หน้า: 1 ... 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 [15] 16   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ลูกชาวนาหนีนาสุดท้ายไม่พ้นนา  (อ่าน 72140 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
konkokkondon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 53


« ตอบ #224 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2013, 08:46:45 AM »

ปุ๋ย
บันทึกการเข้า

konkokkondon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 53


« ตอบ #225 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2013, 08:53:06 AM »

ถั่วพร้าหลังนา
ระยะเก็บผล
บันทึกการเข้า
konkokkondon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 53


« ตอบ #226 เมื่อ: พฤศจิกายน 20, 2013, 10:43:04 AM »

ติดตามราคาพันธุ์ข้าวของศูนย์วิจัยข้าวได้ที่นี่
http://srn-rsc.ricethailand.go.th/index.php?option=com_content&view=article&id=53&Itemid=129&limitstart=2
บันทึกการเข้า
konkokkondon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 53


« ตอบ #227 เมื่อ: พฤศจิกายน 26, 2013, 11:10:44 AM »


โชคดีมีตังค์ใช้กันเยอะๆคร้าบบบบบ
บันทึกการเข้า
konkokkondon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 53


« ตอบ #228 เมื่อ: ธันวาคม 27, 2013, 03:03:08 PM »

กรมการข้าว ได้ดำเนินการค้นคว้าวิจัย การใช้ปุ๋ยเคมีในนาข้าวเป็นระยะเวลายาวนาน จึงได้มีการปรับปรุงใช้ปุ๋ยเคมีของเกษตรกร โดยจัดทำเป็นเอกสาร “แนะนำการใช้ปุ๋ยเคมีในนาข้าวตามค่าวิเคราะห์ดิน “ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรมีการใช้ปุ๋ยได้อย่างถูกต้องตามความต้องการของข้าว เพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่และลดต้นทุนการผลิต

         การกำหนดคำแนะนำการใช้ปุ๋ยในนาข้าวตามค่าวิเคราะห์ดินได้จากการทดสอบผลผลิตข้าวในแปลงเกษตรกร ในโครงการจัดเขตศักยภาพการผลิตข้าวที่ได้ดำเนินการในทุกภาคของประเทศ

หลักการใส่ปุ๋ยเคมีให้มีประสิทธิภาพ

        1. ชนิดของปุ๋ยที่จะใช้ ควรตัดสินใจก่อนว่าปุ๋ยที่ต้องการใช้เป็นปุ๋ยอะไรเป็นปุ๋ยเชิงเดี่ยว หรือปุ๋ยเชิงประกอบ แล้วจัดเตรียมปุ๋ยไว้ให้พร้อม

        2. ชนิดของพันธุ์ข้าวที่จะปลูก ควรตัดสินใจว่าจะใช้พันธุ์ข้าวอะไรปลูก เช่นข้าวไม่ไวต่อช่วงแสง ซึ่งตอบสนองต่อปุ๋ยสูง ให้ผลผลิตสูงและปลูกได้ตลอดปี หรือข้าวไวต่อช่วงแสง ซึ่งตอบสนองต่อปุ๋ยต่ำ ให้ผลผลิตปานกลาง และปลูกได้เพียงปีละครั้งในฤดูฝน
3. ดินที่ปลูกข้าว เก็บตัวอย่างดินหลังการเก็บเกี่ยวมาวิเคราะห์ โดยส่งให้หน่วยราชการ กรมวิชาการเกษตร ในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ได้แก่ สำนักวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขต 1-8 และศูนย์วิจัยทุกแห่งที่อยู่ทั่วประเทศ

4. ระยะเวลาที่ใส่ปุ๋ย ต้องรู้ระยะเวลาที่ควรใส่ปุ๋ยข้าว ในข้าวไวต่อช่วงแสง ควรใส่ 2 ครั้ง คือระยะแรกในช่วงปักดำ/ ในนาหว่าน 15-20 วันหลังข้าวงอก และระยะที่ข้าวกำเนิดช่อดอก ส่วนในข้าวไม่ไวต่อช่วงแสง ควรใส่ 3 ระยะคือระยะแรก ในช่วงปักดำ/ ในนาหว่าน 15-20 วันหลังข้าวงอก ระยะที่ข้าวแตกกอสูงสุด และยะที่ข้าวกำเนิดช่อดอก

5. วิธีการใส่ปุ๋ย ใช้วิธีที่เหมาะสมเพื่อให้การใช้ปุ๋ยมีประสิทธิภาพ เช่นหว่านปุ๋ยแล้วคราดกลบก่อนปักดำ หรือหว่านข้าวเริ่มเจริญเติมโต ระยะข้าวเจริญเติมโตเต็มที่ และระยะสร้างรวงอ่อน

6. วิธีปลูก มีหลายวิธี เช่นหว่านข้าวแห้ง หว่านน้ำตม ปักดำ วิธีเหล่านี้จะเป็นเครื่องกำหนดชนิดของปุ๋ย เวลาในการใส่ รวมทั้งอัตราที่ใส่ให้เหมาะสม

7. อัตราปุ๋ยที่ใช้ โดยพิจารณาจากค่าวิเคราะห์ดินเพื่อให้การใช้ปุ๋ยมีประสิทธิภาพสูงสุด
บันทึกการเข้า
konkokkondon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 53


« ตอบ #229 เมื่อ: มกราคม 02, 2014, 10:41:56 AM »

ก่อนดอกทานตะวันบาน

การท่องเทีียวเชิงเกษตร

ทำเป็นเท่ห์

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 02, 2014, 10:44:47 AM โดย konkokkondon » บันทึกการเข้า
pranod99
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1503


« ตอบ #230 เมื่อ: มกราคม 02, 2014, 11:31:41 AM »

สวัสดีปีใหม่ ท่าน ขอให้ท่านและครอบครัวมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีเงินทองเหลือใช้ มีความสุขความเจริญในหน้าที่การงาน และประสบความสำเร็๋จทุกประการนะครับ
บันทึกการเข้า
deer art
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1238



« ตอบ #231 เมื่อ: มกราคม 02, 2014, 02:47:05 PM »

บันทึกการเข้า

 *ขออภัย จำกัดสิทธิ์การใส่ Link-URL ในลายเซ็น*
konkokkondon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 53


« ตอบ #232 เมื่อ: มกราคม 14, 2014, 08:58:09 AM »

ขอบคุณครับ พรใดประเสริฐขอให้กลับไปยังท่านเช่นกัน
บันทึกการเข้า
konkokkondon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 53


« ตอบ #233 เมื่อ: มกราคม 26, 2014, 09:20:21 AM »

แก้วมังกรเป็นไม้เลื้อย มีลำต้นยาวประมาณ 5 เมตร มีรากทั้งในดินและรากอากาศ ชอบดินร่วนระบายน้ำดี ชอบแสงแดดพอเหมาะ โล่งแจ้ง แต่ไม่แรงกล้าเกินไป ดอกสีขาว ขนาดใหญ่กลีบยาวเรียงซ้อนกัน บานตอนกลางคืน ผลแก้วมังกรมีรูปทรงเป็นทรงกลมรี สีของเปลือกผลเมื่อดิบเป็นสีเขียว เมื่อสุกเป็นมีสีแดงม่วงหรือสีบานเย็น มีกลีบเลี้ยงสีเขียวติดอยู่รอบผ
บันทึกการเข้า
konkokkondon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 53


« ตอบ #234 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2014, 02:28:39 PM »

อิสานในอดีต

ติดตามต่อได้ที่
http://board.postjung.com/687545.html# 
ครับ
บันทึกการเข้า
pranod99
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1503


« ตอบ #235 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2014, 05:22:22 AM »

อิสานในอดีต

ติดตามต่อได้ที่
http://board.postjung.com/687545.html# 
ครับ


เห็นภาพนึกถึงสมัยเด็กเวลาหน้าแล้งต้องไปหาบ น้ำซ่าง (น้ำบ่อลึก) มาไว้ดื่มสีของน้ำจะขุนขาว คล้ายน้ำสาโทเลย   
บันทึกการเข้า
konkokkondon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 53


« ตอบ #236 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2014, 09:21:04 AM »



“ปลูกเฮือนตั้ง กวมขุม ตอใหญ่
ขวงขนาดนี้ จิบหายเสี้ยว สู่อัน..นั่นแหล่ว
จอมปลวกนั้น ขุดก่น หนีเสีย
ปลูกเฮือนกวม ก็บ่ดี ขวงฮ้าย”
ติดตามต่อที่
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=750178
บันทึกการเข้า
konkokkondon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 53


« ตอบ #237 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2014, 10:15:28 AM »

เรายังคงมุ่งมั่นต่อไป อย่างไร้ทิศทางที่แน่นอน


Liked By: pranod99, kwanbanna, nipun
บันทึกการเข้า
konkokkondon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 53


« ตอบ #238 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2014, 09:21:29 AM »

จึ๋ย โหลดรูปไม่ได้อีกแล้ว


Liked By: kwanbanna, pranod99, nipun
บันทึกการเข้า
konkokkondon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 53


« ตอบ #239 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2014, 09:23:49 AM »

บ้านกระท่อมในส่วนเห็นสวยดี
ตามต่อได้ครับถ้าสนใจ ที่
http://www.homedec.in.th/


Liked By: kwanbanna, pranod99, nipun
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 [15] 16   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: