หน้า: 1 ... 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 [28] 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันสุดท้าย สุดทางฝัน  (อ่าน 320583 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Thesun215
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4146


« ตอบ #432 เมื่อ: มิถุนายน 21, 2015, 08:46:39 AM »





สมมติว่า ถ้ามีต้นตะขบ ห่างๆกันซัก 15-20 เมตร ร่มตะขบคงพอช่วยให้ได้หลบแดด และคลายร้อนได้บ้างนะครับ นี่กว่าจะเดินมาหาร่ม ก็คงหอบแล้ว  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม



nomadic_man ใช่แล้วครับผม เป็นความผิดพลาดการวางแผนปลูกต้นไม้ของผมเองที่ไม่ยอมแทรกต้นตะขบลงไปด้วยในบริเวณนี้ ก็ได้แต่หวังเอาไว้ว่าต้นไม้ป่าและไม้พื้นถิ่นที่ผมไม่ตัดออกปล่อยไว้ให้เจริญเติบโตต่อจะโตไวๆพอเป็นร่มเงาได้ ช่วงนี้ก็แอบไปหลบใต้ต้นตะขบริมสระบ้างหรือซุกหัวเข้าร่มไม้ริมคลองเหมืองบ้าง พอคลายร้อนไปก่อนครับผม  ยิงฟันยิ้ม (ปล. ผักหวานป่าคุณอาทิตย์นี่งามได้ใจจริงๆ  อายจัง )
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 21, 2015, 08:56:19 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า

nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #433 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2015, 05:21:24 PM »

สัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ค่อยมีเวลาเข้าสวนนักเนื่องจากเวลาว่างไม่ตรงกันผมจึงต้องอยู่ดูแลเด็กหญิงเป็นส่วนใหญ่ เหลียวหน้ามองฟ้าทีไรก็เห็นแต่เมฆหาได้มีฝนทำให้ต้นไม้ที่สวนคงได้แต่อดและทน ช่วงนี้จึงต้องชะลองานปลูกไปก่อนหันมาเอาดีทางการตัดหญ้าแทน โชคยังดีที่วันสองวันก่อนฟ้าดินเห็นใจส่งฝนลงมาบ้างพอบรรเทาความร้อนแล้งให้พื้นที่แถบ อ.ด่านซ้าย ไม่เช่นนั้นแล้วผมคงต้องให้ตัวละครลับขนน้ำไปรดต้นตะขบที่หยอดเมล็ดผักหวานป่าปี 58 กันบ้างไม่มากก็น้อย โชคดีจริงๆครับผม  ยิ้ม



นานๆเข้าไปดูสวนทีก็เป็นเช่นนี้แล ขนาดแปลงที่ปลูกฝรั่งกับน้อยหน่ายังรกวัชพืชท่วมหัวแล้ว  ยิงฟันยิ้ม





มีเวลาไม่มากนักเพราะต้องดูแลเด็กหญิงด้วย "น้องจ๋าๆ วันนี้ พ่อขอเวลาเก็บใบปอสาให้ปลากินสักแป๊ปนะจ๊ะ"





"พ่อจ๋าๆ ปลาที่สระน้องมันกำลังกินใบปอสาจริงๆด้วย"





เช้าวันนี้มีกองเชียร์มาด้วยคงเป็นเพราะอยากมาทดลองกางร่มคันใหม่ที่พึ่งซื้อมา แต่ก็ต้องเสียเวลาไปพักใหญ่เนื่องจากเด็กหญิงงอแงเอาแต่ใจตนเองจนต้องพาไปซื้อของกิน กลับเข้าสวนมาอีกทีจึงค่อยอารมณ์ดีขึ้น(เพราะได้ของเล่นติดไม้ติดมือมาด้วยนั่นเอง)  ยิงฟันยิ้ม





เย็นวันก่อนแวะไปชมผลงานตัดหญ้าที่สวนล่างของตัวละครลับ สวนจึงโล่งตาน่าดูชม ช่วงนี้ดูเหมือนว่าแกจะรับบทหนักเสียเหลือเกิน คืนที่ผ่านมาจึงไปแอบม่วนซื่นที่งานผีตาโขนยามค่ำคืนครับผม  ยิงฟันยิ้ม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 28, 2015, 05:31:49 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
Tawandin
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 259


« ตอบ #434 เมื่อ: มิถุนายน 29, 2015, 05:56:43 AM »

สัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ค่อยมีเวลาเข้าสวนนักเนื่องจากเวลาว่างไม่ตรงกันผมจึงต้องอยู่ดูแลเด็กหญิงเป็นส่วนใหญ่ เหลียวหน้ามองฟ้าทีไรก็เห็นแต่เมฆหาได้มีฝนทำให้ต้นไม้ที่สวนคงได้แต่อดและทน ช่วงนี้จึงต้องชะลองานปลูกไปก่อนหันมาเอาดีทางการตัดหญ้าแทน โชคยังดีที่วันสองวันก่อนฟ้าดินเห็นใจส่งฝนลงมาบ้างพอบรรเทาความร้อนแล้งให้พื้นที่แถบ อ.ด่านซ้าย ไม่เช่นนั้นแล้วผมคงต้องให้ตัวละครลับขนน้ำไปรดต้นตะขบที่หยอดเมล็ดผักหวานป่าปี 58 กันบ้างไม่มากก็น้อย โชคดีจริงๆครับผม  ยิ้ม

มีเวลาไม่มากนักเพราะต้องดูแลเด็กหญิงด้วย "น้องจ๋าๆ วันนี้ พ่อขอเวลาเก็บใบปอสาให้ปลากินสักแป๊ปนะจ๊ะ"




"พ่อจ๋าๆ ปลาที่สระน้องมันกำลังกินใบปอสาจริงๆด้วย"


เช้าวันนี้มีกองเชียร์มาด้วยคงเป็นเพราะอยากมาทดลองกางร่มคันใหม่ที่พึ่งซื้อมา
แต่ก็ต้องเสียเวลาไปพักใหญ่เนื่องจากเด็กหญิงงอแงเอาแต่ใจตนเองจนต้องพาไปซื้อของกิน กลับเข้าสวนมาอีกทีจึงค่อยอารมณ์ดีขึ้น(เพราะได้ของเล่นติดไม้ติดมือมาด้วยนั่นเอง)  ยิงฟันยิ้ม


เย็นวันก่อนแวะไปชมผลงานตัดหญ้าที่สวนล่างของตัวละครลับ สวนจึงโล่งตาน่าดูชม ช่วงนี้ดูเหมือนว่าแกจะรับบทหนักเสียเหลือเกิน คืนที่ผ่านมาจึงไปแอบม่วนซื่นที่งานผีตาโขนยามค่ำคืนครับผม  ยิงฟันยิ้ม




ฝากข้อความถึงน้องเม็ดทรายจ้า...

...

"น้องเม็ดทรายจ๊ะ ป่าตะขบหนูสวยมากกก  อายจัง  อายจัง  อายจัง
อีกหน่อย หนูโตขึ้นป.3 หนูจะได้เก็บยอดผักหวานป่าใต้ต้นพี่ตะขบไปให้คุณแม่แกงอร่อยๆด้วยหละ  เจ๋ง
ปีหน้า พี่ตะขบก็จะโตอีกมาก หนูให้พ่อจ๋า แม่จ๋าผูกเปลนอนเล่นเย็นสบายเลย  ยิ้ม
แต่อีกไม่กี่ปีพี่ตะขบเค้าคงไม่อยู่กับเราแล้วหละ หนูให้พ่อจ๋านำป่าเห็ดมาไว้เป็นเพื่อนน้องผักหวานป่าที่นี่เลย ดีไหมๆ
ไม่ต้องเดินไปเก็บเห็ดไกล หน้าฝนปีนี้พี่ตะขบจะกางร่มใหญ่ขึ้น ถ้าน้องต้นไม้ป่าเห็ดมาอยู่ด้วย หน้าร้อนพี่ตะขบจะกางร่มให้สวยๆเลย  อายจัง  อายจัง
วันนี้ป้าอ้อย ก็จะเตรียมหลุมให้น้องมะนาว มาอยู่เป็นเพื่อนน้องผักหวานป่ามั่งหละ โชคดีนะจ๊ะ"




nomadic_man  ขอบคุณป้าอ้อยที่แวะมาเยี่ยมเยียนสวนน้องเม็ดทรายบ่อยๆนะครับ  ยิงฟันยิ้ม ในส่วนของสวนล่างก็มีพื้นที่ป่าเห็ดทดลองเช่นกันแต่อยู่คนสะส่วน จริงๆก็ติดกันนั่นแหละ(พูดยังกะว่าพื้นที่เยอะเนาะ) ก็มีบ้างบางส่วนที่แทรกอยู่กับแปลงตะขบ แล้วทำไมไม่แทรกเต็มพื้นที่ที่ปลูกตะขบล่ะ เรื่องนี้มีที่มาที่ไป... เดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟังครับผม  ยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 03, 2015, 08:46:33 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #435 เมื่อ: กรกฎาคม 03, 2015, 11:15:47 PM »

เสมือนคนแปลกหน้าของความทรงจำ

ริเริ่มดีใช่ว่ามีปลายทางงดงามฉันใด สำหรับการเริ่มต้นอันย่ำแย่ก็ใช่ว่าจะได้รับบั้นปลายที่เลวร้ายฉันนั้น ครึ่งชีวิตหลังของโคล้ด โมเนต์(CLAUDE MONET : 1840-1926) ผู้ยึดมั่นในแนวคิด “เขียนภาพตามสิ่งที่ตนเห็น” ประสบกับความสำเร็จจนมิอาจทำใจกล่าวถึงช่วงเวลาที่ผ่านพ้นก่อนหน้านั้นมาได้ เพียงเพราะว่ากลัวที่จะบอกกล่าวเรื่องราวในอดีตของตนออกมา บางทีเราอาจอยากลืมหรือรู้สึกอยากย้อนกลับไปแก้ไขมัน เช่นนั้นแล้วเราจะต่างอะไรกับคนแปลกหน้าแห่งความทรงจำของตนเอง

ผมใช้เวลาอยู่ค่อนเดือนจึงตัดหญ้าให้พื้นที่ “ปลูกป่าไว้หาเห็ด” แห่งสวนไกลแล้วเสร็จ เนื่องจากบาทวิถีในแต่ละวันหาใช่ชีวีนี้ข้าขอพลีกายให้กับงานสวนเพียงอย่างเดียวก็หาไม่ พื้นที่ปลูกป่าเห็ดซึ่งไม่มากนักจึงต้องรอแล้วรอเล่ากว่าจะถูกกอบกู้จากการกดขี่และปกคลุมด้วยบรรดาวัชพืชพื้นถิ่นที่งอกงามยิ่งกว่าต้นไม้ที่ผมนำมาปลูก แม้นมีตัวละครลับมาคอยช่วยแบ่งเบาภาระงานสวนบ้าง แต่ภาระในส่วนของการตัดหญ้าป่าเห็ดมิอาจมอบหมายให้แกกระทำได้ มิเช่นนั้นแล้วผมอาจถูกฟ้องในข้อหา “ใช้แรงงาน สว.(สูงวัย)เกินกว่าเหตุ” เอาได้

วันถัดมาหลังภารกิจกอบกู้พื้นที่ป่าเห็ดแล้วเสร็จ ผมเหน็ดเหนื่อยเกินกว่าจะเข้ารับการทดสอบจากแสงตะวันอันแรงกล้าแห่งฤดูฝนแสนร้อนแล้งได้ จึงละทิ้งงานตัดหญ้าที่วางแผนเอาไว้แห่งสวนไกลแล้วหลบลี้หนีแดดมาซุกหัวอยู่ใต้ร่มตะขบของส่วนล่างเกือบทั้งวัน หากเขาซึ่งถูกกล่าวอ้างว่าเป็นเฉกเช่นเสาหลักแห่งผู้เขียนภาพกลุ่ม “IMPRESSIONIST” * ได้ละทิ้งวิถีเสมือนที่ผมกระทำเมื่อยามประสบทุกข์ยากแล้ว สิ่งที่เขาต้องสูญเสียไปอาจยังคงอยู่ แต่ผลงานที่ตกทอดอันเป็นตำนานแด่ชนรุ่นหลังเล่าจะถือกำเนิดขึ้นไหม หากเลือกได้เมื่อรู้ปลายทางเราจะเลือกทางใด... ใครเล่าให้คำตอบได้ **

ก่อนหน้านี้ผมพบเห็นเขาอยู่สองสามครั้งระหว่างมาเป็นเกษตรกรนอกเวลาที่สวนล่าง ชายสูงวัยแววตาอิดโรยทว่าแลดูทะมัดทะแมงอยู่ในที ทุกทีที่เจอเขาจะแบกกระสอบถุงปุ๋ยมาด้วย เป็นเพราะถุงปุ๋ยเก่าเกินกว่าจะรับน้ำหนักของที่บรรจุมาจึงขาดออก เขาจึงมาสอบถามขอถุงพลาสติกกับผมนั่นเป็นครั้งแรกที่เราพูดคุยกัน “ปลูกอะไรมั่งน้อ ผมเห็นคุณมาปลูกต้นไม้ตั้งหลายครั้งแล้ว” ผมจำได้ว่าเขากล่าวเช่นนี้กับผมจริงๆในหนนั้น

วันที่ผมกับรุ่นพี่นัดแนะเจ้าของผืนดิน(ซึ่งในอนาคตเมื่อซื้อที่แบ่งกันแล้วกลายมาเป็นสวนไกล)มาตกลงราคา พวกเราพยายามต่อรองเต็มที่เนื่องจากที่ดินผืนนั้นเป็นที่ตาบอด(ไม่มีทางเข้าออก) น่าแปลกใจที่เจ้าของผืนดินไม่เคยพยายามเข้าไปใช้ประโยชน์จากที่ทางที่ตนมีนอกจากปล่อยให้เช่า(หรืออาจจะเคยมีแต่ผมไม่ทราบก็เป็นได้) ผมไม่อาจเข้าใจความรู้สึกของเขาได้เมื่อตกลงขายผืนดินอันเป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษให้กับบุคลผู้อื่นซึ่งไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด ดูเหมือนเขาจะไม่อาทรเท่าใดนักกับที่ดินผืนนี้ซ้ำยังกล่าวคำเตือนฝากไว้กับพวกเราอีกด้วย “ระวังเรื่องคลองเหมืองไว้ด้วยละกัน ปิดมันไปเลยก็ได้แต่ต้องคุยกับพวกนั้นเองนะ” ผมพบเจอกับเจ้าของผืนดินเพียงสองหนจึงจดจำใบหน้าของเขาได้ไม่แน่ใจนัก ส่วนเขายิ่งแล้วใหญ่หนแรกสร่างเมาอีกหนตอนนัดแนะมารับเงิน(เขามากับลูกสาว)เมาแอ๋มาเต็มที่

ในขวบปีแรกที่ผมซื้อผืนดินสวนล่างได้ปลูกฟักทองเอาไว้และเจริญงอกงามดีมาก แต่มีบางวันที่เข้ามาสวนแล้วพบเห็นยอดฟักทองจำนวนหนึ่งถูกเด็ดยอดหายสาบสูญไป วันที่ถุงปุ๋ยใบนั้นฉีกขาดออกมีบางสิ่งร่วงหล่นลงมาคือหน่อไม้จำนวนหนึ่ง อาจเป็นหน่อไม้ชายป่าริมทางหรือหน่อไม้จากกอไผ่ซึ่งใครบางคนปลูกเอาไว้ก็เป็นได้ ผมไม่อยากกล่าวโทษใครกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะการกล่าวหาอย่างลอยๆถือว่าไม่เป็นผลดีกับผู้ใด “ถือเสียว่าทำบุญไป” ผมกล่าวกับเธอเช่นนี้และพยายามคิดอย่างปล่อยวาง

“เลาะหาอะไรน้อ” “หน่อไม้” ชายสูงวัยผู้นั้นตอบผม “พอได้กินบ่หล๊ะ” ผมถามอีกครั้งด้วยรอยยิ้ม “พอได้เป็นกับข้าวงายอยู๋” จากนั้นเขาก็ก้มหน้าก้มตาเดินจากไปตามเส้นทางที่ทอดยาวข้างหน้าสุดแล้วแต่ผู้คนจะเลือกเดินว่าไปถึงไหน ผมยืนมองกระสอบถุงปุ๋ยที่แกสะพายอยู่ชั่วขณะหนึ่งก่อนจะล้มตัวนั่งพักคลายร้อนใต้ร่มตะขบ หลังสะสางพื้นที่บางส่วนของสวนล่างยังไม่แล้วเสร็จดี เหตุใดชายชราคนนี้จึงวนเวียนอยู่ในหัวผม อาจเป็นเพราะผมเองไม่กล้าเอ่ยถามแกตรงๆว่า “ใช่ตา...ที่ขายที่ตรง...ไหมครับ” ได้แต่หวังว่าสักวันหากเจอเขาอีกผมจะกล้าเอ่ยคำถามนี้ออกไป



*ภาพเขียน Impression Sunrise ของโมเนต์ เขียนในปี 1873 จัดแสดงในงานแสดงภาพครั้งแรกของจิตรกรกลุ่มก้าวหน้าจนเป็นที่มาของชื่อกลุ่ม “IMPRESSIONIST”

**ในขณะที่โมเนต์เสียชีวิต ข้างเตียงของเขามีกวีบทหนึ่งชื่อว่า “The Stranger” (Charles Baudelaire)เปิดค้างอยู่


* , ** ที่มา The Great Impressionist MONET โมเนต์ : พราวพร่างกลางตะวัน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 03, 2015, 11:25:04 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #436 เมื่อ: กรกฎาคม 04, 2015, 12:04:34 AM »

หลังผมตัดหญ้าป่าเห็ดมาครึ่งค่อนเดือน ภารกิจนี้ก็แล้วเสร็จเสียทีจึงคลายเหนื่อยด้วยการเดินเก็บภาพบรรยากาศรอบๆเล่น ปรากฎว่าไร่ข้าวโพดด้านข้างเริ่มลงเมล็ดพันธุ์กันแล้ว กำลังงอกบ้างโตบ้างแต่ที่แน่ๆทุกแปลงใช้ยาฆ่าหญ้ากันทั้งนั้น สังเกตได้จากรัศมี 5 เมตรชายขอบในพื้นที่สวนไกลยอดไม้เริ่มเหี่ยวแห้งและหญ้าเป็นอย่างที่เห็น





ลุยงานช่างแสนจะเมื่อยล้าจริงๆเมื่อนานๆมาจับเครื่องตัดหญ้าที แต่ก็ชุ่มชื่นหัวใจได้เมื่อต้นไม้ป่าเห็ดที่ปลูกเอาไว้โผล่พ้นการปกคลุมจากบรรดาวัชพืชเสียที





ตัดหญ้าพึ่งแล้วเสร็จแต่บางส่วนที่ตัดไปก่อนหญ้าก็งอกงามเสียแล้ว ha ha  ยิงฟันยิ้ม





วันถัดมาแทบไม่อยากตื่นจากที่นอน สายๆหน่อยเรี่ยวแรงเริ่มฟื้นคืนแต่ยังไม่มีความกล้าท้าแดดจึงเข้าสวนล่างไปหางานเบาๆทำใต้ร่มตะขบ เรื่องของเรื่องก็คือหลายวันก่อนป้าอ้อยได้มาไถ่ถามเอาไว้ว่าทำไมไม่ปลูกป่าเห็ดแซมพื้นที่ตะขบของสวนล่าง คำตอบก็คือ "รู้เท่าไม่ถึงการณ์" ครับผม คนเราจะรู้ได้ประสบการณ์ต้องมาก่อนจริงๆ ในการวางแผนปลูกตะขบระยะะ 2*2 เมตรของผมคือ พอระยะ 4*4 เมตรจะแซมด้วยต้นแคนา เพราะเข้าใจว่าต้นแคนาจะสามารถใช้เพาะเชื้อเห็ดตับเต่าได้(จริงๆอาจได้ก็ได้ยังแอบหวังลึกๆ) ซึ่งเป็นการปลูกต้นไม้ก่อนที่ผมจะได้ศึกษาและค้นคว้าการปลูกป่าไว้หาเห็ด ครั้นที่จะขุดต้นแคนาทิ้งก็เสียดาย ได้แต่นำต้นไม้ mycorrhiza มาปลูกเสริมในหลุมที่แคนาตายเอง(ภาพซ้ายบนจะเห็นต้นตะเคียนกับยางนา) แต่พอได้ริเริ่มปลูกป่าเห็ดที่สวนไกลจึงเพลาๆความอยากลงแล้วนำต้นไม้ชนิดอื่นมาปลูกระยะ 4*4 เมตร แทนครับผม(ภาพซ้ายล่างคือต้นแอปเปิล)





ในตอนซื้อที่ "สวนล่าง" ยังไม่คาดคิดว่าจะมีบุญได้ผืนดินมาครอบครองอีก(ต้องขอบคุณเงินกู้  ยิงฟันยิ้ม ) จึงแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้ทดลองปลูกป่าไว้หาเห็ด 2 ปีผ่านมาไวเหมือนโกหกเนอะ





ในพื้นที่ป่าเห็ดก็มีไม้ชนิดอื่นปลูกแซมๆกันด้วย ใครจะเชื่อว่าต้นพะยูงที่ปลูกพร้อมๆกัน(2 ปี) จะโตจนกู่ไม่กลับแล้ว  ยิงฟันยิ้ม ส่วนที่เหลือก็ค่อยเจริญเติบโต ต้นไหนตายเราก็นำกล้าไม้มาปลูกซ่อมไปเรื่อยๆน่อ





หลังจากลุยงานหนักมาทั้งวัน(วันก่อน) วันนี้จึงสบายๆแบบขี้คร้าน ออกมาสวนทำงาน 3 ส่วน เดินเล่น 7 ส่วน ครับท่าน





ไผ่กิมซุง 4 กอนี้ถึงเวลาต้องสะสางแล้วตอนแรกกะว่าจะตอนกิ่งเอาไว้ขยายพันธุ์เสียหน่อย พอเวียกงานเยอะเข้าไม่มีเวลาขนาดไผ่รวกกับไผ่ซางหม่นที่เพาะไว้ยังไม่ได้ปลูกเลย หึหึ





หนแรกตั้งใจเอาไว้ว่าวันนี้จะลุยงานตัดหญ้าแฝกรอบสระสวนล่างให้เสร็จ สรุปก็คือทำได้แค่ถ่ายภาพเก็บไว้เป็นหลักฐานมาอ้างกับเธอว่า "มันรกจริงๆน่อ ตัดม่ายไหว ใบมีดตัดหญ้าไม่ค่อยคมคร๊าบ"  ยิงฟันยิ้ม





มาดูต้นอะไรบางอย่างที่กำลังงอกเงยอย่างเงียบๆใต้ร่มตะขบ(ที่ชาวบ้านแถบนั้นแซวตลอด 2 ปีที่ผ่านมา)กันบ้าง ว่าไปถึงไหนกันมั่งแล้วสำหรับแนวทาง "กระทำให้น้อยที่สุด"





ขอส่งเข้าประกวดกับเขาดูบ้าง ผักหวานป่าแบบหยอดเมล็ดอายุ 1 ปีครับผม





อย่าถามหาอีกนะมีแค่นั้นแหละพวกที่พอไปวัดไปวาได้น่ะ ที่เหลือก็ประมาณนี้ครับพ่อแม่พี่น้อง







"พราวพร่างกลางแสงตะวัน" ปรัชญาการเขียนภาพของโมเนต์คือ เขียนไปตามที่แลเห็น ไม่ใช่สิ่งที่คุณคิดว่าเห็น ดังที่เขาเคยกล่าวเอาไว้ว่า "เมื่อคุณเขียนภาพ จงลืมเสียว่าอะไรอยู่ตรงหน้า ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้.. บ้านเรือน.. ท้องทุ่ง.. อันใดก็ตาม จงมองแค่ว่ามันคือหย่อมของสีฟ้า.. จุดสีชมพู หรือริ้วลายของสีเหลือง แล้วลงมือเขียนตามที่คุณมองเห็น ตามสีสันและรูปทรงอันประจักษ์อยู่ กระทั่งซึมซับเป็นความประทับใจอันบริสุทธิ์ต่อฉากตรงหน้านั้น..."
(ที่มา The Great Impressionist MONET โมเนต์ : พราวพร่างกลางตะวัน)


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 06, 2015, 11:23:17 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
gotoloei
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2066



« ตอบ #437 เมื่อ: กรกฎาคม 04, 2015, 08:01:40 AM »

สวนช่างร่มรื่นน่าอยู่ซะจริง ๆ เลยครับ เมืองเลยปลูกอะไรก็งามไปหมด  อายจัง อายจัง ทั้งป่าเห็ด ทั้งผักหวาน คัก ๆ



nomadic_man ขอบคุณครับ แต่อันที่จริงไม่อยากจะบอกเลยว่า ต้นที่ตายไปก็เยอะและต้นที่ไม่ค่อยเจริญเติบโตเช่นกัน แอกซุกไว้ไม่เอามาเปิดเผยนั่นเอง  โกรธ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 06, 2015, 10:02:30 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า

สวนผักหวานป่าพระยืน จ.ขอนแก่น และสวนผักหวานป่าพ่อบุญพร้อม อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์
Thesun215
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4146


« ตอบ #438 เมื่อ: กรกฎาคม 04, 2015, 11:20:49 PM »

 ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์  ผักหวาน 2 ปีไม่มีระบบน้ำ งามหยดย้อย สุดยอดกว่าผักหวานที่สวนผมอีกครับ  อายจัง อายจัง อายจัง



nomadic_man แฮ่ๆ ต้นที่งามก็มีเป็นส่วนน้อยครับคุณอาทิตย์ และพวกที่ก้ำกึ่งก็มีพอสมควรส่วนที่เหลือกลุ่มใหญ่คือ ต้นที่แคระๆแกรนๆนั่นเอง  ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 06, 2015, 10:04:53 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
teerapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 988


« ตอบ #439 เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2015, 05:20:31 PM »

สวนท่าน nomadic_man เรียบร้อยมากเมื่อเทียบกับสวนขี้คร้านในสัปดาห์นี้  เรียกว่าเป็นคนละภาพกับในหน้าแล้งเลยครับ ตกใจ





nomadic_man ต้องขอบคุณตัวละครลับครับผม หากปีนี้ไม่ได้แกมาช่วยงานสวนเราคงไม่คืบหน้าขนาดนี้ แต่ถ้าจะเปรียบเทียบความรกเรื้อของวัชพืชแล้ว ผมว่าสวนผมเองก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน นี่ไงครับเห็นไหม ส่วนที่ตัดหญ้าได้เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ขนาดจอดรถยังต้องคิดแล้วคิดอีกว่าจะก้าวลงทิศทางใด กลัวงูกัดครับ  ยิงฟันยิ้ม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 06, 2015, 10:08:33 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.” Bill Mollison
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #440 เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2015, 11:01:14 PM »

ผมเคยตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าหากหาเงินได้วันละ 800 บาทเมื่อไหร่จะลาออกจากงานประจำทันที แต่เมื่อกลับมาทบทวนดูใหม่แล้วพบว่าเรื่องราวมันไม่ได้ง่ายดายอย่างที่เห็น ชีวิตยังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ผูกพันกันไว้เกินกว่าเราคาดคิด แต่ตอนนี้หากหาเงินได้วันละ 800 บาทจริงๆ คนที่จะลาออกจากงานประจำอาจเป็นเธอมิใช่ผม เพราะภาระหน้าที่ของเธอมันกัดกร่อนจิตวิญญาณ ร่างกายและเวลาของครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง

ทว่ามานึกๆดูแล้วไหนจะภาระเงินกู้ เด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังเติบใหญ่ บ้านที่ตั้งใจจะสร้าง(คงอีกหลายปี) รถที่ตั้งใจจะซื้อ(รถเขียวมรดกตกทอดอายุใช้งานเกือบ 20 ปีแล้ว) อื่นๆอีกมากมาย... ความต้องการของคนเราไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ ตอนนี้สงสัยวันละ 800 บาทคงจะไม่เพียงพอแล้วสำหรับความต้องการที่มากขึ้น งั้นเราควรทำอย่างไรเล่า...

ผมเองก็ยังไม่สามารถหาคำตอบให้กับตนเองได้เช่นกัน แต่อย่างน้อยนี่เป็นอีกหนึ่งความใฝ่ฝันที่ผมจะไม่ยอมละทิ้งมันเด็ดขาด ถ้าผมหาเงินได้วันละ... บาทเมื่อไหร่จะลาออกจากงานประจำทันที "ชีวิตยังต้องไปต่อ" ครับผม  ยิงฟันยิ้ม



ต้นกล้วยที่ปลูกไว้ 1 ปีบางกลุ่มเริ่มให้ผลผลิต ในขณะที่บางกลุ่มกำลังสู้ชีวิตอย่างยิ่งและอีกหลายต้นต้องตายดับลง





เราจึงเริ่มทยอยแยกหน่อกล้วยไปปลูกทดแทนและปลูกเพิ่ม เป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ 200 หน่อสำหรับฤดูกาลนี้ช่างเลือนรางนัก ผ่านเข้ามาต้นเดือน ก.ค. แล้วยังแยกหน่อกล้วยได้ไม่ถึง 40 หน่อเลย ก็ว่ากันไปครับมีแรงมีเวลาเท่าไหร่ก็กระทำเท่านั้น





ดูเหมือนว่าสภาพอากาศของปีนี้จะไม่เหมาะสมกับการปลูกพืชอันใดเลย ฝนตก 1-2 วันแล้วก็หายไปเป็นเดือน  โกรธ จะบ้าตาย ถึงอย่างนั้นก็ตามหน่อกล้วยชุดที่ 2 ราวๆ 20 หน่อที่นำมาปลูกแซมในแปลงฝรั่ง-น้อยหน่า ก็เริ่มแตกยอดขึ้นมาบ้างแล้ว





แล้วในที่สุด... ผลิตผลชุดแรกของสวนก็ก้าวเข้าสู่ตลาดอย่างเต็มตัว เพราะก่อนหน้านี้เป็นช่วงเวลาของการแจกบ้าง ยัดเยียดบ้าง  ยิงฟันยิ้ม หากเป็นเมื่อก่อนผมคงวุ่นวายใจมากกว่านี้เพราะเป้าหมายคือ "สร้างมูลค่า" แต่เมื่อมีเรื่องให้คิดทบทวนประสบการณ์ชีวิตตลอดหลายปีที่ผ่านมา เมื่อได้บทสรุปจิตใจที่ร้อนรนก็ผ่อนคลายเพราะสิ่งที่เราต้องการคือ "งานสวนของเราต้องเริ่มจากการสร้างคุณค่า หาใช่มูลค่าไม่"





ผมเคยพูดคุยกับเธอว่าเราจะจดบันทึกค่าใช้จ่ายต่างๆของการทำสวน เช่น ค่าต้นไม้ ค่าปุ๋ยคอก ค่าปรับแต่งผืนดิน เป็นต้น เอาไว้เป็นต้นทุนคำนวนหรือไม่ สิ่งที่เธอตอบกลับมาทำให้ผมพบทางสว่างและปลอดโปร่งใจในที่สุด "ไม่ เราจะไม่คิด เพราะค่าใช้จ่ายทุกอย่างถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายรายเดือน" เมื่อเราไม่ใช้จ่ายจนเกินตัวทำให้เราพอจะมีเงินมาลงเป็นต้นทุนทางงานสวน และเป็นที่มาของรายรับก้อนแรกอย่างจริงจัง ผมและเธอตั้งใจเอาไว้ว่าเงินทุกบาทที่หาได้จากสวนจะเอาใส่กระปุกออมสิน แล้วจึงค่อยนำไปฝากเข้าบัญชีไว้ให้เป็นต้นทุนชีวิตของเด็กต่อไปครับผม
 




ปล. "ป้าให้หวีละ 8 บาท ทั้งหมด 75 หวี เป็นเงิน 600 บาทพอดี" ผมรับเงินมาจากหญิงชราผู้หนึ่งด้วยความยินดี เพราะมันคือเงินรายรับก้อนแรกของงานสวนตลอดหลายปีที่ผ่านมา จนลืมไปว่าเอากล้วยไปส่งให้แก 6 เครือแถมยังมีเครือที่ไม่ใหญ่นัก 2 เครือ จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่กล้วยของเราจะถึง 75 หวี(ตอนนำไปส่งผมเองก็ไม่ได้นับเสียด้วย) เพราะฉะนั้นเงินก้อนแรกนี้ไม่น่าจะใช่จำนวนนี้เด็ดขาด แต่จะให้ผมคืนเงินแกไหมคำตอบคือ ไม่คืนเงินอย่างแน่นอน...
แต่เดี๋ยวอีกสักพักกล้วยที่สวนแก่พอจะตัดเครือได้ ค่อยเอาไปแถมให้แกสัก 2 เครือ
ในฐานะผู้รับซื้อผลผลิตรายแรกครับท่าน  ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 06, 2015, 11:29:52 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
Thesun215
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4146


« ตอบ #441 เมื่อ: กรกฎาคม 07, 2015, 08:00:52 AM »

 ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ มีอาจารย์ท่านหนึ่ง ซื้อที่แถวชานเมืองครับ แล้วปลูกต้นไม้ ปลูกมะม่วงขาย จนได้ซื้อรถบีเอ็มดับบลิว ตอนนี้เมืองได้ขยายตัวทำให้สวนอาจารย์ท่านนั้นอยู่ในเมืองครับ มูลค่าที่ดินไม่ต้องพูดถึงครับ  อายจัง อายจัง อายจัง



nomadic_man เรียกได้ว่าท่านผู้นั้นคิดอ่านการณ์ไกลเป็นอย่างยิ่ง สำหรับผมแล้วเรื่องเมืองที่ขยายตัวตามมาคงไม่มีโอกาสเป็นไปได้ ก็ค่อยๆทำงานสวนไปจนหวังว่าสักวันสวนมันจะเลี้ยงดูตนเองได้ แค่นี้ก็พอใจแล้วครับ  ยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 07, 2015, 08:51:59 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
Humus@MAN
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 376


« ตอบ #442 เมื่อ: กรกฎาคม 07, 2015, 08:39:18 AM »

ที่นครพนมฝนตกทั้งคืน ตอนนี้ก็ยังตกอยู่ดีใจหลาย



nomadic_man ดีใจแทนผู้คนแถบนั้นด้วยครับ อายจัง แต่ถ้าจะให้ดีกว่านี้บอกน้องฟ้าน้องฝนว่ามาตกแถวๆเมืองเลยด้วยน่าจะดี เมื่อวานฟังข่าวมีฝนกระจายตกทั่วประเทศ แต่ทำไมหนอมาไม่ถึงสวนเฮาสักที เพลียจิต  ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 07, 2015, 09:15:49 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
chunkung
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2110


« ตอบ #443 เมื่อ: กรกฎาคม 07, 2015, 08:18:17 PM »

lสวย และงาม ดูแลดีแบบนี้ผมหล่ะอายเลย อายจัง อายจัง อายจัง
ของผมมีแต่หญ้ากับหญ้า ฝนก็ไม่มีต้นไม้ที่ปลูกจะลาโลกแล้ว แตหญ้างามเอางามเอา  ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้




nomadic_man หญ้างามเอาๆ นั่นหมายความว่าความอุดมสมบูรณ์ของผืนดินกำลังคืนกลับมาครับท่าน ต้นไม้ตายแล้วยังปลูกใหม่ได้แต่หากเราสูญเสียหน้าดินไปแล้วใช้เวลานานครับกว่าจะเรียกคืนมาได้ สู้ๆครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 14, 2015, 09:05:27 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า

สวนไผ่เลี้ยงเพาะเมล็ด
น้องรุ่ง
walaijaifarm
เกษตรกรมือใหม่
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 1135



« ตอบ #444 เมื่อ: กรกฎาคม 08, 2015, 01:19:30 PM »

ออนซอนหลายๆ...อุดมการณ์สร้างทุกสิ่งครับ



nomadic_man ขอบคุณครับผมที่แวะมาเยี่ยมชม ผมเชื่อมั่นเสมอว่าอุดมการณ์ที่ดีงามจะช่วยสรรสร้างสังคมให้น่าอยู่ ทุกสิ่งต้องเริ่มจากตัวเราเองครับผม เพราะเปลี่ยนตนเองนี่แหละยากสุดแล้ว  ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 14, 2015, 09:07:39 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #445 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2015, 09:31:34 PM »

ไม่ได้เข้าสวนเสียหลายวัน นานๆโผล่ไปทีจึงพบสภาพอย่างที่เห็นคือ ไฟจากพื้นที่ข้างเคียงลามเข้าท้ายสวนล่างครับผม  ร้องไห้ แม้จะกินพื้นที่ไม่มากนักแต่พอเห็นสภาพต้นไม้แล้วก็ทำให้ผมเกิดจิตใจหดหู่พอดู





"ปล่อยวาง" กับ "ปล่อยปละละเลย" ต่างกันที่ตรงไหน... ผมคิดอยู่นานก่อนตัดสินใจเดินไปหาเพื่อนบ้านพื้นที่ข้างเคียงที่กำลังไถนาอยู่ น่าเสียดายที่คนผู้นั้นไม่อยู่ที่นั่นจึงพบเพียงญาติของเขาที่มาทำนา ซึ่งไม่รู้เรื่องราวอันใดด้วยผมจึงได้แต่ชี้ไม้ชี้มือให้ดูสภาพต้นกล้วยกับต้นไม้อีกหลายต้นที่โดนไฟเผาบริเวณท้ายสวน และฝากคำพูดเอาไว้เพียงว่า "จะทำอะไรให้ระมัดระวังด้วยครับ"





เช้าตรู่วันหนึ่งของสัปดาห์ที่แล้วผมเร่งรีบเดินทางเข้าสวนไกลเพราะอยากเห็นว่าหลังจากฝนที่ไม่ตกมาเกือบ 2 สัปดาห์ได้เทลงมาในเย็นวันก่อนหน้านั้น swale ลักไก่ แห่งสวนไกลจะมีสภาพเช่นไรบ้าง อาจเพราะฝนยังไม่ตกแรงนักจึงทำให้แต่ละช่องยังอยู่ในสภาพดีจึงเดินเก็บบรรยากาศยามเช้าของสวนไกลเกือบ ชม. ก่อนต้องเร่งรีบกลับมาทำงานให้ทันเวลา





แล้วสิ่งที่รอคอยก็เดินทางมาถึงในเย็นเมื่อวาน ฝนเทกระหน่ำอย่างต่อเนื่องเกือบ 4 ชม. เรียกได้ว่าเกษตรกรบริเวณ อ.ด่านซ้ายยิ้มแก้มปริกันทีเดียว ว่าแล้วก็เดินทางไปชมสวนกันเสียหน่อยเป็นอย่างไรมั่งน้อ (พักหลังผมนี่เริ่มเข้าข่ายโรคจิตเสียแล้ว  โกรธ ฟ้าฝนตกเมื่อไรต้องไปดูให้เห็นกับตาว่าฝนที่ตกลงมาได้เผื่อแผ่ไปถึง "บ้านสวน สวนล่าง สวนไกล" หรือไม่) ไม่ไปคนเดียวก็ต้องหาเพื่อนร่วมทางไปครับผม  ยิงฟันยิ้ม





ก่อนจะเข้าหมู่บ้านที่บ้านสวนสังกัดอยู่จะต้องผ่านห้วยสายหนึ่ง ซึ่งก่อนหน้านี้ผมมักจะเห็นร่องรอยกระแสน้ำพัดผ่านอย่างหนัก(เพราะชาวบ้านต้องเอารถไถมาดันเปิดทางเกือบทุกทีที่ฝนตกแรง) มาคราวนี้ได้เห็นกับตาว่าน้ำไหลมามากมายเพียงใด





โชคดีที่ยังมีทางเข้าอีกทางแต่ต้องวนรถกลับ วันนี้ผมได้ลองสอบถามเพื่อนร่วมงานที่มีญาติพี่น้องอยู่หมู่บ้านนี้ว่าชาวบ้านไม่คิดจะแก้ไขปัญหากันมั่งหรือ อย่างเช่นทำฝายชะลอน้ำ หรือกำหนดพื้นที่ต้นน้ำให้ชัดเจนห้ามบุกรุกเพิ่มหรือทำการปลูกป่าต้นน้ำทดแทน คำตอบที่ได้ทำให้ผมรู้สึกเศร้าใจในบัดดล "มีหลายคนอยากทำอยากพัฒนาแต่ทำไม่ได้ ติดตรงผู้นำหมู่บ้านนั่นแหละที่ไม่เอาอะไรสักอย่าง" ได้ฟังเช่นนั้นแล้วก็ต้องทนสภาพกันต่อไปครับผม





ดูเหมือนว่า "swale ลักไก่" จะทำหน้าที่ได้ดีพอสมควรดักน้ำไว้ได้เกือบเต็มทุกร่อง แต่ก็ยังเห็นโอกาสพัฒนาอีกหลายอย่างที่ต้องหาเวลามากระทำต่อไป เพราะผมขี้คร้านจึงต้องรีบทำตั้งแต่เนิ่นๆโดยอยู่ในพื้นฐานกระทำเท่าที่จำเป็น อนาคตจะได้ไม่ต้องทำอะไรมากครับผม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 14, 2015, 09:40:54 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #446 เมื่อ: กรกฎาคม 15, 2015, 01:12:00 PM »

8 ปีที่ผ่านมาสำหรับการได้ผืนดิน "บ้านสวน" มาครอบครองในชาติภพนี้กับแนวทางพัฒนาสวนตามสไตล์ "ปู่ฟู" ไม่อาจบอกได้ว่าพบกับความผิดหวังมากี่ครั้ง พลาดพลั้งมากี่หน แต่ผมยังยึดมั่นในแนวคิดและนำมาปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้สอดคล้องอยู่เสมอ สิ่งที่หยุดนิ่งย่อมไม่มีการไหลเวียนของกระแส...
ความคิดเคลื่อนคล้อย...
ชีวีต้องก้าวเดิน...
เชื่อมันในสิ่งที่ทำครับผม



เห็ดโคนที่บ้านสวนออกเป็นรอบ 2 ของปีนี้ซึ่งเป็นคนละชนิดกับหนแรก นั่นหมายความว่าต่อไปจากนี้หากสภาพแวดล้อมดำเนินไปในวิถีธรรมชาติแล้ว สิ่งที่เราเพียรพยายามสร้างจะเดินเข้ามาหาเราเองครับผม





แต่ดูเหมือนว่าเห็ดโคนชุดนี้จะเป็น ทุกขลาภ เสียมากกว่า  ยิงฟันยิ้ม เพราะเห็ดดันเกิดบริเวณท้ายสวนไม่ห่างจากไร่ข้าวโพดของเพื่อนบ้านมากนัก ซึ่งเราไม่แน่ใจนักว่าครั้งล่าสุดเขาได้พ่นยาฆ่าหญ้ากันตอนไหน  โกรธ จึงไม่อาจนำเห็ดโคนชุดนี้มาประกอบอาหารได้ (ความปลอดภัยต้องมาก่อน) จึงคิดเอาไว้ว่าจะนำไปปั่นแล้วเอาไปเทรดตามจุดต่างๆของสวนล่าง เผื่อปลวกเจ้าถิ่นแถวนั้นพบเห็นเชื้อเข้าจะได้นำไปในรังต่อไป ก็ว่ากันไปครับท่าน  ยิงฟันยิ้ม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 18, 2015, 09:20:13 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
Thesun215
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4146


« ตอบ #447 เมื่อ: กรกฎาคม 15, 2015, 01:21:11 PM »

 ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ดีแล้วครับที่นึกถึงความปลอดภัย แถวบ้านแม่ยายผม ไปเก็บเห็ดโคนในสวนยางที่ใช้ยาฆ่าหญ้า ส่งไปให้ลูกชายลูกสะใภ้กินที่กรุงเทพ สุดท้ายเหมือนส่งยาพิษไปให้ครับ ลูกชายลูกสะใภ้เสียชีวิตเพราะเห็ดนั้น จริงเท็จประการใด เป็นเพียงคำบอกเล่าที่ต่อๆกันมา ยังไงก็ปลอดภัยไว้ก่อนเป็นดีที่สุดครรับ  ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์



nomadic_man ใช่แล้วครับ แถบนี้ก็พบเห็นอยู่บ่อยๆกับการที่ชาวบ้านต้องเข้าโรงพยาบาลเนื่องจากกินเห็ด ซึ่งอาจเกิดจากมีเห็ดที่มีพิษปนมาหรืออาจเกิดจากเห็ดกินได้แต่ดันไปเกิดในบริเวณที่มีการใช้สารเคมีแล้วเก็บมากินครับผม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 18, 2015, 08:56:16 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 [28] 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: