หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 [12] 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 ... 39   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันสุดท้าย สุดทางฝัน  (อ่าน 311071 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
teerapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 988


« ตอบ #176 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2013, 11:22:05 PM »

ผมอ่านจากหนังสือของปู่บิลพบว่าเชื้อรา/เห็ดมีหน้าที่ไม่ใช่เฉพาะการย่อยสลายอินทรีย์วัตถุ (โดยเฉพาะพวก brown material) เส้นใยที่ยาวมากของเห็ดยังทำหน้าที่เหมือนเส้นประสาทที่เชื่อมโยงต้นไม้ต่างๆ เข้าหากัน  มีความเชื่อว่าต้นไม้สื่อสารกัน  เมื่อมีอะไรเกิดขึ้นที่ต้นไม้ต้นหนึ่ง  จะมีการส่งสัญญาณไปยังต้นไม้ต้นอื่นๆ ทั้งที่เป็นต้นไม้ชนิดเดียวกันและต่างชนิด  โดยมีเส้นใยของเชื้อรา/เห็ดเป็นตัวรับส่งสัญญาณ  นอกจากนั้นยังค้นพบว่าเชื้อรา/เห็ดบางชนิดยังช่วยในการนำสารอาหารที่ขาดแคลนมาจากพื้นที่ที่ไกลเกินกว่าที่รากต้นไม้จะไปถึงมาให้กับต้นไม้  

เชื้อรา/เห็ดหลายชนิดยังมีความสัมพันธ์ร่วมกับต้นไม้  โดยต้นไม้จะปล่อยสารอาหารบางอย่างให้กับเชื้อรา/เห็ด  ในทางกลับกันเชื้อรา/เห็ดจะช่วยรักษาความชื้นในดินรอบๆ ปลายรากต้นไม้  และนำสารอาหารที่ต้นไม้ต้องการมาให้ต้นไม้เป็นการแลกเปลี่ยน  ความสัมพันธ์ดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อรา/เห็ด และชนิดของต้นไม้  ดังนั้นเราจึงมักจะพบเห็ดบางชนิดที่ต้นไม้ที่คู่กับมันเป็นส่วนใหญ่ ตัวอย่างเช่น เห็ดเผาะจะคู่กับไม้ตระกูลยางนา เช่น เต็ง รัง ยางนา เป็นต้น   เท่าที่ผมสังเกตุคุณ nomadic_man มีความรู้ในเรื่องดังกล่าวมาก  ถ้าจะกรุณาก็ช่วยรวบรวมสรุปให้เพื่อนฟังก็จะดีมากครับ  ยิ้มเท่ห์



nomadic_man แหะๆ ที่พี่บรรยายนี่แทบจะเป็นบทสรุปเลยครับผม  อายจัง จริงๆก็ไม่ได้มีความรู้อะไรมากมายหรอกครับ แค่เกิดจากข้อสงสัยเล็กๆ จึงทำให้เกิดการค้นคว้าข้อมูลตามมา ซึ่งก็เป็นเพียงการเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้อื่นเท่านั้น เอาเป็นว่า รอติดตามตอนต่อไปได้ครับผม  ยิ้มเท่ห์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 14, 2015, 11:47:29 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.” Bill Mollison

deer art
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1238



« ตอบ #177 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2013, 06:17:05 AM »

ผมอ่านจากหนังสือของปู่บิลพบว่าเชื้อรา/เห็ดมีหน้าที่ไม่ใช่เฉพาะการย่อยสลายอินทรีย์วัตถุ (โดยเฉพาะพวก brown material) เส้นใยที่ยาวมากของเห็ดยังทำหน้าที่เหมือนเส้นประสาทที่เชื่อมโยงต้นไม้ต่างๆ เข้าหากัน  มีความเชื่อว่าต้นไม้สื่อสารกัน  เมื่อมีอะไรเกิดขึ้นที่ต้นไม้ต้นหนึ่ง  จะมีการส่งสัญญาณไปยังต้นไม้ต้นอื่นๆ ทั้งที่เป็นต้นไม้ชนิดเดียวกันและต่างชนิด  โดยมีเส้นใยของเชื้อรา/เห็ดเป็นตัวรับส่งสัญญาณ  นอกจากนั้นยังค้นพบว่าเชื้อรา/เห็ดบางชนิดยังช่วยในการนำสารอาหารที่ขาดแคลนมาจากพื้นที่ที่ไกลเกินกว่าที่รากต้นไม้จะไปถึงมาให้กับต้นไม้  

เชื้อรา/เห็ดหลายชนิดยังมีความสัมพันธ์ร่วมกับต้นไม้  โดยต้นไม้จะปล่อยสารอาหารบางอย่างให้กับเชื้อรา/เห็ด  ในทางกลับกันเชื้อรา/เห็ดจะช่วยรักษาความชื้นในดินรอบๆ ปลายรากต้นไม้  และนำสารอาหารที่ต้นไม้ต้องการมาให้ต้นไม้เป็นการแลกเปลี่ยน  ความสัมพันธ์ดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อรา/เห็ด และชนิดของต้นไม้  ดังนั้นเราจึงมักจะพบเห็ดบางชนิดที่ต้นไม้ที่คู่กับมันเป็นส่วนใหญ่ ตัวอย่างเช่น เห็ดเผาะจะคู่กับไม้ตระกูลยางนา เช่น เต็ง รัง ยางนา เป็นต้น   เท่าที่ผมสังเกตุคุณ nomadic_man มีความรู้ในเรื่องดังกล่าวมาก  ถ้าจะกรุณาก็ช่วยรวบรวมสรุปให้เพื่อนฟังก็จะดีมากครับ  ยิ้มเท่ห์

มาปูเสื่อรอครับ



nomadic_man หากับแกล้ม เครื่องดื่ม รอได้ตามถนัดเลยคร๊าบ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 14, 2015, 11:47:45 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า

 *ขออภัย จำกัดสิทธิ์การใส่ Link-URL ในลายเซ็น*
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #178 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2013, 08:32:37 PM »

อารัมภบท (ข้อแก้ตัวของคนขี้สงสัย)

สัปดาห์ที่ผ่านมามีเรื่องยุ่งๆหลายเรื่องผ่านเข้ามาในชีวิต ไม่เป็นไร ยังไม่ตายก็ต้องสู้กันต่อไป อย่างน้อยช่วงเวลายุ่งๆนั้นก็ให้ที่ว่างบางช่วงสำหรับสรุปบทความเรื่องเห็ดต่อจากนี้  คิดอยู่นานทีเดียวว่าจะเรียบเรียงออกมาอย่างไรดี เรื่องราวต่อจากนี้เป็นเพียงการศึกษาค้นคว้าของชายหนุ่มขี้สงสัยคนหนึ่ง หาใช่การคิดค้นพบสิ่งใหม่อะไรไม่

เป็นเพียงแค่การรวบรวมความรู้จาก google.com เท่านั้น ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่ามันจะมีข้อมูลมากมายมหาศาลอย่างขนาด เมื่อหน้าเวบในประเทศเริ่มไม่ตอบสนองต่อความต้องการ ทั้งๆที่เป็นคนอ่อนภาษาต่างประเทศ แต่ก็ยังทนค้นคว้าต่อในหน้าเวบอื่นๆแบบงูๆปลาๆ โดยมีตัวช่วยคือ google translate  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ในที่สุดผมก็ได้ข้อสรุปให้ตนเองว่า จะแบ่งบทความออกเป็นส่วนๆ ดังนี้

บทนำ ซึ่งความสงสัยนำพามาพบเจอ
บทที่ 1 สร้างบ้านแปงเมือง
บทที่ 2 ออกล่าอาณานิคม
บทที่ 3 ข้าคือชนชั้นผู้ปกครอง
บทที่ 4 แบ่งสรรปันส่วน
บทที่ 5 สิ่งที่เห็นเป็นเพียงบางส่วนของบางสิ่งที่เชื่อมโยง
บทแทรก "เห็ดโคน" ใต้ผืนพิภพข้าคือราชา
บทส่งท้าย สายใยที่ถักทอ


ฟังจากชื่อแต่ละบทแล้วเชื่อไหมว่าเป็นแค่เรื่องราวของสิ่งเล็กๆสิ่งหนึ่งที่มีชื่อว่า "เห็ด" เท่านั้น  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม โปรดติดตามตอนต่อไป(พาเด็กหญิงขึ้นไปนอนก่อน) บทนำ ซึ่งความสงสัยนำพามาพบเจอ ได้ในชั่วอึดใจ...



นี่คือพื้นที่ทดลองเล็กๆ ที่ทำให้ความสงสัยเริ่มก่อตัว จนในที่สุดจึงเป็นที่มาของการค้นคว้าผ่านอากู๋



ต้นไม้เล็กๆค่อยๆเจริญเติบโต เพื่อพิสูจน์สิ่งที่ผมเชื่อมั่นในอะไรบางอย่าง ซึ่งต้องรอคอยให้ธรรมชาติเป็นผู้ไขขานคำตอบ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 03:20:57 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #179 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2013, 11:26:22 PM »

ซึ่งความสงสัยนำพามาพบเจอ

เช้าวันเสาร์ที่ผ่านมามีโอกาสขึ้นป่าไปหาเห็ดอีกครั้ง ช่วงนี้เป็นปลายฤดู อันที่จริงเห็ดควรจะเลิกออกได้แล้วตามความเข้าใจของใครหลายคน แต่ที่ป่าเห็ดแห่งนี้กลับไม่เหมือนใคร ต้นฤดูหนาวอย่างนี้มาหลายปีแล้ว ที่ผมยังขึ้นป่าหาเห็ด ได้กินบ้างไม่ได้กินบ้างก็ถือว่าเป็นการเดินป่าออกกำลังกายเล่นไปในตัว ครั้งนี้ถือว่าโชคดี ถึงแม้ว่าเห็ดที่หามาได้จะน้อยกว่าพวกที่กำลังเน่าอยู่ในป่าก็ตาม ส่วนพวกที่ใกล้เน่าบางส่วนผมได้เก็บกลับมาด้วย ซึ่งเป็นปีแรกที่ทำเช่นนี้...

เห็ดปลายฤดูกาลมีข้อดีตรงที่มันจะบานอยู่นานเนื่องจากอากาศแห้งและปราศจากฝน มันจะออกกระจายอยู่ทั่วไปทำให้ต้องเดินไกลขึ้นจากปรกติ นั่นหมายถึงหากขึ้นไปหาในตอนเย็นที่ค่ำเร็ว โอกาสที่จะได้เห็ดกลับมาน้อยมาก จึงทำให้บรรดาเซียนทั้งหลายเริ่มไม่ขึ้นป่าล่าเห็ด ยังมีแต่เพียงบางคนเท่านั้น ที่ออกหาเห็ดในช่วงเช้าวันเสาร์-อาทิตย์ เช่นเดียวกับผม ภาพข้างล่างคือเห็ดหน้าเส้า(เห็ดไค)ที่หามาได้เช้านั้น ไม่คิดว่าจะยังมีขนาดนี้จึงไม่ได้นำตะกร้าไป เอาไปเพียงแต่ถุงหิ้ว สภาพเห็ดที่ดอกแก่อยู่แล้วจึงไม่ค่อยสวยนักเมื่อกลับมาถึงบ้าน แต่รสชาติรับประกันหายห่วง เห็ดช่วงนี้กินอร่อยกว่าช่วงฝนมาก



ปีนี้เป็นปีแรกที่ผมนำดอกเห็ดแก่ๆหรือใกล้เน่า แยกใส่อีกถุงกลับมาด้วย เพื่อนำมาทดลองตามแนวทาง "ปลูกป่าได้เห็ด" ที่บังเอิญค้นคว้าเจอเมื่อช่วงต้นฤดูฝนที่ผ่านมา วิธีการคือนำดอกเห็ดแก่ๆมาขยี้ผสมน้ำแล้วรดไปที่โคนต้นไม้จำพวก เต็ง รัง ยางนา ทั้งที่ปลูกเพิ่มและที่มีติดที่บ้านสวนอยู่แล้ว ยังไม่อาจบอกได้ว่าการทดลองนี้จะประสบความสำเร็จหรือไม่ แต่ก็ไม่เสียหายอะไรที่จะถือปฏิบัติต่อเนื่องไปยังปีต่อๆไปนับจากนี้


หลายปีก่อนหน้านี้ ผมก็แค่จำสิ่งต่างๆที่รุ่นพี่เซียนเห็ดสอนสั่ง คิดเพียงแต่ว่ายังมีป่าให้เดินเก็บเห็ดก็ดีถมแล้ว แถมที่บ้านสวนก็มีเห็ดเริ่มออกบ้าง แต่ตอนนั้นไม่ได้คิดถึงการที่จะสร้างป่าเห็ดขึ้นมาใหม่เลย แล้วอะไรทำให้ผมคิดเช่นนี้ นั่นสิ... เพราะอะไรกัน

ย้อนกลับไปปีแรกๆที่ซื้อที่บ้านสวน ช่วงนั้นได้ค้นคว้าเกี่ยวกับการเกษตรที่เหมาะสมกับเรา ได้กล่าวไว้แล้วว่าสวนนี้ยึดแนวทางมาจาก "ปู่ฟู" เป็นหลัก (ส่วนอีกแนวที่เริ่มยึดถือร่วมคือ "ปู่บิล" ที่ผมเพิ่งเสาะหาเจอช่วงต้นฤดูฝนของปีนี้เอง) ผมอ่านข้อเขียนของปู่ฟูซ้ำไปซ้ำมาบ่อยมาก บอกตรงๆว่าเข้าถึงแก่นที่แกสื่อมากับสารได้น้อยมาก ถึงกระนั้นผมก็ยังเลือกที่จะนำแนวทางนี้มาทดลองใช้กับพื้นที่บ้านสวน

มีเนื้อหาบางช่วงที่ปู่ฟูกล่าวถึงอนาคตของต้นสนที่กำลังเจอวิกฤต(ไม่แน่ใจ) ว่า เราจะฟื้นฟูให้กลับมาเริ่มต้นใหม่ได้ ด้วยการอาศัยเพียงสิ่งมีชีวิตเล็กๆบางสิ่ง ผมอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ยังไม่อาจเข้าใจได้ว่าแกกำลังสื่อถึงอะไร

การเกษตรแบบไม่ไถพรวนและรบกวนธรรมชาติให้น้อยที่สุดที่ปู่ฟูแกถือปฏิบัติก็ดูจะเป็นแนวคิดเชิงอุดมคติเหลือเกิน ผมเองในช่วงนั้นเพียงนำมาทดลองอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อเกินครึ่ง ว่ามันจะเป็นจริงได้อย่างไรกับการฟื้นฟูสภาพไร่สวนในแบบกระทำให้น้อยที่สุด ถึงกับเคยคิดฝันอยากเดินทางไปสวนแกให้เห็นกับตาว่ามันเป็นอย่างไร...

แล้วเรื่องของปู่ฟูมันเกี่ยวกับป่าเห็ดตรงไหนเนี่ย  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม เอาเหอะ เมื่อเรามีความสงสัยเป็นที่ตั้งและมีอากู๋เป็นตัวช่วย มันก็เปรียบเสมือนกับเรากำลังถูกเชื่อมโยงด้วยเครือข่ายของความรู้อย่างไม่รู้จักจบสิ้น เสมือนเราผู้ซึ่งมีความสงสัยในเรื่องราวอันแปลกประหลาดของโลกแห่งสิ่งมีชีวิตเล็กๆชนิดหนึ่ง ที่ผลผลิตถูกเรียกขานว่า "เห็ด" ได้มาพบเจอกัน เพื่อแลกเปลี่ยน ถ่ายทอด ภูมิปัญญาของเราเหล่าผู้กระหายอยากไปในทุกสิ่ง

โปรดติดตามตอนต่อไป "เห็ด" บทที่ 1 สร้างบ้านแปงเมือง ได้ในเร็วพลัน  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ครับผม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 03:21:35 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
teerapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 988


« ตอบ #180 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2013, 06:23:26 PM »

เนื่องจากเป็นวัยรุ่นใจร้อน  ขออนุญาตแจมข้อมูลด้วยดังต่อไปนี้  ยิ้ม ยิ้ม

"บทบาทของเห็ดในธรรมชาติ"
http://bioff.forest.ku.ac.th/PDF_FILE/JUNE_2011/MUSHROOM.pdf

"โปสเตอร์ เห็ดกินได้"
http://www.dnp.go.th/foremic/fmo/Poster%20For%20Web/edible%20mushroom.jpg

"โปสเตอร์ เห็ดในกลุ่มป่าแก่งกระจาน แผ่นที่ 1"
http://www.dnp.go.th/foremic/fmo/Poster%20For%20Web/postermushroomKKC_54%20.jpg

"โปสเตอร์ เห็ดในกลุ่มป่าแก่งกระจาน แผ่นที่ 2"
http://www.dnp.go.th/foremic/fmo/Poster%20For%20Web/KKC%20mushroom54_2%20.jpg

ส่วนข้อมูลเห็ด และต้นไม้ที่ถามวันก่อนพอจะรวบรวมได้ดังนี้ (ที่เหลือรอปูเสื่อรอ)
ชนิดเห็ดชนิดของต้นไม้ที่เกิดร่วมและลักษณะพื้นที่ระยะเวลาการเกิด
เห็ดระโงกขาวยางนา ชาด พะยอม ติ้ว ยูคาลิปตัสต้นโต 24 เดือน
ต้นกล้า 36 เดือน
เห็ดระโงกเหลืองยางนา ชาด กะบาก ติ้วต้นโต 24 เดือน
ต้นกล้า 36 เดือน
เห็ดเผาะยางนา ชาด พะยอม ติ้ว ไม้เต็ง รัง เหียง กุง (พลวง) ตะเคียนต้นโต 24 เดือน
ต้นกล้า 36 เดือน
เห็ดผึ้งมะกอกน้ำ แคบ้าน ทุ่ม ยางนา ยูคาลิปตัสต้นโต 24 เดือน
เห็ดแดงชาด ยางนา พะยอมต้นโต 24 เดือน
ต้นกล้า 36 เดือน
เห็ดก่อ, เห็ดน้ำหมากยางนา พะยอม ชาดต้นโต 24 เดือน
ต้นกล้า 36 เดือน
เห็ดไคลต้นหมี่ ต้นติ้วต้นโต 6 เดือน
ต้นกล้า 36 เดือน
เห็ดปลวกไก่น้อยกระถินณรงค์12 เดือน
เห็ดปลวกข้าวดอ, เห็ดปลวกตายใต้ต้นไม้ใหญ่ในลักษณะดินร่วนเหนียว8 เดือน
เห็ดตับเต่าต้นโพธิ์ ต้นไทร ไม้เต็ง รัง ยางนา พะยอม เหียง กุง (พลวง) ตะเคียน

"คนเพาะเห็ด"
http://www.banboon.org/pdf/02_mushroom.pdf

"คู่มือการดำเนินโครงการพัฒนาป่าพื้นบ้าน"
http://123.242.163.1:8050/province/pindicator/data/KMForest/Forest%20development.pdf



nomadic_man ว้าวๆๆ ขอบคุณมากๆเลยครับพี่ที่ช่วยกันถักทอสายใยแห่งความรู้  อายจัง  อายจัง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 25, 2015, 07:47:10 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.” Bill Mollison
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #181 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2013, 11:06:11 PM »

สร้างบ้านแปงเมือง

พวกเขาเหล่านั้นไม่ต่างอะไรกับสิ่งมีชีวิตทั่วๆไป เมื่อเสาะแสวงหาดินแดนอันเหมาะสมพบเจอแล้ว มันก็พร้อมที่จะ "สร้างบ้านแปงเมือง" เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเข้าร่วมมหากาพย์แห่งศึกสงครามอันยิ่งใหญ่ ที่ทุกสรรพชีวิตต่างมีเป้าหมายเดียวกันให้ต่อสู้แย่งชิง สิ่งๆนั้นคือการดำรงอยู่ของเผ่าพันธุ์แห่งตนนั่นเอง...

มันไม่ได้มีสารสังเคราะห์แสงเป็นตัวช่วยอย่างพืช มันไม่ได้มีปากไว้กลืนกินอาหารเช่นสัตว์ต่างๆ แล้วเหตุอันใดที่ทำให้พวกมันยังสามารถยืนหยัดต่อสู้อยู่บนสังเวียนได้อย่างทรนง มาเป็นเวลานานแสนนาน และน่าจะอีกนานแสนนาน

เมื่อหนึ่งในบรรดาพวกเขาได้พบกับชัยภูมิอันดีเยี่ยม มันก็จะค่อยๆเริ่มขยายโครงสร้างเส้นใยทีละเส้น ทีละเส้น แผ่กระจายออกไปทีละน้อย ทีละนิด จนในที่สุด เมื่อเส้นใยแต่ละเส้นเหล่านั้นได้ค้นหากันจนเจอ อาณาจักรเล็กๆของมันก็เริ่มมั่นคงและยากที่ใครจะหยุดยั้งได้

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงการขยายเส้นใยของเห็ดรา


ใช่ว่าพวกเขาทุกเผ่าพันธุ์จะค้นหาชัยภูมิอันเหมาะสมเฉกเช่นกัน อย่างน้อยโลกเล็กๆใบนี้ยังมีแหล่งทรัพยากรมากพอที่จะทำให้พวกเขาเลือกใช้ต่างออกไป พวกชอบตั้งรกรากอยู่ตามอินทรียวัตถุที่ไร้ชีวิตแล้วถูกเรียกว่า saprotroph ส่วนพวกที่ชอบรุกรานสิ่งมีชีวิตเราเรียกพวกเขาด้วยความหวาดกลัว parasite น่าแปลกที่ทั้ง 2 เผ่าพันธุ์นี้บางเวลาก็เลือกที่จะสลับบทบาทหน้าที่กัน ตามความเปลี่ยนแปลงของแหล่งทรัพยากรที่พวกมันยึดครอง

อย่างน้อยก็ยังมีบางเผ่าพันธุ์ของพวกเขาที่มีอารยธรรมอันสูงส่ง เลือกที่จะอยู่ร่วมกันกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆอย่างประนีประนอม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังยึดถือผลประโยชน์สูงสุดของเผ่าพันธุ์ตนเองเป็นที่ตั้ง ไม่ว่าจะอยู่ร่วมกับผู้ใดมันจะไม่ยอมสูญเสียผลประโยชน์แม้แต่นิดเดียว ชื่อที่พวกมันประกาศก้องต่อสรรพสิ่งคือ mycorrhizal



ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต(แก้ไขดัดแปลงบางส่วน)


เรื่องราวนับจากนี้ไปจะเป็นส่วนของ mycorrhizal ผู้มีอารยธรรมอันสูงส่ง เป็นผู้ที่อยู่อาศัยร่วมกับผู้อื่นอย่างประนีประนอมและไม่ยอมเสียผลประโยชน์ของตนแม้แต่น้อยนิด โดยทั่วไปแล้วชัยภูมิอันเหมาะสมสำหรับตั้งฐานที่มั่นของมันคือ "รากพืช" เมื่อมันค้นพบรากพืชที่เหมาะสมเจอ มันจะเริ่มยึดครองอย่างรวดเร็วเพื่อไม่เปิดโอกาสให้พวกมันในตระกูลอื่นๆที่มาช้ากว่าได้แย่งครองไป

แต่ก็ไม่ทั้งหมด อาจมีบ้างที่พวกมันเองหลายตระกูลต้องอยู่ร่วมกันอย่างรอมชอม แต่ก็พร้อมแก่งแย่งดินแดนคืนเสมอหากสบโอกาส (สังเกตจากป่าที่ผมไปหาเห็ด พบว่าต้นไม้บางต้นมีเห็ดที่ทั้งกินได้และกินไม่ได้เกิดร่วมกันหลายชนิดบริเวณเดียวกัน)



ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงการยึดครองรากต้นไม้เป็นฐานที่มั่นอย่างเหนียวแน่นของ mycorrhizal


ไม่จำเป็นเสมอไปที่ mycorrhizal ต้องแสวงหาดินแดนตั้งถิ่นฐาน บางคราวพืชเองกลับเป็นผู้ก้มหัวส่งราชทูตออกไปอัญเชิญให้มันเข้ามาปกครองอย่างยินยอม เมื่อถึงคราวกลียุคสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของพืช มันจำเป็นต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อรักษาชีวิตให้รอดสืบไป ราชทูตที่พืชส่งออกไปภายนอกเพื่ออัญเชิญ  mycorrhizal ให้เข้ามาช่วยกอบกู้วิกฤตมีชื่อว่า strigolactone หน้าที่ภายในอย่างหนึ่งคือยับยั้งการแตกกิ่งก้านสาขาของพืชเอง ส่วนอีกหน้าที่หนึ่งคือออกไปภายนอกเพื่อค้นหาผู้กล้ามากอบกู้สถานการณ์



ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงพืชพบเจอสภาวะเลวร้าย จึงหลั่งออร์โมน strigolactone ออกมาเพื่อทำหน้าที่ 2 อย่างคือ ยับยั้งการแตกกิ่งก้านสาขา และเรียกหาทั้ง mycorrhizal และพืชปรสิต

ผู้กล้าเองมีทั้งแท้จริงและจอมปลอม... แนวโน้มที่ราชทูตจะหลงผิดอัญเชิญผู้กล้าจอมปลอมเข้ามาดูเหมือนจะมีโอกาสมากกว่า เพราะมาจากหมู่บ้านเดียวกัน (ชื่อเรียก strigolactone มาจาก striga ซึ่งเป็นชื่อของพืชสายพันธุ์หนึ่งที่ดำรงชีวิตแบบปรสิต) ถึงกระนั้นก็ตาม ทำไมพืชยังทำเช่นนี้ทั้งๆที่รู้ว่าอาจเปิดโอกาสให้ผู้กล้าจอมปลอมแฝงตัวเข้ามาได้




ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต ถั่วต้นซ้ายแสดงถึงสภาวะที่หลั่ง strigolactone และมีพืชปรสิตเกาะที่ราก ส่วนถั่วต้นขวาแสดงถึงพืชกลายพันธุ์ที่ไม่สามารถสร้าง strigolactone ได้


สงครามเล็กๆได้เริ่มขึ้นแล้วระหว่าง พืช พืชปรสิตและ mycorrhizal  เป็นสงครามที่ทุกฝ่ายต่างต้องการบรรลุวัตถุประสงค์ของตนเอง ไม่ว่าจะต้องงัดตำราพิชัยสงครามกระบวนท่าไหนออกมาก็ตาม สิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์บนโลกใบนี้ต่างต่อสู้แย่งชิงทรัพยากรเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายอันสูงสุด "ดำรงเผ่าพันธุ์" ให้จงได้

ไม่ว่าผลจะออกมาเช่นไร ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ชนะหรือพ่ายแพ้ ไม่ว่าจะบอบช้ำเพียงไร อาจเพราะพวกมันยังคงไม่ลืมว่า "จริงๆแล้ว บนโลกใบนี้ไม่มีเคยผู้แพ้พ่ายอย่างสิ้นเชิง เฉกเช่นกับผู้ชนะอย่างถาวร" นั่นทำให้พวกมันยังต้องต่อสู้กันต่อไป ตราบชั่วฟ้าดินสลาย...


โปรดติดตามตอนต่อไป บทที่ 2 ออกล่าอาณานิคม ครับผม  ยิ้มเท่ห์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 03:23:05 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #182 เมื่อ: พฤศจิกายน 14, 2013, 10:27:58 PM »

ออกล่าอาณานิคม

เมื่อ mycorrhizal ได้ค้นพบรากพืชที่เหมาะสมสำหรับสร้างบ้านแปงเมืองแล้ว พวกมันจะค่อยๆเสริมสร้างความมั่นคงทีละน้อย เริ่มจากฐานรากโดยเข้าไปอาศัยอยู่ในพื้นที่บางส่วนของรากพืช จากนั้นจึงขยับขยายเครือข่ายเส้นใยทีละน้อย เพื่อแสวงหาทรัพยากรมาปรนเปรอตนเอง ด้วยความที่พวกมันถือว่าตนเองเป็นผู้เจริญแล้ว การบุกรุกไปในพื้นที่ต่างๆจึงเป็นเสมือนการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งหาใช่การทำลายล้างไม่ แน่นอนว่าย่อมเข้าไปในฐานะชนชั้นปกครองที่แสวงหาผลประโยชน์สำหรับเผ่าพันธุ์ตนเองอย่างถึงที่สุด




ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงการเข้าบุกรุกเข้าไปอาศัยอยู่บางชั้นในรากพืช แต่ไม่ได้รุกรานถึงชั้นท่อส่งน้ำเลี้ยงซึ่งสามารถสร้างความเสียหายแก่พืชได้เฉกเช่นที่พืชปรสิตหรือราปรสิตกระทำ


เมื่อเมืองหลวงของอาณาจักรเริ่มมั่นคง จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะหยุดยั้งความกระหายอยากในการขยายอาณาเขตของพวกมัน สำหรับการรุกรานเข้าไปในพื้นที่อื่นแล้ว
กองทัพอันทรงพลังคือสิ่งที่จำเป็น ยุทธวิธีที่พวกมันเลือกใช้คือ "รวมกลุ่มเข้าโจมตี" หากเส้นใยแต่ละเส้นเปรียบเสมือนกองลาดตระเวน เมื่อเจอกับพื้นที่คับขัน(หมายถึงพื้นที่ที่พวกมันไม่อาจแทรกซึมเส้นใยได้)พวกมันจะรวมกลุ่มกันเพื่อเดินทางข้ามผ่านโซนนั้นไปอย่างฉับพลัน การรวมกลุ่มเส้นใยเข้าด้วยกันนั้น จากหน่วยลาดตระเวนหลายหน่วยจึงกลายเป็นหน่วยทะลวงฟัน rhizomorphs



ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงการเดินทางไปในทิศทางเดียวกันของเส้นใยแบบ rhizomorphs

การรวมกลุ่มกันเข้าโจมตีมีข้อดีคือเมื่อเจอพื้นที่อันเหมาะสมต่อการยึดครองจะทำให้พวกมันสามารถขยายอาณาเขตได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวางยิ่งขึ้น เพราะยังมีอีกหลายตระกูลในกลุ่ม  mycorrhizal ที่คิดเช่นกัน สงครามย่อยๆระหว่างตระกูลมักเกิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ใครๆก็อย่างเป็นหนึ่งในใต้หล้าด้วยกันทั้งนั้น...



ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตใช้ในการสื่อเพื่อให้เห็นภาพจากข้อความข้างต้นเท่านั้น





ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการยึดครองพื้นที่เหมาะสมของ rhizomorphs(1) ได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวางมากกว่า hyphal(2)


ทันทีที่พบเจอรากพืชที่เหมาะสม พวกมันก็เริ่มตั้งอาณานิคมขึ้น โดยการแทรกแซงเข้าไปอาศัยอยู่ในพื้นที่บางส่วนเช่นเดียวกับที่มันทำอย่างรากพืชเมืองหลวง เมื่อหลายๆอาณานิคมรวมเข้าด้วยกันโดยเครือข่ายเส้นใยของ mycorrhizalบางตระกูล พวกมันก็เข้าสู่ยุคทอง "จักรวรรดิแห่ง mycorrhizal ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว..."


ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงเครือข่ายเส้นใยของ mycorrhizal ที่ได้เชื่อมโยงต้นพืชหลายต้น(อาจจะหลายชนิดอีกด้วย)เข้าไว้ด้วยกัน

จักรวรรดิมองโกลในยุครุ่งเรืองที่กว้างใหญ่ไพศาลสามารถทำให้ผู้คนใต้การปกครองที่ต่างชนชั้นวรรณะ ต่างเผ่าพันธุ์ ต่างความเชื่อ ต่างศาสนา ต่างจุดมุ่งหมาย ดำรงอยู่ได้เป็นระยะเวลาหลายชั่วอายุคน เคล็ดลับความสำเร็จของพวกเขาคือ "รักษาเส้นทางเครือข่ายสำหรับแลกเปลี่ยนทรัพยากร" ด้วยอะไรก็ตามเส้นทางเครือข่ายของพวกมองโกลไม่อาจดำรงอยู่ได้ตราบชั่วฟ้านิรันดร์ แต่สำหรับ mycorrhizal แล้ว ดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่ายๆของพวกมัน...

"นักปกครองที่ดีย่อมเข้าใจว่าควรมีการแบ่งสรรปันส่วนทรัพยากรต่างๆให้แต่ละอาณานิคมอย่างเหมาะสม จึงจะสามารถทำการปกครองผู้อื่นได้อย่างราบรื่น"  mycorrhizal ที่มีจักรวรรดิเป็นของตนเองหาได้หลงลืมสิ่งที่ควรทำเช่นนี้ไม่ เมื่อพวกมันได้เชื่อมโยงพืชแต่ละต้นเข้าด้วยกันโดยเครือข่ายเส้นใย การแลกเปลี่ยนทรัพยากรจึงเริ่มขึ้น ไม่ว่าต้นพืชจะอยู่ห่างไกลกันสักเพียงใดก็ไม่ใช่ปัญหา ดุจดังเส้นทางสายไหมที่เชื่อมโยงอารยธรรมของยุโรป อาหรับ จีน(และประเทศตะวันออกที่เชื่อมโยงกับจีนอีกที)เข้าไว้ด้วยกัน

สำหรับพืชแล้วสิ่งที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตเบื้องต้นคือธาตุอาหารและน้ำ 2 สิ่งนี้เครือข่ายเส้นใยของ mycorrhizal สามารถจัดหาให้ได้เสมอจากพืชอีกต้นหนึ่งสู่ต้นหนึ่ง จากสิ่งที่ตัวมันเองหาพบสู่พืช หรือจากแบคทีเรียสู่ตัวมันเองและพืชก็ย่อมได้ไม่ใช่ปัญหา แต่สิ่งที่อาจเป็นปัญหาสำหรับพืชหรือแบคทีเรีย(แต่ไม่ใช่ปัญหาสำหรับมันเพราะมันยึดถือตนเองเป็นที่ตั้งต้องได้รับประโยชน์สูงสุดเสมอ)คือ บางสิ่งบางอย่างที่ไม่พึงประสงค์...

เครือข่ายเส้นใยทำหน้าที่คล้ายถนนหนทาง มีไว้สำหรับเคลื่อนย้ายหรือแลกเปลี่ยนทรัพยากรระหว่างอาณานิคม ซึ่งหมายถึงทั้งที่จำเป็นและไม่จำเป็น ทั้งที่เป็นประโยชน์หรือเป็นโทษ แต่ไม่มีผลกระทบต่อผู้ปกครองจักรวรรดิ เป็นการบ่งบอกว่า "ใครจะได้จะเสียผลประโยชน์อย่างไรก็ช่าง ขอแค่ข้าได้ผลประโยชน์(หรือไม่ได้ไม่เสีย) ก็เพียงพอแล้วสำหรับ mycorrhizal ...

ติดตามได้ในตอนต่อไปครับผม บทที่ 3 ข้าคือชนชั้นผู้ปกครอง



ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต ใช้สื่อให้เห็นถึงเครือข่ายเส้นใยของ mycorrhizal ที่เชื่อมโยงพืชต่างชนิดเข้าไว้ด้วยกัน... นั่นหมายความว่า ภูมิปัญญาของผู้คนจากยุคบุพกาลอันถ่ายทอดส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่น ที่สอนไว้ว่าพืชชนิดใดควรปลูกร่วมกับพืชชนิดใด หรือพืชชนิดใดไ่ม่ควรปลูกร่วมกับพืชชนิดใด อาจมีการเชื่อมโยงสารบางอย่างที่ยับยั้งหรือส่งเสริมการเจริญเติบโตซึ่งกันและกันผ่านทางเครือข่ายเส้นใยของ mycorrhizal ก็เป็นได้ (ข้อความข้างต้นเป็นเพียงสมมติฐานของผมเท่านั้น)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 03:25:35 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #183 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2013, 02:58:57 PM »

คั่นรายการ...  ยิงฟันยิ้ม เมื่อเช้าขึ้นป่ามา โชคดียังมีเห็ดออกให้กินทั้งๆที่เข้าฤดูหนาวแล้ว แต่สภาพป่าโดยรวมยังชื้นอยู่ บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ที่ค่อยๆฟื้นฟูทีละนิดของอดีตป่าเสื่อมโทรมเพราะถูกสัมปทานไม้

ดอกสวยกว่าสัปดาห์ที่แล้วเพราะไม่ลืมที่จะเอาตะกร้าไปแทนถุงหิ้ว แถมยังมีดอกใหม่ออกมาอีก อาจเนื่องจากฝนหลงฤดูที่ตกเมื่อวันพุธที่แล้ว



ยังไม่ลืมที่จะนำดอกแก่ๆกลับมาด้วยพร้อมกับนำดินบริเวณโคนดอกเห็ดมาด้วย ข้อสังเกตที่เห็นวันนี้อีกอย่างคือสปอร์ของเห็ดไคมีสีเทาครับผม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 03:26:13 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
wee6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 446


« ตอบ #184 เมื่อ: พฤศจิกายน 20, 2013, 10:31:50 AM »

 ยิ้ม เข้ามาติดตามเรื่องเห็ดด้วยคนครับ



nomadic_man ขอบคุณที่ติดตามเรื่องราวของเห็ดร่วมกันครับ   ยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 14, 2015, 11:48:23 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
kwanbanna
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2753


« ตอบ #185 เมื่อ: พฤศจิกายน 20, 2013, 08:06:28 PM »

ได้ความรู้เรื่องเห็ดแบบพิศดารมาก  ขอบคุณทั้งเจ้าของกระทู้และคุณธีร์ด้วยนะคะ
อย่างนี้ ปลูกยางนาอย่างเดียวก็มีสิทธิ์ได้เก็บเกี่ยวเห็ดเกือบทุกชนิดเลยสิคะ   จุมพิต จุมพิต




nomadic_man ใช่แล้วครับ ปลูกยางนาเพียงชนิดเดียวมีสิทธิ์ได้กินเห็ดหลายชนิด หากปลูกไม้ตระกูลยางร่วมกันแบบเป็นป่า เรื่องผลประโยชน์จากตัวไม้ยกให้เป็นรุ่นลูกรุ่นหลาน รุ่นเราเก็บเห็ดกินก็พอแล้วครับ  ยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 14, 2015, 11:48:37 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #186 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2013, 07:18:25 PM »

ต้องขออภัยเป็นอย่างสูงสำหรับผู้ติดตาม  โกรธ (หวังว่าคงมี  ยิงฟันยิ้ม )เรื่องของเห็ดภาคพิสดารที่ทำให้ขาดตอน คงต้องอาศัยข้ออ้างเก่าๆคือ "ไม่มีเวลา" ทั้งที่จริงเวลาแต่ละวันเรายังเท่าเดิม ขึ้นอยู่กับว่าเราใช้ไปกับเรื่องราวไหนเท่านั้น เกือบเดือนแล้วที่ทีวีดูไม่ได้ ก็ไม่เป็นไรเพราะยังมีเน็ต ต่อมาเกือบสองสัปดาห์ที่เน็ต(บ้านพัก)เล่นไม่ได้ และตอนนี้เหลือเพียงวิทยุเก่าๆที่ฟังได้สถานีเดียวประจำบ้าน เรียกได้ว่า "ตกข่าว" เกือบทุกขบวน น่าแปลกที่เราก็ยังดำรงชีวิตอยู่ได้ เรื่องที่เคยทำก็ไม่ได้ทำ เรื่องที่ไม่เคยทำก็ได้ทำ(อย่าคิดลึกนะ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม )


ทุกทีเวลาไปป่าหาเห็ดผมเพียงเก็บเห็ดที่ีไม่ "แก่เกินแกง" กลับมา แต่ปีนี้ทั้งเกินแกงและไม่เกินแกงเก็บกลับมาหมด เน่าๆก็ไม่เว้น ขนาดอันที่มีสายราจากเห็ดกินตัวมันเองก็ยังเก็บมา หนำซ้ำยังขุดดินแบกกลับมาทำการทดลองด้วย(จะเล่าให้ฟังในบทต่อๆไป) เท่านั้นไม่พอยังสำรวจชนิดของต้นไม้บริเวณที่มีเห็ดขึ้นว่าเป็นแบบไหน ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่รู้จัก เรียกได้ว่า "บ้าเต็มขั้น" ไปแล้ว...  โกรธ เช้าวันเสาร์ที่ผ่านมายังเป็นอีกวันที่ขึ้นไปเดินป่าเล่น โชคดีที่ได้เห็ดกลับลงมากินอีกเช่นเคย สำหรับคนที่ไม่เคยไปหาเห็ดป่าหรือไม่ชอบรับประทานคงรู้สึกเฉยๆ ว่าจะขึ้นไปหาอะไรกันนักหนา แต่สำหรับคนที่เคยเข้าป่าเก็บเห็ดคงเข้าใจความรู้สึกผมว่าหากพอมีเวลาว่างทีไร หากยังเป็นช่วงที่อาจมีเห็ดออก นั่นก็แสดงว่า เรายังมีความหวังที่จะได้กินเห็ด...
ขออภัยอีกครั้งที่ บทที่ 3 ข้าคือชนชั้นผู้ปกครอง ยังไม่คลอดสักที  ขยิบตา



เห็ดที่หามาได้เมื่อเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา นี่คือสิ่งที่เซียนเคยบอกผมไว้ว่า "ใช่ว่ามีเงินแล้วจะได้กินไปเสียทุกอย่าง" ตอนนี้ผมเริ่มเข้าใจแล้ว เช้าวันนั้นยังมีเพื่อนบ้านจำนวนหนึ่งที่ได้ร่วมแบ่งปันความสุขกับรสชาติของเห็ดต้นฤดูหนาว  ยิ้ม




สำหรับพวก "แก่เกินแกง" ปีนี้ก็อย่าหวังว่าจะรอด เก็บกลับมาให้เหี้ยน  โกรธ โกรธ จริงๆแล้วก็ไม่ถึงขนาดนั้น หากดอกไหนที่มีเจ้าของอยู่จำนวนหนึ่ง(มด หนอน แมลง กิ้งกือ แม้กระทั้งเชื้อรายังกินกันเอง) ผมก็จะปล่อยไว้อย่างนั้น แบ่งๆกันกินก็ว่าไป  ยิงฟันยิ้ม ส่วนดินถุงนี้หาใช่ของเล่นของเด็กไม่ แต่เป็นของเล่นของผู้ใหญ่คนหนึ่งที่ชอบทำการทดลองแบบเพี้ยนๆ  ยิงฟันยิ้ม



หาเห็ดเหนื่อยๆยังไม่พอ อีกวันยังต้องขนน้ำไปช่วยบรรดาผักหวานป่าที่ได้ปลูกแบบหยอดเมล็ดไว้ สัปดาห์ละ 1 - 2 ครั้งเท่านั้นที่รดน้ำ บ่งบอกว่าเจ้าของสวนเกียจคร้านดูแลขนาดไหน หากต้นใดอยากมีชีวิตรอดก็ต้องดิ้นรน อนทนกันต่อไป  โกรธ




ทำที่กั้นแดดให้ผักหวานป่าบ้าง และไม่กล้าโชว์ภาพแบบ close up เพราะ "อยากอาย" แอบไปดูผักหวานป่าของเพื่อนสมาชิกที่ปลูกพร้อมกันปีนี้สวนไหนก็มีแต่งามๆทั้งนั้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 03:27:30 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #187 เมื่อ: พฤศจิกายน 26, 2013, 02:57:15 PM »

ข้าคือชนชั้นผู้ปกครอง

คงไม่เป็นการกล่าวเกินไปหากเราจะเรียกพวกเขาว่าชนชั้นผู้ปกครองเพราะ mycorrhizal อยู่บนโลกใบนี้มานานพอดู แทบจะเป็นสิ่งมีชีวิตกลุ่มแรกๆที่ถือกำเนิดขึ้นและคงเป็นกลุ่มท้ายๆที่จะสูญเผ่าพันธุ์ไปหากสภาพแวดล้อมของโลกเปลี่ยนแปลงอย่างสุดขีดอีกหน ก่อนหน้านี้เราเคยเชื่อกันว่าบรรดาพืชเป็นแหล่งดูดซับสารประกอบคาร์บอนหลักของโลก แต่เมื่อเร็วๆนี้มีการวิจัยพบว่าจริงๆแล้ว mycorrhizal ต่างหากที่เป็นผู้เก็บสะสมคาร์บอนเอาไว้มากที่สุด เผ่าพันธุ์ของพวกมันมีอะไรจึงสามารถครองความยิ่งใหญ่ได้ถึงเพียงนี้ สิ่งที่พวกมันมีไว้ต่อกรกับผู้อื่นคืออาวุธเคมีอันทรงประสิทธิภาพที่เรียกขานว่า enzyme



เราเคยคิดกันว่าป่าไม้เป็นแหล่งเก็บกักสารประกอบคาร์บอนแหล่งสำคัญของโลก ซึ่งจริงๆก็เกือบถูกหากเราไม่หลงลืมสิ่งมีชีวิตกลุ่มเห็ดรา เครือข่ายอันกว้างไกลไพศาลของพวกเขาที่อยู่ใต้ดินซึ่งเรามองไม่เห็นต่างหาก เป็นส่วนใหญ่ในการเก็บกักสารประกอบคาร์บอนของโลกใบนี้เอาไว้ ดอกเห็ดของพวกเขาที่เรามองเห็นก็คงไม่ต่างอะไรกับยอดของภูเขาน้ำแข็งขนาดมหึมาที่ลอยอยู่ภายในมหาสมุทร...(ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต)

เคล็ดลับความสำเร็จอันแสนง่ายดายของ mycorrhizal คือ "ลดการสูญเสีย" พวกมันมีผนังโครงสร้างที่เข้มแข็งเพื่อแบ่งแยกตนเองออกจากสิ่งแวดล้อมและมีอาวุธเคมีอันทรงประสิทธิภาพเพื่อใช้สำหรับแสวงหาทรัพยากร จึงเป็นเรื่องยากที่จะมีผู้อาจหาญต่อกรด้วย การใช้อาวุธเคมีอย่าง enzyme ก็หาได้ใช้อย่างพร่ำเพรื่อ เมื่อพบเจอแหล่งทรัพยากรอันจำเป็นที่ไม่จำเป็นต้องผลิตเอง มันก็จะลดการใช้อาวุธลง นี่เป็นวิธีปกครองของผู้ชาญฉลาด ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้พวกมันได้เลือกยึดครองรากพืชเป็นฐานที่มั่นอย่างเหนียวแน่น ทำการแสวงหาทรัพยากรจากรากพืชและแลกเปลี่ยนทรัพยากรบางอย่างกับ Bacteria บางกลุ่มที่พบปะกันเพื่อผลประโยชน์ที่มีร่วมกัน





กลไกง่ายๆที่ mycorrhizal ใช้สำหรับยึดครองคือ ก้าวไปข้างหน้า-ปลดปล่อยอาวุธเคมี(หากจำเป็น)-ดูดซับทรัพยากร เพียงแค่นี้ก็พอแล้วที่จะทำให้พวกมันเป็นชนชั้นปกครองแห่งโลกใบนี้ (ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต)





สิ่งที่พวกมันได้รับจากรากพืชที่ยึดครองคือสารประกอบจำพวกน้ำตาลและพืชเองก็ได้รับน้ำหรือสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการเติบโตเป็นการแลกเปลี่ยน (ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต)





รูปแบบการเข้ายึดครองรากพืชเป็นฐานที่มั่นมี 2 แบบหลักๆตามภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต คือแบบที่ฝังตัวเข้าไปในเซลล์ของรากพืช(ทางขวา)กับแบบที่แทรกซึมไปตามช่องว่างของเซลล์รากพืช(ทางซ้าย) แต่ทั้ง 2 รูปแบบไม่ได้เจาะผ่านถึงชั้นท่อน้ำเลี้ยงเช่นกลุ่ม parasite

หากยึด mycorrhizal เป็นศูนย์กลางแล้ว ดังนั้น พืช แบคทีเรีย แหล่งทรัพยากร จึงเป็นเพียงองค์ประกอบย่อยของระบบเครือข่าย จักรวรรดิ mycorrhizal ผลประโยชน์ที่ทุกฝ่ายต่างได้รับเกิดจากการแบ่งสรรปันส่วนให้ตามความเหมาะสมจากผู้ปกครอง... โปรดติดตามตอนต่อไป บทที่ 4 แบ่งสรรปันส่วน ครับผม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 03:29:07 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #188 เมื่อ: ธันวาคม 03, 2013, 11:10:49 AM »

เช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมาลองขึ้นป่าเดินเล่นๆอีกครั้ง เก็บภาพบรรยากาศมาฝากเพื่อนๆสมาชิกด้วย ภาพอาจไม่ชัดมากเนื่องจากสภาพแสงที่ขมุกขมัว ถือว่าเป็นภาพประกอบพอแก้ขัดแล้วกันครับผม


พาหนะคู่ใจกับที่จอดรถ สุดจากนี้เป็นเส้นทางเดินเท้าล้วนๆ



เข้าสู่ฤดูหนาวแล้วแต่เห็ดไคที่ป่าแห่งนี้ยังออกมาเรื่อยๆ สองดอกนี้ข้างที่จอดรถคงเนื่องจากไม่มีผู้คนขึ้นมาหานานพอดูแล้ว(สงสัยคงมีแต่ผมที่บ้าขึ้นไปทุกสัปดาห์)




นี่เป็นกลุ่มแรกที่พบ น่าเสียดาย "แก่เกินแกง" เสียแล้ว แทนที่จะได้ลงตะกร้าเลยลงถุง(เก็บไปทดลอง)แทน  ยิงฟันยิ้ม



ไม่น่าเชื่อว่าเห็ดหน้าแดงก็ยังขึ้น กินได้แต่มีทั้งแบบขมและไม่ขม พวกที่เห็นนี้สีสันสวยงามกินได้แต่ "ขม" ก่อนหน้านี้ผมไม่เชื่อที่เซียนบอกจึงเก็บกลับมาด้วย ตอนนั้นทำกินบ้านเซียน เขาให้ผมแยกหม้อแกง ปรากฏว่าซดได้ไม่กี่คำต้องเททิ้ง  โกรธ โกรธ ขมจริงๆเมื่อได้ทดลองกินเอง  ยิงฟันยิ้ม




ปีแรกๆที่ขึ้นป่าบริเวณนี้แสงแดดยังส่องถึงพื้น จากนี้ไปคงยากเพราะต้นไม้โตขึ้นมาก โคกนี้ในอนาคตจะเต็มไปด้วยเห็ดละโงกและเห็ดไค




เห็ดไคสองดอกนี้ขึ้นอยู่กับต้นอะไรไม่รู้ รู้แต่ว่าออกมาหลายรอบแล้ว กะว่าจะลองล้อมขุดมาปลูกที่บ้านสวนดูสักต้นสองต้นเผื่อโชคดีได้เชื้อเห็ดไคติดมาด้วย(ต้นไม้ยังเล็กอยู่)




เจออีกดอก รอบนี้ได้เห็ดไม่มากเท่าสัปดาห์ก่อนจากการเดินเท้าในเส้นทางเดียวกันและสภาพป่าเริ่มแห้งแล้ว ใบไม้ก็เริ่มร่วงหล่น ทุกสรรพชีวิตต่างหมุนเวียนไปตามรอบฤดูกาลที่ผ่านพ้น


เห็ดไคดอกนี้ขึ้นอยู่ใกล้โคนต้นติ้วป่า(ต้นเล็ก) เป็นอีกต้นหนึ่งที่ผมคงต้องขอเจ้าป่าเจ้าเขาขุดล้อมไปปลูกทดลองต่อที่บ้านสวน




ภาพนี้คุณมองเห็นเห็ดกี่ดอก...?  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม บริเวณนี้เป็นที่ที่เก็บได้มากที่สุดของคราวนี้ ลักษณะการขึ้นของเห็ดเป็นกลุ่มๆ ตามภาษาวิชาการเขาเรียกว่า "fairy ring mushroom" จะเล่าให้ฟังในบทที่เกี่ยวข้อง  ยิงฟันยิ้ม




เห็ดไคดอกใหญ่ที่สุดในรอบนี้  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม



บริเวณนี้คือที่ที่มีความหนาแน่นของเครือข่าย mycorrhizal อย่างมาก เห็ดกินได้ที่ออกบริเวณนี้มี เห็ดละโงก เห็ดผึ้ง เห็ดไค เห็ดโคน ผมจึงขอเจ้าป่าเจ้าเขานำดินบริเวณนี้ไปทำการทดลองที่บ้านสวน




"หน้าผาแดง" นี่คือคำที่เราใช้เรียกบริเวณนี้ หากเดินลงไปสุดร่องความสูงคงไม่น้อยกว่าตึก 4 ชึ้น  โกรธ แต่ก็คุ้มที่จะลองขึ้นๆลงๆ เพราะร่องข้างล่างเห็ดไคขึ้นหนาแน่น และปีนี้เห็ดละโงกไข่ไก่เริ่มออกมากขึ้น บ่งบอกถึงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศที่ฟื้นฟูด้วยตัวมันเอง



พักเหนื่อย... ก่อนกลับบ้านพร้อมเห็ดกินได้ครึ่งตะกร้า เห็ดเน่าหนึ่งถุง และดินจากป่าไปทำการทดลอง




เห็ดที่เก็บมาได้ทั้งหมดของคราวนี้  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 03:32:50 PM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
chunkung
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2104


« ตอบ #189 เมื่อ: ธันวาคม 06, 2013, 12:26:58 AM »

ขอ สองคำ " สวดยอดเลยลวกพี่"   อายจัง อายจัง อายจัง



nomadic_man ขอบคุณที่ติดตามนะครับ ยังไม่อาจเรียกว่า "สวดยอดเพี๊ย" ได้ครับ เพราะนี่เป็นแค่การเริ่มต้นทดลองของคนเกือบบ้าๆบวมๆคนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งหากผลของการทดลองไม่เป็นไปตามที่หวัง คงได้เป็นคนบ้าเข้าให้จริงๆ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม แต่ไม่เป็นไรครับ อย่างน้อยก็ยังเป็นกรณีศึกษาสำหรับผู้ที่อาจหลงผ่านมาบนทางเส้นนี้ จะได้ไม่ต้องเริ่มใหม่อะไรมาก

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 14, 2015, 11:49:00 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า

สวนไผ่เลี้ยงเพาะเมล็ด
น้องรุ่ง
piboon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 162


« ตอบ #190 เมื่อ: ธันวาคม 06, 2013, 02:47:12 PM »

มาขอลงชื่อติดตามครับ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์



nomadic_man ขอบคุณครับที่สนใจ  ยิ้มเท่ห์ ช่วงนี้สารภาพจริงๆว่าแทบจะไม่ได้เข้าอินเตอร์เน็ตเลย เนื่องจากเน็ตที่บ้านพักเล่นไม่ได้มาสักระยะหนึ่งแล้ว และคงอีกสักพักกว่าจะเล่นได้  ร้องไห้ ส่วนที่ทำงานก็แอบเล่นบ้าง  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม แต่ยังไม่สามารถรวบรวมเวลาและสมาธิเพื่อที่จะเขียนบทความตอนต่อไปได้  โกรธ เนื่องด้วยช่วงนี้มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกี่ยวกับครอบครัวคือ กำลังให้ยายของเด็กหญิงกลับไปอยู่บ้านนอก เพื่อที่จะให้เด็กหญิงไปโรงเรียนชั้นเตรียมอนุบาลป.ขี้ไก่  ยิงฟันยิ้ม กลายเป็นว่าที่บ้านเหลือเพียง ผม เธอ และเด็กหญิง เวลาที่เคยว่างๆจึงลดลงอย่างเลี่ยงไม่ได้... ครับผม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 14, 2015, 11:49:14 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #191 เมื่อ: ธันวาคม 06, 2013, 10:12:11 PM »

แบ่งสรรปันส่วน

เพื่อให้จักรวรรดิที่ปกครองดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืนนั้น mycorrhizal เองต้องจัดสรรทรัพยากรต่างๆให้กับเครือข่ายต้นไม้อาณานิคม สิ่งแรกที่บรรดาต้นไม้ได้รับคือ ลดทรัพยากรต่างๆในการสร้างราก เมื่อ mycorrhizal ได้ยึดครองรากต้นไม้แล้ว สิ่งที่พวกมันทำคือสร้างเครือข่ายเส้นใยซึ่งทำหน้าที่คล้ายรากแขนงของต้นไม้ เพียงแต่มีประสิทธิภาพมากกว่าเท่านั้นเอง เมื่อทรัพยากรของต้นไม้ไม่ถูกใช้ไปกับการสร้างราก หากมีต้นทุนเท่ากัน นั่นหมายความว่าต้นไม้ที่ถูกยึดครองจะนำทรัพยากรส่วนนั้นไปทำการต่อยอด ต่อใบ ต่อผล ทำให้ดูเหมือนเจริญงอกงามกว่าต้นอื่นๆ



ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต แสดงถึงกราฟการเจริญเติบโตของพืชที่รากถูกยึดครอง(เส้นบน) กับพืชที่รากไม่ได้ถูกยึดครอง(เส้นล่าง) การทดลองทำการควบคุมปัจจัยต่างๆให้เท่าเทียมกัน โดยมี mycorrhizal เป็นตัวแปรต้น(มีกับไม่มี)




ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงโครงสร้างของรากที่มีหรือพึ่งพา mycorrhizal มาก (ซ้าย) กับไม่มีหรือพึ่งพา mycorrhizal น้อย ภาพทางซ้ายแสดงให้เห็นถึงโครงสร้างที่แข็งแรงเพราะไม่จำเป็นต้องแบ่งทรัพยากรไปสร้างรากฝอย เกิดกิจกรรมต่างๆน้อย(mycorrhizal จัดให้) จึงยืดอายุการใช้งานไม่ต้องเสียทรัพยากรสร้างบ่อยๆ (ในส่วนของ chemical defences ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นการยอมให้สารเคมีที่เป็นประโยชน์ซึมผ่านเข้ามาในรากได้อย่างสะดวกโดยผ่านช่องทาง mycorrhizal)



เครือข่ายเส้นใยของ mycorrhizal ทำหน้าที่เสมือนถนนของจักรวรรดิ สามารถเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ทำให้พืชติดต่อสื่อสารซึ่งกันและกัน มีการวิจัยในเรื่องนี้แล้วพบว่า หากทำให้พืชต้นหนึ่งถูกรบกวนโดยสิ่งไำม่พึงประสงค์เช่นเพลี้ย พืชจะปล่อยสารบางอย่างออกมาเพื่อดึงดูดศัตรูทางธรรมชาติของเพลี้ยมาจัดการ การทดลองให้พืชสองต้นแยกจากกันแทบสิ้นเชิง มีเพียงรากพืชเท่านั้นที่เชื่อมโยงกันไว้ด้วยเครือข่าย mycorrhizal พบว่าพืชอีกต้นที่ไม่ได้โดนรบกวนจากเพลี้ยก็ทำการปล่อยสารชนิดเดียวกันนี้ออกมาได้เช่นกัน กลไกการป้องกันตัวเองของพืชเรายังไม่ทราบแน่ชัด แต่การทดลองนี้ทำให้รู้ว่า เครือข่ายอาณานิคมพืชที่ถูกเชื่อมโยงด้วย mycorrhizal สามารถติดต่อสื่อสารกันได้



ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงให้เห็นถึงการติดต่อสื่อสารของพืชผ่านช่องทางเครือข่าย mycorrhizal




ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงให้เห็นถึงประโยชน์อีกอย่างที่พืชได้รับจากการเป็นอาณานิคมของ mycorrhizal คือสามารถเข้าถึงธาตุอาหารบางอย่างที่รากของพืชไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นรูปแบบที่พืชนำไปใช้ได้ แต่ถูกแปรสภาพเพื่อให้พืชใช้ได้โดย mycorrhizal ที่ยึดครองราก



เมื่อเครือข่ายเส้นใยของ mycorrhizal ได้ยึดครองรากพืชต้นใดต้นหนึ่งเอาไว้ พวกมันก็จะค่อยๆแผ่ขยายๆออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อเจอธาตุอาหาร น้ำ มันก็จะนำเข้ามาส่งต่อให้พืชผ่านทางเครือข่าย ผลจากการที่รากพืชเป็นอาณานิคมของ mycorrhizal ทำให้ถูกป้องกันต่อการรุกรานของ ราหรือแบคทีเรียปรสิต ไส้เดือนฝอย รวมถึงความทนทานต่อสภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมหรือเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันได้อีกด้วย



ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงรากพืชที่เป็นอาณานิคมของ mycorrhizal ทำให้ยากต่อการเข้าถึงของผู้รุกรานเช่น ราหรือแบคทีเรียปรสิต ไส้เดือนฝอย รวมถึงเพิ่มความทนทานต่อสภาวะที่ไม่เหมาะสมอีกด้วย


แทบจะดูเหมือนว่าพืชเป็นผู้ได้ประโยชน์อย่างมากกับการถูกยึดครอง ซึ่งนั่นก็เป็นเพียงสิ่งที่ mycorrhizal หาได้อย่างเพียงพอเกินความจำเป็นเท่านั้น แท้ที่จริงแล้วสิ่งที่ผู้ปกครองต้องการเป็นอย่างมากก็คือ "สารประกอบคาร์บอน" ที่ต้องผ่านกระบวนการสังเคราะห์แสงซึ่งพวกมันไม่สามารถทำได้นั่นเอง



ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงการแลกเปลี่ยนทรัพยากรระหว่างผู้ปกครองกับอาณานิคม สิ่งที่ชนชั้นปกครองต้องการคือสารประกอบคาร์บอนจำพวกน้ำตาลต่างๆซึ่งต้องผ่านกระบวนการสังเคราะห์แสงที่พวกมันไม่สามารถกระทำได้



ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงให้เห็นถึงว่า แท้ที่จริงแล้วไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่ต้องพึ่งพาอาศัยกันมากกว่ากันระหว่างพืชอาณานิคมกับ mycorrhizal ผู้ปกครอง การเจริญเติบโตของพืชและ mycorrhizal แทบจะดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน โตก็โตด้วยกัน แคระแกรนไปด้วยกัน(ขนาดของต้นพืชและรัศมีเครือข่ายเส้นใย) ซึ่งนี่อาจเป็นเหตุผลที่ว่า "ทำไมเห็ดที่เรากินได้ส่วนใหญ่มักจะออกในฤดูฝน"


โปรดติดตามตอนต่อไป จุดเริ่มต้นของเรื่องราวต่างๆ ปลายฝันที่ 7 "เห็ด" บทที่ 5 สิ่งที่เห็นเป็นเพียงบางส่วนของบางสิ่งที่เชื่อมโยง ได้ครับผม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 22, 2015, 11:49:18 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 [12] 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 ... 39   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: