หน้า: [1] 2 3   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: นาโนซิงค์ออกไซด์  (อ่าน 14126 ครั้ง)
1 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ชาย ท่ายาง
ผจก.สวนมะนาว
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 8187


ให้สุขแก่ท่าน สุขนั้นถึงตัว


« เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2013, 08:27:20 PM »

    วันก่อนมีเพื่อนสมาชิกถามเรื่อง นาโนซิงค์ออกไซด์ ผมไม่มีข้อมูลครับแต่พอดีผมมีเพื่อนดีเลยให้เขาดูข้อมูลให้และทางเขาก็ติดต่อไปยัง ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (NANOTEC) แต่ก็ยังรอข้อมูลจากอยู่ครับ ในเบื้องต้นเพื่อนผมให้ข้อมูลจากที่นี่ครับ ฐานความรู้เรื่องความปลอดภัยด้านสารเคมี หรือ http://www.chemtrack.org ผมดูข้อมูลแล้วยังไม่การกล่าวถึงการนำ นาโนซิงค์ออกไซด์ มาใช้ในพืชเลย ส่วนที่มีการนำมาใช้กับมะนาวเพื่อป้องกันและรักษาโรคแคงเกอร์นี้ตัวผมก็ยังไม่ได้คิดนำมาใช้ครับเน้นไปที่การตัดแต่งและสารที่ผมใช้ประจำก็สารพวกคอปเปอร์ถึงจะมีราคาแพงกว่าหรือใช้ในปริมาณที่มากกว่าแต่ผมดูข้อมูลแล้วต่างประเทศให้การยอมรับมากกว่าตัวอื่นๆครับ ข้อมูลที่ผมนำมาให้นี้ก็เพื่อให้เพื่อนๆสมาชิกเว็บใช้เป็นส่วนประกอบในการตัดสินใจเท่านั้นนะครับ คือใครจะใช้หรือไม่ใช้ก็แล้วแต่ตัวท่านเอง ลองดูข้อมูลเบื้องต้นก่อนครับ


นาโนซิงค์ออกไซด์
ผู้เขียน: ดร. สุพิณ แสงสุข
หน่วยงาน: สถาบันวิจัยโลหะและวัสดุ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วันที่: 13 พ.ย. 2551

            ซิงค์ออกไซด์เป็นวัสดุในกลุ่มโลหะออกไซด์ที่มีการนำมาใช้งานในรูปแบบของวัสดุนาโน ตัวอย่างการใช้นาโนซิงค์ออกไซด์ ได้แก่ การใช้งานในกลุ่มของอิเล็กทรอนิกส์หรืออุปกรณ์ตรวจจับก๊าซ ใช้สำหรับการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียในทางทันตกรรม ใช้ในการบำบัดสิ่งแวดล้อมเนื่องจากมีสมบัติที่ดีในด้านการดูดซับแสง และสมบัติด้านการเร่งปฏิกิริยาด้วยแสง นอกจากนี้ยังใช้ในผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับคนโดยตรงคือเครื่องสำอางโดยเฉพาะอย่างยิ่งโลชั่นกันแดดที่เริ่มนิยมนำซิงค์ออกไซด์ขนาดนาโนมาใช้เป็นองค์ประกอบ เนื่องจากมีระดับความสามารถในการป้องกันรังสียูวีได้ในระดับเดียวกับอนุภาคซิงค์ออกไซด์ขนาดใหญ่กว่านาโน แต่ข้อได้เปรียบที่เห็นได้ชัดของโลชั่นกันแดดที่มีอนุภาคนาโนเป็นองค์ประกอบคือการส่งผ่านแสงได้ดีกว่า ทำให้ไม่ทิ้งร่องรอยให้เห็นเป็นสีขาวอย่างชัดเจนบนผิวเมื่อเทียบกับโลชั่นกันแดดที่ใช้อนุภาคขนาดใหญ่ จากเหตุที่ซิงค์ออกไซด์ได้รับความสนใจในการใช้ประโยชน์มากขึ้น ทำให้เกิดการผลิตในภาคอุตสาหกรรมมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งผลที่ตามมาคือการศึกษาด้านความเป็นพิษของนาโนซิงค์ออกไซด์ ในแง่มุมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสิ่งแวดล้อมหรือด้านความเป็นพิษต่อเซลล์ของสิ่งมีชีวิต

            ตัวอย่างการศึกษาด้านความเป็นพิษของนาโนซิงค์ออกไซด์ต่อแบคทีเรียแกรมลบโดยใช้ E.coli เป็นตัวแทน ต่อแบคทีเรียแกรมบวกโดยใช้ S.aureus เป็นตัวแทน และต่อเซลล์ที่ทำหน้าที่เป็นภูมิคุ้มกันของมนุษย์ในระดับเบื้องต้น (T cell) ผลการศึกษาโดยใช้นาโนซิงค์ออกไซด์ขนาดประมาณ 13 นาโนเมตร แสดงให้เห็นว่า นาโนซิงค์ออกไซด์สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของ E.coli ได้ที่ระดับความเข้มข้น ≥ 3.4 มิลลิโมล ในขณะที่การเจริญเติบโตของ S.aureus ถูกยับยั้งได้อย่างสมบูรณ์ที่ระดับความเข้มข้น ≥ 1 มิลลิโมล และโดยการใช้นาโนซิงค์ออกไซด์แบบเดียวกัน พบว่านาโนซิงค์ออกไซด์มีผลต่อ T cell ของมนุษย์เพียงเล็กน้อยที่ระดับความเข้มข้นเดียวกับที่เป็นพิษต่อแบคทีเรียแกรมบวกและแกรมลบ โดยรวมแล้วผลการทดลองแสดงให้เห็นถึงความเป็นพิษที่แตกต่างกันระหว่างระบบของแบคทีเรียและ T cell ของมนุษย์ (1)

            ส่วนการศึกษาถึงระดับความเป็นพิษที่แตกต่างกันระหว่าง ZnO, CuO และ TiO2 ต่อแบคทีเรียและสัตว์น้ำที่มีเปลือกแข็ง เช่น กุ้ง หรือปู เนื่องจากสิ่งมีชีวิตทั้ง 2 ชนิด อยู่ในห่วงโซ่อาหารในระบบนิเวศน์จึงใช้สิ่งมีชีวิตเหล่านี้เป็นตัวแทนสำหรับการศึกษา ซึ่งผลจากการศึกษา พบว่าความเป็นพิษของโลหะออกไซด์ (ทั้งในระดับนาโนและขนาดใหญ่) ต่อแบคทีเรีย V.fisheri และต่อกุ้งจัดลำดับได้ดังต่อไปนี้ TiO2 < CuO < ZnO นอกจากนี้ผลการศึกษายังแสดงให้เห็นอีกว่า อนุภาคโลหะออกไซด์ไม่จำเป็นต้องเข้าไปในเซลล์จึงจะเป็นสาเหตุของความเป็นพิษ แต่การสัมผัสกันระหว่างเซลล์กับอนุภาคนาโนก็ทำให้เกิดความเสียหายต่อเยื่อหุ้มเซลล์ได้ (2)

            สำหรับการศึกษาถึงผลของอนุภาคนาโนต่อเซลล์ผิวหนังของคน (human skin fibroblast) พบว่า เซลล์ผิวหนังของคนมีความว่องไวต่อทั้งอนุภาคนาโนของไทเทเนียมไดออกไซด์และซิงค์ออกไซด์ โดยนาโนซิงค์ออกไซด์มีความเป็นพิษสูงกว่านาโนไทเทเนียมไดออกไซด์ (3)

            จากข้อมูลแสดงในข้างต้นจะเห็นได้ว่าอนุภาคนาโนมีผลต่อเซลของสิ่งมีชีวิตทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่  ดังนั้นในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์นาโนจึงควรพิจารณาถึงผลกระทบระยะยาวต่อสิ่งต่างๆทั้งที่ตัวผู้ใช้เองและสิ่งแวดล้อม

เอกสารอ้างอิง

    Wang, B., Feng, W.,  Wang, M., Wang, T., Gu, Y., Zhu, M., Ouyang, H., Shi, J.,Zhang, F., Zhao, Y., Chai, Z, Wang, H. & Wang, J.; Acute toxicological impact of nano- and submicro-scaled zinc oxide powder on healthy adult mice. J. Nano. Res.  10, [2], 263-276 (2008).
    Heinlaan, M., Ivask, A., Blinova, I., Dubourguier, H-Ch., & Kahru, A.; Toxicity of nanosized and bulk ZnO, CuO and TiO2 to bacteria Vibrio fischeri and crustaceans Daphnia and Thamnocephalus platyurus. Chemosphere 71, 1308-1316(2008).
    Dechsakulthorn, F., Hayes, A., Bakand, L. J. & Winder Ch.; In vitro cytotoxicity assessment of selected nanoparticles using human skin fibroblasts. AATEX 14, 397-400 (2007).

 

นาโนเทคโนโลยีกับความปลอดภัย

ผู้เขียน: ดร. สุพิณ แสงสุข
หน่วยงาน: นักวิจัยสถาบันวิจัยโลหะและวัสดุ และฐานการจัดการความรู้เรื่องความปลอดภัยด้านสารเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (สนับสนุนโดย สกว.)
วันที่: 26 มิ.ย. 2550

            ความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนำมาซึ่งความสะดวกสบายและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของมนุษย์ในหลายหลายด้านไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขนส่ง  การเดินทางหรือการติดต่อสื่อสาร เหล่านี้ล้วนเป็นผลมาจากการคิดค้นและพัฒนาของมนุษย์ทั้งสิ้น  และทำให้สังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงไป  จากสังคมเกษตรสู่สังคมอุตสาหกรรม  จากการผลิตเพียงเพื่อการดำรงชีพสู่การผลิตเพื่อการค้า   และจากยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมสู่ยุคของนาโนเทคโนโลยี   จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมนุษย์ได้ผ่านช่วงของการเรียนรู้มาเป็นระยะเวลายาวนานถึงผลกระทบจากการพัฒนาและการใช้สารเคมีบางอย่างที่ก่อให้เกิดโทษในวงกว้างในภายหลังไม่ว่าจะเป็นสารคลอโรฟูออโรคาร์บอน (Chlorofluorocarbon; CFC) ซึ่งทำลายชั้นโอโซน  หรือสารฆ่าแมลงอย่าง DDT ซึ่งนอกจากจะฆ่าแมลงแล้วยังเป็นสารก่อมะเร็งสำหรับมนุษย์  ดังนั้นจึงไม่มีข้อยกเว้นสำหรับอนุภาคนาโนที่ยังต้องเฝ้าระวังในเรื่องของความปลอดภัย  แม้ว่าในความเป็นจริงแล้วอนุภาคนาโนมิใช่เป็นสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนเลยในโลก  แต่จากการเติบโตอย่างรวดเร็วของนาโนเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วอาจทำให้มนุษย์มีโอกาสได้รับอนุภาคนาโนมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน  สำหรับที่มาของอนุภาคนาโนนั้นมาได้จาก 3 ส่วนใหญ่ ๆ คือ จากธรรมชาติ  จากกิจกรรมของมนุษย์โดยมิได้ตั้งใจให้เกิดอนุภาคนาโน และจากการเตรียมขึ้นด้วยนาโนเทคโนโลยี (1) สิ่งที่น่าสังเกตสำหรับอนุภาคนาโนคือส่วนใหญ่เป็นสารที่จัดอยู่ในกลุ่มของสารที่ไม่เป็นพิษ  เช่น โลหะเงิน ไทเทเนียมไดออกไซด์ และซิลิกา อาจเป็นเพราะจุดนี้เองที่ทำให้นักวิจัยด้านนาโนเทคโนโลยีมิได้ตระหนักถึงโทษภัยหรือความเป็นพิษของมัน  แต่หากนึกย้อนกลับไปว่าสารเหล่านี้ยังให้สมบัติใหม่ๆ ซึ่งไม่เคยพบในระดับอนุภาคใหญ่ๆ ได้  สารเหล่านี้ก็อาจเปลี่ยนจากที่ไม่เป็นพิษเป็นสารที่มีพิษได้เช่นกัน  ดังนั้นจึงมีนักวิจัยอีกกลุ่มหนึ่งที่คำนึงถึงขนาดที่เล็กมากจนไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าว่า ความเป็นพิษของอนุภาคนาโนอาจเกิดจากขนาดที่เล็กจิ๋วนั่นเอง  มีตัวอย่างงานวิจัยด้านพิษวิทยาหลายงานวิจัยที่แสดงให้เห็นแล้วว่าหากอนุภาคนาโนเข้าสู่ร่างกายทางหนึ่งทางใดแล้ว เช่น จากการหายใจ  การรับประทาน หรือผ่านทางผิวหนัง  อนุภาคเหล่านั้นก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อสัตว์ทดลองได้ไม่ว่าจะเป็นความเป็นพิษต่อตับ  ไต และม้าม เนื่องจากอนุภาคนาโนมีขนาดเล็กจึงเคลื่อนตัวไปตามกระแสเลือดสู่อวัยวะต่างในร่างกายได้ (2-6) 

            เมื่อผลการวิจัยแสดงให้เห็นถึงความเป็นพิษจากอนุภาคนาโน  จึงมีหลายหน่วยงานในต่างประเทศเร่งสร้างมาตรฐานความปลอดภัยของนาโนเทคโนโลยี ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 27  ก.พ. 2550  Innovation Society เป็นบริษัทที่ให้คำปรึกษาด้านนาโน ที่ประเทศสวิตเซอแลนด์ และ TÜV   SÜD (เมืองมิวนิค  ประเทศเยอรมนี) บริษัทที่ให้การรับรองด้านเทคโนโลยีทั่วโลก ได้พัฒนาสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า ระบบการติดตามและจัดการความเสี่ยงเฉพาะด้านนาโนที่ได้รับการรับรองขึ้นเป็นครั้งแรก (Certifiable nanospecific risk management and monitoring system, CENARIOS ) เป็นการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยตั้งแต่การผลิต  การขนส่ง จนถึงผู้บริโภค (7)

            สำหรับประเทศไทยความตื่นตัวในแง่ของโทษภัยของนาโนเทคโนโลยียังมีอยู่น้อยมากเมื่อเทียบกับการวิจัยและพัฒนาด้านการใช้ประโยชน์จากนาโนเทคโนโลยี  ดังจะเห็นได้จากการวิจัย  หลักสูตรการเรียนการสอนด้านนาโนเทคโนโลยีในระดับมหาวิทยาลัย  หรือสินค้าซึ่งใช้คำว่านาโนที่เพิ่มขึ้นมาก  ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้ถือว่าเป็นความเสี่ยงของประเทศไทยเป็นอย่างมาก  ที่ทั้งงานวิจัยและการใช้ผลิตภัณฑ์จากนาโนเทคโนโลยีเกิดการแพร่กระจายเป็นอย่างมากในวงกว้างโดยไม่มีมาตรการในการควบคุมด้านความปลอดภัยให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องกับนาโนเทคโนโลยีทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นนิสิต  นักศึกษา  นักวิจัย  คนงานในโรงงาน หรือแม้แต่ผู้บริโภค และที่ยิ่งไปกว่านั้นคือการแพร่กระจายสู่อากาศ แหล่งดิน และแหล่งน้ำสาธารณะ  ซึ่งจะก่อให้เกิดผลเสียที่ตามมาอีกมากมายคือการปนเปื้อนของอนุภาคนาโนในสิ่งแวดล้อม (8-9)  ผลที่ตามคือการกระทบต่อระบบนิเวศน์ของสิ่งมีชีวิตโดยรวม เช่น  การปนเปื้อนของอนุภาคนาโนในแหล่งน้ำจะทำให้การผลิตน้ำเพื่อการบริโภคเป็นไปได้ยากขึ้น  เนื่องจากระบบปัจจุบันยังไม่รองรับกับการปนเปื้อนจากอนุภาคที่มีขนาดเล็กอย่างอนุภาคนาโน หรืออาจเกิดการปนเปื้อนของอนุภาคนาโนในผลิตผลทางการเกษตร  เนื่องจากพืชดูดน้ำที่มีอนุภาคนาโนไปเลี้ยงลำต้นและใบ   หากเป็นเช่นนี้สินค้าเกษตรซึ่งเป็นสินค้าส่งออกหลักของไทยไม่ว่าจะเป็นข้าวหรือผลไม้อาจขายไม่ได้ถ้าสินค้าเหล่านี้มีการปนเปื้อนจากอนุภาคนาโน

            เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าหลายสิ่งหลายอย่างมีทั้งคุณและโทษไม่ว่าจะเป็นการผลิตไฟฟ้าจากโรงงาน ผลิตไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์  ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานที่ดีแหล่งหนึ่ง   แต่หากมีการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีก็จะก่อให้เกิดอันตรายกับสิ่งมีชีวิตได้มาก  ส่วนการใช้พลังงานจากน้ำมันแม้ว่าจะไม่มีความเสี่ยงจากสารกัมมันตรังสี  แต่พลังงานที่ได้จากการเผาไหม้น้ำมันเชื้อเพลิง ก็ก่อให้เกิดปัญหาในเรื่องปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยขึ้นสู่บรรยากาศในปริมาณมาก  ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาโลกร้อนตามมา  ในช่วง 1 ทศวรรษที่ผ่านมาคงปฏิเสธไม่ได้

ข้อมูลจาก
http://www.chemtrack.org/News-Detail.asp?TID=5&ID=6
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 31, 2013, 11:04:42 PM โดย ชาย ท่ายาง » บันทึกการเข้า


basss
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 176


« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2013, 09:52:02 PM »

Nano Zinc Oxide มันเริ่มมีมานานแล้วหลายปีเหมือนกัน เรืองการป้องกันหรือกำจัดโรคในพืชผมเองก็พึ่งจะทราบ เหมือนกัน ส่วนเรื่องความเป็นพิษ ผมจำไม่ได้แน่ แต่เท่าที่ทราบ เคมีทุกตัวมีพิษทั้งหมดจะมากหรือน้อยแล้วแต่ความบริสุทธิ์ เคมีส่วนมากจะทำมาจากพวก แร่ เช่น Nano Zinc Oxide ก็เริ่มผลิตมาจากแร่สังกะสีนี่ละครับ เอามาถลุง แล้วเผา ผ่านละอองจับให้เป็น zinc และหลังจากนั้นก็มาทำเป็น Zinc Oxide บ้านเรามีโรงงานที่ทำอยู่คือ บริษัท Univenture บริษัท utid บริษํท Topfile ที่เหลือจำไม่ค่อยได้ ทำได้เต็มที่ก็ Zinc Oxide
ส่วน Nano Zinc Oxide ผลิตมากที่สุดในจีนครับ ราคาก็ไม่ได้แพงอย่างที่คิด ราคา ไม่ควรเกิน 150 บาท แต่ถ้าไม่ใช่ Nano ราคาอยู่ที่ประมาณ 80 บาท การใช้ nano Zinc Oxide ผมว่ามันไม่ได้ต่างอะไรกับ Zinc Oxide หรอกครับ ในพืช แค่ Nano Zinc มันละเอียกกว่า Zinc Oxide เท่านี้นเnอง
ความละเอียดของ Zinc Oxide 325 mesh ส่วน Nano คูณยกกำลัง 10 เข้าไป(ไม่ชัวร์)



Liked By: GuGeng
บันทึกการเข้า
ชาย ท่ายาง
ผจก.สวนมะนาว
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 8187


ให้สุขแก่ท่าน สุขนั้นถึงตัว


« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2013, 09:58:44 PM »

เรื่องนี้ก็น่าสนใจครับ

การกินอนุภาคนาโนเข้าสู่ร่างกาย
ผู้เขียน: ดร. สุพิณ แสงสุข
หน่วยงาน: สถาบันวิจัยโลหะและวัสดุ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วันที่: 23 ก.ย. 2553

การกินอนุภาคนาโน

            การกินสารแขวนลอยซิลเวอร์นาโนเป็นทางเลือกหนึ่งในการรักษาอาการต่างๆ รวมถึงภาวะข้ออักเสบและมะเร็ง เป็นการกล่าวอ้างและโฆษณาทางอินเตอร์เน็ต (Wadhera and Fung 2005) อย่างไรก็ตามมีจำนวนไม่น้อยที่เกิดผลตามมาที่เป็นอันตราย เนื่องจากการกลืนกินซิลเวอร์นาโน รวมถึงแผลในลำไส้และอาร์ไจเรีย (Wadhera and Fung 2005) ซึ่งซิลเวอร์นาโนที่รับประทานเข้าไปมักถูกเปลี่ยนไปเป็นไอออนเนื่องจาก pH ที่ต่ำในท้องหรือมีฤทธิ์เป็นกรด

            การทดลองในหนู (Kim et al. 2009) โดยการให้หนูกินซิลเวอร์นาโนเป็นเวลา 28 วัน ผลการทดลองพบซิลเวอร์ในสมอง ตับ ไต และปอด และพบความเป็นพิษเกิดขึ้นที่ตับ สำหรับการศึกษาในผู้ป่วยโรคข้ออักเสบที่รับประทาน colloidal silver (ผู้ป่วยรายนี้ได้รับการนำเสนอผลิตภัณฑ์ colloidal silver ผ่านทางอินเตอร์เน็ต) สิ่งที่พบได้คือ สีผิวที่เปลี่ยนไปเป็นสีเทาฟ้า (สังเกตได้ชัดเจนในบริเวณผิวที่ได้รับแสงอาทิตย์) แต่มีผลที่ดีขึ้นสำหรับการรักษาอาการข้ออักเสบ แต่เมื่อมีการตัดชิ้นผิวหนังมาตรวจสอบพบซิลเวอร์ในชั้นผิว นอกจากนี้ยังพบว่าการกินซิลเวอร์จะทำให้ซิลเวอร์ไหลเวียนไปได้ทั่วร่างกายผ่านทางลำไส้ จากกรณีศึกษานี้เป็นการเน้นให้เห็นถึงความง่ายในการพบผลิตภัณฑ์ที่มีอนุภาคซิลเวอร์นาโนเป็นองค์ประกอบในรูปแบบของผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพโดยการโฆษณาชวนเชื่อผ่านทางอินเตอร์เน็ต  ดังนั้นควรมีกฎระเบียบที่เข้มงวดในการใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นและควรคำนึงถึงผลที่เกิดขึ้นจากการใช้ด้วย

การกินอนุภาคนาโน

            มีงานวิจัยเพียงเรื่องเดียวที่ศึกษาถึงผลของการกลืนกินอนุภาคนาโนของไทเทเนียมไดออกไซด์ (Wang et at. 2007) ต่อการกระจายตัวและความเป็นพิษ  โดยให้หนูได้รับอนุภาคนาโนของไทเทเนียมไดออกไซด์ (ขนาด 25 และ 80 นาโนเมตร) ทางปาก หลังจากนั้น 2 สัปดาห์ พบการกระจายตัวของอนุภาคนาโนไปยังตับ ม้าม ปอด และไต ซึ่งเป็นหลักฐานที่พิสูจน์ให้เห็นถึงการเคลื่อนตัวไปยังอวัยวะต่างๆ เนื่องจากเป็นการเคลื่อนย้ายไปตามกระแสเลือด  ภายในตับที่มีอนุภาคนาโนเริ่มแสดงการอักเสบ และตับถูกทำลาย แม้ว่างานวิจัยนี้จะเป็นการทดลองเพียงชิ้นเดียวที่แสดงให้เห็นถึงผลของการได้รับอนุภาคนาโนของโลหะออกไซด์ผ่านทางการกลืนกิน แต่ให้ผลที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโอกาสของการเคลื่อนตัวของอนุภาคนาโนของโลหะออกไซด์ทางกระแสเลือดไปยังอวัยวะต่างๆ และแสดงให้เห็นว่าตับเป็นเป้าหมายแรกๆ ที่ได้รับพิษจากอนุภาคนาโนของโลหะออกไซด์

เอกสารอ้างอิง :

Kim, Y., Suh, H.S., Cha, H.J., Kim, S.H., Jeong, K.S, Kim, D.H. 2009, “A case of generalized argyria after ingestion of colloidal silver solution”, Am J Ind Med, vol. 52, no.3, pp. 246-250.

Wadhera, A., and Fung, M. (2005). Systemic argyria associated with ingestion of colloidal silver. Dermatol Online J, 11 (1) : 12. Available at http://dermatology.cdlib.org

Wang, J., Zhou, G., Chen, C., Yu, H., Wang, T., Ma, Y., Jia, G., Gao, Y., Li, B., Sun, J., Li, Y., Jiao, F., Zhao, Y. and Chai, Z. 2007, “Acute toxicity and biodistribution of different sized titanium dioxide particles in mice after oral administration”, Toxicol Lett, vol. 168, no. 2, pp. 176-185.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 31, 2013, 10:00:34 PM โดย ชาย ท่ายาง » บันทึกการเข้า

024477niti26
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 399


« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2013, 10:00:40 PM »

แหมมมมใใใ คุณชาย

ลาดกระบังเล่นโปรโมทว่า ลดค่าใช้จ่ายการปลูกมะนาวได้ถึง 75%

 "เจ้าของไร่มะนาวแห่งนี้ ที่อยู่ในอำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี  ผู้ใช้นาโนซิงออกไซค์ บอกว่าก่อนหน้านี้เธอใช้สารเขียวหรือสารประกอบทองแดงมาแก้ปัญหาโรคมะนาว  แต่ก็มีผลเสียคือทำให้ต้นมะนาวและผลมีสีฟ้า แต่เมื่อหยุดใช้เชื้อแบคทีเรียก็กลับมาอีก  
 
 
และเมื่อใช้วิธีใหม่ ได้เพียง 3 เดือน แปลงมะนาวกว่า 60 ไร่ ก็ให้ผลผลิตที่แตกต่างไปจากเดิม คือได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 และมีคุณภาพมากขึ้นอย่างชัดเจน
 
 
สิ่งที่เจ้าของไร่มะนาวได้เพิ่มเติมจากวิธีนี้ คือการลดต้นทุนการผลิตจากเดิมไร่ละ 100 บาท เหลือเพียง 25 บาทต่อไร่
จึงทำให้เธอมีรายได้เพิ่มขึ้นทันทีร้อยละ 75   หรือกว่า 1 แสนบาทต่อเดือน  ซึ่งมะนาวเป็นพืชที่ให้ผลผลิตตลอดทั้งปี เธอจึงมีรายได้ค่อนข้างสม่ำเสมอเพราะมะนาวที่ดี ปลอดโรค เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค
 
 
ขณะที่นักวิจัยของวิทยาลัยนาโน  สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง บอกว่า นาโนซิงออกไซค์ ยังใช้ได้ดีในพืชชนิดอื่นๆ ด้วยเช่น มะละกอ มันสำปะหลังและพืชยืนต้นทั่วไป  ที่มีโรคจากเชื้อแบคทีเรีย  "


นาโนซิงค์อ็อกไซค์ จะมีใช้กันแพร่หลายคือผลิตภัณฑ์ที่กันแดดทั้งหลาย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 31, 2013, 10:02:38 PM โดย 024477niti26 » บันทึกการเข้า
ชาย ท่ายาง
ผจก.สวนมะนาว
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 8187


ให้สุขแก่ท่าน สุขนั้นถึงตัว


« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2013, 10:20:18 PM »

ยิ่งอ่านไปก็ยิ่งพบอะไรมากขึ้นครับลองดูๆกันแล้วใช้วิจารณญาณกันเอาเองครับ


การสูดหายใจอนุภาคนาโนเข้าสู่ร่างกาย

ผู้เขียน: ดร. สุพิณ แสงสุข
หน่วยงาน: สถาบันวิจัยโลหะและวัสดุ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วันที่: 3 ส.ค. 2553

อนุภาคนาโนของโลหะ

            การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับความเป็นพิษของวัสดุนาโนประเภทโลหะ มักใช้โลหะเงินเป็นตัวแทนในการศึกษาเนื่องจากโลหะเงินมีการใช้งานอย่างมากในหลายผลิตภัณฑ์ ปัจจุบันยังมีงานวิจัยด้านความเป็นพิษจากซิลเวอร์นาโนไม่มากนัก  การวิจัยส่วนใหญ่ยังคงเป็นการทดลองในสัตว์ทดลองเป็นโดยการกำหนดเงื่อนไข และขั้นตอนการทดลองตามหลักของการศึกษาด้านพิษวิทยา คือการให้สัตว์ทดลองสูดหายใจในบรรยากาศที่มีวัสดุนาโนปนเปื้อนอยู่ โดยวัสดุนาโนมีขนาดและความเข้มข้นต่างๆกัน จากนั้นจึงเป็นการติดตามผลหลังการได้รับวัสดุนาโนของโลหะเป็นระยะเวลาหนึ่ง   ซึ่งผลการทดลองสังเกตจากการอักเสบของอวัยวะต่างๆ  การคงอยู่ในอวัยวะต่างๆ  และการเคลื่อนตัวของอนุภาคนาโนของโลหะ  ตัวอย่างผลการศึกษาวิจัยความเป็นพิษของ ซิลเวอร์นาโนจากการสูดหายใจจำนวน 3 งานวิจัย (Takenaka et al. 2001,  Hyun et al. 2008 and Sung et al. 2009) ซึ่งทั้ง 3 งานวิจัย ใช้หนูเป็นสัตว์ทดลอง  โดยใช้ซิลเวอร์นาโนที่มีขนาดอนุภาคในช่วงต่างกันตั้งแต่ 4-19 นาโนเมตร และด้วยความเข้มข้นระดับต่างๆ ซึ่งความเข้มข้นที่ใช้สูงสุด คือ 515 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ผลการทดลองพบซิลเวอร์นาโนที่ปอด เลือด และอวัยวะอื่นๆ เช่น สมอง และไต ทั้งนี้เนื่องจากซิลเวอร์นาโนสามารถเคลื่อนตัวไปยังอวัยวะต่างๆได้  ด้วยการเคลื่อนตัวไปตามกระแสเลือดไปสู่อวัยวะต่างๆ เช่น ตับ ม้าม หรือสมอง  อย่างไรก็ตามยังไม่มีหลักฐานที่บ่งชี้ได้ว่าการเคลื่อนตัวนั้นเกิดจากการละลายของอนุภาคซิลเวอร์นาโนไปเป็นซิลเวอร์ไอออน หรือ เกิดจากการเคลื่อนตัวของอนุภาคซิลเวอร์นาโน

อนุภาคนาโนของโลหะออกไซด์

            ตัวอย่างงานวิจัยด้านความเป็นพิษของวัสดุนาโนประเภทโลหะออกไซด์ เริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ.1992 ถึง ปี ค.ศ.2009 นั้น วัสดุที่เลือกมาศึกษา ได้แก่ ไทเทเนียมไดออกไซด์ (TiO2) (Ferin et al. 1992, Renwick et al. 2004, Chen et al. 2006, Bermudez et al. 2004, Warheit et al. 2005, Grassian et al. 2007, Ahn et al. 2005, Heinrich et al. 1995, Inoue et al. 2008, Nurkeiwicz et al. 2006,  and Wang et al. 2008)   ซิงก์ออกไซด์ (ZnO) (Sayes et al. 2007)   แมงกานีสออกไซด์ (MnO) (Elder et al. 2006) หรือนิกเกิลออกไซด์ (NiO) (Ogami et al. 2009) แต่วัสดุโลหะออกไซด์ที่นิยมศึกษามากที่สุด คือ ไทเทเนียมไดออกไซด์

            ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าศักยภาพในความเป็นพิษของไทเทเนียมไดออกไซด์ โดยเบื้องต้นแล้วถูกกำหนดโดยขนาดของอนุภาค และรูปแบบของผลึก ขนาดที่เล็กลงและรูปผลึกแบบอานาเทสของไทเทเนียมไดออกไซด์ทำให้อนุภาคมีความเป็นพิษมากขึ้น นอกจากนี้แบบแผนการได้รับอนุภาคนาโน (รวมทั้งชนิดที่ใช้ (species used)  วิธีการได้รับ (exposure method) และปริมาณที่ใช้ (dose administered)) สามารถส่งผลกระทบต่อความเป็นพิษจากโลหะออกไซด์ ซึ่งเป็นความซับซ้อนในการเปรียบเทียบระหว่างผลการวิจัย  โดยทั่วไปแล้วการตอบสนองของปอดต่อโลหะออกไซด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไทเทเนียมไดออกไซด์ พบว่าก่อให้เกิดการบาดเจ็บไปจนถึงระดับเซล  นอกจากนี้การได้รับไทเทเนียมไดออกไซด์ เป็นระยะเวลาที่ต่อเนื่องกันยาวนาน มีโอกาสให้พัฒนาเป็นเนื้องอกได้  ลักษณะเฉพาะที่ชัดเจนของอนุภาคที่ใช้เป็นจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อการบ่งชี้คุณลักษณะของไทเทเนียมไดออกไซด์ ซิงก์ออกไซด์ และนิกเกิลออกไซด์ ที่จะส่งผลต่อความเป็นพิษ

เอกสารอ้างอิง :

Ahn, M.N., Kang, C.M., Park, C.S., Park, S.J., Rhim, T., Yoon, P.O., Chang, H.S., Kim, S.H., Kyono, H. and Kim, K.C. 2005, “Titanium dioxide particle-induced goblet cell hyperplasia : association with mast cells and IL-13”, Respir Res, vol.6, pp.34-43.

Bermudez, E., Mangum, J. B., Wong, B.A., Asgharian, B., Hext, P.M., Warheit, D.B. and Everitt, J.I. 2004, “Pulmonary responses of mice, rats and hamsters to subchronic inhalation of ultrafine titanium dioxide particles”, Toxicol Sci, vol.77, no. 2, pp. 347-327.

Chen, H. W., Su, S. F., Chien, C.T., Lin, W.H., Yu, S.L., Chou, C.C., Chen, J.J. and Yang, P.C. 2006, “Titanium dioxide nanoparticles induce emphysema-like lung injury in mice”, FASEB Journal, vol 20, no. 13, pp. 2393-2395.

Elder, A., Gelein, R., Silva, V., Feikert, T., Opanashuk, L., Carter, J., Potter, R., Maynard, A., Ito, Y., Finkelstein, J., and Oberdorster, G. 2006, “Translocation of inhaled ultrafine manganese oxide particles t the central nervous system” Environ Health Perspect, vol. 114, no.8, pp. 1172-1178.

Ferin, J. Oberdorster, G. and Penny, D. P. 1992, “Pulmonary retention of ultrafine and fine particles in rats”, Am J Respir Cell Mol Biol, vol. 6, no.5, pp. 535-542.

Grassian, V. H., Adamcakova-Dodd, A., Pettibone, J.M., O’shaughnessy, P.T. and Thorne, P.S. 2007, “Inflammatory response of mice to manufactured titanium dioxide nanoparticles : comparision of size effects through different exposure routes”, Nanotoxicol, vol. 1, no. 3, pp. 211-226.

Heinrich, U., Fuhst, R., Rittinghausen, S., Creutzenberg, O., Bellmann, B., Koch, W. and Levsen, K. 1995, “Chronic inhalation exposure of wistar rats and two different strains of mice to diesel engine exhaust, carbon black, and titanium dioxide”, Inhal Toxicol, vol. 7, no. 4, pp. 533-556.

Hyun, J.S., Lee, B.S., Ryu, H.Y., Sung, J.H., Chung, K.H. and Yu, I.J. 2008, “Effect of  repeated silver nanoparticles exposure on the histological structure and mucins of nasal respiratory mucosa in rats”, Toxicol Lett, vol. 182, no.1-3, pp. 24-28.

Inoue, K., Takano, H., Ohnuki, M., Yanagisawa, R., Sakurai, M., Shimada, A., Mizushima, K. and Yoshikawa, T. 2008. “Size effects of nanomaterials on lung inflammation and coagulatory disturbance”, Int J Immunopathol Pharmacol, vol. 21 , no. 1, pp. 197-206.

Nurkiewicz, T.R., Porter, D.W., Barger, M., Millecchia, L., Rao, K.M., Marvar, P.J., Hubbs, A.F., Castranova, V. and Boegehold, M.A. 2006, “Systemic microvascular dysfunction and inflammation after pulmonary particulate matter exposure”, Environ Health Perspect, vol. 114, no. 3, pp. 412-419.

Ogami, A., Morimoto, Y., Myojo, T., Oyabu, T., Murakami, M., Todoroki, M., Nishi, K., Kadoya, C., Yamamoto, M. and Tanaka, I. 2009, “Pathological features of different sizes of nickel oxide following intratracheal instillation in rats”, Inhal Toxicol, vol. 21, no. 10, pp. 812-818.

Renwick, L.C., Brown, D.,Clouter, A. and Donaldson, K. 2004, “Increased inflammation and altered macrophage chemotactic responses caused by two ultrafine particle types”, Occupational and Environ Med, vol. 61, no. 5, pp. 442-447.

Sayes, C.M., Reed, K.L. and Warheit, D.B. 2007, “Assessing toxicity of fine and nanoparticles : comparing in vitro measurements to in vivo pulmonary toxicity profiles”, Toxicol Sci, vol. 97, no.1,  pp. 163-180.
 
Sung, J.H., Ji, J.H., Park, J.D., Yoon, J.U., Kim, D.S., Jeon, K.S., Song, M.Y., Jeong, J., Han, B.S. Han, J.H., Chung, Y.H., Chang, H.K., Lee, J.H., Cho, M.H., Kelman, B.J. and Yu, I. J.  2009, “Subchronic inhalation toxicity of silver nanoparticles”, Toxicol Sciences, vol. 108, no.2, 452-461.

Takenaka, S., Karg, E., Roth, C., Schulz, H., Ziesenis, A., Heizmann, U., Schramel, P., and Heyder, J. 2001, “Pulmonary and systemic distribution of inhaled ultrafine silver particles in rats”, Environ. Health Perspect., vol. 109 Suppl 4, pp. 547-551.

Wang, J., Zhou, G., Chen, C., Yu, H., Wang, T., Ma, Y., Jia, G., Gao, Y., Li, B., Sun, J., Li, Y., Jiao, F., Zhao, Y. and Chai, Z. 2007, “Acute toxicity and biodistribution of different sized titanium dioxide particles in mice after oral administration”, Toxicol Lett, vol. 168, no. 2, pp. 176-185.
 
Warheit, D.B., Brock, W.J., Lee, K.P., Webb, T.R. and Reed, K.L. 2005, “Comparative pulmonary toxicity inhalation and instillation studies with different TiO2 particle formulations : impact of surface treatments on particle toxicity” Toxicol Sci. vol.88, no. 2, pp. 514-524.


Liked By: yong9
บันทึกการเข้า

ชาย ท่ายาง
ผจก.สวนมะนาว
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 8187


ให้สุขแก่ท่าน สุขนั้นถึงตัว


« ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2013, 10:32:55 PM »

   ผมไม่ได้มีอะไรกับใครหรือผลประโยชน์อะไรในเรื่องพวกนี้ครับ ไม่ได้เป็นตัวแทนจำหน่ายปุ๋ย ยา ขายแต่ตั๊กแตนทอดตามเรื่องตามราวแถวๆลาดกระบัง มีคนถามมาผมตอบไม่ได้ผมจะให้เพื่อนที่เก่งกว่าผม มีข้อมูลในมือมากกว่าผมช่วยส่งข้อมูลให้ เมื่อมีข้อมูลผมก็นำมาส่งต่อหากข้อมูลที่มีมาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือมากถึงมากที่สุด และข้อมูลในเรื่องนี้ผมว่าแหล่งที่มาก็น่าเชื่อถือมากที่สุดครับเพราะได้รับทุนสนุบสนุนจาก สกว. ทาง สกว.เขาคงไม่หลับหูหลับตาให้ทุนสนับสนุนถ้างานวิจัยหรือนักวิจัยท่านนั้นไม่น่าเชื่อถือครับ บอกตามตรงว่าผมไม่ได้มีอะไรเพราะถึงมีผมก็ขายกินหมดแล้วถ้าขายได้ เรื่องนี้ผมได้พูดคุยกับเพื่อนมาสักระยะหนึ่งแล้วครับเพราะประเทศญี่ปุ่นมีการวิจัยมาก่อนและเพื่อนผมพบว่าทางญี่ปุุ่นก็พบปัญหาในนเรื่องนี้เหมือนกัน และมีเพื่อนๆหลายต่อหลายคนที่สนใจในบางลิตภัณฑ์ที่กำลังโฆษณากันอยู่ เรื่องนี้ใครมีข้อมูลดีที่น่าเชื่อถือมาให้ก็ดีครับเพราะผมก็กำลังรอข้อมูลจากเพื่อน อาจารย์ นักวิจัยที่พอจะรู้จักกันก็กำลังค้นข้อมูลมาให้ทั้งไทยและเทศ  แต่ผมอาจจะไม่นำมาลงต่อเพราะเท่าที่ chemtrack ให้ไว้ก็น่าจะพอต่อการตัดสินใจแล้วครับ ผมก็ต้องกราบขออภัยหากบทความที่นำมาลงทำให้บางท่านไม่พอใจหรือเสียผลประโยชน์ แต่หากเราคำนึงถึงอนาคตของลูกหลานและส่วนรวมแล้ว ท่านก็จะค้นพบด้วยตัวท่านเองว่าสิ่งไหนควรไม่ควรครับ

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านทรงรักและหว่งใยในตัวเกษตรกรไทยมาก ทรงสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำไว้ให้เราไว้ใช้ในหน้าแล้ง ผลผลิตที่พวกเราทำได้ขายได้เท่าไหร่พระองค์ท่านก็ไม่ให้เราต้องเสียภาษี ท่านทรงหว่งใยพวกเรา แต่ตัวของเกษตรกรต่างหากที่ไม่ทำให้ตัวเองสมกับเป็นเกษตรกร เราต้องเป็นเกษตรกรอาชีพครับไม่ใช่อาชีพเกษตรกร โชคดีครับทุกๆท่าน


Liked By: mapa134, adda
บันทึกการเข้า

nopporn999
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1356


« ตอบ #6 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2013, 04:43:35 PM »

ผมซื้อมากิโลละ 3400บาท ลองคำนวนดูไม่ถูกเลยกับการใช้งาน ถ้าใครซื้อได้ถูกช่วยบอกที่ซื้อทีครับ


Liked By: rat-nan
บันทึกการเข้า
ladda6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 174


« ตอบ #7 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2013, 10:16:24 PM »

ราคากิโลละ400บาท ค่าส่ง50บาท ซื้อมาแล้ว


Liked By: mapa134
บันทึกการเข้า
mtuser
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


« ตอบ #8 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2013, 10:22:45 PM »

เมล์ไปถามราคามา เค้าตอบมาว่า

   สามารถสั่งซื้อนาโนซิงค์ออกไซต์ได้ทางวิทยาลัยนาโนเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบังโดยตรงครับ
ราคากิโลกรัมละ 400 บาท วิธีการใช้ อนุภาคนาโน ZnO จำนวน 50 กรัม ต่อน้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นทุก 10-15 วัน ค่าจัดส่งทางไปรษณีย์ 1-5 กก. 50 บาท 5 กก.ขึ้นไป 100 บาท ครับ

ยังไม่ได้ลองซื้อมาใช้เลยค่ะ
บันทึกการเข้า
nopporn999
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1356


« ตอบ #9 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2013, 08:11:42 PM »

เมล์ไปถามราคามา เค้าตอบมาว่า

   สามารถสั่งซื้อนาโนซิงค์ออกไซต์ได้ทางวิทยาลัยนาโนเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบังโดยตรงครับ
ราคากิโลกรัมละ 400 บาท วิธีการใช้ อนุภาคนาโน ZnO จำนวน 50 กรัม ต่อน้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นทุก 10-15 วัน ค่าจัดส่งทางไปรษณีย์ 1-5 กก. 50 บาท 5 กก.ขึ้นไป 100 บาท ครับ

ยังไม่ได้ลองซื้อมาใช้เลยค่ะ
ขอบคุณข้อมูลครับ ผมซื้อมาจาก บริษัทที่ชลบุรี ราคาแพงมากเมื่อเห็นราคานี้แล้ว


Liked By: ชาวนา™
บันทึกการเข้า
ืnobi19
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 352


« ตอบ #10 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2013, 12:28:45 PM »

ผมซื้อมาแล้วรวมค่าส่ง 1 กิโบ 450 บาท ลองฉีดแปลงเล็กมีมะนาว 140 ต้นฉีดได้ 1 อาทิตย์ ลดคอปเปอร์จากที่เคยใช้ลงครึ่งหนึ่ง รอบหน้าตั้งใจว่าจะลองหยุดคอปเปอร์ดู  หน้าฝนนี้คงรู้กัน


Liked By: mapa134
บันทึกการเข้า
ทิดโส โม้ระเบิด
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5579


ณ เบื้องบูรพา มีป่าที่กำลังปลูก


« ตอบ #11 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2013, 03:14:46 PM »

ผมก็ใช้อยู่ครับ

ไปละ   อิอิอิ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

วิสฺสาสสปรมา ญาติ ... ความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่ง
mes1803
เกษตรกรมือใหม่
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 169


« ตอบ #12 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2013, 03:57:36 PM »

ผมซื้อมาแล้วรวมค่าส่ง 1 กิโบ 450 บาท ลองฉีดแปลงเล็กมีมะนาว 140 ต้นฉีดได้ 1 อาทิตย์ ลดคอปเปอร์จากที่เคยใช้ลงครึ่งหนึ่ง รอบหน้าตั้งใจว่าจะลองหยุดคอปเปอร์ดู  หน้าฝนนี้คงรู้กัน

ขอรายละเอียดได้ไหมครับ ว่าติดต่อสั่งซื้อกับใคร เบอร์โทร หรือเมล์ก็ได้ครับ ช่วยแนะนำหน่อยครับ อีเมล์ผม tanapongfarm@gmail.com / 086-1860608
บันทึกการเข้า

Agro For Health Farm ข้าวกล้องเพื่อสุขภาพ, โครงการส่งเสริมปลูกกาแฟแซมลำไย, วิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกและแปรรูปหญ้าเนเปียร์ ต.ดอยหล่อ
chai_0124
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 140


« ตอบ #13 เมื่อ: มิถุนายน 06, 2013, 03:44:32 PM »

อยากได้สัก 1 กิโล ใครซื้อมาเยอะช่วยแบ่งหน่อยครับ
บันทึกการเข้า
mojitaro
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 776


« ตอบ #14 เมื่อ: มิถุนายน 06, 2013, 07:56:19 PM »

รอดูผลอยู่เหมือนกันครับ แต่ตอนนี้ไม่รู้รายละเอียดอื่นๆ เลยเรื่องการใช้งาน
อย่างเช่น ใช้นาโนซิงค์ แล้วจำพวกคอปเปอร์ยังต้องใช้อยู่หรือเปล่า ใช้ร่วมกันได้ไหม
ผสมในถังเดียวกันได้หรือเปล่า  แปลงที่ใช้เชื้อไตรโคเดอร์ม่า ใช้สารนี้ร่วมด้วยได้หรือเปล่า
ผสมสารจับใบได้ไหม ช่วงหน้าฝนต้องเพิ่มความถี่ในการพ่นหรือเปล่า สามารถดูผลจากการใช้
สารนี้ในระยะเวเลาเท่าไหร่ เช่นเห็นผลภายในการพ่นครั้งแรก และอีกหลายๆ ข้อ ยังไม่มีผู้ให้
ข้อมูลในส่วนนี้เลย ตอนนี้สมาชิกหลายๆ ท่านยังลังเลที่จะใช้งานกันอยู่ ฝนก็มาแล้ว
แคงเกอร์ก็มาด้วย รอข้อมูลอยู่เช่นกันครับ

http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=89276.new#new

ลิงค์ที่มีอาจารย์ที่ร่วมวิจัยมาโพสต์เรื่องการติดต่อ สอบถามไว้ครับ
บันทึกการเข้า

karn.b
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 28


« ตอบ #15 เมื่อ: มิถุนายน 13, 2013, 10:56:12 AM »

ใช้แล้วอย่าลืม เล่าสู่กันฟังนะครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: