หน้า: 1 ... 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 [21] 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 ... 39   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันสุดท้าย สุดทางฝัน  (อ่าน 295467 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
nopmtp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2136


« ตอบ #320 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2014, 09:31:19 PM »

เป็นการยากที่จะทำใจยอมรับได้กับความรกของวัชพืช เมื่อผู้คนส่วนใหญ่ถูกปลูกฝัง(อย่างน้อยก็ถูกทำให้เชื่อเช่นนั้น)ว่าพืชใดๆก็ตามแต่ที่เราไม่ได้ปลูก เมื่อมางอกเงยในบริเวณที่เราปลูกพืชแล้วย่อมคือวัชพืชและต้องถูกจำกัด หลายต่อหลายคนเริ่มสงสัย บางคนเริ่มลังเลและผมเองก็ไม่แน่ใจนักว่าสิ่งที่ผมเชื่อมันจะเป็นไปในทิศทางไหน เมื่อโดนสอบถามบ่อยครั้งเข้าผมก็วางท่าทีไม่ถูกกับคำถามที่ว่า "สวนทำไมรกจัง"

เมื่อสิ่งที่เราเห็นไม่เป็นไปตามที่ต้องการเราจึงต้องกระทำบางอย่าง เมื่อมีการกระทำที่ไม่จำเป็นครั้งแรก ย่อมมีครั้งต่อๆไปตามมา เมื่อความรกเรื้อของพืชที่ไม่พึงประสงค์ซึ่งงอกเงยอย่างเงียบๆ ไม่แม้แต่จะเรียกร้องสิ่งใดเกิดขัดหูขัดตาเข้า จึงต้องมีการจัดการซึ่งแล้วแต่วิถีที่ผู้คนเลือก ตัดบ้าง ถางบ้าง ใช้สารเคมีบ้าง ตามแต่สะดวก จนหลงลืมไปว่าสิ่งที่เรากระทำนั้นแท้ที่จริงแล้วจำเป็นเพียงใด

หากเป็นเมื่อก่อนผมเองคงไม่ต่างกันสักเท่าใดนักถ้าเจอสภาพสวนที่รกเช่นนี้ ต้องรีบจัดการทันทีไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง สภาพของสวนไกล ณ ปัจจุบันแทบจะดูไม่ได้เลยในสายตาผู้อื่น "ซื้อที่ซื้อทางก็ใช้เงินแล้วทำไมไม่ทำให้มันงอกเงยปล่อยให้รกอยู่ได้" "ทำไมไม่ปลูกข้าวโพดล่ะ" "ไถอีกรอบพ่นยาแล้วปลูกถั่วคงดี" อื่นๆอีกมากมาย... ผมทำใจไว้แต่แรกว่าหนทางสายนี้ไม่ได้ดำเนินโดยง่าย ยากยิ่งกว่ากับการจะอธิบายให้ใครๆเข้าใจ จึงเป็นการดีที่สุดกับการเงียบเข้าไว้และปฏิเสธวิถีที่ผู้อื่นแนะนำ

ทุกสิ่งทุกอย่างมันมีที่มา เหตุของความรกสืบเนื่องมาจากการไถเมื่อมีการไถพรวนหน้าดินก็เปรียบเสมือนการส่งนำให้เมล็ดพืชประจำถิ่นได้กลบฝังลงดินพร้อมงอกเงยเมื่อได้รับความชื้นที่เหมาะสม พวกมันหาได้มีความผิดอันใดไม่หากแต่ดำเนินไปตามปรกติอย่างเรียบง่าย เกิด เติบโต สืบพันธุ์ ตายดับ ซึ่งไม่ต่างอะไรกับพวกเราเลย พวกมันก็แค่ดำรงเผ่าพันธุ์แค่นั้น

หากเปิดใจบ้างเราจะพบว่าคำพูดของกลุ่ม permaculture ที่ว่า "วัชพืชคือทรัพยากรที่ยังไม่ถูกใช้" ฟังดูก็ไม่เลวนักถึงมันจะทำให้ต้นไม้ที่เราปลูกต้องตายดับไปบ้าง(เพราะถูกกดทับอยู่ในดงวัชพืช) ถือเสียว่าเป็นการคัดสรรจากธรรมชาติอย่างแท้จริง นั่นจึงเป็นที่มาของการตัดหญ้าในแปลงปลูกป่าทั้งๆที่กะเอาไว้ว่าปีนี้จะไม่กระทำอันใดอีกแล้วในส่วนนี้ แต่ก็ยังไม่อาจละใจได้เนื่องจากหากปล่อยไว้ต้นไม้ที่ปลูกคงสูญเปล่า

ท้ายที่สุดแล้วอาจต้องใช้การจ้างวานเข้าช่วยเมื่อติดข้อจำกัดหลายๆด้าน แต่สองวันที่ผ่านมาเราก็ได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วกับการกอบกู้ต้นไม้ป่าเห็ดที่ปลูกในปีนี้ ตายไปก็หลายต้นทั้งตายเองทั้งโดนตัด  โกรธ ค่อยๆปลูกซ่อมกันไปเพราะกล้าไม้รอปลูกยังมีอีกเยอะ...



ใครมองเห็นอะไรในภาพนี้บ้างนอกจากความรก รก แล้วก็รกของเหล่าวัชพืช ส่วนผม มองเห็น... ปุ๋ยที่ยังไม่ถูกนำมาใช้ ครับผม  ยิงฟันยิ้ม

สภาพป่าเห็ดที่กลายเป็นป่าจริงๆแล้ว ป่าวัชพืช จนมีคนแซวว่าไม่ต้องปลูกแล้วป่าน่ะ  ยิงฟันยิ้ม

แอบเก็บภาพสวนกล้วยของคุณตาที่ข้างๆกันได้รับการดูแลอย่างดีจนมีสภาพอย่างที่เห็น เมื่อไหร่สวนไกลเราจะเป็นอย่างนี้มั่งน้อ  ยิงฟันยิ้ม


     สวัสดีครับ   ขอแชร์เรื่องตัดหญ้าจักเล็กน้อยครับ
หญ้าถ้าเราเวลาน้อยละก็    เราเน้นตัดรอบๆโคนต้นไม้ก่อนก็ได้ครับ
เพื่อให้ต้นไม้ได้หายใจบ้าง   ไม่รกจนเกินไปครับ
    พอรอบหน้าเรามีเวลาก็มาจัดการกับที่เหลือ   ก็จะทำให้สวนเราไม่รก
มากจนเกินไป   เพราะถ้าเราตัดไม่ทันนานๆเข้า    หญ้าต้นจะแก่มาก
จะกินแรงเครืองและเปลืองน้ำมันอีกนะครับ   ลองดูครับ  ผมก็ทำแบบนี้เช่นกัน
พอกล้อมแกล้มไปได้สำหรับฤดูฝนครับ



nomadic_man ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับผม จริงๆแล้วผมก็อยากทำอย่างที่ คุณ nopmtp ว่า เพียงแต่มันติดอยู่เรื่องเดียวคือพอได้จับเครื่องตัดหญ้าแล้วผมมักโดนวิญญาณฆาตกรโรคจิตจอบสับจอมตัดมันเข้าสิงครับ  รูดซิบปาก  ไอ้ตอนไม่จับก็เฉยๆ ปล่อยไว้ให้รกได้เท่าไหร่ยิ่งดี แต่พอได้จับเครื่องแล้วมันพาลอยากตัดเสียให้เหี้ยน ขนาดตอนตัดได้สักระยะ(เริ่มเมื่อยล้า)หางตาเหลือบเห็นอะไรรกหูรกตาเป็นป่ายใบมีดทันที ผลที่ได้คือต้นไม้ที่ปลูกเองกับมือปลิวลอยละล่องเหลือเพียงตอเท่านั้น  โกรธ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 30, 2014, 11:59:51 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า

Nudcharaporn
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 316


« ตอบ #321 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2014, 09:38:05 PM »

อยู่จังหวัดไหนค่ะเนี้ย...บรรยากาศน่าหลงไหลมากเลย..^^ เจ๋ง



nomadic_man บ้านสวนน้องเม็ดทรายอยู่ "เหนือสุดอีสานคือเมือง ด่านซ้าย" ว่างๆก็แวะมาเที่ยวชมงานผีตาโขนนะครับ  ยิ้มเท่ห์ 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 16, 2014, 09:52:19 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
วิภาค หนูคง
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 450


« ตอบ #322 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2014, 08:35:10 AM »


  บรรยากาศดีมากๆครับ เขียวไปทั้งท้องทุ่ง



nomadic_man ใช่ครับเขียวไปทั้งท้องทุ่ง แต่ที่สวนผมเขียวจนมองไม่เห็นต้นไม้ที่ปลูกไว้เลยครับ  ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 18, 2014, 08:54:09 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 754


« ตอบ #323 เมื่อ: สิงหาคม 18, 2014, 10:10:50 PM »

เช้าวันที่แจ่มใส

เมื่อขนต้นไม้สำหรับปลูกซ่อมป่าเห็ดเที่ยวสุดท้ายแล้วเสร็จ ผมจึงหลบไอแดดอันแรงกล้าเข้าไปพักในร่มไม้ริมคลองเหมืองที่ติดกับแนวเขตด้านบนของสวนไกล ดื่มน้ำอย่างกระหายหมดไปสองแก้วเต็มๆ เมื่อลมหายใจกลับสู่ภาวะปรกติเสียงน้ำไหลจากคลองเหมืองก็แว่วเข้าหู ท่วงทำนองง่ายๆชวนเคลิบเคลิ้มหากมีเปลผูกนอนคงจะสบายมิใช่น้อย ทั้งๆที่หลายวันก่อนผมยังก่นด่ากับตนเองในใจอยู่เลย "มันจะรกอะไรกันนักหนาว่ะเนี่ย"

ความแสนสาหัสอันเหลือทนของการตัดหญ้าให้ป่าเห็ดที่ปลูกเอาไว้คือ เราไม่อาจทราบได้เลยว่าต้นไม้จะอยู่หนแห่งใด เพราะระยะห่างของการปลูกมีตั้งแต่ 2 เมตร เมตรครึ่งหรือ 1 เมตร เรียกได้ว่าเป็นการปลูกด้วยระยะห่างตามใจฉันของคน 3 คนในวันนั้น เมื่อหญ้าหนามและเครือวัชพืชปกคลุมไปทั่วทุกพื้นที่วิธีลดความสูญเสียของต้นไม้คือต้องถางหาต้นไม้แต่ละต้นเสียก่อน ต้องขอบคุณเธอและยายน้องเม็ดทรายที่มาช่วยแบ่งเบาภาระในส่วนนี้

ใช้เวลาหลายวันกับการตัดหญ้าทำให้ผมพบว่า ต้นไม้ที่ปลูกเอาไว้มีชีวิตรอดพอสมควรแต่พวกที่ต้องมาตายดับด้วยคมมีดถาก คมจอบและเครื่องตัดหญ้ากลับมากกว่าพวกที่ตายไปก่อนหน้าเสียอีก อย่างน้อยหากไม่กระทำอันใดเลยพวกที่สมควรรอดอาจไม่ยืนหยัดผ่านพ้นฤดูฝนปีนี้ไปได้ จึงเป็นที่มาของการนำต้นไม้มาปลูกซ่อมในพื้นที่ส่วนนี้ ความหวังของเราป่าเห็ดแห่งอนาคต

เป็นเช้าที่ท้องฟ้าแจ่มใสทั้งๆที่เมื่อวานฝนยังตกครึ่งค่อนวัน ผมตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเตรียมตัวเข้าป่าเห็ดทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าวันนี้ต้องเอาต้นไม้ไปปลูกซ่อมพวกที่ตายของป่าเห็ดแห่งสวนไกล เมื่อตัดสินใจเช่นนี้เป็นอันแน่ชัดได้เลยว่าผมคงต้องปลูกต้นไม้กลางแดดอีกแล้ว และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ กว่าจะกลับจากป่าเห็ดก็ล่วงเข้าช่วงสาย กว่าจะกินข้าว ขนต้นไม้, อุปกรณ์ขึ้นรถ กว่าจะขนต้นไม้, อุปกรณ์ลงจากรถไปยังพื้นที่ กว่าจะเริ่มลงมือขุดหลุม ลงมือปลูกต้นไม้ต้นแรกก็ล่วงเข้าเวลาบ่ายโมงของวัน ถึงกระนั้นก็ตามแต่ผมมิได้อยู่เพียงลำพัง

รุ่นพี่ที่ซื้อที่ร่วมกันก็เข้ามาพัฒนาสวน เจ้าของที่ข้างๆก็มาพ่นยาฆ่าหญ้าในไร่ข้าวโพด ถัดไปชาวบ้านอีกกลุ่มกำลังดำนาที่ได้รับน้ำจากคลองเหมืองซึ่งไหลผ่านสวนไกล และคุณตาที่ข้างเคียงอีกแปลงกำลังขมักเขม้นอยู่กับการทำร่มเงาให้ต้นทุเรียนที่แกนำมาปลูกแซมสวนกล้วยน้ำว้า ความรู้สึกที่คล้ายคนบ้ามาปลูกต้นไม้กลางแดดจึงค่อยๆเลือนหายไป ผมจึงมีความสุขอยู่กับการขุดหลุม ปลูกต้นไม้ พักเหนื่อยฟังเสียงวิทยุสลับกับเสียงน้ำไหล แย้มยิ้มให้กับป่าบนภูเขาอีกด้านที่ผมขึ้นไปเก็บเห็ดเมื่อเช้า วาดฝันว่าสักวันอาจมีภาพเช่นนั้นเกิดขั้นกับบริเวณนี้ก็ได้

นี่เป็นครั้งแรกของปีนี้กับการเก็บเห็ดในป่าถิ่นประจำ(ผมหมายถึงป่าเห็ดหลักที่เซียนเคยพาหาอยู่หากินตลอดหลายปีที่ผ่านมา) รู้สึกราวกับพบเพื่อนเก่าก็มิปาน ผมดีใจมากที่สภาพป่าค่อยๆฟื้นฟูตนเองทีละน้อยๆ ต้นไม้โตขึ้นมากในบางบริเวณอย่างเห็นได้ชัด และก็ต้องผิดหวังเล็กน้อยเมื่อเห็ดยังไม่ออกนักแต่ก็เป็นไปตามคาดจากข่าวที่สืบมาแล้วจากบรรดาเซียนๆเจ้าถิ่นทั้งหลาย คงเป็นเพราะเมื่อวานหลังจากหาได้เห็ดพอแกงในบริเวณป่าเห็ดอีกแหล่ง หนำซ้ำตอนเย็นขณะตัดหญ้าซ้ำที่สวนล่างรุ่นพี่เซียนเห็ดได้แวะมาหาพร้อมกับอวดเห็ดครึ่งตะกร้าจากป่าเห็ดอีกแหล่ง(คนละที่กัน) สิ่งที่ทำให้ผมตาเป็นประกายคือ "เห็ดผึ้ง" มันเป็นเห็ดผึ้งชนิดเดียวกับที่เคยหาได้เป็นประจำในป่าหากิน และผมยกให้เป็นอันดับหนึ่งของแกงเห็ดที่เคยกินอย่างเป็นเอกฉันท์ 1 ต่อ 0 เสียง

ทั้งที่เห็ดชนิดอื่นๆยังไม่ออกแต่ผมก็ยังเดินอย่างมีความหวัง เพราะตรงลานจอดรถบริเวณแรกที่เห็ดผึ้งชนิดนี้เคยออกผมเก็บได้ประปราย เดินมุ่งหน้าไปสู่พื้นที่หลักที่เคยเก็บเห็ดผึ้งชนิดนี้ได้เต็มตะกร้าเมื่อหลายปีก่อน พื้นที่บริเวณนั้นไม่น่าจะเกิน 2 งานแต่เห็ดที่ออกหนาแน่นมาก ซึ่งก็คือบริเวณที่ผมเข้ามานำดินออกไปขยายหัวเชื้อเห็ดนั่นเอง ถึงจะเก็บเห็ดผึ้งได้ไม่มากดั่งฝันเฟื่องแต่ก็พอที่จะทำให้ผมตัดสินใจหันหลังกลับไม่สำรวจพื้นที่ต่อเพราะยังมีภารกิจปลูกต้นไม้ซ่อมรออยู่ จึงปล่อยให้เซียนเห็ดที่กำลังทยอยเข้ามาอย่างไม่ขาดสายค้นหาเก็บเห็ดด้วยความหวัง มิใช่สิ่งนี้หรือที่ผลักดันให้ทุกชีวิตดำเนินสืบไป...


"รุ่งเช้าวันหนึ่งแจ่มใส เธอพาดวงใจของเธอก้าวมา" เข้าป่ามาหาเห็ด  ยิงฟันยิ้ม




"มาตามสัญญา มาตามหัวใจเรียกหา" เมื่อมีความหวังย่อมมีโอกาสประสบกับความสำเร็จ




ข้อดีของเห็ดตระกูล "เห็ดผึ้ง" คืออยู่กันเป็นกลุ่มๆรอบๆต้นไม้ mycorrhiza ที่มันประจำการ ในภาพกลุ่มนี้อยู่รอบๆโคนต้นพะยอม




"พ่อจ๋าๆ น้องขอเห็ดดอกเล็กๆไปเล่นหน่อยนะ" "จ๊ะลูก" "อย่าเอาไปเยอะล่ะ พ่อหามาด้วยเหน็ดเหนื่อย" ประโยคหลังผมกล่าวในใจ  ยิงฟันยิ้ม




"ได้แต่ฝันหวานได้แต่เพ้อไปว่าหัวใจแอบรักใครคนหนึ่ง" พื้นที่ป่าเห็ดแห่งสวนไกลถูกกอบกู้จากกกองกำลังพืชประจำถิ่นได้อย่างสาหัส ทำให้ต้องเกณฑ์หน่วยใหม่เข้าประจำการร่วมครึ่งร้อยในผลัดนี้(ยางนา ยางเหียง ยางกราด ยางแดง) ติดอาวุธชีวภาพ(เชื้อเห็ดปั่น)พร้อมสรรพ  ยิงฟันยิ้ม



ในขณะเดียวกันกล้วยน้ำว้า 3 กองร้อยกำลังเผชิญกับสภาวะวิกฤตอย่างหนักหน่วง ส่งสัญญาณรหัสลับมาอย่างต่อเนื่อง "ซ่อยข่อยแหน่ๆ"  ยิงฟันยิ้ม ถึงกระนั้นกองบัญชาการยังทำเมินเฉย ขนาดโดนหนอนเจาะลำต้นโจมตียังทะลึ่งงอกมาได้ หญ้าท่วมแค่นี้อดทนอีกนิดนึงนะจ๊ะ




สภาพฐานบัญชาการเคลื่อนที่กำลังจอดพัก เนื่องจากสับสนมึนงงหลงทางอยู่ในสวนของตนเอง  โกรธ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 18, 2015, 10:58:48 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
darin
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 503


« ตอบ #324 เมื่อ: สิงหาคม 21, 2014, 06:27:15 AM »

อยากกินแกงเห็ดผึ้งงงงงงง่ะ เห็ดผึ้งเป็นเห็ดที่ดาชอบอันดับ 1 เลยค่ะ
ได้บรรยากาศดีนะ ทำงานไปด้วยฟังวิทยุไปด้วย โดยเฉพาะตอนเกี่ยวข้าวแล้วฟังเพลงจินตราเข้ากันนนเข้ากัน



nomadic_man ตอนเด็กๆเห็นพวกผู้ใหญ่ฟังวิทยุกันอย่างมีความสุข ผมยังคิดอยู่เลยว่ามันสุขสนุกตรงไหนฟังกันอยู่ได้ พอโตขึ้นและต้องออกมาทำสวนเพียงลำพังหรือยามขับรถจึงได้พบว่า วิทยุคือเพื่อนคลายเหงาได้ดีทีเดียว ครับผม  ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 23, 2014, 07:10:24 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 754


« ตอบ #325 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2014, 07:58:50 PM »

วันนี้มีเวลาว่างครึ่งวันผมจึงไปตัดหญ้าที่สวนไกลในส่วนของป่ากล้วยกับบริเวณรอบๆสระน้ำ โชคดีที่ได้คู่เขยมาช่วย(แฟนน้องสาวแม่น้องเม็ดทราย) จริงๆแล้วต้องบอกว่าผมเป็นคนมาช่วยเขามากกว่าถึงจะถูก  ยิงฟันยิ้ม ต้นกล้วยน้ำว้าที่คิดว่าตายก็งอกขึ้นมาพอสมควร คงต้องรอดูกันต่อไปว่าจะมีโรคตายพรายหรือหนอนเจาะลำต้นติดต่ออยู่หรือไม่  โกรธ ทำให้พื้นที่เป้าหมายสำหรับตัดหญ้าปีนี้ ณ สวนไกลคือพื้นที่ป่าเห็ดกับป่ากล้วยแล้วเสร็จลงด้วยดีในรอบแรกโดยที่ยังไม่ต้องมีการจ้างวาน แต่อีกรอบกะว่าจะตัดช่วงที่หญ้าหนามกำลังเป็นดอกเพื่อลดอัตราการเป็นเมล็ดในปีหน้าให้น้อยลงในพื้นที่ 1/3 อาจจะต้องใช้การจ้างแรงงานเข้ามาช่วย



พื้นที่รอบสระน้ำดูโล่งตาขึ้นเยอะหลังตัดหญ้าเสร็จ  ยิงฟันยิ้ม  มองเห็นลิบตาคือป่าเห็ดที่ผมมาตัดหญ้าไว้ตั้งแต่สัปดาห์ก่อนๆ





พื้นที่ป่ากล้วยที่คู่เขยตัดอยู่ครึ่งค่อนวันเนื่องจากหญ้าหนามกับเครือเถาถั่ววัชพืชปกคลุมอย่างหนาแน่น





ผลไม้ที่ได้กินผลอยู่ตลอดของบ้านสวนมีอยู่ 2 ชนิดคือตะขบกับเชอรี่ ขนาดพึ่งปลูกปีที่แล้วเอง  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม





น้องเม็ดทรายบอกว่า "แซ่บผุดๆ" ลูกแดงๆไม่ค่อยกินกลับกินลูกสีเขียวๆซะงั้น

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 08:19:23 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 754


« ตอบ #326 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2014, 05:43:58 PM »

เย็นวันว่างๆแบบสบายๆเมื่อต้องดูแลน้องเม็ดทราย จึงไม่ทำอะไรมากไปเดินเล่นกันที่บ้านสวนเพื่อที่จะสอดส่องดูว่าพอจะหาสิ่งอันใดมาทำกับข้าวแลงได้หรือไม่ ไม่ผิดหวังเมื่อไผ่รวกหวานแทงหน่อออกมามากทีเดียวทั้งๆที่ฝนปีนี้ตกไม่มากนัก จึงเป็นปีแรกที่ได้นำหน่อไม้จากกอไผ่รวกหวาน 3 กอมากิน จากนั้นเดินเล่นไปมาบริเวณที่เห็ดเคยออก โชคดีเก็บมาได้ 4-5 ดอก น้องเม็ดทรายเก็บเองครับผม


เก็บมาพอกิน 6 หน่อ พวกที่เหลืออีกเป็น 10 ปล่อยไว้ก่อนให้ได้ขนาดค่อยมาเก็บใหม่ ไม่ต้องกลัวใครจะแย่ง(หากไม่โดนเพลี้ยกระสอบก่อนนะ   โกรธ ) ส่วนหวานจริงไม่หวานจริงมีผู้เชี่ยวชาญมาช่วยตรวจสอบแล้ว "พ่อๆ น้องกินหน่อไม้ดิบได้ด้วย" "เหรอจ๊ะ ไหนเอามาให้พ่อชิมมั่งสิ"  ยิงฟันยิ้ม




"น้องๆ ยิ้มหน่อย ยิ้มสวยๆ ไม่ๆ แบบนี้ไม่เอา... เอ้า งั้นก็ได้ เอายังไงก็ได้จ๊ะลูก" แชะ... เก็บภาพเซียนเห็ดในอนาคตครับผม  ยิ้ม





ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ไม่เลวนักของเซียนเห็ดในอนาคต  ยิงฟันยิ้ม ว่าแล้วเย็นนี้ก็ต้มใส่ซีอิ้วให้กินเองเลย

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 08:20:14 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 754


« ตอบ #327 เมื่อ: สิงหาคม 27, 2014, 08:24:56 PM »

หลังจากฝนตกติดต่อกันหลายวันในพื้นที่ อ.ด่านซ้าย ทำให้เห็ดป่าออกเยอะพอสมควรแต่ผมไม่ได้มีโอกาสไปหามากนักเนื่องจากภารกิจหลายๆด้าน เย็นวันนี้พอจะหาเวลาได้จึงไปเที่ยวป่าเห็ดบริเวณใกล้ๆ สภาพป่าลื่นพอสมควรจึงต้องค่อยๆเดินอย่างระมัดระวัง โชคดียังพอได้เห็ดออกมากินบ้างถึงแม้จะพบเห็นร่องรอยบรรดาเซียนที่เข้าป่าหาเห็ดก่อนหน้านี้ทิ้งเอาไว้  ยิงฟันยิ้ม เห็นสภาพป่าเต็ง-รังที่ค่อยๆฟื้นฟูด้วยตนเองแล้วก็มีความสุข ได้แต่หวังว่ามันจะอยู่ไปนานๆเพราะเริ่มมีชาวบ้านบุกเบิกที่ทำกินรอบๆเยอะทีเดียวครับผม


สภาพป่าโคกเต็ง-รัง ที่เห็ดออก




ได้มาพอแกงเป็นกับข้าวแลงแถมมื้อเช้าอีกถ้วย  ยิงฟันยิ้ม และไม่ลืมที่จะเก็บดอกเห็ดแก่ๆมาปั่นทำเชื้อรดต้นไม้ที่เตรียมเอาไว้ด้วย




ฝีมือล้างเห็ดและแกงเป็นของเธอ ส่วนผมปั่นเห็ดเสร็จอาบน้ำรอกินอย่างเดียว




วันนี้โชคดีได้เห็ดไคมาหลายดอกจึงต้มไว้ให้น้องเม็ดทรายเป็นอาหารเช้าวันพรุ่งนี้  ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 08:21:18 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
teebanbor
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 777


« ตอบ #328 เมื่อ: สิงหาคม 27, 2014, 08:28:18 PM »

เห็นพันธ์เห็ดแต่ละชนิดมากมายต่างกัน พี่มีวิธีแยกอย่างไหนกินได้ อย่างไหนกินแล้วหัวเราะไม่เลิกครับ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม สุดยอดคนเก็บเห็ดจริง ๆ ครับ



nomadic_man วิธีแยกเห็ดกินได้กับกินไม่ได้ผมเรียนรู้จากเซียนเห็ดที่ฝึกวิชาให้ครับ สำคัญเราต้องจำให้ดีพอได้เก็บเห็ดบ่อยๆเข้าจะรู้เองว่าชนิดไหนกินได้ อันไหนไม่เคยกินก็ไม่เก็บมา ทั้งนี้ทั้งนั้นผมก็ยังพลาดพลั้งเก็บเห็ดแปลกๆที่ลักษณะมันคล้ายๆกับชนิดที่กินได้กลับมา แต่โชคดีที่ได้เธอหรือยายน้องเม็ดทรายช่วยคัดกรองอีกทีนึง หากวันรู้ว่าต้องหาเอง ล้างเอง แกงเอง กินเอง ผมจะไม่เก็บดอกเห็ดที่ไม่แน่ใจกลับมาเด็ดขาดครับผม กลัวกินแล้วไม่สบาย  ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 29, 2014, 08:45:42 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า

ธรรมชาติ...ให้อะไรมากว่าที่เราคิด
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 754


« ตอบ #329 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2014, 08:52:43 PM »

เป็นอีกวันที่ฝากน้องเม็ดทรายไว้กับเธออยู่ที่ทำงาน ผมขอเวลาไม่เกิน 2 ชม. เพื่อเข้าป่าไปหาเห็ดมาแกง ช่วงนี้เห็ดที่ อ.ด่านซ้ายกำลังออกอย่างมากโดยเฉพาะเห็ดหน้าไคล หลังจากเห็ดละโงกออกไปแล้วก่อนหน้านี้ ป่าโคกที่ผมไปหากินช่วงนี้ไม่ใช่แหล่งหากินเก่า เพราะมันต้องใช้เวลานานพอดูในแต่ละครั้งหากขึ้นป่าเห็ดหลังวัดป่า จึงได้แต่หากินบริเวณที่ไม่ไกลนักจากที่ทำงาน ชนิดของเห็ด ปริมาณเห็ด เทียบกันไม่ได้แต่ทำยังไงได้เมื่อไม่มีเวลาก็ต้องทำใจ ยังไงก็ตามแต่ไม่ถึงกับผิดหวังมากนักเพราะไปแต่ละครั้งก็ได้เห็ดมาแกงกินพอประหยัดกับข้าวแลงได้อยู่ครับผม  ยิ้ม



ตอนเย็นไปเจอเห็ดหน้าแดงชุดนี้จึงพอได้แกงกินเป็นกับข้าวแลง





เป็นอีกครั้งที่หาเห็ดเอง ล้างเอง แกงเอง กินเอง ครับผม  ยิงฟันยิ้ม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 08:21:56 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 754


« ตอบ #330 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2014, 11:25:31 PM »

ปลายฝันที่ 11 ตะวันลับฟ้า ยอดหญ้าเทียมเมฆ

ต้นไม้ใหญ่ในหุบผายืนตระหง่านท้าทายแรงลม
บนยอดเขายอดหญ้าพลิ้วไหวไปมา
ยามอาทิตย์อัสดงนักศึกษาหนุ่มบังเอิญผ่านมาพบเห็นท่วงทำนองแห่งธรรมชาติเช่นนี้
ถึงกับสั่นสะท้านในจิตใจจนร่ำไห้ออกมา



ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต



ผมครุ่นคิดอยู่นานหลังจากอ่านบทความเรื่อง กระบวนท่าที่ 4 (ตอนที่ 5) - ติดตามผลของการขุด Swale ของคุณพี่ teerapan จบลง เนื้อหาโดนใจมากเพราะความคิดของผมเรื่องความรกจากวัชพืชที่สมควรปล่อยไว้ หากยังไม่ทำอะไรกับพื้นที่ก็ยังพอมีหลักการมาอ้างอิงบ้าง อย่างน้อยได้บอกกล่าวต่อคนใกล้ตัวก็ยังดีว่ามีเนื้อหาทางวิชาการรองรับ ถึงกระนั้นก็ตามแต่ยังคงต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์กันต่อไปในแนวคิด “กระทำเท่าที่จำเป็น” ว่าจะเหมาะสมหรือไม่ต่อ บ้านสวน สวนล่างและสวนไกล

ผมทบทวนเป้าหมายของแนวทางการดำรงชีวิตใหม่เนื่องจากเหตุการณ์ปลูกกล้วยแล้วตายเมื่อหลายเดือนก่อน(ตอนนั้นคิดว่ามันคงไม่รอดจริงๆ) จึงได้ข้อสรุปว่า ณ ปัจจุบันยังมิอาจทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างให้กับแนวทางการพัฒนาผืนดินที่มีอยู่ได้ เพราะยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องรับผิดชอบในวิถีชีวิตสายนี้ จิตใจก็ปลอดโปร่งขึ้นอย่างบอกไม่ถูก เมื่อจิตใจปลอดโปร่งความคิดก็แจ่มใสขึ้น ซึ่งมีข้อดีคือทำให้มุมมองต่อปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาผืนดินเป็นไปอย่างที่มันควรจะเป็น ควรจะเป็นไม่ได้หมายความว่าจะถูกไปเสียทั้งหมด เพียงแต่ยอมรับได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น

ผมกับเธอได้ปรับแผนงานสำหรับสวนไกลเสียใหม่ กล่าวคือแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 โซนและปีนี้จะพัฒนาเพียง 1/3 เท่านั้น นั่นคือพื้นที่ปลูกกล้วย ปลูกป่าเห็ดและพื้นที่รอบสระขุดใหม่ ที่เหลือปล่อยมันไปตามยถากรรมจึงทำให้สภาพของสวนไกลดูรกเหลือเกินในสายตาผู้อื่น สำหรับผมแล้วผืนดินที่เปลือยเปล่าไม่มีอะไรปกคลุมให้รู้สึกแย่ยิ่งกว่ารกชัฏเสียอีก ก็มิใช่บรรดาวัชพืชที่ดูเหมือนไร้ค่าเช่นนี้หรือที่ช่วยคืนความอุดมสมบูรณ์ให้ผืนดินทีละนิดๆ จนเพียงพอสำหรับการเจริญเติบโตของต้นไม้ต่อไป

หลายวันก่อนขณะเดินป่าหาเห็ดบริเวณป่าโคก สภาพป่าที่เห็นมีความหลากหลายมาก บนยอดเนินเป็นเพียงดินลูกรังเปลือยเปล่าน้อยนักที่ต้นไม้จะหยั่งรากได้ เมื่อเดินต่ำลงมาเรื่อยๆตามร่องน้ำจึงจะค่อยพบเห็นหญ้าเพ็กขึ้นปะปนกับต้นไม้จำพวกเต็ง-รัง หากเดินลงไปอีกจึงจะเริ่มพบเห็นกอไผ่หลากหลายชนิดขึ้นปกคลุมร่วมกับไม้ใหญ่จนมองไม่เห็นแสงตะวันกันทีเดียว ธรรมชาติมีแนวทางฟื้นฟูตนเองอยู่แล้ว รอคอยเพียงให้เรามาพบเห็นและทำใจยอมรับในการดำรงอยู่ของสรรพสิ่ง


บนยอดป่าโคกที่ต้นหญ้ากำลังเริ่มยึดครองพื้นที่ เพิ่มจำนวนแพร่กระจายปีแล้วปีเล่าเพื่อที่จะชลอการ run off ของน้ำผิวดินให้ค่อยๆซึมผ่านลงเบื้องล่าง




เมื่อความชื้นสะสมมากพอเราจะเริ่มสังเกตเห็นวัชพืชชนิดต่างๆหลากหลายขึ้น ซึ่งทำหน้าที่เดียวกันคือเกิดแล้วตายเพื่อเพิ่มพูนอินทรีย์วัตถุให้กับผืนดิน




พื้นที่ต่ำลงมาอีก หญ้าเพ็กทำหน้าที่เช่นเดียวกันร่วมกับไม้ยืนต้นที่พอจะเจริญเติบโตได้ บริเวณนี้ถัดลงไปเรื่อยๆจะพอหาเห็ดได้เมื่อฝนตก เพราะความชื้นสะสมที่เพียงพอของผืนดินนั่นเอง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 18, 2015, 11:53:18 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
teerapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 989


« ตอบ #331 เมื่อ: กันยายน 01, 2014, 06:41:52 PM »

เห็นภาพป่าแถบนั้นแล้วก็ยังนึกสงสัยว่าทำไมหญ้าไม่คลุมพืชดินบริเวณที่โล่งแจ้งไปทั้งหมด (ถ้าเป็นใต้ร่มเงาไม้อื่นจะเป็นเรื่องปกติที่ไม่มีวัชพืชมากนัก)   มีเหตุปัจจัยอันใดหนอ?  โดยปกติแถวนี้จะไม่มีวัชพืชขึ้นถ้าเป็นถนนลูกรังที่มีรถวิ่งผ่านไปมาบ่อยๆ หรือเป็นพื้นที่ลาดชันและมีการกัดเซาะอย่างหนัก (เราจะเห็นแต่เศษหินที่ผิวดิน)   หรือไม่ก็เป็นดินที่แน่นมากจนหญ้าไม่ค่อยงอก  ประสบการณ์ของผมเคยทดลองแบบนี้ :
1. ในบริเวณที่ดินแน่นมากๆ ข้างถนนดินลูกรัง ผมเอาชะแลงเจาะดินเป็นรูๆ แล้วปลูกหญ้าแฝกในรูนั้น  ในปีต่อมาบริเวณนั้นก็มีหญ้า และวัชพืชอื่นขึ้นอีกหลายชนิดในบริเวณเดียวกัน
2. ในบริเวณที่เป็นทางเดินรถภายในสวน .. ผมย้ายตำแหน่งประตูรั้ว  เลิกขับรถผ่านเส้นทางนั้น  แล้วใช้อีเตอร์ขุดเป็นร่องเบี่ยงน้ำ ใช้ในการชะลอน้ำ และเบี่ยงน้ำลง swale ด้านข้างถนน  ปัจจุบันบริเวณถนนเดิมเต็มไปด้วยวัชพืชขึ้นอย่างหนาแน่น จนไม่มีใครจะดูออกว่าเคยเป็นดินที่อัดแน่นไม่มีแม้นแต่หญ้าขึ้นมาก่อน
3. บริเวณป่าสน  ดินข้างๆ ต้นสนอัดแน่น และดูเหมือนจะมีพิษบางอย่าง  ไม่ค่อยเห็นวัชพืชขึ้น  ผมเอาถั่วพร้าแดงไปปลูกโดยการใช้ชะแลงเจาะดิน แล้วฝังทั้งเมล็ดไว้  ถั่วพร้าไต่ต้นสนให้ร่มเงากับดินด้านล่างเพิ่มขึ้นกว่าใบสน  ปัจจุบันมีวัชพืชอื่นๆ ขึ้นที่ใต้ต้นสนอีกเยอะมากขึ้น

ผมทดลองมั่วๆ จนไม่รู้ว่าทำอะไรไปบ้าง แต่ดูเหมือนว่าเราจะต้องหาวิธีทำให้ดินรักษาความชื้นให้ได้ก่อน  แล้วจากนั้นวัชพืชถึงจะเข้ามาช่วยทำหน้าที่ขั้นต่อไปได้เอง  ผมไม่รู้ว่าถ้าเราไม่แทรกแซงบ้าง แล้วธรรมชาติจะใช้เวลานานแค่ไหนในการฟื้นฟู  วันหลังต้องลองสังเกตุเพิ่มขึ้นอีก

ส่วนใต้เงาต้นไม้ที่ไม่ค่อยมีหญ้าขึ้น  ผมก็ค้นพบว่ามีพืชคลุมดิน และพืชหัวอีกหลายชนิดที่ทนร่มได้ เช่น ชะพลู เหลียง มันปู กระชาย ถั่วปินโต เป็นต้น  เรื่องนี้คงต้องค่อยๆ ทดลองไป  ผมคิดว่าหน้าจะหาทางปลูกพืชใต้ร่มไม้ได้อีกหลายชนิด  ผมชอบเวลาเห็นต้นไม้ขึ้นปนกันเยอะๆ มันตื่นเต้นดีเวลาต้องเดินผ่าน  ดินจะนุ่มเท้ามากกว่าดินเปลือย และเราไม่รู้ว่าจะมีอะไรอยู่ใต้พืชเหล่านี้บ้าง  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม



nomadic_man ขอบคุณนะครับพี่ที่แวะเวียนมาเพิ่มเติมประสบการณ์จากการทดลอง  อายจัง สงสัยผมคงต้องนำความรู้ไปปรับใช้บ้างซะแล้ว  ยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 10, 2014, 09:33:32 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.” Bill Mollison
ผู้หมู่วุฒิฅนขอนแก่น
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1060


« ตอบ #332 เมื่อ: กันยายน 02, 2014, 07:59:48 AM »

สะออนเห็ดเด้ ปิดเทอมนี้ว่าจะไปเมืองเลยอยู่ เก็บเห็ดฝากแน่เด้อท่าน ผ่านทางอำเภอเมืองไปท่าลี่



nomadic_man ช่วงนี้เห็ดกำลังออกมากมายเลยครับผม มาๆ มากินจี่เห็ดไคกัน  ยิงฟันยิ้ม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 08:23:46 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า

สวนเป็นต่อพอเพียง 
ตำบลคึมชาด  อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 754


« ตอบ #333 เมื่อ: กันยายน 10, 2014, 09:29:32 PM »

หลายวันที่ผ่านมาผมไปกอบกู้ต้นไม้ริมทางเข้าสวนไกลจากความรกของหญ้า ต้นไม้ที่ปลูกไว้ได้แก่ กล้วยน้ำว้า มะฮอกกานี แดง ประดู่ สลับๆกันไป เพื่อช่วยยึดดินถนนไม่ให้พังทลาย หวังเอาไว้ว่าในอนาคตอีกสัก 20 ปีหากน้องเม็ดทรายอยากมีบ้านสวนหลังเล็กๆสักหลังคงได้ใช้ไม้พวกนี้  ยิงฟันยิ้ม










เย็นวันว่างๆอีกวันเลยชักชวนเซียนเข้าป่าไปหาเห็ดมากินกับเขาบ้าง เซียนใหม่ เซียนเก่า หน้าบานไปตามๆกัน ถึงจะได้เห็ดไม่มากนักแต่ก็พอกินสำหรับแต่ละครอบครัว



ว่าแล้วก็จัดแจงปิ้งเห็ดไคให้กลิ่นหอมกรุ่นยั่วน้ำลายคนผ่านทางหน้าบ้านพักซะเลย  ยิงฟันยิ้ม





ส่วนหนึ่งรอผัดกะเพราเห็ดไคครับผม อาหารมื้อนี้อิ่มแบบไม่เสียเงินไปอีกวัน  ยิ้ม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 08:25:18 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
watanyou
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 99


« ตอบ #334 เมื่อ: กันยายน 11, 2014, 01:44:01 AM »

อีก5ปีคงได้เก็บเห็ดที่สวนน้องเม็ดทรายแล้ว อิอิ



nomadic_man ถ้ามีเห็ดออกจริงจะให้น้องโฟรโด้ไปเก็บด้วยครับ  ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 12, 2014, 10:27:47 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 754


« ตอบ #335 เมื่อ: กันยายน 12, 2014, 09:23:35 PM »

เห็ดตับเต่าขึ้นอยู่ร่มเงาป้อมยาม

หมู่เมฆสีเทากลุ่มใหญ่บนท้องฟ้าทำให้ผมเหลียวมองขณะปั่นจักรยานกลับบ้านพักในเย็นวันนี้ ระหว่างนั้นสายตาได้เลื่อนไปทางทิวเขาที่ผมมักขึ้นไปเก็บเห็ดอย่างไม่รู้สึกตัว หากไม่ได้ติดภาระหน้าที่ ณ ตอนนี้ผมคงกำลังก้มๆเงยๆและเดินอย่างเหน็ดเหนื่อยแต่อิ่มเอมใจบนป่าเห็ดแล้ว ผมจึงได้แต่เพียงถอนหายใจเบาๆและมองไปที่เห็ดตับเต่าดอกหนึ่งบนมือที่ถืออยู่และยิ้มออกมาอย่างเสียมิได้ เห็ดเพียงดอกเดียวที่ใครบางคนเฝ้าไว้และฝากให้ผมอาจเทียบกันไม่ได้เลยกับจำนวนเห็ดที่ผมควรจะเก็บได้(หากได้เข้าป่าไปหาเห็ด) แต่มันก็มีค่าพอที่จะทำให้เราผันผ่านวันเวลาอย่างสุขใจ เพราะบางครั้งสิ่งที่มีค่าอาจไม่จำเป็นต้องมากมายเสมอไป

ภายหลังจากผมได้ค้นคว้าหาความรู้เรื่องการเพาะเห็ดป่าอยู่พักใหญ่ๆ จนเขียนขึ้นมาเป็นบทความตอนต่างๆ ไม่ว่าจะเจอใครต่อใครผมก็มักจะชวนพูดคุยได้เป็นวรรคเป็นเวรเกี่ยวกับเรื่องของการเก็บเห็ดและการเพาะเห็ดป่า พูดคุยจนแม่ค้าที่ตลาดลดราคาเห็ดดอกแก่ๆให้เมื่อผมเล่าให้ฟังเกี่ยวกับความใฝ่ฝันของป่าเห็ดส่วนตัว พูดจนแม่ค้าขายน้ำเกิดเห็นใจและยอมเฝ้าเห็ดตับเต่าที่บังเอิญขึ้นบริเวณหนึ่ง จากนั้นเก็บไว้ให้ผมมาปั่นทำเชื้อเห็ด ผมได้แต่ขอบคุณแกและขายฝันลมๆแล้งๆว่าสักวันหนึ่งเห็ดตับเต่าที่แกมอบให้ผมมันจะกลายเป็นป่าเห็ดในอนาคตและเมื่อถึงเวลานั้นผมจะเอากลับมาให้แกแบบทบต้นทบดอกเลยทีเดียว

เรื่องของเรื่องก็คือบริเวณป้อมยามของที่ทำงานผมมีเห็ดตับเต่าได้บังเอิญเกิดขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้ว พอเครือข่ายสายใยราของเห็ดสะสมมากพอปีนี้มันจึงเกิดดอกเห็ดอย่างกระหน่ำ บริเวณนั้นเองเป็นแหล่งชุมนุมของผู้คนทั้งเจ้าหน้าที่และผู้มาใช้บริการเพราะเป็นเขตขายของที่ถูกกำหนดขึ้นในที่ทำงานของผม ดอกเห็ดที่เกิดขึ้นทุกผู้คนจึงมีสิทธิ์เก็บได้อย่างเท่าเทียม

ปีนี้แม่ค้าขายน้ำที่ผมซื้ออยู่เป็นประจำยังไม่มีโอกาสได้กินเห็ดตับเต่าสักครั้ง เนื่องจากหลายต่อหลายครั้งที่โดนตัดหน้าเก็บไปก่อน น่าเสียดายที่บางครั้งดอกเห็ดที่ถูกเก็บไปยังไม่โตเต็มที่ ไม่อาจโตได้เต็มที่เพราะความอยากกินเห็ดของผู้คน หลายสัปดาห์ก่อนเมื่อเห็ดหลงเหลือรอดสายตาผู้คนมาได้ 3 ดอกถึงมือของแม่ค้าแต่แกตัดสินใจส่งมันให้ผมเมื่อผมบอกว่า "ผมจะเอาไปปั่นทำเชื้อสำหรับเพาะเห็ด ไม่ได้ขอเอาไปกินหรอก"

ก่อนกลับบ้านพักผมต้องแปลกใจเมื่อพี่ยามมาบอกผมว่าแม่ค้าขายน้ำฝากเห็ดให้ดอกหนึ่ง ผมจึงรีบปั่นจักรยานไปรับที่ป้อมยามทันที พี่ยามอีกคนบอกว่าน่าเสียดายที่มันโดนคนเตะก่อน ไม่งั้นคงดอกใหญ่กว่านี้ จึงเป็นที่มาของเห็ดตับเต่าดอกหนึ่งในมือผมเมื่อตอนเย็น กลับถึงบ้านไม่รอช้าผมปั่นเห็ดตับเต่าดอกนั้นทันทีและนำไปรดให้ต้นไม้ที่เตรียมไว้สำหรับปลูกป่าเห็ด ชั่วขณะที่เหลียวมองฟ้าเปลี่ยนสีผมย้ำกับตนเองอย่างแน่ใจแล้วว่า หากความใฝ่ฝันเป็นจริง เมื่อเห็ดตับเต่าชุดแรกออกมาแล้วพอเก็บทำกินได้ ผมจะมอบมันให้แก่ใคร



เห็ดตับเต่าดอกนี้ยังโตได้มากกว่าที่เห็น น่าเสียดายมันต้องโดนเก็บมาก่อน(เพราะถูกใครบางคนเตะอย่างไม่รู้ตัว) แต่ก็อย่างว่า ผมโชคดีขนาดไหนแล้วที่ยังมีใครบางคนรับฟังความฝันของผมเกี่ยวกับการเพาะเห็ดป่าแล้วเก็บมันไว้ก่อนจะส่งมาให้ผมในเย็นวันนี้





เมื่อหั่นแล้วได้ปริมาณขนาดผัดเป็นกับข้าวได้จานหนึ่งซึ่งแม่ค้าขายน้ำอาจไม่ต้องซื้อกับข้าวแลงหากเก็บมันกลับไปแต่ยังฝากมันไว้กับพี่ยามให้ผม คิดแล้วซึ้งจนน้ำตาจะไหล สาเหตุที่ต้องหั่นเพราะกลัวเครื่องปั่นทำงานหนัก สาเหตุที่ต้องปั่นเพราะทุกส่วนของดอกเห็ดสามารถก่อให้เกิดสายราที่จะเชื่อมโยงกับรากพืชที่อาศัยอยู่ได้(แต่สปอร์จะให้โอกาสมากกว่า)





ปั่นแล้วก็นำมาเตรียมพร้อมรดเชื้อเห็ดใส่ต้นไม้ที่เพาะไว้ก่อนหน้านี้ เมื่อไม่อาจแน่ใจได้ว่าเราล้วนถูกเชื่อมโยงกันด้วยบางสิ่งหรือไม่ ผมจึงแบ่งปันเชื้อเห็ดบางส่วนให้กับเซียนเห็ดรุ่นน้องคนหนึ่งที่แอบศึกษาและเลือกที่จะเดินตาม(ถูกลวงหลอกกรอกหูอยู่ทุกวี่วันจากผม  ยิงฟันยิ้ม ) บางวิถีที่ผมบุกเบิกไว้ เพื่อไปรดต้นไม้สำหรับปลูกป่าเห็ดที่เตรียมไว้เช่นกัน





ต้นตะแบก 2 ต้นนี้คือเป้าหมายหลักของการทดลองเพาะเห็ดตับเต่าในปีนี้ ทำไมผมถึงเลือกต้นตะแบกหรือ 1.เพราะเห็ดตับเต่าที่ขึ้นบริเวณป้อมยามเกิดกับต้นตะแบกที่อยู่ตรงนั้น 2.ดอกสวยเหมาะสำหรับปลูกประดับ หากโชคดีการทดลองสำเร็จเราก็จะได้ต้นตะแบกกินได้ หมายถึงกินเห็ดตับเต่าที่เกิดนะ  ยิงฟันยิ้ม





เมื่อเชื้อเห็ดตับเต่าที่ปั่นมีปริมาณมากเกินต้นไม้เป้าหมาย ผมจึงไม่ลืมที่จะฝากฝังเชื้อเห็ดไว้กับต้นไม้ที่เตรียมไว้สำหรับเพาะเห็ดป่า คือ ยางนา ยางเหียง ยางกราด พะยอม ตะเคียน เต็ง รัง... จัดไป จัดเต็ม ครับผม  ยิงฟันยิ้ม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 18, 2015, 11:02:49 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 [21] 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 ... 39   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: