีครึ่งกระต่ายที่กำลังไล่ล่าเมฆรูปหมวกอย่างเมามัน หรือท่วงท่าของใบต้นประดู่หน้าบ้านซึ่งหมุนคว้าง 36 รอบเพียงเพื่อร่วงหล่นแผ่วเบาลงสนามหญ้า จึงทำให้ผมกลืนกิน “ไม่ทงไม่ทำมันแล้วโว้ย” กลับลงไปในลำคอด้วยรสชาติพิกล รวบรวมลมปราณย่อยสลายพวกมัน จากนั้นจึงเรียบเรียงข้อความขึ้นใหม่ด้วยความยากลำบาก “แม่เรากำลังจะทำก้อนอิฐดินนะไม่ใช่แบบพิมพ์อิฐ” ดูเหมือนว่าเธอก็รับรู้ได้ในบางอย่างเช่นกันจึงไม่ต่อความยาวสาวความยืด “มา จะช่วยจับ ตอกตะปูดีๆ อย่าให้มันพลาดไปถูกไม้ถูกมืออีกล่ะ”

เด็กหญิงย่ำดินผสมแกลบได้เพียงกะบะเดียวก็เริ่มรู้สึกหมดแรงปล่อยให้เราสองคนย่ำกันต่อในรอบที่สองของวัน ส่วนตัวเด็กเองเริ่มซุกซนตามประสา ล้างมือล้างเท้าแบบสิ้นเปลืองแต่ยังมาละเลงดินในแบบพิมพ์เล่นจนเปรอะเปื้อน ปีนป่ายวุ่นวายการย่อยก้อนดิน ลากดินไปใส่กะบะแบบเททิ้งเทขว้าง ในที่สุดก็ไม่พ้นโดนเธอเอ็ดตะโรจึงหลบหนีไปสร้างอาณาจักรอยู่บนกองดินด้วยกระสอบถุงปุ๋ยเปล่าที่ใช้ขนแกลบมา นอนกินขนมอย่างเอร็ดอร่อยและหัวเราะคิกคักกับภาพต่างๆที่ตนเองใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายเอาไว้ “เย็นนี้กินเนื้อย่างกันไหมลูก” ผมถามระหว่างล้างมือล้างเท้าหลังเสร็จสิ้นภารกิจย่ำดินในวันนี้ “กินๆๆ เย้ๆ กินที่ร้านได้ไหมพ่อ” “ไม่ได้หรอกลูกน้องสายธารกับยายรออยู่ที่บ้าน เดี๋ยววันหลังให้น้องโตกว่านี้เราค่อยพาน้องออกไปกินที่ร้านนะ” “ได้ค่ะ” เด็กตอบภายหลังคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ไหนระหว่างรอพ่อกับแม่เก็บข้าวเก็บของลองนับดูซิว่าวันนี้น้องออกมาช่วยทำอิฐดินได้กี่ก้อน” เธอกล่าวทิ้งท้าย

หากดินโคลนยังอาศัยช่องว่างของแบบพิมพ์ก่อเกิดเป็นก้อนอิฐขึ้นรูปทรง กรอบความเข้มงวดกวดขันจากผู้ปกครองก็ควรละเว้นพื้นที่ให้กับความคิดอ่านของผู้เยาว์บ้าง ถึงแม้แบบพิมพ์จะสร้างด้วยความสมบูรณ์แบบแค่ไหน ท้ายที่สุดแล้วเพียงเพื่อให้เราค้นพบว่า หาได้มีอิฐสักก้อนไม่ที่ออกมาเป็นเหมือนกัน



บ่ายวันว่างได้เข้าสวนจึงเติมพลังเตรียมความพร้อมสำหรับงานย่ำดินที่รออยู่





โดยใช้ดินที่ย่อยไว้เมื่อหลายวันก่อนในตอนเย็นวันที่เข้ามาสำรวจดูก้อนอิฐว่าแห้งพอจะพลิกตั้งขึ้นได้หรือเปล่า





เมื่อมีโอกาสผมจึงต้องใช้ให้เกิดประโยชน์โดยการพาเด็กหญิงมาเรียนรู้ประสบการณ์ที่ซื้อหาไม่ได้





ค่อยๆย่ำ ค่อยๆทำ เพราะทุกอย่างต้องเริ่มจากก้าวแรกกันทั้งนั้น





ด้วยสภาพดินที่สั่งมาเป็นก้อนใหญ่จึงต้องเสียเวลาย่อยให้เล็กลง เพราะเรียนรู้จากวันแรกว่าลำบากมากหากไม่ทำเช่นนี้





เหนื่อยก็พัก...





"พ่อจ๋าๆ ทำไมพ่อทำหน้าอย่างนั้นล่ะ" เสียงเด็กหญิงร้องถาม นั่นสินะตอนนั้นผมคิดอะไรอยู่  ยิงฟันยิ้ม





ถ้ากลับไปล้างคราบโคลนที่บ้านจะเปลืองน้ำเป็นอย่างยิ่งเพราะสะดวกกับการเปิดก๊อกแล้วใช้สายยางฉีด จึงต้องปรับเปลี่ยนขั้นตอนด้วยการล้างเบื้องต้นโดยใช้น้ำเพียง 2 ถังก็เพียงพอแล้ว





งานนี้กินข้าวเหนียวแซ่บแน่ๆ  ยิงฟันยิ้ม





เมื่อปรับเปลี่ยนขั้นตอนหลายอย่างจึงทำให้ได้ยอดรวมก้อนอิฐเพิ่มขึ้นเป็น 45 ก้อนในการย่ำดินหนที่สองของเรา ต้องค่อยๆเรียนรู้กันไปครับผม  ยิ้ม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 07, 2017, 10:18:24 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
savanna_th
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 167


« ตอบ #573 เมื่อ: มีนาคม 07, 2017, 09:47:29 PM »

ติดตามโครงการบ้านดินครับ ช่วยกันทั้งครอบครัวเลยน่าสนุกจริงฯ



nomadic_man ขอบคุณนะครับที่ติดตาม งานบางอย่างต้องอาศัยทั้งแรงกายและแรงใจจากครอบครัวร่วมด้วยช่วยกันครับ ถึงจะประสบผล  ยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 13, 2017, 08:43:20 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
walaijaifarm
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 775



« ตอบ #574 เมื่อ: มีนาคม 10, 2017, 09:35:48 AM »

มาสวนนี้ทีไรสุขใจมากมาย...



nomadic_man ด้วยความยินดีครับที่ทำให้เพื่อนสมาชิกเกิดความสุขในใจได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 13, 2017, 08:46:38 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
kru mos
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 709


« ตอบ #575 เมื่อ: มีนาคม 10, 2017, 04:00:30 PM »

ร่วมแรงร่วมใจทั้งครอบครัว  อีกไม่นานคงจะสำเร็จเป็นบ้านที่สวยงามค่ะ



nomadic_man ก็ยังมีอุปสรรคผ่านเข้ามาให้แก้ไขกันอยู่เสมอ ถือว่าเป็นการเรียนรู้ร่วมกันครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 13, 2017, 08:47:50 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 [36] 37   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: