หน้า: 1 ... 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 [26] 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 ... 39   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันสุดท้าย สุดทางฝัน  (อ่าน 311049 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
watanyou
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 99


« ตอบ #400 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2015, 06:10:26 PM »

เยี่ยมไปเลยครับท่านพี่



nomadic_man สุดสัปดาห์นี้ว่าจะจ้างไปช่วยปลูกต้นไม้ด้วยแต่หนีกลับสวนสุดชายแดนซะงั้น รอบหน้าว่ากันใหม่แต่วันศุกร์นี้มาช่วยขนต้นไม้เข้าสวนด้วยนะครับ  ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 06, 2015, 05:16:13 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า

nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #401 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2015, 08:53:39 PM »

เย็นวันนี้ผมตั้งใจเอาไว้ว่าจะเอาไปขุดดินเสริมในส่วนที่มันดูต่ำๆบ้างของพื้นที่ยกร่องสวนไกล ปรากฎว่าเข้าไปถึงฝนได้เทลงมาทันที ทำอะไรไม่ได้สักอย่างจึงนั่งมองดูฝนตกไปพลางๆที่กระท่อมปลายสวนของรุ่นพี่ที่ซื้อที่ด้วยกัน ฝนตกร่วมชั่วโมงจึงไม่สามารถนำรถออกจากสวนได้เพราะทางเละ ต้องอาศัยให้ตัวละครลับมารับกลับบ้าน  โกรธ พรุ่งนี้วันหยุดค่อยว่ากันใหม่ครับผม



พอจอดรถเท่านั้นแหละครับพี่น้องฟ้าก็ส่งฝนเทกระหน่ำลงมาทันที ตอนแรกเห็นก้อนเมฆไม่มากนักผมจึงคิดว่าฝนจะตกไม่นาน ที่ไหนได้... หึหึ จึงต้องโทรศัพท์ไปขอความช่วยเหลือจากตัวละครลับให้มารับกลับบ้าน อยู่ใต้ฟ้าจะกลัวไปไยกับฝน เนอะ  ยิงฟันยิ้ม





ปีนี้ฝนฟ้ามาแปลกตกแบบวันเว้นวัน นี่เป็นภาพร่องน้ำเมื่อหลายวันก่อนครับผม





เรื่องของเรื่องก็คือหลายวันก่อนเมื่อฝนตกแล้วผมยังไม่เห็นตัวละครลับเดินทางกลับบ้านจึงคาดเดาเอาว่าเขาคงนำรถเข้ามาติดหล่มอยู่ในสวนไกล พอฝนหยุดผมจึงรีบออกมารับเพราะโทรศัพท์ติดต่อก็ไม่ได้ ติดหล่มไม่กลัวกลัวแต่เขาจะสวมวิญญาณนักขับ off road แล้วจะไปกันใหญ่แต่พอเข้าสวนมากลับไม่พบผู้ใดอยู่ มีเพียงน้ำฝนที่เจิ่งนองขังอยู่เต็มร่องอีกแล้ว





สุดท้ายกลายเป็นว่าวันนี้ผมเอารถเข้ามาติด ณ สวนไกลเองซะงั้น เฮ้อ "ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง"  ยิงฟันยิ้ม





วนมาดูที่สระน้ำสวนล่าง ปริมาณน้ำก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังจากทำคันดินกั้นดักน้ำลงสระ โชคดีของผมแล้วที่ไม่ต้องงมปลาไปปล่อยครับ  ยิงฟันยิ้ม

บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #402 เมื่อ: พฤษภาคม 16, 2015, 08:33:22 PM »

เวลาผันเปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอ... ต้นฤดูฝนหลังจากงานนมัสการพระธาตุศรีสองรักแล้วเสร็จ ช่วงนี้ไปจนถึงวันเข้าพรรษานับเป็นเวลาที่ลูกผึ้งหลานเทียนหรือผู้คนที่บนบานศาลกล่าวเอาไว้กับองค์พระธาตุจะเริ่มทำการถวายต้นผึ้งได้ ครอบครัวของเราทำการถวายต้นผึ้ง(ปีละ 2 ต้น)เป็นประจำมาได้หลายปีแล้ว เมื่อเวลาประจวบเหมาะในวันนี้จึงได้นำต้นผึ้งไปถวายกับองค์พระธาตุเพื่อเป็นศิริมงคลแก่ครอบครัวครับผม



องค์พระธาตุศรีสองรักเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจให้กับผู้คนมากมายทั้ง อ.ด่านซ้ายและเขตใกล้เคียง หากผู้ใดถวายตัวเป็นลูกผึ้งหลานเทียนหรือทำการบนบานศาลกล่าวสิ่งใดไว้ ช่วงนี้เป็นเวลาของการถวายต้นผึ้งไปจนถึงก่อนวันเข้าพรรษา





ในภาพที่เห็นคือสิ่งที่เรียกกันว่า "ต้นผึ้ง" ครับผม





ปีนี้น้องเม็ดทรายก็มาถวายต้นผึ้งเช่นเคย และนับจากนี้ไปไม่ว่าอยู่แห่งหนใดเมื่อถึงช่วงเวลานี้จะต้องกลับมาถวายต้นผึ้งแด่องค์พระธาตุสืบไป เพราะถือว่าเป็นหนึ่งในลูกผึ้งหลานเทียนแล้ว





ยามบ่ายแก่ๆก็เป็นเวลาของชาวสวนนอกเวลา ผมกับตัวละครลับได้ขนต้นฝรั่งและน้อยหน่ามาปลูกกันบริเวณที่ไถปรับดินเตรียมไว้





บ่ายนี้นำต้นไม้ออกมาทั้งสิ้น 60 ต้น ปลูกเสร็จแล้วเหนื่อยกันพอดูแต่เวลายังพอเหลือจึงทำเพียงเดินสำรวจสวนดูเล่นๆครับผม (แอบอู้งานนั่นเอง)  ยิงฟันยิ้ม





ปลูกป่าไว้หาเห็ด... กับป่าเห็ดอายุ 1 ปี ต้นยางนาและต้นตะเคียนในบริเวณนี้ที่รอดชีวิตผ่านแล้งมาได้เริ่มเติบโตงอกงามอย่างเงียบๆ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 16, 2015, 08:34:58 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nagdernthang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 695


« ตอบ #403 เมื่อ: พฤษภาคม 17, 2015, 12:09:46 AM »

แวะมาให้กำลังใจ และติดตามการเดินทางของป่าหาเห็ดครับผม



nomadic_man ยินดีครับ  ยิ้ม  ก็ค่อยๆเป็นค่อยๆไปเช่นเดิม เพียงแค่ว่าปีนี้ผมโชคดีที่มีตัวละครลับมาช่วย งานสวนจึงก้าวย่างได้เรื่อยๆครับผม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 19, 2015, 08:22:44 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
Thesun215
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4139


« ตอบ #404 เมื่อ: พฤษภาคม 17, 2015, 12:13:32 AM »

 ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ สุดยอด อีกหนึ่งของความเพียรพยายามครับ  อายจัง อายจัง อายจัง



nomadic_man สวนคุณอาทิตย์ก็เป็นรูปเป็นร่างขึ้นเยอะเลยครับ บ่งบอกว่าเจ้าของสวนเอาใจใส่เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะผักหวานป่างามอย่างคัก เป็นตาออนซอนนำเด้...  ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 19, 2015, 08:24:05 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #405 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2015, 10:07:38 PM »

เกือบเอาชีวิตไม่รอด...

ผมหมายความตามตัวอักษร ยังดีที่ไม่หนักมากเพราะวันนี้อาการเริ่มทุเลาแล้ว สืบเนื่องมาจากวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาผมกับตัวละครลับโหมปลูกต้นไม้กันเกือบ 200 ต้นท่ามกลางเปลวแดดอันร้อนแรง หลายต่อหลายครั้งก่อนหน้านี้ผมก็ไม่ต่างกันจนเธอปรามเอาไว้ว่า "อย่าหักโหมมากนัก ตากแดดทีไรได้เรื่องทุกที" บ่งบอกถึงความอ่อนแอของร่างกายเป็นอย่างยิ่ง หากต้องสู้งานแต่อยู่ในร่มยังพอทนแต่ออกแดดทีไรผมมีอาการป่วยไข้ตามมาเกือบทุกที

จริงๆแล้วช่วงสายๆเมื่อตะวันเริ่มทอแสงเจิดจ้าผมจะถอยทัพถอนกำลังก่อนก็ได้ แต่เมื่อคิดถึงสภาพของต้นไม้ต้องแสงแดดโดยที่ความชื้นในดินของถุงชำมีไม่มากนัก แต่ผืนดินที่จะปลูกต้นไม้เมื่อขุดดูแล้วพบว่าดินชื้นระดับพอเหมาะ ผมจึงไม่อาจตัดใจหันหลังกลับได้สองสามวันที่ผ่านมาจึงมีสภาพไม่ต่างกับซอมบี้เดินได้  ยิงฟันยิ้ม เย็นวันนี้เมื่อสร่างไข้ผมจึงไปออกกำลังกายเดินป่าเล่นเสียหน่อยเผื่อโชคเข้าข้างได้เห็ดมากินกับเขาบ้าง ก็ไม่ถึงกับเสียแรงเปล่าครับท่าน  ยิ้ม



ส่วนหนึ่งที่มิอาจถอยทัพได้อันเนื่องมาจากกองบัญชาการ(ด้านสภาวะจิตใจเพราะช่วยเชียร์อย่างเดียว  ยิงฟันยิ้ม ) ถึงกับออกศึกด้วยตนเอง มีหรือหน่วยกล้าตาย(และพ่ายศึกให้กับแสงแดด) จะยอมแพ้โดยง่าย สู้ว้อยยยยยยยย





เย็นวันเดียวกันนั้นเมื่อหมดแรงมิอาจกระทำการอันใดได้จึงเพียงเดินเล่นชื่นชมกับความสำเร็จโดยหารู้ไม่ว่าอีกสองสามวันถัดมาเกือบเอาตนเองมิรอด  โกรธ





ช่วงนี้ "บ้านสวน" เป็นสถานที่ที่ไปน้อยครั้งกว่าเพื่อนเนื่องเพราะพื้นที่ปลูกต้นไม้เต็มแล้ว(จริงๆยังพอมีเหลือ ก็คือบริเวณที่ปลูกซ้ำกี่ปีต่อกี่ปีต้นไม้ยังตายดับเช่นเคย) วันนั้นจึงถือโอกาสไปเดินเล่นเพราะแว่วข่าวว่าชาวบ้านได้เห็ดโคนไปกินกันมากมายกับสวนสักแถบๆนั้น เกือบจะหันหลังกลับอยู่แล้วเชียว ว่าแต่อะไรน่ะสีขาวๆ เห็นแวบๆ ลองเข้าไปดูใกล้ซิ...





เอาแล้วโว้ยเฮ้ย โชคดีอะไรเช่นนี้ไหนๆ ลองเดินหาดูอีกซิเผื่อจะได้เป็นหาบๆแบบเขาบ้าง





ผลสุดท้ายก็ได้เท่าที่เห็นครับท่าน กลับบ้านเอาไปต้มใส่เกลือ น้องเม็ดทรายกินคนเดียวไม่แบ่งใครแถมยังคุยทับอีกด้วย "พ่อจ๋าๆ น้องก็เคยไปเก็บมาแล้วเห็ดที่บ้านสวนน่ะ ดอกสีม่วงๆ ชื่อเห็ดอะไรน๊า อร่อยมากเลยยยย" ผมได้แต่คิดในใจ "ครับอร่อยจริงๆครับ พ่อเห็นน้องกินพ่อก็รู้อยู่แล้วว่ามันต้องอร่อยมาก เล่นซดคนเดียวหมดถ้วยเลย"  ยิงฟันยิ้ม





แวะไปเดินเล่นที่สวนล่างดูบ้างเพื่อดูความรกของสวน ในความรกนี่เองมีของกินรอเราอยู่นั่นก็คือไผ่กิมซุงที่ปลูกเอาไว้ 4 กิ่งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว บัดนี้ถึงเพลาแล้วที่พวกเจ้าจะต้องพลีชีพเพื่อความอยาก(กิน)ของข้า วะ ฮ่ะ ฮ่า ร่องรอยที่เห็นหลายวันก่อนยายน้องเม็ดทรายจัดการหักมา 1 หน่อ ทำเป็นอาหารโดยการต้มเฉยๆ 1 น้ำ รสชาติพอทนครับผม ไม่ขมมากไม่จืดจนเกินไป คราวหน้าลองทำแกงหน่อไม้กินน่าจะอร่อยนักแล





สำหรับเรื่องเห็ดๆแล้วที่สวนล่างก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน ทยอยออกกันมาเพียบ... แต่กินไม่ได้สักอย่างเท่านั้นเอง  โกรธ ย้ำนะครับว่าเห็ดที่เห็นในภาพไม่สามารถรับประทานได้ เอามาให้ชมเพื่อแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงในระบบนิเวศที่กำลังหวนคืนมาสู่สวนล่างครับผม  ยิงฟันยิ้ม





เย็นวันนี้เมื่ออาการป่วยไข้เริ่มทุเลา จะไปสวนก็ยังกล้าๆกลัวๆเพราะขนาด 4 โมงแลงแดดยังร้อนแทบผิวไหม้ จึงหวนคิดถึงคำของเด็กหญิงเมื่อหลายวันก่อน เรื่องของเรื่องก็คือพวกเราไปเดินตลาดกันแล้วน้องเม็ดทรายเห็นเห็ดละโงกที่แม่ค้านำมาขาย 3 ดอกในราคา 50 บาทครับพ่อแม่พี่น้อง ทำให้เด็กหญิงบ่นว่าอยากกิน เนื่องด้วยนักเก็บเห็ดมือสมัครเล่นเช่นผมเกรงจะเสียเหลี่ยม(จริงๆแล้วกลัวเสียเงินมากกว่า) จึงบอกลูกสาวไปว่า "เดี๋ยววันหลังพ่อจะไปหามาสู่น้องกินนะจ๊ะ" แต่เนื่องด้วยการงานที่รับผิดชอบไหนจะงานในสวนอีกจึงไม่มีเวลาเสียที เย็นวันนี้จึงเป็นโอกาสดีที่จะเปิดฤดูกาลหาเห็ดกันละครับ





ถึงจะไม่ได้มากมายอะไรแต่ก็ยังพอต้มใส่เกลือ 1 หม้อและไม่ลืมที่จะหอบหิ้วเห็ดดอกแก่ๆกลับมาด้วยเพื่อปั่นเอาเชื้อรดต้นไม้ที่รอเอาไปเสริมสำหรับโครงการ "ปลูกป่าไว้หาเห็ด" ครับผม (ในภาพน้ำปั่นเชื้อเห็ดเป็นสีดำเพราะได้เห็ดผึ้งน้ำครามมาด้วย 2 ดอก น้ำปั่นเชื้อเห็ดจึงมีสีดำอย่างที่เห็น)

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 19, 2015, 10:12:19 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
Thesun215
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4139


« ตอบ #406 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2015, 09:32:46 AM »

 ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์  เห็นสวนท่านแล้ว ทำให้มีแรงบันดาลใจในการทำสวนป่าเก็บเห็ดครับ ปีนี้จะแวะไปหาต้นยางนามาเลี้ยงไว้ซักระยะหนึ่งก่อน พอมีเห็ดป่า ซึ่งหาได้ง่ายที่ัชัยภูมิ จะนำมาเป็นเชื้อเห็ดดูครับ ปีที่แล้ว เเค่เอาเห็ดแก่ๆ เน่าๆ ไปโรยไว้ในสวนรอบๆต้นเต็งรัง ยังได้เก็บกินตั้งหลายหม้อแกงครับ



nomadic_man จริงแล้วผมเองก็มีแรงบันดาลใจมาจากสวนอื่นที่ค้นคว้าเจอเช่นกันครับ  ยิงฟันยิ้ม เส้นทางนี้มิอาจผ่านได้โดยง่ายเพราะยังมีเสียงจากผู้คนรอบข้างเป็นอุปสรรคอีกมากมาย(ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพวกท่านๆเหล่านั้นพูดจาเช่นไรบ้าง) แต่ที่สำคัญคือ "ใครจะว่าอย่างไรก็ช่าง แค่เธอเห็นด้วยก็เพียงพอแล้ว" ครับผม  ยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 24, 2015, 12:10:42 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #407 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2015, 11:51:29 PM »

โบกรถออกค่าย (ภาคต้น)





หลายวันก่อนเมื่อทราบข่าวว่าน้องชมรมจะพากันจัดกิจกรรมโบกรถออกค่ายจากขอนแก่นไปลำปางมันทำให้ผมอิ่มเอมใจ(การโบกรถหนนี้มิใช่ครั้งแรกของหนุ่มสาวรุ่นนี้) ผมเองก็ไม่แน่ใจนักว่าในยุคปัจจุบันการโบกรถเพื่อขออาศัยเดินทางไปด้วยยังใช้ได้ผลหรือไม่ รูปแบบจะเปลี่ยนไปอย่างไร(ทั้งผู้โบกและผู้ที่ถูกโบก) แต่ที่แน่ใจก็คือ คำถามยอดฮิตสำหรับการเดินทางเช่นนี้น่าจะยังคงอยู่มิสูญหายไปไหน “ทำไมต้องโบกรถด้วยล่ะ”

ราวกับว่าเรื่องต่างๆเกี่ยวกับเหตุการณ์ “ฝันยาวนาน วิกาลยุ่งเหยิง” พึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เอง แม้จะไม่แจ่มชัดในทุกรายละเอียดแต่เนื้อหาสำคัญล้วนไม่ตกหล่นไปไหน ผมยังจดจำได้ถึงท่วงท่าที่เขาลุกขึ้นอย่างเอื่อยเฉื่อย กล่าวลาวงสนทนาที่ทุกผู้คนกำลังสับสนและอ่อนล้าว่า “คืนนี้เหนื่อยมามากแล้ว ขอตัวไปนอนก่อนนะ” จากนั้นเขาก็ลากเสื่อ 1 ผืนกับหิ้วเป้สำหรับหนุนหัวและถุงนอนอีกอัน จัดแจงเรียบร้อยแล้วล้มตัวลงนอนอย่างเรียบง่ายท่ามกลางความตื่นตะลึงของหนุ่มสาวอีกหลายคน ทุกสายตาล้วนจับจ้องไปยังเขาเพราะในอาคารเอนกประสงค์ ณ ช่วงเวลานั้น ทางขวามือของเขาซึ่งห่างออกไปเพียงไม่กี่ช่วงตัวมีร่างของชาวบ้านสองสามีภรรยาที่สิ้นลมหายใจนอนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น

พฤษภาคมเมื่อหลายปีก่อน... นั่นเป็นการโบกรถครั้งแรกๆของเขา(จริงๆแล้วก่อนหน้านี้มีหนหนึ่งที่เขากับเพื่อนๆยืนเก้ๆกังๆ ทำท่าโบกไม้โบกมือขึ้นลงอยู่ริมทางหน้าอุทยานน้ำหนาวแล้วมีรถจอดสอบถามจึงได้อาศัยเดินทางกลับ ม.ขอนแก่น) แต่เขากลับทำตัวราวกับผู้เชี่ยวชาญด้านการโบกรถ คงต้องขอบคุณเนื้อหาในหนังสือ “หนุ่มนักโบกกับสาวขี้บ่น” และ “ถนนไปสู่ก้อนเมฆ” ที่ทำให้เขาสามารถพูดคุยจนผู้อื่นให้ความเชื่อถือว่าเขาผ่านการเดินทางด้วยการโบกรถมาแล้วนักต่อนัก นั่นจึงเป็นเหตุให้เขาถูกแต่งตั้งเป็นผู้นำกลุ่มย่อยสำหรับโบกรถเดินทางจาก ม.ขอนแก่นไปยังหมู่บ้านดิน “ชุมชนมั่นยืน” แห่ง อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ อันที่จริงแล้วหากทราบว่ามันจะเป็นเช่นนี้เขาต้องไม่ออกตัวแรงอย่างแน่เมื่อแกนนำค่ายผู้หนึ่งสอบถามเขาว่า “เคยโบกรถไหม”





ผมมาค่ายหนนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต (หากไม่นับรวมค่ายที่รุ่นพี่มหาวิทยาลัยออกไปสอนพิเศษให้รุ่นน้องกับค่ายที่ต้องเรียนในวิชาบังคับและค่ายลูกเสือต่างๆ) แต่ด้วยความที่มีอาวุโสเทียบเท่ากับบรรดาแกนนำค่ายหลายๆคนจึงทำให้ผมพลั้งปากไปว่าเคยออกค่ายมาหลายครั้งแล้ว(อาศัยประสบการณ์ที่ได้ฟังจากเพื่อนที่สนิทกันในคณะมาเล่าต่ออีกทีโดยใส่สีตีไข่แบบสมน้ำสมเนื้อ) กับชมรมอื่นๆมากมายในรั้วมหาวิทยาลัยนั่นเอง แท้ที่จริงแล้วเหตุที่ผมมาออกค่ายครั้งนี้เพียงเพราะสนใจในบ้านดินเท่านั้น หาได้รู้ตื้นลึกหนาบางเกี่ยวกับกิจกรรมและวัตถุประสงค์ที่แกนนำค่ายต้องการนำเสนออันใดเลย

เมื่อกลุ่มย่อยของผมมาถึงทางแยกสายหนึ่งก็พบว่ามีหนุ่มสาวอีกกลุ่มมาถึงล่วงหน้าก่อนในเวลาไม่นานนัก พวกเราจึงรวมกลุ่มกันเพื่อเดินทางไปยังหมู่บ้านที่ห่างออกไปอีกราว 5 กม. ซึ่งนับจากนี้ต้องเดินเท้าเข้าไป (ซึ่งจากคำแนะนำของแกนนำค่ายบอกตอนประชุมก่อนออกค่ายว่าเมื่อมาถึงทางแยกจุดนี้แล้วควรจะเดินเท้าเข้าไป ไม่จำเป็นต้องรออาศัยรถโบกอีกแล้วเพราะน้อยครั้งมากที่จะมีรถยนต์ผ่านทาง) พวกเราเดินผ่านไร่มันสำปะหลัง ไร่ข้าวโพด ข้าวไร่ ไร่แตงโม เดินอย่างเหน็ดเหนื่อยแต่ก็ครื้นเครงจนมาถึงเนินเขาลูกหนึ่งซึ่งเริ่มมองเห็นกลุ่มบ้านดินหลายสิบหลังเรียงรายแทรกตัวตามแมกไม้อย่างสงบเงียบ ทำให้พวกเราตื่นเต้นกันมากที่จะได้เห็นบ้านดินจริงๆเป็นครั้งแรกเสียที





หลายปีต่อมาหลังออกค่ายคราวนั้นผมและคุณได้กลับมาที่แห่งนี้อีกครั้ง เมื่อขับรถมอเตอร์ไซด์ถึงเนินเขาตรงนี้คุณก็หยุดรถและจ้องมองไปข้างหน้าอย่างเงียบๆ ผมจึงขยับตัวออกจากที่นั่งซ้อนท้ายเพื่อก้าวเดินไปข้างหน้าและมองเหม่อไปทางนั้นด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจบอกกล่าวออกมาได้ ผมแน่ใจว่าคุณเองก็คงจะระลึกถึงเหตุการณ์ “ฝันยาวนาน วิกาลยุ่งเหยิง” อยู่เช่นกันจึงเลือกที่จะหยุดลงเพื่อทบทวนเรื่องราวต่างๆ ณ ที่แห่งนี้ เพราะเราเองก็ไม่แน่ใจนักว่าสภาพหมู่บ้านดินจะยังเป็นเช่นไร ผู้คนที่พอรู้จักจะยังมีหลงเหลือบ้างหรือไม่ บางทีการครุ่นคิดอาจไม่ได้นำไปสู่คำตอบอันใด มีเพียงความจริงที่อยู่เบื้องหน้าเท่านั้นจึงจะขานไขสิ่งที่ติดค้างในจิตใจออกมาได้





เมื่อคุณดับเครื่องรถมอเตอร์ไซด์ที่จอดอยู่หน้าอาคารเอนกประสงค์ลง ราวกับว่าทุกสรรพเสียงได้ดับสูญไปด้วย แม้จะเพียงชั่วขณะหนึ่งแต่ผมก็รู้สึกได้เช่นนั้นจริงๆ ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับคืนสู่สภาวะปรกติ(หรืออาจเป็นผมเองที่ไม่ปรกติก็เป็นได้) เสียงแมลงร่ำร้อง ลมพัดใบไม้ไหว ก้อนเมฆล่องลอยบนฟากฟ้า เมื่อยังไม่มีใครออกมาต้อนรับเราจึงตัดสินใจเดินสำรวจบริเวณรอบๆดูว่ามีผู้คนบ้างหรือไม่ ก่อนหน้าจะเดินผ่านอาคารเอนกประสงค์ผมเหลียวมองไปยังสิ่งปลูกสร้างหนึ่ง มีโครงสร้างที่ทำจากดินและยังไม่แล้วเสร็จซึ่งผมไม่แน่ใจว่าเหตุอันใดมันจึงไม่ถูกดำเนินการต่อจากคราวนั้นที่พวกเราเดินทางเข้ามาถึงเพื่อออกค่าย เพราะผมจดจำได้ดีถึงภาพแรกที่ปรากฏต่อสายตาเมื่อก้าวย่างผ่านโค้งสุดท้ายอย่างเหน็ดเหนื่อย ภาพที่เห็นคือผู้คนมากมายกำลังกุลีกุจอช่วยกันก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างนี้อย่างครึกครื้น...






โปรดติดตามตอนต่อไป โบกรถออกค่าย (ภาคปลาย_ฝันยาวนาน วิกาลยุ่งเหยิง)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 24, 2015, 12:02:56 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #408 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2015, 09:28:50 PM »

กิจวัตรประจำวัน

เช้าวันเสาร์ขึ้นเวร บ่ายเข้าป่าหาเห็ด เย็นเล่นกับลูก
เช้าวันอาทิตย์ตื่นสายๆพักผ่อนเดินเล่นชมสวน บ่ายเข้าป่าหาเห็ด เย็นล้างเห็ด, ทำแกงเห็ดและเล่นกับลูก
วันจันทร์ทำงานตามปรกติ เย็นเดินเล่นชมสวน ย่ำค่ำผ่อนคลายแบบเบากับเพื่อนๆ(พร้อมเลี้ยงลูกไปด้วย)
วันอังคารทำงานตามปรกติ เย็นเข้าสวนขุดดิน ค่ำเล่นอินเตอร์เน็ต 1 ชม. ก่อนเข้านอน
...
สิ่งที่คาดว่าจะทำในวันพุธ ทำงานตามปรกติ เย็นออกกำลังกายกับเพื่อนๆ

ก่อนหน้านี้หากว่างเว้นจากการงานผมมักมุ่งเป้ากิจกรรมไปที่งานสวนเพียงอย่างเดียว เมื่อชีวิตได้ผ่านเลยวัยแห่งความฝัน วันที่ผ่านมา(ไม่)ไร้จุดหมาย(ว่าไปนั่น  ยิงฟันยิ้ม ) ทุกๆวันล้วนสดใหม่เสมอ สรรพสิ่งล้วนแปรเปลี่ยน แล้วไยเราต้องผูกมัดตนเองเข้ากับกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งเพียงอย่างเดียว มิอาจบอกได้ว่าวิถีเช่นนี้จะเป็นเช่นไรกับมุมมองของผู้คน แต่สำหรับผมแล้ว... "ชีวิตควรถูกใช้ ทว่า...อย่าลืมค้นหาความหมายของมันด้วย" ครับผม



บ่ายวันอาทิตย์ว่างๆไม่มีอะไรทำเห็นเพื่อนๆเข้าป่ากันยามเช้าแล้วได้เห็ดออกมากินกัน ผมจึงตามเข้าไปบ้างโชคดีที่เขายังเหลือไว้ให้พอได้เก็บมาแกงครับผม หาเอง ล้างเอง แกงเองอีกแล้วครับท่านงานนี้เพราะเธอไม่ว่างต้องไปทำงานซะงั้น ยิงฟันยิ้ม





เย็นเมื่อวานเดินเล่นชมสวนแต่ก็ไม่ลืมที่จะนำน้ำปั่นดอกเห็ดที่หาไว้ตั้งแต่วันอาทิตย์มาปฏิบัติตามสิ่งที่ค้นคว้ามา





สูงสุดคืนสู่สามัญ... สิ่งที่ง่ายที่สุดสำหรับการปลูกป่าไว้หาเห็ดคือ เมื่อมีต้นไม้ที่มีศักยภาพเพียงพอเราจึงทำเพียงแค่ไปหาเชื้อเห็ดมาเติมก็เท่านั้น ส่วนที่เหลือเพียงรอคอยให้เป็นไปตามเหตุและผล (ที่เห็นในภาพเป็นการเติมเชื้อเห็ดปั่นให้กับต้นเต็ง รัง ที่มีอยู่แล้ว ณ บ้านสวน)





เดินไปเดินมาก็เจอบางสิ่ง อ้าวเฮ้ยเห็ดออกอีกแระ แต่ดอกเดียวนะ  ยิงฟันยิ้ม





ก่อนกลับยังไม่ลืมเก็บภาพริมหน้าผา เพื่อนำมาเทียบกับขวบปีแรกๆที่ซื้อที่บ้านสวน ดูๆไปก็น่าหัวเราะเมื่อใครบางคนพยายามปลูกป่าไว้หาเห็ดแทบตาย แต่ใครบางคนกลับทำลายสิ่งที่ตนมีอยู่แล้ว นั่นคือป่าเห็ด(ที่เห็นในภาพแนวตั้งด้านซ้าย)ที่ผมเคยแอบไปหาเห็ดเมื่อหลายปีก่อน ไม่อาจกล่าวโทษผู้ใดได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะท้ายที่สุดแล้ว เราล้วนเพียงผู้ที่ผ่านมาแล้วก็จากไป... แต่อย่างน้อยผมก็ไม่อยากถูกผู้คนในอนาคตตั้งคำถามว่า "ทำไมไม่ปลูกต้นไม้ไว้ให้พวกเราบ้าง"

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 26, 2015, 09:36:23 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #409 เมื่อ: พฤษภาคม 29, 2015, 09:11:42 PM »

วันสองวันที่ผ่านมาช่วงเย็นหลังเลิกงานผมได้เริ่มขุดคันดินไว้สำหรับขวางทางน้ำในร่องที่รถไถปรับ ณ สวนไกล ส่วนเธอก็มาช่วยเทแกลบดิบสำหรับปกคลุมหน้าดิน ครบ 2 สัปดาห์พอดีนับตั้งแต่ปลูกฝรั่งกับน้อยหน่า แต่ฝนกลับตกลงมาเพียงหนเดียวฟ้าฝนช่างคาดเดาเอาไม่ได้เลย  โกรธ ก็ว่ากันไป... เรากระทำเพียงในส่วนที่ต้องทำที่เหลือก็เป็นเรื่องของธรรมชาติ ส่วนต้นไม้ให้คิดเอาเองก็แล้วกันว่า "อยากมีชีวิตรอดสืบไปหรือไม่ กับแนวทางนี้"



ว่างเมื่อไหร่ก็แวะมา... มาเข้าสวน  ยิงฟันยิ้ม





ผู้ช่วยตัวน้อยก็มาครับผม  ยิ้ม





พระอาทิตย์ดวงเดียวยังร้อนไม่พอหรืออย่างไร... ระหว่างพักเหนื่อยจากงานขุดดินผมเหลียวหน้ามองฟ้าแล้วพบว่ามีดวงตะวันอยู่ 2 ดวง ช่วยผมดูทีว่าผมตายลายไปเองหรือไม่ (แสงจ้าทางขวาคือตะวันดวงที่เราเห็นทุกวัน ส่วนเงาสะท้อนทางด้านซ้ายนั่นไงที่ผมตาฝาดไป  ยิงฟันยิ้ม )

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 29, 2015, 09:55:49 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #410 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2015, 12:06:03 AM »

ฝันยาวนาน วิกาลยุ่งเหยิง



กว่าสมาชิกทุกคนที่ร่วมออกค่ายคราวนั้นจะเดินทางเข้ามาถึงหมู่บ้านดินจนครบ ดวงตะวันก็คล้อยต่ำจนลาลับทิวเขาไปแล้ว เหลือเพียงแสงเรืองรองสะท้อนออกมาจากหมู่เมฆแห่งฤดูฝนที่แต่งแต้มฟากฟ้าไม่ให้ดูว่างเปล่าจนเกินไป ผมและสมาชิกชาวค่ายที่เป็นผู้ชายพากันไปอาบน้ำที่สระขุดไว้แห่งหนึ่งของหมู่บ้าน ส่วนบรรดาหญิงสาวได้รับสิทธิพิเศษให้ใช้ห้องน้ำของอาคารเอนกประสงค์ได้แต่ต้องมีใครสักคนหอบหิ้วน้ำเข้ามาให้ ซึ่งก็ไม่พ้นพวกผู้ชายนั่นเอง หลังจากนั้นก็เป็นการทำอาหารและรับประทานร่วมกันระหว่างชาวบ้านกับชาวค่าย

หมู่บ้านดินเกิดจากการรวมตัวกันของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำแห่งหนึ่งใน จ.ชัยภูมิ เมื่อพวกเขาไม่มีทางเลือกมากนักจึงต้องอพยพย้ายถิ่นฐานมายังพื้นที่ที่อำนาจรัฐจัดสรรให้ ด้วยภาพลักษณ์ที่ดูเหมือนจะงดงามหรือการโฆษณาชวนเชื่ออะไรก็ตามแต่ทำให้ผู้คนภายนอกมองดูว่าเกิดความชอบธรรมแล้วสำหรับพวกที่ได้รับผลกระทบ ทว่าความเป็นจริงที่เกิดขึ้นหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ งบประมาณอันน้อยนิดที่ลงมาถึง พื้นที่กันดารแห้งแล้งเพราะเป็นเขตป่าเสื่อมโทรม ที่ทำกินบางแห่งยังซ้อนทับกับชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงทำให้เกิดปัญหาการกระทบกระทั่งกันบ่อยๆ เรียกได้ว่าเป็นรูปแบบสำเร็จรูปของโครงการเช่นเดียวกันนี้อีกมากมายนับไม่ถ้วนของแผ่นดินไทย

เรื่องทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นผมรับทราบและศึกษาค้นคว้าในภายหลัง ณ ช่วงเวลานั้นผมสนใจเพียงว่าการสร้างบ้านดินนั้นเขาทำกันอย่างไรบ้าง บ้านที่ทำจากดินจริงๆแล้วอาศัยอยู่ได้หรือไม่เพียงเท่านั้นเอง เย็นวันนั้นหลังอาหารค่ำแกนนำค่ายก็ได้ชี้แจงกำหนดการกิจกรรมการออกค่ายคราวนี้ พรุ่งนี้เช้าพวกเราจะต้องเดินสำรวจป่าโดยมีชาวบ้านนำทาง ช่วงบ่ายค่อยมาศึกษาเรียนรู้การทำบ้านดิน ส่วนอีกวันเป็นการพูดคุยเรียนรู้แลกเปลี่ยนเรื่องราวกับชาวบ้านและวันสุดท้ายเป็นการเดินทางกลับ หลังประชุมเสร็จหนุ่มสาวชาวค่ายก็แยกย้ายกันนอนคนละฝั่งของอาคารเอนกประสงค์นั่นเอง ก่อนจะผลอยหลับด้วยความเพลียจากการเดินทางเขาได้หวนคิดถึงย่างก้าวแรกนับตั้งแต่ปากทางเข้าหมู่บ้าน เมื่อจู่ๆก็รู้สึกแปลกประหลาดจนยากจะหาคำอธิบายให้ตนเองได้ มันเกิดขึ้นชั่วขณะหนึ่งหลังจากนั้นก็รีบหลบซ่อนอยู่ในมุมมืดของความรู้สึกนึกคิด จวบจนหลายปีต่อมาหลังจากเข้าไปหมู่บ้านดินมาอีกครั้งซึ่งก็ยังมีความรู้สึกเช่นเดิม เขาจึงเล่าให้รุ่นพี่ผู้หนึ่งฟังถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้น “จะบอกอะไรนะ พี่ก็เคยเข้าไปที่นั่นเหมือนกัน แล้วรู้ไหมความรู้สึกที่เอ็งเล่าให้ฟังน่ะ...”



ระหว่างที่เราลังเลในท่าทีอยู่ ณ หน้าบ้านดินหลังหนึ่งซึ่งดูจากสภาพแวดล้อมภายนอกน่าจะมีผู้คนอาศัยอยู่ หญิงสาวกับเด็กหญิงได้เดินเข้ามาหาเราจากอีกด้านหนึ่ง “มาหาใครคะ” “หวัดดีครับ พวกผมเคยเป็นนักศึกษาที่มาออกค่ายคราวนั้น ตอนที่มีฟ้าผ่าน่ะครับ พี่พอจะจำได้ไหมครับ” เสียงคุณตอบกลับไปพร้อมๆกับที่เราทั้งสองยกมือไหว้สวัสดีเธอ หญิงสาวไม่จำเป็นต้องครุ่นคิดให้นานก่อนตอบกลับด้วยความตื่นเต้น “ตอนฟ้าผ่า จำได้ๆ จำได้สิ แหมตอนนั้นถ้าไม่ได้น้องๆนักศึกษาพวกเราคงแย่กว่านี้ แล้วนี่ไปไงมาไงล่ะถึงได้แวะเข้ามา มาๆๆ กินน้ำกินท่าก่อนค่อยพูดคุยกัน น้องสวัสดีพวกพี่ๆเขาสิ” เสียงเธอบอกกับเด็กหญิงก่อนจะชักชวนพวกเราเข้าไปในบ้านดินของเธอ



เมื่อผมกับคุณได้รับฟังเรื่องราวต่างๆที่เธอเล่าเกี่ยวกับชาวหมู่บ้านดินหลังจากเหตุการณ์คราวนั้นจวบจนถึงห้วงเวลาปัจจุบันที่เรากลับเข้ามาที่แห่งนี้อีกครั้ง เราสองคนได้แต่มองหน้ากันด้วยสีหน้ายากเกินบรรยาย ผมขอกล่าวโดยสรุปก็คือ ผู้คนล้วนเสาะแสวงหาชุมชนในอุดมคติ เมื่อปากต่อปากเล่าขานกันมากขึ้นถึงผู้ที่อพยพเข้ามาจะได้รับการจัดสรรผืนดินทำกิน ไม่ว่ามันจะจริงหรือไม่เมื่อผู้คนมากขึ้นเรื่องราวต่างๆก็มากขึ้น ความขัดแย้งทางแนวความคิดย่อมตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ สภาพความเป็นจริงมักแตกต่างจากสิ่งที่คิดเอาไว้มากนัก จนกระทั่งเมื่อผู้คนทยอยเดินทางออกจากหมู่บ้าน(ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอันใดก็ตามแต่) จึงทำให้หลงเหลือผู้อยู่อาศัยในหมู่บ้านดินแห่งนี้ไม่มากนัก จนถึงทุกวันนี้ผมยังหวนคิดถึงผู้คนที่นั่นอยู่เสมอว่าจะยังมีผู้ใดอาศัยทำมาหากินอยู่สถานที่แห่งนั้นหรือไม่ แล้วเขาเหล่านั้นจะดำเนินชีวิตเช่นไร สุขสบายดีหรือไม่



ผมและคุณนอนค้างในหมู่บ้านดินคืนหนึ่งก่อนจะเดินทางกลับ พี่ชายเจ้าของบ้านดินที่พวกเราอาศัยนอนด้วยในคืนนั้นไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ “ฝันยาวนาน วิกาลยุ่งเหยิง” แต่เขาก็ให้ความสนิทสนมต่อเราไม่ต่างกับพี่สาวคนที่เราเจอเมื่อตอนเข้ามา และดูเหมือนว่าเขายังตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของตนเองอยู่เช่นกันว่าจะเอาอย่างไรต่อ เพราะแฟนสาวของเขาพึ่งคลอดบุตรและอาศัยอยู่กับญาติพี่น้องทางบ้าน คงเป็นการลำบากที่จะนำเด็กทารกมาเลี้ยงดู ณ หมู่บ้านดินแห่งนี้

ในช่วงเดินทางกลับผมกับคุณแทบจะไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากนัก เพราะเราทั้งคู่ต่างตกอยู่ในห้วงแห่งความคิดของตนเอง มีเพียงบางช่วงที่ผ่านสิ่งปลูกสร้างบางอย่างที่ผมพบเห็นระหว่างขามาในช่วงพลบค่ำ พอหนนี้เป็นช่วงเวลาบ่ายๆ สิ่งที่ผมเห็นจึงปรากฏแก่สายตาพอให้ตกตะลึงไปชั่วขณะ ผมเห็นแท่นขุดเจาะน้ำมันเรียงรายกันตลอดช่วงนั้นหลายสิบแห่ง ด้วยวัยขณะนั้นเป็นไปไม่ได้เลยที่ผมจะเข้าใจว่าในแผ่นดินบ้านเกิดเมืองนอนของตนเองจะมีแท่นขุดเจาะน้ำมันเช่นนี้ด้วย คุณได้แต่เพียงส่ายหัวแล้วกล่าวกับผมว่า “มันก็มีของมันมาได้สักระยะแล้ว คุณพึ่งรู้สินะ”



เมื่อเดินทางกลับถึงบ้านของคุณที่ อ.หล่มเก่าก็เป็นเวลาพลบค่ำแล้ว คุณพยายามชักชวนให้เขาหยุดพักผ่อนด้วยในคืนนั้น แล้วพรุ่งนี้เช้าค่อยเดินทางกลับน่าจะดีกว่า แต่เขาตอบปฏิเสธทว่ายังยอมอยู่กินข้าวเย็นร่วมกับครอบครัวของคุณจากนั้นจึงเดินทางกลับเพียงลำพัง เป็นคืนที่พระจันทร์เต็มดวงส่องสว่างเป็นเพื่อนร่วมทางแก่เขา เมื่อขับขี่มอเตอร์ไซด์ถึงที่พักโดยสวัสดิภาพเขาแทบจะล้มตัวลงนอนในทันที ค่ำคืนนั้นเองที่ความฝันได้นำพาเขาไปยังสถานที่ที่ไม่เคยไป เจอะเจอผู้คนที่ไม่เคยพบเห็น ประสบเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง ก่อนที่จะตื่นขึ้นมาแล้วหลงลืมมันไปราวกับหยดน้ำที่ค่อยๆซึมลงผืนทราย


โปรดติดตามตอนต่อไป โบกรถออกค่าย (บทส่งท้าย_บนเส้นทางกลางแสงจันทร์)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 30, 2015, 12:19:13 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #411 เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2015, 07:57:31 PM »

วันหยุด 3 วันแต่ผมเองต้องทำงานเสีย 2 วัน งานสวนจึงไม่ค่อยขยับไปไหนมาไหน โชคดีที่ยังมีตัวละครลับมาช่วยแบ่งเบาภาระงานสวนหลายๆอย่าง ไม่เช่นนั้นแล้ว สวนไกลปีนี้เราคงไม่เสี่ยงปลูกต้นไม้กันมากนัก วันนี้ช่วงเย็นผมจึงได้มีโอกาสไปสวนไกลขุดคันดินเพิ่มเติมแต่ก็ได้เพียงร่องเดียวเพราะอุปกรณ์ไม่เอื้ออำนวย นั่นคือหัวจอบหลุดนั่นเอง(ขนาดมีตั้ง 2 อันนะเนี่ย) พรุ่งนี้ได้หยุด 1 วันจึงต้องรีบซ่อมจอบแต่เช้าเผื่อจะได้เข้าสวนไปขยายกล้วยน้ำว้าปลูกเพิ่มเติม ตั้งเป้าเอาไว้ 200 หน่อจากสวนเรานั่นเอง แต่ยังไม่รู้ว่าจะทำได้ตามเป้าหรือไม่ก็ว่ากันไปครับผม ขอให้มีความสุขกับการปลูกต้นไม้นะครับ  ยิ้ม ยิ้ม



เคยมีใครบางคนกล่าวเอาไว้ว่า "เราคือสิ่งที่เรากิน" ผมเข้าใจเอาเองว่าหมายถึงหากเราเลือกในคุณภาพของอาหารการกินก็จะทำให้สุขภาพของเราสมบูรณ์แข็งแรงนั่นเอง จึงเป็นที่มาของการไม่ให้อาหารปลามากนัก เพราะผมไม่แน่ใจว่าในอาหารปลาที่ไปซื้อๆมามันประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ปลาที่สวนจึงต้องอยู่ตามมีตามเกิด "กินใบปอสาไปนะพวก"  ยิงฟันยิ้ม





เย็นวันนี้ผมขุดคันดินเพิ่มได้เพียง 1 ร่องเพราะจอบไม่สนองตอบต่อความต้องการ เวลาว่างที่เหลือก่อนค่ำจึงเก็บใบปอสาแถบๆนั้นให้ปลากินซะเลย





"สะพานก้อนเมฆ" เนื่องด้วยกล้องมือถือด้อยคุณภาพจึงเก็บมาได้ส่วนหนึ่ง ภาพเต็มๆที่เห็นในเย็นนี้คือทิวเมฆเรียงตัวกันเป็นแนวโค้งราวกับสะพานทอดจากทิศตะวันตกไปยังทิศตะวันออกครับผม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 31, 2015, 07:59:27 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #412 เมื่อ: มิถุนายน 01, 2015, 08:15:12 PM »

ดูเหมือนว่าโครงการขยายกล้วยให้ได้สัก 200 หน่อจะเป็นงานที่ยากพอดูทีเดียว  โกรธ ขนาดวันนี้ผมกับตัวละครลับไปช่วยกันขุดหน่อกล้วยครึ่งวันยังได้ไม่ถึง 20 หน่อ  ยิงฟันยิ้ม ก็ว่ากันไปได้เท่าไหร่ก็เอาเท่านั้น ฝนไม่ตกมาเป็นสัปดาห์แล้วทำให้ต้นไม้ที่ปลูกไว้คือต้นน้อยหน่ากับต้นฝรั่งเหี่ยวเฉาเสียหลายต้น ฟ้าฝนช่างคาดเดาเอาไม่ได้เอาเสียเลยถือเสียว่าเป็นการคัดสรรจากธรรมชาติก็แล้วกัน ส่วนต้นตะขบที่ปลูกไว้ก็มีตายบ้างแต่ต้นที่รอดยังดูสดชื่นอยู่พอให้คนปลูกมีกำลังใจในการปลูกต้นไม้ต่อไปครับผม  ยิ้ม



4 โมงเย็นก็แล้ว 5 โมงเย็นก็ตาม ดูเหมือนว่าแดดที่ทอแสงจะไม่ยอมอ่อนล้าไปโดยง่าย เมื่อได้ขุดแยกหน่อกล้วยมาแล้วผมจึงต้องมาปลูกให้แล้วเสร็จในเย็นวันนี้





เรานำหน่อกล้วยมาปลูกในแปลงน้อยหน่า-ฝรั่งโดยคาดหวังว่ามันจะช่วยพรางแสงแดดให้บ้างเมื่อกล้วยโต





เช้าวันนี้มีรุ่นน้องที่ทำงานผู้หนึ่งเก็บเห็ดมาฝาก ว่าแต่ว่าทำไมไม่เอาแบบที่มันกินได้มาฝากกันนะ  ยิงฟันยิ้ม ผมจึงปั่นแล้วนำมาเติมเชื้อให้ต้นไม้ได้หลายต้นเลยในรอบนี้





ต้นรังน้องใหม่ที่ปลูกเพิ่มเติมในปีนี้





และแล้ว สภาพป่าเห็ดแห่งสวนไกลก็กลับคืนสู่สภาวะปรกติอีกครั้ง นั่นก็คือ "รกหญ้าท่วมหัว" นั่นเอง  ยิงฟันยิ้ม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 01, 2015, 08:19:51 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
walaijaifarm
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1072



« ตอบ #413 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2015, 12:57:32 PM »

ยอดเยี่ยมมากเลยครับ



nomadic_man ขอบคุณครับผม  ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 04, 2015, 08:17:35 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #414 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2015, 08:36:34 PM »

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าสภาพที่ฝนตกแบบวันเว้นวันช่วงต้นเดือนพฤษภาคมอาจจะเป็นเพียงภาพมายาของฤดูฝนปีนี้  โกรธ ผมคิดว่าคงต้องเจอกับความร้อนแล้งอีกแล้วในปีนี้เพราะต้นไม้ที่ปลูกไว้เหี่ยวเฉามากเมื่อไปเดินดู บางต้นถึงกับใบไหม้หมดทุกใบก่อนจะแห้งเหี่ยวตายไปอย่างช้าๆกลางความร้อนระอุของแสงแดด แต่ถึงกระนั้นผมก็ยังคิดว่าตัดสินใจถูกต้องแล้ว(มั๊ง  ยิงฟันยิ้ม )สำหรับการปลูกต้นไม้ไปแล้วหลายร้อยต้นในฤดูกาลนี้(ทั้งปลูกเองทั้งจ้างวานให้ญาติๆของเธอมาช่วย 1 วัน) เพราะหากไม่ปลูกแล้วยังไม่รู้เลยว่าฝนจะตกลงมาอีกตอนไหนถึงจะชุ่มชื้นพอปลูกต้นไม้ได้เหมือนช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา สู้กันต่อไปครับผมสำหรับ "นักปลูกต้นไม้แห่งดาวโลก"



ผมไม่ได้มาสวนไกลตั้งแต่วันจันทร์ เย็นวันนี้จึงรีบมาส่องดูที่สระน้ำพบว่าใบปอสาที่นำมาให้ปลากินหายหมดเกลี้ยงแล้ว วันนี้จึงจัดให้อีกชุดครับผม  ยิงฟันยิ้ม





ไม่ต้องไปหาที่ไหนไกลเพราะมันขึ้นอยู่บริเวณรอบๆที่ของเรานั่นเอง ว่าแล้วก็ฟันกิ่งลงมาซะเลยเหลือต้นเอาไว้เดี๋ยวมันก็แตกยอดขึ้นมาใหม่เองครับ





เทใบปอสาลงสระสักพักก็ได้ยินเสียง "จ๋อมแจ๋มๆ" บรรดาปลาทั้งหลายเริ่มพากันมากินอาหารที่คัดสรรมาอย่างดีด้านความสดใหม่และปลอดสาร(ว่าไปนั่น  ยิงฟันยิ้ม )





ถึงผมจะไม่ค่อยได้เข้ามาสวนบ่อยนักแต่ "ตัวละครลับ" มาเกือบทุกวันจึงช่วยแบ่งเบางานต่างๆของผมได้เยอะพอสมควรเลยครับผม  อายจัง





ถึงจะทำไม่ได้ทั้งหมดตามที่ใจผมต้องการ ถึงจะมีขัดแย้งกันบ้างในแนวความคิดและการปฏิบัติ ขนาดบางอย่างทำให้เห็นแท้ๆแกยังสามารถกระทำไปได้ในรูปแบบอื่นเลย ถึงยังไงก็ตามแต่ปฏิเสธเลยไม่ได้ว่าหากปีนี้ไม่ได้แกมาช่วยแล้ว งานสวนคงไม่มาไกลถึงเพียงนี้ครับผม  ยิ้ม





เพราะมัวแต่เก็บใบปอสามาให้ปลากินจึงเหลือเวลาไม่มากนักสำหรับเย็นวันนี้(จริงแล้วไม่ต้องบอกก็พอจะเดาได้ว่าหากวันไหนผมออกมาสวนเพียงลำพังปริมาณงานที่กระทำได้จะเป็นเช่นไร  ยิงฟันยิ้ม ) จึงทำเพียงขนกระสอบแกลบดิบไปไว้ตามจุดต่างๆเพื่อเตรียมเทคลุมหน้าดินให้แปลงที่ปลูกน้อยหน่า-ฝรั่ง ครับผม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 04, 2015, 08:58:01 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
Tawandin
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 259


« ตอบ #415 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2015, 10:11:24 AM »

รอชม มหกรรม...โรงงานผลิตปุ๋ย และรถไถ (รากไถ)ตากบของน้องเม็ดทราย สี่ร้อยต้นอยู่เด้อ   เจ๋ง


ถึงผมจะไม่ค่อยได้เข้ามาสวนบ่อยนักแต่ "ตัวละครลับ" มาเกือบทุกวันจึงช่วยแบ่งเบางานต่างๆของผมได้เยอะพอสมควรเลยครับผม  อายจัง





สะออนมืออาชีพลงกล้วยเป็นร้อย ตากบหลายร้อย ต้นไม้หลายๆร้อยคัก  อายจัง  อายจัง  อายจัง



ป้ามีกล้วยน้ำว้าสมปรารถนากอเดียว ปลื้มมมหมุนกล้องรอบกอเชียว  ยิงฟันยิ้ม
ป่าตะขบรวมทั้งสามสวน ก็แค่สี่สิบกว่าต้น แต่ปลื้มหลาย บันทึกคลิปมากมาย คงทำหนังได้เป็นชั่วโมง  ยิ้มกว้างๆ  ยิ้มกว้างๆ

ปูเสื่อรอชมมืออาชีพยาว ขนาดนานๆได้ลงพื้นที่เต็มๆวันนะนั่น  อายจัง  อายจัง  อายจัง
 



nomadic_man คงไม่ถึงกับมืออาชีพหรอกครับพี่ เพราะต้นไม้ที่ปลูกไว้ก็ตายไปเยอะพอสมควรครับแค่อาศัยปลูกมากๆเข้าไว้  ยิงฟันยิ้ม ก็ตั้งเป้าว่าที่สวนไกลจะปลูกตะขบให้ได้ 400 ต้นลงมือรอบแรกผ่านไปก็ตายเยอะพอสมควร ตอนนี้รอฝนลงมาใหม่ค่อยทยอยนำไปปลูกทดแทนเอาครับผม  ยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 13, 2015, 08:06:44 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 [26] 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 ... 39   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: