หน้า: 1 ... 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 [27] 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 ... 39   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันสุดท้าย สุดทางฝัน  (อ่าน 311146 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
rung2524
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


« ตอบ #416 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2015, 11:12:41 AM »

หวัดดีครับ เข้ามาเยี่ยมชมสวนอยู่บ่อย ๆ แต่ไม่ค่อยได้ตอบ ติดตามชมผักหวานป่าอยู่ เรื่อย ๆ  ไว้มีโอกาศจะไปเที่ยวหาที่สวนครับ



nomadic_man ยินดีต้อนรับครับ แว่วข่าวว่าปีนี้คุณรุ่งก็ลงผักหวานป่าเพิ่มเติมจำนวนมิใช่น้อย  อายจัง ว่างๆหากผมผ่านไปทางนั้น(มีบ้านอ้ายฮักอยู่แถวนั้น) จะแวะเข้าไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์การปลูกผักหวานป่ากับคุณรุ่งเช่นกัน ว่าแต่ว่าตอนนี้ย้ายกลับมาประจำที่บ้านเรายังครับ  ยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 13, 2015, 08:09:46 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า

nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #417 เมื่อ: มิถุนายน 13, 2015, 08:38:14 AM »

สัปดาห์ที่แล้วเมล็ดผักหวานป่าที่สั่งเอาไว้สำหรับปลูกปีนี้ได้มาถึง แต่สภาพไม่เอื้ออำนวยเอาเสียเลยฝนไม่ตกมาเกือบ 1 เดือนแล้ว  ร้องไห้ ยังไงก็ตามแต่ผมยังต้องนำเมล็ดผักหวานไปหยอดมันทั้งๆที่แล้งแบบนั้นแหละ เพราะกลัวอัตราการงอกมันลดลงโดยใช้วิธีการปลูกเช่นเดิมคือ เขี่ยๆดินแล้วก็วางเมล็ดลงและกลบดินคืนเท่านั้น แต่สิ่งที่ต่างจากการปลูกปีที่แล้วคือปีนี้ในบางส่วนผมวางเมล็ดผักหวานลึกขึ้นเนื่องจากดินบริเวณด้านบนไม่มีความชื้นเลย ยังไม่ทราบเหมือนกันว่าการวางเมล็ดผักหวานไว้ลึกเกินไปจะส่งผลต่อการงอกหรือเจริญเติบโตหรือไม่ ได้แต่คอยรอกันต่อไปครับผม



วันอาทิตย์ที่แล้วสมาชิกทุกคนของบ้านเราไปช่วยกันปลูกผักหวานป่าที่สวนล่างครับผม





ในการปลูกผักหวานป่าแบบวางเมล็ดสำหรับปีนี้ก็ยังกระทำเช่นเดิม คือขุดหลุม 4 หลุมต่อตะขบ 1 ต้นแล้ววางเมล็ดผักหวานป่า 4 เมล็ดต่อหลุม





วางเมล็ดผักหวานลงไปเฉยๆกันแบบนี้เลยกลบดินคืนก็เป็นอันจบข่าว ที่เหลือก็เป็นเรื่องราวของธรรมชาติแล้ว  ยิงฟันยิ้ม





เสียงน้องเม็ดทรายร้องไห้ขึ้นหลังผมถ่ายภาพนี้ไว้ไม่นาน เรื่องของเรื่องก็คือเด็กหญิงเดินเก็บผักยอดแตก(ผักพื้นบ้านลักษณะเป็นเถา)เพื่อจะนำไปลวกกิน ปรากฏว่าถูกตะขาบตัวเล็กกัดเอา ด้วยความตกใจจึงร้องไห้ขึ้นดูท่าจะเจ็บพอสมควรแต่โชคยังดีที่มันตัวยังเล็กเกินกว่าจะสะสมพิษได้ จึงไม่เกิดอาการเจ็บปวด แพ้หรือบวมตามมาครับ





ผมเดินไปสำรวจบริเวณคันสระท้ายสวนพบกล้วยน้ำว้าสุกคาเครือ จึงเป็นโชคของลิงน้อยตัวนี้แล้ว ตอนนี้เด็กหญิงอายุย่าง 5 ขวบแต่ยังเขียนหนังสือได้น้อยตัวมาก กระนั้นก็เริ่มรู้จักตัวเลขทุกตัวกับตัวหนังสือบ้างบางตัว ที่ผมกล่าวมานี้เพื่อจะสื่อให้รู้ว่าบ้านของเราไม่อยากเน้นเรื่องการศึกษาของเด็กหญิงแบบในระบบมากนักเมื่อถึงเวลาเขาคงค่อยๆเรียนรู้เองกระมังครับท่าน  ยิงฟันยิ้ม





หลายวันก่อนผมเข้าสวนไกลเพื่อไปเก็บใบปอสาให้ปลากิน แถวข้างๆสวนยังมีต้นปอสาจำนวนหนึ่งพอให้เก็บได้ไม่ขาดเพราะตั้งใจเอาไว้ว่าจะให้อาหาร(เสริม)ปลาแบบเม็ดเพียงสัปดาห์ละครั้ง





ดูเหมือนบรรดาปลาทั้งหลายในสระจะเริ่มทำใจกับอาหารชนิดนี้แล้ว พอผมโยนใบปอสาลงสระสักพักก็รีบมากินทันที  ยิงฟันยิ้ม





ปลาที่สระสวนล่างด้วยเช่นกัน เกือบทั้งหมดเป็นปลานิลตอนแรกผมคิดว่ามันจะไม่พากันกินใบปอสาหลังจากรอบแรกที่นำไปให้กว่าจะหมดก็หลายวัน แต่ใบปอสาก็หมดจากสระจนได้ ของอย่างนี้มันฝึกฝนกันได้... หรือว่ามันจำใจต้องกินหว่า  ยิงฟันยิ้ม


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 14, 2015, 11:19:54 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
rung2524
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


« ตอบ #418 เมื่อ: มิถุนายน 13, 2015, 03:05:04 PM »

หวัดดีครับ เข้ามาเยี่ยมชมสวนอยู่บ่อย ๆ แต่ไม่ค่อยได้ตอบ ติดตามชมผักหวานป่าอยู่ เรื่อย ๆ  ไว้มีโอกาศจะไปเที่ยวหาที่สวนครับ



nomadic_man ยินดีต้อนรับครับ แว่วข่าวว่าปีนี้คุณรุ่งก็ลงผักหวานป่าเพิ่มเติมจำนวนมิใช่น้อย  อายจัง ว่างๆหากผมผ่านไปทางนั้น(มีบ้านอ้ายฮักอยู่แถวนั้น) จะแวะเข้าไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์การปลูกผักหวานป่ากับคุณรุ่งเช่นกัน ว่าแต่ว่าตอนนี้ย้ายกลับมาประจำที่บ้านเรายังครับ  ยิ้ม

ยินดีต้อนรับครับ ตอนนี้กลับมาอยู่ที่ศูนย์โตโยต้าด่านซ้ายได้ปีกว่าแล้วครับ ปีนี้ผมกะว่าจะปลูกเพิ่มซัก 200 ต้น แต่สั่งเมล็ดมาจาก ศรีษะเกษ มา 500 เมล็ด เพาะแล้วได้ 20 เมล็ด  โกรธ โกรธ โกรธ ต้องเสียเวลาสั่งใหม่มาเพิ่มจาก จ.น่าน 200 เมล็ดได้เป็นแบบเมล็ดงอก   เสียดายเมล็ดผักหวานเหมือนกันครับ คุณภาพแย่มากครับลูกค้าที่ซื้อมาเพาะได้ไม่เกิน 20 % สักคน  ส่วนผักหวานของผมก้อมีโตบ้าง ตายบ้าง ปีนี้ยังไม่ได้ปลูกเลย เพาะใส่ถุงดำไว้ รอฝนตกเยอะ ๆ ก่อน



nomadic_man ฝนฟ้าบ้านเราปีนี้ร้อนและแล้งเป็นพิเศษ  โกรธ เพาะใส่ถุงดำไว้ก็ไม่เสียหลายเหมาะสมเมื่อไหร่ค่อยปลูก ใจจริงผมเองก็อยากทำอย่างนั้นเช่นกันติดเพียงอย่างเดียวคือ "ขี้คร้าน" ครับท่าน  ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 13, 2015, 07:06:16 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #419 เมื่อ: มิถุนายน 13, 2015, 07:36:02 PM »

วันนี้ได้หยุดเต็มวันผมตั้งใจเอาไว้ว่าจะเข้าสวนแต่ท้ายที่สุดแล้วก็ไม่ได้งานอันใดเพราะเด็กหญิงแอ่ว(แสดงอาการอ้อนวอนร้องขอ)ให้พ่ออยู่เล่นด้วย ตอนเช้าจึงไปเดินดูสวนเล่นเพราะเมื่อคืนในที่สุดฝนก็ตกลงมาเสียที สภาพสวนชุ่มชื้นขึ้นพอสมควรทำให้เรามีกำลังใจปลูกต้นไม้กันต่อไป มาดูสภาพป่าเห็ดของสวนไกลดูบ้างถือว่าเข้าสู่สภาวะปรกติ "ฝากต้นไม้ไว้ในดงหญ้า"  ยิงฟันยิ้ม





สภาพตะขบ 400 ต้นรอดบ้างตายบ้างค่อยนำมาปลูกซ่อมเอา พื้นที่ก็แทบจะไม่ต่างกันกับป่าเห็ดมีบ้างบางส่วนที่ตัวละครลับผมเหวี่ยงเครื่องตัดหญ้าเล่นๆจึงดูโล่งตา ปลูกตะขบว่าบ้าแล้วยังปล่อยให้หญ้าท่วมอีกตกลงนี่มันปลูกอะไรกันแน่เนี่ยสวนนี้  โกรธ





ป่ากล้วยแห่งสวนไกลที่หนแรกคิดว่าจะไปไม่รอด แต่ก็พลิกฟื้นคืนมาเกือบจะทั้งหมดช่วงนี้มีแกงปลีกินไม่ขาด กินบ้างแจกบ้างแต่ไม่คิดจำหน่ายเพราะผมตั้งใจเอาไว้แนวทางของสวนเราจะเริ่มจากสร้างคุณค่ามิใช่มุ่งเป้าไปที่มูลค่า "ปลีกล้วยสวนนี้ไม่ได้มีไว้ขาย" ครับท่าน  ยิ้ม





ถึงกล้วยจะไม่ตายแต่บางส่วนก็ยังไม่โตเพราะพึ่งตั้งตัวได้ในปีนี้ แค่นี้คนปลูกก็ใจชื้นขึ้นเยอะแล้วครับ





หลายวันก่อนยายน้องเม็ดทรายมาเยี่ยมพอรู้ว่าผมจะไปขุดแยกหน่อกล้วยแกจึงบอกว่า "อย่าพึ่งแยกกอที่มันกำลังตกเครือนะ มันจะคะลำ" ผมได้แต่ยิ้มตอบแต่ก็คงปฏิบัติฝืนข้อคะลำในหนนี้ เรื่องของเรื่องก็คือผมลองศึกษาข้อมูลดูแล้วหลายสำนักก็กล่าวไว้ตรงกันคือ ไม่ควรขุดแยกหน่อกล้วยจากต้นแม่ที่กำลังตกเครือเพราะจะทำให้กระทบกระเทือนต่อต้นแม่ส่งผลให้ได้กล้วยที่ไม่ค่อยสมบูรณ์นัก อ้าวรู้อย่างนี้แล้วทำไมผมยังดื้ออยู่ล่ะ  โกรธ แถมเธอยังไม่ห้ามอีกด้วย สาเหตุคือผมไม่อยากไปหาหน่อกล้วยจากแหล่งอื่นแล้ว ส่วนกล้วยในสวนปีก่อนก็สั่งหน่อมาปลูกโดยไม่ทราบแหล่งที่มาเช่นกันจึงกลัวว่าจะมีโรคต่างๆของกล้วยน้ำว้าติดมาด้วย(โรคที่สำคัญคือตายพรายกับหนอนเจาะกอ) ปีนี้ผมจึงไม่คิดถึงผลผลิตมากนักขอแยกหน่อจากกอที่เป็นเครือและกำลังแก่แล้วเพื่อมั่นใจว่าจะไม่มีโรคตายพรายติดมา ผลที่ได้คือต้นแม่ติดเครือมีอาการอย่างที่เห็นใบเหี่ยวเฉาและคิดว่าคงส่งผลไปยังลูกกล้วยด้วย อยากได้บางอย่างก็ต้องยอมตัดใจเสียอีกอย่างครับผม  ยิงฟันยิ้ม





เนื่องด้วยฝนทิ้งช่วง สัปดาห์ก่อนผมจึงต้องให้ตัวละครลับขนน้ำจากบ้านพักไปรดต้นไม้เพื่อช่วยบรรเทาหรือประทังชีวิตไว้บ้างตามความเหมาะสม หลายครั้งเข้าฟ้าดินคงเห็นใจจึงส่งฝนลงมาเมื่อคืนก่อน "ฟ้าจ๋าฝนจ๋า ไม่ต้องตกบ่อยก็ได้สัปดาห์ละครั้งก็ยังดีนะ"





ขนาดปรับความเข้าใจกันหลายต่อหลายครั้งตัวละครลับของผมก็ยังมิวายกระทำบางอย่างตามอำเภอใจ ว่างๆไม่มีอะไรทำก็ไปถางหญ้าอีกแล้วครับท่าน  โกรธ ก็ว่ากันไปครับผมอย่างน้อยแกมาอยู่ด้วยถือว่าแบ่งเบางานสวนหลายๆอย่างช่วยผมได้เยอะเลยทีเดียว

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 01, 2015, 10:10:21 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
9_shane
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1462



« ตอบ #420 เมื่อ: มิถุนายน 13, 2015, 07:55:37 PM »

ปีก่อนหลังจากได้ไอเดียปลูกป่าไว้เก็บเห็ดจากสวนนี้ ที่ปลูกไปมี สัก แดง ประดู่ พะยูง ชิงชัน สะเดาเทียม จำปาทอง ปรากฏว่า อื่นๆรอด 99% มีเพียงจำปาทองที่ปลูกมาแล้วสามสี่ปีซ้อนตายหมดแต่รอบนี้มีรอดแต่ร่อแร่เต็มที ดีที่ฝนตกมาทันก็ไม่รู้ติดใจอะไรกับไม้ตัวนี้นักหนาปลูกอยู่ได้  ยิงฟันยิ้ม



nomadic_man มีต้นไม้หลายต้นเหมือนกันที่ผมพยายามปลูกแต่จนแล้วจนรอดก็ตายทุกที หวังว่าต้นจำปาทองของคุณ 9_shane จะเจริญเติบโตอย่างที่หวังนะครับ  อายจัง สำหรับป่าเห็ดแล้วอย่าลืมปลูกไม้จำพวก ยางนา ตะเคียน เต็ง รัง พะยอม เพิ่มด้วยนะครับจะได้มีเห็ดให้เก็บเยอะๆ  ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 14, 2015, 11:31:01 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า

🐾🐾🐾🌳🌿🌾ความพยายามอยู่ที่ไหน🌱ความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกล🐜🐜🐜🌴🌵
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #421 เมื่อ: มิถุนายน 14, 2015, 08:31:43 PM »

ดูเหมือนว่าอากาศที่ร้อนเกินจะทานทนไม่ให้โอกาสในการเลือกกิจกรรมมากนัก บ่ายวันนี้ผมจึงนำหลักไม้ไผ่ที่จ้างวานญาติของเธอเหลาไว้ให้จำนวนหนึ่ง ไปปักบ่งบอกว่าต้นไม้ที่ปลูกป่าเห็ดอยู่ตรงไหนบ้าง เผื่อมีเวลามาตัดหญ้า(ถ้ามีนะ)จะได้ไม่ลำบากมากนัก





ตัวละครลับก็ออกมาช่วยเช่นเคย ผมลองเดินตัดหญ้าตัดเครือวัชพืชที่เกี่ยวพันต้นไม้ได้ 2 แถวจึงยอมแพ้พ่ายเพราะไม่เห็นประโยชน์ในการกระทำ กว่าจะตัดเสร็จ(ต้นไม้ในที่ปลูกป่าเห็ดน่าจะอยู่ราวๆ 700 ต้น)เครือเถาก็คงพันขึ้นมาใหม่พอดี คงต้องหาเวลามาตัดหญ้าซะแล้ว  ยิงฟันยิ้ม





ผลผลิตจากป่ากล้วยก็เริ่มออกมาเรื่อยๆครับผม





เห็นเมฆลอยมาขนาดนี้ผมมีคำถามมาให้ตอบ "ฝนตกไหม?" 1.ฝนไม่ตก 2.ฝนยังไม่ยอมตก 3.ฝนคงไม่ตก 4.ถูกทุกข้อ ตอบถูกกันใช่ไหมครับว่าที่ อ.ด่านซ้ายบ่ายวันนี้ฝนตกหรือไม่  ยิงฟันยิ้ม

บันทึกการเข้า
9_shane
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1462



« ตอบ #422 เมื่อ: มิถุนายน 15, 2015, 09:17:51 AM »

ที่คุณวิวสวยมากครับยังกับสวิตฯ ยิงฟันยิ้ม เรื่องหญ้าในสวนเห็นแล้วหอบแทนครับ หญ้างามมาก ที่สวนผมโชคดีที่เป็นหญ้าดอกต้นไม่สูงพอโตออกดอกแล้วแห้งตายเองผมจึงไม่ตัดครับตอนนี้ให้คลุมดินไปเลย ต้นไม้ที่ปลูกก็โตกว่าแล้ว ใช้วิธีตัดแค่รอบๆต้นครับ ไม่ไหวตัดเองทั้งแปลงร่างพังปวดทั้งตัว แปลกเหมือนกันว่า ที่ผมทั้งแปลงในแต่ละส่วนที่ปลูกพืชต่างชนิดกัน หญ้าก็งอกไม่เหมือนกัน มิหนำซ้ำบางปีที่จุดเดียวกันแต่ละปีหญ้าชนิดไม่เหมือนเดิม โดยเฉพาะคอมมิวนิสนี่ มาๆหายๆ งงงง



คงต้องหาไม้ที่คุณแนะนำมาลงเพิ่มครับ ที่จริงปลูกไปแล้วเหมือนกันแต่แค่ตามเขตแดนไม่ได้อยู่ในแปลงนี้



nomadic_man ถือว่าโชคดีแล้วครับมีหญ้าที่ไม่จำเป็นต้องตัดบ่อยนักขึ้นปกคลุมพื้นที่ สวนล่างของผมลงทุนเอาหญ้ามาเลเซียไปปลูกในปีแรกที่ปรับที่ก็ช่วยได้เยอะครับ พอเขาแพร่ขยายพันธุ์กอปรกับในช่วงที่วัชพืชขึ้นพร้อมกันๆแล้วเราไปตัด จึงเปิดโอกาสให้หญ้าชนิดที่ค่อยๆแพร่ไปกับหน้าดินอย่างหญ้ามาเลเซียยึดพื้นที่ได้สำเร็จ ช่วงนี้งานตัดหญ้าสวนล่างจึงไม่หนักมากส่วนสวนไกลไม่ต้องพูดถึงครับ เป็นแปลงเพาะพันธุ์วัชพืชเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มองอีกแง่มุมหนึ่งก็คือผมยังมีทรัพยากรที่ยังไม่ถูกใช้อีกมากมาย(หมายถึงวัชพืช) แต่ประเด็นมันอยู่ตรงที่ว่าไม่มีเวลาที่จะเข้าถึงทรัพยากรส่วนนั้นนั่นเอง  ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 15, 2015, 02:06:06 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า

🐾🐾🐾🌳🌿🌾ความพยายามอยู่ที่ไหน🌱ความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกล🐜🐜🐜🌴🌵
rung2524
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


« ตอบ #423 เมื่อ: มิถุนายน 16, 2015, 10:49:21 AM »

หวัดดีครับ ปีนี่ผมคงไม่ได้ปลูกแน่แล้วครับ สำหรับผักหวานป่า เพราะ ที่สั่งแบบเมล็ดงอกไป 200 เมล็ด ผู้ขายแจ้งกลับมาว่าเมล็ดงอกของหมดแล้ว คงต้องเสียเวลาอีกปี แล้วละครับปีนี้  โกรธ โกรธ โกรธ  คงได้เริ่มปลูกอีกปีหน้าละครับ   ผมอุตส่าขุดหลุม รองพื้นด้วยปุ๋ยคอกรอไว้หมดแล้ว ปีนี้  ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้



nomadic_man น่าเห็นใจจริงๆครับเมื่อมันเป็นปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้สิ่งเดียวที่ทำได้คือ "ทำใจ" ครับผม บางทีการเลือกผู้ขายก็มีความสำคัญเช่นกันเพราะการปลูกผักหวานป่าแบบเพาะเมล็ดเราสามารถปลูกได้เพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น โชคดีที่ผมได้ผู้ขายที่พอจะไว้ใจได้มา 2 ปีแล้ว(ปีนี้ก็เกือบไปเช่นกันเพราะสภาพแวดล้อมและอุปนิสัยของชาวบ้านเริ่มเปลี่ยนไป มีการเก็บลูกอ่อนมากิน ตัดฟันต้นใหญ่เพื่อเก็บยอดง่าย แล้งมากทำให้ฝูงลิงป่ามาเก็บลูกสุกผักหวานป่ากินมากขึ้น-ฟังมาจากผู้ขายบอกเล่าอีกที) ยังไม่รู้เช่นกันว่าปีหน้าสถานการณ์จะเป็นเช่นไร ว่างๆก็ปลูกไม้พี่เลี้ยงรอไปอีกปีก็ได้ครับ "ปลูกผักหวานป่าสิบปีไม่สาย"  ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 17, 2015, 10:34:27 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
9_shane
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1462



« ตอบ #424 เมื่อ: มิถุนายน 17, 2015, 12:27:35 PM »

หวัดดีครับ ปีนี่ผมคงไม่ได้ปลูกแน่แล้วครับ สำหรับผักหวานป่า เพราะ ที่สั่งแบบเมล็ดงอกไป 200 เมล็ด ผู้ขายแจ้งกลับมาว่าเมล็ดงอกของหมดแล้ว คงต้องเสียเวลาอีกปี แล้วละครับปีนี้  โกรธ โกรธ โกรธ  คงได้เริ่มปลูกอีกปีหน้าละครับ   ผมอุตส่าขุดหลุม รองพื้นด้วยปุ๋ยคอกรอไว้หมดแล้ว ปีนี้  ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้



nomadic_man น่าเห็นใจจริงๆครับเมื่อมันเป็นปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้สิ่งเดียวที่ทำได้คือ "ทำใจ" ครับผม บางทีการเลือกผู้ขายก็มีความสำคัญเช่นกันเพราะการปลูกผักหวานป่าแบบเพาะเมล็ดเราสามารถปลูกได้เพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น โชคดีที่ผมได้ผู้ขายที่พอจะไว้ใจได้มา 2 ปีแล้ว(ปีนี้ก็เกือบไปเช่นกันเพราะสภาพแวดล้อมและอุปนิสัยของชาวบ้านเริ่มเปลี่ยนไป มีการเก็บลูกอ่อนมากิน ตัดฟันต้นใหญ่เพื่อเก็บยอดง่าย แล้งมากทำให้ฝูงลิงป่ามาเก็บลูกสุกผักหวานป่ากินมากขึ้น-ฟังมาจากผู้ขายบอกเล่าอีกที) ยังไม่รู้เช่นกันว่าปีหน้าสถานการณ์จะเป็นเช่นไร ว่างๆก็ปลูกไม้พี่เลี้ยงรอไปอีกปีก็ได้ครับ "ปลูกผักหวานป่าสิบปีไม่สาย"  ยิงฟันยิ้ม
หากยังไม่ถอดใจ ปีหน้าเอาใหม่ครับ ผักหวานป่ามีข้อจำกัดที่ควบคุมไม่ได้ ต่างจากพืชอื่น เช่นเม็ดพันธุ์ที่แต่ละปีอาจสุกช้าเร็วเม็ดออกเยอะบ้างน้อยบ้าง หมดแล้วหมดเลย เก็บนานไม่ได้อีก และปัจจัยอื่นๆ ดังนั้น ต้องเตรียมแผนไว้พอควรครับ ตั้งแต่จองเมล็ดกันพลาดแต่เนิ่นๆ เตรียมที่ให้พร้อม แหล่งน้ำหากฝนยังไม่ตก จะทำให้งานเราสำเร็จและง่ายขึ้นครับ  ปีหน้าอีกไม่นานลองใหม่ไม่พลาดแน่ๆ สู้ๆครับ อายจัง ยิ้มเท่ห์



nomadic_man ปลูกผักหวานป่าช้าไปอีกปีหรือสิบปีไม่มีสายแน่นอน บางสวนท่านยังตั้งหน้าตั้งตาปลูกมาแล้ว 20 ปีและดูเหมือนว่าได้พบเจอแนวทางของตนจนผักหวานป่างามจนเป็นที่อิจฉาตาร้อนของเพื่อนๆสมาชิก กพพ. กันมั่งแล้ว  ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 18, 2015, 12:14:31 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า

🐾🐾🐾🌳🌿🌾ความพยายามอยู่ที่ไหน🌱ความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกล🐜🐜🐜🌴🌵
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #425 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2015, 01:24:49 AM »

หลงส่าว

"พ่อจ๋าๆ ทำไมไปสวนบ่อยจัง น้องอยากให้พ่อจ๋าอยู่เล่นเป็นเพื่อนน้อง"
"อ้าว วันก่อนพ่อเล่นกับน้องแล้วไง เดี๋ยวพรุ่งนี้แม่ขึ้นเวรพ่อก็ต้องดูแลน้องอยู่แล้ว"
"เหรอคะ"
"แน่นอน" ผมตอบเด็กหญิงไปเช่นนั้นก่อนเธอจะวิ่งจากไปเล่นกับเพื่อนๆในเย็นวันก่อน บางทีผมก็อยากจะบอกเธอว่าหลายสิ่งหลายอย่างที่ได้กระทำไว้ เพียงเพราะต้องการสร้างพื้นฐานไว้ให้กับเธอนั่นเอง ทว่า... มันใช่สิ่งที่เด็กหญิงต้องการจริงๆหรือเปล่าผมเองก็ไม่อาจทราบได้เช่นกัน

ใครบางคนบอกกับผมว่าให้ไปดูสวนมั่งนะป่านนี้ต้นไม้ออกดอกออกผลแล้ว ซึ่งจริงๆแล้วสิ่งที่สามารถเก็บเกี่ยวได้ที่สวนไกลคงมีเพียงเหล่าวัชพืชเท่านั้น อ้อลืมไปยังมีกล้วยน้ำว้าที่รอดมาจากปีที่แล้วด้วยอีกหนึ่งอย่างที่พอจะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้ ผมจึงยิ้มแหยๆตอบเพราะไม่แน่ใจว่าตนเองต้องการกล่าวออกมาแบบไหนกันแน่ บางทีรอยยิ้มก็เป็นคำตอบที่ไม่ถึงกับแย่นักเมื่อเราตกอยู่ในสถานการณ์อันแสนยากลำบาก

ถึงแม้ครอบครัวเราจะมีตัวละครลับอาศัยอยู่ด้วยมาหลายเดือนแล้ว แต่ก็ถือว่ายังไม่ประสบผลสำเร็จในภารกิจหลักที่ตั้งเป้าเอาไว้คือ "ช่วยดูแลหลาน" อาจจะเป็นเพราะวัยที่ห่างกัน เป็นเพราะไม่มีประสบการณ์ หรือเป็นเพียงปรากฏการณ์ความเข้ากันไม่ได้ทางชีวเคมีก็ตามแต่ สรุปก็คือเด็กหญิงน้อยครั้งที่จะยอมอยู่ร่วมกับคุณปู่ตามลำพัง(หมายถึงอยู่กัน 2 คนปู่กับหลาน) วันว่างเว้นจากการงานที่ต้องทำนอกเวลาของผมกับเธอมักไม่ตรงกัน จึงเป็นเหตุให้บางทีผมสามารถไปสวนได้เพียงอย่างมาก 2 วัน/สัปดาห์ก็ถือว่าเลิศหรูแล้ว

เมื่อเรายอมรับและเข้าใจสภาวะที่ดำรงอยู่ว่า "มิอาจกระทำทุกอย่างตามความต้องการได้เพราะอาจไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสมในช่วงเวลานั้น" นั่นก็ทำให้ผมเปิดใจและยอมรับสิ่งที่เป็นได้มากขึ้น แม้จะสัก "นิดนึงพอ" (ฉันค้นคว้าหาคำตอบ เท่าไหร่ไม่เจอ เพราะอะไรเหตุใด...) ก็ยังดี

ฤดูปลูกต้นไม้ปีนี้ผมมีกล้าไม้ในถุงดำหลังบ้านพักสำหรับปลูกจำนวนมาก ทั้งจากเพาะเมล็ดเองหรือซื้อมาเปลี่ยนถุงก็ตามที
เมื่อบางสิ่งมีมากจนเกินไปอาจทำให้เราดูแลไม่ทั่วถึงและหลงลืมได้โดยง่าย กล้าไม้บางต้นที่เล็ดลอดสายตาพอเห็นอีกทีก็ตายเสียแล้ว
ยังดีที่กล้าไม้มีจำนวนมาก รอดบ้างตายบ้างก็ช่างมันปะไรเพราะเราสามารถหามาทดแทนได้
แล้วบางสิ่งที่ไม่อาจทดแทนได้ล่ะ...

"คุณมัวแต่ป่าวประกาศว่าปลูกต้นไม้ ทำสวนไว้สำหรับสร้างอนาคตให้กับลูก แล้วคุณเคยคิดมั่งไหมว่าแท้ที่จริงแล้วระหว่างที่คุณเอาเวลาไปปลูกต้นไม้นั่นกับเลือกที่จะใช้เวลาอยู่กับลูกแทน สิ่งไหนกันแน่ที่ลูกของคุณต้องการ สิ่งไหนกันแน่ที่เขาจะรู้สึกพอใจมากกว่ากัน ผมก็พูดได้เพียงเท่านี้เพราะตัวผมเองยังไม่มีครอบครัว ยังไม่มีเมียไม่มีลูกไม่อาจตัดสินอะไรแทนใครได้ เพียงแค่พูดตามสิ่งที่เห็นสิ่งที่คิดเท่านั้น" พูดจบเขาก็ยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่มด้วยสีหน้าจริงจัง จะให้กล่าวอะไรได้ในเวลาเช่นนั้น ผมจึงได้แต่นั่งนิ่งสักพักแล้วหันหน้าไปทางต้นไม้หลายสิบต้นที่พึ่งปลูกลงดินเสร็จ ท่ามกลางความมืดมิดของคืนข้างแรมแต่ผมกลับมองเห็นภาพที่ชัดเจนของความร่มรื่นและประโยชน์ที่จะได้รับในอนาคตซึ่งเกิดจากต้นไม้ที่นำมาปลูกเอาไว้ ผมได้แต่คิดแย้งเขาอยู่ในใจว่าผิดด้วยหรือที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจมาสร้างฐานที่มั่นไว้สำหรับเลือดเนื้อเชื้อไขของตนเอง โดยที่ปล่อยเด็กหญิงไว้กับยายที่มาช่วยเลี้ยงดูเพียงลำพัง

บางที... เราอาจเพ่งมองไปยังอนาคตมากเกินไป จนทำให้ หลงส่าว* ว่าอนาคตที่ยังไม่มาถึงกับปัจจุบันที่ดำรงอยู่
สิ่งใดกันแน่ ที่สำคัญกว่ากัน



*หลงส่าว ภาษาอีสานแปลว่า หลงทาง นอกประเด็น ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
ที่มา http://www.isan.clubs.chula.ac.th/lang/?transaction=search_word.php&Word_example=%CB%C5%A7%CA%E8%D2%C7
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 18, 2015, 01:35:15 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
9_shane
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1462



« ตอบ #426 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2015, 09:40:37 AM »

ต้องยอมรับความจริงว่าหลายๆคนที่หันมาจับจอบจับเสียมสมัยนี้อาจดูแปลกในสายตาใครบางคนแต่อย่าลืมว่าเราก็มีเหตุผลของเรา เขาก็มีเหตุผลของเขา คนเราไม่เหมือนกัน สิ่งที่ท่านกำลังประสบอยู่อาจรู้สึกว่ารบกวนใจอยู่บ้าง แต่ถ้าลองจัดระเบียบชีวิตให้เข้าที่เข้าทางกว่าที่เป็น จะพบว่าเราก็สามารถ...นะครับ (ปล.งานสวนหากทำให้ครอบครัวร่วมด้วยช่วยกันได้ ทุกอย่างคงไปได้ดี โดยเฉพาะว่าที่เจ้าของในอนาคตหากทำให้เขารักและมีส่วนร่วมในสิ่งที่เราทำเพื่อเขาได้นั่นคือสิ่งที่สุดยอดแล้ว  ยิ้มเท่ห์



nomadic_man ใช่แล้วครับถ้าเราสามารถปรับเปลี่ยนวิถีให้สอดคล้องกับสภาวะที่เป็นอยู่ มองโลกตามความเป็นจริงให้มากขึ้น ยึดติดกับอคติส่วนตัวให้น้อยลง อาจจะทำให้ ชีวิตเรา ผู้คนรอบข้าง สิ่งแวดล้อม ดำรงอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขทั้งทางกายภาพและจิตวิญญาณได้ครับผม  ยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 01, 2015, 10:15:25 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า

🐾🐾🐾🌳🌿🌾ความพยายามอยู่ที่ไหน🌱ความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกล🐜🐜🐜🌴🌵
ป ณเมืองลุง
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 615

ความหวังยังคงมีอยู่เสมอ ตราบใดที่ใจไม่ยอมแพ้


« ตอบ #427 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2015, 12:02:17 PM »

“พ่อพยายามสร้างบ้านหลังใหญ่ และน่าอยู่ให้ลูก”
“พ่อเตรียมอนาคตที่ดีไว้ให้ลูก”
“พ่อหาของที่ถูกใจมาให้ลูก”
“พ่อทำทุกอย่างเพื่อลูก . . .”
“แต่ทำไมตอนนี้ ลูกยังคงดูเศร้าอยู่”
“ผมผิดพลาดตรงไหน?”

ไมเคิล *ในประเทศแอฟริกาใต้เฝ้าถามตัวเองด้วยคำถามนี้. ทั้งที่เขาพยายามสุดความสามารถเพื่อจะเป็นพ่อที่ดี แต่ทุกครั้งที่คิดถึงลูกชายหัวดื้อวัย 19 ปี เขาก็อดคิดไม่ได้ว่าเขาคงเป็นพ่อที่ไม่ดีพอ.

พ่อที่ดีต้องมีเวลาให้ลูก
“หลังจากที่เราเล่นสนุกกัน พ่อจะบอกว่า ‘ได้เวลาเก็บของเล่นแล้ว.’ บางครั้ง เมื่อเราช่วยกันทำงานจนเหนื่อย พ่อจะหยุดและพูดว่า ‘ตอนนี้เรามาหาอะไรสนุกๆทำกันดีกว่า.’”—ไมเคิล อายุ 10 ขวบ
“พ่อไม่เคยเอางานอาชีพหรืองานอดิเรกมาเป็นข้ออ้างเพื่อปล่อยให้แม่ทำงานบ้านอยู่คนเดียว. แม้เวลาจะผ่านมานานแล้ว ทุกวันนี้พ่อก็ยังทำอาหารบ่อยพอๆกับแม่ ช่วยแม่ล้างจานและทำความสะอาดบ้าน. ท่านปฏิบัติต่อแม่ด้วยความรักและความอ่อนโยน.”—แอนดรูว์ อายุ 32 ปี

พ่อควรเริ่มให้เวลากับลูกตั้งแต่เมื่อไร?
ในฐานะพ่อ คุณจะแสดงให้ลูกเห็นได้อย่างไรว่าพวกเขามีความสำคัญต่อคุณ? แน่นอนว่ามีหลายสิ่งที่คุณจะทำเพื่อลูกได้ รวมถึงการทำงานหนักเพื่อจัดหาอาหารและที่อยู่อาศัยให้พวกเขา. คุณคงไม่ทำอย่างนั้น ถ้าลูกๆไม่มีความหมายต่อคุณ. แต่ถ้าคุณไม่ให้เวลากับลูกมากพอ พวกเขาอาจคิดว่าคุณสนใจสิ่งอื่นมากกว่าตัวเขา ไม่ว่าจะเป็นงานอาชีพ เพื่อนฝูง หรืองานอดิเรก.


ที่มาของข้อมูล..http://www.jw.org/th



nomadic_man เป็นเรื่องยากจริงๆครับกับสิ่งที่เรากระทำว่าสิ่งไหนกันแน่ที่สำคัญกว่ากัน บางสิ่งที่ทุ่มเทให้กับมันเราเลือกที่จะทำตามความต้องการของตนหรือเพราะเป็นสิ่งที่ควรกระทำกันแน่ การเปลี่ยนความคิดของตนขึ้นชื่อว่ายากแล้วแต่การรู้จักกาลและคล้อยตามความแปรเปลี่ยนได้อย่างเหมาะสม ผมเชื่อว่าผู้ใดกระทำได้ย่อมมีชีวิตที่ราบรื่นครับ  ยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 19, 2015, 09:16:24 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า

ให้เป็นดั่งน้ำครึ่งแก้ว และ จงหิวโหย โง่เขลาอยู่เสมอ เพราะมันคือกุญแจสู่ความสำเร็จ
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=88821.0
rung2524
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


« ตอบ #428 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2015, 03:44:10 PM »

หวัดดีครับ ปีนี่ผมคงไม่ได้ปลูกแน่แล้วครับ สำหรับผักหวานป่า เพราะ ที่สั่งแบบเมล็ดงอกไป 200 เมล็ด ผู้ขายแจ้งกลับมาว่าเมล็ดงอกของหมดแล้ว คงต้องเสียเวลาอีกปี แล้วละครับปีนี้  โกรธ โกรธ โกรธ  คงได้เริ่มปลูกอีกปีหน้าละครับ   ผมอุตส่าขุดหลุม รองพื้นด้วยปุ๋ยคอกรอไว้หมดแล้ว ปีนี้  ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้



nomadic_man น่าเห็นใจจริงๆครับเมื่อมันเป็นปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้สิ่งเดียวที่ทำได้คือ "ทำใจ" ครับผม บางทีการเลือกผู้ขายก็มีความสำคัญเช่นกันเพราะการปลูกผักหวานป่าแบบเพาะเมล็ดเราสามารถปลูกได้เพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น โชคดีที่ผมได้ผู้ขายที่พอจะไว้ใจได้มา 2 ปีแล้ว(ปีนี้ก็เกือบไปเช่นกันเพราะสภาพแวดล้อมและอุปนิสัยของชาวบ้านเริ่มเปลี่ยนไป มีการเก็บลูกอ่อนมากิน ตัดฟันต้นใหญ่เพื่อเก็บยอดง่าย แล้งมากทำให้ฝูงลิงป่ามาเก็บลูกสุกผักหวานป่ากินมากขึ้น-ฟังมาจากผู้ขายบอกเล่าอีกที) ยังไม่รู้เช่นกันว่าปีหน้าสถานการณ์จะเป็นเช่นไร ว่างๆก็ปลูกไม้พี่เลี้ยงรอไปอีกปีก็ได้ครับ "ปลูกผักหวานป่าสิบปีไม่สาย"  ยิงฟันยิ้ม
หากยังไม่ถอดใจ ปีหน้าเอาใหม่ครับ ผักหวานป่ามีข้อจำกัดที่ควบคุมไม่ได้ ต่างจากพืชอื่น เช่นเม็ดพันธุ์ที่แต่ละปีอาจสุกช้าเร็วเม็ดออกเยอะบ้างน้อยบ้าง หมดแล้วหมดเลย เก็บนานไม่ได้อีก และปัจจัยอื่นๆ ดังนั้น ต้องเตรียมแผนไว้พอควรครับ ตั้งแต่จองเมล็ดกันพลาดแต่เนิ่นๆ เตรียมที่ให้พร้อม แหล่งน้ำหากฝนยังไม่ตก จะทำให้งานเราสำเร็จและง่ายขึ้นครับ  ปีหน้าอีกไม่นานลองใหม่ไม่พลาดแน่ๆ สู้ๆครับ อายจัง ยิ้มเท่ห์



nomadic_man ปลูกผักหวานป่าช้าไปอีกปีหรือสิบปีไม่มีสายแน่นอน บางสวนท่านยังตั้งหน้าตั้งตาปลูกมาแล้ว 20 ปีและดูเหมือนว่าได้พบเจอแนวทางของตนจนผักหวานป่างามจนเป็นที่อิจฉาตาร้อนของเพื่อนๆสมาชิก กพพ. กันมั่งแล้ว  ยิงฟันยิ้ม

ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ;)หวัดดีครับ วันนี้เพิ่งไปรับเมล็ดผักหวานมา จากไปรษณีย์ เพิ่งสั่งจากคุณโกสีย์ จากหนองคาย  เมล็ดนำเข้ามาจาก ประเทศลาว เมล็ดละ 5 บาท ราคาแพงน่าดู โกรธ โกรธ โกรธ แต่ก้อจำเป็นต้องเอาละครับ เพราะว่าน่าจะเหลือแกเจ้าเดียวแล้วละครับ ที่มีเมล็ดผักหวานป่าอยู่ตอนนี้ เพราะว่าผมเตรียมพื้นที่ไว้หมดแล้ว เลยไม่อยากเสียเวลารออีกปี.....



nomadic_man อย่างน้อยเราต้องสู้ให้ถึงที่สุดจะได้ไม่เสียใจภายหลัง ร่วมเป็นกำลังใจให้ครับผม  อายจัง  อายจัง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 19, 2015, 09:19:04 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
Thesun215
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4139


« ตอบ #429 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2015, 05:14:42 PM »

หวัดดีครับ ปีนี่ผมคงไม่ได้ปลูกแน่แล้วครับ สำหรับผักหวานป่า เพราะ ที่สั่งแบบเมล็ดงอกไป 200 เมล็ด ผู้ขายแจ้งกลับมาว่าเมล็ดงอกของหมดแล้ว คงต้องเสียเวลาอีกปี แล้วละครับปีนี้  โกรธ โกรธ โกรธ  คงได้เริ่มปลูกอีกปีหน้าละครับ   ผมอุตส่าขุดหลุม รองพื้นด้วยปุ๋ยคอกรอไว้หมดแล้ว ปีนี้  ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้



nomadic_man น่าเห็นใจจริงๆครับเมื่อมันเป็นปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้สิ่งเดียวที่ทำได้คือ "ทำใจ" ครับผม บางทีการเลือกผู้ขายก็มีความสำคัญเช่นกันเพราะการปลูกผักหวานป่าแบบเพาะเมล็ดเราสามารถปลูกได้เพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น โชคดีที่ผมได้ผู้ขายที่พอจะไว้ใจได้มา 2 ปีแล้ว(ปีนี้ก็เกือบไปเช่นกันเพราะสภาพแวดล้อมและอุปนิสัยของชาวบ้านเริ่มเปลี่ยนไป มีการเก็บลูกอ่อนมากิน ตัดฟันต้นใหญ่เพื่อเก็บยอดง่าย แล้งมากทำให้ฝูงลิงป่ามาเก็บลูกสุกผักหวานป่ากินมากขึ้น-ฟังมาจากผู้ขายบอกเล่าอีกที) ยังไม่รู้เช่นกันว่าปีหน้าสถานการณ์จะเป็นเช่นไร ว่างๆก็ปลูกไม้พี่เลี้ยงรอไปอีกปีก็ได้ครับ "ปลูกผักหวานป่าสิบปีไม่สาย"  ยิงฟันยิ้ม

ดีใจด้วยที่ได้เมล็ดผักหวาน แทบจะเป็นรถด่วนขบวนสุดท้ายเลยครับ เมื่อเช้าได้ข่าวว่ากำลังหาเมล็ดผักหวาน ผมลองโทรเช็คเจ้าประจำไว้ให้แล้ว แต่ได้แล้วก็ดีแล้วล่ะครับ

เมล็ดผักหวานหาได้ช่วงเวลาอันสั้นในแต่ละปี บางทีอยากจะเพาะ ปลูกเพิ่ม กลับหาไม่ได้ แต่ผมพอจะมีวิธีเก็บเมล็ดผักหวานได้นาน 2-3 เดือน ครับ นั่นคือการเก็บเมล็ดแห้งใส่ตู้เย็นครับ  ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์



nomadic_man ขอบคุณคุณอาทิตย์มากครับที่ช่วยชี้แนะวิธีเก็บเมล็ดผักหวานป่าไว้นานขึ้น ดูเหมือนว่าปีก่อนคุณอาทิตย์ได้ทดลองดูแล้วและพบว่าประสบความสำเร็จพอสมควร ว่าแต่ว่าเจ้าประจำเมล็ดผักหวานป่าที่คุณอาทิตย์ใช้บริการอยู่ อยู่แถวๆ อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ไหมครับ ถ้าใช่ก็เจ้าเดียวกันเลย ผมฝากน้องที่สนิทกันสั่งเมล็ดผักหวานป่าจากพี่แกมาได้ 2 ปีแล้ว บริการได้น่าประทับใจครับผม  อายจัง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 19, 2015, 09:31:29 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #430 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2015, 09:49:09 PM »

เย็นวันนี้เป็นครั้งแรกของสัปดาห์ที่ได้เข้าสวนผมจึงนำต้นไม้ที่เตรียมไว้สำหรับเพาะเห็ดป่าไปปลูกซ่อมที่บ้านสวน เนื่องด้วยสภาพดินที่ไม่ค่อยดีนักจึงทำให้ต้นไม้ไม่ค่อยเจริญเติบใหญ่เท่าที่ควรและตายไปเยอะ ไม่เป็นไรกล้าไม้เรามีอีกมาก จากนั้นจึงได้นำต้นชิงชัน ต้นแดง ไปปลูกริมถนนทางเข้าสวนไกล เผื่ออีกสัก 20 ปีน้องเม็ดทรายจะได้มีไม้ไว้สำหรับใช้สอยเพิ่มขึ้น โชคดีที่หลายวันก่อนฝนห่าใหญ่ได้ตกทั่ว อ.ด่านซ้าย 2-3 วันที่ผ่านมาชาวไร่ชาวสวนแถบนี้จึงคึกคักเป็นพิเศษ รวมถึงผมด้วยคนละครับ พี่น้อง  ยิงฟันยิ้ม



คืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาลมได้หอบฝนมาตกอย่างทั่วถึงในบริเวณ อ.ด่านซ้าย เช้าวันรุ่งขึ้นด้วยความชื่นใจผมจึงตื่นแต่เช้าเพื่อแวะเข้ามาดู swale ลักไก่ที่ปรับไว้ของสวนไกลก็ทำงานได้ดีระดับหนึ่งครับ





เห็นอย่างนี้ก็ยิ้มได้ครับหากไม่ได้ swale ลักไก่ พวกนี้ น้ำที่ขังอยู่คงไหลผ่านที่ออกไปทางอื่นหมดแล้ว





ดูเหมือนว่ายังมีอุปสรรคให้คอยแก้ไขกันต่อไป คันดินกันน้ำบางส่วนได้พังลงเนื่องจากทนแรงดันของน้ำไม่ไหว ทั้งนี้ทั้งนั้นเนื่องจากคันดินที่ถูกขุดขึ้นกลุ่มหลังๆเกิดจากความขี้เกียจและหมดเรี่ยวแรงของคนขุด(ผมเอง  โกรธ ) จึงได้คันดินที่ไม่ค่อยหนาเหมือนกับชุดแรกๆ ผลที่ตามมาคือคันดินบางส่วนได้พังทลายลง ก็ว่ากันไปครับผม "ปัญหาเหมือนกับเสื้อผ้า มีไว้ให้แก้" อ.ยุทธแห่งสวน(น้อง)ขนุน ได้กล่าวเอาไว้(ป่านนี้เป็นอย่างไรน้อ เงียบหายไปนานเลย)


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 19, 2015, 09:51:21 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #431 เมื่อ: มิถุนายน 21, 2015, 08:36:55 AM »

ปฎิบัติการ "ทวงคืนพื้นที่ป่าจากดงหญ้า" ได้เริ่มขึ้นเมื่อวาน สืบเนื่องมาจากหลายวันก่อนไปเดินดูสภาพป่าเห็ดที่ปลูกไว้เกือบทุกตารางเมตรถูกปกคลุมไปด้วยวัชพืช กลุ่มที่เป็นอันตรายต่อต้นไม้คือกลุ่มเครือเถาเพราะมันรัดพันต้นไม้จนทำให้ลำต้นบิดเบี้ยวและกดทับยอดต้นไม้ลงจนโงหัวไม่ขึ้น หากปล่อยเอาไว้จะทำให้ก่อนจะได้ป่าที่ตั้งใจปลูกอาจจะกลายเป็นป่าวัชพืชไปก่อนก็เป็นได้  ยิงฟันยิ้ม





ตัดหญ้าไปก็ร้อนไปจนต้องนั่งพักเป็นยกๆ ส่งผลให้วันนี้ต้องนั่งอยู่เป็นเกษตรกรหน้าจอแทนเพราะปวดเมื่อยไปหมด นานๆมาจับเครื่องตัดหญ้าทีก็เป็นเช่นนี้เอง  โกรธ





กลุ่มต้นไม้ที่จมอยู่ในดงหญ้าขจรจบกอบกู้คืนมาได้ไม่ยากนัก แต่ในส่วนที่วัชพืชชนิดเครือเถาปกคลุมอยู่ผมเข้าไปตัดหญ้าได้อย่างยากลำบากเพราะพวกมันเหนียวแน่นทนทาน ต้องตัดอยู่นานจึงจะเกิดผล





หมดวันได้พื้นที่ป่าเห็ดคืนมายังไม่ถึงครึ่ง ตอนยืนมองดูอยู่ไกลๆเหมือนว่าพื้นที่ปลูกป่าจะไม่มากนักแต่พอเอาเข้าจริงไม่ใช่เรื่องเล่นๆเลย ส่วนหนึ่งเพราะเป็นพื้นที่ลาดเอียงกอปรกับต้นไม้ป่าเห็ดที่ผมปลูกเอาไว้แบบระยะประชิด จึงทำให้ต้องระมัดระวังยิ่งขึ้นไปอีก ขนาดมาเดินปักไม้หลักเอาไว้แต่ก็ยังมีต้นไม้ผู้โชคร้ายต้องปลิดปลิวไปกับคมมีดเครื่องตัดหญ้าหลายต้นทีเดียว "ถ้าอยากรอดก็แตกยอดขึ้นมาใหม่นะเฟ้ย"  ยิงฟันยิ้ม





ฟากฟ้ายามเย็นมักทำให้ผมยืนนิ่งและเหลียวมองขึ้นไปบนนั้นได้เสมอ...

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 21, 2015, 09:01:43 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 [27] 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 ... 39   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: