หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: แนะนำ การเลี้ยงลูกเป็ดบาบารี่ให้ผมหน่อยครับ  (อ่าน 3065 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
my wit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16


« เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2013, 01:07:28 AM »

มีใครพอจะแนะนำผมได้บ้างครับ ผมซื้อลูกเป็ดบาบารี่มาเลี้ยง500ตัว แต่ตอนนี้ลูกเป็ดชอบนอนทับกันตายไปแล้วเป็น100 บางทีกินอาหารอยู่ดีๆก้อชักตายไปเฉยๆ เลี้ยงมาจะ2เดือนแล้วแต่ยังตัวเท่าเดิม หัวอาหารผมก้อให้ตามสูตรเลยครับ ผมกลุ้มใจมากเลยครับ ใครก้อได้ถ้ารู้แนะนำผมหน่อยครับ
บันทึกการเข้า

PEEBIG
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 635


« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2013, 07:07:46 AM »

ตอนที่มันยังเล็กมีหลอดไฟกกให้มันเพียงพอไหมครับ ถ้าไม่มีหรือมีน้อยมันจะนอนทับกันตาย

ส่วนที่เลี้ยง500ตัวสถานที่กว้างไหมถ้าแคบเป็ดเครียดจิกกินขนกันเอง ภาชนะใส่น้ำ-อาหารต้องมีวางกระจายหลายๆอัน

และอาหารที่ใช้เลี้ยงต้องมีเพียงพอ ไม่ใช่แค่ให้พอประทังชีวิตอย่างนี้ก็ไม่ค่อยโต เลี้ยงเยอะถ้าให้แต่อาหารสำเร๊จรูปไม่คุ้มต้นทุนครับ

ยิ่งตายไปเป็น100 แถมเลี้ยงแล้วไม่โต ขาดทุนแน่ๆครับ แนะนำลดต้นทุนค่าอาหารครับ ยิ้มเท่ห์



Liked By: Nutthavud, athena07, p123
บันทึกการเข้า
my wit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16


« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2013, 07:18:23 AM »

ขอบคุณครับสำหรับคำแนะนำ ตอนเล็กก้อให้หลอดไฟตามจำนวนที่ฟาร์มแนะนำมา ส่วนสถานที่ค่อนข้างกว้างครับ คือปล่อยออกมาเดินเล่นได้เลยครับ แต่มันก้อจะไปรวมกันอยู่จุดใดจุดหนึ่ง เพื่อนอนกองกัน อาหารตอนนี้ผมให้เป็นรำผสมผักแล้วครับ กินจนเหลือครับ กินไม่เคยขาดปาก ตอนนี้ต้องนั่งเฝ้าตลอด24ชั่วโมงเลยครับ เพื่อไล่ไม่ให้มันกองกัน แต่ตอนเผลอก้อกองกันจนได้มะวานตายไป10วันนี้ตอนเช้าตายอีก2 ขนาดแยกออกใส่คอกเล็กๆไว้แค่คอกละ2ตัว มันก้อยังอุตส่าห์เหยียบกันตายอยู่ดี เป็ดก้ออายุเกือบ2เดือนแล้วนะครับ ตอนที่เป็นลูกเจี๊ยบไม่เห็นมันมีปัญหาเรื่องนี้เลย แต่พอโตมาดันมีพฤติกรรมแบบนีี้ ผมละเหนื่อยจริงๆครับ


Liked By: p123, kemanone
บันทึกการเข้า
boonchen
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 764


« ตอบ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2013, 09:14:40 AM »

ผมพอมีประสบการณ์ เคยซื้อมาเลี้ยง 150 ตัว เหลือถึงวันขายไม่ถึง 70 ตัว มันโรคเยอะมาก ตายง่าย ขาอ่อน ตอนนี้ผมมาเลี้ยงเป็ดเทศพื้นบ้าน ไม่มีโรคสักตัว ไม่ตายด้วย ขายได้หลายรุ่นแล้ว มีแม่พันธุ์อยู่สิบตัว ให้แม่มันฟักเอง พอฟักปั๊บเอาลูกมาอนุบาลเอง อีกไม่กี่อาทิตแม่ก็ไข่อีก
สนุกมาก ถ้าบริหาาจัดการดีดี มีขายทุกเดือนเดือนละหลายพันบาทอยู่
บันทึกการเข้า
my wit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16


« ตอบ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2013, 09:26:49 AM »

แล้วเป็ดพื้นบ้านนี่ มันน้ำหนักเยอะเท่าเป็ดบาบารี่มั้้ยครับ แล้วราคามันเป็นยังไง เป็ดพื้นบ้านที่ว่ามันจะสีขาวๆดำๆป่ะครับ น่าสนดีแฮะ!!!


Liked By: kemanone
บันทึกการเข้า
Nutthavud
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 6186


ท้อได้ แต่อย่าถอย


« ตอบ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2013, 09:41:53 AM »

บาบารี่เลี้ยงมาไม่เคยเจอปัญหานี้เลย  โกรธ โกรธ ตั้งแต่เล็กเลี้ยงโรงเรือนกันลมฝนมั้ยครับ หลอดไฟใส่เยอะๆครับ
ส่วนมากเป็ดเล็กไยังไม่ค่อยปล่อยออกเดินเล้ากว้างครับ  ยิ้มเท่ห์


Liked By: athena07, p123, kemanone
บันทึกการเข้า

ลงมือซะ !!
mitrkaset
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 153


« ตอบ #6 เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2013, 10:31:01 AM »

เมื่อลูกไก่-ลูกเป็ดฟักออกมาใหม่ๆ ยังคงต้องการความอบอุ่นใกล้เคียงกับอุณหภูมิตู้ฟัก+ตู้เกิด
การกกลูกเป็ดให้มีสุขภาพแข็งแรง ไม่ป่วยเป็นโรคง่ายต้องค่อยปรับระดับอุณหภูมิทีละ 5องศา
ฟาเรนไฮ หรือจาก 37 องศาเซลเซียส ลดเหลือ 34,30 จนเข้าสป.ที่3และ4
ลูกไก่+ลูกเป็ดนอนสุมกันเกิดจากการให้ความอบอุ่นไม่พอหรือมีลมโกรก หลอดไฟทั่วไปให้
ความร้อนน้อยมากให้อุณหภูมิสูงขึ้นเฉพาะบริเวณหลอดไฟมันไม่กระจายทั่วคอก ทำให้ลูก
เป็ดนอนสุมกัน และอีกปัญหาหนึ่งเกิดจากอุณหภูมิที่แตกต่างกันระหว่างกลางวันและกลางคืน
เกิน 10 องศาเซลเซียส (critical period) ลูกเป็ดปรับตัวไม่ทัน ทำให้อ่อนแอเกิดโรคได้
ง่าย มีผลต่อการเจริญเติบโตในเป็ดรุ่นและอัตราแลกเนื้อต่ำครับ
บันทึกการเข้า
athena07
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1433


« ตอบ #7 เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2013, 12:37:59 PM »



บาบารี่ถ้าอยากให้แม่มันไข่เร็วก็แยกลูกมาเลี้ยงเองตอนลูกอายุได้ 2-3 สัปดาห์ ที่เราแยกมาเลี้ยงก็ไม่มีปัญหานะ ไฟไม่ได้กกด้วย


พวกตัวสีขาวสลับดำ ก็ตัวใหญ่ ที่เห้นในรูปเป็นเป็ดอายุ 4 เดือน
บันทึกการเข้า
Nutthavud
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 6186


ท้อได้ แต่อย่าถอย


« ตอบ #8 เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2013, 03:17:11 PM »

แบบนี้ขายได้แล้วพี่แบ๊งค์  ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ


Liked By: kemanone
บันทึกการเข้า

ลงมือซะ !!
aoao
เกษตรกรมือใหม่
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 560


« ตอบ #9 เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2013, 03:56:27 PM »

 :)ใครจะเอาบ้างที่บ้านมีแกงได้ละดำล้วนแกงได้แล้วลาบได้ละ
 


Liked By: athena07, kemanone
บันทึกการเข้า
Thanaluck
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 86


« ตอบ #10 เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2013, 05:47:09 PM »

ขออนุญาต ผู้ดูแลด้วยนะครับ
บทความนี้ได้มาจากลิงค์นี้ครับhttp://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=27840.0
ในหัวข้อ รบกวนเพื่อนสมาชิก ตั้งกระทู้สอบถามเกี่ยวกับสุขภาพสัตว์

เปิดคำถามเลยนะครับผมเลื้ยงเป็ดไว้ก้หลายตัวครับเลื้ยงมา2รุ่นแล้วครับผสมอาหารเองอัดเองส่งตัวอย่างไปตรวจที่กำแพงแสนตรงตามที่คำนวนไว้(ใช้เอ๊กเซลคำนวน)เคยอ่านตำราของภาควิชาสัตวบาลเขาบอกว่าการเลื้ยงเป็ดทุกๆพันธ์หรือแม่แต่เป็ดพันธ์ใข่ไม่ควรใช้ข้าวโพดเป็นส่วนผสมเพราะว่าข้าวโพดมีสารพิษอัลฟลาท็อกซินซึ้งเป็ดทุกชนิดจะแพ้และไม่ต้านทานต่อสารพิษลูกเป็ดที่เเล้ยงด้วยข้าวโพดจะแคระแกรนจิกขนหนาวตัวสั่นและนอนหงายขาชี้ฟ้าคอบิดและตายเป็ดแม่พันธ์ใข่ลดลงและหยุดใข่  จริงดังเขาว่าหรือป่าวครับเพราะเป็ดรุ่นนี้ผมมีอาการแบบนั้นด้วยแต่เป็นแค่4-5ตัวจาก1000กว่าตัวแล้วตำราก็บอกว่าให้ใช้ปลายข้าวเลื้ยงแต่อีกตำราบอกว่าใช้ปลายข่าวเลื้ยงแล้วขี้จะขาวเลยยังงงว่าตำราใหนถูกกว่ากันถามแค่นี้ก่อนครับแล้วจะมาถามอีกครับขอบคุณ

สวัสดีครับคุณ อีส  
1.เอาประเด็นแรกก่อนนะครับ เรื่องสารพิษจากเชื้อรา โดยเฉพาะ Aflatoxin ครับ เป็ดจะไวต่อสารพิษตัวนี้และจะแสดงอาการให้เห็นได้เร็วมากครับ ค่าประมาณปกติ ในอาหารไก่ มาตรฐานไม่เกิน 20 ppb ส่วนในเป็ดยังไม่มีกำหนด แต่จากการทดลองหลายๆการทดลอง ไม่ควรเกิน 5 ppb ครับ หากเกิน และกินติดต่อกันเป็นเวลานาน ( ประมาณ 1 สัปดาห์ ขึ้นไป ) อาการก็อย่างที่เล่ามาครับ  เรื่องวัตถุดิบอาหารสัตว์ปนเปื้อนด้วยสารพิษอัลฟลาท็อกซิน ไม่ว่าจะเป็น ข้าวโพด กากถั่วเหลือง หรือวัตถุดิบอื่นๆ มีปนเปื้อนด้วยกันทั้งหมดครับ โรงงานอาหารสัตว์ จะตรวจสอบวัตถุดิบก่อนทุกคันรถบรรทุกครับหากเกินที่กำหนด ก็จะมีวิธีจัดการกำสารพิษ เช่น ใส่สารจับสารพิษเข้าไปในอาหาร ( toxinbinder ) เพื่อลดปริมาณสารพิษลง ครับ หรือนำไปผลิตอาหารให้สัตว์ที่มีความทนต่อสารพิษได้มากว่าเช่น สุกร เป็นต้น  ปริมาณสารพิษที่คุณอีสกังวลว่าจะปนเปื้อนมากับข้าวโพด ( อันนี้อย่าโยนบาปให้ข้าวโพดทั้งหมดนะครับ   ) ขึ้นกับการเก็บเกี่ยวข้าวโพดจากไร่ และการจัดเก็บที่โกดังด้วยครับ ทั่วไปที่เห็นกัน คือปล่อยให้แห้งในไร่ บางครั้งก็ปอกเปลือกออกตากให้แห้ง หรือปล่อยไว้ทั้งฝักเลย หากมีความชื้น ก็จะเกิดเชื้อรา Aspergillus flavus ( มีอยู่ทั่วๆไปในธรรมชาติครับ ) ซึ่งจะสร้างสารพิษอัลฟลาท็อกซินขึ้น ยิ่งเป็นแปลงที่มีฝนตกหลงฤดู หรือปล่อยไว้นานๆ ค่อยเก็บเกี่ยวก็มีโอกาสเจอในปริมาณที่มากครับ เพราะฉนั้น หากใช้ข้าวโพดผสมอาหารให้เป็ดกิน หลังจากที่ซื้อมา ลองส่งไปตรวจดูก่อนนะครับ ว่ามีสูงเกินที่กำหนดหรือเปล่า และหลังจากที่ผสมก็ลองเก็บไปตรวจอีกครั้งครับ หากข้าวโพดที่ซื้อมามีสารพิษปนเปื้อนในปริมาณที่มาก คงต้องหลีกเลี่ยง หรือหาซื้อจากเจ้าใหม่ครับ   ที่สำคัญจริงๆ อาจจะไม่ใช่สารพิษที่ปนเปื้อนมาเท่านั้นครับ ตัวเชื้อราเอง ก็เป็นตัวการในการเพิ่มปริมาณสารพิษขึ้นครับ หากอาหารที่ใช้ มีการเก็บที่ไม่ดี เีปียกหรือชื้น มีเชื้อราปนเปื้อนด้วย ปริมาณสารพิษก็จะเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ ครับ  สำหรับปริมาณเป็ดที่ป่วยจากสารพิษจากเชื้อรา จากปริมาณการเลี้ยง 1,000 ตัง พบลูกเป็ดตายเพียง 4-5 ตัว อันนี้คงไม่ใช่หรอกครับ เพราะถ้าเป็นจริงๆ ผมว่าไม่ต่ำกว่า 30 % แน่นอนครับ เพราะหากเป็ดทั้งหมดกินอาหาร lot ( ชุด )  เดียวกัน ก็คงได้รับทั้งฝูงแน่นอนครับ และคงไม่ตายแค่นี้แน่นอนครับ  ส่วนอาการ ลูกเป็ดที่เลี้ยงด้วยข้าวโพดจะแคระแกรนจิกขนหนาวตัวสั่นและนอนหงายขาชี้ฟ้าคอบิดและตาย เป็นอาการโดยรวมของหลายๆโรคครับ หากจะยืนยันว่าตายด้วยสารพิษจริง สามารถพิสูจน์ได้โดย1.ส่งอาหารไปตรวจหาปริมาณสารพิษ ว่าเิกิน มาตรฐานหรือไม่2.ให้เปลี่ยนอาหารชุดที่ให้ แล้วใช้ชุดใหม่ที่มั่นใจว่าไม่มี หรือมีน้อย อัตราการตายจะลดลงทันทีครับ   ประเด็นสำคัญอีกเรื่องคือ การจัดการเรื่องอาหารที่ฟาร์มครับ ทั้งเรื่องการจัดเก็บ ( อาหารจะต้องเก็บในที่แห้ง มีพาเลทรอง ไม่วางกับพื้น หลังคาไม่รั่ว หนูไม่เข้าไปกัดแทะ เป็นต้น ) หากจัดเก็บไม่ดีก็จะปนเปื้อนเชื้อราที่เป็นต้นเหตุของสารพิษ และเรื่องวิธีการให้อาหารด้วยครับ ( สำคัญมากๆ ) อาหารจะต้องไม่หกหล่นลงที่พื้น และไม่เปียกชื้น และที่สำคัญ ต้องไม่ค้างคืน ( เหลือค้างในภาชนะ ) เมื่อถึงเวลาอาหารก็ควรให้กินให้หมด หากเหลือก็ควรเก็บออกทิ้งไป และลดปริมาณลงในมื้อต่อไปครับ ส่วนที่หกหล่อนต้องเก็บกวาดออกไปทิ้งเช่นกัน หากปล่อยไว้ ก็เป็นแหล่งอาหารของเชื้อรา เชื้อโรคอื่นๆ ด้วยครับ ส่วนภาชนะก็ต้องล้างทำความสะอาดอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง อย่าลืมว่าพฤติกรรมเป็ดชอบไซร้หาอะไรกินตามพื้นนะครับ  สรุปให้ตรงนี้ก่อนนะครับว่า ข้าวโพด สามารถนำมาเป็นอาหารเป็ดได้ครับ ( ที่ใช้เลี้ยงอยู่ก็ข้าวโพดเป็นหลักครับ   ) แต่ต้องจากแหล่งที่เชื้อถือได้ เพื่อให้เกิดความมั่นใจก็ส่งตรวจหาสารพิษจากเชื้อรา เน้น อัลฟลาท็อกซิน ครับ ค่าตรวจไม่แน่ใจประมาณ 1,500 บาท/ตัวอย่าง หรือเปล่า ?


Liked By: p123
บันทึกการเข้า
josave69
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2349



« ตอบ #11 เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2013, 06:51:33 PM »

เจ๋งมากเอาความรู้เป็ดอื่นมาลงด้วยจะดีมากๆ


Liked By: kemanone
บันทึกการเข้า
athena07
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1433


« ตอบ #12 เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2013, 09:47:50 PM »

แบบนี้ขายได้แล้วพี่แบ๊งค์  ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ
ก็อยากขายอยุ่นะ แต่ไม่มีคนมาซื้อดิ ว่าจะเลิกเลี้ยงเป็ดเทศอยู่ จะเหลือแต่เป็ดไข่ เป็ดบาบารี่ที่แม่ดกจะขายกินก็เสียดายเพราะไข่ดกมาก ไข่ทีเกิด 30 ฟอง เมื่อวานขายบาบารี่ไปได้ 1 ตัว เหนียวได้ใจ พ่อพันธุ์โละ


Liked By: kemanone, p123
บันทึกการเข้า
Nutthavud
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 6186


ท้อได้ แต่อย่าถอย


« ตอบ #13 เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2013, 10:03:53 PM »

แบบนี้ขายได้แล้วพี่แบ๊งค์  ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ
ก็อยากขายอยุ่นะ แต่ไม่มีคนมาซื้อดิ ว่าจะเลิกเลี้ยงเป็ดเทศอยู่ จะเหลือแต่เป็ดไข่ เป็ดบาบารี่ที่แม่ดกจะขายกินก็เสียดายเพราะไข่ดกมาก ไข่ทีเกิด 30 ฟอง เมื่อวานขายบาบารี่ไปได้ 1 ตัว เหนียวได้ใจ พ่อพันธุ์โละ
ก็เก็บไว้ตัวสองตัวตัวเมียอย่างเดียวไว้เลี้ยงกินไข่สิครับ  ยิ้ม ยิ้ม ไข่กระจายเลย เก็บๆบ่อยๆครับ ไม่มีลูกและกินไข่ไม่ทันด้วยครับ   ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม


Liked By: athena07, kemanone, p123
บันทึกการเข้า

ลงมือซะ !!
athena07
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1433


« ตอบ #14 เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2013, 11:52:05 PM »

แบบนี้ขายได้แล้วพี่แบ๊งค์  ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ
ก็อยากขายอยุ่นะ แต่ไม่มีคนมาซื้อดิ ว่าจะเลิกเลี้ยงเป็ดเทศอยู่ จะเหลือแต่เป็ดไข่ เป็ดบาบารี่ที่แม่ดกจะขายกินก็เสียดายเพราะไข่ดกมาก ไข่ทีเกิด 30 ฟอง เมื่อวานขายบาบารี่ไปได้ 1 ตัว เหนียวได้ใจ พ่อพันธุ์โละ
ก็เก็บไว้ตัวสองตัวตัวเมียอย่างเดียวไว้เลี้ยงกินไข่สิครับ  ยิ้ม ยิ้ม ไข่กระจายเลย เก็บๆบ่อยๆครับ ไม่มีลูกและกินไข่ไม่ทันด้วยครับ   ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
ก็ว่าจะเก็บตัวเมียไว้เก็บไข่ขาย


Liked By: kemanone, p123
บันทึกการเข้า
wichai_siri
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6962


« ตอบ #15 เมื่อ: กรกฎาคม 27, 2013, 01:30:41 AM »

เอ.. ผมก็เลี้ยงไว้ดูเล่น 2 ตัว ได้ไข่เชื้อมาจาก คุณแบงค์
เท่าที่เลี้ยงมา ก็ว่าเลี้ยงง่ายนะ เลี้ยงปนอยู่กะไก่ กกไฟด้วยกันกะไก่ ตอนนี้โตจนออกไข่ได้แล้ว
ตัวผู้หนักมาก ตัวเมียตัวเล็กกว่าเยอะ
ตัวเมีย ซน บินเก่ง


Liked By: athena07, Thanaluck, p123
บันทึกการเข้า

วิชัย พระราม2
DTAC 099 441 1644
AIS 092 758 5124
Line = wichaimink
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: