หน้า: 1 ... 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 [33] 34 35 36 37 38 39   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันสุดท้าย สุดทางฝัน  (อ่าน 280187 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 754


« ตอบ #512 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2015, 10:12:12 PM »

ทั้งที่เป็นวันหยุดแต่กว่าผมจะเดินทางเข้าสวนได้ก็สายเสียแล้ว เพราะต้องดูแลเด็กหญิงระหว่างที่เธอยังไม่กลับมาจากการปฏิบัติงานนั่นเอง พอไปถึงแทนที่จะเริ่มงานก็ยังแอบอู้เดินเล่นเสียหน่อย ทักทายเพื่อนร่วมโลกหลายชีวิตที่ตัดสินใจ(ไม่รู้ว่าถูกหรือผิด)เข้ามาอยู่อาศัยชักใยในพื้นที่สวนไกล ปู่ฟูเคยกล่าวเอาไว้ว่าแม้เพียงขี้เถ้ายังส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อแมงมุมและใยของมัน แล้วพวกเราเล่ากินสิ่งใดลงท้องไปบ้างในแต่ละวัน...





ทางเข้าสวนไกลที่ใช้ร่วมกันระหว่างผมกับรุ่นพี่ ซึ่งสวนของแก ณ ตอนนี้เริ่มมีผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมบ้างแล้ว ในส่วนที่ติดกัน(คั่นโดยถนนเข้าสวน)ผมยังไม่มีโครงการอันใดจึงปล่อยไว้เป็นแปลงเพาะพันธุ์หญ้าขจรจบเสียเลย วันดีคืนดีรุ่นพี่มาช่วยตัดหญ้าริมทางให้ ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ เอ๊ย เกรงใจ พอมีเวลาว่างผมจึงต้องมาตัดหญ้าขจรจบในส่วนนี้ สิ้นสุดกันที โครงการหญ้าขนเงินล้านของผม  โกรธ





ในส่วนพื้นที่ปลูก ฝรั่ง-น้อยหน่า แนวความรกด้านนี้เหตุการณ์ยังไม่เปลี่ยนแปลง  ยิงฟันยิ้ม





เพลงใหม่ล่าสุดที่กำลังฮอตฮิตอยู่ขณะนี้ "เธอเห็นพงหญ้านั่นไหม เห็นความพริ้วไหวของมันหรือเปล่า เงาความเหนื่อยที่กำลังทอดยาวเข้ามา..."  โกรธ





กล้วยหน้าหนาว เครือที่ออกมาดูเหมือนว่าจะแก่ช้ากว่าปรกติหลายเท่าตัวทำให้ผลผลิตซบเซาอย่างยิ่ง ทั้งที่พ่อค้าแม่ค้าโทรมาแล้วโทรมาอีก ผมยังไม่อาจจัดหาสินค้าให้ได้เพราะเดี๋ยวจะผิดเป้าหมายที่วางไว้ "ไม่พอใจเราไม่ขาย" ครับท่าน





ดงตะขบที่ปลูกเตรียมเอาไว้เป็นพี่เลี้ยงผักหวานป่าแบบหยอดเมล็ดปี 59 พร้อมบ้างไม่พร้อมบ้างก็ช่างมัน เหอๆ พี่เลี้ยงไม่ทันเป็นเพื่อนเลี้ยง(ปลูกพร้อมกัน)ก็ได้ฟะ





ปีที่ผ่านมาสวนฝั่งรุ่นพี่ได้นำกระเจี๊ยบมาปลูก ผ่านมาปีนี้ด้วยเหตุอันใดมิทราบพวกมันหลายต้นได้โผล่พ้นและงอกเงยขึ้นในผืนดินสวนไกล บางต้นต้องถูกตัดทิ้งเพราะมันเลือกทำเลไม่เหมาะสมเอง บางต้นก็ยังอยู่เช่นนี้ "พ่อจ๋าๆ เดี๋ยวเราเก็บมาตากแห้งเอาไว้ทำน้ำกระเจี๊ยบกินกันเนาะ"





ต้นไม้ที่แพงที่สุดเมื่อเทียบราคาต่อต้นของสวนไกลคือ "มะขามเปรี้ยวยักษ์" จากสิบต้นเหลือเพียงแปด กำลังเจริญงอกงามตามอัตภาพ พวกมันเหล่านี้มีที่มาที่ไป ว่างๆจะเอามาเล่าสู่กันฟัง อิอิ





ผลผลิตเพียงอย่างเดียวของสวนตอนนี้คือ "หัวปลี" ทั้งแจกทั้งยัดเยียดเพื่อนบ้านทั้งหลายแหล่ แฮ่ๆ





เป็นไงครับ พรีเซ็นเตอร์โครงการหญ้าขนเงินล้านของผม พอจะทำให้ยอดขายทะลุเพดานหมื่นล้านได้ไหม  ยิงฟันยิ้ม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 10, 2018, 01:08:08 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า

nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 754


« ตอบ #513 เมื่อ: ธันวาคม 20, 2015, 10:35:00 PM »

หลายวันแล้วที่เรามีโอกาสได้เดินทางเข้าสวนพร้อมกันเพื่อไปตัดงาที่เด็กหญิงกับยายช่วยกันปลูกเอาไว้





ทำให้ผมได้ทราบว่ากว่าจะได้งามาแต่ละเมล็ดนั้นต้องผ่านเวลาและกระบวนการอีกหลายขั้นตอนทีเดียว ไล่มาตั้งแต่เตรียมดินปลูก หว่านเมล็ด เก็บเกี่ยว มัดและตากฝักงา จากนั้นก็เคาะ สุดท้ายค่อยได้เมล็ดงาออกมาไว้สำหรับทำอาหารการกินในที่สุด





แปลงผักหลังบ้านพักเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ส่วนต้นไม้ต่างๆที่ปลูกเอาไว้เช่น ฝรั่ง น้อยหน่า กล้วย ก็ทยอยผลิดอกออกผลให้เราได้เก็บกินบ้างแล้ว





เมื่อมีเวลาผมจึงเข้าไปเก็บงานตัดหญ้าพื้นที่ปลูกฝรั่ง-น้อยหน่าได้แล้วเสร็จเสียที





ส่วนป่าเห็ดคงต้องฝากต้นไม้ไว้ในดงหญ้าเสียก่อน...  ยิงฟันยิ้ม





ขนาดเลือกกระทำให้มันน้อยเข้าไว้ยังไม่อาจหาเวลาไปคลุมฟาง-ใส่ปุ๋ยคอกให้ต้นไม้ได้เสียที  โกรธ ทำไมนะเหรอ... ไปสวนทีไรก็มัวแต่เดินเล่นนั่นไง "พ่อจ๋าๆ พ่อถ่ายรูปอะไรมาน่ะ" "หมามันกำลังกินตะวันอยู่ลูก" "เหรอคะ หมาจิ้งจอกใช่ไหม นั่นไงหูมันอ่ะ"





หลายวันก่อน... "เย็นวันนี้น้องไม่อยากให้พ่อไปสวนนะ" "หญ้าที่สวนมันรกแล้วลูก" "แต่น้องไม่อยากให้พ่อไป" ...  "เอาล่ะ พ่อไม่ไปก็ได้" ผมตอบเด็กหญิงเช่นนั้นเมื่อยามเย็นของวันพฤหัสบดี ใจหนึ่งก็คิดเสียดายโอกาสว่างที่จะได้เข้าสวน เพราะตั้งแต่สุดสัปดาห์ที่แล้วผมยังไม่ได้เข้าสวนอีกเลย แต่อีกใจก็ต้องฉุกคิดกับความเห็นของเด็กหญิง "เอาล่ะ ไม่เป็นไรสัปดาห์นี้ยังมีโอกาสอีกตั้งสองวันเต็มๆ" ผมคิดและหมายถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่จะมาถึง "พ่อยังไม่ได้อยู่เล่นกับน้องตอนกลางวันมาหลายครั้งแล้ว" เด็กหญิงโวยวายหลังละครเรื่องแก้วหน้าม้าจบเมื่อผมบอกว่าจะเข้าสวนในเช้าวันเสาร์ เมื่อสิ่งที่เด็กหญิงพูดก็จริงแต่ใจหนึ่งก็อยากเก็บงานตัดหญ้าให้เสร็จในส่วนที่ตั้งใจ ไวเท่าความคิดผมจึงรีบกล่าวออกไปว่า "น้องๆ น้องอยากไปดูแกะไหม เดี๋ยวพรุ่งนี้พ่อจะพาไปนะ แล้วพ่อสัญญาว่าจะอยู่กับน้องทั้งวันเลย" ไปดูแกะกัน" เสียงพูดอย่างดีใจของเธอกับเด็กหญิงดังขึ้นพร้อมๆกัน... จึงเป็นที่มาของวันเสาร์เข้าสวน อาทิตย์ชวนกันไปเที่ยวครับผม เพราะชีวิตไม่ได้มีด้านเดียว สวนต้องรับใช้เราไม่ใช่เรารับใช้งานสวน แม่นบ่  ยิงฟันยิ้ม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 10, 2018, 01:10:37 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 754


« ตอบ #514 เมื่อ: ธันวาคม 31, 2015, 11:49:26 PM »

"น้อง ระวังนะลูก มันมีขนด้วยก๋อ เดี๋ยวจะคันเด้อ" ผมร้องบอกเด็กหญิงที่กำลังเดินเข้ามาช่วยเก็บกิ่งกระเจี๊ยบที่ตัดไว้ แต่ดูเหมือนว่าเด็กหญิงจะไม่ใส่ใจนักเพราะกำลังหอบ(เท่าที่นำพาไปได้)พวกมันไปไว้หลังรถกระบะ "เราเก็บกลับไปตากแห้งที่บ้านแล้วก็เอามาชงเป็นน้ำกระเจี๊ยบกินกันเนาะพ่อ" "ได้จ๊ะลูก" แล้วเย็นวันนั้นหลังกระบะรถอีเขียวจึงเต็มไปด้วยสีแดงเข้มของกระเจี๊ยบที่บังเอิญเกิดขึ้นเอง ณ สวนไกล

ฤดูหนาวที่ไม่หนาวเท่าที่ควรแต่หากเทียบกับพื้นที่อื่นแล้ว แถบนี้จัดได้ว่าอุณหภูมิต่ำเป็นอันดับต้นๆของประเทศเป็นแน่ เมื่อยุคสมัยแปรเปลี่ยนอะไรๆก็สะดวกและรวดเร็ว ทั้งๆที่ห่างไกลจากทะเลเป็นหลายร้อยกิโลเมตรหากมีความอยากและเงินทองล่ะก็ ภายใน 1 วันเราก็สามารถมีอาหารทะเลสดๆมาปิ้งย่างกินกันได้แล้ว รวมถึงอาหารนอกฤดูต่างๆอีกด้วย จนบางทีมันก็ทำให้ผมฉุกคิดขึ้นมาว่าเมนูอาหารนอกฤดูหรือจากพื้นที่ห่างไกลมันมีความจำเป็นต่อเราหรือไม่

ก่อนหน้านี้ผมเองก็ไม่ต่างกับผู้คนมากมายที่ชอบลิ้มรสอาหารนอกฤดู เพียงเพราะมันสนองตอบต่อความต้องการเสมือนบ่งบอกว่าเราสามารถควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างได้ ไม่ว่าอะไรก็ตามแต่... ใช่แล้วไม่ว่าอะไรก็ตาม จนเมื่อเริ่มปลูกต้นไม้ก็ยังไม่ละทิ้งนิสัยนี้ เพียรเฟ้นหาต้นไม้ที่เราอยากได้มาปลูก พยายามฝืนธรรมชาติด้วยการปลูกต้นไม้ตลอดทั้งปี "มันจะยากตรงไหน" หลายต่อหลายคนคงคิด ใช่สิมันจะยากตรงไหนผมเองก็คิดเช่นกัน ทว่าผลลัพธ์ที่ออกมาหาได้ง่ายดายอย่างนั้น

"มันมีเหล็กกระทุ้งด้วยนะพ่อ สมัยก่อนเมื่อตอนเด็กแม่เคยไปรับจ้างเขาอยู่ ทั้งวันได้เงินมา 10 บาท ดีใจแทบตาย" เธอเล่าให้ผมฟังระหว่างสาธิตการปอกกลีบกระเจี๊ยบออกจากผลของมัน เสร็จแล้วยังต้องนำไปล้างน้ำสะอาดอีกหลายรอบจากนั้นค่อยนำไปผึ่งแดดสักหลายวันจนมันแห้งดี แล้วเก็บใส่ขวดโหลเพื่อเอาไว้ต้มเป็นน้ำกระเจี๊ยบต่อไป "ทำไมมันยุ่งยากอย่างนี้วะ" ผมเอะอะโวยวายอยู่ในใจ ทั้งๆที่มันเติบโตเองโดยไม่ต้องดูแลแท้ๆ แต่พอจะนำมาใช้ประโยชน์กลับต้องผ่านกระบวนการต่างๆยากยิ่งนัก นี่ถ้าไม่เห็นแก่ว่ารับปากเด็กหญิงไว้แล้วล่ะก็ ผมคงล้มเลิกไปเสียก่อนจะได้ชิมน้ำกระเจี๊ยบเป็นแน่

ใครบางคนเคยบอกเอาไว้ "หนทางที่จะอยู่อย่างมีความสุขและยั่งยืนคืออย่าขวางกระแส ร้อนรีบหลบเข้าร่ม หนาวควรใส่เสื้อหนาๆ ฝนตกให้เก็บผ้า" ผมคิดว่าบางทีเราควรเพิ่มเรื่องอาหารการกินเข้าไปด้วยคงไม่เสียหลาย "กระเจี๊ยบแดงเข้มควรเก็บมา(คัดแยกเอากลีบ ล้างทำความสะอาด ตากให้แห้งจากนั้นจึงค่อยนำมา)ต้มกิน"  ยิงฟันยิ้ม



จากต้นกระเจี๊ยบที่ขึ้นเอง เติบใหญ่ตามวิถี ท้ายที่สุดเราจึงต้องเก็บเกี่ยวผลประโยชน์แห่งฤดูกาล





นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า "เริ่มต้นอย่างสบายๆ ใช่ว่าจะลงเอยโดยง่ายดาย" นะฮะ...

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 10, 2018, 01:18:50 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
rung2524
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


« ตอบ #515 เมื่อ: มกราคม 19, 2016, 03:32:48 PM »

สวัสดีครับ มาติดตามความคืบหน้าครับ ผักหวานป่าเป็นยังไงบ้างครับ หน้าแล้งปีนี้พอจะได้แกงหรือเปล่าครับ



nomadic_man ขอบคุณนะครับที่ยังติดตาม ผักหวานป่าที่ปลูกมาตลอด 3 ปีทั้งบ้านสวนและสวนล่าง ยังไม่สามารถเก็บยอดมาแกงกินได้ครับ เนื่องจากผมปลูกและดูแลแบบกึ่งธรรมชาติพร้อมยังไม่มีระบบน้ำอีกต่างหาก ทำให้ผักหวานป่าจึงค่อยๆเจริญเติบโตตามสภาพ  โกรธ เป้าหมายที่คาดหวังคือตั้งแต่ปลูกภายในระยะเวลา 5 ปีเราควรได้เก็บยอดมาแกงกิน ผ่านมาก็เกินครึ่งทางแล้วจุดมุ่งหมายพอจะเห็นแสงรำไรบ้างครับผม  ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 20, 2016, 09:37:13 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 754


« ตอบ #516 เมื่อ: มกราคม 20, 2016, 11:24:11 PM »

ในช่วงวันหยุดยาวปีใหม่ที่ผ่านมาที่ทำงานของผมก็จัดเลี้ยงเช่นกัน เมื่อมีโอกาสผมจึงเสนอปลาในสระให้เป็นอีกเมนูทางเลือกหนึ่ง นัดแนะกันมาลงปลาวันหนึ่งปรากฏว่าผ่านไปเกือบ 2 ชม. ได้ปลามาไม่ถึง 10 ตัวเพราะน้ำลึกเกินกว่าเซียนแหทั้งหลายจะได้สำแดงฝีมือ  โกรธ สุดท้ายจบที่ตาข่ายดักปลา(มอง)ครับผม เกือบไปแล้ว เกือบเสียราคาคุยซะแล้ว คุยนักคุยหนาว่าปลาเยอะ  ยิงฟันยิ้ม





ป่ากล้วยที่เริ่มจะไม่ค่อยได้รับการดูแลเท่าที่ควรยังมีผลผลิตออกมา กินเอง แจกบ้าง ขายบ้าง ก็ว่ากันไปครับผม





พื้นที่ในส่วนของป่าเห็ดยิ่งไม่ต้องกล่าวถึง ไม่อยากจะเอ่ย...  โกรธ





แต่พอแหวกหญ้าเข้าไปสำรวจอย่างใกล้ชิดกลับพบว่า ต้นไม้ก็ยังเจริญเติบโตตามอัตภาพ ซึ่งคาดว่ากลุ่มที่ปลูกในปีแรกเกินกว่าครึ่ง... กำลังจะสูงท่วมหัวผู้ปลูกในเร็ววัน





ผักหวานป่าปี 58 รุ่นทดลองของสวนไกล ผมนำเมล็ดมาหยอดทิ้งไว้ใต้ร่มตะขบริมสระราวๆ 50 เมล็ด หลงเหลือมาเพียงไม่ถึงครึ่งเพราะแทบจะไม่ได้เตรียมดินสำหรับการปลูกเลย ทว่าต้นที่รอดมาได้บางกลุ่มก็แอบซุ่มอยู่เงียบๆพอให้ผู้ปลูกได้ชื่นใจ





พื้นที่ทั้งหมดของสวนไกล 8 ไร่ ไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึงจึงต้องปล่อยไว้เป็นทุ่งหญ้า(ส่วนหญ้าสีเขียว) ใจคิดหวังเอาไว้ว่าจะปลูกไม้ผลที่ชื่นชอบอย่างละ 4-5 ต้นพอได้กิน แต่ต้องเริ่มทีละน้อยจากปลูกพี่เลี้ยงสร้างร่มเงาเสียก่อน กล้วยคงไม่มีเวลาเพียงพอเป้าหมายจึงเป็นต้นตะขบอีกเช่นเคย ว่าแล้วก็วางโครงการทำไวน์ตะขบส่งออกนอกดีไหมเนี่ย  ยิงฟันยิ้ม




ในส่วนของพื้นที่ปลูกฝรั่ง-น้อยหน่า ไม้เบิกนำ(แต่ปลูกทีหลัง)คือกล้วยกับหญ้าแฝก ปีนี้ด้วยภาระหลายอย่างที่เพิ่มขึ้นทำให้ผมตัดสินใจจะไปขอรับหญ้าแฝกจากทางส่วนราชการเอาดีกว่ามานั่งแยกกอแฝกเอง ปลูกเพิ่มทีละหน่อยทยอยไปเรื่อยๆครับ





เมื่อพอมีเวลาผมจึงเข้ามาตัดหญ้าในส่วนของป่าตะขบเพื่อรองรับกลุ่มแรงงานที่จะเข้ามาช่วยเตรียมดินโคนต้นตะขบสำหรับปลูผักหวานป่าปี 59





ซึ่งก็คือบรรดาญาติๆของเธอนั่นเอง มากัน 5 คนรวมกับผมอีกครึ่งแรงคน(เพราะแอบอู้อยู่เรื่อย) จึงทำให้งานเตรียมดินโคนต้นตะขบร่วมๆ 300 ต้นแล้วเสร็จได้ภายในวันเดียว





"ทำไมไม่พรวนเดือนหกน้อ ตอนนี้ดินแข็งขนาด" เสียงร้องถามจากญาติของเธอคนหนึ่งที่มาช่วยเตรียมดินในวันก่อน "ต้องเตรียมไว้ก่อนครับเพราะเดือน พ.ค. พอเมล็ดผักหวานมาจะได้หยอดทันที นี่ยังเหลือใส่ปุ๋ย(ขี้ไก่แกลบ)กับคลุมฟางอีกนะเนี่ย ไม่รู้จะทำทันไหม" ประโยคหลังคล้ายผมกล่าวกับตนเอง... บางครั้งผมก็คิดเอาเองว่าพวกเขาคงจะสงสัยไม่ใช่น้อย ในชายแปลกหน้าผู้หนึ่งที่ก้าวเดินเข้ามาใช้ชีวิตคาบเกี่ยวผูกพันกับพวกเขาได้หลายปีแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายต่อหลายครั้งที่ผมร้องขอไหว้วานให้มาช่วยเหลือ พวกเขาล้วนพกพาความลังเลมาอย่างเต็มเปี่ยม "ทำงานอยู่ในห้องแอร์เย็นๆก็ดีอยู่แล้ว จะมาทำสวนทำไร่ให้มันเหนื่อยทำไม" "จะได้กินไหมน้อเห็ดน่ะ" "เมื่อไหร่จะได้เก็บสักทีน้อผักหวานป่าเนี่ย" ... อย่าว่าแต่พวกเขาเลยแม้แต่บางชั่วขณะที่แสนสาหัสผมยังต้องไถ่ถามหาเหตุผลว่าทำไมตนเองถึงทำเช่นนั้น เมื่อไม่อาจรู้ได้ซึ่งคำตอบผมจึงต้องปล่อยวางคำถามแล้วก้มหน้าก้มตากระทำต่อไปด้วยความเชื่อมั่น อย่างน้อยตอนนี้ก็ยังมีเพื่อนร่วมทางอีกหลายชีวิตที่พร้อมจะก้าวเดินและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน... ห่างหายไปนานพอสมควรกับพื้นที่แห่งนี้ อันที่จริงก็แวะเวียนเข้าไปเยี่ยมชมสวนของเพื่อนๆสมาชิกอยู่อย่างสม่ำเสมอ(หากวันไหนไม่ได้เข้าเวบ กกพ. มันจะนอนไม่หลับ) เพียงแต่ไม่ได้อัพเดทกระทู้ตนเท่านั้นเอง  ยิงฟันยิ้ม หวังว่าคงจะไม่ช้าเกินไปที่จะกล่าวคำว่า "สวัสดีปีใหม่" ครับผม  ยิ้ม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 10, 2018, 01:23:18 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
คุ้้มขัตติยะ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 144


« ตอบ #517 เมื่อ: มกราคม 21, 2016, 03:14:10 AM »

ติดตามอ่านเงียบๆตั้งแต่หน้าแรก บรรยากาศสวนป่าน่าอยู่และเจ้าของสวนก็ขยัน up date ความก้าวหน้า/แบ่งปันเรื่องราวไม่เคยขาด
เจ้าหนูตัวน้อยที่เจริญเติบโตไปพร้อมๆกับพัฒนาการของสวน

ให้ที่บ้านไปดูที่ที่อ.วังสะพุงตั้งแต่ปีที่ผ่านมาหลายเที่ยวแล้ว ไปเจอดง NGO และกลิ่นอายความขัดแย้งเกี่ยวกับเหมืองแร่ทองคำ
แต่ชอบบรรยากาศป่าเขา วิถีเรียบง่าย ความกันดารอาจจะเป็นปัญหาสำหรับการเพาะปลูก(บ้าง) แต่ไม่ใช่ปัจจัยสำหรับคนที่หวัง
จะสร้างสวนที่มุ่งเน้นเพื่อเป็นการอยู่อาศัยที่สงบ รักษาตัว รักษาใจตัวเอง หลีกหนีจากความวุ่นวายแห่ง Rat race

ขอให้ผู้ที่ค้นพบก่อนประสบความสำเร็จตามแผนที่วางไว้ค่ะ

Home....nothing like home

https://www.youtube.com/watch?v=ljECWNyTwbI



nomadic_man ขอบคุณครับที่ติดตาม  ยิ้ม ในส่วนของ อ.วังสะพุง จ.เลยนั้น นับได้ว่ามีพื้นที่เหมาะสมพอสมควรสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเกษตร ด้วยสภาพภูมิอากาศ ภูมิประเทศ คงไว้ด้วยความเป็นเมืองเลย(มองไปทางไหนก็เห็นแต่ภูเขา) แถมยังอยู่ในเส้นทางหลักที่สามารถกระจายสินค้าไปได้ทั้งทางภูกระดึง-ชุมแพ / หนองบัวลำภู-อุดรธานี / จ.เลย หรือมาทาง ภูเรือ-ด่านซ้าย ได้อีกทาง เรียกได้ว่าบริหารจัดการดีๆแล้วล่ะก็ สินค้าการเกษตรได้จำหน่ายตลอดปีแน่ๆ ในส่วนของเหมืองทองคำนั้นใจจริงผมอยากพูดถึงมานานแล้ว แต่ถ้าได้เล่าคงเล่ายาว  โกรธ โอกาสดีๆเมื่อไหร่จะเก็บมาเล่าสู่กันฟังครับผม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 24, 2016, 04:21:18 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 754


« ตอบ #518 เมื่อ: มกราคม 24, 2016, 04:59:40 PM »

ระหว่างตัดหญ้าที่สวนล่างผมมองไปยังอาคารที่พักของลานรับซื้อพืชผลที่พึ่งมาสร้างใหม่ ณ ที่ดินข้างๆได้สักระยะแล้ว ทอดถอนลมหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้เมื่อเห็นสภาพขยะส่วนหนึ่งที่เกิดจากพวกเขาซึ่งปะปนเข้ามาในพื้นที่ของผม ทั้งตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ไม่ว่าจะถุงพลาสติก ขวดน้ำ เศษวัสดุอุปกรณ์ที่หลงเหลือจากการก่อสร้าง แม้กระทั่งเศษแก้วที่ผมตัดหญ้าโดน(โชคดีที่ไม่ก็ให้เกิดการบาดเจ็บ) "เดี๋ยววันหลังพ่อจะมาเดินเก็บขยะข้างๆนั่น เอาให้เขามองเห็นเลย" ผมบอกกับเธอ เมื่อจิตสำนึกของคนเราไม่เท่ากัน เมื่อผมยังไม่อยากทำให้เรื่องราวมันใหญ่โต นี่จึงเป็นสิ่งเดียวที่พอจะคิดออกและกระทำได้ในตอนนี้ ว่าแล้วก็ตั้งใจตัดหญ้าต่อดีกว่า...



สภาพของสวนล่างแทบดูไม่ได้เอาเสียเลย เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาเราต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับพื้นที่สวนไกล สวนล่างจึงถูกปล่อยรกจนแทบจะเป็นสวนร้างอย่างที่เห็น





สวนรกมากเมื่อเจ้าของสวนนานๆไปทีเช่นนี้ แถมปลาที่ปล่อยไว้ในสระยังถูกมาช่วยกินอีกด้วย(สังเกตจากให้อาหารแล้วไม่มีปลามาเลย) โกรธ ไม่เอาน่าอย่าคิดมาก... เฮ้อ  ยิงฟันยิ้ม





ใช้เวลาครึ่งค่อนวันจึงกอบกู้สวนตะขบกลับมาได้ ส่วนพื้นที่รอบๆสระปล่อยไว้ก่อนรอให้ว่างอีกสักหน่อยถึงจะไปสะสางให้แล้วเสร็จ





ว่าแล้วก็มาชมผักหวานป่าปี 57 อายุขวบปลายกันหน่อย(หยอดเมล็ดเดือน พ.ค.) มีทั้งต้นที่โตและไม่โต บางต้นสูงเพียงตาตุ่มแต่ใบแข็งและหนาอย่างยิ่ง บ่งบอกว่าพร้อมที่จะแตกยอดเมื่อถึงคราวเหมาะสม





ส่วนผักหวานป่าปี 58ก็ค่อยๆเติบใหญ่อย่างไม่รีบเร่ง แต่ดูเหมือนว่าแหล่งเมล็ดพันธุ์ที่มาจากคุณ gotoloei (ทางขวา) จะแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดกับแหล่งที่มาอีกเจ้า (ทางซ้าย) เรียกได้ว่าของเขาดีจริงครับผม(เตรียมหลุมปลูกเหมือนกัน พื้นที่เดียวกัน ต่างที่ระยะเวลาการปลูกเล็กน้อย)  อายจัง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกำลังใจสำหรับการปลูกผักหวานป่าในระยะต้นๆครับ ถึงแม้ราคาเมล็ด(ณ ปี 57)จะแพงกว่าหลายเท่าตัวก็ตาม ออกตัวไว้ก่อนนะครับว่าไม่ได้คิดร้ายกับแหล่งที่มาหรือราคาเมล็ดผักหวานป่าเพราะตลอดระยะเวลาการปลูกผักหวานป่าแบบหยอดเมล็ด 3 ปีที่ผ่านมา ผมสั่งเมล็ดพันธุ์จากหลายที่ทั้งถูกบ้างแพงบ้างก็ว่ากันไป เพื่อสนองตอบต่อความต้องการภายในเป็นหลักนั่นเอง  ยิงฟันยิ้ม เพียงแค่อยากจะบอกผู้ที่สนใจปลูกผักหวานป่าว่า "ขอให้ค้นหาแนวทางของตนเองให้พบเจอโดยเร็ว" ครับผม





แม้จะต้องตัดหญ้าเพียงลำพังอย่างไร้ตัวช่วยเพราะตัวละครลับยังไม่กลับมา แต่แรงใจที่ส่งมาจากแนวหลัง เพียบ... ครับท่าน  ยิ้ม ขอให้สนุกกับการปลูกและดูแลต้นไม้กันนะครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 10, 2018, 01:25:16 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
Thesun215
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4128


« ตอบ #519 เมื่อ: มกราคม 25, 2016, 10:40:37 AM »

 ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ สวยงามมากครับ ผักหวานไร้ระบบน้ำ สุดยอดจริงๆ  อายจัง อายจัง อายจัง



nomadic_man ก็เป็นไปเรื่องตามราวมันล่ะครับ  ยิงฟันยิ้ม เมื่อใจมันมุ่งมาทางนี้คงต้องพิสูจน์แนวทางให้ได้ว่าการเกษตรมันยังมีทางเลือกสำหรับพวกขี้คร้านด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 01, 2016, 07:49:29 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
kru mos
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 720


« ตอบ #520 เมื่อ: มกราคม 26, 2016, 03:24:50 PM »

ผักหวานปลูกแบบไม่ต้องดูแล ดูแล้วงามกว่าที่ประคบประหงมตลอด   สุดยอดค่ะ  อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง



nomadic_man ขอบคุณครับ  ยิ้ม ที่สวนครูมอสก็งามมิแพ้กัน เช่นเดียวกับของเพื่อนสมาชิกท่านอื่นๆเช่นกัน ต้องขอขอบคุณที่ความรู้ต่างๆเกี่ยวกับการปลูกผักหวานได้รับการเผยแพร่ ผู้คนต่างๆ(รวมทั้งผมด้วย)จึงได้รับอานิสงส์ไม่ต้องบุกเบิกทางความคิดมากนักครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 01, 2016, 07:52:25 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 754


« ตอบ #521 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2016, 08:12:27 PM »

เมื่อเวลาไม่เอื้ออำนวยในสัปดาห์หนึ่งผมจึงมีโอกาสไปสวนแค่เพียงครั้งสองครั้ง ว่างๆไม่มีอะไรทำแต่ไปไหนไกลจากเขตบ้านพักไม่ได้ เพียงเดินเล่นชมสวนหลังบ้านเมื่อเห็นต้นไม้ที่ปลูกเอาไว้ค่อยๆเติบใหญ่ก็พอชื่นใจ "ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน" ไม่ว่าจะมีพื้นที่กว้างใหญ่หรือเล็กน้อยเพียงใดเราก็ยังนำแนวคิดนี้ไปจัดการกับทุกผืนแผ่นดิน จากบ้านสวนสู่สวนล่างและแนวคิดไปเติบใหญ่ขยายรากฐานที่สวนไกล ซึ่งท้ายที่สุดแล้วผมกลับพบว่ามันเริ่มจากพื้นที่เล็กๆที่หลังบ้านพักนั่นเอง  ยิงฟันยิ้ม





ดูเหมือนว่าผักคะน้าจะชอบดินแดงเป็นอย่างยิ่ง สังเกตจากแปลงปลูกปีที่แล้วกับปีนี้ยังงามพอๆกัน ปุ๋ยที่ใส่คือขี้ไก่แกลบที่หลงเหลือจากปีก่อน กับอีกเคล็ดลับหนึ่งนั่นก็คือ... "ใส่ใจ" ครับท่าน





ช่างกล้าพูดมาได้เนอะว่าใส่ใจ  โกรธ ตกลงนี่มันเป็นแปลงผักหรือแปลงวัชพืชกันล่ะเนี่ย รกซะ...





เมื่อมีโอกาสเข้าสวนพร้อมใบสั่ง... สั่งให้เอากล้วยออกมาน่ะ สวนอะไรก็ไม่รู้เล่นตัวชะมัดโทรหากี่รอบๆก็บอกว่ากล้วยไม่แก่สักที "ใครไม่พอใจซื้อไม่ต้องซื้อ" ผมคิดในใจนะครับ  โกรธ ไม่อยากจะบอกเลยว่าอันที่จริงผลผลิตมันไม่ได้มีมากนักต่างหากล่ะครับพี่น้อง  ยิงฟันยิ้ม





เมื่อส่งให้เจ้าของกิจการ SME รายหนึ่ง อีกรายหนึ่งก็ติดต่อมา เหมือนจะรู้เลยว่าในสวนเรายังมีกล้วยเหลือ หลังจากไม่ได้นำผลผลิตออกจำหน่ายเสียนาน รอบนี้รวมกันได้เงินเก็บหยอดกระปุกออมสินให้น้องเม็ดทรายขาดไปหนึ่งร้อยจะครบพันครับผม





มีบางผู้คนใคร่สงสัยว่าทำไมผมจึงไม่ขายกล้วยให้พ่อค้าคนกลาง แต่กลับจำหน่ายให้กลุ่ม SME แปลรูปในครัวเรือน 2-3 รายเจ้าประจำ ซึ่งยังตัดกล้วยเองแล้วนำไปส่งถึงที่อีกด้วย เรียกได้ว่าบริการขนาดนี้แถมราคายังล่อใจ โทรศัพท์เรื่องกล้วยจึงไม่ขาดสายนานนัก(เมื่อพวกเขาขาดสินค้านะ  โกรธ ) เป้าหมายหลักไม่ใช่เรื่องเงินทอง งานตัดกล้วยและแบกออกมากินแรงงานพอสมควรแต่มันก็น่าอภิรมย์ไม่น้อยกับหยาดเหงื่อที่สูญเสียให้กับแผ่นดินของเรา ขนาดต้นกล้วยที่ตัดแล้วยังมีค่า ทว่าความสุขอันแท้จริงหาซื้อได้ด้วยหรือ...

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 10, 2018, 01:27:29 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
watanyou
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 99


« ตอบ #522 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2016, 03:07:12 PM »

ผักหวานพอเก็บแกงแล้วครับ อิอิ



nomadic_man แต่ผมว่าต้นหลังบ้านพ่อน้องโฟรโด้ดูน่ากินกว่านะครับ  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 04, 2016, 09:59:26 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 754


« ตอบ #523 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2016, 11:39:43 PM »



ร่องรอย


หม่นเมฆหนาวเมื่อหลายวันก่อนหลงเหลือเพียงริ้วบางเปรอะเปื้อนฟ้า แดดยามสายทอแสงแรงกล้าเมื่อเขาเดินทางมาถึงสวนเพื่อพบว่าเศษถุงพลาสติกปลิวเกลื่อนไปทั่ว คงต้องทำอะไรสักอย่างบ้างแล้ว เขาคิด หากแต่ยังไม่ใช่วันนี้ ตัดใจจากสิ่งที่เห็นและอ่อนล้าทางจิตสำนึกเกินกว่าเสียเวลายุ่งยากกับสิ่งแปลกปลอมเหล่านั้น เขาจึงเพียงแค่เดินสำรวจต้นไม้ที่ปลูกไว้ว่ามีสภาพเป็นอย่างไรกันบ้างเมื่อประสบกับอากาศอันแปรปรวนแห่งปลายฤดูหนาว จู่ๆอุณหภูมิได้ลดต่ำอย่างฉับพลันซึ่งมาพร้อมม่านเมฆเทาสุดลูกหูลูกตา และสายฝนอันหนาวเหน็บโปรยปรายข้ามวันข้ามคืน เขาไม่แปลกใจอันใดเมื่อพบว่าผักหวานป่าที่ปลูกไว้หลายต่อหลายต้นต้องละทิ้งใบ เพราะในขวบปีแรกกับการลองผิดลองถูกปลูกต้นผักหวาน สภาพเช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วบางต้นที่อยู่นอกชายคาของร่มเงาไม้พี่เลี้ยงเมื่อลิ้มลองหยาดฝนหลงฤดูคราวนั้น

ถอยออกมาและยืนจ้องมองสวนในมุมที่เปลี่ยนไป คล้ายให้รู้สึกเหมือนพบเห็นโอเอซิสกลางทะเลทราย เนื่องด้วยป่าเปลี่ยนสีและภูมิประเทศโดยรอบกลับกลายเป็นพื้นที่เพาะปลูกพืชไร่เสียส่วนใหญ่ จึงทำให้ดงตะขบเกือบร้อยต้นที่เขาปลูกเอาไว้อวดเขียวขจีเจิดจ้าราวกับไม่อาทรต่อไอร้อน ลมหนาว หรือสิ่งปลูกสร้างของลานรับซื้อพืชผลที่พึ่งสร้างแล้วเสร็จในพื้นที่ติดกัน เสียงถอนหายใจหนักหน่วงทำให้หมาผู้บ่าวน้อย(เขาเคยพาเด็กหญิงเรียกขานมันเช่นนั้นก่อนเด็กตั้งชื่อให้มันใหม่ว่า เจ้าคุกกี้รัน)กระดิกหางยิ้มดีใจคิดว่าเขาจะหาอะไรให้มันกินเป็นแน่ คงต้องทำอะไรสักอย่างบ้างแล้ว เขาคิด ทว่ายังไม่ใช่วันนี้นะยังก่อนเพราะเขาไม่มีขนมนมเนยติดไม้ติดมือมาด้วยเลย เมื่อสิ้นลังเลและเลิกสงสัยว่าจะได้กินอะไรสักอย่าง ฝูงหมาประจำถิ่นสองสามตัว(รวมถึงหมาผู้บ่าวน้อย)ก็เลิกติดตามเขา แยกย้ายกันไปตามวาระ ตัวใครตัวมันโว้ยวันนี้มันไม่ติดอะไรมาด้วยเลยว่ะ เฮ้อ ไม่รู้มาทำอะไร เดินไปเดินมาดูตรงนั้นบ้างตรงนี้บ้าง หมาเห็นแล้วเพลียจิต เขาคิดแทนพวกมันเมื่อบรรดาหมาๆไร้สนใจในตน ก่อนจะเดินสำรวจดูต้นผักหวานรุ่นแรกที่ยังหลงเหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งในสิบจากจำนวนทั้งหมดหลายร้อยเมล็ด ที่ถูกฝากเอาไว้ในผืนดินแรกที่เขาได้หยั่งรากลงยังดินแดนอ้อมกอดแห่งขุนเขา

หากโอเอซิสดงต้นตะขบเสมือนพื้นที่ทดลองทางแนวคิด บ้านสวนห่างออกมาไม่มากนักและอยู่ในชัยภูมิที่สูงกว่า กันดารยิ่ง ให้ทดสอบน้ำอดน้ำทนสำหรับการเป็นนักปลูกต้นไม้แห่งดาวโลก ผืนแผ่นดินอีกแห่งที่เขาได้ครอบครองล่าสุด อาจเป็นบทพิสูจน์แห่งขอบฟ้าและปลายฝันว่า... เสียงโทรศัพท์ทำให้เขาหลุดจากห้วงภวังค์ มือขวาล้วงมันออกมาจากกระเป๋ากางเกงพบว่าเธอเป็นผู้โทรหา กดปุ่มรับสายเพื่อฟังเสียงร้องโวยวายของเด็กหญิงซึ่งไม่มีทีท่าว่าจะลดราวาศอกโดยง่าย “เป็นอะไรอีกล่ะ” “ก็เหมือนเดิมมันนั่นแหละ พอจะ... ... ... “ “อืม… แค่นี้นะ เดี๋ยวตัดกล้วยเสร็จจะรีบกลับไป” เขาวางสายและยืนเหม่อมองไปบนฟากฟ้าคล้ายขอความเห็นใจ หากมีเทวดากับปู่ฤๅษีชีไพรอยู่บนนั้นเหมือนกับละครเรื่องแก้วหน้าม้าแล้วล่ะก็ “เรื่องของมนุษย์ เทวดาไม่เกี่ยว ปัญหาของใครก็แก้กันเอาเอง เฮอะ” เทวดาคงบอกกล่าวลงมาเช่นนี้เป็นแน่

ทั้งที่สถานการณ์ทางบ้านคับขันและวิกฤตอย่างยิ่ง เขายังเดินลอยชายอ้อยอิ่งคล้ายไม่อาทรต่อภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้เข้ามาตัดกล้วยน้ำว้าออกจากสวน ก็ในเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านพ้นต้องหลบซ่อนไอเย็นจากแดนเหนือที่แผ่ปกคลุมโดยทั่วกันอยู่แต่ภายในบ้านพัก ดูแลเด็กหญิงและแก้ไขปรับปรุงระบบคุณภาพในสายงานประจำที่ไม่อาจปลดระวางได้ในเร็ววัน “... เป็นยังไงบ้าง หา...อะไรนะ อ้าวก็....ไง เหรอพี่ เดี๋ยวจะลองถามดู ก็ไม่เห็นมันผิดปรกติอะไรนี่ ท่าทีเหมือนเดิมอยู่เลย” เธอมาเล่าให้เขาฟังเมื่อมีรุ่นพี่ในที่ทำงานสอบถาม “ผิดส่วนผิดก็ต้องปรับปรุงตัวเอง แต่บางเรื่องทำไงได้เมื่อยังเป็นลูกน้องเขาอยู่ นายสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำ ทนได้ก็ทน ทนไม่ได้ก็ต้องทน” เขากล่าว คราวหนึ่งเมื่อเธอทราบข่าวจากผู้อื่นในภายหลังว่าเขาโดนเรียกขึ้นห้องเย็น ห้องเย็นที่ผู้คนเรียกขานกันติดปากเสมือนมิติลี้ลับคล้ายมีพลังงานบางอย่างสถิตอยู่ เพราะไม่ว่าหนแห่งใดที่ผู้บริหารสูงสุดเรียกใครสักคนเข้าพบ เพื่อปรับทัศนคติทางความคิดและจิตวิญญาณล้วนเป็นห้องเย็นได้ทั้งสิ้น

เขาปลูกกล้วยแรกเริ่มจากบางสิ่งค้างคาใจ จากนั้นจึงค่อยเหวี่ยงจอบขุดเตรียมดิน แซะแยกหน่อมาฝังลงหลุมที่เตรียมเอาไว้ กลบดินให้แน่นสักหน่อย หากลงมือในช่วงเวลาที่พอเหมาะก็ทำเป็นลืมๆ เผลออีกทีกล้วยแทงปลีเสียแล้ว “ไม่เห็นจะยากตรงไหน” เขากล่าวก่อนเงื้อมจอบขึ้นเพื่อขุดดิน“มันก็ไม่ยากตรงไหนนี่ครับแล้วคุณใช้คาถาอัญเชิญพวกเรามาทำไมวะเนี่ย” คำเหน็บแนมของผมเมื่อถูกเขาหว่านล้อมจนหลวมตัวมาลงแรงปลูกกล้วยตอนนั้น จวบจนวันนี้บรรดากล้วยทั้งหลายได้แปรเปลี่ยนแร่ธาตุ ซึมซับพลังงานจากแสงเดือนแสงตะวัน ให้กลายเป็นสสารอันน่าลิ้มลองสำหรับสรรพสัตว์ หลายต่อหลายครั้งที่ต้องแก่งแย่งหัวปลีกับหมู่ภมรหรือขโมยกล้วยสักเครือจากฝูงมดดำ แต่บางครั้งเขายังยอมตัดใจจากกล้วยสุกคาเครือ ปล่อยทิ้งเอาไว้ราวมอบบรรณาการแด่เจ้าถิ่นทั้งหลาย นก หนู กระรอกกระแต...

ระหว่างนั่งพักคลายเหนื่อยจากการขนย้ายเครือกล้วย ใต้ร่มเงาของดงตะขบอีกแห่งที่มีพื้นที่มากกว่าแปลงทดลอง ราวกับต้องคำสาปว่าเขามิอาจอยู่เพียงลำพังได้เมื่อปรารถนาถึงมัน เสียงหึ่งๆของฝูงบินขับไล่ความเดียวดาย สังกัดกองบินภุมริน ก็รุกล้ำน่านฟ้าใกล้เข้ามาเกินกว่าเขาจะหลบหลีก พวกมันบินวนจู่โจมเขาอย่างฉับพลันแสนหนักหน่วงด้วยระเบิดทำลายความเงียบทรงอานุภาพ“หึ๊งหึ่ง หึ๊งหึ่ง หึ่ง...“ กระทั่งแน่ใจว่าข้าศึกแตกพ่ายฝูงบินจึงแยกย้ายกลับฐานโดยไร้ซึ่งความสูญเสีย “ให้มันได้อย่างนี้ทุกครั้งนะโว้ย” เขาเดือดดาลในใจ ก็ไม่ต่างอะไรกับคราวก่อนๆ แม้ในคืนที่พระจันทร์เต็มดวงส่องสว่างเป็นเพื่อนร่วมทางแก่เขาตอนขับขี่มอเตอร์ไซด์เพียงลำพังเมื่อหลายปีก่อน แค่รู้สึกถึงความเปลี่ยวดายขึ้นมาใครบางคนก็เดินดุ่มอยู่ข้างทางแล้ว เป็นชายผู้ซึ่งบอกกับเขาว่า "บ้านเฮาอยู่บนโน้น บนดวงจันทร์นั่นไง" หรือจะใต้แสงดาวค่ำคืนอ้างว้างกางเต็นท์เดียวดายไร้ผู้คน ณ น้ำตกชาติตระการ เพียงใจพเนจรเริ่มก้าวย่างบนเส้นทางแห่งอดีตอันแหว่งวิ่น แสงไฟคู่หนึ่งจากรถยนต์ก็ค่อยๆเลาะเลี้ยวตามเส้นทางจนมาถึงบริเวณนั้น “นานๆทีถึงจะมีคนกางเต็นท์นอนพักที่นี่ และเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผมต้องจากบ้านพักมายังสำนักงานถึงสองหนในคืนเดียว” เจ้าหน้าที่ประจำอุทยานพูดไปยิ้มไป “มีอะไรเรียกใช้ได้นะครับ พวกผมพักอยู่บ้านพักแถวด่านทางเข้านั่นแหละ” เขากล่าวทิ้งท้ายก่อนจากลา  

ทันทีที่รถยนต์เลี้ยวเข้าโรงจอด ประตูบ้านถูกเปิดด้วยแววตาตื่น ยังไม่ทันซักไซ้ไถ่ถามเด็กหญิงก็ชิงกล่าวขึ้นมาก่อนว่า “พ่อจ๋าน้องไม่ได้ดูเอลซ่านะ ดูพี่จาดีสองตอน น้องปิดคอมเรียบร้อยแล้ว” “ไหนบอกพ่อหน่อยสิตอนเช้าเกิดอะไรขึ้น” เสียงดุจากเขาทำให้เด็กหญิงหน้าเจื่อน “น้องกินข้าวเยอะมากนะตอนเที่ยงน่ะ แม่นอนอยู่เลยน้องขอเปิดพี่จาดีให้ดู สองตอนก็พอ น้องรับปากแม่แล้ว จบสองตอนน้องปิดคอมตามพ่อสอน เล่นมะยอมมะแยมตามประสา...” เด็กหญิงกล่าวกลบเกลื่อนความผิดที่เธอรายงานให้เขาทราบผ่านโทรศัพท์เมื่อตอนสายของวัน โดยมีหวีดร้องโวยวายของเด็กหญิงเป็นเสียงประกอบ “เราตกลงกันแล้วใช่ไหมว่าต่อจากนี้หากน้องพูดไม่รู้เรื่องจะต้องโดนลงโทษ… ของเล่นพ่อก็จะไม่ซื้อให้แล้ว ไปเที่ยวไหนก็ไม่ต้องไป พ่อกับแม่ทนมาพอแล้ว จะเอายังไง...”  เขาขึ้นเสียงราวกับว่าสวมบทบาทผู้บริหารสูงสุดกำลังปรับทัศนคติให้เจ้าหน้าที่ผู้บกพร่องในห้องเย็นก็มิปาน เมื่ออำนาจบดบังสายตาแห่งการมองโลกตามความเป็นจริง เขาจึงเผลอไผลและหลงลืมว่า สิ่งอยู่ต่อหน้าซึ่งถูกดุด่าว่าร้ายเพียงเพราะไม่ได้ดั่งใจ เป็นเพียงเด็กผู้หญิงอายุ 5 ขวบ 7เดือน กับอีก 15 วัน แค่นั้น หาใช่สิ่งอื่นใดไม่

หากเศษถุงพลาสติกที่ปลิวเกลื่อนยังคาดหวังบางอย่างจากจิตสำนึกของผู้คน ต้นผักหวานป่าผลัดใบเมื่อสัมผัสโปรยฝนเย็นยะเยือก สิ่งที่ทนไม่ได้แต่ก็ต้องทน กล้วยตายพรายอันสูญเปล่าแต่ยังให้ร่มเงาแก่แมกไม้แรกรุ่น หนุ่มสาวคู่หนึ่งที่เขาช่วยกางเต็นท์ให้ในค่ำคืนอ้างว้างจะยังจดจำอยู่ไหม และวันที่เธอกล่าวอย่างตัดพ้อว่า “คิดเอาเองแล้วกัน... ถ้าแยกกันอยู่คนละที่ มันจะสร้างครอบครัวได้หรือเปล่า” แม้เขาไม่อาจคิดหาความหมายใดได้จากท่วงท่าการโบยบินของหมู่ภมร ที่มีกิ่งต้นตะขบเป็นลานบิน ขึ้นลง ขึ้นลงและขึ้นลง ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเช่นนั้น แม้น้ำตาแห่งเด็กหญิงอายุ 5 ขวบ 7 เดือน กับอีก 15 วัน ไม่อาจหวนคืน ทว่า... เขายังคาดหวังให้รักช่วยพร่าเลือนรอยประทับอันเกิดจากม่านหมอกแห่งอคติซึ่งบดบังสายตาและดวงใจ ดุจหม่นเมฆหนาวจางหายไปพร้อมแรกแสงตะวันที่สาดส่องให้อบอุ่นทั่วแผ่นแดนดิน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 10, 2018, 01:28:10 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 754


« ตอบ #524 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2016, 11:57:30 PM »

หมื่นจอกมิวางวาย

"ต้นไม้รอบนี้ค่าขนส่งแพงกว่าปรกตินะครับ พอดีว่าเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นนิดหน่อยระหว่างทางน่ะ" ผมเอ่ยอย่างเรียบๆ "ข้อยกำลังคิดอยู่เนี่ยว่าจะขนต้นไม้ขึ้นหลังรถไปด้วยดีไหม" หมื่นจอกมิวางวายกล่าวอย่างกังวล "ผมว่าพี่ไปเคลียร์งานเสร็จแล้วค่อยวนรถกลับมาเอาจะดีกว่าเดี๋ยวสองสามวันนี้ผมรดน้ำไว้ให้" เขานิ่งเงียบขมวดคิ้ว "พวกคุณจะคิดไปมาให้มันยากทำไม กว่าจะตีรถกลับมาค่าน้ำมันเท่าไหร่ จะเอาไปตอนนี้ก็กลัวต้นไม้ตาย คราวหน้าคุณจะมาตอนไหนนะ... อ๋อ เดือนหน้า ก็ให้ไอ้บ่างรดน้ำไว้ก่อนสิ ปลูกตอนนี้กับเดือนหน้าคงไม่ต่างกันมากหรอกใช่ไหม สวนคุณมีระบบน้ำอยู่นี่" ท้ายที่สุดนักเสี่ยงโชคแห่งดาวโลกก็เสนอความเห็นที่เป็นเอกฉันท์ 3 ต่อ 0 เสียง

ผมไม่แน่ใจว่าพวกเขาตั้งฉายา "บ่าง" ให้ตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีก็ถูกเรียกเช่นนี้จนติดปากแล้ว "เฮ้ย ไอ้บ่างเอาอีกแล้วพี่ มันหลอกเราไปใช้แรงงานที่สวนอีกแระ" "อะแฮ่มๆ นี่คุณมีเจตนาอะไรอยู่ใช่ไหม ฮันแน่ไม่ต้องมาทำเป็นอมยิ้มเลย" "อะไรว่ะ ตอนแรกไม่เห็นบอกว่าเยอะนี่หว่า อย่างนี้ต้องขึ้นค่าแรงแล้วเฟ้ย" ... ฯลฯ อาจด้วยหลายต่อหลายครั้งที่พวกเขาหลวมตัวโดนผมหว่านล้อมไปทางนี้บ้าง มาทางโน้นที ทั้งเต็มใจหรือไม่ก็ตามแต่ กลุ่มของเราจึงมีฉายาให้เรียกขานกันครบทุกคน

"พี่ว่าเจ้าทำไมไม่ทดลองปลูกผักหวานหลายๆสูตรดู เผื่อจะได้เก็บเป็นข้อมูลเอาไว้ พื้นที่เดียวกันนั่นแหละแต่อาจดูแลแตกต่างกัน" พอดื่มจนได้ที่หมื่นจอกมิวางวายก็หาเรื่องคุยเกี่ยวกับผักหวานป่าจนได้ คิดย้อนดูแล้วประสบการณ์การปลูกผักหวานป่าระหว่างผมกับเขาแทบจะเริ่มทดลองพร้อมๆกันเมื่อ 3 ปีก่อน หากไม่นับช่วงเวลาที่ผมไปขุดล้อมผักหวานมาจากป่าจำนวนหนึ่ง(แล้วตายหมด) หรือกลุ่มที่ปลูกด้วยต้นกล้าในถุงนับ 10 ต้น(แล้วตายหมดเช่นกัน) เมื่อหลายปีก่อน ผมนิ่งอยู่นานเพราะไม่แน่ใจว่าควรกล่าวความในใจออกมาหรือไม่

แม้แนวทางจัดการงานสวนจะแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด อาจด้วยข้อจำกัดหลายอย่างที่ทำให้เป็นเช่นนี้ ทว่าเรายังแลกเปลี่ยนพูดคุยเรียนรู้ซึ่งกันและกันอยู่เสมอ น่าเสียดายที่วันนี้เซียนเบียร์รุ่นน้องไม่ว่าง ไม่งั้นคงมีประเด็นให้ถกกันมากกว่านี้ ผมคิด "เอาล่ะ" ผมตัดสินใจพูด จิบเบียร์เย็นฉ่ำจากแก้วแล้วกล่าวต่อ "สำหรับพี่แล้วปลูกผักหวานเพื่ออะไร เป้าหมายของผมไม่ใช่ปลูกเพียงแค่เอามาพูดคุยว่าของใครงามใครไม่งาม แต่ผมปลูกเพราะผมอยากกิน และที่ผมปลูกแบบนี้เพราะผมชอบในรสชาติผักหวานป่าที่คล้ายของป่า นั่นคือพวกมันเติบโตด้วยตนเองมันน่าจะอร่อยกว่าผักหวานที่ปลูกและดูแลแบบสวน" "เลียนแบบธรรมชาติว่างั้น" เขาแทรก "พี่เคยอ่านการ์ตูนเรื่องโทริโกะไหม อะไรนะไม่รู้จักเหรอ เราล้วนมีความอยากในอาหารอย่างไม่มีที่สิ้นสุดไง" "ไม่รู้ตอนนี้ถึงไหนแล้ว... กรูเมต์เซลล์... รสชาติของวัตถุดิบที่เกิดจากการดำรงอยู่ของพวกมันอย่างพึ่งพาตนเองตามสภาวะนั้นๆใช่ไหม ผมคลับคล้ายคลับคลานะ" นักเสี่ยงโชคแห่งดาวโลกกล่าวขึ้น "ไม่ได้หมายความว่าขัดแย้งในแนวทางการปลูกนะ สรุปก็คือผมชอบกินแบบไหนผมจึงทำแบบนั้นครับ" ผมจบความเห็นลงพร้อมถอนหายใจเบาๆ

ดูเหมือนว่ารอบนี้เราจะไม่มีเวลาเสวนามากนักเพราะเขายังต้องไปปฏิบัติภารกิจต่อส่วนผมต้องพาเด็กหญิงขึ้นนอน และนักเสี่ยงโชคแห่งดาวโลกก็ขอตัวกลับไปก่อนเนื่องจากความหนักหน่วงของค่ำคืนที่ผ่านมา "อ้อ เกือบลืมไป เอ้าค่าต้นไม้" หมื่นจอกมิวางวายล้วงเงินออกมาใบหนึ่งจากกระเป๋าสตางค์อวบอ้วน "ไม่ต้องทอนนะ ถือว่าให้เจ้าเป็นค่าขนส่งและดูแลต้นไม้แล้วกัน" "ไม่ได้หรอกพี่ รอบนี้ผมคิดตามจริง" ไวเท่าความคิดผมรีบลุกขึ้นไปเสาะหาเงินมาทอนให้เขา "เอางั้นเหรอ... โอเค แล้วเจอกัน" เขากล่าวพร้อมจากลาไปปฏิบัติภารกิจให้ลุล่วง

หลายต่อหลายครั้งที่ผมร้องขอความช่วยเหลือจากเขา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน ฝากซื้อต้นไม้ ปลา วัสดุอุปกรณ์ หรือแม้แต่ขุดหลุมปลูกต้นไม้ ซื้อกับแกล้ม ทำกับข้าว อาจด้วยความที่เป็นรุ่นพี่เขาจึงไม่เคยปริปากบ่น น้อยครั้งที่จะมีโอกาสช่วยเหลือเช่นหนนี้ผมจึงไม่อาจไม่เหลียวแลต้นไม้ที่เขาฝากซื้อ เลยคิดหาหนทางที่เหมาะสมได้ในที่สุด(แม้จะเกิดจากความเห็นของนักเสี่ยงโชคแห่งดาวโลกก็ตามที) "โลกใบนี้ไม่มีความบังเอิญหรอก โชคชะตาต่างหากที่นำพาให้ผู้คนมาพบและรู้จักกัน" ผมหวนคิดถึงวลีที่รุ่นพี่หมื่นจอกมิวางวายชอบใช้เมื่อเมามาย ใช่แล้วล่ะครับไม่บังเอิญหรอก พี่กลับมารับต้นไม้เมื่อไหร่โดนเรียกค่าดูแลหนักแน่ ฮ่าๆ...



เมื่อหาโอกาสเข้าสวนไม่ได้ก็ใช่ว่านักปลูกต้นไม้แห่งดาวโลกจะว่างเว้น แนวทาง "ไม่กระทำ" ไม่ได้หมายความว่าไม่ทำอะไรเลย แต่จะเลือกทำในสิ่งที่เห็นว่าจำเป็นเท่านั้น ซึ่งจำเป็นของแต่ละคนก็ไม่เท่ากันอีกนั่นแหละ





ตะขบอีก 200 ต้นที่ผมฝากรุ่นพี่หมื่นจอกมิวางวายซื้อมาให้เมื่อเดือนก่อน ถูกเปลี่ยนถุงเตรียมพร้อมไว้สำหรับฤดูกาลเพาะปลูกที่กำลังจะมาถึงในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า เพราะเราเห็นว่านี่เป็นสิ่งหนึ่งที่จำเป็น





ต้นไม้กลุ่มนี้ส่วนหนึ่งก็ไม่พ้นเขาอีกเช่นเคย ที่เลือกซื้อและขนส่งมาให้ผมเมื่อได้รับการขอร้องแกมบังคับ  ยิงฟันยิ้ม





การเลี้ยงดูเด็กก็มิต่างอะไรกับการปลูกต้นไม้ หากพอจะทำได้เราควรเตรียมบางสิ่งที่คิดว่าจำเป็นให้เขาในวัยต้นกล้า เพื่อเป็นต้นทุนชีวิตสำหรับดิ้นรนในกระแสธารแห่งมวลมนุษยชาติที่ซับซ้อนและยอกย้อนเป็นอย่างยิ่ง





สุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีโอกาสแวะเวียนไปหาซื้อกล้าไม้มาเตรียมปลูกสำหรับฤดูกาลนี้ที่ บ.กกไม้แดง อ.วังทอง





"พี่ก็ว่าอยู่ หน้าตาคุ้นๆ เนี่ยก่อนเดินมายังคุยกันอยู่เลย" เสียงแม่ของเด็กชายคนนี้กล่าวทักทายพอผมบอกว่าปีก่อนเคยมาจัดต้นไม้ไปชุดใหญ่ "ตอนนั้นน้องยังนอนเปลอยู่เลยนะครับ โตเป็นหนุ่มแล้ววันนี้"  ยิงฟันยิ้ม





"ขอบคุณนะครับที่มาเป็นเพื่อน" "เมียผมบอกว่าวันหยุดอย่างนี้ให้คิดค่าตัวสองเท่า จากสามขวดเป็นหกขวด" นักเสี่ยงโชคแห่งดาวโลกกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังระหว่างทาง "จริงเหรอครับ งั้นกลับไปผมจะไปถามแฟนพี่นะ" "เฮ้ย ไอ้นี่ไม่ต้องเลย ผมล้อเล่น... แต่หวังจริงนะ แฮ่ๆ"  ยิงฟันยิ้ม





1 วันก่อนเดินทางซื้อต้นไม้... "เฮ้อ เปลี่ยนถุงต้นไม้เหนื่อยจังเล้ยยย จะมีใครไปซื้อน้ำป้าน้อยโก่งกาดำมาให้กินสักแก้วไหมน้อ" "ไม่ต้องเลย... ใช้คนท้องอีกแล้ว น้องเม็ดทรายๆ อยู่ไหนน้อ มาๆๆ ไปซื้อน้ำป้าน้อยกับแม่กับน้องสายธารมาให้พ่อกินหน่อย" "เย้ๆๆๆ ไปกันๆ"

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 10, 2018, 01:30:18 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
gotoloei
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2066



« ตอบ #525 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2016, 12:59:09 PM »


สุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีโอกาสแวะเวียนไปหาซื้อกล้าไม้มาเตรียมปลูกสำหรับฤดูกาลนี้ที่ บ.กกไม้แดง อ.วังทอง




แถว กกไม้แดง มีไม้ป่า อย่างต้น เต็ง หรือว่าต้นจิก ต้นแดง ขนาดใหญ่หน่อย ประมาณ เมตร พอจะมีบ้างหรือเปล่าครับ คุณ nomadic_man (ซือกะจะแม่นเอิ้นยาก 55)



nomadic_man สวัสดีครับอาจารย์  ยิ้ม รอบนี้ที่ผมไปซื้อต้นไม้มีเวลาแวะแค่ 2 ร้าน แต่ถึงขนาดนั้นยังขนต้นไม้มาซะเต็มรถเล่นเอากระเป๋าสตางค์เหี่ยวแห้งไปอีกนาน  โกรธ ปีที่แล้วผมซื้อต้นเต็ง-รังมาได้อย่างละ 100 ต้น ปีนี้จึงไม่รู้สึกโหยหาเท่าใดนัก ส่วนต้นแดงรอบนี้ผมแอบหอบหิ้วมาด้วยจำนวนหนึ่ง แบบต้นเล็กๆนะครับ เพราะราคาถูกและสนุกในการเปลี่ยนถุงด้วย การปลูกป่าไว้หาเห็ดของสวนป่าเม็ดทรายสายธาร เน้นไม้วงศ์ยางดังนี้ ยางนา ตะเคียน เต็ง รัง ยางเหียง ยางกราด ยางพลวง พะยอม ตอนนี้ชนิดที่อยากได้มากที่สุดคือยางพลวง(ต้นใบตองกุง) เพราะคิดว่าหากมีติดสวนไว้จำนวนหนึ่ง ปริมาณใบที่อาจเก็บมาใช้ประโยชน์ได้คงมากพอ จากประสบการณ์การปลูกต้นเต็ง-รัง 3 ปีที่ผ่านมาพบว่าเจริญเติบโตช้ามากครับผม  โกรธ โดยเฉพาะต้นเต็ง(ว่างๆผมจะเก็บภาพมาฝากครับ) เรียกได้ว่าตายมากที่สุดในชนิดของไม้วงศ์ยางที่ผมปลูกมาทีเดียว ในความเห็นผมแล้วหากพื้นที่มีแดดรำไรหรือมีความชื้นเพียงพอ(ถ้ามีระบบน้ำด้วยยิ่งไม่น่าเป็นห่วง) ก็สามารถปลูกแซมๆไว้ได้ครับผม เอาล่ะวกมาเข้าประเด็นที่อาจารย์ gotoloei ถามกันนะครับ  ยิงฟันยิ้ม จากจำนวนร้านที่มีมากมายแถบนั้น ผมคิดว่าน่าจะยังคงมีอีกหลายร้านที่เพาะต้นเต็ง-รัง(รอบนี้ผมอยากได้ต้นรังบ้างทว่าสอบถามแล้วราคาแพงไปหน่อยตั้ง10 บาท จึงไม่จัดมา)ไว้ครับผม ทว่าคงต้องเสียเวลาสอบถามกันสักหน่อย ส่วนต้นแดงนั้นมีให้เลือกตั้งแต่เล็กสูงข้อเท้า(2 บาท) กลางสูงเท่าเข่า(5 บาท) ใหญ่สูงเท่าเอว(10 บาท) หาซื้อได้ตามความชอบเลยครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 10, 2018, 01:30:48 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า

สวนผักหวานป่าพระยืน จ.ขอนแก่น และสวนผักหวานป่าพ่อบุญพร้อม อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์
tsit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 190


« ตอบ #526 เมื่อ: มีนาคม 10, 2016, 11:19:43 AM »

อ่านแล้วได้ความรู้มากมาย ขอติดตามด้วยคนครับ



nomadic_man ขอบคุณที่ติดตามครับผม  ยิ้มเท่ห์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 13, 2016, 12:26:10 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 754


« ตอบ #527 เมื่อ: มีนาคม 13, 2016, 12:41:32 AM »

ดูเหมือนว่าช่วงนี้ชีพจรจะลงเท้าเสียเหลือเกินมีเหตุให้ต้องออกเดินทางอยู่ร่ำไป ก็ไม่รู้เป็นเพราะอะไรสิ้นเดือนก่อนพึ่งจากลาสัปดาห์ที่ผ่านมากลับพบหน้ากันอีกละ พี่เป็ดแห่งเมืองอุดรครับท่าน  ยิงฟันยิ้ม





"น้องจะเรียกมันว่า พี่หมา เฉยๆ นะพ่อ" "อ้าวแล้วมันจะไม่ซ้ำกันกับ พี่หมาตัวก่อนเหรอลูก" "เหรอคะ" "... เอาล่ะ งั้นเราเรียกมันว่า พี่หมาลาวอุดร ก็แล้วกัน" "น้องหมาลาวอุดรต่างหาก เพราะมันมาทีหลังไงพ่อเลยต้องเป็นน้อง" "ได้เลยจ๊ะ" เมื่อผมเดินทางกลับจากเมืองอุดรหนแรกของปีก็ย่างเข้าสู่ฤดูร้อน เด็กหญิงเริ่มอดทนต่อความเย้ายวนของยอดผักหวานป่าไม่ไหว ทั้งๆที่ผมตั้งใจเอาไว้ว่าปีนี้จะยังไม่เก็บพวกมันมาทำเป็นอาหาร แต่จนแล้วจนไม่รอดต้องมีการสละชีพกันบ้าง หวยมาออกที่ต้นทดลองปลูกหลังบ้านพักนั่นเองครับพ่อแม่พี่น้อง "ว่าอย่างไรลูก แกงจืดสูตรพิเศษของพ่ออร่อยไหม" "อร่อยเป็นที่สุดเลยพ่อจ๋า"  ยิ้ม





ไม่ว่าจะร้อนแล้งขนาดไหนก็ดูเหมือนพวกมันจะไม่อาทรนัก กลับผลิยอดอ่อนๆออกมาเป็นที่เย้ายวนอย่างยิ่ง เมื่อผมตัดสินใจไม่เก็บยอดจึงทำให้ส่วนหนึ่งถูกกัดกินโดยสิ่งมีชีวิตไม่ทราบชนิด(เพราะไม่ทันเห็นตัวมันเสียที) อย่างน้อยก็ยังดีกว่าโดนเพลี้ยกระสอบลงก็แล้วกันว่ะ หึหึ





ราวกับว่า... พวกมันรอคอยที่จะหยั่งรากลง ณ ผืนแผ่นดินแห่งนี้ ก็... เป็น... ได้...  ยิงฟันยิ้ม



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 10, 2018, 01:32:42 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 [33] 34 35 36 37 38 39   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: