หน้า: 1 ... 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 [14] 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 ... 43   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ทำเกษตรอย่างใร ถึงจะมีรายได้ 50,000 บาทต่อเดือน  (อ่าน 233929 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
sixtycrown
มุ่งมั่นที่จะรวบรวมพันธุ์ไผ่ทั้งโลกให้ได้ในปี 2565
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5585


« ตอบ #208 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2010, 08:38:41 AM »

ลองทำพันธุ์พืช ขายดูสิครับ ช่วงหน้าแล้ง มากกว่าตั้งเป้า 4-5 เท่าก็มีคนทำได้ หน้าฝน มากกว่า 8-10 เท่าจากเป้าก็ยังมี ครับ สำคัญว่าต้องมืออาชีพ ต้องเริ่มนับหนึ่งก่อน
 โอกาสในการสร้างเนื้อสร้างตัวมีอยู่ดาดดื่น อยู่ที่ปัญญาของแต่ละท่านว่าจะมองออกไหม ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 12, 2010, 12:33:38 PM โดย sixtycrown » บันทึกการเข้า

สิรภพ สวนไผ่นานาพันธุ์ 087-7816752

ยศ สวนอรุโณทัย
"คืนชีวิตให้เเผ่นดิน"
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4975

คืนชีวิตให้เเผ่นดิน 290


« ตอบ #209 เมื่อ: กรกฎาคม 13, 2010, 10:21:47 AM »

 
ว่าจะเข้ามาแจมนานแล้วแต่ยังไม่มีประเด็น ตอนนี้เห็นด้วยกับคำตอบนี้ค่ะเพราะมีสวนยางที่กรีด จากการลงทุนให้เงินทำงาน ยางกรีด30ไร่เดือนละ 50000ได้แท้แน่นอนค่ะ นับรายได้กันเป็นวันเลย ในช่วงยางราคา100กว่าบาท ต่อ กก.
กลัวใหมจีน  ปีนี้ได้ข่าวจีนแล้งมากยางตายไปกว่า60%  และยังมีความมั่นใจว่า ยางไทยไปได้อีกหลายปีค่ะ ไม่กลัวและมีความมั่นใจในยางตั้งแต่ทำเกษตรมา ยางได้เห็นๆค่ะ
ขอออกความเห็นจากที่บ้านทำสองอย่างบ้างครับ
ที่บ้านผมทำทั้งสองอย่าง สวนยางสองแปลง กับสวนปาล์มหนึ่งแปลง สวนยางมีเนื้อที่รวมกันมากกว่าสวนปาล์ม เกือบครึ่ง แต่รายได้สวนปาล์มกลับให้ผลิตรวมดีกว่า การบริหารจัดการง่ายกว่า เมื่อเทียบกับสวนยางที่ไม่สามารถบริหารจัดการได้เต็มที่เพราะยังต้องใช้แรงงานจ้างมาที่ไม่สามารถควบคุมได้ 100% โอกาสรั่วไหล ถูกเอาเปรียบได้ตลอดเวลาหาแรงงานซื่อสัตย์ยากมากๆ และยังต้องขึ้นกับเบื้องบน(เทวดา) ฝนครับชุกก็ได้ผลผลิตน้อยเคยนับสถิติ ปีที่ฝนตกน้อยที่สุดโดยที่ไม่นับวันหยุด วันลา งานบวช งานแต่ง งานศพ งานเทศกาลที่อยากหยุดอีก(ขี้เกียจ เมาค้าง บอลโลก ฯลฯ) เฉลี่ยปีนึงๆได้กรีดแบบเต็มที่เลยโดยไม่รวมการพักหน้ายางด้วยก็แค่ 113 วัน จากจำนวนวัน 365 วัน ที่ทุกคนคิดว่ายางน่าลงทุนก็ลองคำนวณกันดูเล่นๆนี่ยังไม่ได้คิด ที่น้ำยางมันหายไปจากจอกยางอีกนะ(สสารไม่หายไปจากโลกแต่แปรสภาพใหม่โดยที่เจ้าของสวนไม่รู้ 55 ยิงฟันยิ้ม)
แต่ปาล์มน้ำมัน ออกผลผลิตเฉลี่ยในรอบ 15-20 วันก็เก็บเกี่ยวได้ เรียกลานเทมาเลยพร้อมแรงงาน ฝนตกก็ไม่เกี่ยงทำได้ ปีนึงได้พักเหมือนยางแหละในช่วงหน้าแล้งเพราะไม่มีทะลายออก แต่จำนวนวันครบรอบเก็บเกี่ยวนี่ค่อนข้างแน่นอน เจ้าของสามารถกำหนดแผนงานไปทำเรื่องอื่นๆได้แบบสบายใจ เช่นอยากทำบุญก็ไปได้ ไปเที่ยวใหนก็ได้กลับมาให้ทันรอบของมันก็แล้วกัน ในขณะที่ยางแทบจะทิ้งไปใหนไม่ได้เลยถ้าราคาดีขนาดนี้ แถมต้องเป็นกังวลกลายเป็นคนจุกจิกเรื่องมากขี้ระแวงเสียสุขภาพจิต บางทีทำให้ทะเลาะกันเสียเพื่อนฝูงคนรู้จักกันไปก็เคยมาแล้ว แถมเจ้าของสวนได้เท่าไหร่ก็ต้องแบ่งกันกับแรงงาน 60/40 มั่ง 50/50 แล้วแต่ตกลงกันส่วนปุ๋ยยาอื่นๆเจ้าของสวนรับเองหมด ไปไล่เขาออกก็โดนแกล้งทำหน้ายางเสียหายก็มี  ลังเล
ผมเจอเเบบนี้เหมือนกันครับ กับญาติดพี่น้อง เเละเพื่อนฝูงที่ทำสวนยาง
เเก้ไม่ได้ครับระบบนี้ เอาพม่ามาก็ไม่ดี
เหนื่อยใจเเทนเขาครับ
บันทึกการเข้า
Mr.Suthee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 568


« ตอบ #210 เมื่อ: กรกฎาคม 13, 2010, 10:51:58 AM »

ถ้าคุณมีที่ทำเลอยู่ในภาคใต้ ที่น้อยไม่ถึง 50 ไร่ แนะนำว่าควรจะทำสวนยาง และควรจะกรีดเองด้วยส่วนหนึ่ง 1คนได้เต็มที่ 10 ไร่ถ้ากินท่อมก็อาจมีแรงทำได้ 20 ไร่แต่จะมีประโยชน์อะไรที่สุขภาพเสียไป

แต่ถ้ามี 50 ไร่ขึ้นไปแนะนำสวนปาล์มครับ ตอนนี้มีพันธุ์ใหม่ๆให้ผลผลิตดี ทะลายดก น้ำหนักมาก มีเวลาไป ลัลล้า..ได้ 15 วันก็กลับมาคุมสวน แต่ต้องดูพื้นที่ต้องไม่อยู่บนเนินสูงหรือต่ำน้ำท่วม เอาพอดีๆ แม้ว่าตอนนี้ราคาอาจจะสู้ยางไม่ได้ แต่ในระยะยาวดีกว่าแน่นอน ก็ของมันต้องกินต้องใช้ สบู่ แชมพู น้ำมันประกอบอาหาร แล้วยังต่อยอดไปอุตสาหกรรมพลาสติก คอสเมติกอีก ส่วนยางถ้าวงการรถยนต์ตกต่ำราคามันก็ลงไปด้วย ตอนนี้ไม้ยางพาราก็เจอคู่แข่งไม้เนื้ออ่อนจากกลุ่มสแกนดิเนเวียเริ่มทะยอยตัดออกมาแล้ว มันตัดได้ยาวกว่าไม้ยางซะอีก ใช้คนน้อยเพราะไม่ต้องคอยคัดตาตุ่มไม้ สีขาวเหมาะแก่การทำเฟอร์นิเจอร์เพราะย้อมสีไม้ง่าย ผมผ่านโรงงานพวกนี้เห็นวงจรมัน ทั้งคู่แหละ ทั้งปาล์มน้ำมันและยางพารา ประเทศไทยตอนนี้ส่งออกคุณภาพน้ำยางดิบและยางแท่งขึ้นแท่นอันดับต้นๆน่าจะแซงมาเลย์แล้วเพราะมาเล ตัดต้นยางออกเหลือแค่ 15% ของพื้นที่ ที่เหลือหันมาเน้นอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มต่อยอด เพราะปาล์มน้ำมันจัดเป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำได้ ตอนนี้เขาส่งออกแข่งกับอินโด แต่คุณภาพเขาเจ๋งเลยขึ้นแท่นอันดับหนึ่ง มาเลส่งออกไบโอดีเซลมากในแถวหน้านี่ขนาดเขามีบ่อน้ำมันนะเนี่ย โรงงานหีบน้ำมัน เพียวรีไฟน์น้ำมันปาล์มบ้านเรายังต้องสั่งเครื่องจักรมาจากมาเล เลย เฉพาะน้ำมันที่เพียวรีไฟน์แล้วเอาไปต่อยอด ทำคอสเมติก และ สารประกอบที่ไปใช้กับพลาสติกอีก ตัวเครื่องที่ทำ steric acid ต้องซื้อของมาเล ประเทศจีนใช้มากสั่งซื้อจากไทยของขาดต้องสั่งมาเล..

เล่าให้ฟังเฉยๆนะ...ไม่เชื่อผมก็ได้ ผมเพียงแต่ทำงานด้านนี้เกี่ยวข้องกับโรงงานและสารเคมี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 13, 2010, 10:54:39 AM โดย Mr.Suthee » บันทึกการเข้า
SupreeS
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 105


« ตอบ #211 เมื่อ: กรกฎาคม 13, 2010, 11:04:03 AM »

แวะมาเยี่ยม ได้รึยังล่ะ ว่าทำไรดี
บันทึกการเข้า
ยศ สวนอรุโณทัย
"คืนชีวิตให้เเผ่นดิน"
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4975

คืนชีวิตให้เเผ่นดิน 290


« ตอบ #212 เมื่อ: กรกฎาคม 13, 2010, 12:30:07 PM »

ถ้าคุณมีที่ทำเลอยู่ในภาคใต้ ที่น้อยไม่ถึง 50 ไร่ แนะนำว่าควรจะทำสวนยาง และควรจะกรีดเองด้วยส่วนหนึ่ง 1คนได้เต็มที่ 10 ไร่ถ้ากินท่อมก็อาจมีแรงทำได้ 20 ไร่แต่จะมีประโยชน์อะไรที่สุขภาพเสียไป

แต่ถ้ามี 50 ไร่ขึ้นไปแนะนำสวนปาล์มครับ ตอนนี้มีพันธุ์ใหม่ๆให้ผลผลิตดี ทะลายดก น้ำหนักมาก มีเวลาไป ลัลล้า..ได้ 15 วันก็กลับมาคุมสวน แต่ต้องดูพื้นที่ต้องไม่อยู่บนเนินสูงหรือต่ำน้ำท่วม เอาพอดีๆ แม้ว่าตอนนี้ราคาอาจจะสู้ยางไม่ได้ แต่ในระยะยาวดีกว่าแน่นอน ก็ของมันต้องกินต้องใช้ สบู่ แชมพู น้ำมันประกอบอาหาร แล้วยังต่อยอดไปอุตสาหกรรมพลาสติก คอสเมติกอีก ส่วนยางถ้าวงการรถยนต์ตกต่ำราคามันก็ลงไปด้วย ตอนนี้ไม้ยางพาราก็เจอคู่แข่งไม้เนื้ออ่อนจากกลุ่มสแกนดิเนเวียเริ่มทะยอยตัดออกมาแล้ว มันตัดได้ยาวกว่าไม้ยางซะอีก ใช้คนน้อยเพราะไม่ต้องคอยคัดตาตุ่มไม้ สีขาวเหมาะแก่การทำเฟอร์นิเจอร์เพราะย้อมสีไม้ง่าย ผมผ่านโรงงานพวกนี้เห็นวงจรมัน ทั้งคู่แหละ ทั้งปาล์มน้ำมันและยางพารา ประเทศไทยตอนนี้ส่งออกคุณภาพน้ำยางดิบและยางแท่งขึ้นแท่นอันดับต้นๆน่าจะแซงมาเลย์แล้วเพราะมาเล ตัดต้นยางออกเหลือแค่ 15% ของพื้นที่ ที่เหลือหันมาเน้นอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มต่อยอด เพราะปาล์มน้ำมันจัดเป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำได้ ตอนนี้เขาส่งออกแข่งกับอินโด แต่คุณภาพเขาเจ๋งเลยขึ้นแท่นอันดับหนึ่ง มาเลส่งออกไบโอดีเซลมากในแถวหน้านี่ขนาดเขามีบ่อน้ำมันนะเนี่ย โรงงานหีบน้ำมัน เพียวรีไฟน์น้ำมันปาล์มบ้านเรายังต้องสั่งเครื่องจักรมาจากมาเล เลย เฉพาะน้ำมันที่เพียวรีไฟน์แล้วเอาไปต่อยอด ทำคอสเมติก และ สารประกอบที่ไปใช้กับพลาสติกอีก ตัวเครื่องที่ทำ steric acid ต้องซื้อของมาเล ประเทศจีนใช้มากสั่งซื้อจากไทยของขาดต้องสั่งมาเล..

เล่าให้ฟังเฉยๆนะ...ไม่เชื่อผมก็ได้ ผมเพียงแต่ทำงานด้านนี้เกี่ยวข้องกับโรงงานและสารเคมี
ขอบคุณมากครับสำหรับข้อมูลเชิงลึก ช่วยให้หลายๆคนได้ตัดสินใจ
ว่าจะปลูกอะใร เเละพออยู่ได้ในอนาคต
บันทึกการเข้า
ยศ สวนอรุโณทัย
"คืนชีวิตให้เเผ่นดิน"
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4975

คืนชีวิตให้เเผ่นดิน 290


« ตอบ #213 เมื่อ: กรกฎาคม 13, 2010, 12:32:25 PM »

แวะมาเยี่ยม ได้รึยังล่ะ ว่าทำไรดี
พอได้ครับพี่ มีอะใรหลายอย่างที่เรายังไม่รู้
งานมิตติ้งครั้งต่อไป อยากชวนพี่จังเลย
ครั้งก่อนที่บ้านผมเลิกกันเที่ยงคืนครับ
บันทึกการเข้า
Mr.Suthee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 568


« ตอบ #214 เมื่อ: กรกฎาคม 13, 2010, 03:24:08 PM »

ผมจะเล่าต่อว่า ใครจะทำสวนปาล์มน้ำมันก็ทำได้นะถ้ามีที่ 50 ไร่อัพ และมีโรงงานที่รับซื้อหรือลานเทในรัศมีไม่เกิน 200 km.ทำไมหรือครับเพราะค่าขนส่งไงครับ ตอนนี้น้ำมันลิตรละ 27-29 บาท ปกติ 1 ไร่ปลูกได้ประมาณ 23 ต้นถ้ามี 50 ไร่ก็จะได้ 23x50=1150 ต้น
ผลผลิต 3 ปีก็เริ่มเก็บเกี่ยวได้แล้ว เอาเป็นปีที่ 5 แล้วกันว่ารอบ 15 วันหรือ 20 วัน ผมจะเก็บผลผลิตได้ประมาณต้นละทะลาย(ต่ำสุด)ทะลายละ 20 โลแล้วกัน ผมจะเก็บเกี่ยวได้ทั้งหมดพันกว่าต้นเท่ากับ 23 ตัน ปีนึงผมจะเก็บเกี่ยวเอาแค่ 9 เดือนก็แล้วกันฉะนั้นปีนึงๆผมจะมีรายได้ประมาณ 200 ตัน x 3.50 บาทเท่ากับ 700,000 บาท นี่เป็นการคิดแบบหยาบๆความเป็นจริง ปาล์มน้ำมันเฉลี่ย 2 ทะลายต่อต้นน้ำหนักประมาณน้อยสุดเท่ากับ 15 kg/ทะลาย มากสุดที่เคยชั่ง 50 kg/ทะลาย

พอมองเห็นภาพ รายได้ต่อเดือนที่ว่า 50,000 บาท เบิร์ดๆ ยิ้ม แถมเอาเวลาว่างไป ตีกบ(ตีก๊อล์ฟเสียตังค์.. ยิงฟันยิ้ม) ไปเหล่สาวๆ ไปเที่ยวไปเยาะเย้ยเพื่อนๆที่เป็นมนุษย์เงินเดือน(แบบว่าไม่ชวนมันไปกินข้าวเอาบรรยากาศ)...หุๆมีความสุขเป็นใหนๆ...เฮ้อฝันไปรึป่าวเนี่ย? จุมพิต
บันทึกการเข้า
แบงค์-
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 274


สวนผสม


« ตอบ #215 เมื่อ: กรกฎาคม 13, 2010, 03:43:09 PM »

อิจฉาคนที่ดินเยอะ  ยิงฟันยิ้ม  ผมไม่ถึง 3 ไร่ เป็นที่ดอนมีน้ำเฉพาะหน้าฝน เป็นดินทราย ไม่มีไฟฟ้า ห่างชุมชน 3 กิโล  อย่าแต่ 50000 เดือนละ 2000 ยังยาก  กูรูเกษตรช่วยชี้แนะหน่อยจิครับ
บันทึกการเข้า
weerawut
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 44


« ตอบ #216 เมื่อ: กรกฎาคม 13, 2010, 04:10:30 PM »

ผมว่าถ้าทำตามแบบที่ลุงนิลทำ 50,000 บาทคงไม่มีปัญหานะครับลองเข้าไปดูตามลิ้งค์เลยครับสุดยอดมากๆเลยครับนี่เกษตรพอเพียงนะครับ
สวนลุงนิล สวนเกษตรคอนโด

ตามลิงค์เลยนะครับ

http://www.tvburabha.com/tvb/playoldprogram/programold_pdt080604hi.asp
บันทึกการเข้า
sompol
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2792



« ตอบ #217 เมื่อ: กรกฎาคม 13, 2010, 08:18:31 PM »

อิจฉาคนที่ดินเยอะ  ยิงฟันยิ้ม  ผมไม่ถึง 3 ไร่ เป็นที่ดอนมีน้ำเฉพาะหน้าฝน เป็นดินทราย ไม่มีไฟฟ้า ห่างชุมชน 3 กิโล  อย่าแต่ 50000 เดือนละ 2000 ยังยาก  กูรูเกษตรช่วยชี้แนะหน่อยจิครับ

...555 ผมไม่ใช่กูรูหรอกครับ(แต่กูรู้ นี่ไกล้เคียงครับ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม..ล้อเล่นนะ) ผมมองว่าที่ดินมากใช่ว่าจะสำเร็จนะ เรามี 3 ไร่อาจจะทำได้มากกว่า 100 ไร่ก็เป็นไปได้ครับ ทำอย่างไรดี ? เริ่มจากหาผลผลิตที่ไม่ต้องใช้ที่ดินมาก เช่น เห็ด ครับ โรงเรือนสักครึ่งไร่คงได้เป็นแสนก้อนแล้วครับ พื้นที่ที่เหลือก็ทำไว้กินเองเช่น สระน้ำเลี้ยงปลา ครึ่งไร่ หมูสักสองสามตัว ไก่ เป็ด ห่าน สัก 20  ตัว พื้นที่ส่วนหนึ่งก็ปลูกไม้ใช้สอยที่จะมาเกื้อกูลกับเห็ดครับเช่น ไผ่ ไม้ยูคา เอาไว้ทำโรงเห็ด มะละกอ กล้วย ผักต่างๆ ไว้กิน ขาย เหลือก็ไห้หมู ค่อยๆ ปรับสัตว์เลี้ยงและพืชผักไห้สมดุลกันโดยยึดหลักพึ่งพาปัจจัยภายนอกไห้น้อยที่สุด ตอนแรกก็อาจจะพออยู่ได้ ต่อไปก็พอมีเก็บ ต่อไปก็เริ่มรวยแล้วละครับ เห็นไหมครับพูดไปพูดมาก็เข้าแนวทางพอเพียงของพ่อหลวงของปวงชนชาวไทยอีกนั่นแหละครับ 3 ไร่ไม่ใช่ข้อจำกัดของเดือนละ 50000 ครับ สู้ ๆ ๆ ๆ ครับ 
บันทึกการเข้า
dekuppee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 21


« ตอบ #218 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2010, 04:44:01 PM »

ถ้ารักการเกษตร อย่าคิดเรื่องรวยเงินครับ มันยาก แต่ถ้าคิดแบบว่าข้าชอบข้าเลยทำอันนี้เจ๋งโคตร ผมมีที่53ไร่ มีสระน้ำ 2 ลูก ผมปลูกมะลิเก็บได้วันละประมาณ 300 บาท(เก็บเองไม่จ้างพอได้ค่ากับข้าว) ดาวเรือง 1 ไร่ ปลูกฝรั่ง 2 ไร่ มะม่วง 1 ไร่ นาข้าว 16 ไร่ ที่เหลือเป็นกระท้อนกับมะนาวในบ่อวง/ลงดิน ผมยังไม่เคยได้จับเงินกำไรที่หักต้นทุนแล้วเหลือเดือนละ 5 หมื่นเล๊ย ยิ่งกูรูทั้งหลายบอกให้เลี้ยงโน่นทำนี่เยอะแยะไปหมด ถามจริงเฮอคนนะไม่ใช่แมคโค ที่จะไปดูแลได้หมด ดูแลแค่เนี่ยก็แทบบ้าแล้ว ถ้าจ้างคนงานพอได้(ค่าแรงวันละ 150 บาท/คน)แต่ค่าใช้จ่ายก็มากตาม ผมออกจาพูดตรงเกินไปก็ขออภัย การทำเกษตรบนกระดาษ โดยคิดคำนวณผลกำไรจากความฝัน มันเป็นไปไม่ได้ดอกคับ ค่าอุปสรรคมันเยอะมาก ยิ่งทุนไม่มียิ่งแล้ว โดยเฉพาะเกษตรมือใหม่  แค่จัดหาแหล่งน้ำก็หมดไปเท่าไรแล้ว แม้กระทั้งการทำปุ๋ยหมักใช้เองเพื่อลดต้นทุน ค่าขี้วัวแห้งก็กระสอบละ 15 บาท(นี่ขนาดราคากันเอง) นักวิชาเกินก็บอกให้ใช้ปุ๋ยหมัก 1 ตันต่อไร่(เป็นเงินเท่าไรคิดเอาเอง) ดังนั้นถ้าจะเอากำไรเดือนละ 5 หมื่น ท่านต้องลงทุนเท่าไรดีละ....ผมแนะนำนะคับว่าเปลี่ยนความคิดใหม่เอาแค่ให้ได้วันละ 500 บาทก็ยอดเยี่ยมกระเทียมดองแล้ว สำหรับผม งานทางเกษตรเป็นอะไรที่ผมทำแล้วมีความสุขเห็นมันแตกดอกออกผล แค่เนี่ยผมก็กำไรชีวิตแล้ว ถ้าคิดออกมาเป็นตัวเงินผมว่ามันมากกว่า 5 หมื่นน่าไม่เครียดด้วย อีกอย่างจะทำเกษตรแบบพอเพียงได้ คนทำต้องเพียงพอและต้องมีทุนให้พอเพียง ไม่งั้นก็กินแกลบครับท่าน เพราะต้นไม้ใบหญ้า ผัก ปลา ทำวันนี้พรุ่งนี้เก็บกินได้เลย....ไม่มีครับ.......ขออภัยหากขวางโลกเกินไป......จากเกษตร 499.50 บาท (ปล.เมื่อวานไปขอขี้คนจากเทศบาลกะจาเอามาทำปุ๋ยหมักใส่นาข้าวแทนขี้วัวหน่อย โฮ๊พึ่งรู้ขี้คนเดี๊ยวนี้มีราคาแล้ว  เวรกรรมของเกษตรกร)


Liked By: Manjunk
บันทึกการเข้า
Mr.Suthee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 568


« ตอบ #219 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2010, 05:03:23 PM »

ความเป็นจริงเหมือนคุณ dekuppee ว่านั่นแหละมีหลายอย่างที่เป็นค่าใช้จ่ายแฝงไม่ได้เอามาคิด แค่ค่าแรงค่าวิชาชีพของตัวเองนี่ยังไม่ได้คิดเลย ทำเกษตรทำให้สนุกก็อย่าไปคิดมากมันไม่ใช่ทำธุรกิจค้าขายหรือทำโรงงาน แค่มีที่ดินมีบ้านอยู่อาศัยมีอาหาร ไม่เป็นหนี้ใครรายได้วันละ 500 บาทผมก็ว่าคุณก็รวยแล้วครับ... ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
avc4000
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1176



« ตอบ #220 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2010, 09:21:21 PM »

อิจฉาคนที่ดินเยอะ  ยิงฟันยิ้ม  ผมไม่ถึง 3 ไร่ เป็นที่ดอนมีน้ำเฉพาะหน้าฝน เป็นดินทราย ไม่มีไฟฟ้า ห่างชุมชน 3 กิโล  อย่าแต่ 50000 เดือนละ 2000 ยังยาก  กูรูเกษตรช่วยชี้แนะหน่อยจิครับ

คุณแบงค์ พากร  ถ้าที่ดินน้อย ก็แนวศึกษาแนวเกษตรประณีต ที่มหาวิทยาลัยมหิดลทำการวิจัยร่วมกับปราชญ์ชาวบ้านดูซิครับ เผื่อจะทำได้มากกว่าเดือนละสองพัน ของให้โชคดี  ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

การทำอะไรไม่สำเร็จ หาใช่อยู่ที่ความเสื่อมถอยของร่างกายหรือสติปัญญาไม่ มันอาจเป็นผลจากความถดถอยทางจิตวิญญาณและความฝัน
ยศ สวนอรุโณทัย
"คืนชีวิตให้เเผ่นดิน"
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4975

คืนชีวิตให้เเผ่นดิน 290


« ตอบ #221 เมื่อ: กรกฎาคม 16, 2010, 12:37:31 PM »

ถ้ารักการเกษตร อย่าคิดเรื่องรวยเงินครับ มันยาก แต่ถ้าคิดแบบว่าข้าชอบข้าเลยทำอันนี้เจ๋งโคตร ผมมีที่53ไร่ มีสระน้ำ 2 ลูก ผมปลูกมะลิเก็บได้วันละประมาณ 300 บาท(เก็บเองไม่จ้างพอได้ค่ากับข้าว) ดาวเรือง 1 ไร่ ปลูกฝรั่ง 2 ไร่ มะม่วง 1 ไร่ นาข้าว 16 ไร่ ที่เหลือเป็นกระท้อนกับมะนาวในบ่อวง/ลงดิน ผมยังไม่เคยได้จับเงินกำไรที่หักต้นทุนแล้วเหลือเดือนละ 5 หมื่นเล๊ย ยิ่งกูรูทั้งหลายบอกให้เลี้ยงโน่นทำนี่เยอะแยะไปหมด ถามจริงเฮอคนนะไม่ใช่แมคโค ที่จะไปดูแลได้หมด ดูแลแค่เนี่ยก็แทบบ้าแล้ว ถ้าจ้างคนงานพอได้(ค่าแรงวันละ 150 บาท/คน)แต่ค่าใช้จ่ายก็มากตาม ผมออกจาพูดตรงเกินไปก็ขออภัย การทำเกษตรบนกระดาษ โดยคิดคำนวณผลกำไรจากความฝัน มันเป็นไปไม่ได้ดอกคับ ค่าอุปสรรคมันเยอะมาก ยิ่งทุนไม่มียิ่งแล้ว โดยเฉพาะเกษตรมือใหม่  แค่จัดหาแหล่งน้ำก็หมดไปเท่าไรแล้ว แม้กระทั้งการทำปุ๋ยหมักใช้เองเพื่อลดต้นทุน ค่าขี้วัวแห้งก็กระสอบละ 15 บาท(นี่ขนาดราคากันเอง) นักวิชาเกินก็บอกให้ใช้ปุ๋ยหมัก 1 ตันต่อไร่(เป็นเงินเท่าไรคิดเอาเอง) ดังนั้นถ้าจะเอากำไรเดือนละ 5 หมื่น ท่านต้องลงทุนเท่าไรดีละ....ผมแนะนำนะคับว่าเปลี่ยนความคิดใหม่เอาแค่ให้ได้วันละ 500 บาทก็ยอดเยี่ยมกระเทียมดองแล้ว สำหรับผม งานทางเกษตรเป็นอะไรที่ผมทำแล้วมีความสุขเห็นมันแตกดอกออกผล แค่เนี่ยผมก็กำไรชีวิตแล้ว ถ้าคิดออกมาเป็นตัวเงินผมว่ามันมากกว่า 5 หมื่นน่าไม่เครียดด้วย อีกอย่างจะทำเกษตรแบบพอเพียงได้ คนทำต้องเพียงพอและต้องมีทุนให้พอเพียง ไม่งั้นก็กินแกลบครับท่าน เพราะต้นไม้ใบหญ้า ผัก ปลา ทำวันนี้พรุ่งนี้เก็บกินได้เลย....ไม่มีครับ.......ขออภัยหากขวางโลกเกินไป......จากเกษตร 499.50 บาท (ปล.เมื่อวานไปขอขี้คนจากเทศบาลกะจาเอามาทำปุ๋ยหมักใส่นาข้าวแทนขี้วัวหน่อย โฮ๊พึ่งรู้ขี้คนเดี๊ยวนี้มีราคาแล้ว  เวรกรรมของเกษตรกร)
ขอบคุณสำหรับเเนวคิดดีๆครับผม สำหรับเอาใว้ฉุดรั้ง
ความคิดเพ้อฝันเกินตัว ทำไม่ได้ 50000 ได้ 500 บาทก็ยังดี
ขอบคุณมากครับผม


Liked By: jackSanti
บันทึกการเข้า
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8079


« ตอบ #222 เมื่อ: กรกฎาคม 16, 2010, 01:15:26 PM »

อิจฉาคนที่ดินเยอะ  ยิงฟันยิ้ม  ผมไม่ถึง 3 ไร่ เป็นที่ดอนมีน้ำเฉพาะหน้าฝน เป็นดินทราย ไม่มีไฟฟ้า ห่างชุมชน 3 กิโล  อย่าแต่ 50000 เดือนละ 2000 ยังยาก  กูรูเกษตรช่วยชี้แนะหน่อยจิครับ

ไม่ต้องอิจฉาหรอกครับ
มีที่เท่าที่ของคุณ สามารถเริ่มต้นได้สบายเลยครับ
เห็นเขาทำสวนยางกันเยอะๆ  คุณไม่มีที่  คุณก็
1. ไปเรียนวิธีกรีดยาง  แล้วรับจ้างกรีดยาง  ได้เท่ากับหรือมากกว่าคนปลูกยางเสียอีก โดยไม่ต้องลงทุนอะไรเลย
2. รับซื้อน้ำยาง ทำยางแผ่น  ตั้งโรงงานรมควันยาง
3. เป็นวิธีที่ดีที่สุด  ได้เงินแน่ๆจากยางพารา  โดยไม่ต้องรอ 6-7 ปี
    ไม่ต้องกลัวฝนแล้ง น้ำท่วม ลมพายุ และโรคระบาด  นั่นคือ  เพาะกล้ายาง ขาย

จากข้อ 3 เป็นแนวคิดสำหรับที่จะทำอย่างอื่นอีก หลายอย่าง

ถ้าคุณจะเลี้ยงกบ  กว่าจะโตและขายได้ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 70 วัน  หมดค่าหัวอาหารไปตั้งเยอะ
ถ้าคุณจะเลี้ยงปลา ก็ต้องอย่างน้อย 3 เดือน
ถ้าคุณจะเลี้ยงหมู  ก็ต้องอย่างน้อย 8 เดือน
และกว่าจะครบกำหนดขาย  บางที่สัตว์เหล่านั้นอาจจะตายเสียก่อนก็ได้

แต่วิธีต่อไปนี้  ได้เงินทันที  คือ
เลี้ยงแม่พันธุ์  แล้วขายลูกกบ  ลูกปลา ลูกเป็ด ลูกหมู 
ฝนจะตก แดดจะออก น้ำท่วม ฝนแล้ง ก็ได้เงิน ไม่ต้องรอนาน

ลูกกบ  กิโลละ 250 บาท นะครับ
ลูกปลา ตัวละ 2 บาท
ลูกเป็ด  ตัวละไม่น้อยกว่า 20 บาท
ลูกหมูตัวละ 1000 บาท



Liked By: siritawatss
บันทึกการเข้า

บิฑบาตร  ขาด"ร"หลัง  อย่าพลั้งใส่
บาตนั้นไซร้  มี"ร"ตาม  งามภาษา
อนุญาติ  พินทุอิ  อย่าใส่มา
Mr.Suthee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 568


« ตอบ #223 เมื่อ: กรกฎาคม 16, 2010, 01:43:31 PM »

คุณยศ ครับเมื่อวานผมคุยกับผู้ประกอบการรายนึงผมเอารูปหมากเม่าให้เขาดู เขาบอกว่านี่มันคือไทยไวเบอรี่ที่ว่าจริงๆเขาบอกว่ากำลังหาอยู่ทดแทนของเมืองนอกที่สั่งนำเข้า (สำหรับผลิตไอสครีมจีลาโต้และเครื่องเดิมกลิ่นและรสแบบนี้) เขาบอกว่ากลิ่นและรสชาดมันใช้ได้เลยแหละ.. ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 [14] 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 ... 43   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: