หน้า: 1 ... 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 [28] 29   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ข้าวสินเหล็ก&ไรซ์เบอรี่อินทรีย์ ภาค4 "กลุ่มลูกกตัญญู" ปลูกข้าวโอสถเพื่อผู้ป่วย  (อ่าน 157897 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #432 เมื่อ: ตุลาคม 04, 2015, 06:05:57 PM »

   ผมมีเรื่องค้างที่ยังไม่ได้เล่าอีกเรื่องนึงคึอ การขยายพันธุ็มะละกอ ทั้งซื้อต้นกล้าที่เค้าเพาะเมล็ดขายและต้นใหญ่ที่ให้ลูกแล้วขุดเอามาปลูก การทำนาอินทรีย์อย่างบริสุทธิ100%ต้องมีปลาคุมวัชพืชครับ ผมจะขาดปลาไม่ได้ซึ่งก็ได้เลื้ยงมาบ้างแล้วเพียงแต่ไม่ปรานีตจึงได้ผลไม่น่าพอใจ บังเอิญไปเจอการใช้มะละกอเลี้ยงปลาดุกได้เป็นอย่างดีจึงลองมั่ง http://www.thairath.co.th/content/469754


บันทึกการเข้า

pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #433 เมื่อ: ตุลาคม 10, 2015, 08:25:50 AM »

   ผมมีความจำเป็นต้องไปขับรถโดยสารแทนคนเช่าขับเดิมที่ลาไปขุดมันสำปะหลัง แต่จังหวะพอดีลูกเขยเสร็จธุระที่เกาหลี จึงอาสาช่วยรับภาระไป ผมจึงได้นัดคนขายกิ่งตอนมะละกอที่อ่างทอง เค้าส่งของให้ได้วันจันทร์ที่5/10 ณ สถานีบขส.อ่างทอง เนื่องจากติดไปส่งมะระกอกระถางที่เชียงใหม่เย็นวันศุกร์กลับวันอาทิตย์ ผมซื้อปั้มลมpumaมือสองไว้ตัวนึง1200฿นานมาแล้วก่อนที่จะกลับมาไถนาปลูกข้าว ตั้งใจจะนำมาสูบลมยางรถไถคันใหญ่ที่ยางแบนมารธอนและให้อากาศน้ำเขียวเลี้ยงไรแดง สำหรับสัตว์น้ำหรือครึ่งบกครึ่งน้ำวัยอ่อน น้ำมันปั้มรั่วเข้ามอร์เตอร์แต่ใช้งานได้ ผมเกรงว่าเอาใช้งานที่บ้านนอกหากเกิดเสียจะหาที่ซ่อมยาก จึงส่งซ่อม ทางร้านซ่อมบอกเปลี่ยนลูกปืนซีล450฿อะไหร่หาได้ง่าย ผมจึงนัดวันรับเครื่องวันที่จะกลับมาไถนาซึ่งผมซื้อถังน้ำสแตนเลสมือสองไว้ด้วยเพื่อที่จะนำมาทำซึ้งนึ่งข้าวเปลือก โดยจะขนไปส่งที่บ.ส่งของแล้วตัวเองนั่งรถเมล์กลับ ปรากฎว่าปั้มไม่เสร็จ จึงคาร้านซ่อมจนได้ขนกลับในเที่ยวนี้ทางร้านเก็บค่าซ่อม500฿รวมค่าซ่อมนานไปด้วยมั้ง ผมเคยใช้จ่ายซื้อความสดวกมามากแล้วและลองผิลองถูกงานการเกษตรหมดไปเยอะ ระยะหลังจึงตั้งใจใช้จ่ายอย่างประหยัด วันเดินทางขึ้นเหนือลูกเขยขับรถมาส่งรถบัสพัทยา-หมอชิต2 มีย่ามใบนึงกระเป๋าใบนึงปั้มลมตัวนึง โดนเก็บค่าระวางปั้มไป100฿ ถึงหมอชิตสะพายกระเป๋าแบกปั้มไปซี้อตั๋วรถที่ชานชราขึ้นเหนือ โชเฟอร์บขส.999เก็บค่าระวางปั้มลม100฿ นึกอยู่ในใจว่าแล้วกิ่งมะละกอที่บขส.อ่างทองจะทำไงดี เท้าไวเท่าความคิด ลงรถไปหาโชเฟอร์อีกครั้ง ไม่พูดมากอะไร ควักสตางค์ส่งให้อีก100฿นึง บอกว่าเดี๋ยวผมมีกล่องมาส่งที่บขส.อ่างทองอีก2กล่อง(คนขายบอกกิ่งตอนมะละกอใส่กล่องไปรษณีย์กล่องละ10กิ่ง) OKมั้ยครับ โชเฟอร์พยักหน้าไม่พูดอะไร ผมก็พละออกมาถือว่าจบ ตอนรถออกมาจากหมอชิตแล้ว ได้ยินโชเฟอร์ถามพนักงานดูแลผู้โดยสารว่า มีคนขึ้นที่สถานีไหนบ้าง(ที่นั่งประจำผมC2ชั้นบนหัวคนขับใกล้จอTV)ได้ยินว่ามีสถานีอ่างคนนึง ผมก็สบายใจแล้ว ถึงสถานีอ่างทองผมลงไปรับของจ่ายสตางค์2000฿แต่มีของกล่องเดียว คนขายบอกว่าใส่รวมในกล่องเดียวกลัวพี่จะเดินทางลำบาก โชเฟอร์ลงมาเปิดประตูห้องเก็บของและช่วยคนขายกิ่งตอนมะละกอยกขึ้นเก็บในห้องเก็บของด้วยตนเอง ถึงเชียงรายผมลงทางแยกไปอ.แม่สรวยเพื่อต่อรถบัสเข้าอ. ครังนี้ต้องแบกทั้งปั้มและกล่องกิ่งมะละกอ ถึงอ.แม่สรวย แม่บ้านขับรถกะบะไม่เป็นจึงขี่ฮอนด้าครีมมารับ ดรีมคันเก่าก็อึดสุดๆขนทั้งคนและของกลับบ้านโดยสวัสดีภาพได้ในเที่ยวเดียว
 
บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #434 เมื่อ: ตุลาคม 11, 2015, 06:26:05 AM »

  จากการศึกษาข้อมูลเอาเองจากผู้รู้ในโลกออนไลด์ ท่านว่าต้นมะละกอที่เกิดจากเมล็ดต้นจะกลวง ไม่สามารถตอนยอดได้ ส่วนกิ่งตอนมะละกอจะเกิดปล้องเป็นข้อๆภายในเหมือนกับไม้ไผ่ แต่ไม่สามารถเห็นได้จากภายนอก สามารถตอนยอดได้ กิ่งตอนมะละกอที่ซื้อมา20กิ่ง คนขายใจดีแถมมาให้อีกกิ่งนึง งั้นกิ่งแถมขอนำมาทดลองตอนยอดดูซิว่าจะออกรากมั้ย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องรอให้กิ่งเค้าฟื้นตัวกระปี้กระเป่ากว่านี้สักหน่อยครับ
บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #435 เมื่อ: ตุลาคม 15, 2015, 09:15:07 AM »

  เมื่อกิ่งตอนมะละกอฮอลแลนด์รอดจากการเดินทางไกลเมื่อลงถุงชำแล้ว แข็งแรงดีแล้ว กากมะพร้าวหั่นหมักจุลินทรีย์จาวปลวกได้3วันนิ่มพอใช้ได้แล้ว จึงสานต่อวิชาตอนกิ่งที่เรียนเอาในอินเทอร์เน็ตนี่แหละ ตอนกิ่งต้นมะละกอที่ฟันต้นไว้ มีกิ่งที่พอตอนได้เพียง3กิ่ง(ร้อนวิชา)กับ ตอนยอดกิงตอนที่ซื้อมา แต่ตอนแค่เพียงต้นแถมต้นเดียว กลัววิชาไม่ขมังเดี๋ยวเสียเวลาเสียสตางค์วิ่งไปซื้อใหม่


  ผมเคยบอกไปแล้วนะครับว่า มะละกอเลี้ยงปลาได้ สิ่งที่ทำและบอกเล่ามานี้ ไม่สงวนครับ ผมพยายามทำอย่างชาวบ้านตาสีตาสา ทำถูกให้เห็นทำผิดให้เห็น ท่านก็เลือกทำในทางที่ทำถูกแล้วและพัฒนาต่อยอดไปเรื่อยๆ ใครทำได้ดีกว่าผมๆยินดีเป็นอย่างยิ่ง เกษตรกรลดต้นทุนได้ มีรายได้อย่างง่ายๆ สมเด็จพ่อของพวกเราก็มีความสุขครับ ช่วยให้ชาติไม่เสียดุลการค้าเพิ่มขึ้นด้วยครับ ก็ในน้ำมีปลาในนามีข้าว หัวคันนามีมะละกอ เป็นทั้งอาหารคนและปลา ต่างชาติมีอะไรให้ซื้ออีกละครับนอกจากสิ่งอำนวยความสุข แต่สุขของพุทธศาสนิกชนที่เข้าใจโลกก็ไม่ได้ต้องการสิ่งอำนวยความสุขปลอมๆนัก เพราะสุขทางธรรมชาติมีของจริงให้เลือกเสพมากมาย
  วันนี้กล้องยอมให้นำภาพเข้าเครื่องได้ จึงขอนำภาพธุระกรรมเรื่อง"ปลาหมอแปลงเพศ"มาบอกเล่าสู่กัน เราจับปลาหมอขึ้นมาขายเองตั้งแต่ปลาเลี้ยงมาได้3เดือนครึ่งเรื่อยมา จนทุกวันนี้ ได้ค่าลูกปลาคืนแล้ว ได้ค่าอาหารปลาเกือบครึ่งนึงแล้วปลาก็ยังเหลือให้จับอยู่อีกเต็มบ่อครับ ที่จับเองขายเองนั้น ทีแรกติดต่อคนซื้อไปตอนปลาเลี้ยงได้3เดือนและสตางค์เหลือซื้ออาหารปลาได้แค่ปลาเลี้ยง3เดือนครึ่ง คนซื้อบอกจะมาจับให้เมื่อเลี้ยงได้4เดือน ก็ปลารับประทานอาหารวันละ1,000กว่า ไปไม่ถึงวันนั้นแน่ๆ คนซื้อตกลงราคาปลา6ตัวโล78฿แล้วไอ้ที่ไม่ได้ขนาดล่ะ คงจะตัดราคาหนาวแน่ๆ จึงจับเองขายเอง6-8ตัวโล120฿9-12ตัวโล100฿ เมื่อไม่มีปลาชนิดนี้อยู่ในท้องตลาดจึงขายที่ไหนก็ขายได้ ไว้หัดให้ปลาหมอแปลงเพศรับประทานมะละกอสุกได้ เกษตรกรอย่างพวกเราคงได้เฮกันละครับ ปล.ที่เพิ่งมีภาพมาฝากก็เพราะเรามีกันแค่2คนเปียกทั้งคู่ ถายภาพไม่ได้ ลูกปิดเทอมจึงมีคนถ่ายภาพครับ


บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #436 เมื่อ: ตุลาคม 23, 2015, 10:10:23 AM »

https://www.youtube.com/watch?v=X9aYtjJUXIU
  เนื่องในวโรกาศ วันปิยมหาราช เราขอเชิญชวนเพื่อนๆถือศิลฟังเทศฟังธรรมกันเพื่ออุทิศกุศลถวายแด่"สมเด็จพระปิยมหาราช"พระผู้เปี่ยมด้วยพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นของพวกเราชาวไทย กระผมเองก็ได้ถือศิลต่อเนื่องมาตั้งแต่วันพระแล้วครับ โปรดอนุโมธาในบุญครั้งนี้ทั่วหน้ากันเทอญ
  เพื่อนๆคงจำได้นะครับว่าผมได้รับบริจากเมล็ดพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ105ปลูกได้ทุกฤดู มา19เมล็ดและได้ทดลองปลูกแล้วรอดมาได้11กอ โดยภรรยาผมเป็นผู้ดูแลระหว่างที่ผมติดภาระกิจที่ชลบุรี ปลูกลงถังกะปิไว้ใกล้บ่อปลาเพื่อความสดวกในการดูแลรดน้ำ ปรากฏว่ามี2กอขาดสารอาหาร ใบด่างเมล็ดด่าง แต่ก็ถือว่าประสพผลสำเร็จตามจุดมุ่งหมายระดับหนึ่ง คือ ออกรวงให้ผลผลิตนอกฤดูกาล อดทนต่อการดูแลไม่ค่อยดีได้ดีมาก ผมเกี่ยวตากแล้วครับ ส่วนกลิ่นและรสชาดเดี๋ยวรอตากแห้งแล้วสีและทดลองหุงดูกันครับ ความเดิมที่ผมได้เคยเกริ่นไว้ว่าจะทดลองปลูกข้าวล้มตอซังในฤดูปลูกข้าวต่อจากนี้ไป ฉนั้นตอซังของข้าวขาวดอกมะลิ105นาปรังรุ่นนี้จึงมีคุณค่ายิ่งในการทดลอง เพื่อหาประสพการณ์และหาข้อผิดพลาดเนื่องจากผมไม่เคยทำมาก่อน น่าจะเป็นผลดีให้กับแปลงใหญ่ที่กำลังจะทำต่อไป


  การเตรียมแปลงก็สูตรเดิมๆของผม ใส่ขี้หมูหลุมแล้วลาดด้วยจุลินทรีย์จาวปลวกทิ้งไว้ให้ย่อยสลายซักระยะนึงคืดอย่างน้อย7วันค่อยเอาตอซังออกจากถังกะปิลงแปลงแล้วย่ำให้ตอเดิมล้มทิ้งให้ตายไป ไม่ใช่เอาต้นข้าวต้นใหม่ที่แทงยอดออกมาจากซังข้าวต้นเดิม คือความเข้าใจของผม การปลูกข้าวล้มตอซังหมายถึงการปลูกข้าวจากหน่อข้าวหน่อใหม่ที่แทงหน่อมาจากโคนตอซังข้าวเดิม ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตอซังเดิม เพียงอาศัยรากชุดเดิมที่สมบูรณ์และมีจำนวนมากอยู่แล้วเลี้ยงลำต้นใหม่และหาอาหารให้ต้นข้าวต้นใหม่สร้างรากใหม่และแตกกอได้ใหม่ อย่างมีประสิทธิภาพ โตเร็วให้ผลผลิตเร็วกว่าหลายสิบวันผลผลิตไม่ได้น้อยกว่าเก่า แต่ปุ๋ยในดินของเดิมคงลดน้อยเป็นธรรมดาก็ต้องเพิ่มสาดใส่ลงไปและพ่นให้ทางใบช่วยด้วย นี่ว่าตามที่เค้าเผยแพร่และผมเข้าใจได้อย่างนี้ หากผมเข้าใจผิดเพื่อนๆช่วยชี้แนะด้วยนะครับ


 เมื่อผมเตรียมแปลงนาข้าวขาวดอกมะลิ105นาปรังเสร็จ เหลือบไปเห็น ข้าวขาวดอกมะลินาปรังรุ่นสองที่บอกเล่าให้เพืาอนๆทราบไปแล้ว ผมคอยหาจังหวะว่างที่จะลงลงไปถอนวัชพืชและพ่นให้ปุ๋ยทางใบอยู่ในใจ มัวแต่ยุ่งอยู่กับปลา และการขยายเพิ่มกำลังการผลิตข้าวกล้องอินทรีย์อยู่ ที่ไหนได้ ออกรวงซะงั้น ไม่ทันได้เห็นเลยว่าไปท้องกับใครมาหว่า กรรม เกินพอเพียงสำหรับคนสองคนไปแล้วครับ เกินกำลังดูแลรักษา กลายมาเป็นความไม่พอเพียงในอีกระดับนึง ก็ความพอเพียงที่สมเด็จพ่อของพวกเราบอกนั้น เป็นความพอเพียงที่ยืดหยุ่นสำหรับคนทุกระดับชั้นคือต้องพอดีในทุกระดับชั้น ไม่ได้สงวนลิขสิทธิเฉพาะคนระดับชั้นรากหญ้า คงเข้าใจนะครับ

  ผมเห็นว่าปลูกทีหลังข้าวนาปีในแปลงข้างๆตั้งเดือนกว่า ข้าวแปลงข้างๆยังเขียวๆเฉยๆอยู่ ไม่ได้เอะใจว่าข้าวขาวดอกมะลินาปรังมีอายุเก็บเกี่ยวแค่100วันน้อยกว่าข้าวนาปีเดือนกว่า ก็ สมเหตุสมผลที่เค้าควรออกรวง ผมต่างหาก มีแขนมีขาน้อยกว่างาน ไม่พอดีกับงาน ก็คงต้องแก้ไขกันต่อไป พระอาจารย์สอนให้พวกเราเป็นสัมมาฐิทธิคือมนุษย์ที่แก้ไขได้ ไม่ใช่มิจฉาฐิทธิคือคนสันดาลเสีย เอาจอบขุดไม่ได้ งานผมที่มันไหลไปเรื่อยๆเกิดขึ้นจากการที่ต้องแก้ไขให้ดีและเร็วต่อผลของการกระทำของตนเอง ที่มันเป็นความต่อของงานเอง ไม่ไช่แก้ตัวนะครับ และยิ่งสตางค์มีน้อยก็ต้องทำเอง เช่นอันนี้


 ผมได้รับความอนุเคราะห์เอื้อเฟื้อแบบมาจาก"titcan"ชมมรมคนกินข้าวกล้อง ผมขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วยนะครับ ทิดแคน
บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #437 เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2015, 07:27:54 PM »

   สวัสดีครับเพื่อนๆ เที่ยวนี้หายไปนานหน่อยครับ ไม่ได้หยุดพักร้อนดอกนะครับ ช่วงนี้มีโอกาสฝังตัวอยู่ในพื้นที่ได้นานหน่อยครับ ได้ลูกเขยดูแลรถโดยสารแทน เลยลุยงานได้เยอะ ทั้งแก้ไขข้อผิดพลาดในช่วงที่ไม่ได้อยู่ในผืนนา ปรับปรุงขบวนการผลิตอาหารปลอดสารเคมีตามแผนที่วางไว้ ซึ่งประสบความสำเร็จพอสมควร มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ ปรับปรุงขบวนการผลิตให้ได้คุณภาพตามมาตราฐานที่อาหารมีพิษเค้าทำกัน ก็เกือบเสร็จแล้ว ส่วนโครงการอาหารสัตว์น้ำลดต้นทุน ตอนนั้นมีมะละกอกับหญ้าจักรพรรดิ มะละกอกิ่งตอนลงหลุมแล้ว เวิคร์ช็อบตอนกิ่งมะละกอแกะเปิดดูรากออกแล้ว ฟรุ๊กหรือเปล่าก็ไม่รู้ (ตอนวันที่12/10ช้ากว่าที่คิด) ส่วนงานนอกเหนือความคาดหมาย เพิ่มมาทำให้ส่วนอื่นๆล่าช้าก็คือ "ไส้เดือน" ผมไม่ทราบว่าตัวเองไปตกหลุมดำที่ไหนมา ไม่เคยสนใจใส่ใจ"ไส้เดือน" ทั้งๆที่คนในกลุ่มคนกล้าคืนถิ่นก็เลี้ยงอยู่ ไม่ได้สะกิดต่อมอะไรเลยสักอย่าง บังเอิญวันหนึ่งเข้าไปเจอในอินเทอเน็ต ให้ฟรี"ไส้เดือนพันไทเกอร์" ก็นิสัยชอบของฟรี(หรือถูกด้วยดีด้วย)จึงเกาะติดไป กลายเป็นว่าพระวัดนึงได้ไส้เดือนพันธุ์ไทเกอร์มาจากม.แม่ฟ้าหลวง โดนอีกน่าเชื่อถือ แต่แจกเมื่อปี2014 กำ..ก็ยังโทรติดต่อไปเป็นเบอร์ของลูกศิษย์ บอกอาจารย์แจกนานมาแล้วเลิกแจกแล้ว ผมฝากถามไปกับลูกศิษย์พระอาจารย์ว่า น้องงง..วานช่วยถามท่านอาจารย์ให้หน่อยยังพอมีแบ่งให้บ้างได้ไหม แล้ววันพรุ่งนี้จะโทรมาถาม....ตั้นแต่นั้นมาไม่ยอมรับสายผมอีกเลย ผมสืบค้นข้อมูล"ไส้เดือน"ตั้งแต่สงสัยว่าเค้ามีดีอะไรถึงได้เอาของดีมาแจก และผู้รับแจกต้องขยายพันธุ์แจกต่อ3คนเท่าที่ได้มา.. โถโถๆๆ กว่าจะรู้ "ไส้เดือน"ไม่ใช่เป็นแค่สัตว์น่าหยะแหยง แต่เป็นถึงองค์รักษ์ของพระแม่ธรณี มีอิธฤทธิเสกทุกเศษซากสรรพสิ่งให้กลายเป็นปุ๋ยชั้นดีหรืออาหารป้อนให้กับพืชนานาพันธุ์ แถมยังสละชีพตนเองได้เพื่อเป็นห่วงโซ่อาหารในธรรมชาติ อึ้งละซิ ผมน่ะอึ้งมาแล้ว เลยจัดมาไวๆ วันนี้เองไทเเกอร์ตัวละ2บาท ต่อเหลือบาทเดียวได้มา1,000 ตัว๐นี้เค้าตัวเล็กสีแดงแต่สรรพคุณไม่ได้ด้อยไปกว่าAF AFโลละ600คนขายผลิดไม่ทันได้มาแค่ตัวเล็กๆครึ่งโล เป้าหมายคือไมได้คิดจะขายตัว"ไส้เดือนครับ"โถโถๆๆโปรตันเกิน60%อาหารกุ้งชั้นดีเลยครับ แล้ว สัตว็น้ำตัวอื่นๆลืมไปได้เลย แค่อมก็โตแล้ว ขยายพันธุ์เองได้ง่ายไม่มีต้นทุน อีตรงนี้เเหละครับสเป็กเลย สั่งปลานิลแปลงเพศกับประมงจังหวัดตั้งแต่วันพฤหัส เพราะเป็นทางผ่าน แต่แห้ว ก็ไหนๆต้องเสียเวลางานในบ้านไปแล้ว เลยแถม"กุ้งก้ามแดง"ไซด์2"-2.5"เพิ่มมาอีก20ตัวแถมให้มาอีก2 เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจตัวใหม่ เดิมก็มีแผนจะเลี้ยงกุ้งฝอยอยู่แล้วเพื่อที่จะเป็นคู่ขายกับปลาหมอยักษ์คนวัยทอง ผมชอบขายของที่เป็นของดีแต่หายากในตลาดท้องถิ่น ระหว่างเตรียมบ่อกุ้งเมื่อกลับมาถึงบ้าน(ไส้เดือนไว้พรุ่งนี้) เก็บที่ดักกุ้งฝอย วางไว้5อัน ยกดูไม่มีกุ้งซักตัว บังเอิญเหลือบไปเห็น "ลูกครอกปลาช่อน"ตัวเเดงในคูนา โอ้โฮ ครอกเบื้อเริ่ม งานเข้าอีกแล้ว ก็บังเอิญไปดูยูทูปเศรษฐฐีเกษตร เลี้ยงปลาช่อน4เดือนก็ขายได้ราคาดี น้ำลายหกอีกแล้ว ต้องขอโทษทีครับท่านผู้ชม กล้องพังไปซ่อม ช่างบอกสายชาร์ทเสีย ขายสายชาร์ทมาให้ใหม่450แบบเอาถ่านออกมาเสียบชาร์ท แบบของรุ่นมันไม่มี แถมแบ็ตมาให้สำรองอีกก้อนนึง ดีใจได้ฟรี กลับถึงบ้านชาร์ได้-ถ่ายได้ แต่อีตอบจะเสียบเข้าคอมฯนี่ซิไม่มีที่เสียบ กำ เลยไม่มีรูปให้ชมครับไว้โอกาสหน้าละกันครับ
บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #438 เมื่อ: ธันวาคม 02, 2015, 06:35:57 AM »

https://www.youtube.com/watch?v=RzriBGCd3_A
 เรากำลังจะไปให้ถึง
บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #439 เมื่อ: มกราคม 03, 2016, 03:56:03 AM »

https://www.youtube.com/watch?v=4ljh9N4ijLg
 เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่นี้ ผมขออราธนา "คุณพระศรีรัตนตรัย"อำนวยพรให้เพื่อนๆผู้ร่วมเกิดแก่เจ็บตายทุกๆท่าน เจริญในธรรมและประสพผลสำเร็จในกิจการงานที่กำลังทำอยู่ และ มีมงคลดีทั้งแปดทิศปกปักรักษา ครับ
บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #440 เมื่อ: มกราคม 03, 2016, 05:08:59 AM »

 ผมได้ห่างหายไปจากเพื่อนๆหัวใจไร้สารเคมีนานพอสมควร เป็นเรื่องของกล้องที่เสีย เอาไปให้ช่างซ่อม เค้าว่าแบ็ตภายในที่ทำหน้าที่รักษาเวลาและวันที่ช๊อตจากความชื้น จึงถอดทิ้งไปไม่ต้องมีวันและเวลา ค่าซ่อม350 บาท เอากลับมา ชาร์ทแบ็ตไม่เข้า หลายวันจึงมีโอกาสได้เข้าเมือง บอกอาการช่างคนเดิม ช่างว่าสายชา์มเสียต้องเปลี่นใหม่ แต่สายชาร์ทที่ติดกล้องไม่มีขายจึงเสอนขายชุดชาร์ทแบ็ตแบบที่ถอดแบ็ตออกมาชาร์ท ไม่มีทางเลือกอื่นๆเมื่อร้านขาย-ซ่อมกล้องไม่มีขาย ร้านขายของชำก็คงไม่มี จึงซื้อมา400 ถึงบ้านจึงนึกได้ตอนจะโลดภาพจากกล้องเข้าคอมฯ ฉลาดน้อยตามเคย ยังไงก็ต้องใช้สายชาร์ทกล้องแบบที่ติดตัวกล้องมาจึงจะใช้ได้ตามจุดประสงค์ที่ตนเองต้องการใช้ เพื่อเผยแพร่ความฉลาดน้อยของตนเอง มีโอกาสเข้าเมืองอีกไปหาร้านใหญ่ที่ให้บริการเซอร์วิสเครื่องใช้ไฟฟ้า ไม่มี กังวลอยู่นานไม่อยากซื้อกล้องตัวใหม่ สตางค์น้อย เลยลองโทรไปบ.ขายกล้องเลย โถๆ สั่งเอามาให้ได้ 70บาท นี่ก็เป็นเรื่องฉลาดน้อยธรรมดาๆของหนุ่มวัยทอง ครับ
 ช่วงที่กล้องอัพโหลดภาพไม่ได้ งานก็ยังเดินต่อไป กล้องก็ยังเก็บภาพไว้ได้ มาว่ากันต่อละกันครับ ตามประสาหนุ่มวัยทอง
จากแผนการที่จะผลิตอาหารสัตว์น้ำด้วยตนเองและเป็นอาหารที่มีได้เกิดง่ายในธรรมชาติ ขณะนี้มีครบแล้ว 3พืช 3สัตว์ และเริ่มทดลองสัตว์ตัวที่4ไปเมื่อวันที่1ปีใหม่นี้เอง มาเรียงลำดับกันครับ พืช2ตัวแรกคือ วัชพืชและหญ้าจักพรรดิ ไม่ปีปัญหาอะไรซับซ้อนสามารถเกิดได้โตได้โดยไม่ต้องดูแลอะไรมาก ส่วนตัวที่3มะละกอ ที่เป็นอาหารปลาตัวใหม่มีขั้นตอนในการดูแลรักษาและขยายพันธุ์ที่ยุ่งยากพอสมควร ที่ว่ายุ่งยากน่ะเพราะไม่รู้ไม่เคยน่ะครับ ผู้ที่เค้ารู้แล้วก็ยิ้มได้น่ะซิ วิธีปลูกดูแลรักษาพืชชนิดให้เจริญเติบโตดีก็ไม่ได้ยากเกินไปนัก หากทราบนิสัยเค้าว่าชอบน้ำแต่ไม่ชอบแบบแช่น้ำ โรคสำคัญเค้าก็โคนเน่านี่แหละครับเกิดจากการแพ้เชื้อรา ปลูกมะละกอให้ปลากินมีเท่านี้เอง ส่วนโรคด่างวงแหวนนั้นเฉยๆปลาไม่ว่าหรอกครับว่าผิวมะละกอไม่สวย โรคโคนเน่ารากเน่าที่เกิดจากเชื้อราตัวร้ายก็ไม่มีอะไรน่ากลัวหากเรามีเชื้อราตัวดีเช่นไตรโครเดอม่า น้ำส้มควันไม้ คอยป้องกันรักษา ส่วนตัวผมเลือกใช้"บีเอสพลายแก้ว" คือผลิตภัณฑ์จากจุลินทรีย์ที่เป็นปฏิัปักษ์ ในกลุ่มแบคทีเรียบาซิลลัส ซับติลิส ที่ได้รับการคัดเลือกว่ามีประสิทธิภาพสูง ของชมรมปรอดสารพิษ เป็นตัวกำจัดเชื้อราตัวร้าย เนื่องจากต้องป้องกันเห็ดหลายชนิดที่มีในสวน ส่านพวกเพลี้ยหนอนต่างๆไม่กลัวแล้วครับ กลัวแต่เวลาที่ดูแลเค้าไม่ทันเท่านั้นเอง อันที่ยุ่งยากกว่าคือการขยายพันธุ์ เพราะไม่เคย และผมอาจจะใจไม่เย็นพอที่จะขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด จึงเลือกวิธี ตอนยอดและตอนกิ่ง





ขณะที่อัพกระทู้อยู่นี้งานขยายพันธุ์มะละกอ คืบหน้าไปมากแล้วครับ
บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #441 เมื่อ: มกราคม 03, 2016, 06:52:03 AM »

 ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ปีนี้ ได้มีโอกาสพาครอบครัวไปถือศิลและสวดมนต์ข้ามปีที่วัดแสงแก้ว จ.เชียงราย ตั้งแต่เกิดมาจวนจะเข้าโลงอยู่แล้ว เพิ่งได้มีโอกาสกับท่านพุทธศาสนิกชนท่านอื่นๆเขาบ้าง ครับ
 มาต่อกันเรื่องมะละกอให้จบกันวันนี้นะครับ ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องอัพเดจ สองกิ่งตอนแรกพวกบ้านเป็นคนเอาลงหลุมมาหลายวันแล้วเหลือไว้ให้ผมต้นนึงเพื่อบันทึกภาพ


 ณ วันนี้ เรื่องการการตอนกิ่งมะละกอไม่ได้ยากเกินไปแล้วนะครับเพื่อน เดี๋ยวท้ายผมจะใส่ลิ้งค์วิดีทัศย์ที่ผมลอกแบบมาทำครับ ส่วนการตอนยอดมะละกอก็ลอกแบบเค้ามาทำเช่นกัน การลงมือทำคือการต่อยอดการเรียนรู้เพิ่มเติม หากยังไม่ได้ลงมือก็จะรู้ไม่ถึงที่ที่ยังมีต่อ เอ่อจะว่ายังไงดี เมื่อเรียนรู้ต่อไปก็จะได้มีความชำนาญต่อไปอีก ผมมือหนักไปหน่อยแกะพลาสติคออก รากขาดติดขุยมะพร้าวไป เป็นตายร้ายดีค่อยดูกันไป ไงซะก็ต้องไปต่อ



  เมื่อก่อนที่ผมยังปลูกต้นไม้ไม่เป็น ผมก็รู้จากอ.คำนึงและปราชอีกหลายๆท่านนี่เหละว่า ใหม่ที่คนเราปลูกต้นไม้กันไม่รอดไม่โตไม่งาม ไม่ใช่เพราะสาเหตุอื่นๆที่ว่ากันไปสารพัดอย่าง สาเหตุหลักก็เพราะเตรียมหลุมเตรียมดินไม่เป็น หากคนไม่เคยรู้จะเป็นได้ไง ปลูกๆไปเรียนรู้ไปเดี๋ยวก็เป็นเอง ทำหลุมผมขุดเอาหน้าดินกองไว้กองนึง ดินชั้นล่างขุดออกลึกๆกองไว้เพิ่อเอาไปถมหลุมถมบ่อเพราะธาตุอาหารพืชมีน้อย ขุดยิ่งลึกยิ่งกว้างหลุมปลูกยิ่่งมีพื้นที่โปร่งให้รากเดินได้ลึกได้กว้างมากขึ้น ต้นไม้มีรากชอนไชออกไปได้ง่ายๆให้ทำมาหากินได้กว้างขวางมั่นคง อะไรๆก็ดีเองไม่ใช่โชคชะตาซะหน่อย อย่างตอนผมมือใหม่เอาจอบฟันไป3-4จอบพอแล้ว เท่านี้เพื่อนๆคงพอนึกภาพการเตรียมดินออกแล้วนะครับ ผมรองก้นหลุมด้วยซากวัชพืชแห้งที่กองเก็บเอาไว้(เผาให้เสียของทำไม) ทับด้วยปุ๋ยคอก ราดด้วยน้ำผสมน้ำหมักเศษปลาหรือผลไม้และน้ำส้มควันไม้ ซึ่งมีอยู่แล้วตลอด หากมีเวลามากก็ขยายเชื้อราชนิดดีผสมไปด้วยหรือฉีดพ่นทีหลังก็ได้ หน้าดินที่กองไว้คลุกกับปุ๋ยคอกหรือมูลไส้เดือนเพิ่มธาตุอาหารให้ต้นไม้ที่อยู่ในระยะรากไม่แข็งแรงและหากินได้ในพื้นที่จำกัด แล้วเอาเศษวัชพืชหรือฟากคลุมหน้าดินอีกทีเพื่อรักษาความชื้นของดินให้เราเผื่อลืมรดน้ำ แค่เนี๊ยก็เป็นมืออาชีพแล้วครับ
https://www.youtube.com/watch?v=zrXuSYsqFFQ
https://www.youtube.com/watch?v=wY56ARuscoY
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 04, 2016, 08:55:57 AM โดย pichai6 » บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #442 เมื่อ: มกราคม 06, 2016, 07:30:27 AM »

ผมขอเติมมะละกออีกนิดนึงครับ ต้นยอดที่ตอนลงหลุมรอดแล้วครับ เพียงแต่ผมโหดไปหน่อย เค้าต้องเผชิญโลกด้วยตัวเองใหม่ๆก็เหมือนเด็ดอ่อนตากลมตากแดดจัดๆก็อาจป่วยได้ง่ายๆ ผมนี่เอาลงหลุมแล้วให้น้ำแล้วก็ปล่อยตามยถากรรมเลยจะร้อนจะหนาวไม่สน ผมผิดครับ ไม่ว่าเด็กในกรุงหรือเด็กบ้านนอกตกจากท้องแม่คุณพยาบาลเค้าดูแลเอาใจใส่ด้วยหลักการเดียวกัน ดีนะที่เค้ารอดมาได้อย่างอ่อนระโหยโรยแรง ปลายใบไหม้เลย แต่ก็แข็งแรงดีแตกใบใหม่ที่สดชื่นแจ่มใสออกมาโดยใช้ใบเก่าของตัวเองบังแดด นี่เค้าเก่งเองนะไม่ได้สอนเลย ส่วนตอของต้นแม่ เริ่มแตกยอด นับได้6ยอด ผมลืมบอกไปนิดแผลที่ตัดยอดกรือตัดกิ่งที่ตอนแล้วต้องเอาปูนกินหมากทาที่แผลหลังเสร็จงาน เพื่อระงับเชื้อแบคทีเรียในธรรมชาติไม่ให้แพร่กระจายสู่ลำต้นซึ่งจะทำให้แผลเน่าและกินลามลงไปเรื่อยๆ ดูตัวอย่างต้นแม่ที่ผมตองกิ่งสามกิ่ง คิดเองว่าไม่เป็นไรมั้งเลยไม่ได้เตรียมปูนไว้ทา เชื้อกินลามลงไปถึงโคนตายอดเลย ต้องรีบผสมปูนทาและกรอกลงในลำต้น เกือบไป อ้อปูนกินหมากผมหาไม่ได้ใช้ปูนเทพื้นนั่นแหละ ก็เห็นว่าใช้ได้นะ




 อีกเรื่องนึง ดอกมะละกอ ผมสับสนอยู่นานเกี่ยวกันเรื่องนี้ การดูดอกมะละกอให้เป็นก็สำคัญมากสำหรับคนปลูกมะละกอด้วยเมล็ด เนื่องจากมะละกอมี3เพศ คือเพศเมีย เพศผู้ เพศกะเทย การปลูกมะละกอด้วยเมล็ดส่วนมากจะปลูกหลุมละ3ต้นเพื่อคัดเพศ เพศผู้ไม่ให้ผล เพศเมียให้ผลกลมเนื้อบาง เพศกะเทยคือเพศที่สมบูรณ์เป็นต้นที่ต้องเก็บไว้ที่เหลือตัดทิ้งไม่เก็บไว้ให้แย่งอาหารกัน ดอกตัวผู้ดูง่ายก้านดอกจะยาวและมีหลายดอกในก้านเดียวกัน ดอกตัวเมียออกลูกในดอกเลยครับ ไม่ว่าจะดอกแก่หรือดอกอ่อนๆ ผ่าครึ่งดูจะเห็นผลกลมอยู่ในดอกเลยก็ดูง่ายอยู่ครับ ส่วนดอกกะเทย ยังมีดอกกะเทยที่สมบูรณ์เพศและไม่สมบูรณ์เพศอีกครับ ตามตำราว่าดอกที่สมบูรณ์เพศต้องมีทั้งเกษรตัวผู้และตัวเมีย ในภาพดอกมะละกอภาพบนมีแต่เกษรตัวผู้สีเหลืองค่อนมาทางโคนดอก ไม่มีเกษรตัวเมียที่จะแทงออกมาจากโคนดอกและยาวออกไปยั่วยวนอยูบนกรีบดอก นี่คือดอกของมะละกอกะเทยที่ยังไม่สมบูรณ์เพศจะไม่ติดผล เกิดได้ในมะละกออายุน้องเค้าจะไม่แก่แดดเหมือนสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น ซึ่งมะละกอที่ปลูกด้วยเมล็ดจะสามารถคัดเพศได้เมื่อมะละกอมีอายุ3-4เดือนดังที่อธิบายมาข้างต้น ส่วนมะละกอตอนกิ่งแตกใบ5-6ใบก็ให้ดอกแล้ว ผมจะปริดทิ้งไม่เอาผล เน้นการเจริญเติบโต ยืดยอดเพื่อตอนๆๆๆๆๆๆ  ก่อนจะมีปลากินมะละกอก็ต้องมีมะละกอก่อน คงจบเรื่องปลูกมะละกอเพื่อเลี้ยงปลาในนาข้าวได้แล้วนะครับ
  อาหารสัตว์น้ำตัวต่อไป ไรแดง หนอนแดง แต่วันนี้สายแล้ว ต้องลงไปเอาอาหารให้น้ำเขียวในบ่อใหม่ที่พักน้ำประปาไว้ครบ48ช.ม.แล้วครับ
บันทึกการเข้า
piety
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 394


« ตอบ #443 เมื่อ: มกราคม 12, 2016, 07:38:58 AM »

  สวัสดีครับ วันเด็กได้พาเด็กไปเที่ยวชมสวนสัตว์เพื่อให้ได้รู้จักกับสัตว์ต่างๆ ผมเองก็รู้เพิ่มเติมมาว่า ที่สวนสัตว์เค้าเพาะหนอนนกให้นกในสวนสัตว์กิน แต่ที่เห็นกล่องอาหารนกในกรงมีแต่อาหารเม็ด อาจจะเพาะให้นกกินไม่ทัน อาหารเม็ดสำหรับนกจึงเป็นต้นทุนของสวนสัตว์เพิ่มขึ้นจากคนเลี้ยงนก
  หลายท่านอาจสงสัยว่ากระทู้ปลูกข้าวอินทรีย์ทำไมจึงมีเรื่องการปลูกมะละกอและอื่นๆอีกหลายอย่างด้วย ผมขอตอบว่ายังเป็นกระทู้ปลูกข้าวอยู่เช่นเดิมครับ เพียงแต่ขบวบการปลูกข้าวอินทรีย์ในกระทู้นี้ได้พัฒนาต่อยอดมาเป็นการเพิ่มมูลค่าในแปลงนาด้วยวิถีเกษตรอินทรีย์และการพึ่งพาตนเอง ผมเป็นเกษตรกรเต็มเวลาเช่นเกษตรกรส่วนมากท่านอื่นๆที่เป็น ไม่ได้เป็นข้าราชการไม่ได้เป็นลูกจ้างบริษัท ไม่มีเงินเดือนไม่มีบำนาน ผลผลิตทางการเกษตรได้น้อยการใช้หนี้ก็ไม่เกิด ผลผลิตเสียหายจากภัยธรรมชาติจำนวนหนี้สินก็เพิ่มขึ้น และการทำเกษตรอินทรีย์เช่นพวกเราทำนั้น เป็นการทำการเกษตรที่ไม่ก่อบาปด้วย เช่นเดียวกับ"ไร่เชิญตะวัน"ที่พระสอนให้ฆราวาสทำนา คือไม่ใส่สารเคมีใดๆลงแผ่นดินฆ่าสิ่งมีชีวิตแม้แต่นิดเดียว ไม่เหมือนการทำนาแบบลดต้นทุนอื่นๆที่ว่า"อินทรีย์นำเคมีตาม"หรือ"ทำนาต้องคุมหญ้าฆ่าหอยบ้างไม่งั้นจะไปเหลืออะไร"จริงอยู่ครับการทำนาของคนๆเดียวในพื้นที่จำนวนมากๆจำเป็นต้องมีเคมีร่วมด้วยจึงจะได้ผลผลิตจำนวนมาก สำหรับพวกเราเป็นเกษตรกรที่มีพื้นที่การเกษตรเล็กๆ2-25ไร่ เราเดินเก็บหอยได้และถอนหญ้าได้มีทุนหน่อยก็ปลูกด้วยเครื่องและปั่นวัชพืชด้วย"วีลเดอร์"มือสองจากญุ่นปี่ ดังนั้น ที่นาน้อยๆรายได้ก็น้อย เราจึงจำเป็นต้องเพิ่มมูลค่าในแปลงนาเดียวกันกับที่ปลูกข้าว คันนาว่างๆไม่ใช่แค่มีไว้ให้ปูอยู่อาศัย ในวันข้างหน้าควรจะเป็นที่อยู่ของอาหารปลาในนาข้าว การพัฒนาเรื่องเหล่านี้ยังไม่เคยมีมา ผมเองก็เพิ่่งเริ่มต้นศึกษาและทดลองลงมือทำด้วยตนเอง คือทำเองให้เป็นก่อนค่อยบอกต่อ แต่เรื่องที่บอกเล่าอยู่ในกระทู้นี้ แสดงสดให้เห็นถูกคือถูก มีผิดก็บอกด้วยว่าผิด เป็นการลองผิดลองถูก เพื่อ ชวนเกษตรกรให้ละบาป หนีให้ไกลจากสารเคมี อายุผมจะ60อยู่แล้ว เห็นคนเป็นโรคภูมิแพ้ความดันเบาหวานมากก็ในยุคนี้ เป็นเจ้าประจำของโรงพยาบาลในท้องถิ่น กินยากันเป็นกำๆ รอเวลาไตวาย และเห็นตามนักวิชาการจิตรใจงามที่กล้าออกมากระซิบบอกว่า โรคต่างๆที่เป็นที่นิยมกันในปัจุบัน มาจากการปนเปื้อนของสารเคมีในอาหาร ใครจะเชื่อไม่เชื่อก็ช่างครับ ที่แน่ๆแค่เราไม่ใส่ยาฆ่าหอยให้ตายและสัตว์อะไรที่ภูมิต้านทานเท่าหอยก็ไม่ตาย ลูกน้ำยุงในผืนนาอยู่ไม่ได้แน่นอน ลดโรคได้บ้างละ  ไม่คุมและฆ่าวัชพืชปลาในนามีอาหารฟรีกิน ต้นข้าวได้ปุ๋ยฟรี เพลี้ยกระโดดหนอนกอมีศัตรูโดยที่เราไม่ต้องไปทำอะไรมันเลย หากสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้เกษตรกรที่มีนาแปลงเล็กๆที่ดูแลได้อย่างทั่วถึงสามารถลดต้นทุนและมีรายเสริมซึ่งอาจจะเป็นรายได้หลักด้วยซำไป ขอเพียงมีน้ำ เมืองไทยเราน้ำใต้ดินมีมากมาย แต่จะนำมาใช้ได้ไงครับ มูลนิธิต่างๆมีมากมาย แจกได้สารพัดอย่างแต่ไม่มีใครแจกบ่อน้ำบาดาล สักวัน หวังว่าคงมีสักวันครับ ที่คนใจบุญบริจาคทานให้คน คงบริจาคได้ถูกคน
 วันนี้ขอต่อมะละกอเลี้ยงปลาอีกนิดนึงครับ อย่างที่เพื่อนๆทราบแล้วนะครับว่ามะละกอตอนยอดได้ เมื่อทราบแล้วทำเฉยๆก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ผมอยากให้มีอะไรเกิดขึ้นอาจแก้เบื่อได้บ้างครับ


 กิ่งตอนมะละกอฮอร์แลนที่ซื้อมาปลูกกิ่งละ100จำนวน20+1จึงถูกตอนทั้งหมด แต่ก็เหลืออยู่2ต้นที่เล็กไม่เท่ากันกับต้นอื่นๆเว้นไว้ก่อน การตอนยอดมะละกอของผมนั้นก็เป็นธรรมดาเหมือนคนทั่วไปที่ไม่เข้าร่องเข้ารอยในต้นแรกๆและคล่องเเคล่วขึ้นในต้นถัดๆไป มีต้นที่สองอยู่ต้นนึงเป็นข้อควรระวังครับ หลังจากใช้มีดปาดคอต้นที่ห่างจากก้านใบล่างสุดสี่นิ้วมือ ช่วงที่ใช้หัวนิ้วโป้งดันยอดให้แผลอ้าออกเพื่อที่จะเอาเศษไม้ไผ่ขัดไว้ ผมดันให้ปากแผลอ้าแรงไปหน่อย คอหักครับแต่ไม่ถึงกับขาดและมัดตรึงเอาไว้ เมื่อตอนยอดทั้งหมดเสร็จกลับมาดู ใบเหี่ยวเลย ฉนั้นจึงเป็นข้อควรระวังนะครับ ไม่ต้องดันยอดให้ไม้เข้าไปได้ง่าย แต่ดันพอให้แผลงับเศษไม้ที่ใช้มีดจักคล้ายตอกแต่หนากว่า2เท่าเหลาเป็นปากฉลามด้านนึงดันที่ตัวไม้เข้าไปในแผลรอยมีดเบาๆจนมิดขนาดไม้ก็พอ และผมบากเปลือกด้านตรงกันข้ามแต่ต่ำกว่าประมาณ2นิ้วมือเพื่อตัดการส่งน้ำเลี้ยง เพื่อเร่งการออกรากเช่นเดียวกับการตอนกิ่ง เนื่องจากต้นสาธิตตอนยอดมะละกอ45วันยังมีรากออกมาน้อยครับ แต่สิ่งที่ผมทำนั้นยังไม่รู้ว่าผิดหรือถูกต้องติดตามดูผลกันต่อไป
 
 เรื่องตอนมะละกอ ผมให้รายละเอียดสมบูรณ์พอสมควรแล้วนะครับ อาหารสัตว์น้ำตัวต่อมาคือ"ไส้เดือน"ครับ ในเฟสผมลงรายละเอียดไปเล้ว ที่นี่เรามารู้จักกันครับ
  ไส้เดือน ใกล้ตัวมากๆเลยครับ ใกล้เสียจนมองไม่เห็น ข้ามตาไป ผมคงเหมือนกับเพื่อนๆอีกหลายท่าน เคยใช้ไส้เดือนเกี่ยวเบ็ดตกปลา เคยเห็นพ่อค้าแม่ค้าขายมูลขายน้ำไส้เดือน แพงด้วย โฆษณาสรรพคุณอย่างเลิศหลู ก็ยังเดินผ่านไปเฉยๆอย่างไม่ยินดียินร้ายและก็ไมอยากรู้จัก ยี้..หยะแหยง..บังเอิญวันนึงไม่นานมานี่แหละครับ เป็นช่่วงที่ผมครั่งไคร้กุ้งล็อปสเตอร์น้ำจืดหรือกุ้งเครฟิชหรือกุ้งก้ามแดงขนาดหนัก เข้าไปศึกษาค้นคว้าทุกๆเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกุ้งชนิดนี้ ไปเจอวีดีทัศน์ของลุงแว่นที่ขายรถไถเดินตามนำเข้าจากญี่ปุ่นในเกษตรพอเพียงเรานี่แหละครับ แกเลี้ยงกุ้งบลูล้อปสเตอร์ด้วยไส้เดือน ก็กุ้งตัวเดียวกันนี่แหละครับ แค่นั้น กับเศษผลไม้บ้าง
https://www.youtube.com/watch?v=bUikmqCKcMg&spfreload=10
  เอ้อเฮอ...ผมไม่รูจักไส้เดือนได้ไงนี่ ไส้เดือนหรือรากดิน ลูกหลานพระแม่ธรณี สิ่งมีชีวิตที่เราเหยียบย่ำไปมาแทบทุกวัน สิ่งมีชีวิตที่มีคุณค่าทางระบบนิเวศอย่างมหาศาล เพื่อนๆไม่ได้อ่านผิดหรอกครับ ผมใช้คำว่า"มหาศาล"ยังไม่แน่ใจว่าพอเพียงสำหรับเค้าหรือเปล่า เมื่อผมได้ศึกษาเค้าตามที่มีช่องทางให้เรียนรู้ได้ในอินเทอร์เน็ต แค่เราเคยให้อะไรเค้าและได้อะไรจากเค้า จากที่ไม่เคยรู้ก็บรรยายไม่ถูกแล้ว ทุกสรรพสิ่งที่ตกลงไปในแผ่นดิน(ยกเว้นสารเคมี)ที่มีเค้าอยู่ ล้วนผ่านกระบวนการแปลงสภาพจากเค้าให้เกิดความสมดุลย์ทางธรรมชาติเค้าเปลี่ยนเศษซากที่พ้นจากผิวดินลงไปให้กลายเป็ยปุ๋ยเลี้ยงพืชพันธุ์ธัญหาร ปกคลุมผื้นดินให้มีชีวิต แค่นี้พอเนาะ เพราะเค้ามีคุณประโยชน์มากมายหน้ากระทู้ไม้พอเขียนแน่ครับ เมื่อรู้จักเค้าเเล้ว หากรู้เฉยๆก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเช่นเดิม เพียงผมอยากมากๆเกินกว่าจะนิ่งอยู่เฉยๆ จึงหาซื้อมา "อาฟริกันAF"กิโลกรัมละ600ได้มาก่อนครึ่งกิโล ของมีไม่พอที่เหลือจ่ายสตางค์ไว้รอคิว ผมอยู่เชียงรายหน้าหนาวหนาวจัดอย่างเช่นเช้านี้ยังไม่เท่าไหร่9องศา ไส้เดือนอาฟริกันAFเค้าเป็นไส้เดือนขยายพันธุ์ได้ดีของเขตร้อน จึงหาสายพันธุ์ไส้เดือนที่ชอบหนาวด้วย และได้รู้จักกับไไส้เดือนที่ชื่อ"ไทเกอร์"ครูดร.ของม.เกษตร ท่านเลี้ยงขาย ราคาณ.วันนี้ไม่ธรรมดา ตัวละ2บาท เค้าว่าเป็นไส้เดือนเขตยุโรปเป็นที่นิยมนำมาเกี่ยวเบ็ดตกปลา การขยายพันธุ์ใกล้เคียงกันกับพันธุ์อาฟริกันAF จึงหามา1000ตัว ไส้เดือนทั้งสองชนิดรวมทั้งกุ้งก้ามแดงชุดทำความรู้จักขนาด2"-2.5"รวม22ตัว จากสามสถานที่วิ่งซื้อเข้าบ้านได้พร้อมกันในวันเดียวกัน นับและขยายพันธุ์ทันทีในคืนนั้น แบ่งเป็นชนิดละ4กะละมัง ขยายเป็นอย่างละ8กะละมัง จวบจนปัจจุบันเข้าหน้าหนาว ขยายเป็นอย่างละ15กะละมังในวันเด็กให้เด็กๆได้รู้จักกับสัตว์ชนิดนี้"อะไรเอ่่ย?มีแต่ตัว ไม่มีหัวไม่มีหาง ไม่มีแขนไม่มีขาไม่มีปีก"ตอบไม่ได้ไม่ไปสวนสัตว์ ลูกสาวร้องไห้เลย นึกไม่ออก กลัวไม่ได้ไปเที่ยวสวนสัตว์ จึงเฉลยว่าไส้เดือนไง



 


บันทึกการเข้า
piety
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 394


« ตอบ #444 เมื่อ: มกราคม 14, 2016, 06:31:03 AM »

 อาหารสัตว์น้ำตัวต่อมาที่อยากจะทำให้ได้ เพาะหนอนแมลงวันลาย ผมเลือกใช้สูตรของ"ครูชาตรี"เพิ่งทดลองได้7-8วัน ณ.วันนี้ยังไม่มีตัวอะไรเกืดขึ้น ไม่ทราบว่าติดหนาวหรือเปล่าก็ต้องหาคำตอบกันต่อไป เรื่องของหนอนประมงอำเภอมาที่บ้านแนะนำให้เลี้ยงหนอนนก เลี้ยงด้วยอาหารไก่เลี้ยงง่าย ศึกษาดูแล้วมีเรื่องต้องปรานีตพอสมควร เช่นโรงเรือนป้องกันศัตรูต้องมี พ่อแม่พันธุ์แมลงปีกแข็งต้องมี และกินรำข้าวสาลีกับอาหารไก่ ก็ไม่ได้ยากอะไรมากเพียงแต่ต้องรอคิว
 อาหารสัตว์น้ำวัยอ่อน ผมจัดให้อาหารสัตว์น้ำตัวนี้มีความสำคัญลำดับต้นๆ เนื่องจากการที่จะมีสัตว์น้ำเลี้ยงต้องมีลูกสัตว์น้ำให้เลี้ยงก่อน สัตว์น้ำวัยอ่อนเมื่อพ้นระยะกินไข่แดงแล้ว โรติเฟอร์ ไรแดง คืออาหารเค้า โรติเฟอร์นั้นตอนแรกผมไม่รู้จะหาเชื้อพ่อแม่พันธุ์ที่ไหน ส่วนไรแดงมีชุดคิดขายชุดละ600+ค่าส่ง80บาท ให้แคบซูลไข่มา2แคปซูล เพื่อนๆอย่าไปซื้อนะครับ เพาะตามคำแนะนำแล้วไข่ฝ่อ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยทั้ง2แคปซูล บังเอิญผมเปิดเว็บท้องถิ่นเจอใส่่ขวดลิตรขายขวดละ20บาทเลยจัดมา5ขวด เอาอาหารของชุดคิดนั่นแหละเลี้ยงจะได้ไม่เสียตังฟรี และลงมือเพาะเลี้ยงน้ำเขียวโดยใช้น้ำจากบ่อกบบ่อปลาที่มองเห็นว่ามีสีเขียว ผ้ากรองตามตำรา60-80ไมครอนไม่รู้จะไปหาซื้อที่ไหนสละเสื้อคอกลงตัวนึงกรองน้ำสองชั้นได้กี่ไมครอนไม่ทราบแต่ผลออกมาใช้ได้มีน้ำเขียวพันธุ์ดีหรือไม่ดีไม่รู้ไรแดงกินแล้วโตได้


  บ่อน้ำเขียวและไรแดงเน้นไม่ซื้อแพง รุ่นแรกๆก็ขุดเมตร*เมตร รุ่นต่อมาก็ใหญ่ขึ้น



 แต่สร้างไม่แข็งแรงพอรับแรงดันน้ำไม่ไหว แต่ไรแดงที่เพาะเจริญเติบโตดีและเร็วมาก ขยายบ่อน้ำเขียวไม่ทันจึงทนใช้ไปก่อนรุ่นนึง แล้วปรับปรุงซ่อมแซมใหม่


 คราวนี้มั่นใจทำเป็นบ่อใหญ่เลย ทุกบ่อมีวาล์วเปิดปิดสามารถระบายน้ำออกได้ และพัฒนาต่อยอดเป็นรุ่นประกอบสำเร็จเพื่อเพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็วอย่างไร้ขีดจำกัด




วันนี้แค่นี้ก่อนครับต้องรีบเอาข้าวกล้อง103กก.ไปส่งเดี๋ยวไม่ทันรถโดยสาร ครับ
บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #445 เมื่อ: มกราคม 20, 2016, 01:06:57 AM »

  ผมมานึกได้ว่าลืมบอกไปว่าใช้อะไรเลี้ยงไส้เดือน ก็ดูจากวีดีทัศน์ลุงเคราบ้างลุงรีย์บ้างคนอื่นๆบ้างในยูทูป จะเน้นมูลวัวนมผสมเศษผักๆไม่มีก็มูลวัวแช่น้ำล้วนๆ ง่ายๆมากเลยครับ เลี้ยงไรแดงจะมีขั้นตอนมากกว่า ต้องใช้น้ำเขียวเลี้ยงและต้องเลี้ยงน้ำเขียวก่อน หากเพื่อนๆมีบ่อกบบ่อปลาก็ง่ายแล้ว น้ำบ่อกบบ่อปลาที่ไม่ค่อยได้ถ่ายน้ำมีเชื้อน้ำเขียวเกิดขึ้นเองครับ จะเป็นน้ำเขียวพันธุ์ไหนชื่ออะไรก็ไม่ต้องลงรายละเอียดหรอกครับเรื่องมาก ใช้ได้ทั้งนั้นครับขอให้กรองให้ละเอียดไว้ก่อนจึงจะไม่ใช่ตะไคร่น้ำ ประมงจังหวัดเลิกใช้แล้วด้วยซ้ำ เคยขอตอนไปเอาลูกปลานิลหมัน บอกใช้"อามิอามิ"แทนแล้ว ประมงอำเภอที่มาเที่ยวบ้านบอกหมักฟางหรือหญ้าแห้งกับน้ำธรรมชาติดีกว่าได้อาหารปลาหลายตัว รวมทั้งโรติเฟอร์ที่ตัวเล็กกว่าไรแดงมากมองด้วยตาไม่เห็นเป็นอาหารอย่างดีสำหรับวัยอ่อนกุ้งฝอย
และแมลงน้ำอื่นๆอีก ความรู้เรื่องไรแดงดูได้ตามลิ้งค์ครับ
http://www.fisheries.go.th/if-phayao/web2/index.php?option=com_content&view=article&id=28&Itemid=38


 
 เมื่อบ่อเลี้ยงไรแดงทำได้ง่ายและแข็งแรงพอใช้แถมประหยัดสุดๆด้วยวัสดุที่หาได้ง่ายๆ มีเวลาเหลือก็เพิ่มจำนวนไปเรื่อยๆ แต่มีข้อควรระวังหน่อยนึงเป็นของแถมฟรี คือลูกน้ำยุง ยุงแม้อายุจะสั้นแต่ก็เกิดง่ายและเพิ่มปริมาณมากขึ้นกว่าตายลง ซึ่งชาวนาเคมีทั่วประเทศเป็นผู้ผลิตยุงรายใหญ่ของโลก แหล่งเพาะเลี้ยงใหญ่อยู่ในนาเคมีนี่เอง เมื่อศัตรูของยุงในแปลงนาถูกทำลายไปแล้วพอเคมีเสื่อมไปแปลงนาจึงกลายเป็นสระว่ายน้ำของลูกยุง หากเราเลี้ยงไรแดงระบบเก็บผลผลิตครั้งเดียว เราจะได้ลูกน้ำยุงเป็นผลผลิดชั้นดีแถมมาด้วย หากนำออกไปให้ปลากินไม่ทันควรกางมุ้งให้ด้วยเพื่อป้องกันยุงลายวางไข่ ยุงลายเป็นสาเหตุของไข้เลือดออกที่อาจทำให้ผู้คนเสียชีวิตได้โดยไม่เจตนา ดังตัวอย่างเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้

  การสร้างบ่อแบบนี้ เมื่อใส่วาล์วโดยเจาะแผ่นพลาสติคดำลอดออกใต้โครงไม้ไผ่ รอยเจาะที่ใส่ข้อต่อตรงPVCเกลียวนอกขันอัดแผ่นพลาสติคกับเกลียวในเสร็จแล้วควรทากาวยาง3Kอีกรอบกันรั่วซึม แห้งดีแล้วจึงใส่วาล์ว จะทำให้เปลี่ยนถ่ายน้ำได้สะดวกไม่ต้องสูบออกเหมือนเหมือนกับบ่อขุดลงไปในดิน ผมพลาดมาแล้วถ่ายน้ำแต่ละทีต้องลากสายไฟย้ายไดโว่ลงสูบน้ำพะลุงพะรัง แหมๆวีดีทัศน์ที่ดูๆมาไม่เห็นมีใครบอกสักคน ต้องแก้ไขกันหลายบ่อเชียว แต่ก็มีใช้ได้บ้างคือใช้เป็นบ่อเพาะแหนแดงและไข่น้ำ ไว้ตอนหน้าค่อยว่ากันต่อครับ
บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #446 เมื่อ: มกราคม 22, 2016, 04:20:59 AM »

  อาหารสัตว์น้ำที่ทรงคุณค่าทางโภชนาการและผลิตได้เองง่ายๆมีหลากหลายชนิด เราได้เลือกเฉพาะอาหารสัตว์น้ำตัวที่เกิดขึ้นได้เองอยู่แล้วตามธรรมชาติและพยายามทำการเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์เพิ่มปริมาณให้มากขึ้นให้เพียงพอต่อสัตว์น้ำที่กำลังจะเลี้ยงในนาข้าว เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในแต่ละพื้นที่อาจมีสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างกัน เราจึงค้นหาอาหารสัตว์น้ำอื่นๆเพิ่มเติมตามความสามารถและเวลาที่มี ซึ่งเราได้พบอาหารสัตว์น้ำวัยอ่อนอีกชนิดหนึ่ง ที่เหมาะกับสัตว์กินพืชและมีอยู่เเล้วในธรรมชาติ "ไข่น้ำหรือผำ"คนในชนบทรู้จักกันดีเป็นอาหารที่คุ้นเคย ไข่เจียวผำ แกงคั่วผำ เป็นอาหารของมนุษย์ที่หายากและมีในบางฤดูการ "ไข่น้ำหรือผำ"เกิดขึ้นเองในน้ำนิ่งที่น้ำไม่ปนเปื้อนสารเคมีเช่นยาปราบวัชพืชที่นาเคมีโดยทั่วไปใช้กันอย่างกว้างขวางในการคุมและฆ่าวัชพืชในนาข้าวรวมทั้งคันนา ชาวนาเคมีจึงไม่มีโอก่าสได้เจอะเจอพืชชนิดนี้ หากแปลงนาปรอดสารเคมีและมีเชื้อ"ไข่น้ำหรือผำ"เค้าจะเกิดขึ้นและขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็วและเลี้ยงง่ายด้วยปุ๋ยคอก "ไข่น้ำหรือผำ"มีโปรตีนสูง สามารถบริโภคได้ทั้งคนและสัตว์กินพืชวัยอ่อน จึงเป็นพืชอาหารสัตว์น้ำอีกตัวหนึ่งที่เราต้องเพาะขยายพันธุ์

บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #447 เมื่อ: มกราคม 26, 2016, 03:12:20 AM »

https://www.youtube.com/watch?v=SygWoeLSuiY
http://electricblueev.blogspot.com/2013/08/tesla-model-s.html
  โลกปัจจุบันเปลี่ยนไปในทางที่ดีมากๆ น้ำมันที่ถูกลงๆ นักการเงินตลาดการลงทุน ไม่ได้บอกความจริงว่าเกิดขึ้นจากอะไร อ้างจากเศรษฐกิจโลกถดถอยและประเทศผู้ผลิตน้ำมันผลิตเกินโควต้าฯลฯ แต่ผมเห็นTOYOTA MIRAIญี่ปุ่นแพร่ข่าวรถใช้ไฮโดรเจน(บ้านเราว่ารถใช้น้ำ)ตั้งแต่ปลายปี57ว่าจะผลิตออกจำหน่ายได้ปลายปี58 เติมไฮโดรเจนแค่10นาทีวิ่งไปได้ด้วยความเร็วเหมือนรถยนต์ปกติถึง300กว่ากิโลเมตร จริงอย่างที่เค้าคุย ไม่ใช่แค่ผลิตออกจำหน่ายในประเทศตนเองเท่านั้นยังถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ประเทศต่างๆฟรีๆด้วย ผลิตขายแล้วและต้นปีนี้ยังไปออกมอร์เตอร์โชว์ที่อเมริกาซะด้วย ปลายปีที่แล้วก็เห็นในยูทูปบริษัทรถยนต์หน้าใหม่ในอเมริกาเดินสายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแล้วตามใบสั่งจองที่ต้องผลิตกันยาวเลย ผมว่านี่ต่างหากทำให้ประเทศผู้ผลิตน้ำมัน..หนาววววว...จนขนหัวลุก ผมเพิ่งตามหาวิดิทัศน์ตามลิ้งค์ข้างบนเจอ เห็นในทีวีหลายสัปดาห์ก่อนไม่ทันได้จดว่าโรงเรียนไหน ดูทีวีรีเพล์ไม่ได้ เพิ่งหาเจอ ไทยเราก็น้อยหน้าใครที่ไหน เป็นท่าน ขายของที่ตกรุ่น ยกตัวอย่างเช่นมือถือกดปุ่ม ตอนที่ยังพอขายได้ไม่รีบขายแล้วจะไปขายตอนไหน ประเทศผู้ผลิตน้ำมันก็เช่นกัน ดูพวกเค้ามีปัญญาน้อยกว่าประเทศผู้บริโภคหรือครับ เห็นว่าเค้ารีบแย่งกันดูดน้ำมันขึ้นมาแย่งกันขายในขณะที่ยังขายได้ แล้วรถที่ใช้น้ำมันป้ายแดงที่ดาวน์ถูกๆเหมือนให้เปล่า จะใช้คุ้มทันผ่อนหมดหรือเปล่าก็ไม่รู้ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 26, 2016, 03:52:08 AM โดย pichai6 » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 [28] 29   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: