หน้า: 1 [2] 3   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ติดตั้งวาล์วผสมปุ๋ย แต่วาล์วไม่ดูดปุ๋ย ทำไงดี ติดตั้งตามในรูปนะครับ  (อ่าน 40318 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
sniper
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 135


« ตอบ #16 เมื่อ: มีนาคม 18, 2013, 08:14:39 AM »

จากรูปเวลาที่ราต้องการให้ปุ๋ยนะครับ เราต้องปิดวาร์วที่ 1 เล็กน้อย(หรี่วาร์วลงเล็กน้อย)เพื่อให้น้ำใหลแยกมาทาง วาร์ว 2 ไปเข้าตัวจ่ายปุ๋ย ตัวจ่ายปุ๋ยจึงจะทำงาน ครับ ลองดูนะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 18, 2013, 08:19:49 AM โดย sniper » บันทึกการเข้า

spyman
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 225


« ตอบ #17 เมื่อ: มีนาคม 18, 2013, 10:17:09 AM »

จากรูปเวลาที่ราต้องการให้ปุ๋ยนะครับ เราต้องปิดวาร์วที่ 1 เล็กน้อย(หรี่วาร์วลงเล็กน้อย)เพื่อให้น้ำใหลแยกมาทาง วาร์ว 2 ไปเข้าตัวจ่ายปุ๋ย ตัวจ่ายปุ๋ยจึงจะทำงาน ครับ ลองดูนะครับ

แม้ปลายจะเป็น สปริงเกอร์หรือครับ ยังสามารถดูดได้ใช่ไหมครับ

บันทึกการเข้า
JustNew
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 98


« ตอบ #18 เมื่อ: มีนาคม 18, 2013, 12:36:57 PM »

จากรูปเวลาที่ราต้องการให้ปุ๋ยนะครับ เราต้องปิดวาร์วที่ 1 เล็กน้อย(หรี่วาร์วลงเล็กน้อย)เพื่อให้น้ำใหลแยกมาทาง วาร์ว 2 ไปเข้าตัวจ่ายปุ๋ย ตัวจ่ายปุ๋ยจึงจะทำงาน ครับ ลองดูนะครับ


แม้ปลายจะเป็น สปริงเกอร์หรือครับ ยังสามารถดูดได้ใช่ไหมครับ




ตามเอกสารคู่มือไม่เกี่ยงว่าปลายน้ำออกจะเป็นอะไร



แต่ต้องมีการปรับจังหวะของวาว์ล ให้ถูกต้อง

ผมเองก็กะว่าจะทำอยู่เหมือนกัน แต่ระบบน้ำยังไม่นิ่ง ยังไม่ถึงขั้นตอนการผสมปุ๋ย
เลยลองมาดู ๆ ของคนอื่น (ตามมาลอกการบ้าน)

แต่เห็นมีหลายคน แนะนำให้ใส่ปุ๋ยที่ท่อดูด ง่ายกว่า ได้ผลดี
ซึ่งผมก็เห็นด้วย ในความง่าย
แต่ติดปัญหานิดเดียวว่าต้องล้างระบบ (ไล่น้ำออกทุกครั้ง หลังใช้)
ซึ่งจะทำให้น้ำบางส่วนไปล้างปุ๋ยที่ใบด้วย
อันจะเป็นการเปลืองปุ๋ยไปซะเปล่า ๆ เลยยังรีรออยู่ เช่นเดิม
เป็นกำลังใจให้ นะครับ (แล้วจะตามมาลอกอีก)
บันทึกการเข้า
jet_greencorner
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 94


« ตอบ #19 เมื่อ: มีนาคม 18, 2013, 04:33:16 PM »

เพิ่มเติมนะครับ

ระบบดูดปุ๋ยแบบเวนจูรี่นี่ ความจริงแล้วถ้าจะโทษทางผู้จำหน่ายก็พอได้นะครับ เนื่องจากรูปที่ให้มาอธิบายไม่หมด

ไม่บอกว่าขนาดของท่อเมน และท่อดูดปุ๋ยต้องมีขนาดที่ต่างกัน เพื่อที่จะใช้วาร์วทั้งสามตัวเป็นตัวเร่งอัตราการไหลในท่อดูดปุ๋ย

คือต้องมีความต่างกันมากประมาณ 4 เท่าหรือมากกว่านั้น เช่น ถ้าใช้่่่่่่่่่่่ท่อดูดปุ๋ยขนาด 1/2 นิ้ว ต้องใช้ท่อเมนขนาด 2 นิ้ว ถ้าท่อเท่ากันมันไม่ทำงาน

คนขายก็บอกผ่านๆ ว่าลองต่อดูแล้วลองปิด-เปิดวาร์ว เพิ่มหรือลดเอาเดี๋ยวปั้มก็ทำงานแล้ว

มันไม่ทำครับ ปั้มเวนจูรี่มันเป็นปั้มที่ไม่ระบบไฟฟ้า ไม่มีที่เสียบถ่าน มันไม่มีพลังงานที่จะปั้มตัวเองให้น้ำปุ๋ยขึ้นมาได้ มันต้องอาศัยความแตกต่างกันของแรงดัน และการไหลของน้ำ ระหว่างท่อเมน และท่อดูดปุ๋ย ระบบถึงจะทำงาน

และหากเริ่มการทำงานน้ำในท่อดูดยังไม่มีน้ำ มีแต่ลม จำเป็นต้องหรี่วาล์วที่ท่อเมนลงมากๆ เพื่อให้น้ำมาไหลที่ท่อดูดปุ๋ย และลองปรับวาล์วที่ท่อดูด ทั้งเข้าและออก ปรับจนเริ่มทำงาน ปั้มจึงจะเริ่มทำงาน

ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องลองปรับดูเพราะท่อเมนแต่ละคน จะมีอัตราการไหลที่แตกต่างกันตามขนาดปั้มและระยะส่งที่ใช้ในแปลง

และเมื่อปั้มทำงานแล้วค่อยไปเพิ่มวาล์วให้ที่ท่อเมนเพื่อให้นำไหลได้มากขึ้น คราวนี้น้ำที่ให้ก็จะมีปุ๋ยผสมด้วย

แต่ข้อเสียก็มีเมื่อใช้ไปสักระยะ แรงดูดปั้มจะตก ก็ต้องมาเริ่มปรับวาล์วกันใหม่



 

ถึงจะเพียงพอในการสร้างแรงดันที่แตกต่างกันทั้งสองท่อ ระบบจึงจะทำงาน

บันทึกการเข้า
spyman
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 225


« ตอบ #20 เมื่อ: มีนาคม 18, 2013, 05:07:54 PM »

ถ้ามันยาก เราใช้ปั้มติ๊ก หรือปั้มขนาดเล็กๆ ต่อแทนได้ไหมครับ แบบว่า ใช้ไฟเพิ่มอีกหน่อยไม่ต้องมาปวดหัว  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม


Liked By: JustNew
บันทึกการเข้า
real
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 411


« ตอบ #21 เมื่อ: มีนาคม 18, 2013, 06:26:57 PM »

ใช้ไดอะแฟรมปัมอัดใส่เช็ควาลว 1 ตัวจะง่ายกว่าเวนจุรี่
บันทึกการเข้า
sniper
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 135


« ตอบ #22 เมื่อ: มีนาคม 18, 2013, 10:04:39 PM »

จากรูปเวลาที่ราต้องการให้ปุ๋ยนะครับ เราต้องปิดวาร์วที่ 1 เล็กน้อย(หรี่วาร์วลงเล็กน้อย)เพื่อให้น้ำใหลแยกมาทาง วาร์ว 2 ไปเข้าตัวจ่ายปุ๋ย ตัวจ่ายปุ๋ยจึงจะทำงาน ครับ ลองดูนะครับ

แม้ปลายจะเป็น สปริงเกอร์หรือครับ ยังสามารถดูดได้ใช่ไหมครับ


ครับได้หมดครับไม่ว่าปลายจะเป็นอะไร
บันทึกการเข้า
sniper
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 135


« ตอบ #23 เมื่อ: มีนาคม 18, 2013, 10:18:49 PM »

ส่วนตัวผมศึกษาหลายแบบ มาลงตัวที่ดูดพร้อมกับน้ำเลยครับ คือ ใส่ตรงสายดูด เลย   ไม่เสียแรงดัน   เจาะขนาดเท่าสายพ่นยาทั่วไปแล้วใช้ ก็อกของระบบพ่นยามาใส่ ต่อสายพ่นยามาดูดปุ๋ยในถังสองร้อยลิตร ครั้งแรกเราจะไม่ทราบว่าจะเปิดเท่ารัยถึงจะพอดีกับล็อคน้ำที่มีอาศัยปรับเอาครับ   ส่วนที่หลายคนกังวลว่าปั้มจะเสียหายกับการสึกกร่อนของปุ๋ยที่ดูดเข้าไป อย่าไปกังวลมากครับ อยู่ได้เกิน 5 ปีแน่ แต่ผลที่ได้รับคุ้มค่ามาก พืชกินปุ๋ยได้เร็วกว่ากันมาก กินได้ต่อเนื่อง ให้ปุ็ยได้บ่อย ประหยัดปุ๋ยกว่ากันมากๆ ปรับสูตรปุ๋ยเองได้เลย ผมใช้มอเตอร์มิตซูด้วย อย่าไปกังวลเรื่องศึกหรอครับ ที่สวนเพื่อนใช้มา 5 ปีแล้วครับก็เห็นปกติดี   ตอนจะปิดมอเตอร์ ก็ปิดระบบปุ๋ยก่อน ทิ้งให้มอเตอร์ดูดน้ำล้างไปสัก 10 นาที ก็อยู่กับเราลืมครับ อย่าไปกังวลมากเรื่องสึกหรอ หากท่านใดที่สงสัยวิธีการทำ ใน web มีเพื่อนหลายท่านเอารูปลงให้ดูแล้วครับแต่หากสนใจวิธีที่สวนผม เมล์มาที่  cat345d@hotmail.com  ได้เลยครับ จะถ่ายรูปการติดตั้ง พร้อมรูปผลลัพธ์ที่พืชได้รับให้ดูครับ ตอนนี้เลิกใส่ปุ๋ยทางดินเลยครับ 


Liked By: orogaro
บันทึกการเข้า
orogaro
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 73


« ตอบ #24 เมื่อ: มีนาคม 18, 2013, 11:39:00 PM »

ส่วนตัวผมศึกษาหลายแบบ มาลงตัวที่ดูดพร้อมกับน้ำเลยครับ คือ ใส่ตรงสายดูด เลย   ไม่เสียแรงดัน   เจาะขนาดเท่าสายพ่นยาทั่วไปแล้วใช้ ก็อกของระบบพ่นยามาใส่ ต่อสายพ่นยามาดูดปุ๋ยในถังสองร้อยลิตร ครั้งแรกเราจะไม่ทราบว่าจะเปิดเท่ารัยถึงจะพอดีกับล็อคน้ำที่มีอาศัยปรับเอาครับ   ส่วนที่หลายคนกังวลว่าปั้มจะเสียหายกับการสึกกร่อนของปุ๋ยที่ดูดเข้าไป อย่าไปกังวลมากครับ อยู่ได้เกิน 5 ปีแน่ แต่ผลที่ได้รับคุ้มค่ามาก พืชกินปุ๋ยได้เร็วกว่ากันมาก กินได้ต่อเนื่อง ให้ปุ็ยได้บ่อย ประหยัดปุ๋ยกว่ากันมากๆ ปรับสูตรปุ๋ยเองได้เลย ผมใช้มอเตอร์มิตซูด้วย อย่าไปกังวลเรื่องศึกหรอครับ ที่สวนเพื่อนใช้มา 5 ปีแล้วครับก็เห็นปกติดี   ตอนจะปิดมอเตอร์ ก็ปิดระบบปุ๋ยก่อน ทิ้งให้มอเตอร์ดูดน้ำล้างไปสัก 10 นาที ก็อยู่กับเราลืมครับ อย่าไปกังวลมากเรื่องสึกหรอ หากท่านใดที่สงสัยวิธีการทำ ใน web มีเพื่อนหลายท่านเอารูปลงให้ดูแล้วครับแต่หากสนใจวิธีที่สวนผม เมล์มาที่  cat345d@hotmail.com  ได้เลยครับ จะถ่ายรูปการติดตั้ง พร้อมรูปผลลัพธ์ที่พืชได้รับให้ดูครับ ตอนนี้เลิกใส่ปุ๋ยทางดินเลยครับ 

ถ้าเป็นไปได้อยากให้เอารูปการติดตั้งมาลงเลยได้มั้ยครับ
บันทึกการเข้า
spyman
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 225


« ตอบ #25 เมื่อ: มีนาคม 19, 2013, 08:23:44 AM »

ระบบน้ำแต่ละที่ไม่เหมือนกันครับ
อย่างของผม มันเป็น ซับเมิส คงไม่สามารถต่อเข้ากับท่อดูดได้
ส่วนใหญ่สวนแถวนี้ เป็นระบบน้ำบาดาลไปซะส่วนใหญ่
ดังนั้นเลยต้องมาแก้ที่ปลายท่อหน้าโซนเอาครับ
บันทึกการเข้า
ลุงเชื้อ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 96


« ตอบ #26 เมื่อ: มีนาคม 19, 2013, 02:10:28 PM »

เอาถังผสมปุ๋ยไว้สูงหน่อย ต่อท่อเข้าไป  ปล่อยให้ปุ๋ยไหลลง จะไม่ง่ายกว่าหรอครับ
แบบนี้รับรองไหลแน่ๆ ไม่ต้องคิดมากให้ซับซ้อน

ในท่อมีแรงดัน  การที่จะเติมน้ำปุ๋ยเข้าไปได้  ต้องใช้แรงดันเข้าที่ต้องมากกว่าแรงดันในท่อ  ดังนั้น การตั้งถังผสมปุ๋ยไว้สูงต้องให้ได้แรงดันมากกว่าในท่อ  ถ้าตั้งสูง  10  เมตร  จะได้แรงดัน  1  บาร์  ส่วนใหญ่แรงดันน้ำในท่อที่สูบด้วยเครื่อง  5.5 แรงม้า  จะไม่น้อยกว่า  1  บาร์นะครับ
ผมว่าต่อถังไว้สูงหรือต่ำก็ได้แล้วใช้วาล์วคุมปริมาณด้านน้ำเข้าก็ได้แล้วนี่ครับ เวลาเราสูบน้ำแรงดึงจากแหล่งน้ำ กับแรงดึงจากถังที่ไกล้กว่าผมว่าน้ำต้องเข้าปั๊มทั้งสองแหล่งที่นี้เราก็ใช้วาล์วคุมปริมาณเอา
บันทึกการเข้า
donto
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 60


« ตอบ #27 เมื่อ: มีนาคม 19, 2013, 06:55:24 PM »

ลองเอาถังปุ๋ยให้อยู่สูงกว่าท่อเมนแล้วต่อสายลงมาผ่านวาวล์แล้วต่อสายเข้าท่อเมน สายที่เข้าท่อเมนต้องสอดเข้าไปในท่อเมนแล้วหันไปทางทิศทางการไหลของน้ำซัก5นิ้วครับ ไม่เคยลองทำนะครับแต่คิดว่าน่าจะใช้ได้
บันทึกการเข้า
aituolek
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 151


« ตอบ #28 เมื่อ: มีนาคม 21, 2013, 12:40:29 AM »

ส่วนตัวผมศึกษาหลายแบบ มาลงตัวที่ดูดพร้อมกับน้ำเลยครับ คือ ใส่ตรงสายดูด เลย   ไม่เสียแรงดัน   เจาะขนาดเท่าสายพ่นยาทั่วไปแล้วใช้ ก็อกของระบบพ่นยามาใส่ ต่อสายพ่นยามาดูดปุ๋ยในถังสองร้อยลิตร ครั้งแรกเราจะไม่ทราบว่าจะเปิดเท่ารัยถึงจะพอดีกับล็อคน้ำที่มีอาศัยปรับเอาครับ   ส่วนที่หลายคนกังวลว่าปั้มจะเสียหายกับการสึกกร่อนของปุ๋ยที่ดูดเข้าไป อย่าไปกังวลมากครับ อยู่ได้เกิน 5 ปีแน่ แต่ผลที่ได้รับคุ้มค่ามาก พืชกินปุ๋ยได้เร็วกว่ากันมาก กินได้ต่อเนื่อง ให้ปุ็ยได้บ่อย ประหยัดปุ๋ยกว่ากันมากๆ ปรับสูตรปุ๋ยเองได้เลย ผมใช้มอเตอร์มิตซูด้วย อย่าไปกังวลเรื่องศึกหรอครับ ที่สวนเพื่อนใช้มา 5 ปีแล้วครับก็เห็นปกติดี   ตอนจะปิดมอเตอร์ ก็ปิดระบบปุ๋ยก่อน ทิ้งให้มอเตอร์ดูดน้ำล้างไปสัก 10 นาที ก็อยู่กับเราลืมครับ อย่าไปกังวลมากเรื่องสึกหรอ หากท่านใดที่สงสัยวิธีการทำ ใน web มีเพื่อนหลายท่านเอารูปลงให้ดูแล้วครับแต่หากสนใจวิธีที่สวนผม เมล์มาที่  cat345d@hotmail.com  ได้เลยครับ จะถ่ายรูปการติดตั้ง พร้อมรูปผลลัพธ์ที่พืชได้รับให้ดูครับ ตอนนี้เลิกใส่ปุ๋ยทางดินเลยครับ 
สนใจค่ะ น่าจะลงในนี้เลยนะคะเพราะเชื่อว่าคงมีประโยชน์กับเพื่อนๆ สมาชิกมากๆ เลย


Liked By: orogaro
บันทึกการเข้า
sniper
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 135


« ตอบ #29 เมื่อ: มีนาคม 21, 2013, 07:32:29 AM »

ระบบการให้ปุ๋ยทางน้ำสปริงเกอร์


เจาะนิปเปิลใส่ก็อกสายพ่นยา ค่านิปเปิล 50 + ค่าก็อกพ่นยา 50 +ค่าแรงช่างโรงกลึง 40 + ค่าสาย 120  หมดไป =260 บาท





สายสีแดงคือสายมาดูดแม่ปุ๋ยในถังครับ


ส่วนการคำนวณปริมาณปุ๋ยก๋อย่าไปกังวลมากนะครับ ก็เหมือนการให้ทางดินแต่ผมให้ทุก 4-5 วันไปเรื่อยๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นปุ๋ยเกร็ด ปุ๋ยเม็ดก็ใช้ได้ครับ ปุ๋ยเกร็ดแพงเกิน  เปิดก็อกประมา 30 - 40 %  1 ถังอยู่ได้  3 ชม  ของให้ วันล่ะ 6-8 ชม. ใช้สองถังบ้างสามถังบ้างปลาหมักให้พร้อมกันได้เลยครับ  7 วันเริ่มเห็นผลชัดเจน ที่สำคัญประหยัดปุ๋ยลงมากครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 21, 2013, 07:43:38 AM โดย sniper » บันทึกการเข้า
as123p
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 165


« ตอบ #30 เมื่อ: มีนาคม 21, 2013, 05:54:43 PM »

ระบบการให้ปุ๋ยทางน้ำสปริงเกอร์


เจาะนิปเปิลใส่ก็อกสายพ่นยา ค่านิปเปิล 50 + ค่าก็อกพ่นยา 50 +ค่าแรงช่างโรงกลึง 40 + ค่าสาย 120  หมดไป =260 บาท





สายสีแดงคือสายมาดูดแม่ปุ๋ยในถังครับ


ส่วนการคำนวณปริมาณปุ๋ยก๋อย่าไปกังวลมากนะครับ ก็เหมือนการให้ทางดินแต่ผมให้ทุก 4-5 วันไปเรื่อยๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นปุ๋ยเกร็ด ปุ๋ยเม็ดก็ใช้ได้ครับ ปุ๋ยเกร็ดแพงเกิน  เปิดก็อกประมา 30 - 40 %  1 ถังอยู่ได้  3 ชม  ของให้ วันล่ะ 6-8 ชม. ใช้สองถังบ้างสามถังบ้างปลาหมักให้พร้อมกันได้เลยครับ  7 วันเริ่มเห็นผลชัดเจน ที่สำคัญประหยัดปุ๋ยลงมากครับ
อย่างนี้ถ้าจะดีกว่านะครับเดียววันหน้าจะทดลองบ้างครับ
***ของผมติดตั้งไปแล้วไม่ค่อยประทับใจเท่าไร(ระบบดูดปุ๋ย)



กว่าจะดูดปุ๋ยได้ต้องหรี่วาวล์น้ำ(ปิด)ที่ท่อประธานถึง90% (v1)เกือบหมด
และเปิดวาวล์น้ำดูดปุ๋ยทั้ง2ตัวแบบ100%(v2, v3 วาล์วแบบเวนจูรี่)ถึงจะดูดปุ๋ยได้ดังใจ แต่น้ำออกที่หัวสปิงค์เกอร์ออกน้อยครับเพราะเสียแรงดันไปมากเพราะว่าน้ำออกผ่านมาทางท่อส่งปุ๋ยทางเดียวเป็นส่วนใหญ่ (90%)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 21, 2013, 07:26:24 PM โดย as123p » บันทึกการเข้า
real
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 411


« ตอบ #31 เมื่อ: มีนาคม 22, 2013, 08:01:33 AM »

สิ่งที่ต้องระวังการต่อปุ๋ยทางด้านดูด
1 การกัดกร่อนของปั๊ม
2 ถ้าปุ๋ยหมดอากาศเข้าปั๊มจะดูดน้ำไม่ขึ้นแล้วเดินตัวเปล่าเป็นระยะเวลานาน machanical seal เสียหายได้

ระบบเวนจูรี่
1 ต้องการแรงดันตกคร่อมที่เวนจูรี่มากจึงจะดูดปุ๋ยขึ้นข้อเสียคือปั๊มกินไฟมากต้องเพิ่มแรงเสียดทานทำให้น้ำด้านจ่ายลด
2 ระบบแบบนี้ไม่สเถียรทุกอย่างด้านจ่ายต้องคงที่ ถ้ามีการปรับอาจมีผลต่อการไหลหรือไม่ไหลของปุ๋ย


Liked By: automate, wichan411
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 22, 2013, 08:10:07 AM โดย real » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: