หน้า: 1 ... 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 [16] 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 ... 39   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันสุดท้าย สุดทางฝัน  (อ่าน 311340 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
สุ ป่าริมห้วย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1594


« ตอบ #240 เมื่อ: มีนาคม 17, 2014, 12:22:31 PM »

  สวัสดีค่ะ..ช่วยดูให้นิดนึงค่ะ..อย่างงี้ใช่หมากเบนมั้ยอ่ะ..ที่สวนขึ้นเอง ถางทิ้งไปเยอะเลยค่ะ..

(ขออภัยภาพหาย ขาดการติดต่อกับแหล่งที่มา)

                                                                                                      ขอบคุณค่ะ... ยิ้มเท่ห์



nomadic_man ดูจากลักษณะใบแล้วไม่น่าใช่นะครับ  ยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 19, 2015, 10:42:38 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า

nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #241 เมื่อ: มีนาคม 24, 2014, 11:59:57 PM »

สับสนบนหนทางเปลี่ยว

ระหว่างหยุดรถกลางทางผมถามเขาด้วยใจสับสนว่า "จะไปต่อหรือย้อนกลับดีวะ" อย่างน้อยหากถอยหลังคืนผมรู้ดีว่าเส้นทางที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง แต่หนทางข้างหน้าเล่า ใครจะบอกได้ว่าเป็นเช่นไร...
"ผมก็รู้เท่าๆกับคุณนั่นแหละ ถามอย่างนี้มิสู้อย่าถามเสียดีกว่า"
"ไม่ถามไฉนจะได้มาซึ่งคำตอบ" ผมพูดด้วยน้ำเสีียงไม่พอใจเพราะเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังหลงทาง
"อาจบางที่คนเราต้องตั้งคำถามเพื่อพบเจอคำถาม หาใช่ให้ได้มาซึ่งคำตอบ"
"อย่าพูดอะไรที่มันเข้าใจยากได้ไหม..." ผมเว้นช่วงไปสักครู่พร้อมคิดในใจว่าปรกติคำพูดของเขาก็ไม่เป็นที่เข้าใจง่ายอยู่แล้ว "อย่างน้อยก็ตอนนี้" ผมจึงกล่าวตามออกไปอีกคำ
"ก็แล้วแต่คุณ เป็นคนขับไม่ใช่เหรอ อีกอย่าง... ช่างมันเถอะ แล้วแต่คุณแล้วกัน" เขากลืนคำพูดสุดท้ายลงไปในลำคอ พร้อมเม้มปากเป็นเส้นตรงบ่งบอกว่าจะไม่กล่าวอะไรออกมาอีกแล้ว
...
...
...
หลายต่อหลายครั้งบนเส้นทางแห่งชีวิตที่ชั่วขณะหนึ่งเราไม่สามารถให้คำตอบกับตนเองได้ว่าจะไปทางไหนดี ถอยก็ไม่เข้าท่า เดินหน้าก็ไม่เข้าที หยุดอยู่กับที่ก็ดูไม่ควร ระหว่างที่ผมกับเขายังไม่สามารถหาข้อยุติได้ คุณก็ลุกขึ้น หันหน้าไปมาชั่วครู่ก่อนเดินจากไปอย่างช้าๆเพียงลำพัง





หลังจากเหตุการณ์ในคราวนั้นซึ่งผมไม่อาจทราบได้ว่าตนเองตัดสินใจถูกหรือไม่ที่แยกทางกับคุณ เสียงเขาร้องโหวกเหวกโวยวายอยู่ข้างหลังระหว่างผมชะลอรถ "จะมาหรือไม่มา" ผมตะโกนถามกลับไป
"เดี๋ยวๆๆๆ รอผมก่อน รอผมด้วยยยยยยยย ผมอยากไปกับคุณ อย่างน้อยผมก็อยากรู้ว่าหนทางข้างหน้าเป็นอย่างไรบ้าง" เสียงเขาตะโกนไล่หลังพร้อมวิ่งตามมาอย่างเร่งรีบ ท่าทีของเขาในตอนนั้นทำให้ผมต้องหัวเราะออกมาอย่างเสียไม่ได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 04:26:30 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #242 เมื่อ: มีนาคม 28, 2014, 10:00:47 PM »

ฤดูร้อน



เมื่อหมู่เมฆคิวมูลัสหวนมาพร้อมกับสายลมที่แสนจะอบอ้าว กลีบดอกตะแบกสีม่วงอ่อนก็ตัดสินใจพากันละทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิด ออกร่อนเร่พเนจรไปตามที่ต่างๆสุดแล้วแต่สายลมจะนำพา เบ่งบานและปลิดปลิวท้าแสงแดดแรงกล้าเสมือนว่าเป็นฤดูร้อนสุดท้ายของชีวิตก็มิปาน ซึ่งไม่สนใจว่าคุณกำลังหยุดจักรยานและจ้องมองอย่างตื่นตะลึง เริงระบำกันสุดเหวี่ยงกับลมหอบหนึ่ง ช่วงเวลานั้นราวทุกสิ่งทุกอย่างหยุดนิ่งไม่ไหวติงยกเว้นพวกมันเท่านั้น...

หลายปีก่อนหน้านี้เธอเคยบอกกับคุณว่า “ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะเหมือนเก่าหากมีใครสักคนขยับออกจากตำแหน่งเดิม” ระหว่างเดินทางกลับจากการไปพบเธอเที่ยวสุดท้าย -นับตั้งแต่นั้นคุณยังไม่เคยได้เจอเธออีกเลย – คุณทบทวนประโยคนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่ในหัว มันทำให้คุณคิดถึงกิจกรรมหนึ่งที่นักศึกษายามออกค่ายชอบเล่นกัน ทุกคนนั่งล้อมเป็นวงกลม กลางวงจะมีคนๆหนึ่งนำวงโดยระบุอะไรง่ายๆ ยกตัวอย่างเช่น สีเสื้อที่ใส่ ทรงผม เศษเหรียญในกระเป๋า เป็นต้น จากนั้นผู้ที่มีลักษณะตรงกับที่ระบุจะต้องรีบลุกออกไปหาที่นั่งตำแหน่งใหม่โดยแย่งกับคนนำวงด้วย(หรืออาจให้ผู้ที่ไม่มีลักษณะที่ระบุเป็นคนโยกย้ายแทน) มีข้อแม้ว่าห้ามนั่งติดกับคนเดิมที่เคยอยู่ข้างกัน นั่นหมายความว่าในรอบต่อๆไปจะต้องมีคนหนึ่งออกมานำวงแทน(หมายถึงคนสุดท้ายที่หาที่นั่งได้) เล่นไปเรื่อยๆจนกว่าจะเบื่อหรือหมดเวลาพักจึงหยุดเล่น





  
คุณไม่เคยจ้องมองดวงดาวบนฟากฟ้า คุณไม่เคยรู้จักชื่อของก้อนเมฆชนิดต่างๆ ไม่คิดแม้แต่จะเสียเวลามองมัน คุณไม่สามารถแยกแยะต้นไม้ตามรายทางได้ว่าเป็นต้นอะไร ไม่สนใจแม้แต่น้อยว่าพวกมันจะผลิดอกออกผลตอนไหน ไม่อยากสืบเท้าออกจากห้องพักแคบๆของหอพักมหาวิทยาลัยหากไม่จำเป็น เรื่องการเดินทางเลิกพูดถึงได้เลย คุณเคยมีความสุขกับวิถีที่ซ้ำซากจำเจ ใช้ชีวิตแบบวันต่อวัน คงเป็นเช่นนี้ไปอีกนานเท่านานหากคุณไม่ได้พบกับเธอ

ฤดูร้อนสุดท้ายที่มีร่วมกันระหว่างคุณกับเธอแทบจะไม่มีอะไรตราตรึงใจ เริ่มตั้งแต่การเดินทางที่ล่มตั้งแต่ยังไม่เริ่มเพราะขึ้นรถไฟไม่ทัน คุณกับเธอต่างหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองเพียงเพื่อกล่าวโทษซึ่งกันและกัน สุดท้ายเสียเวลาอยู่ครึ่งค่อนวันก่อนตัดสินใจไปอีกสถานที่หนึ่งอย่างเหนื่อยหน่ายเพื่อที่เดินทางกลับอย่างเงียบงัน หลายเดือนต่อมา ในครั้งสุดท้ายที่เจอกันเธอบอกกับคุณว่า “ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะเหมือนเก่าหากมีใครสักคนขยับออกจากตำแหน่งเดิม”







ทุกฤดูร้อนของแต่ละปี ดอกตะแบกจะเบ่งบานซึ่งเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นชีวิต เพราะหลังจากนั้นไม่นาน พวกมันก็ร่วงหล่นแต่ตามกิ่งก้านจะผลิใบใหม่ เพื่อสังเคราะห์แสงสร้างอาหารให้เมล็ดพันธุ์น้อยๆจำนวนมหาศาลภายในผลที่เกิดจากการผสมเกสร เตรียมพร้อมสำหรับการลาจากต้นแม่ในช่วงเวลาเดียวกันกับการผลิดอกของปีต่อๆไป







ลมร้อนหอบนั้นพัดผ่านไปแล้วคุณเพียงปัดมือซ้ายเบาๆบนหัวไหล่ข้างขวา ทำให้กลีบดอกตะแบกที่คาค้างอยู่ร่วงหล่น คุณจ้องมองจนมันหยุดแน่นิ่งกับพื้น แว่วเสียงสดใสของเธอมาจากความทรงจำคุณ
“ตาทึ่ม นั่นมันดอกเสลาต่างหาก ไม่ใช่ดอกตะแบกเสียหน่อย” ...  
ชั่วขณะที่รอยยิ้มเล็กๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคุณ ลมหวนมาอีกคราพัดพาทุกอย่างที่พอจะทำได้ตามแต่แรงลมให้ล่องลอยขึ้นเพียงเพื่อร่วงหล่นอีกสักกี่ครั้ง รอคอยวันเวลาย่อยสลายกลายเป็นผืนดิน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 04:27:45 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
bundidta
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 992


« ตอบ #243 เมื่อ: มีนาคม 29, 2014, 10:12:30 AM »

 ยิ้มเท่ห์ แวะมาเยี่ยมครับ  เข้ามาดูสวนนี้ เหมือนได้อ่านนวนิยายโรแมนติกเลยครับ  เจ๋ง เจ๋ง



nomadic_man ขอบคุณครับที่ติดตาม ในส่วนของ "ขอบฟ้า" กับ "นิทานบ้านสวน" มีส่วนที่เป็นความจริงอยู่ไม่ถึงครึ่งเสียด้วยซ้ำ แค่มีคนอ่านผ่านตาเล่นๆพอฆ่าเวลา ผมก็ดีใจแล้วครับ  ยิ้มเท่ห์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 21, 2014, 12:39:50 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
Tawandin
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 259


« ตอบ #244 เมื่อ: มีนาคม 30, 2014, 09:44:48 PM »

ของฝากก่อนนอน   ยิ้มเท่ห์



ภาพที่เห็นจากด้านบนเป็นภาพแอบถ่ายจาก ไซต์งานลับ (เพราะยังไม่ได้ขออนุญาติจากเธอ)  ลังเล จากการลองถูกลองผิดมาหลายปีกับบ้านสวน จึงได้ลักษณะการ
กระทำซ้ำที่ผมใช้ในการ ฟื้นฟู-ปรับสภาพดิน ที่ผ่านการปรับพื้นที่ใหม่ ดังนี้

1. ต้นกระดุมทอง เป็นหน่วยทะลวงฟันแบบดาวกระจาย ทุกทิศทุกทางเมื่อเขาตั้งตัวได้
     - ข้อดี แพร่กระจายคลุมหน้าดินอย่างรวดเร็ว ตัดง่าย ถางง่าย ไม่ค่อยรัดพันต้นไม้นัก
     - ข้อเสีย กลัวแต่จะลามไปที่เพื่อนบ้านแล้วเขาว่าเอา  ยิงฟันยิ้ม

2. หญ้าแฝก หัวหมู่ทะลุละลวงแนวดิ่ง และคอยยึดฐานที่มั่นแถวๆชายขอบให้เราอย่างเหนียวแน่น
    ดูแลเขาให้ดีในช่วงแรก แล้วเขาจะอยู่รับใช้เราจนชั่วลูกชั่วหลาน
     - ข้อดี-ข้อเสีย อากู๋(google) บอกไว้หมดแล้ว  ยิ้ม

3. หญ้า ในที่นี้หมายถึง หญ้าที่เราชอบ ไม่เจ้าชู้(หญ้าเจ้าชู้) ไม่โหดร้าย(มีหนาม) ไม่รบกวน(คัน) เป็นพอ
    ในภาพลงทุนนำเข้ามาจากต่างประเทศ(หญ้ามาเลเซีย) ด้วยความชอบส่วนตัว (ของเธอ)
     - ข้อดี เมื่อแพร่กระจายแล้ว จะปกคลุมหน้าดินร่วมกับกระดุมทอง ทำให้เมล็ดวัชพืชที่เราไม่ต้องการเกิดใหม่ได้น้อยลง
     - ข้อเสีย คิดไม่ออก บางดีอาจดูรกหูรกตาบ้าง เท่านั้น

4. พืชพี่เลี้ยง ในที่นี้ใช้ถั่วพร้า เมื่อหลายปีก่อนมีปราชญ์ชาวบ้านแบ่งให้มา 1 ฝัก คบกันมานาน สุดท้าย
    เลยถูกแต่งตั้งให้เป็น "พระพี่เลี้ยง" ประจำบ้านสวน  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
     - ข้อดี-ข้อเสีย ถามอากู๋ดูนะ  โกรธ

5. พืชตระกูลถั่ว ปลูกบำรุงดิน



ปล. นี่แค่เป็นประสบการณ์ส่วนบุคล ไม่ได้ถือว่าเป็นบทสรุปแห่งความถูกต้อง แค่นำมาแลกเปลี่ยนกันเฉยๆ เผื่อเกิดประโยชน์อันน้อยนิดบ้าง ครับผม  ยิ้มเท่ห์

สวัสดีค่ะ คุณป๊าน้องเม็ดทราย  ยิงฟันยิ้ม
ขอข้อมูลนิดนึงค่ะ กระดุมทองยังคลุมดินได้ดีอยู่ไหมคะ?
ทำคันนาใหม่ จะใช้กระดุมทองช่วยคลุมหญ้า เพื่อนบ้านบอกว่า ถ้ามันเลื้อยลงนา จะลำบากนะ
ตอนนี้ เตรียมถั่วมะแฮะเป็นหลัก เลี้ยงกระดุมทองไว้หนึ่งล้อยาง ยาวเฟื้อยแล้ว ขอคำแนะนำด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ



nomadic_man สวัสดีครับ สำหรับกระดุมทองแล้ว ถือว่าเป็นพืชคลุมดินที่ดีตัวหนึ่ง ทนทานไม่กลัวแล้ง อาจจะมียุบลงบ้างพอฝนมาก็แตกยอดเจริญเติบโตขึ้นอีก แต่ก็มีข้อเสียเช่นกันครับคือเขาจะเลื้อยไปเรื่อย  ยิงฟันยิ้ม นั่นหมายความว่าหากพื้นที่ของเราที่ต้องการปลูกกระดุมทองคลุมดินอยู่ใกล้กับบริเวณที่ต้องใช้ประโยชน์เช่น ทำนา ปลูกพืชไร่ กระดุมทองดูเหมือนจะไม่ค่อยเหมาะสักเท่าไรครับ ที่เพื่อนบ้านคุณบอกไว้ถูกต้องแล้วครับ ถ้ามันลงไปในนาข้าวได้เมื่อไหร่จะลำบาก  โกรธ ทางที่ดีบนคันนาควรเป็นพืชตระกูลหญ้าที่ไม่ลุกลามมากนัก เช่น หญ้าแพรก หญ้ามาเลเซีย เป็นต้น ส่วนกระดุมทองนำไปใช้ในส่วนของผืนที่โล่งแจ้งที่ปลูกอะไรไม่ค่อยขึ้นหรือปลูกคุลมพื้นที่ปรับดินใหม่ เพื่อไม่ให้หน้าดินของเราเปล่าเปลือย น่าจะเกิดประโยชน์กว่าใช้คลุมคันนา ครับผม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 05, 2015, 03:13:20 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #245 เมื่อ: เมษายน 11, 2014, 09:56:24 PM »

เนื่องจากเป็นที่ตาบอดเราจึงต้องต่อรอง ราคาที่เจ้าของที่ดินเสนอมาถูกเราหว่านล้อมให้ลดลงเสียหน่อยเพื่อการแสวงหาหนทางเข้า "เจ้าแรกจะเอาสามแสน ส่วนอีกเจ้าขอสองแสน นี่แค่ให้ผ่านทางเฉยๆนะไม่ได้แบ่งที่แบ่งทางให้เป็นถนนสาธารณะประโยชน์" รุ่นพี่ที่ตัดสินใจซื้อที่แปลงนี้ร่วมกับผมพูดด้วยน้ำเสียงยากจะอธิบาย "มันจะพอมีทางอื่นอีกไหมพี่" ผมถามรุ่นพี่ด้วยใจหวั่นวิตก หากต้องเสียเงินอีกห้าแสนเพื่อหนทางเข้าที่ไม่รู้ว่าเขาจะปิดหรือเปิดตอนไหนก็ไม่รู้ มันดูจะเป็นความลำบากใจเสียมากกว่าหากได้สวนไกลมา

ผมเชื่อเสมอว่าทุกปัญหาย่อมมีหนทาง และเรื่องทางเข้าของสวนไกลก็ยังมีหวังจากช่องทางเล็กๆที่เราได้เสาะแสวงหา สวนไกลถูกรายล้อมด้วยที่ดินแปลงอื่นอีกหลายแปลง บางแปลงก็มีทางออก บางแปลงก็ไม่ โชคดีที่แปลงที่ไม่มีทางออกด้านหนึ่งที่ติดกับสวนไกลเจ้าของเขาได้ขอซื้อหนทางไว้ แต่ก็ยังไม่อาจเข้าถึงที่ดินของเขาได้เพราะต้องผ่านลำห้วย นั่นจึงเป็นที่มาของบล็อกคอนกรีตขนาดเล็กที่เราต้องร่วมกันลงทุนสร้างขึ้น "หากน้องๆสร้างสะพานข้ามลำห้วยมา พี่ก็ยอมแบ่งที่ให้ส่วนหนึ่งเป็นทาง" เจ้าของที่แปลงที่ไม่มีทางออกที่ติดกับสวนไกลกล่าวเอาไว้

ผมจะอธิบายลักษณะการคร่าวๆให้ฟังครับ จากถนนหลัก(ทางเข้าหมู่บ้าน)หากจะเข้าสวนไกลในเส้นทางแรกคือผ่านที่ดินสองแปลงก็คือราคาค่าผ่านทางร่วมห้าแสนบาทที่ผมกล่าวไว้ข้างต้น ส่วนอีกเส้นทางผ่านที่ดินสี่แปลง สองแปลงแรกติดถนนและถูกคั่นด้วยลำห้วยจึงเป็นสองแปลงหลังที่ติดกันสวนไกล หนึ่งในสองแปลงหลังได้ซื้อทางไว้แล้วติดที่ไม่สามารถ(ไม่คุ้มทุน)หาทางข้ามลำห้วยมาได้จึงไม่ได้ทำอะไรต่อ โชคดีที่พอเราเริ่มเสาะหาหนทางใหม่ได้บังเอิญไปเจอหนทางนี้ จึงเป็นที่มาของการสร้างสะพานข้ามห้วยเพื่อทำทางเข้าสู่สวนไกล...


ทางเข้าสวนไกลหลังจากข้ามลำห้วยมาแล้ว ป่าสักที่เห็นด้านซ้ายเจ้าของได้ซื้อทางก่อนจะข้ามลำห้วยเอาไว้ เมื่อเรารับปากทำสะพานเขากับที่ดินติดกันจึงยอมเปิดทาง(ที่เห็นเทดินแดงเป็นทาง)ให้ผมกับรุ่นพี่ได้มีทางเข้าสวนไกลเป็นผลสำเร็จในราคาที่รวมแล้ว(ทำสะพาน+ถมดิน+รอลงหินคลุก)ยังไม่ถึงที่เส้นทางแรกได้เรียกร้องมา(ห้าแสน  โกรธ )





หลังจากหาหนทางเข้าได้เราจึงตัดสินใจซื้อที่ เราทั้งสองต่างระดมทุนหาเงินมาให้ได้ครบตามจำนวน ในส่วนของผมเป็นเงินกู้ ซึ่งเป็นการกู้เงินครั้งแรกในชีวิต(ไม่รวมหนี้กู้ยืมการเรียน  โกรธ ) ทั้งๆที่สามารถกู้ได้มากกว่านี้แต่ผมตัดสินใจว่าจะกู้มาเพียงราคาที่ดินรวมกับราคาทำทางที่ประเมินไว้คร่าวๆ ด้วยเหตุผลที่ว่า "ยิ่งกู้เยอะยิ่งเสียดอกเยอะ" ถึงอย่างนั้นก็ยังเป็นจำนวนที่มากอยู่ดี   ยิงฟันยิ้ม  ไม่เป็นไร ในระยะเวลาผ่อนชำระ 10 ปีครึ่ง ดอกเบี้ยที่ต้องเสียไปราวๆหลายแสน ถือเสียว่าเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของลูกก็แล้วกัน ผมบอกกับแม่น้องเม็ดทรายเช่นนี้

ผมไม่เห็นด้วยกับกู้เงินมาซื้อที่ดินหากยังไม่มีการวางแผน แต่ในส่วนของผมเมื่อลดรายจ่ายส่วนอื่นๆลงบ้างกับการผ่อนจ่ายระยะเวลาข้างต้น ครอบครัวของเรายังพออยู่ได้อย่างไม่ลำบากนัก นั่นหมายความว่า ควรประมาณการรายรับรายจ่ายของแต่ละครอบครัวให้พอเหมาะพอสมกับความพอเพียง

เพราะความพอเพียงของเราแต่ละคนย่อมไม่เท่ากันครับ...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 04:28:16 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
Thesun215
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4139


« ตอบ #246 เมื่อ: เมษายน 11, 2014, 10:50:09 PM »

 ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ คิดถูกแล้วครับที่ซื้อที่ดินไว้ มูลค่าที่ดินจะเพิ่มขึ้นทุกๆปีครับ  รูดซิบปาก รูดซิบปาก รูดซิบปาก



nomadic_man ถูกผิดไม่อาจทราบได้ แต่ที่แน่ๆ ณ บัดนาว เป็นหนี้หัวโตแล้วครับพี่น้องแม้วววว  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 14, 2015, 11:55:28 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #247 เมื่อ: เมษายน 11, 2014, 10:58:35 PM »

หลังจากได้ผืนดินสวนไกลมาครอบครองโดยชอบธรรม เพราะเป็นการตกลงยินยอมพร้อมใจทั้งฝ่ายซื้อและฝ่ายขาย เมื่อโอนโฉนดเสร็จเรียบร้อยรอคอยเพียงรางวัดที่ดินเพื่อสอบเขตและแบ่งที่ออกเป็นสองแปลง เฉกเช่นเคยผมกับแม่น้องเม็ดทรายจึงวานให้ยายช่วยไปติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ฝ่ายมิติลี้ลับให้  โกรธ  โกรธ ซึ่งก็คือคนทรงที่อยู่บ้านเกิดของเธอนั่นเอง เรื่องราวต่อไปนี้เป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคล โปรดติดตามโดยใช้วิจารณญาณ...  ลังเล

ก่อนหน้านี้ผมและเธอเวลาไปดูที่ดิน มักจะใช้ความรู้สึกเป็นที่ตั้ง เธออาจมีสัมผัสที่หกบ้าง ส่วนผมมีเพียงแค่ความรู้สึกล้วนๆ หลายต่อหลายครั้งเธอต้องกลับมาฝันร้าย หลายต่อหลายครั้งที่ผมมักจะรู้สึกไม่ค่อยสบายใจหากต้องอยู่บางที่นานๆ แต่คราวนี้ต่างออกไป หลังจากไปดูที่ดินสวนไกลครั้งแรกเธอไม่ได้มีความฝันอะไรแปลกๆ กลายเป็นผมเองที่ฝันเพี้ยนๆ

เรื่องของเรื่องก็คือคราวแรกที่ไปดูที่สวนไกลเธอติดขนมไปด้วย ระหว่างดูที่ผมถามเธอว่า "หว่านขนมทิ้งทำไมอ่ะ" "ไม่ได้หว่านทิ้ง เผื่อให้... แถวนี้ต่างหาก" คืนนั้นผมฝันว่ามียายแก่คนหนึ่งจู่ๆก็บอกว่าให้เอาขนมให้เด็กกินหน่อย" แค่นั้นเองที่จำได้ พอตื่นขึ้นมาผมหัวเราะพร้อมพูดเล่นๆกับเธอว่าสงสัยเห็นเธอหว่านขนมทิ้งเย็นวันไปดูที่จึงเก็บมาฝันเป็นเรื่องเป็นราว หลังจากนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมากจนกระทั่งยายกลับจากบ้านนอกมาแล้วบอกว่า "ที่มีเจ้าอยู่ก๋อ"

หากผมเอะใจสักนิด ฉุกคิดสักหน่อย ผมจะทราบได้ว่าทำไม่ผู้คนแถบนั้นจึงมองเราด้วยสีหน้าแปลกๆเมื่อทราบว่าเราตัดสินใจซื้อที่ดินผืนนั้น อาจเพียงสายลมวูบเดียว อาจเพียงหมู่เมฆกลุ่มนั้น อาจเพียงตะวันลาลับเหลี่ยมเขาวันฟ้าหม่น หรือไม่อาจเพียงอะไรก็แล้วแต่(ช่างหัวมันเหอะ) อย่างน้อยสิ่งสำคัญที่ผมไม่อาจละทิ้งได้คือความรู้สึกของผมกับเธอ ผมจึงไม่ประหลาดใจแม้แต่น้อยเมื่อได้ยินยายเล่าให้ฟัง หนำซ้ำผู้คนแถวนั้นยังเล่าเรื่องชวนขนลุกยิ่ง







ยายรับทราบมาจากคนทรงว่า(คนทรงที่เคยไขขานเรื่องราวที่ดินบ้านสวนให้) ที่แปลงนี้มีสิ่งลี้ลับอาศัยอยู่ อยู่กันเป็นครอบครัว พ่อ แม่ ลูกชาย หากอยากเจริญรุ่งเรืองขอให้ประพฤติโดยชอบ และตั้งศาลจัดเซ่นไหว้ตามธรรมเนียม ระบุเสร็จสรรพอีกเช่นเคยว่าควรตั้งศาลบริเวณใด พร้อมบอกอีกว่าบริเวณนี้เคยมีหนองน้ำสามหนอง(ปัจจุบันกลายเป็นสระน้ำสามลูก) ทั้งๆที่ไม่เคยผ่านมาแถบนี้ เมื่อเป็นเช่นนี้มีหรือไฉนผมจะไม่ปฏิบัติตาม โลกใบนี้ยังมีอื่นๆอีกมากมายที่ผมไม่อาจทราบได้ เปรียบเสมือนที่พระพุทธเจ้าคล้ายเคยกล่าวไว้ว่าความรู้มีเฉกเช่นใบไม้ในกำมือ ควรเลือกเพียงสิ่งที่จำเป็นเท่านั้นสำหรับการเรียนรู้เพื่อก่อประโยชน์อันสูงสุด(นิพพาน)

หากอุณหภูมิที่แตกต่างก่อให้เกิดสายลม หากลมที่พัดผ่านมาประกอบด้วยก๊าซต่างๆมากมาย หากในโมเลกุลของแต่ละก๊าซประกอบไปด้วยโครงสร้างที่คล้ายจักรวาลย่อมๆ ไฉนเลยผมจะไม่กล้าเชื่อว่าแต่ละสถานที่อาจมีมิติซ้อนทับกันอยู่

โลกนี้อาจเป็นเพียงที่พักพิงแห่งวิญญาณพลัดหลง

เช่นนั้นแล้ว...

แดนดินถิ่นไหนใคร ฤา ครอบครอง



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 04:28:46 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #248 เมื่อ: เมษายน 12, 2014, 04:55:30 PM »

ภายหลังตั้งศาลเจ้าที่เรียบร้อย เป้าหมายต่อไปคือการแผ้วถางที่เพื่อให้สะดวกต่อการรางวัดที่ดินและติดต่อรถแบคโฮเข้ามาปรับแต่งสระน้ำเพิ่มเติม เริ่มจากการเผาวัชพืชที่ถูกตัดไว้ ใจจริงผมไม่ได้อยากเผาหรือไถพรวนแต่เนื่องจากได้ตัดสินใจให้ญาติของเธอมาทำไร่ขิงบางส่วนในปีแรกของสวนไกล จึงเลี่ยงไม่ได้กับการเตรียมดินแบบขัดใจเล็กๆ อย่างน้อยนี่จะเป็นการเผาและไถพรวนหนสุดท้ายของสวนไกล





กอไผ่แนวนี้คงต้องถูกรื้อออกเพื่อขอยึดคืนพื้นที่บ้างสำหรับปรับแต่งเป็นร่องเก็บน้ำขนาดย่อม





ผู้บัญชาการตัวจริงเสียงจริงของสวนไกล  ยิงฟันยิ้ม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 04:29:28 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #249 เมื่อ: เมษายน 20, 2014, 07:07:30 AM »

เริ่มดำเนินการทำทางเข้าสวน




งานแรกของแบคโฮ ณ สวนไกล รื้อกอไผ่บริเวณแนวที่ติดกับป่าสักเพื่อกั้นเป็นลำห้วยขนาดเล็กเผื่ออนาคตปลูกผักกูด ผักหนาม ผักกุ่ม และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ต่างๆ เช่น กบ เขียด อึ่งอ่าง ที่เริ่มลดน้อยถอยลงทุกที ทั้งนี้ทั้งนั้นก่อนหน้าที่จะดำเนินการได้โทรศัพท์ไปสอบถามและขออนุญาตเจ้าของที่ข้างเคียงแล้ว จุดประสงค์หลักคือเพื่อใช้งานร่วมกันเขาจึงยินดีเป็นอย่างยิ่ง วินวิน ทั้งสองฝ่าย




เริ่มทำการปรับแต่งสระเก็บน้ำ




ขี้เลนเยอะพอสมควรทำให้แบคโฮทำงานลำบาก แต่ก็ไม่เกินความสามารถของเครื่องจักรเปลี่ยนแปลงโลก




ขุดสระวันที่ 2 เริ่มมีน้ำซึมออกมาบ้างจากก้นสระ




โชคดีที่ได้คนขับแบคโฮใจเย็น ฝีมือดี คุยง่าย งานจึงออกมาอย่างใจหวัง วิธีง่ายๆคือเตรียมน้ำเย็น ข้าวปลาอาหารให้พร้อม หากเราแสดงความจริงใจต่อเขา เขาก็จะตอบแทนเราบ้าง(เล็กๆน้อยๆนอกรายละเอียดที่คุยกับผู้รับเหมา  ยิงฟันยิ้ม )

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 04:30:43 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
Thesun215
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4139


« ตอบ #250 เมื่อ: เมษายน 20, 2014, 07:10:23 AM »

 อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง มีน้ำ มีชีวิตครับ  อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง แหล่งน้ำนั้นสำคัญที่สุดครับ  ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์



nomadic_man เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ แต่จริงๆแล้วผมเองก็ไม่ได้อยากขุดสระมากนัก จำใจด้วยมันเป็นสระเดิมอยู่แล้วหากรื้อทิ้งก็รักพี่เสียดายน้อง ครับผม  ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 20, 2014, 07:24:02 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #251 เมื่อ: เมษายน 20, 2014, 09:07:04 PM »

เย็นวันที่ 2 เมื่อขุดสระเสร็จฝนได้เทลงมาพอดีจวบกับค่ำมากแล้ว แบคโฮจึงไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้ ผมจึงขอความช่วยเหลือเล็กน้อยคือวานแบคโฮช่วยฝังท่อให้ 3 จุด ซึ่งหากนับเป็นชั่วโมงงานก็กินเวลาร่วม 2 ชั่วโมง เขาจึงนัดเวลากับผม 7 โมงเช้าวันรุ่งขึ้น(ซึ่งมาตรงเวลามาก  อายจัง )เพื่อที่เขาจะได้มาช่วยในงานที่ผมไหว้วาน จากนั้นจึงค่อยให้รถขนแบคโฮมารับทีหลัง(ราวๆ 9 โมงเช้า) จากการแสดงน้ำใจของเรา(เครื่องดื่มเย็นๆ เลี้ยงมื้อเที่ยง แถมปลาไหล 5 ตัว หนูนา 3 ตัว ที่ได้จากการขุดสระวันแรก  ยิงฟันยิ้ม ) ในส่วนน้ำใจที่ว่ามีเงินจำนวนหนึ่งซึ่งผมไม่แน่ใจว่าเป็นสินบนหรือไม่  โกรธ (แต่ในส่วนของการรางวัดที่ดินที่ร่วมกิจกรรมกับเจ้าหน้าที่รัฐผมไม่ยอมเสียค่าใช้จ่ายส่วนนี้  รูดซิบปาก )

เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าคนขับก็ได้ค่าจ้างประจำอยู่แล้วกับผู้รับเหมา ผมคิดเอาเองว่าถือเป็นค่าสินน้ำใจเล็กๆน้อยๆที่เขามาช่วยงานเรา ซึ่งก็ช่วยได้ส่วนหนึ่งในการปรับแต่งรายละเอียดจนกว่าเราจะพอใจได้แบบเขาไม่เกี่ยงงอนมากนัก ฮ่าๆ  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม อย่างน้อยหากมีงานหน้าผมคงติดต่อไปที่ผู้รับเหมารายนี้ก่อน ถ้าคนขับคนนี้ยังประจำการอยู่นะ  ยิ้ม ขอบคุณด้วยใจจริง ตั้งแต่ใช้บริการแบคโฮมาหลายครั้งมีครั้งนี้นี่เองที่ประทับใจที่สุด เรื่องหนึ่งก็คือคุณลุงแกจะไม่ยอมรับสินน้ำใจที่ผมให้ด้วย...  อายจัง แต่เมื่อพูดคุยกันเป็นที่เข้าใจแกก็รับด้วยดี  ยิ้ม





สระที่ปรับแต่งเสร็จแล้วมีรูปร่างหน้าตาอย่างนี้ ถูกใจเธอเป็นอย่างยิ่ง





จากนั้นสองสามวัน ญาติๆของเธอได้เข้ามาไถพื้นที่เพื่อเตรียมปลูกขิง ยังเหลืออีกบางส่วนที่ต้องถูกไถพรวนหน้าดิน แต่ส่วนที่เห็นในภาพผมมีความตั้งใจไว้ว่าจะเป็นการไถพรวนหนสุดท้ายของผืนแผ่นดินแห่งนี้ "สิ้นสุดกันที ไม่ว่าชาตินี้ชาติไหน"  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 04:31:39 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #252 เมื่อ: เมษายน 21, 2014, 12:21:55 AM »

ในเรื่องของการขุดสระเก็บน้ำ ผืนดินทั้ง 3 แปลง บ้านสวน สวนล่างและสวนไกล แต่ละแปลงมีสระน้ำ ใหญ่บ้างเล็กบ้างตามแต่พื้นที่อำนวย ถึงกระนั้นแล้วที่ผ่านมาก็ไม่อาจใช้งานได้ตามใจหวัง ทุกวันนี้หากถามผมว่าเสียใจหรือไม่ที่ขุดสระ ผมตอบได้ทันทีว่า “ไม่เสียใจ แต่เสียดาย” เพราะหากเลือกได้หรือ ณ ตอนนั้นถ้ามีความรู้ที่ศึกษาค้นคว้าเท่าๆตอนนี้ ผมอาจเลือกที่จะไม่ขุดสระเลยสักลูก แต่ก็เหมือนฟ้าดินกลั่นแกล้งหรือเปิดโอกาสให้เรียนรู้ก็มิอาจทราบได้ เพราะพื้นที่แต่ละแห่งมีสระแบบครึ่งๆกลางๆอยู่แล้ว ยกเว้นบ้านสวนที่เป็นความมุทะลุของผมเองในตอนนั้น ที่อยากขุดสระบนดอย

หากย้อนกลับไปได้ผมอาจจะแนะนำข้อดีข้อเสียให้ตนเอง(ในอดีต)ทราบ แต่ก็อีกนั่นแหละ ทั้งๆที่รู้ชัดว่าเขาคงไม่เชื่อกับสิ่งที่ผมบอกกล่าวเป็นแน่ “คนเราเกิดมาทั้งที อย่าได้เชื่ออะไรง่ายๆ หากไม่ได้ทดลองหรือปฏิบัติ” จึงเป็นที่มาของบทความตอนต่อไป... ปลายฝันที่ 10 ขุดสระ



บ้านสวน : สระเก็บน้ำลูกแรกที่ถูกขุดด้วยความคิดบ้าบิ่นของผม





สวนล่าง : สระลูกที่ 2 ถูกขุดเพิ่มเติมเนื่องจากเคยเป็นบ่อลึกที่ถูกขุดดินขาย





สวนไกล : สระลูกที่ 3 ถูกขุดเพิ่มเติมเนื่องจากเคยเป็นแอ่งเก็บน้ำเก่าสำหรับใช้ยามแล้ง

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 04:32:24 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
ผู้หมู่วุฒิฅนขอนแก่น
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1063


« ตอบ #253 เมื่อ: เมษายน 21, 2014, 01:49:35 PM »

โดยส่วนตัวชอบ ภูทัศน์ทางเมืองเลยมาก ผมไปท่าลีปีละหลายครั้ง ชอบมากเลยครับ สวยงามดี  เคยจอดซื้อเห็ดบ่อยๆๆแต่พูดตรงๆๆเลยเห็ดพันธ์เดียวกับบ้านผมแต่รถชาติต่างกัน  ดินก็งามเกินนะผมว่าปลูกข้าว(เหนียว)แล้วมันแข็งมากๆๆ แต่โดยรวมชอบครับดินดี ปลูกอะไรก็งาม อยากไปอยู่เลยด้วยซ้ำ แต่คงยาก ไว้ไปเทียวอย่างเดียวละกันเนาะ



nomadic_man ผ่านมาทางนี้ก็แวะเยี่ยมเยียนแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้ครับผม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 21, 2014, 07:38:43 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า

สวนเป็นต่อพอเพียง 
ตำบลคึมชาด  อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น
pranod99
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1503


« ตอบ #254 เมื่อ: เมษายน 21, 2014, 07:02:27 PM »

หลังจากได้ผืนดินสวนไกลมาครอบครองโดยชอบธรรม เพราะเป็นการตกลงยินยอมพร้อมใจทั้งฝ่ายซื้อและฝ่ายขาย เมื่อโอนโฉนดเสร็จเรียบร้อยรอคอยเพียงรางวัดที่ดินเพื่อสอบเขตและแบ่งที่ออกเป็นสองแปลง เฉกเช่นเคยผมกับแม่น้องเม็ดทรายจึงวานให้ยายช่วยไปติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ฝ่ายมิติลี้ลับให้  โกรธ  โกรธ ซึ่งก็คือคนทรงที่อยู่บ้านเกิดของเธอนั่นเอง เรื่องราวต่อไปนี้เป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคล โปรดติดตามโดยใช้วิจารณญาณ...  ลังเล

ก่อนหน้านี้ผมและเธอเวลาไปดูที่ดิน มักจะใช้ความรู้สึกเป็นที่ตั้ง เธออาจมีสัมผัสที่หกบ้าง ส่วนผมมีเพียงแค่ความรู้สึกล้วนๆ หลายต่อหลายครั้งเธอต้องกลับมาฝันร้าย หลายต่อหลายครั้งที่ผมมักจะรู้สึกไม่ค่อยสบายใจหากต้องอยู่บางที่นานๆ แต่คราวนี้ต่างออกไป หลังจากไปดูที่ดินสวนไกลครั้งแรกเธอไม่ได้มีความฝันอะไรแปลกๆ กลายเป็นผมเองที่ฝันเพี้ยนๆ

เรื่องของเรื่องก็คือคราวแรกที่ไปดูที่สวนไกลเธอติดขนมไปด้วย ระหว่างดูที่ผมถามเธอว่า "หว่านขนมทิ้งทำไมอ่ะ" "ไม่ได้หว่านทิ้ง เผื่อให้... แถวนี้ต่างหาก" คืนนั้นผมฝันว่ามียายแก่คนหนึ่งจู่ๆก็บอกว่าให้เอาขนมให้เด็กกินหน่อย" แค่นั้นเองที่จำได้ พอตื่นขึ้นมาผมหัวเราะพร้อมพูดเล่นๆกับเธอว่าสงสัยเห็นเธอหว่านขนมทิ้งเย็นวันไปดูที่จึงเก็บมาฝันเป็นเรื่องเป็นราว หลังจากนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมากจนกระทั่งยายกลับจากบ้านนอกมาแล้วบอกว่า "ที่มีเจ้าอยู่ก๋อ"

หากผมเอะใจสักนิด ฉุกคิดสักหน่อย ผมจะทราบได้ว่าทำไม่ผู้คนแถบนั้นจึงมองเราด้วยสีหน้าแปลกๆเมื่อทราบว่าเราตัดสินใจซื้อที่ดินผืนนั้น อาจเพียงสายลมวูบเดียว อาจเพียงหมู่เมฆกลุ่มนั้น อาจเพียงตะวันลาลับเหลี่ยมเขาวันฟ้าหม่น หรือไม่อาจเพียงอะไรก็แล้วแต่(ช่างห่าเหวมันเหอะ) อย่างน้อยสิ่งสำคัญที่ผมไม่อาจละทิ้งได้คือความรู้สึกของผมกับเธอ ผมจึงไม่ประหลาดใจแม้แต่น้อยเมื่อได้ยินยายเล่าให้ฟัง หนำซ้ำผู้คนแถวนั้นยังเล่าเรื่องชวนขนลุกยิ่ง

ยายรับทราบมาจากคนทรงว่า(คนทรงที่เคยไขขานเรื่องราวที่ดินบ้านสวนให้) ที่แปลงนี้มีสิ่งลี้ลับอาศัยอยู่ อยู่กันเป็นครอบครัว พ่อ แม่ ลูกชาย หากอยากเจริญรุ่งเรืองขอให้ประพฤติโดยชอบ และตั้งศาลจัดเซ่นไหว้ตามธรรมเนียม ระบุเสร็จสรรพอีกเช่นเคยว่าควรตั้งศาลบริเวณใด พร้อมบอกอีกว่าบริเวณนี้เคยมีหนองน้ำสามหนอง(ปัจจุบันกลายเป็นสระน้ำสามลูก) ทั้งๆที่ไม่เคยผ่านมาแถบนี้ เมื่อเป็นเช่นนี้มีหรือไฉนผมจะไม่ปฏิบัติตาม โลกใบนี้ยังมีอื่นๆอีกมากมายที่ผมไม่อาจทราบได้ เปรียบเสมือนที่พระพุทธเจ้าคล้ายเคยกล่าวไว้ว่าความรู้มีเฉกเช่นใบไม้ในกำมือ ควรเลือกเพียงสิ่งที่จำเป็นเท่านั้นสำหรับการเรียนรู้เพื่อก่อประโยชน์อันสูงสุด(นิพพาน)

หากอุณหภูมิที่แตกต่างก่อให้เกิดสายลม หากลมที่พัดผ่านมาประกอบด้วยก๊าซต่างๆมากมาย หากในโมเลกุลของแต่ละก๊าซประกอบไปด้วยโครงสร้างที่คล้ายจักรวาลย่อมๆ ไฉนเลยผมจะไม่กล้าเชื่อว่าแต่ละสถานที่อาจมีมิติซ้อนทับกันอยู่

โลกนี้อาจเป็นเพียงที่พักพิงแห่งวิญญาณพลัดหลง

เช่นนั้นแล้ว...

แดนดินถิ่นไหนใคร ฤา ครอบครอง


ยินดีด้วยนะครับกับที่ดินแปลงใหม่ ส่วนตัวผมเชื่อว่าที่ดินตรงไหนจะเป็นของเรา ยังไงมันก็จะเป็นของเรา ไม่วันใดก็วันหนึ่งละครับ



nomadic_man ขอบคุณครับ กว่าจะได้สวนไกลมาก็ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆนาๆ แถมยังมีเรื่องที่ต้องคอยแก้ไขกันต่อไปในภายภาคหน้าอีกพอสมควร ว่างๆจะเอามาเล่าสู่กันฟัง ครับผม  ยิ้มเท่ห์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 15, 2014, 02:58:25 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nagdernthang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 695


« ตอบ #255 เมื่อ: เมษายน 22, 2014, 12:37:01 AM »


น่าติดตามมากครับ แวะมาให้กำลังใจอีกครั้งครับผม



nomadic_man ขอบคุณครับ  ยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 22, 2014, 02:03:03 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 [16] 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 ... 39   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: