หน้า: 1 ... 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 [27] 28 29   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ข้าวสินเหล็ก&ไรซ์เบอรี่อินทรีย์ ภาค4 "กลุ่มลูกกตัญญู" ปลูกข้าวโอสถเพื่อผู้ป่วย  (อ่าน 159367 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #416 เมื่อ: มิถุนายน 26, 2015, 04:28:57 PM »


   เมื่อวานนี้ เป็นวันครบรอบอายุเต็ม57ปีของผม เย็นวันก่อนวานนี้ ผมหากระดาษจุดไฟเพื่อดัดท่อปะปาPVC4หุนทำ45องศา ที่งอ45องศาไม่มีขาย เหลือบไปเห็นกล่องมาม่ากองกับพี้นข้างเล้าหมู ก็ตั้งใจจะเอากระดาษกล่องไปจุดไฟ บังเอิญเปิดเห็นของข้างในจึงเอาออกมาดู เป็นรูปถ่ายของหลวงพ่อสด ที่ใหม่เอี่ยม ไร้ตำหนิใดๆทั้งสิ้น ถามคนในบ้านว่าใครไปเอามาจากไหนไม่มีใครรู้ อาจจะเป็นเด็กในบ้านได้มาโดยไม่ได้ตั้งใจ...ผมถือว่าเป็นของขวัญชิ้นสำคัญ และได้อราธนาศิลอุโบสถจากพระอาจารย์หลวงพ่อสดในเช้าวันเกิดนั้นเชียว เย็นวาน ภรรยาไปเจอจ.ม.จ่าหน้าซองถึงผมไม่จ่าหน้าซองผู้ส่ง ส่งมาตั้งแต่วันที่19 ไปรษณีย์วางไว้ไม่มีใครสังเกตุเห็น ผมกำลังทาวอร์เตอร์โค๊ทอยู่ในบ่อสำรองน้ำใบใหม่ แม่บ้านว่าเป็นเมล็ดพันธุ์ข้าว แล้วทำงานต่อ เมื่อคืนตีหนึ่งกว่าตื่นมาชงกาแฟจะทำวัตรเช้า จึงสังเกตุเห็นซองจดหมาย หยิบมาดูจึงทราบว่า มีผู้ประสงค์ดีส่งเมล็ดพันธุ์หอมมะลิพันธุ์ใหม่มาให้ 19 เมล็ด บอกมาภายในซองใส่เมล็ดพันธุ์ข้าวว่ามาจากเฟสบุ๊ค khawpanmai@gmail.com เป็นของขวัญชิ้นสำคัญอีกชิ้นหนึ่ง มีเอกสารกำกับว่าเป็นข้าวหอมมะลิที่ปลูกได้ทุกฤดู ต้นเตี้ยสูงไม่เกิน100ซม.อายุเก็บเกี่ยว100วัน ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ105เดิม โดยยังคงคุณสมบัติ เหมือนพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ105เดิมทุกประการ
บันทึกการเข้า

pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #417 เมื่อ: มิถุนายน 26, 2015, 05:11:41 PM »

   เมื่อผมเตรียมบ่ออนุบาลลูกปลาหมอเสร็จ ก็เตรียมต้วไปรับลูกปลาหมอจาก คุณสุเทพ ประทานกลุ่มผู้เลี้ยงปลาหมอ เชียงใหม่-ลำพูน ซึ่งเป็นปลาหมอสายพันธุ์ชุมพร1 แกมีอาชีพเพาะขยายพันธุ์และเลี้ยงปลามาก่อน จึงสามารถทำการขยายพันธุ์ปลาหมอชุมพร1ให้แก่กลุ่มได้อย่างมืออาชีพ ก็ดูร้านอาหารของแกซิ

มีหนองน้ำให้บริการตกปลา แกบอกลูกค้าส่วนมากมารับประทานปลาหมอย่างกับน้ำจิ้มรสเด็ด ผมน่ะไม่ได้แอ้มซักตัว ก็มัวเพลินไปกับศูนย์เรียนรู้ทางการเกษตรที่ทางหน่วยงานราชการเค้าขยันขันแข็ง ระดับผู้ว่าและหัวหน้าทางการเกษตรเข้ามาสนับสนุนทางกลุ่มอย่างอบอุ่น ไม่ได้อิจฉานะครับปลงตกแล้ว
 


  เสียดายไม่ได้หยิบกล้องไปถ่ายที่ศูนย์เรียนรู้ ไว้รอบหน้าจะนำมาฝากครับ ชมแค่โซนอนุบาลลูกปลาก่อนละกัน คุณสุเทพเค้าว่ามีหลายบ่อ ทีแรกผมจะเอาขนาดใบมะขาม แกบอกต้องรอ ก.ค. ปลานิ้วได้เลย นิ้วก็นิ้ว แกคิดไม่แพงเลย ตัวละบาทเดียวเอง เลยจัดมา20,000ตัว อย่างเคย ไม่เข็ด

บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #418 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2015, 03:35:08 PM »

  การเลี้ยงปลารอบนี้ ต้องเตรียมความพร้อมให้มากที่สุดครับ อย่างที่เคยเชื่อว่าปลาหมอเลี้ยงง่าย ไม่ยุ่งยาก ปลาอดทนอยู่ได้ทุกสภาพน้ำ ต้องเปลี่ยนแนวคิดใหม่ ต้องเพื่อไว้ก่อนที่เค้าว่ามาอาจไม่ได้เป็นอย่างนั้นทั้งหมด เช่นเรื่องหลักคือ การป้องกันศัตรูของลูกปลา ระบบน้ำ การให้อาหาร
  ได้ไปชมระบบการเลี้ยงของคุณสุเทพ ประทานกลุ่มผู้เลี้ยงปลาหมอเชียงใหม่-ลำพูน จึงได้ทราบว่ากระบวนการเลี้ยงปลาหมอไม่ได้ทำกังแบบขอไปที ปรานีตเหมือนการเลี้ยงปลาอื่นๆนั่นแหละครับ ระบบการเลี้ยงปลาหมอของคุณสุเทพ กลับปรานีตกว่าการเลี้ยงปลาอืนๆหรือเกษตรกรอื่นๆซะอีก เช่น ในภาพบ่ออนุบาลลูกปลา บ่อเลี้ยงแกก็ทำแช่นนี้ ขอบบ่อปูพลาสติคดำ ล้อมมุ้งฟ้าโดยรอบ อาหารปลารุ่นโปรตีนไม่ต่ำกว่า30% ห้ามประหยัดเรื่องอาหาร
โถๆ เราปล่อยลงนาปลาจึงไม่เหลือ เพราะคันนาปรานีตไม่พอ เอาละค่อยๆทำไป บ่อขุนปลารุ่นลงกากชาเลย จากที่เคยสูบน้ำจับปลาช๊อตปลาอย่างไรก็จับไม่หมด เมื่อเอากากชาลงแล้วปลาที่จับไม่หมดยังเหลือตายเกลื่อน


ทำบ่อรับร้ำเข้าใหม่และเพิ่มระบบสำรองน้ำจากบ่อบาดาล






บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #419 เมื่อ: มิถุนายน 29, 2015, 06:57:34 AM »

   วันนี้พยากรณ์อากาศบอกฝนที่ตกมาประปรายจะหยุด นัดรถเกี่ยวข้าวไว้เเล้ว คงเล่าเรื่งได้ไม่มากครับ วันนี้หักมุมมาที่สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำบ้างครับ
 เนื่องจาก การทำการเกษตรผมจะมองการตลาดนำการผลิต อย่างข้าวไรซ์เบอรี่ที่ติดลมบนไปแล้ว สีขายส่งหลักพันกิโลขึ้น เรื่องหมูๆที่ไม่หมู หยุดสนิท ผมขายแม่หมูพร้อมลูกๆชุดสุดท้ายไปแล้วเมื่อตอนกลับบ้านนาล่าสุด3-4วันแรกที่มา คนทางเหนือเค้านิยมกินกบ มีเมนูกบมากมาย แม้แต่ลูกอ้อด ที่ชาวเหนือเรียกว่า"อีฮวก"ก็ชอบรับประทานกัน ตลาดขายส่งก็มี เคยซื้อกบใหญ่จากร้านรับซื้อกบมาเลี้ยงเป็นพ่อแม่พันธุ์ตั้งแต่มาอยู่บ้านนาใหม่ๆ ด้วยความที่เป็นระยะบุกเบิก งานมากไปจึงทำให้ล้มเหลว ก็ทั้งปลูกสร้าง ทั้งบุกเบิกที่รกร้าง ทั้งขุดๆๆ ทำกันตั้งแต่เช้ามืด เลิกงานเมื่อมึดมองไม่เห็นแล้ว จึงดูแลไม่ทั่งถึง ยอมรับครับว่าตอนมาเป็นเกษตรกรใหม่ๆ ไฟแรงมากๆ อยากทำอยากรู้ไปหมด แต่แขนขามีแค่2คู่กับภรรยา จึงมีพลาดและมีบทเรียนมากมายครับ
  ฟาร์มกบนี้ อย่างที่เล่าฝันมานาน เมื่อโล่งแล้ว ก็สานฝันซะ








  อธิบายภาพนิดนึง ก่อนที่จะกลับมาบ้านนา ได้คนงานไทใหญ่มาช่วยงานภรรยา2เดือน งานหนักๆจึงจัดให้ ได้บ่อน้ำกบ1.40*2.0ม.5บ่อๆน้ำเขียวเพาะไรแดง3.4*3.4ม.เต็มพลาสติกดำ2บ่อ(แรกยังไม่ได้แกะโรลพลาสติกคิว่ากล้าง2.0ม.)บ่อน้ำเขียวตั้งใจไว้ต้องมี5บ่อ คนงานขุดไว้เท่านี้เลยคอยไปก่อน และลูกกบรุ่นแรกเข้ามาเร็วจึงเอาลงบ่อน้ำเขียวไปพรางก่อน ผมมาจึงสานต่อบ่อกบจนเสร็จและกบรุ่นที่2ก็เข้ามาพอดีอีกบ่อละ1,000ตัว2บ่อ ที่เหลือรออีก20วัน  ปล.2ภาพสุดท้านแม่บ้านเป็นคนถ่าย กดตั้งค่าอย่างไรไม่ทราบ วันที่เปลี่ยน มาเห็นภายหลัง แก้ไขแล้วครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 29, 2015, 09:02:31 AM โดย pichai6 » บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #420 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2015, 06:16:10 AM »

   เมื่อวานเกี่ยวข้าว จึงขอลงภาพซักเล็กน้อย เดี๋ยวเพื่อนๆจะสงสัยว่าไม่ได้ปลูกข้าวแล้วหรือ ผมและภรรยายังคงปลูกข้าวธัญโอสถตามปกติซึ่งระบบการปลูกก็เช่นเดิมเพียงแต่ช่วงที่ผมต้องไปรับผลของกรรม ภรรยาดูแลไม่ทั่วถึง นาขาดน้ำ ปลาขึ้นไปเดินเล่นในนาข้าวไม่ได้วัชพืชจึงเยอะหน่อย



  ส่วนข้าวพันธุ์ใหม่ 19 เมล็ดหลังจากที่ได้มา ได้ผ่านการแช่เมล็ดด้วยจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงเร่งการงอก เพราะไม่ทราบว่าเมล็ดพันธุ์ข้าวพ้นระยะการพักตัวแล้วหรือยัง พร้อมทั้งจุลินทรีย์ปราบเชื้อราบีเอสพลายแก้วของชมรมปลอดสารพิษ ผมใช้จุลินทรีย์ตัวนี้แทนไตรโครเดอร์ม่าเพราะเพื่อว่าจะใช้ฟางเพาะเห็ดครับ เพราะว่าไตรโครเดอร์ม่าเป็นศัตรูกับเห็ดด้วย เนื่องจากเห็ดก็เป็นเชื้อราชนิดหนึ่ง

บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #421 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2015, 01:31:03 AM »

 สวัสดีครับ เพื่อนๆได้ฟังเทศลำดับญาน กันแล้วทุกๆคนนะครับ ผมหวังว่าเพื่อนเกษตรกรทุกๆท่าน คงเลือกทางเดินไปในภพหน้าเจอกันแล้วนะครับ เอแล้วจะเชื่อได้หรือ พิสูตรเลยครับ พระพุทธองค์ท้าทายท่านทั้งหลายว่า "ธรรมของพระพุทธองค์สามารถพิสูตร์ได้ ปฎิบัติได้ รู้ได้ด้วยตนเอง ไม่จำกัดกาล" สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็นใช่ไหมครับ มีเวลาทำให้จิตที่บุญกับบาปต้องแห่ไปให้เห็น ก่อนตายได้ละก็......
  ผมไม่ได้เข้ามาซะหลายวันเลยครับ แต่ไม่ใช่งานไม่เดินนะครับ เฟรส1 เสร็จแล้วครับ แหมๆจะใส่ภาพซะหน่อย ลืมไป ไม่ได้ใส่ไว้ในphotobucket และตอนนี้มาใช้เครื่องของลูกๆ ไว้กลับบ้านไปใส่ให้ครับ เอาเป็นว่า ระบบสำรองน้ำป้องกันภัยแล้งเดินเครื่องไปแล้วครับ ด้วยงบประมาณจำกัด ได้ปลอกซิเมนต์ขนาด1.20ม. 4 ปลอกรวมปริมาณน้ำ สองพันกว่าลิตร ใช้เวลาสูบน้ำจากบ่อบาดาลด้วยปั้มอิตารี่2เฟสขนาดที่อ2" 7นาที4วินาที สิ้นเปลืองไฟฟ้าไป0.3ยูนิต ได้ทันต้อนรับภัยแล้ง พอดี
 ผมได้ย้ายลูกปลาหมอแปลงเพศที่อนุบาลไว้20,000ตัวอายุที่อยู่กับผม23วันลงบ่อขุนเรียบร้อยแล้วในวันที่2/7/58 ขนาดตอนมา1" ตอนย้ายประมาณ1.5"-2.5"เป็นส่วนมาก แต่ไอ้ที่1"เท่าเดิมก็มีให้เห็นบ้างซักไม่เกิน1%ไม่รู้เค้าไปมุดหัวอยู่ที่ไหนถึงไม่โตก็ไม่ทราบครับ ภาพรวมๆน่าจะมีจำนวนเกิน80% นับไปไม่กี่พันต้องเลิกนับ สงสารเค้าสูบน้ำเกือบแห้งแล้วน้ำขุ่นเป็นเลนเลย ต้องรีบจับใส่กระป๋องวิ่งเอาไปใส่บ่อใหญ่ 40กว่าเที่ยวพลัดกันวิ่ง3คน ลืมแก่ได้ไงไม่รู้ หนุ่มใหญ่ที่มาช่วยเช้าป่วยเลย มาช่วยถมตีนรั้วมุ้งฟ้าได้ครึ่งวันบอกไม่ไหวแล้ว(จริงๆอยากจะไล่กลับตั้งแต่ตอนเช้าแล้ว เกรงใจ) และเช่นเคยไม่มีใครมือไม่เลอะ ไม่ได้ภาพจับปลาซะทีครับ
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 10, 2015, 12:25:37 AM โดย pichai6 » บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #422 เมื่อ: กรกฎาคม 19, 2015, 11:46:45 AM »

  สวัสดีครับ เมื่อ เพื่อนๆเริ่มฟังนิยายธรรมะและฟังเป็นแล้ว ก็จะพบเจอบางสิ่งหลายๆอย่างที่แตกต่างจากโลกมายาที่โกหกให้ชม เช่นวันนี้ผมก็เจอวิดีทีศน์สำคัญของช่อง3 ที่เผยแพร่มานานแล้วแต่ผมไม่เคยได้ชมมาก่อนเลยครับ เป็นหลักฐานอีกชิ้นนึง ที่ยืนยันการได้มักะลีผลมาหนึ่งคู่ของ พระอาจารย์"หลวงพ่อจรัญ"เมื่อครั้งไปช่วยงานมรณภาพของ"หลวงพ่อตุ๊"หลวงพ่อของนาย......(นามสมมุติ)
https://www.youtube.com/watch?v=7XqOmdJk-Go
  ส่วนเรื่องการทำนาอินทรีย์นั้น ผมกำลังจะทดลองทำนาในฤดูการทำนาที่จะถึงนี้ คือ "การคุมวัชพืชด้วยน้ำหมักผลไม้"สำหรับนาน้ำน้อยที่ยังไม่สามารถนำปลาลงปล่อยได้ ที่ มีการเผยแพร่มานานแล้วในยูทูป แต่ผมยังไม่เคยเห็นใครนำไปปฏิบัติจริงๆ ก็คงจะเกิดจากเหตุหลายๆประการณ์ที่เราๆท่านๆยังไม่รู้ ผมได้นาดอนของน้ามาแปลงนึง 5ไร่ ก็จะได้ทดลองกันในคราวนี้ว่ายุ่งยากอย่างไร และ ต่อเนื่องด้วยการทดลองต่อยอดการผลิตแบบลดต้นทุน คือ "ปลูกข้าวล้มตอซัง" และการขยายพันธุ์ๆใหม่ที่ได้มาในหลายๆเส้นทาง เช่นเคยครับ ความรู้ที่รู้แล้ว วิธีทำที่เคยเห็นแล้ว กับลงมือทำจริงๆ ย่อมจะแตกต่างกันแน่ๆ แต่จะเป็นเช่นไร ผมจะเป็นหัวหอกเป็นหนูลองยา ลองทำให้เพื่อนๆได้ชมกันครับ ฝากขอความช่วยเหลือหน่อยนึงคือ หากผมทำท่าจะผิดพลาดตรงไหนช่วยเตือนด้วยครับ ผมมันเฒ่าวัยทองแล้ว มีหลงๆลืมๆเหมือนคนทั่วๆไปที่ยังไม่มีเวลาฝึก"สติปัตฐาน4"ครับ
บันทึกการเข้า
tong1981BKK
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 301


« ตอบ #423 เมื่อ: กรกฎาคม 24, 2015, 12:43:21 PM »

ขอติดตามครับ
บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #424 เมื่อ: กันยายน 01, 2015, 07:08:15 AM »

https://www.youtube.com/watch?v=h-acEH9hUl0
  ขออภัยเพื่อนๆที่หายไปนาน ก็ไม่ได้หลบหน้าไปไหนครับ มีแต่งานๆๆ กลับไปขับรถโดยสารเดือนนึงหาค่าอาหารปลา ภรรยาสีข้าวขายอยู่บ้านกับให้อาหารปลา กบ เป็ด ไก่ หมา หมูไม่มีแล้ว กลับมาอีกทีจวนจะเข้าพรรษา และ วันแม่ ลูกค้าสั่งข้าวกล้องจำนวนมาก จำต้องช่วยภรรยาสีข้าวแพ็คข้าว จนเลยเวลางานลงนาไปโขอยู่ และการทำนาเที่ยวนี้แม่ยายโยนนาของน้ามาให้ทำอีก 5ไร่ ซึ่งเป็นนาที่ยังไม่ได้ทำคูนาปล่อยปลาและไกลตาติดถนนราดยาง เป็ดก็ลงไม่ได้หมาเยอะ ก็ได้ตั้งใจไว้แล้วว่าการทำนาเที่ยวนี้จะต้องเพิ่มขีดความสามารถของพระแม่ธรณีและพระแม่โภสพ อย่างเต็มประสิทธิภาพของการทำนาอินทรีย์ โดยแปลงที่ไม่สามารถเอาปลาลงได้จะคุมวัชพืชด้วย"น้ำหมักผลไม้"ซึ่งอยากจะทำมานานแล้ว เมื่อมีโอกาสก็สมควรทำ ผมได้หมักผลไม้ไว้ล่วงหน้าแล้วคือกล้วยน้ำหว้า มะละกอ ฟักทอง หลังจากโยนกล้าเมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว30/8จนถึงวันนี้ยังซ่อมข้าวและเก็บหอยยังไม่หมดเลยครับ ก็ผมไม่ได้ใส่กากชาฆ่าหอยและสรรพสัตว์ลูกหลานทั้งหลายของพระแม่ธรณี และหลังเก็บเกี่ยวก็ไม่ได้อยู่ไถกลบพักหน้าดินเหมือนชาวบ้านเขา ปล่อยวัชพืชขึ้นแช่น้ำคาไว้อย่างนั้นเองครับ จึงเป็นบ้านหลังใหญ่ของสรพสัตว์ทั้งหลายที่มีอยู่แล้วและหลบหนีมาจากที่อื่นๆ มากินขี้ปี้นอนกันอยู่ในนั้น ออกลูกออกหลานกันยั้วเยี้ยไปหมด อดีตในนาเคยมีอะไร ปัจจุบันนาเคมีไม่มีแล้ว นาผมมีทั้งหมด มาดูเองครับ  ทำนาเที่ยวนี้ ทีมงานคนกล้าคืนถิ่น"กลุ่มคนกล้าปั้นฝัน"และกองทัพบก นำโดยพันโทรัตนสิทธิ จึงต้องสนธิกำลังมาช่วยเก็บหอยกันทีเดียวครับ
https://www.gotoknow.org/posts/30573
https://www.gotoknow.org/posts/21269

บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #425 เมื่อ: กันยายน 01, 2015, 03:38:15 PM »

  เมื่อวานลื้อข้าวแปลงสุดท้ายเอาไปซ่่อมแปลงอื่นๆเสร็จ วันนี้จึงย่ำนาทำน้ำตมเสร็จเตรียมรถจะเข้าย่ำแปลงเพราะกล้าต่อ ระหว่างพักนึกขึ้นได้ว่าติดค้างภาพหอมขาวมะลิ105สำหรับนาปรัง คว้ากล้องและกระบวยไปตักหอยด้วย ตักหอยเพลินยังไปไม่ถึงข้าวหอมขาวมะลิ105เลยครับ ฝนตกใส่ กลัวกล้องเปียกจึงกลับเข้ากระต๊อบ ระหว่างรอฝนหยุุด เราย้อนไปดูเรื่องเก่าที่ยังไม่ได้เล่าให้ทราบกันหน่อยนะครับ
  เพื่อนๆทราบดีนะครับว่าผมหยุดสารเคมีอย่างสิ้นเชิง แถมมีเวลาให้กับนาข้าวน้อย ตอนเพราะกล้าเอาเมล็ดข้าวลงถาดเพาะในแปลงนาเลย บนบกที่ไม่พอเพราะบางส่วนเอาไปทำเล้ากบแล้ว  ที่นี่นกกระจิบ กระจาบ กระจอกชุมมาก มีชาวนาหว่านระบบเคมีมืออาชีพต้องทำใหม่ให้เห็นแล้ว นกเค้าจิกกินคาต้นกล้าที่งอกแล้วเลยครับ ด้วยเกรงว่าจะโดนเช่นเค้าบ้างเพราะลงกล้าช้ากว่าเค้าทั้งหมด จึงคิดใหม่ทำใหม่ เอาเมล็ดข้าวลงในหลุมถาดก่อนแล้วจึงเอาขี้เลนหมก หวังไม่ให้นกเห็นเมล็ดข้าว ดูเหมือนจะฉลาดกว่านกนะครับ แต่ฉลาดน้อยไปหน่อย เพื่อนๆอย่าได้รองทำเชียวนะครับ เมื่อหน้าขี้เลนที่ที่ป้ายทับหน้าไว้แห้ง ไม่ว่าจะเป็นเพราะแดดแรงหรือมีเวลาน้อย ไม่ได้ดูแลให้หน้าดินขี้เลนเปียกตลอดเวลาช่วงต้นกล้าจะโพล่มาชมโลก ขี้เลนแห้งที่อยู่ด้านบนจะถูกดันหงายท้องไปแล้วต้นข้าวก็จะเหลือแต่ราก หากโดนแดดแรงๆในวันต่อมา อาการคงน่าเป็นห่วง


  ผมลงไปดูทันเห็นยังเป็นไม่มากแก้ไขด้วยการกวนขี้เลนในคูน้ำข้างๆสาดใส่ ก็พอใช้ได้ การโรยเมล็ดข้าวก่อนโดยไม่มีดินรองพื้นจะมีข้อเสียอีกอย่างคือรากของกล้าจะไม่แทงย้อนขึ้นมาเเกาะดินที่ทับหน้า รากจะกระจุกอยู่ที่ก้นหลุมและจะพยายามรอดรูระบาบน้ำลงไปหาอาหาร เมล็ดไหนที่แย่งลงรูไม่ได้ก็ผอมแห้งแรงน้อย ต้นกล้าก็จะไม่สมบูรณืเพราะขาดสารอาหารจากดิน แล้วเวลาโยนกล้าเมื่อรากข้าวกับดินแยกจากกัน หยิบกล้าเพื่อจะโยนแรงไปดินก็แตกค้างในตระกร้าเต็มไปหมด ต้องจำคับทีหลังอย่าทำ ผมเองก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าการทำเช่นนี้จะเป็นเยี่ยงนี้ ไม่เคยอ่านเจอที่ไหนเลยครับ ที่จริงแล้วการเพาะกล้าแบบคราวที่แล้วเมื่อเอาขี้เลนใส่ถาดแล้วโรยเมล็ดข้าวแล้วใช้ไม้กวาดทางมะพร้าวกวาดกดเมล็ดข้าวให้จมขี้เลนก็จบ หึหึ
บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #426 เมื่อ: กันยายน 03, 2015, 05:09:43 AM »

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้ผมได้ภาพ ข้าวหอมขาวดอกมะลิ105นาปรังมาแล้ว ยอมรับว่าไม่ได้ดูแลเอง ไม่ได้ใส่ได้พ่นอะไรทั้งนั้น แม่บ้านเค้าเป็นคนจัดการเองทั้งหมด ผมแค่เพาะใส่ถาดน้อย จาก19เมล็ดแม่บ้านเล่าว่าพายุฝนมาปลิวหายไป5เหลือ14 ใส่ถังกะปิเอาไปไว้ที่บ่อปลาลืมใส่น้ำให้ ตายไปอีก2 ที่เหลือ12เมล็ดดวงแข็งมากผมเพิ่งเห็นและถ่ายภาพ ตั้งท้องซะแล้ว ต้องเตรียมบำรุงครรซะหน่อย เมล็ดที่กอใหญ่สุดนับได้33ต้น แล้วเราค่อยดูกันต่อไปครับ

ไหนๆก็คุยถึงข้าวหอมขาวดอกมะลิ105แล้ว ขอต่ออีกหน่อย จากการค้นหาและติดต่อ ได้มาอีก1000เมล็ดแบบมีค่าใช้จ่าย จากหนึ่งในคณะวิจัยเขตอากาศหนาวเย็น คือจังหวัดแพร่ ผมให้ข้อมูลได้แค่นี้นะครับ เกรงใจลิขสิทธิเขาครับ ผมเพาะลงถาดเมล็ดเดี่ยวและปลูกขยายพันธุ์ระยะ50*50ซม.

 และที่ผมเกรินเรื่องการคุมวัชพืชด้วยน้ำหมักผลไม้ไว้นั้น เมื่อวานหลังจากที่ซ่อมข้าวและเก็บหอยเชอรี่เบาบางลงแล้ว กล้าที่ซ่อมไปรากเกาะดินกระดกต้นขึ้นแล้ว วัชพืชเองก็เขียวขจีไปทั่ว จึงทำการพ่นน้ำหมักผลไม้ครั้งที่1หลังจากโยนกล้าครั้งแรก10วัน ให้แม่บ้านไปอ่านดูในคอมฯ บอกอัตราส่วนมา50ซีซีต่อน้ำ1ลิตร หรือน้ำหมักผลไม้ครึ่งขีดต่อน้ำหนึ่งกิโล ก็เท่ากับน้ำหมักผลไม้5กิโลต่อน้ำ100ลิตร(1ลิตรกับ1กิโลเท่ากัน)พ่นไปประมาณ8ไร่แปลง เพราะไม่ได้พ่นแปลเพาะกล้า เปลืองน้ำไปประมาณ500ลิตรเหลือนิดหน่อยค่าพ่น400บาท(ทั้งคนและเครื่อง) ล็อคคอตีเข่าคนพ่นไว้แล้วว่า หลังจากนี้อีก7วันมาพ่นอีกนะ



 พอมาเปิดดูข้อมูลการคุมวัชพีชด้วยน้ำหมักผลไม้ก่อนที่จะเขียนลงกะทู้นี้ ตายละวา อัตราส่วนผิด ข้อมูลการทดรองครั้งสุดท้ายเค้าบอกใช้อัตราส่่วนแค่30ซีซีต่อน้ำ1ลิตร เนี่ยเป็นซะงั้น ไม่รู้จะใบไหม้อีกหรือเปล่า ผมเองก็ผิดมาหนนึงแล้ว ก่อนถอนกล้า2-3วันพ่นต้นกล้าด้วยจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงและน้ำหมักใส้ปลาทู+น้ำส้มควันไม้ อัตราส่วน1:100น้อยกว่าน้ำหมักผลไม้คุมวัชพืชที่พ่นไป5:100ซะอีก ปลายใบยังเหลือง ก็ยังสงสัยในใจอยู่ว่าอัตราส่วนการใช้น้ำหมักอย่างปลอดภัยอยู่ที่1:100-200 ผมใส่โบโดพ่น 20ลิตรก็ต้องใช้น้ำหมัก200ซีซีหรือ2ขีดก็ถูกต้องนี่นาทำไมใบต้นกล้าจึงไหม้ พอมาผสมใหม่เพื่อที่จะพ่นกล้าข้าวหอมขาวดอกมะลิ105นาปรัง ดูน้ำว่าจะถึงระดับหรือยัง อ้าว....โบโดจุน้ำแค่15ลิตรซะงั้น พ่นมาตั้งนานเพิ่งจะรู้โบโดจุน้ำ15ลิตร ฟังเขามาว่าโบโดพ่นยาจุน้ำ20ลิตรก็เชื่ออยู่อย่างนั้นไม่เคยดู ใส่น้ำแค่เต็ม นี่แหละหนามาเล่นการเกษตรเอาเมื่อวัยทองก็ป้ำๆเป๋อๆอย่างนี้แหละครับท่านผู้ชม
บันทึกการเข้า
tong1981BKK
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 301


« ตอบ #427 เมื่อ: กันยายน 03, 2015, 09:09:35 PM »

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้ผมได้ภาพ ข้าวหอมขาวดอกมะลิ105นาปรังมาแล้ว ยอมรับว่าไม่ได้ดูแลเอง ไม่ได้ใส่ได้พ่นอะไรทั้งนั้น แม่บ้านเค้าเป็นคนจัดการเองทั้งหมด ผมแค่เพาะใส่ถาดน้อย จาก19เมล็ดแม่บ้านเล่าว่าพายุฝนมาปลิวหายไป5เหลือ14 ใส่ถังกะปิเอาไปไว้ที่บ่อปลาลืมใส่น้ำให้ ตายไปอีก2 ที่เหลือ12เมล็ดดวงแข็งมากผมเพิ่งเห็นและถ่ายภาพ ตั้งท้องซะแล้ว ต้องเตรียมบำรุงครรซะหน่อย เมล็ดที่กอใหญ่สุดนับได้33ต้น แล้วเราค่อยดูกันต่อไปครับ

ไหนๆก็คุยถึงข้าวหอมขาวดอกมะลิ105แล้ว ขอต่ออีกหน่อย จากการค้นหาและติดต่อ ได้มาอีก1000เมล็ดแบบมีค่าใช้จ่าย จากหนึ่งในคณะวิจัยเขตอากาศหนาวเย็น คือจังหวัดแพร่ ผมให้ข้อมูลได้แค่นี้นะครับ เกรงใจลิขสิทธิเขาครับ ผมเพาะลงถาดเมล็ดเดี่ยวและปลูกขยายพันธุ์ระยะ50*50ซม.

 และที่ผมเกรินเรื่องการคุมวัชพืชด้วยน้ำหมักผลไม้ไว้นั้น เมื่อวานหลังจากที่ซ่อมข้าวและเก็บหอยเชอรี่เบาบางลงแล้ว กล้าที่ซ่อมไปรากเกาะดินกระดกต้นขึ้นแล้ว วัชพืชเองก็เขียวขจีไปทั่ว จึงทำการพ่นน้ำหมักผลไม้ครั้งที่1หลังจากโยนกล้าครั้งแรก10วัน ให้แม่บ้านไปอ่านดูในคอมฯ บอกอัตราส่วนมา50ซีซีต่อน้ำ1ลิตร หรือน้ำหมักผลไม้ครึ่งขีดต่อน้ำหนึ่งกิโล ก็เท่ากับน้ำหมักผลไม้5กิโลต่อน้ำ100ลิตร(1ลิตรกับ1กิโลเท่ากัน)พ่นไปประมาณ8ไร่แปลง เพราะไม่ได้พ่นแปลเพาะกล้า เปลืองน้ำไปประมาณ500ลิตรเหลือนิดหน่อยค่าพ่น400บาท(ทั้งคนและเครื่อง) ล็อคคอตีเข่าคนพ่นไว้แล้วว่า หลังจากนี้อีก7วันมาพ่นอีกนะ



 พอมาเปิดดูข้อมูลการคุมวัชพีชด้วยน้ำหมักผลไม้ก่อนที่จะเขียนลงกะทู้นี้ ตายละวา อัตราส่วนผิด ข้อมูลการทดรองครั้งสุดท้ายเค้าบอกใช้อัตราส่่วนแค่30ซีซีต่อน้ำ1ลิตร เนี่ยเป็นซะงั้น ไม่รู้จะใบไหม้อีกหรือเปล่า ผมเองก็ผิดมาหนนึงแล้ว ก่อนถอนกล้า2-3วันพ่นต้นกล้าด้วยจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงและน้ำหมักใส้ปลาทู+น้ำส้มควันไม้ อัตราส่วน1:100น้อยกว่าน้ำหมักผลไม้คุมวัชพืชที่พ่นไป5:100ซะอีก ปลายใบยังเหลือง ก็ยังสงสัยในใจอยู่ว่าอัตราส่วนการใช้น้ำหมักอย่างปลอดภัยอยู่ที่1:100-200 ผมใส่โบโดพ่น 20ลิตรก็ต้องใช้น้ำหมัก200ซีซีหรือ2ขีดก็ถูกต้องนี่นาทำไมใบต้นกล้าจึงไหม้ พอมาผสมใหม่เพื่อที่จะพ่นกล้าข้าวหอมขาวดอกมะลิ105นาปรัง ดูน้ำว่าจะถึงระดับหรือยัง อ้าว....โบโดจุน้ำแค่15ลิตรซะงั้น พ่นมาตั้งนานเพิ่งจะรู้โบโดจุน้ำ15ลิตร ฟังเขามาว่าโบโดพ่นยาจุน้ำ20ลิตรก็เชื่ออยู่อย่างนั้นไม่เคยดู ใส่น้ำแค่เต็ม นี่แหละหนามาเล่นการเกษตรเอาเมื่อวัยทองก็ป้ำๆเป๋อๆอย่างนี้แหละครับท่านผู้ชม


ข้าวที่ปลูกในถังสี  ใส่ดินเท่าไหร่  ใส่น้ำเท่าไหร่ครับ
บันทึกการเข้า
piety
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 394


« ตอบ #428 เมื่อ: กันยายน 07, 2015, 07:26:08 PM »

  
   ตอบคุณtong1981BKKค่ะ  ใส่ดินกะเอาพอว่าตอนใส่ต้นข้าวลงไปไม่โดนแดดมากนัก ส่วนน้ำค่อยๆเติมเอา ใส่น้ำหมัก น้ำ10ลิตร ใส่น้ำหมัก 1 กระป๋องนม แล้วเฉลี่ยทุกถังค่ะ ช่วงที่ย้ายเอาข้าวมาใส่ถังเจ้าของสูตรไม่อยู่ทุกอย่างเลยเอาประสปการณ์ที่ผ่านมาลองทำเอาค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 07, 2015, 07:29:39 PM โดย piety » บันทึกการเข้า
tong1981BKK
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 301


« ตอบ #429 เมื่อ: กันยายน 07, 2015, 10:15:18 PM »

 
   ตอบคุณtong1981BKKค่ะ  ใส่ดินกะเอาพอว่าตอนใส่ต้นข้าวลงไปไม่โดนแดดมากนัก ส่วนน้ำค่อยๆเติมเอา ใส่น้ำหมัก น้ำ10ลิตร ใส่น้ำหมัก 1 กระป๋องนม แล้วเฉลี่ยทุกถังค่ะ ช่วงที่ย้ายเอาข้าวมาใส่ถังเจ้าของสูตรไม่อยู่ทุกอย่างเลยเอาประสปการณ์ที่ผ่านมาลองทำเอาค่ะ

ขอบคุณครับ  กำลังทดลองปลูกครับ
บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #430 เมื่อ: กันยายน 10, 2015, 07:16:43 AM »

https://www.youtube.com/watch?v=0V_zlO9FwEc
สวัสดีครับเพื่อนๆ ก่อนจะเพิ่มเติมข้อมูล ผมต้องขออภัยเรื่องวันที่ในภาพด้วยครับที่ไม่สามารถแสดงได้ ตั้งแต่นำกล้องไปซ่อมแล้วตั้งวันที่อัตโนมัติแล้วมีวันที่ขึ้นที่หน้าจอแต่กลับไม่มีในภาพ ผมพยายามแก้ไขแล้วแต่ไม่สำเร็จ ไว้จับปลาขายแล้วจะซื้อตัวใหม่ตอนนี้ต้องประหยัดไว้ก่อนครับ
 หลังจากที่ผมเริ่มงานกำจัดวัชพืชด้วยน้ำหมักผลไม้ โดยใช้อัตราส่วนน้ำหมัก10กก.ต่อน้ำ200ลิตร ซึ่งได้ค้นคว้าต่อ ได้เจอการเผยแพร่ตามลิ้งค์ข้างบน กล่าวว่าอัตราส่วนที่ผมใช้นั้น โอเวอร์โหลดแล้ว สามารถเป็นอันตรายต่อพืชประธานได้ ซึ่งหลังจากที่ผมพ่นไปแล้วก็เป็นกังวลเช่นกัน แต่หลังจากนั้นได้คอยสังเกตุตรวจสอบดู กลับไม่ได้เป็นอันตรายต่อวัชพืชเลย รวมทั้งพืชประทานด้วย เอแล้วผมผิดพลาดขั้นตอนไหนกันนี่



 กลับกลายเป็นปุ๋ยหรือฮอร์โมนให้วัชพืชงามแข่งกับข้าวที่เป็นพืชประทาน ผมต้องลงนาเก็บหอยเชอรี่ทุกวัน สังเกตุว่าแม้แต่ปลายใบวัชพืชก็ไม่ได้ไหม้ ตากแดดครบ7วันได้เวลาพ่นน้ำหมักครั้งที่2 จากข้อมูลใหม่ตามลิ้งค์ข้างต้น ทำให้เอะใจว่าเราไม่ได้ใส่สารจับใบซะละมัง ข้อมูลเดิมไม่ได้กล่าวไว้ ผมเลยไม่ได้ใส่สารจับใบ เอแล้วจะเป็นด้วยประการฉะนี้หรือเปล่า


 จากการแนะนำของข้อมูลใหม่ให้เพิ่มยูเรีย5กกเพื่อนำน้ำหมักซึงเข้าทางปากใบเข้าไปในลำต้นได้ มีกากน้ำตาล10กก.อันนี้ไม่ทราบเหตุผล ผงซักฟอก1ช้อนโต๊ะทำเป็นสารจับใบ ผมปฏิญาณตนต่อพระราชาต่อพระแม่ทั้งสาม ว่าจะไม่นำสารเคมีใดๆใส่ลงบนแผ่นดิน ครั้งนี้เมื่อผมไม่เอายูเรียจึงเพิ่มปริมาณน้ำหมักผลไม้อีก1กก.น้ำหมักสัปรสอีก2กก.ผงซักฟอกสำหรับเครื่งซักผ้า1ช้อนโต๊ะ ส่่วนกากน้ำตาลไม่มีจึงไม่ได้ใส่ รวมน้ำหมักเป็น13กก.ต่อน้ำ200ลิตร เที่ยวนี้ก็กังวลเช่นเดิมอีกว่า ทั้งเพิ่มปริมาณเกินโอเวอร์โหลดพร้อมสารจับใบ หากสำเร็จ ข้าวซึ่งเป็นพืชประทานจะเสียหายไหมหนอ พฤติกรรมของผมได้กลับมาที่จุดเริ่มต้นของการเป็นเกษตรกรอีกครั้ง คือความไม่รู้ไม่เข้าใจและวัดดวง ซึ่งไม่ดีเลย เสี่ยงที่จะเสียหายเป็นอย่างมาก แก้ไขอะไรไม่ได้แล้วครับ พ่นเสร็จไปแล้ว เมื่อคืนฝันว่าทั้งข้าวและวัชพืชใบไหม้หมดเลย ซึ่งจากข้อมูลพืชจะแกรนเมื่อเอาน้ำเข้านาให้ท่วมจะตาย แล้ววัชพืชนั้นงามสูงกว่าข้าว แล้ว........
บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #431 เมื่อ: กันยายน 26, 2015, 06:05:15 AM »

https://www.youtube.com/watch?v=z4OGM9lMiXo
https://www.youtube.com/watch?v=M8nc2DkweR0
 สวัสครับเพื่อนๆ เช่นเคย หายไปนานนิดนึง งานล้วนๆครับ ผมอยากให้เวลากลางวันแจ้งๆน่ะมีซ้ก16ชม. ก็ตะวันตกดินทีไรเป็นเปลี้ยวปาก อยากเลิกงานทุกที
 ผมมีเรื่องมาฝากตามลิ้งค์ที่2ครับ จากการที่ผมได้มีโอกาสฟังนิยายธรรมะ"ชีวะประวัติของ หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวันสิงห์บุรี"ตั้งแต่ตอนแรก สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตอนที่2 มักลีผล ตอนที่3 นารีผล จนถึงตอนที่4 ความหลงในสงสาร ตามลิ้งค์แรกครับ ผมน่ะฟังจบมาหลายปีแล้วและจากที่เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ผมได้มีโอกาสไปกราบมนัสการหลวงพ่อฝากตัวเป็นศิษฐ์และรับกรรมฐาณปฎิบัติที่วัดครั้งละ7วันถึง2ครั้ง และนำมาปฎิบัติที่บ้านตามโอกาสที่อำนวย ผมได้พบเจอเรื่องเหลือเชื่อเยอะแยะจึงเชื่อในคำสอนของพระอาจารย์  และได้เกิดเจอหลักฐาณต่างๆที่มีผู้นำมาเผยแพร่เป็นธรรมธานหลายๆประการไว้ในโลกออนไลท์นี่เอง ดังที่เคยลงให้ทราบไว้ในกระทู้นี้ จึงอดที่จะนำมาบอกต่อไม่ได้ เช่นในหัวเรื่องนี้ ผมได้บังเอิญเจอมาหลายวันพระแล้ว เพิ่งจะมีโอกาสได้มาเข้ากระทู้ จึงฝากไว้ประดับความรู้ครับ มิได้มีเจตนาชักจูงให้เชื่อหรือไม่เชื่อใดๆ เชิญใช้วิจารณาญาณตามชอบใจเถิดครับ
 ผมขอสรุปการใช้น้ำหมักผลไม้เอาเองดังนี้ครับ น้ำหมักคุมวัชพืชได้จริงครับ แต่ต้องมีปัจจัยร่่วมดังนี้คือ ผืนนาต้องทำเทือกสม่ำเสอมควบคุมน้ำได้ คันนาต้องสูงใหญ่สูงไม่น้อยกว่า30ซ.ม. การฉีดพ่นน้ำหมักผลไม้ผืนนาต้องแห้งไม่มีน้ำขังครังเรกต้องฉีดพ่นก่อนเอาต้นกล้าลงนาวัชพืชโตประมาณ1ซ.ม. ใช้ความเข้มข้นเท่าที่ผมฉีดพ่นครั้งที่2ได้เลยหรือมีน้ำหมักผลไม้เยอะก็ซัดเอาเต็มที่ตามชอบใจ ส่วนครั้งที่2ถ้าทำได้ก่อนเอากล้าข้าวลงก็จัดได้เต็มที่อีกและใส่น้ำให้ท่วมฆ่าวัชพืชซัก3-4วันค่อยลดน้ำลงกล้าข้าว  ส่วนการที่จะได้ผลหรือไม้ได้ผลก็อยู่ที่ปัจจัยร่วมดังที่ว่ามาครับ หากพืนนายังมีน้ำขังวัชพืชไม่เฉาครับ ก็แปลกนะ หรือไม่แปลก ก็ความไม่เคยทำให้ไม่รู้ งั้นก็ต้องทำให้รู้ให้เคยเดี๋ยวก็เจอเรื่องแปลก ก็ ของผมคุมน้ำไม่ได้ทั้งหมดเพราะไม่ได้เตรียมตัวมาก่อนเรื่องคุมวัชพืชด้วยน้ำหมักผลไม้ ผมหลุดผลของกรรมของตนเองมาเตรียมตัวลงนาได้ไม่ถึงเดือน กับ แม่ยายโยนนามาให้ทำอีก5ไร่ เตรียมคันนาไม่ทันปลานิลลงนาไม่ได้ แถมช่่วงที่ผมไม่อยู่ ปลานิลที่อนุลักษ์ไว้ถูกทิ้งให้แห้งตายคาคูน้ำที่ทำไว้ทั้งหมด หากจะซื้อใหม่ก็ต้องอนุบาลเป็นเดือน นี่แหละครับเมื่อกรรมดำส่งผลสาหัสเอาการอยู่ ฉนั้น ท่านสาธุชนทั้งหลายจงเชื่อในกรรมเถิด เชื่อในภพชาติที่แล้วและภพชาติข้างหน้าเถิด หากท่านจะไม่ยอมเชื่อ ท่านก็คงไม่มีโอกาสได้ฟังเทศมหาชาติ ที่พระพุทธเจ้าของพระพุทธศาสนาเคยเกิดเป็นพระเวชสันดร และท่านจะหมดโอกาสได้พิสูตรความจริง ที่พระพุทธองค์ทรงเมตตาบอกทางบอกวิธีพิสูตรไว้ใน"พระไตรปิฎก" ที่พระอาจารย์ทั้งหลายพร่ำสอนไว้ วันนี้วันโกน พรุ่งนี้วันพระครับ เรายังมีบุญ ยังไม่ตาย ยังได้พบพระอีกวันพระนึงครับ
 แปลงนี้คุมน้ำได้แกลนทั้งข้าวและวัชพืช แต่น้ำไม่มีให้ฆ่าวัชพืชฝนมาก็ฝื้นทั้งข้าวและวัชพืช

 ส่วนแปลงนี้กันน้ำจากแปลงข้างเคียงเอาไม่อยู่ วัชพืชแค่ซีดไปนิดเดียวแล้วกลับมาโตแข่งกับข้าวต่อ ผมตามคนงานไว้แล้ว ถอนน่ะซีครับ ไม่ใช่กลัวจะแย่งปุ๋ยต้นข้าว ผมไม่ใส่ปุ๋ยอยู่แล้วครับ ในนามีใส้เดือนผลิตปุ๋ยให้อยู่แล้ว เกรงใจสายตาชาวบ้านน่ะครับเดี๋ยวจะไม่กล้าหันมาทำนาอินทรีย์กัน ยอมจ่ายค่าแรงแลกกับการลดต้นทุนตอนทำ"ปลูกข้าวล้มตอซัง"ครับ

 ผมกลัวเจ้านี่มากกว่าครับ ลงนาทุกครั้งจึงขาดไม่ได้ จอบ กระบวยและกระป๋อง รวมทั้งหาวิธีเอาคืน"หอย"ที่บังอาจมากินต้นกล้าของผม


 แปรรูปเป็นอาหารปลาบ้างอาหารเป็ดบ้าง ลดต้นทุน สูตรอาหารปลาก็ใช้ของ ม.ราชมงคลวิทยาเขตกาฬสิน ที่เผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต ก็ผมมันแก่เกินไปโรงเรียนแล้วครับ ทำได้แค่ลักเค้าเรียน ก็เค้าไม่ได้หวงนี่ครับ เรียนน่ะไม่ยากหรอกครับ ตอนทำนี่ซิ กว่าจะทำได้ถูกก็ทำพผิดซะหลายหน



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 26, 2015, 06:41:59 AM โดย pichai6 » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 [27] 28 29   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: