ข่าว
หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 ... 184   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สวนเกษตรผสมผสาน ผักหวานป่า 20 ปี  (อ่าน 663514 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Thesun215
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4093


« เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2013, 10:28:13 PM »

สวัสดีครับเพื่อน สมช ชาวเวป กพพ ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวก่อนนะครับผมชื่ออาทิตย์ครับ  ยิ้มเท่ห์
หลังจากที่ได้ไปเยี่ยมเยียนสวนของสมาชิกหลาย ๆ ท่าน โดยเฉพาะท่านที่ปลูกผักหวานป่าแล้วล่ะก้อ โปรดอย่าเพิ่งรำคาญผมนะครับ
วันนี้ตัดสินใจตั้งกระทู้ของตัวเองขึ้นมา เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้กับสวนเกษตรผสมผสานที่ความคืบหน้าสุดแสนที่จะช้ามากๆ เพราะทำไปเรื่อยๆครับ
ส่วนหนึ่งคือความไม่พร้อมทั้งกำลังทรัพย์และกำลังคนที่จะมาดูแลครับ

ภาพอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กที่บ้านครับ แต่ถ่ายมุมกล้องซะมองเห็นว่าน้ำกว้างใหญ่ ภูเขาด้านหลังฉากเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวครับ
บันทึกการเข้า

Thesun215
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4093


« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2013, 10:38:12 PM »

ส่วนทำไมต้องตั้งกระทู้ว่าสวนเกษตรผสมผสาน ผักหวานป่า 20 ปี เพราะผมจบทางด้านเกษตรครับ สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาการผลิตสัตว์
ที่บ้านเลี้ยงวัวพันธุ์พื้นเมือง อัพระดับสายเลือดโดยใช้บรามันครับ

โดยปลูกหญ้าเนเปียร์ไต้หวัน 2 แปลง สำหรับวัวเนื้อพันธุ์พื้นเมือง แปลงหนึ่ง 1 ไร่ และอีกแปลง ก็ 3 งานครับ




ผลผลิตของหญ้าเนเปียนั้นดีมากๆครับ ตอบสนองต่อปุ๋ยและน้ำเป็นอย่างดี เจริญเติบโตได้ทุกฤดูแม้หน้าหนาว ไม่ออกดอก
ส่วนหญ้าพันธุ์อื่นๆนั้นก็มี เนเปียร์ยักษ์ เนเปียร์ธรรมดา และอาละฟัลครับ ปลูกผสมปนกันไปในแปลง 3 งาน ส่วนอีกแปลง 1 ไร่นั้น
ปลูกเฉพาะเนเปียร์ไต้หวันครับ
บันทึกการเข้า
Thesun215
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4093


« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2013, 11:00:02 PM »

วัว เป็นมรดกจากยายครับ ไม่มีคนเลี้ยงเลยเอามาให้แม่เลี้ยง เลี้ยงไว้ตั้งแต่ปี 49 เริ่มเลี้ยง 4 ตัว ขายไปบ้างแล้วก็ 5 ตัวตอนนี้ออกลูกออกหลานมาเป็น 13 ตัวแล้ว สำหรับวัวพันธุ์พื้นเมืองเรามีข้อดีตรงที่ให้ลูกทุกปีครับ ปัจจุบันนี้ 13 ตัวแล้ว ผมพยายามปลูกหญ้าโดยเสาะแสวงหาหญ้าพันธุ์ที่เหมาะสมกับบ้านเรามาปลูก ชาวบ้านก็หาว่าผมบ้าอีกแล้ว แต่ทุกวันนี้แม่ผมสบายไม่ต้องไล่ไปเลี้ยงเหมือนชาวบ้านครับ ปล่อยไปไว้ที่สวน พ่อตัดหญ้าให้กินแล้วแกก็นอนดูวัวกินหญ้าทั้งวัน ค่ำมาก็ไล่กลับบ้านเพราะที่สวนยังไม่ได้ทำคอกให้แน่นหนาถาวร อนาคตต้องทำครับ
  ข้อดีของวัวคือ ผลิตปุ๋ยคอกให้ผมไว้ใช้ไงล่ะครับ
บันทึกการเข้า
Thesun215
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4093


« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2013, 11:10:54 PM »

เมื่อก่อนหาหญ้ามาปลูกก็ซื้อเขาบ้าง 200 บ้าง 500 บ้าง แต่ที่หนักสุดก็เนเปียร์ไต้หวันและเนเปียร์ยักษ์แหละครับ ท่อนละ 5 บาท แม่เจ้าโว้ย แพงจัง แม่ก็บ่นใหญ่เลย (ตามประสาแก) สุดท้ายก็ได้ใช้ประโยชน์จริงๆ พักเรื่องปลูกหญ้าเอาไว้ก่อนครับ
   มาดูเรื่องผักหวาน ผมสนใจผักหวานจริงๆ จังๆก็เมื่อซักปี 2535 เป็นเด็กขึ้นไปบนเขา เห็นก็อยากได้มาปลูก (แกงผักหวานอร่อยน๊า) แต่มันก็ตาย
   ปี 2542 หลังจากจบ ม.6 มีโอกาสได้ขึ้นเขาอีก (ไปทำอะไรนั้นขอเว้นไว้นะครับ555 กลัวป่าไม้มาจับ) ไปเจอก็ขุดมาปลูก ไปวันไหนก็ขุดกลับมาปลูก แต่เอที่สังเกตมันจะขึ้นตามโพน อยู่บนเขาก็ขึ้นกับโพน ต้นใหญ่มาก เกือบเท่าเสาบ้านหน้าแปดเห็นจะได้ สูงและมีเมล็ด ชาวบ้านคงไม่เห็น แต่ช่วงนั้นเป็นเืดือนเมษา เมล็ดยังไม่สุก ก็เลยไม่ได้เอามาเพาะ ต้นเล็กที่ผมขุดมานั้นมาหุ้มด้วยฟางข้าวครับ มัดแล้วก็ชำไว้ในดินที่อยู่ในปี๊บ เจาะรู้แต่เล็ก เกิดครับแทงยอดออกมาผมดีใจมากเลย ผมฝากไว้กับแม่ แล้วผมก็ไปเรียนหนังสือที่จังหวัดมหาสารคาม ระยะนั้นโทรศัพท์ในหมู่บ้านยังไม่มีครับ เลยไม่ได้โทรมาถามแม่ ถ้าจะติดต่อก็เป็นจดหมายล่ะครับ 555
  ผมจะกลับบ้านปีละครั้งครับในช่วงที่ไปเรียน กลับมาก็สอบถามแม่ว่ามันแทงยอดมาสูงเป็นศอก แต่แม่ไปทำนาต้องนอนที่ทุ่งนา แม่เลยไม่ได้ดูแล ผลคือฝนตกชุกผักหวานเน่าตายคาปี๊บ  โกรธ ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้
บันทึกการเข้า
Thesun215
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4093


« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2013, 11:16:01 PM »

ช่วงที่ผมไปเรียนหนังสือคือปี 42-46 ก็ไม่ได้ติดตามผักหวานเพราะเมื่อก่อนอินเตอร์เนตนั้นมีจำกัด มีห้องคอมแต่ต้องตื่นแต่เช้ามาจองคิว เพื่อจะได้เครื่องดีๆ ไม่มีเงินซื้อครับ ทำงานส่งอาจารย์ทำช่วงที่ไม่มีเรียน เลิกเรียนถ้าห้องคอมปิดก็ไปเช่าร้านเนตชั่วโมงละ 10 บาท ยิ่งปี3 ปี 4 ต้องทำงานยันตีสองตีสามทุกวันครับ 8 โมงต้องไปเรียน ปี4 เรียนหนัก งานเยอะจนสุดท้ายจบได้ ก็ได้งานตั้งแต่ยังไม่จบครับ ช่วงนั้นอุตสาหกรรมไก่บูมสุดๆ บริษัทเขามาสัมภาษณ์จองตัวกันได้เลย รุ่นผมได้งานกันเกินครึ่งห้องตั้งแต่ยังไม่จบเลยครับ ได้งานเร็วมากๆ
บันทึกการเข้า
Thesun215
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4093


« ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2013, 11:26:10 PM »

ผมได้งานครั้งแรกสตาร์ท 8000 บาทเมื่อปี 46 ประจำที่ลำนารายณ์ ลพบุรี ปีที่สองก็ย้ายไปอำเภอพัฒนานิคม ลพบุรีเช่นเดิม ผมชอบมากเพราะได้ออกจากฟาร์มบ่อยๆ ไม่เหมือนสัตวบาลประจำฟาร์มที่เข้าออกเป็นเวลา เวลาออกมาก็เข้าร้านหนังสือครับ ไปซื้อหนังสือสัตว์บก สัตว์เศรษฐกิจ หนังสือการปลูกพืชและมีเล่มหนึ่งคือผักหวานป่า และปี 47 ผมก็พาพ่อไปดูสวนลุงสังวาลย์ ที่บ้านหมอ สระบุรีครับ ซื้อต้นพันธุ์มาด้วย 10 ต้น ต้นละ 25 บาทมาปลูกที่สวน

ต้นนี้สูงเท่าหัวเข่า หลังจากผ่านร้อนผ่านหนาวตายบ้าง แทงยอดบ้าง ได้เท่านี้แหละครับ

ต้นนี้ปีที่แล้วสูงเท่าหัวเข่า ปีนี้พุ่งกระฉูดท่วมหัวเลย โตช้าเพราะวัวแม่ไปเหยียบซะหลายปี

ต้นนี้ใหญ่สุด ลำต้นเท่าเหรียญ 10 สูงสามเมตร ปีที่แล้วมีดอกด้วย แต่ก็ไม่ติดลูกครับ
บันทึกการเข้า
Rattanan Thumcharoenjinda
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 716


« ตอบ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2013, 11:27:41 PM »

เล่าเรืี่องแล้วเห็นภาพ ติดตามด้วยคนครับ
บันทึกการเข้า
Thesun215
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4093


« ตอบ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2013, 11:37:31 PM »

ทำงานฟาร์ม แรกๆ มันก็ท้าทาย งานที่ทำก็เป็นงานวิจัยสูตรอาหารไก่ คนก่อนเลี้ยงไ่ก่ 6 สัปดาห์ได้ 1.7 กก ก็ดีใจใหญ่ พอผมมารับตำแหน่งเพราะคนก่อนลาออก รุ่นแรกได้ 2.3 กก เจ้านายงง เอ๊ย ไม่เคยเลี้ยงไก่ทำไมทำได้ดี ชมไ่ม่พอขึ้นเงินเดือนด้วย เลี้ยงไปเลี้ยงมาน้ำหนักที่ 6 สัปดาห์ 2.8 - 3.2 โห ลดต้นทุนอาหารได้ปีละ 20 30 ล้าน อยู่มา 6-7 ปี เงินเดือนอีก 400 จะถึง 20000 ก็ตัดสินใจลาออก เจ้านายก็ห้าม แฟนก็ห้าม แต่ผมก็จะลาออกอย่างเดียว
แฟนห้ามดีนักก็เลยให้มาดูเลยที่ฟาร์มเขาทำงานกันอย่างไร เตรียมเล้าก็ต้องให้สะอาด น้ำยาที่ใช้ก็ฟอร์มาลีน เหม็นไปเป็น 100 200 เมตร 3-4 ทุ่มยังไม่เลิก ตื่นเช้าพาแฟนเดินผ่านเล้าไก่ระยะ 200 เมตร กลิ่นฟอร์มาลีนฉุนแสบจมูกแสบตา แฟนถามว่านั่นกลิ่นอะไร ผมก็บอกว่าเป็นฟอร์มาลีน แฟนไม่เข้าใจ ผมก็บอกว่าเป็นยาฉีดศพ เท่านั้นแหละครับท่าน เธอบอกให้รีบลาออกเลย เพราะปีหนึ่งๆ ต้องเจออย่างนี้ 6-7 รอบ 555
บันทึกการเข้า
Thesun215
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4093


« ตอบ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2013, 11:40:37 PM »

แต่ก่อนที่จะลาออกนั้นก็เล็งๆ อาชีพไว้แ้ล้วพร้อมกับเสาะหาข้อมูลครับ ไปถามร้านเขามั่ง แรกๆเขาไม่บอก เฮ้ยไอ้นี่มาไม้ใหนวะ วันหยุดเก็บรวมกัน 3 เดือนก็ได้เกือบ สองอาทิตย์ก็ไปฝึกอบรมที่กรุงเทพ แฟนก็บ่นว่าไม่ไปหา อ้าวเป็นงั้น พอเราได้ความรู้มาก็นำมาแบ่งปันพี่แกที่เราแอบถามนั่นแหละ สุดท้ายเเกเห็นความจริงใจของเรา แกก็ถ่ายทอดวิชาให้ พาไปซื้อของที่จำเป็นเตรียมออกร้านครับ ธุรกิจที่ว่านั้นคือ ร้านถ่ายเอกสารนั่นเอง
บันทึกการเข้า
Thesun215
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4093


« ตอบ #9 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2013, 11:47:06 PM »

 พค 52 ตัดสินใจลาออกมาเปิดร้านถ่ายเอกสาร ปีแรกก็ไม่ไหวเงินร่อยหรอ ปีสองก็ดีหน่อยแต่ยังไม่ดีเท่าที่ควร เมื่อไม่ดีก็ย้ายที่สิครับ เงินทุนก็ร่อยหรอ
ดีที่มีเครดิตดี บัตรเครดิตล้วนๆ ดอกเบี้ยไม่ต้องพูดถึง พอย้ายที่ ได้ทำเลดีหน่อย ก็เลยพอไปได้ และทุกวันนี้ก็อยู่ได้ มีเงินส่งลูกเมียใช้หนี้เกือบหมด
มาวันนี้เลยตัดสินใจขยายร้าน เขาเปิดจองอาคารพาณิชย์ก็เลยวางเงินดาวน์ไปแล้ว ตอนนี้ก็เหลือเีพียงแค่เดินบัญชี สิ้นปีก็ไปขอสินเชื่อจากธนาคาร ได้ไม่ได้ไม่รู้ครับ แต่ผมจะทำให้ได้เต็มที่
   4 ปีมานี่ ยอมรับว่าลำบาก เมื่อก่อนทำงานมีเงินได้ซื้อที่ดินไว้ 3 แปลง หลังจากทำธุรกิจ มีลูก 2 คนก็ไม่ได้ซื้อเพิ่มอีกเลย รายจ่ายมันเยอะขึ้นเดือนละหลายหมื่น เราคิดถูกแล้วที่ออกมา ไม่งั้นเดือนหนึ่งๆคงได้ไม่เกิน 3-4 หมื่น คงไม่พอสำหรับใช้จ่ายทุกวันนี้แน่ๆเลย
บันทึกการเข้า
Thesun215
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4093


« ตอบ #10 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2013, 11:48:27 PM »

เล่าเรืี่องแล้วเห็นภาพ ติดตามด้วยคนครับ
ขอบคุณครับ ลอคอินนี้คุ้นๆ เดี๋ยวตามไปเยี่ยมที่บ้าน จขกท นะครับ
บันทึกการเข้า
Thesun215
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4093


« ตอบ #11 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2013, 11:57:00 PM »

ปี 52 วุ่นๆอยู่กับการเปิดร้านก็เลยไม่ได้สานต่อเรื่องผักหวานป่า นานๆกลับบ้านครั้งผักหวานก็มีสภาพจะตายแหล่ไม่ตายแหล่
แต่ข้อดีผักหวานอย่างหนึ่งคือทนแล้งมากๆ ไม่รดน้ำมันก็ไม่ตาย หรือถ้าตายพอฝนตกก็งอกขึ้นมาได้

ต้นนี้หยอดเมล็ดทิ้งไว้เมื่อปีที่แล้ว ลืมครับ มันขึ้นแต่เมื่อแล้งมันก็ตาย พอฝนตกก็แทงยอดขึ้นใหม่ ผมไปถางป่าออกจะปลูกผักหวานก็เจอเข้าโดยบังเอิญครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 26, 2013, 11:58:52 PM โดย Thesun215 » บันทึกการเข้า
Thesun215
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4093


« ตอบ #12 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2013, 12:12:58 AM »

ปี 54 ได้กลับมาบ้านช่วงที่มีเมล็ดผักหวานพอดี เลยสั่งป้าเอาไว้ให้ต้นพฤษภา 1 กก ได้ 114 เม็ด ผมนำไปเพาะที่ร้านเพาะใส่กาละมังหลังร้านครับพื้นที่นิดเดียว ได้ต้นผักหวานแค่ 50 กว่าต้น เลยนำไปปลูก แล้วเอากาละมังที่เพาะไปทิ้งที่สวนด้วย เกิดอะไรขึ้น ปรากฏว่าต้นที่เพาะจากถึงเหลือไม่ถึง 5 ต้น เพราะช่วงนั้นยังไม่รู้เทคนิค ปลูกใต้ป่าชะอมแต่ไม่ได้ปลูกโคนต้นชะอม ดินก็ไม่ดีขุดลงไปไม่ถึง 10 เซนก็เจอแต่หิน ดินแข็งมากๆ กาละมังใส่ดินเพาะผมก็คว่ำไว้ใต้ต้นชะอมแหละครับ พอสามเดือนไปดูปรากฏว่ามีต้นผักหวานโผล่ขึ้นจากดินที่ผมใช้เพาะที่เททิ้งไว้ เฮ้ย เกิดได้งัยเนี่ย
พอปี 55 เจ้าต้นนี้ตายช่วงแล้งครับ แต่มันก็แทงยอดมาใหม่เหมือนเดิม เพราะผมยังไม่ได้วางระบบน้ำนี่ครับ
ปี 55 สั่งซื้อเมล็ดมาจากทางกาญจนบุรี เพาะได้ 80 กว่าต้น แจกเพื่อนบ้านไปเกือบ 20 เหลือ 60 ถุงเอาไปปลูก ทีนี้ขุดหลุมลึกหน่อย กว้างหน่อย เพราะหลังจากขุด ๆ ขุดๆ และก็ขุดมันทุกปี ปีนี้ได้ปุ๋ยบ้างเฮ้ยดินขุดง่ายกว่าเดิมครับ

ปลูกถุงละหลุมไม่รอด ก็ปลูกมันซะหลุมละ 4 ถุงไปเลย 555 ปรากฏว่าปีนี้เหลือ 10 กว่าหลุมครับ
และเมล็ดบางส่วนที่แทงรากแล้วก็เอาไปฝั้งไว้ครับ ทีนี้ฝังไว้ใกล้ๆ ต้นชะอมหน่อย ใต้ต้นหมากเบ็นก็มี


ใต้ต้นมะม่วงก็รอด

อ้าวเป็นเรื่องล่ะซีครับทีนี้

บันทึกการเข้า
Thesun215
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4093


« ตอบ #13 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2013, 12:15:01 AM »


กลัวหลงลืม ก็ปักไม้ไผ่ไว้ซะ
เมื่อก่อนเป็นป่ารก หนามชะอมพันกันไปมา ชาวบ้านเขาก็ถามว่า ทำไมไม่แต่งกิ่ง ชะอมจะได้แตกยอด ก็ได้แต่ตอบเขาไปว่ายังไม่ถึงเวลาครับ ช่วงนี้งานยุ่ง
555 ผมจะแต่งกิ่งให้โง่หรอ เล่นไปสวนผมยังกะที่สาธารณะ ไม่มีผักชะอมก็สวนผม หน่อไม้็ก็สวนผม ผักบุ้ง บอนหวาน ผักหวาน ดอกกะเจียว ฟืน ผึ้ง มะม่วง มะละกอ พริก โอ๊ย แถมมาขโมยปลาในบ่อผมไปกินด้วย นี่มันสวนสาธารณะชัดๆเลยครับ 555
  มีปี 54 ผมปลูกผักหวานเยอะ ไปหาขวดน้ำพลาสติดมาใส่น้ำแล้วก็จุ่มหัวที่เจาะรูลงในดินให้ผักหวานเท่านั้นแหละครับ ชาวบ้านเห็นว่าเป็นต้นผักหวาน ขุดเอาไปหมดเลย โอ๊ย ข้อยล่ะปวดหัวเด้ โกรธ โกรธ โกรธ จากนั้นมาป่าก็ไม่ต้องถางล่ะครับ 2-3 ปีรกขึ้นมา เออค่อยยังชั่ว
แต่ มันก็มีข้อเสียอีก คือผมปลูกไว้ไม่ได้ทำเครื่องหมายมันก็หาไม่เจอ 555 หนักกว่านั้น ชาวบ้านเห็นงูเลื้อยผ่านบ่อยๆ ลุงผมได้ยิง แกบอกว่าเป็นงูจงอาง โอ๊ยอันนี้หนักเข้าไปใหญ่ 555 ผมกะงูถูกกันซะที่ไหนเล่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 27, 2013, 12:22:51 AM โดย Thesun215 » บันทึกการเข้า
Thesun215
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4093


« ตอบ #14 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2013, 12:31:54 AM »

เลยเจียดเงินในกระเป๋า ใช้บริการรดแบ็คโฮช่วยถางป่าชะอม หนามต่างๆ ออกซะหน่อย เฮ้อ ขยับขยายไปอยู่ป่าที่อื่นเหอะนะงูจ๋า


เออ เอาหิน เอาหนามออกก็ดูดีเนาะ
โครงการก็จะถมดินแล้วปลูกต้นไม้พี่เลี้ยงผักหวานล่ะครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 29, 2013, 10:17:41 PM โดย Thesun215 » บันทึกการเข้า
Thesun215
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4093


« ตอบ #15 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2013, 12:35:09 AM »

ดินยังถมได้ได้เพราะฝนตก แต่ไปซื้อต้นไม้มาแล้วครับ มีตะขบราคา 2-15 บาท/ต้น มะเขือ แค ชะอม ต้นละ 5 บาท ซื้อดะตั้งแต่ร้อยเอ็ดยันสารคามครับ หมดไปพันกว่าบาท ยิงฟันยิ้ม ผจก ส่วนตัวยังไม่บ่น เพราะยังไม่เห็นบิล ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 ... 184   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: