หน้า: 1 ... 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 [20] 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 ... 39   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันสุดท้าย สุดทางฝัน  (อ่าน 316776 ครั้ง)
winningman, Officer และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #304 เมื่อ: กรกฎาคม 29, 2014, 09:54:07 PM »

สำหรับบ้านสวนน้องเม็ดทรายแนวรบด้านความรกเหตุการณ์ยังไม่เปลี่ยนแปลง  โกรธ ว่างๆเลยไปเที่ยวชมสวนของรุ่นพี่เสียหน่อย เป็นรุ่นพี่ที่เคยร่วมงานกันพักใหญ่ก่อนแกจะผันตนเองมาเป็นเกษตรกรเต็มตัวเมื่อหลายปีก่อน เป็นสวนผลไม้แบบผสมผสานที่ไม่ใช้สารเคมี(แนวคิดต้นแบบของผมส่วนใหญ่ได้มาจากคนๆนี้นั่นเอง) แผ่นดินทองของแกเป็นเกาะ ใช่ครับเกาะกลางลำน้ำหมันซึ่งดินส่วนใหญ่เป็นตะกอนที่ทับถมกันมาอย่างยาวนาน ผมเชื่อว่าหมด อ.ด่านซ้ายคงไม่มีที่ไหนอีกแล้วที่อุดมสมบูรณ์เฉกเช่นนี้...



ลำห้วยเล็กๆที่แยกตัวจากลำน้ำหมันแล้วอ้อมมาบรรจบกันอีกทีหนึ่ง ทำให้เกาะแห่งนี้เกิดความอุดมสมบูรณ์อย่างที่สุด ที่เห็นคือแนวไผ่บงหวานที่รุ่นพี่ของผมบรรจงปลูกริมน้ำเกือบจะรอบเกาะแห่งนี้




ผลไม้ประกอบไปด้วย ส้มโอ เงาะ ลำไย กับชนิดอื่นๆประปรายตามใจชอบ และมีไผ่บงหวานเป็นอีกแหล่งรายได้หลัก




เงาะกับส้มโอกำลังอยู่ในช่วงเก็บผลผลิต ส่วนต้นไม้ไร้ใบที่เห็นบนดอนคือผักหวานป่า(ไปล้อมต้นเล็กจากป่ามาเมื่อหลายปีก่อน) เป็นอีกแหล่งรายได้หนึ่งที่นำเงินเข้าสวน(แกแอบกระซิบบอกผมว่าเป็นหลักหมื่นในปีนี้)




เนื่องด้วยสวนนี้บุกเบิกมาอย่างต่อเนื่องตลอดเกือบ 30 ปีด้วยแรงกายแรงใจของรุ่นพี่ จึงจำเป็นต้องตัดไม้ผลรุ่นเก่าๆ(ลำไย) เพื่อเปิดทางให้รุ่นใหม่เข้ามาแทนที่ตามความไม่แน่นอนของสรรพสิ่ง ผมถามว่าปลูกต้นอะไรแทน "ส้มเขียวหวาน" คือคำตอบจากปากแก




ว่าแล้วก็โฉบไปเยี่ยมต้นแอปเปิ้ลที่ผมเพาะเองกับมือ ก่อนจะส่งต่อให้รุ่นพี่ทดลองปลูกก่อนหน้าผมเสียอีก  ยิงฟันยิ้ม




ทุเรียนแสนรักที่สุดประคบประหงมของรุ่นพี่ต้องมีสภาพอย่างที่เห็น "โดนแม่คะนิ้งลง" เสียงตอบอย่างไม่ใยดีจากปากแกเมื่อผมสอบถาม บ่งบอกว่าสรรพสิ่งล้วนไม่เที่ยง เกิดได้ โตได้ ก็เสื่อมโทรมได้ อย่างน้อยทุเรียนต้นนี้ก็ยังพยายามจะมีชีวิตรอดต่อไปบนผืนแผ่นดินอันไม่คุ้นเคย หากใครอยากปลูกทุเรียนในพื้นที่เสี่ยงต่อความหนาวเย็นคงต้องทำใจไว้บ้างว่าอาจเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้




จบการเที่ยวชม "สวนในฝัน" ของใครๆหลายคนรวมถึงผมด้วย เป้าหมายที่แท้จริงสำหรับวันนี้คือการไปรับหน่อกล้วยที่แกขุดไว้ให้ "เคยสั่งซื้อเท่าไหร่ พี่ให้ในครึ่งราคา" ไม่กล่าวเพียงวาจาทว่าปฏิบัติด้วย รุ่นพี่ผมเป็นเช่นนี้เสมอมา สิ่งที่แกมอบให้ไม่อาจใกล้เคียงกับหลักการค้าขายอันใดในสังคมทุนนิยมที่แสวงหาผลกำไรเป็นที่ตั้ง แต่พบเห็นได้ทั่วไปในเส้นทางสายมิตรภาพ...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 08:01:53 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า

สุ ป่าริมห้วย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1594


« ตอบ #305 เมื่อ: กรกฎาคม 29, 2014, 10:49:38 PM »

 ฝากบอกพี่เค้าด้วยเน้อออออ..ไปล้อมผักหวานป่ามา..จากป่าอ่ะ..ทีหลังอย่าทำ..น่ะจ๊ะ.. ยิ้มเท่ห์

    ถึงมันจะทำเงินกี่หมื่นต่อปี...ก็เถอะ.. รูดซิบปาก
    อุตส่าห์ปลูกพืชไร้สาร สุว่า..เสียฟอร์มหมดเยย.. โกรธ โกรธ รูดซิบปาก



nomadic_man ไม่อยากบอกว่าผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ไปล้อมต้นผักหวานป่ามาเช่นกัน  โกรธ สำหรับผมคงเพียงพอแล้วครับ เพราะได้ข้อสรุปว่ามันไม่คุ้ม ส่วนตัวรุ่นพี่เองก็ไม่ได้ไปขุดล้อมมาอีกแล้ว(เท่าที่ผมทราบนะ) ต้นที่เห็นคือมันมาโตที่สวนแกเองครับ ตอนล้อมมาเพียงต้นเล็กๆ แต่ที่ตายไปก็คงเยอะน่าดู อาจเป็นเพราะป่าแถบนี้มันมีต้นผักหวานมากเกินไป ไม่เพียงแต่รุ่นพี่ของผม ชาวบ้านทั่วๆไปก็ไปล้อมต้นผักหวานป่ามาปลูกไว้ที่บ้าน สำหรับแถวนี้จึงไม่เป็นเรื่องแปลกกับการขุดล้อมผักหวาน ซึ่งผมเองก็ไม่ได้เห็นด้วยกับแนวคิดนี้เพราะอาจทำให้ผักหวานป่าสูญพันธุ์ได้ในอนาคต แต่ก็ยังไปขุดล้อมมาทดลองปลูกที่บ้านสวนด้วยความอยากรู้ว่า "ผักหวานป่ามันปลูกยากสมคำร่ำลือหรือไม่" ในส่วนตัวผมคิดว่ารุ่นพี่ก็คงอยากเอาชนะความเชื่อนี้เช่นกัน...
เล่าสู่กันฟัง ครับผม  ยิงฟันยิ้ม


  ค่ะ..ก็พอเข้าใจอยู่ค่ะ สุเคยคุยกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง เล่นไม้ป่าหายาก ปลูกยาก ใช้วิธีไปล้อมมา บอกว่าเอามาอนุรักษ์.. โกรธ
  สุยังเสียมรรยาทแย้งไปว่า เขาเรียกย้ายที่ปลูก จากป่าส่วนรวมเอามาเป็นของส่วนตัวค่ะ..เฮ้อ..ก็แล้วแต่ เห็นเป็นทู้คนรักษ์ป่า..
  ก็ต้องขัดๆกันนิดค่ะ ไม่งั้นไม่ติงหรอกค่ะ.. สมช.เข้ามาตามอ่านกันเยอะ เดี๋ยวจะหาว่า...น่ะ...
                                                                                   ยิ้มเท่ห์ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 14, 2015, 12:01:11 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #306 เมื่อ: กรกฎาคม 30, 2014, 08:53:22 AM »

ฝากบอกพี่เค้าด้วยเน้อออออ..ไปล้อมผักหวานป่ามา..จากป่าอ่ะ..ทีหลังอย่าทำ..น่ะจ๊ะ.. ยิ้มเท่ห์

    ถึงมันจะทำเงินกี่หมื่นต่อปี...ก็เถอะ.. รูดซิบปาก
    อุตส่าห์ปลูกพืชไร้สาร สุว่า..เสียฟอร์มหมดเยย.. โกรธ โกรธ รูดซิบปาก



nomadic_man ไม่อยากบอกว่าผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ไปล้อมต้นผักหวานป่ามาเช่นกัน  โกรธ สำหรับผมคงเพียงพอแล้วครับ เพราะได้ข้อสรุปว่ามันไม่คุ้ม ส่วนตัวรุ่นพี่เองก็ไม่ได้ไปขุดล้อมมาอีกแล้ว(เท่าที่ผมทราบนะ) ต้นที่เห็นคือมันมาโตที่สวนแกเองครับ ตอนล้อมมาเพียงต้นเล็กๆ แต่ที่ตายไปก็คงเยอะน่าดู อาจเป็นเพราะป่าแถบนี้มันมีต้นผักหวานมากเกินไป ไม่เพียงแต่รุ่นพี่ของผม ชาวบ้านทั่วๆไปก็ไปล้อมต้นผักหวานป่ามาปลูกไว้ที่บ้าน สำหรับแถวนี้จึงไม่เป็นเรื่องแปลกกับการขุดล้อมผักหวาน ซึ่งผมเองก็ไม่ได้เห็นด้วยกับแนวคิดนี้เพราะอาจทำให้ผักหวานป่าสูญพันธุ์ได้ในอนาคต แต่ก็ยังไปขุดล้อมมาทดลองปลูกที่บ้านสวนด้วยความอยากรู้ว่า "ผักหวานป่ามันปลูกยากสมคำร่ำลือหรือไม่" ในส่วนตัวผมคิดว่ารุ่นพี่ก็คงอยากเอาชนะความเชื่อนี้เช่นกัน...
เล่าสู่กันฟัง ครับผม  ยิงฟันยิ้ม


  ค่ะ..ก็พอเข้าใจอยู่ค่ะ สุเคยคุยกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง เล่นไม้ป่าหายาก ปลูกยาก ใช้วิธีไปล้อมมา บอกว่าเอามาอนุรักษ์.. โกรธ
  สุยังเสียมรรยาทแย้งไปว่า เขาเรียกย้ายที่ปลูก จากป่าส่วนรวมเอามาเป็นของส่วนตัวค่ะ..เฮ้อ..ก็แล้วแต่ เห็นเป็นทู้คนรักษ์ป่า..
  ก็ต้องขัดๆกันนิดค่ะ ไม่งั้นไม่ติงหรอกค่ะ.. สมช.เข้ามาตามอ่านกันเยอะ เดี๋ยวจะหาว่า...น่ะ...
                                                                                   ยิ้มเท่ห์ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่คุณสุร่วมแลกเปลี่ยน วงเสวนาควรจะมีข้อมูลหรือความเห็นหลากหลายเพื่อให้ผู้คนได้รับรู้ข้อมูลที่เห็นต่างในมุมมอง ส่วนจะตัดสินหรือคิดเห็นอย่างไร ผมเชื่อว่าทุกท่านคงมีวิจารณญาณของแต่ละคนอยู่แล้วครับ ด้วยมิตร...  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
สุ ป่าริมห้วย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1594


« ตอบ #307 เมื่อ: กรกฎาคม 30, 2014, 09:58:48 AM »

ฝากบอกพี่เค้าด้วยเน้อออออ..ไปล้อมผักหวานป่ามา..จากป่าอ่ะ..ทีหลังอย่าทำ..น่ะจ๊ะ.. ยิ้มเท่ห์

    ถึงมันจะทำเงินกี่หมื่นต่อปี...ก็เถอะ.. รูดซิบปาก
    อุตส่าห์ปลูกพืชไร้สาร สุว่า..เสียฟอร์มหมดเยย.. โกรธ โกรธ รูดซิบปาก



nomadic_man ไม่อยากบอกว่าผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ไปล้อมต้นผักหวานป่ามาเช่นกัน  โกรธ สำหรับผมคงเพียงพอแล้วครับ เพราะได้ข้อสรุปว่ามันไม่คุ้ม ส่วนตัวรุ่นพี่เองก็ไม่ได้ไปขุดล้อมมาอีกแล้ว(เท่าที่ผมทราบนะ) ต้นที่เห็นคือมันมาโตที่สวนแกเองครับ ตอนล้อมมาเพียงต้นเล็กๆ แต่ที่ตายไปก็คงเยอะน่าดู อาจเป็นเพราะป่าแถบนี้มันมีต้นผักหวานมากเกินไป ไม่เพียงแต่รุ่นพี่ของผม ชาวบ้านทั่วๆไปก็ไปล้อมต้นผักหวานป่ามาปลูกไว้ที่บ้าน สำหรับแถวนี้จึงไม่เป็นเรื่องแปลกกับการขุดล้อมผักหวาน ซึ่งผมเองก็ไม่ได้เห็นด้วยกับแนวคิดนี้เพราะอาจทำให้ผักหวานป่าสูญพันธุ์ได้ในอนาคต แต่ก็ยังไปขุดล้อมมาทดลองปลูกที่บ้านสวนด้วยความอยากรู้ว่า "ผักหวานป่ามันปลูกยากสมคำร่ำลือหรือไม่" ในส่วนตัวผมคิดว่ารุ่นพี่ก็คงอยากเอาชนะความเชื่อนี้เช่นกัน...
เล่าสู่กันฟัง ครับผม  ยิงฟันยิ้ม


  ค่ะ..ก็พอเข้าใจอยู่ค่ะ สุเคยคุยกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง เล่นไม้ป่าหายาก ปลูกยาก ใช้วิธีไปล้อมมา บอกว่าเอามาอนุรักษ์.. โกรธ
  สุยังเสียมรรยาทแย้งไปว่า เขาเรียกย้ายที่ปลูก จากป่าส่วนรวมเอามาเป็นของส่วนตัวค่ะ..เฮ้อ..ก็แล้วแต่ เห็นเป็นทู้คนรักษ์ป่า..
  ก็ต้องขัดๆกันนิดค่ะ ไม่งั้นไม่ติงหรอกค่ะ.. สมช.เข้ามาตามอ่านกันเยอะ เดี๋ยวจะหาว่า...น่ะ...
                                                                                   ยิ้มเท่ห์ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่คุณสุร่วมแลกเปลี่ยน วงเสวนาควรจะมีข้อมูลหรือความเห็นหลากหลายเพื่อให้ผู้คนได้รับรู้ข้อมูลที่เห็นต่างในมุมมอง ส่วนจะตัดสินหรือคิดเห็นอย่างไร ผมเชื่อว่าทุกท่านคงมีวิจารณญาณของแต่ละคนอยู่แล้วครับ ด้วยมิตร...  ยิงฟันยิ้ม

                                        ด้วยมิตร..เช่นกันค่ะ จุมพิต

                                          ขอบคุณจ้าาาาา.... ยิงฟันยิ้ม ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #308 เมื่อ: กรกฎาคม 30, 2014, 09:34:58 PM »

ยังวนเวียนอยู่กับเรื่องกล้วยๆและสวนของรุ่นพี่ เมื่อวานเป็นโควต้าของผมคือหน่อกล้วยน้ำว้า 50 หน่อ (จะปลูกทันไหมเนี่ย  โกรธ ) วันนี้เป็นส่วนของเพื่อนร่วมงานอีกคน 100 หน่อ ต้องขนช่วยกันเพื่อนำไปปลูกที่ บ้านสานตม อ.ภูเรือ




ช่วยกันขนคนละหน่อสองหน่อส่วนผม ยืนเชียร์ เก็บภาพ  ยิงฟันยิ้ม



ดูเหมือนว่าวันนี้รุ่นพี่จะใจดีเป็นพิเศษ ทั้งขุดให้ ทั้งช่วยขน ลดแลกแจกแถมอีก ดีนะที่ไม่ไปช่วยปลูกด้วย(เกือบแล้ว)  ยิงฟันยิ้ม




ถึงสวนเพื่อนร่วมงานของผมที่บ้านสานตม อ.ภูเรือ เนื่องจากไม่มีเวลาแกเลยให้ญาติช่วยปลูกให้ หน้าที่ของเราจึงหมดเพียงเท่านี้ นี่เป็นการปลูกต้นไม้จำนวนมากๆ เป็นครั้งแรกของเพื่อนผมผู้นี้ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้แกเองก็ไม่ได้ชอบงานเกษตรเท่าใดนักแต่ก็ไม่ได้ก่ายเกี่ยง คงเป็นเพราะโดนผมขอร้อง(จริงๆแล้วโดนผมล่อลวงไปก็บ่อย)ให้ไปช่วยปลูกต้นไม้อยู่หลายต่อหลายครั้งเลยลองดูมั่ง "ขนาดของมันตรูยังไปช่วยปลูกตั้งเยอะ ทำไมตรูไม่เริ่มงานปลูกของตัวเองว่ะเนี่ย" ผมคิดในใจแทนแก  ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 08:03:26 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #309 เมื่อ: สิงหาคม 02, 2014, 10:34:16 AM »

จุดกำเนิดเริ่มจากดิน

“เมื่อก้าวมาถึงทางแยกแห่งชีวิตที่ไม่อาจย้อนกลับ เราทำได้เพียงตัดสินใจเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง หากละเลยเพียงน้อยนิดมักจะทำให้เส้นทางที่ทอดยาวแตกต่างสิ้นเชิง น่าแปลกที่ความวกวนของเส้นด้ายแห่งโชคชะตากลับพบว่า อยู่ระหว่างจุดเพียงสองจุดเท่านั้น... กำเนิดและตายดับ หากโลกหลังความตายมีจริงตามความเชื่อของหลายๆคนแล้ว
โลกใบนี้ ฤา แค่ที่พักพิงแห่งวิญญาณพลัดหลง เพียงแค่นั้นเองหรือ…”


เป็นเวลาพลบค่ำและฝนโปรย เราตัดสินใจว่าจะพักค้างคืนที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ  แต่ต้องหลงทางกันอยู่นานกับความไม่ชัดเจนในตำแหน่งของแผนที่ ในที่สุดหลังใช้ความพยายามอยู่นานเราก็พบทางเข้า ระหว่างนั้นผมมีเรื่องให้สังหรณ์ใจบางอย่างซึ่งอาจจะไม่ค่อยดีนักคือ หากที่นี่เป็นเช่นอุทยานประวัติศาสตร์อื่นๆ ค่ำอย่างนี้น่าจะปิดทำการแล้ว อีกเรื่องคือ ระหว่างทางในเขตอำเภอวิเชียรบุรี ผมพบอะไรบางอย่าง มันเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ผมเคยเห็นแต่ในสารคดี ไม่คิดว่าจะมาพบเจอในประเทศเรา อาจเพราะม่านมัวแห่งพลบค่ำจึงทำให้ผมมองผิดไปก็เป็นได้ คิดไว้เพียงว่าในตอนกลับจะชะลอรถดูอีกครั้งให้แน่ใจ

เมื่ออุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพปิดทำการอย่างเปลี่ยวเปล่ากลางท้องทุ่ง เราจึงต้องมุ่งสู่อุทยานแห่งชาติป่าหินงามตามเดิม ผมได้ขับรถในตอนกลางคืนอย่างไม่อาจเลี่ยง ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าเริ่มเข้ามาเยือนพร้อมกับม่านรัตติกาล เราไปถึงที่ทำการอุทยานเกือบเที่ยงคืน เดินหาที่กางเต็นท์อยู่พักใหญ่เพราะนักท่องเที่ยวหนาแน่นอันเนื่องมาจากวันหยุดยาวติดกัน เมื่อกางเต็นท์เสร็จ เราซุกหัวนอนและหลับแทบทันทีด้วยความอ่อนเพลียจากการเดินทาง...

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต


เช้าวันที่ 2 ของการเดินทาง เราเที่ยวชมทุ่งดอกกระเจียวและป่าหินงามเสมือนอยากปล่อยเวลาให้ผ่านพ้นไป แววตาเขาบ่งบอกว่า ไม่เห็นจะมีประโยชน์ตรงไหนกับการมาเดินเที่ยวอย่างนี้  ผมอ่านได้อย่างนั้น ไม่แปลกที่อดีตนักกิจกรรมระดับแนวหน้าอย่างเขาจะรู้สึกว่า การเดินทางแต่ละครั้งของเขาจะต้องมีความหมายทั้งสิ้น เพื่อปวงชนและเพื่อสังคมที่ดีกว่าเท่านั้น การเดินทางเพื่อพักผ่อนเหมือนหาประโยชน์ไม่ได้  สู้ไม่เดินทางเสียยังดีกว่า

ผมไม่เคยเอ่ยถามเรื่องนี้กับเขาตรงๆ นิสัยส่วนตัวของเราต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่เราก็เรียนรู้ที่จะเคารพการตัดสินใจของอีกฝ่ายอย่าง แสวงจุดร่วมสงวนจุดต่าง ประมาณนั้น สีหน้าของเขาดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นเมื่อเราเริ่มเดินทางสู่หมู่บ้านดิน พอเรามาถึงปากทางเข้าหมู่บ้านซึ่งจากจุดนี้ไปจะเป็นเส้นทางที่ยากลำบากพอสมควร ผมแปลกใจเมื่อเห็นบ้านดินหลังหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ปากทางเข้า แถมยังเปิดเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเสียด้วย เราตัดสินใจแวะหาอาหารใส่ท้องกันที่นั่น ผมคิดว่าป้าเจ้าของร้านคงมีความเกี่ยวข้องกับคนในหมู่บ้าน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
“ลูกเขยของป้าเป็นคนที่เคยอยู่ในหมู่บ้านดินน่ะ” แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวตอบเมื่อเขาถามในความสงสัยเดียวกันกับผม
 “เหลือชาวบ้านอยู่ในหมู่บ้านดินเท่าไรครับ” ผมเอ่ยถามระหว่างรอ
“4 หรือ 5 ครอบครัวมั๊ง ป้าเองก็ไม่แน่ใจนัก” ตอบมาพร้อมก๋วยเตี๋ยวหอมกรุ่น 2 ชาม
 นี่คือคำตอบที่เราไม่คาดคิด เพราะมาคราวก่อนยังมีชาวบ้านอาศัยอยู่ราว 20 ครอบครัว

เมื่อเรามาถึงเนินที่มองเห็นหมู่บ้านซึ่งตั้งอยู่เบื้องหน้าเขาก็หยุดรถ ที่ตรงนี้เมื่อหลายปีก่อน ในความสับสนอันแสนวุ่นวายโกลาหลของผู้คนท่ามกลางความมืดมิดและสายฝนโปรย ผมไม่เคยคาดคิดว่าเหตุการณ์คราวนั้นจะเป็นเสมือนทางแยกสู่เส้นทางสายใหม่ ซึ่งทำให้ผมไม่อาจมองโลกด้วยมุมมองเหมือนเดิมได้อีกต่อไป

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต


โปรดติดตามตอนต่อไป... มิตรภาพและการแสวงหา_02(โบกรถออกค่าย)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 18, 2015, 11:52:33 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
anue0159
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


« ตอบ #310 เมื่อ: สิงหาคม 02, 2014, 10:43:47 AM »

มีบ้านดินด้วย

สองปีก่อนไปเรียนทำบ้านดินมา

น่าทำมาก แต่ที่ๆเค้าสอน บอกว่าถ้าจะให้ทน ให้แอบผสมปูนซีเมนไปด้วย ฮ่าๆๆๆ



nomadic_man ผมเองก็แค่บังเอิญได้ไปเรียนรู้การทำบ้านดินแบบพื้นฐานเมื่อนานมากแล้ว คิดแต่เพียงว่าหากเป็นไปได้อยากมีบ้านดินสักหลัง
ว่าแต่ว่า สูตรผสมปูนเนี่ยเป็นความรู้ใหม่เลยครับ  ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 02, 2014, 02:27:11 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #311 เมื่อ: สิงหาคม 04, 2014, 08:58:17 PM »

แนวความรกด้านสวนล่างเริ่มเปลี่ยนแปลง  ยิงฟันยิ้ม เนื่องจากสุดสัปดาห์ก่อนได้แรงงานมาช่วย คนหนึ่งคือรุ่นพี่ที่สนิทกันอีกคนคือน้องเขยแม่น้องเม็ดทราย โดยแบ่งงานเป็นสองวันวันแรกตัดหญ้าสวนล่าง ขนาดว่าน้องเขยระวังให้เป็นอย่างดีก็ยังมิวายตัดต้นไม้ไปหลายต้น คงต้องโทษผมเองที่ปล่อยให้สวนล่างรกเกินไป เมื่อตัดหญ้าเสร็จสวนตะขบน้องเม็ดทรายเลยดูดีขึ้นมาหน่อยครับผม



เย็นวันนี้ให้เธอดูแลน้องเม็ดทรายที่บ้านพักส่วนผมมาปลูกต้นไม้เพิ่มตามระเบียบ ช่วงนี้แล้งขนาดจึงทำให้ปลูกแต่ละวันได้จำนวนไม่มากนักเพราะต้องรดน้ำหลังปลูกด้วย



สวนตะขบน้องเม็ดทรายดูดีขึ้นมาหน่อย พอให้ใครต่อใครที่ผ่านมางงเล่นๆ  ยิงฟันยิ้ม



แนวความรกด้านสวนล่างเริ่มเปลี่ยนแปลง



กล้วยน้ำว้าด้านหลัง ได้กินมาหลายเครือแล้ว ส่วนไผ่กิมซุง 4 กิ่งกำลังแตกหน่อเพื่อเป็นกอไผ่ในอนาคต  ยิ้ม



ผักหวานป่าแบบเขี่ยดิน หยอดเมล็ด กลบฝัง อัตรางอกยังไม่ถึงครึ่ง แต่เราไม่สนใจเพราะตั้งใจไว้แล้วว่าจะเป็นสวนผักหวานป่าที่ไม่เน้นการดูแล(กระทำเท่าที่จำเป็น)  ยิงฟันยิ้ม



ผักหวานป่าที่ปลูกปีก่อนของสวนล่าง 3 กลุ่ม ไม่งาม ก้ำกึ่ง และพอไปวัดไปวาได้ เพราะยังมีชุดที่ไปวัดไปวาได้นี่เองผมจึงตัดสินใจว่า แนวทางของผักหวานป่าสวนล่างจะกระทำให้น้อยที่สุด ครับผม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 08:05:29 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #312 เมื่อ: สิงหาคม 08, 2014, 09:29:39 PM »

แนวความรกด้านสวนบนก็เริ่มเปลี่ยนแปลง สืบเนื่องจากสัปดาห์ที่ตัดหญ้าสวนล่างในวันเสาร์พอวันอาทิตย์จึงจัดการความรกที่บ้านสวนด้วย สภาพออกมาอย่างที่เห็น พอความรกหายไปความอยากปลูกต้นไม้เพิ่มก็ปรากฏ วันก่อนได้ปลูกต้นไม้ป่าเห็ดเพิ่มในหลุมที่แห้งเหี่ยวตายดับ วันนี้ปลูกเพิ่มอีกหน่อยเดินดูต้นไม้อีกไม่น้อยเพราะมาคนเดียว...  ยิงฟันยิ้ม



เจ้าน้ำตาลหมาบ้านข้างๆยังแวะเวียนขึ้นมาเสมอส่วนเจ้าดำคู่หูสงสัยม่องเท่ง  ร้องไห้ เพราะไม่เจอมันนานมากแล้ว




เชิญชมสวนโล่งๆ นานทีปีหนจึงจะมีภาพเช่นนี้  ยิงฟันยิ้ม




แนวทิวฝันเหลือต้นไม้ผู้กล้าเพียงอย่างละต้น(เมเปิ้ลกับนางพญาเสือโคร่ง) แต่ไม่ต้องห่วงตอนนี้ผมเพาะต้นนางพญาเสือโคร่งได้เยอะ ปีหน้าค่อยลองปลูกใหม่



ไผ่เลี้ยงเริ่มแตกหน่อใหม่ส่วนไผ่รวกหวานยังนิ่งอยู่เนื่องด้วยปริมาณฝนที่ตกเพียงน้อยนิดของปีนี้



มาชมผักหวานป่าปลูกปีที่แล้วกันบ้าง



แบบหยอดเมล็ดกับแบบขุดล้อมมาจากป่า(ขุดมา 10 กว่าต้นเพื่อทดลอง)โตพอๆกัน แต่หลายๆต้นแบบหยอดเมล็ดก็โตแซงแล้ว




ผักหวานป่าหยอดเมล็ดต้นที่พอไปวัดไปวาได้ของสวน  ยิงฟันยิ้ม




พวกที่ไม่โตก็มีเพราะพี่เลี้ยง(ตะขบ)ม่องเท่งไปก่อนหน้าแล้ว  ร้องไห้




ทับทิมพันธุ์อะไรก็ไม่รู้ปลูกไว้นานมากเพิ่งมาเป็นลูกในปีนี้  ยิ้ม



ปลูกมะนาวสูตรใหม่ล่าสุดเทคนิคจากดาวจระเข้คือ ใช้ว่านหางจระเข้เป็นพี่เลี้ยง ผลการทดลองพบว่าต้นไม้งอกงามอย่างดียิ่ง... ผมหมายถึงว่านหางจระเข้นะ  ยิงฟันยิ้ม




ปิดท้ายด้วยสิ่งที่ไม่คาดคิดคือ "ต้นเงาะ" เพราะที่บ้านสวนปลูกมานับสิบๆต้นแต่ไม่เคยรอดสักต้น ต้นนี้ผมก็คิดว่าคงไม่รอดแล้วหลังจากตัดหญ้าออกจึงพบว่ามันกำลังแทงยอดใหม่ขึ้นมาเพื่อดิ้นรนต่อสู้ให้มีชีวิตรอดสืบไป ได้แต่หวังว่าจะรอดไปได้เรื่อยๆ



จบการรายงานสถานการณ์  แนวความรกบ้านสวนเหตุการณ์เริ่มเปลี่ยนแปลง ครับผม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 08:08:03 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #313 เมื่อ: สิงหาคม 11, 2014, 06:53:57 AM »

วันหยุดยาวยังไม่ได้ไปสวนสักวันเนื่องจากติดภารกิจ อย่างแรกคือพารุ่นน้อง(เป็นสมาชิก กพพ. เช่นกันแต่ยังไม่ยอมเปิดสวนสักที)ที่โดนผมเป่าหูบ่อยๆเรื่องป่าเห็ด  ยิงฟันยิ้ม หนักเข้าชักอดใจไม่ไหวจึงต้องชวนผมไปซื้อต้นไม้ทีี่ อ.วังทอง แหล่งไม้ป่า(ไม่เดียวกันนะ) รอบนี้ไปแวะอยู่ 2 ร้านซึ่งดูเหมือนว่าแต่ละร้านจะมีต้นไม้แตกต่างกันไป หากมีเวลาอยากแวะไปเสาะหาต้นไม้ทั้งวันจัง ต้นไม้ส่วนใหญ่ที่นำมารอบนี้ได้แก่ ยางนา พะยอม ตะเคียน เต็ง รัง



ขนกลับมาแค่นี้เอง... แต่มีของรุ่นพี่กับรุ่นน้องอีกคนที่ฝากซื้อด้วย ขนาดที่ป่าเห็ดแปลงทดลองยังไม่มีเห็ดออกยังเกลี้ยกล่อมผู้คนได้เพียงนี้ ถ้ามีเห็ดออกจะขนาดไหน คิดเอาเอง  ยิงฟันยิ้ม



อีกวันพาน้องเม็ดทรายไปทำบุญถวายสังฆทานที่วัดป่า บ.ศาลาน้อย พระอาจารย์ที่นั่นชอบปลูกต้นไม้มาก รอบก่อนผมรับปากว่าจะเอาต้นพะยอมมาถวาย แต่รอบนี้ไปไม่เจอท่าน จึงไม่ได้ปลูกเพียงแต่เอาต้นไม้ลงไว้ให้ท่านเฉยๆ(พระลูกวัดรับเรื่องไว้) หวังว่าต้นพะยอมที่ได้ไปที่นั่นจะเติบโตเป็นร่มเงาสืบต่อไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 08:09:05 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #314 เมื่อ: สิงหาคม 11, 2014, 09:26:26 PM »

เมื่อวานตอนเย็นไปรับยายน้องเม็ดทรายที่บ้านนอกมา เห็นบอกว่าจะอยู่ด้วยสักสัปดาห์คงทำให้มีเวลาไปกอบกู้ความรกที่สวนไกลบ้าง ว่าแล้วก็เลยไปเก็บตกบ้านสวนโดยจัดการกองขี้หมูที่โดนหญ้าท่วมนำไปเทให้ต้นไม้ต้นไร่ได้กิน ก็อย่างว่าพอเห็นสวนรกก็ไม่มีแรงทำพอสวนไม่รกก็มัวแต่เดินดูโน่นดูนี่ โดนบ่นไปตามระเบียบ  ยิงฟันยิ้ม อย่างน้อยวันนี้ก็แล้วเสร็จตามที่คาดหวังเพราะมีผู้ช่วยตั้ง 3 คน



"หญ้ามันเอาไปกินจนว่าแล้ว" ช่างมันปะไรยังไงก็หญ้าในสวนเรา ผมตอบแบบถูๆไถๆพอเอาตัวรอด  ยิงฟันยิ้ม




ว่าแล้วก็เลยจัดให้ต้นไม้เสียหน่อย จะได้สารอาหารที่ต้องการหรือไม่คงไม่สำคัญ อย่างน้อยเติมมูลหมู มูลไก่แกลบทุกๆปีหน้าดินคงดีขึ้น



"แนวทิวฝัน" คิดอยู่ว่าจะปลูกซ่อมดีไหมในปีนี้ พอเห็นกล้านางพญาเสือโคร่งชูหน้าสลอนเลยตัดสินใจไม่ยาก หากตายก็ปลูกใหม่เอาเรื่อยๆ ดื้อซะอย่างใครจะทำไม ไวเท่าความคิดจึงจัดไปหลุมละ 2 ต้นให้อยู่เป็นคู่กัน อย่างน้อยเวลาตายจะได้มีเพื่อนไม่เหงา  โกรธ


เมื่อบ้านสวน สวนล่าง แนวความรกเริ่มเปลี่ยนแปลง เป้าหมายใหม่อันใกล้ของเราคือ สวนไกล... คิดถึง  ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 08:09:56 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #315 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2014, 10:54:38 PM »

เป็นการยากที่จะทำใจยอมรับได้กับความรกของวัชพืช เมื่อผู้คนส่วนใหญ่ถูกปลูกฝัง(อย่างน้อยก็ถูกทำให้เชื่อเช่นนั้น)ว่าพืชใดๆก็ตามแต่ที่เราไม่ได้ปลูก เมื่อมางอกเงยในบริเวณที่เราปลูกพืชแล้วย่อมคือวัชพืชและต้องถูกจำกัด หลายต่อหลายคนเริ่มสงสัย บางคนเริ่มลังเลและผมเองก็ไม่แน่ใจนักว่าสิ่งที่ผมเชื่อมันจะเป็นไปในทิศทางไหน เมื่อโดนสอบถามบ่อยครั้งเข้าผมก็วางท่าทีไม่ถูกกับคำถามที่ว่า "สวนทำไมรกจัง"

เมื่อสิ่งที่เราเห็นไม่เป็นไปตามที่ต้องการเราจึงต้องกระทำบางอย่าง เมื่อมีการกระทำที่ไม่จำเป็นครั้งแรก ย่อมมีครั้งต่อๆไปตามมา เมื่อความรกเรื้อของพืชที่ไม่พึงประสงค์ซึ่งงอกเงยอย่างเงียบๆ ไม่แม้แต่จะเรียกร้องสิ่งใดเกิดขัดหูขัดตาเข้า จึงต้องมีการจัดการซึ่งแล้วแต่วิถีที่ผู้คนเลือก ตัดบ้าง ถางบ้าง ใช้สารเคมีบ้าง ตามแต่สะดวก จนหลงลืมไปว่าสิ่งที่เรากระทำนั้นแท้ที่จริงแล้วจำเป็นเพียงใด

หากเป็นเมื่อก่อนผมเองคงไม่ต่างกันสักเท่าใดนักถ้าเจอสภาพสวนที่รกเช่นนี้ ต้องรีบจัดการทันทีไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง สภาพของสวนไกล ณ ปัจจุบันแทบจะดูไม่ได้เลยในสายตาผู้อื่น "ซื้อที่ซื้อทางก็ใช้เงินแล้วทำไมไม่ทำให้มันงอกเงยปล่อยให้รกอยู่ได้" "ทำไมไม่ปลูกข้าวโพดล่ะ" "ไถอีกรอบพ่นยาแล้วปลูกถั่วคงดี" อื่นๆอีกมากมาย... ผมทำใจไว้แต่แรกว่าหนทางสายนี้ไม่ได้ดำเนินโดยง่าย ยากยิ่งกว่ากับการจะอธิบายให้ใครๆเข้าใจ จึงเป็นการดีที่สุดกับการเงียบเข้าไว้และปฏิเสธวิถีที่ผู้อื่นแนะนำ

ทุกสิ่งทุกอย่างมันมีที่มา เหตุของความรกสืบเนื่องมาจากการไถเมื่อมีการไถพรวนหน้าดินก็เปรียบเสมือนการส่งนำให้เมล็ดพืชประจำถิ่นได้กลบฝังลงดินพร้อมงอกเงยเมื่อได้รับความชื้นที่เหมาะสม พวกมันหาได้มีความผิดอันใดไม่หากแต่ดำเนินไปตามปรกติอย่างเรียบง่าย เกิด เติบโต สืบพันธุ์ ตายดับ ซึ่งไม่ต่างอะไรกับพวกเราเลย พวกมันก็แค่ดำรงเผ่าพันธุ์แค่นั้น

หากเปิดใจบ้างเราจะพบว่าคำพูดของกลุ่ม permaculture ที่ว่า "วัชพืชคือทรัพยากรที่ยังไม่ถูกใช้" ฟังดูก็ไม่เลวนักถึงมันจะทำให้ต้นไม้ที่เราปลูกต้องตายดับไปบ้าง(เพราะถูกกดทับอยู่ในดงวัชพืช) ถือเสียว่าเป็นการคัดสรรจากธรรมชาติอย่างแท้จริง นั่นจึงเป็นที่มาของการตัดหญ้าในแปลงปลูกป่าทั้งๆที่กะเอาไว้ว่าปีนี้จะไม่กระทำอันใดอีกแล้วในส่วนนี้ แต่ก็ยังไม่อาจละใจได้เนื่องจากหากปล่อยไว้ต้นไม้ที่ปลูกคงสูญเปล่า

ท้ายที่สุดแล้วอาจต้องใช้การจ้างวานเข้าช่วยเมื่อติดข้อจำกัดหลายๆด้าน แต่สองวันที่ผ่านมาเราก็ได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วกับการกอบกู้ต้นไม้ป่าเห็ดที่ปลูกในปีนี้ ตายไปก็หลายต้นทั้งตายเองทั้งโดนตัด  โกรธ ค่อยๆปลูกซ่อมกันไปเพราะกล้าไม้รอปลูกยังมีอีกเยอะ...



ใครมองเห็นอะไรในภาพนี้บ้างนอกจากความรก รก แล้วก็รกของเหล่าวัชพืช ส่วนผม มองเห็น... ปุ๋ยที่ยังไม่ถูกนำมาใช้ ครับผม  ยิงฟันยิ้ม





สภาพป่าเห็ดที่กลายเป็นป่าจริงๆแล้ว ป่าวัชพืช จนมีคนแซวว่าไม่ต้องปลูกแล้วป่าน่ะ  ยิงฟันยิ้ม





แอบเก็บภาพสวนกล้วยของคุณตาที่ข้างๆกันได้รับการดูแลอย่างดีจนมีสภาพอย่างที่เห็น เมื่อไหร่สวนไกลเราจะเป็นอย่างนี้มั่งน้อ  ยิงฟันยิ้ม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 08:10:50 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
Thesun215
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4146


« ตอบ #316 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2014, 07:13:32 AM »

 ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ หญ้างามเพราะดินดีครับ อย่าว่าแต่ต้นไม้ที่โดนเครื่องตัดหญ้าเลยครับ ขนาดท่อสปริงเกอร์ยังโดนตัดเลย  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ถ้าปลูกไม่เป็นแถวเป็นแนวเนี่ยลำบากจริงๆครับ แต่ถ้าท่านใช้กล้วยเป็นไม้พี่เลี้ยงทุกต้น อย่างน้อยก็เห็นกล้วยก่อนจะโดนตัดนะครับ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม



nomadic_man วันเสาร์นี้ครับที่จะไปตัดหญ้าให้สวนกล้วย 300 ต้นที่ปลูกไว้ ต้องรอดูว่าจะรอดจากคมใบมีดได้เยอะไหมเพราะมันรกขนาดหนัก  ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 15, 2014, 04:04:20 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
NOKV1
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 164


« ตอบ #317 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2014, 12:58:01 PM »

เห็นภาพสวนของท่าน nomadic_man แล้วเหมือนกำลังดูรูปสวนตัวเองเลยครับ  ยิงฟันยิ้ม ขาดแต่ของผมไม่มีภูเขาเป็นฉากหลังเท่านั้นเอง

เอาตะเคียนไซร์ เมตรกว่าไปปลูกแทนของเดิมที่ตายไป เกือบห้าร้อยต้น รวมกับหน่อกล้วยที่ปลูกสับหว่างตะเคียนอีกเกือบ 700 ต้น แต่มองไปเห็นแต่หญ้ากับหญ้าเท่านั้นครับ  โกรธ โกรธ  



nomadic_man จำนวน 700 ต้นนี่ตะเคียนหรือกล้วยครับ โครงการใหญ่ทีเดียว  อายจัง ว่างๆเอาภาพสวนมาให้ชมมั่งสิครับ จะได้รู้กันไปเลยว่าสวนใครเด็ด(รก)กว่ากัน  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 15, 2014, 04:08:12 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #318 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2014, 09:04:04 PM »

เป็นเช้าวันเสาร์ที่ผมนอนตื่นสายเนื่องจากฝนพรำ ความตั้งใจแรกของวันนี้คือจะไปตัดหญ้าที่สวนไกลในส่วนของป่ากล้วย เสียงฝนที่ตกลงมาตอนเช้ามืดทำให้ผมสะดุ้งตื่นจากนั้นก็นอนยาวเพราะฝนยังไม่ยอมหยุดตกเสียที ทั้งๆที่นอนตื่นสายแต่ฝนก็ยังปรอยๆเป็นอันว่าคงไม่ได้ตัดหญ้าที่สวนไกลเสียแล้ว ฝนมาซาเอามายามสายพอไม่มีอะไรทำผมจึงตัดสินใจไปเที่ยวป่าเห็ดเสียหน่อย พอไปถึงมีคนหาอยู่แล้วส่วนหนึ่งผมจึงถือโอกาสสำรวจเพิ่มเติมในพื้นที่ใหม่ที่คาดว่าเห็ดน่าจะออกเพราะมีต้นเต็ง-รัง เยอะพอสมควร

เดินป่าไปมาก็ยังเก็บเห็ดได้ไม่มาก ทว่าในใจกลับคิดถึงแต่สภาพป่าเห็ดของเราที่ปลูกไว้ ได้แต่หวังว่าอีกสักไม่เกิน 5 ปีมันจะมีเห็ดขึ้นมาให้เก็บบ้าง หลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จเมื่อตอนบ่ายสองโมง จะไปสวนไกลรถก็คงเข้าไม่ได้เพราะทางลื่น จึงเบนเป้าหมายมาที่สวนล่างไปตัดหญ้าซ้ำให้ป่าตะขบเสียหน่อย เป็นอันว่าไม่ได้ปฏิบัติตามภารกิจหลักที่หวังไว้แต่ก็ยังได้งานอยู่บ้าง ครับผม  ยิงฟันยิ้ม



เห็ดที่หามาได้ในเช้าวันนี้แบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกแกงเห็ดรวม ส่วนที่สองเห็ดเสม็ด(เห็ดผึ้งขม)ให้ยายน้องเม็ดทรายต้มน้ำขมของเห็ดออกรอทำกินต่อไป ส่วนสุดท้ายคือดอกเห็ดแก่ๆ นำมาปั่นแล้วก็รดต้นตะเคียนจำนวนหนึ่งที่ไปซื้อมาใหม่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เตรียมพร้อมปลูกซ่อมในส่วนของต้นไม้ป่าเห็ดที่ตายในปีหน้า





ภารกิจที่สวนล่างวันนี้คือตัดหญ้า ปลูกต้นไม้ป่าเห็ดเพิ่ม แล้วก็ตั้งใจว่าจะนำหัวสับปะรดที่ขอมาได้เอาไปปลูกไว้กินเล่นๆ แต่ตัดหญ้านานไปหน่อยจึงยังไม่เป็นสับปะรด เอ๊ย ยังไม่ได้ปลูกสับปะรด ฝากไว้ใต้ร่มตะขบก่อนวันหลังค่อยว่ากัน  ยิงฟันยิ้ม





ป่าตะขบกับป่าเห็ดดูโล่งตาขึ้นหลังจากตัดหญ้าซ้ำ เป็นอันว่า บ้านสวน สวนล่าง จัดการเกือบเรียบร้อยแล้ว ต่อไปหากมีเวลาคงต้องมุ่งเป้าที่สวนไกลเป็นหลัก

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 08:11:51 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
ฟาร์มเงิน สารคาม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1057


« ตอบ #319 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2014, 09:24:30 PM »

  แวะมาเยี่ยมเยือน และเก็บเกี่ยวองค์ความรู้ครับ  ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์



nomadic_man ขอบคุณครับ ส่วนไหนที่สาระน้อยๆข้ามผ่านไปก็ได้เด้อ  ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 16, 2014, 09:42:59 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า

มหาสารคาม
หน้า: 1 ... 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 [20] 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 ... 39   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: