หน้า: 1 ... 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 [24] 25 26 27 28 29   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ข้าวสินเหล็ก&ไรซ์เบอรี่อินทรีย์ ภาค4 "กลุ่มลูกกตัญญู" ปลูกข้าวโอสถเพื่อผู้ป่วย  (อ่าน 156348 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
piety
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 394


« ตอบ #368 เมื่อ: กันยายน 01, 2014, 07:09:45 AM »

หลวงพ่อจรัญ-เรื่องของทุกข์

วันนี้วันพระขึ้น8ค่ำเดือน10

  เราได้ถวายเพลพระพุทธองค์ ด้วยข้าวกล้องไรซ์เบอรี่แช่น้ำ1ชม.หุงผสมกับข้าวญื่ปุ่นจำนวนเท่ากัน ด้วยหม้อหุงข้าวไฟฟ้าแบบที่มีใช้ในครัวทั่วไป หุงใส่น้ำข้อนิ้วมือเดียวเหมือนหุงข้าวตามปกติ เราได้ข้าวถวายเพลที่นุ่มกำลังดีค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 01, 2014, 11:07:58 AM โดย pichai6 » บันทึกการเข้า

pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #369 เมื่อ: กันยายน 02, 2014, 07:34:33 PM »

  กล้าข้าวสินเหล็กของผมอายุ14วันในวันที่2/9นี้ แล้วครับ แต่บังเอิญพายุเข้า ฝนตกหนังจนถึงวันนี้ เลยต้องเลื่อนเอากล้าลงนาไปอีกหน่อยครับ

  ส่วนในแปลงนาก็ช่วยกันเก็บหอยเชอรี่ตัวใหญ่ออกก่อน ส่วนตัยเล็กไม่ค่อยมี เดี๋ยวเอาเป็ดลงซ้ำอีกครั้งคงหมดปัญหาเรื่องหอย หอยเชอรี่มีคุณประโยชน์กับสัตว์เลี้ยงของผมเป็นอย่างมาก คุณค่าทางโภชนาการระดับพรีมิกเชียวนะครับ โปรตีน แคลเซี่ยม และอื่นๆระดับเป๋าฮื้อเชียว ผมเองยังไม่มีวาสนาได้ทานเลยครับ หมู เป็ด ไก่ ปลาเหมาไปหมด ของผมจะโม่หมักรวมกับเหงือกปลาทูและน้ำหมักสัปรด หอมมากๆเชียวครับ


  อาหารสัตว์ซื้อเพียง กากเบีนร์ มันเส้นตากแห้ง รำข้าวมีซื้อเพิ่มบ้างเพราะของผมมีไม่พอครับ
บันทึกการเข้า
หน่อย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 3400

-->กะซางมัน<--


« ตอบ #370 เมื่อ: กันยายน 17, 2014, 12:12:15 PM »

เข้ามาเยี่ยมค่ะ ลูกสาวลูกชาย น่ารักดี  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

ข้าวไรเบอรี่ออกรวงแล้วค่ะ นกกระจิบ กระจอก จิกกินเพียบไม่รู้จะเหลือเท่าไหร่
แต่ก็คงเหลือไว้กิน และทำพันธุ์งวดหน้าอยู่ค่ะ


บันทึกการเข้า

Never Never Never
Give-up!!
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #371 เมื่อ: ตุลาคม 17, 2014, 11:59:04 AM »

   สวัสดีครับ เพื่อนๆ พี่ป้าน้าอา เที่ยวนี้ผมหายไปนานหน่อย ต้องขอโทษทีครับ การทำตัวเป็นหัวหมู่ขบวนการ"ลดละเลิก"สารเคมีในหมู่บ้าน ความมีเวลาเลยโบกมือลา ความสงบสุขก็หายไป ก็จะให้ผมอยู่เฉยได้อย่างไรครับ "ธัญโอสถ"รอบนาปรังยังเหลืออยู่ "ธัญโอสถ"รอบนาปี 20กว่าตันกำลังจะขนมากองใส่ผม กระบวนการผลิตข้าวอินทรีย์ของ"กลุ่มลูกกตัญญู"ตั้งแต่ปุ๋ยน้ำขี้หมูขี้ไก่ไปถึงฮอร์โมนต่างๆ ผมไม่ใช่แค่ทำให้ฟรีๆ ต้องตักให้ด้วย หาพาชนะใส่ให้ด้วย แหมๆทำเอาไปที่ไหนๆลืมถือกล้องไปด้วยซะแล้ว ไปไหนแต่ละครั้งต้องให้ได้เรื่องได้ราวคราวละหลายๆเรื่อง ไม่งั้นวิ่งไล่งานไม่ทั้น ก็ไม่มีทุนจ้างคนน่ะครับ ตอนนี้ข้าวเริ่มออกรวงแล้ว ต้องรีบหาคนไปช่วยเกี่ยวข้าวแปลกปลอมให้เพื่อนๆสมาชิกในกลุ่มอีก ก็คราวที่แล้วบอกเค้าดีๆให้เกี่ยวข้าวปนออก ไม่ยักมีใครยอมเกี่ยวข้าวปนออกให้ดีๆเลย ก็ข้าว"ธัญโอสถ"ผมประกันราคาส่งถึงลานตาก ก.ก.ละ20บาทข้าวอื่นขายโรงสี ก.ก.ละ8บาท แกล้งฝากมาขายด้วยงั้นแหละ ผมต้องมาจ้างคนคัดออก แรกๆก็คัดก.ก.ละ3บาทต่อมาอ้างข้าวปนเยอะขอเป็นก.ก.ละ5บาท ล่าสุดก.ก.ละ5บาทก็ไม่เอา ส่งเข้าเครื่องยิงสีโรงสีใหญ่ก็ต้องรอคิวแถมเครื่องราคาเป็นล้านก็ยังคัดไม่เกลี้ยงไม่เกลา ผมเองก็ยังแปลกใจไม่หาย จะสอบถามหรือติชมก็ไม่กล้ากลัวเค้าทำคิวหาย คุณรักชนกเลยต้องนั่งคัดเอง หืหื
  แหมๆ หากผมไม่ล้มเหลวเรื่องปลาหมอแปลงเพศละก็ จะไม่ง้อเชียวครับท่านผู้ชม ยังไม่เข็ดหรอกครับเรื่องปลาหมอแปลงเพศเก็บเงินใหม่ค่อยว่ากันใหม่ ตอนนี้ขอทำโรงสีก่อน ผมอยากได้ข้าวกล้องที่มีคุณภาพมากขึ้นกว่าปัจจุบันน่ะครับ และจะขยายขบวนการผลิตข้าวฮางงอกด้วยซึ่งได้ทดลองทำจนทำได้แล้วรอข้าวระยะพลับพลึงในฤดูกาลนี้ และไต่ระดับไปจนถึงบีบเย็นน้ำมันรำข้าว เอามาทำแฮร์โทนิค ยาสระผม ครีมบำรุงผิว ใครรู้วิธีค้นหาคุณประโยชน์ของข้าวไรซ์เบอรี่ ก็จะรู้ว่าเค้าไม่ได้มีแต่คุณค่าทางโภนาการเท่านั้น คุณค่าทางเวชสำอางของน้ำมันรำข้าวไรซ์เบอรี่ มีมากเกินจินตนาการ และข้าวไรซ์เบอรี่ที่ปลูกในพื้นที่ๆมีอากาสเย็นจะได้คุณค่าทางเวชสำอาง ดีที่สุดในโลก เพื่อนๆเห็นโอกาสประเทศไทยบ้างหรือยังครับและคิดที่จะมาช่วยมาร่วมมือกับผม เสนอความคิดมาได้เลยครับ จะตั้งต้นอย่างไร ผมยอมรับครับว่าเรื่องการค้าการขายเรื่องทางวิชาการผมไม่ค่อยมีความสันทัด หากเป็นพวกมุดเลนดำน้ำตากแดดน่ะผมถนัด เชิญครับ มาช่วยประเทศไทยบุกจักรวาลกัน ที่ไหนในโลกยังไม่มี แต่เรามีแล้ว ฝรั่งเค้าหากินกับเรื่องอย่างนี้มานานกาลเลแล้ว(ฉันมีเธอไม่มี)จนถูกตราหน้าว่าพวกเจริญแล้ว เราลองบ้างก็ไม่เสียหายอะไร
  อีกเรื่องนึงครับ ใครไม่มีที่ดินแต่มีตังมาจ้างชาวบ้านเลี้ยงปลาในนาข้าวกันมั้ย ชาวนาเค้าให้เลี้ยงฟรีไม่คิดสตางค์ เพียงแต่ช่วยขุดคูท้ายนา เพื่อกักปลาอย่างของผมเวลาปล่อยน้ำเกี่ยวข้าว และขุดบ่อไว้สูบน้ำเป็นแหล่งสำรองน้ำเลี้ยงในยามแล้ง ไม่กี่ตังครับ เลี้ยงฟรี2ปีก็คุ้มทำสัญญากันไปเลย4ปี เอามั้ย เอามั้ย เอามั้ย เอาาาาาาาาาาาาาาาา
บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #372 เมื่อ: ตุลาคม 18, 2014, 10:22:45 PM »

  สวัสดีครับ เรามาคุยกันต่อเรื่องเลี้ยงปลาในนาข้าว ตามที่ผมเกรี่นไว้เมื่อวันก่อน แนวคิดนี้เป็นเพียงการโยนหินถามทาง ผมหวังที่จะช่วยต่อยอดให้ชาวนาธรรมชาติใน"กลุ่มลูกกตัญญู"ที่หลายคนอ่อนแรงจากระบบนาเคมีและกระบวนการจำนำข้าวล้มลง ขาดทุนทรัพย์ที่จะต่อยอดเพิ่มมูลค่าในรอบการทำนาเดียวกัน ซึ่งอาจจะกลายเป็น"กลุ่มลูกกตัญญูโมเดล"ก็มีทางเป็นไปได้ เจ้าของนายินดีเป็นอย่างยี่งที่จะมีคนมาช่วยปราบศัตรูพืชและวัชพืช ใส่ปุ๋ยพรวนดิน ดูแลน้ำและคันนา แถมมีรายได้จากการรับจ้างเลี้ยงปลาให้เพื่อนที่มาลงทุนในนาตัวเองตามค่าแรงขั้นต่ำอีก โดยยอมแบ่งพื้นที่ปลูกข้าวสำหรับทำคูนาพักปลาเพียงน้อยนิด หลัง4ปีไปแล้วได้บ่อปลาฟรีๆ ยังงี้ชาวนาไม่เอาก็....... ใช่มั้ยครับ
  ส่วนเพื่อนที่มาลงทุน ได้กระท่อมพักตากอากาศบริสุทธิส่วนตัวฟรีๆบนบ่อปลาในนาข้าวที่น้ำไฟฟ้าถึง จินตนาการสร้างเอง(แบบกระทัดรัด) ได้บ่อเลี้ยงปลาขนาดใหญ่ซึ่งรวมทั้งพื้นที่นาด้วย2-5ไร่เลือกทำเลได้ ได้คนบ้านนอกใสซื่อบริสุทธิใจช่วยเลี้ยงปลาให้ โดยมีนักวิชาการด้านประมงน้ำจืดช่วยกำกับดูแลอีกชั้นนึง(กิจกรรมส่วนหนึ่งที่ทาง"กลุ่มลูกกตัญญู"จัดตั้งขึ้นเพื่อเพาะพันธุ์ปลาขายและรับประกันซื้อคืนสร้างงานให้กลุ่มแม่บ้าน) มีแหล่งผลิตและจำหน่ายปลาราคาตลาดขายส่งในพื้นที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายยุ่งยากหาลูกปลาเองและขายเอง ทำสัญญากันยาวถึง4ปีโดยมีผู้ใหญ่บ้านและสมาชิก"กลุ่มลูกกตัญญู"ค้ำประกัน เหลือกำไรเฉลี่ยขั้นต่ำไร่ละหมื่นดีกว่าดอกเบี้ยธนาคารเป็นไหนๆ อยากมาก็ได้มาอย่างกระปี้กระเปล่าอยากไปก็ได้ไปอย่างอิ่มเอมปริ่มสุข คนบ้านนอกเค้าเอื้อเฟื้อเอื้ออาธรกว่าคนเมืองเยอะครับ
  สงสัยแล้วนะครับว่าแล้วจะเลี้ยงปลาอะไร ปลาเศรฐกิจที่เลี้ยงในนาข้าวได้มีหลายตัวตรับ อย่างเช่น ปลาทับทิม ปลานิล ปลาตะเพียน ปลาแรด ปลาดุก ปลาหมอแปลงเพศ กุ้งขาว ฯ แมลงในนาข้าวเยอะมากๆเปิดไฟล่อประหยัดต้นทุนได้เยอะ ที่สำคัญ คุณจะใด้กุศลมากนะที่ช่วยชาวนาให้พ้นจากวงจรสารเคมีที่ใส่พิษตกค้างในอาหารให้คนกิน ได้เป็นส่วนหนึ่งหยุดทำร้ายประชากรโลก ฯลฯ
  ผมเองก็ได้ครับ เหนื่อยน้อยลงนั่นเอง ที่ผมกล่าวมาข้างต้นนั้นเป็นเพียงแนวทางของสมองทื่อๆของผม เชิญครับ มาแสดงความคิดเห็นกันเพิ่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ก็ให้รู้กันไปว่าคนไทยจะทำกันเองได้มั้ย ยากตรงไหนติดขัดตรงไหน ประสพการณ์ของผมที่ล้มเหลวกับการเลี้ยงปลาโดยเฉพาะปลาหมอแปลงเพศนั้นนะครับ แน่นเกินคำบรรยายเชียวครับ   
 
บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #373 เมื่อ: ตุลาคม 23, 2014, 09:51:51 PM »

   สวัสดีครับ ช่วงนี้ผมติดธุระอยู่ชลบุรี ต้องเข้าร้านเน็ตคาเฟ่เขียนบทความเพื่อลงกระทู้ เขียนจบบันทึกไม่เข้ากระทู้ ถึง2ครั้ง วันนี้เป็นครั้งที่3ครับ การทำงานให้ได้ผลงานออกมาดีดี ต้องอาศัยคนที่เก่งเป็นเรื่องๆไป ผมเองก็เช่นกันครับเป็นเพียงเกษตรกรที่เรียนมาน้อย ดังนั้นการที่ผมเพียงลำพังคนเดียวคงช่วยงานพระราชาได้ไม่เต็มที่นักโดยเฉพาะปัจจัยที่ต้องนำมาใช้ในการลงทุน จึงได้เปิดโมเดลใหม่ให้เพื่อนๆได้มีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วม เข้ามาเพิ่มรายได้ ณ กิจกรรมที่เดียวกันและเวลาเดียวกัน ซึ่งก็จะส่งผลประโยชน์ทางอ้อมซึ่งกันและกัน ลดต้นทุนไปด้วยกัน มีรายได้ไปด้วยกัน มีความสุขร่วมกัน ได้ช่วยกันคืนชีวิตธรรมชาติอันบริสุทธิ ได้เป็นลูกกตัญญู ด้วยกัน ผมเริ่มเขียนบทความเรื่องนี้ไปได้สองตอน อังเอิญไปอ่านเจอข่าวเศรษฐกิจไทยรัฐในลิงค์ด้านล่างนี้ เออแน่ะ สิ่งที่พวกเรากำลังริเริ่มที่จะทำ มีผู้ทรงคุณวุฒิรับรองให้ซะงั้น ผมคิดไปเองหรือเปล่าเพื่อนๆลองอ่านดูนะครับ แล้วค่อยปรึกษาหารือกันใหม่ครับ
  http://www.thairath.co.th/content/457745
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 23, 2014, 10:24:08 PM โดย pichai6 » บันทึกการเข้า
pratin
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 22


« ตอบ #374 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2014, 08:03:46 PM »

สุดยอดครับ ขอให้สำเร็จครับ
บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #375 เมื่อ: ตุลาคม 26, 2014, 11:02:20 PM »

  ความหมายของ"กลุ่มลูกกตัญญู" ผมไม่ได้สื่อไว้เฉพาะตนเอง แต่สื่อไว้สำหรับลูกๆทุกๆคนที่กตัญญูต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่เดินตามรอยพระบาทที่พระองค์ทรงนำทางไว้ ลูกๆทุกๆคนที่กตัญญูต่อพระบรมราชินีนาถ ลูกๆทุกๆคนที่กตัญญูต่อพระแม่ธรณี พระแม่คงคา พระแม่โภสพโดยงดสารเคมีทุกชนิด ลูกๆทุกๆคนที่ดูแลบำรุงบิดามารดาพระอรหันของตนเองให้มีความสุขทั้งกายและใจ ทั้งหลายเหล่านี้ เป็นมงคลอันประเสริฐที่สมควรรักษาไว้ในจิตใต้สำนึก ค่อยๆปรับเข้าหาทีละน้อยไม่ช้าก็เคยชิน เป็นไปได้เองตามธรรมชาติ พระอาจารย์สอนว่า การทำดีต้องฝืนใจ เพราะความดีทำยาก ไม่มีใครทำเป็นมาจากในท้อง หันมองไปรอบตัวเราท่านที่ทำดีแล้วประเสริฐแล้วมีถมเถไป หากเราไม่ท้อต่อความเพียร ไม่ช้าเราก็เป็นได้ดั่งท่านเหล่านั้นครับ เรามาเป็น"ลูกกตัญญู"ด้วยกันเถอะครับ สิ่งดีๆมีรอให้เราได้สัมพัสอยู่มากมายครับ แล้าเรามาช่วยกันสานต่อเกษตรธรรมชาติกันครับ
บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #376 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2014, 10:40:08 PM »

   อีกหนึ่งแนวคิดคือ สร้าง " บริษัท เกื้อกูลเกษตรธรรมชาติ จำกัด(มหาชน) " ให้บริการผู้คนที่จะมาสัมพัสและเป็นส่วนหนึ่งของเกษตรธรรมชาติ เอาแบบครบวงจร เช่น รับงานขุดคู เพราะพันธุ์ปลา เป็ด จำหน่าย รับซื้อหอยเชอรี่ฯเพื่อผลิตอาหารปลาอินทรีย์ราคาถูกจำหน่ายและเพื่อลดประชากรหอยเชอรี่ในพื้นที่อื่น รับซื้อผลผลิตเพื่อแปลรูปและสร้างงานในชุมชน ฯลฯ ที่มีแนวคิดนี้เพราะตั้งแต่ทำเกษตรอินทรีย์มาไม่เคยเห็นหน่วยงานราชการยื่นมือเข้ามาเลย หากู้สถาบันการเงินเพื่อธุรกิจขนาดย่อมของชาวบ้าน เค้าบอกมีรถยนต์มั้ย หากมีเอามาแลงเงิน โถๆควายเหล็กยังมีไม่ครบทุกคนเลยครับท่านผู้ชม
บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #377 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2014, 03:08:50 PM »

  สวัสดีครับเพื่อนๆ เกษตรธรรมชาติโมเดล ที่ผมก่อหวอดไว้คงจะเป็นโจทย์ที่ยากพอสมควร หรือไม่ก็ เกษตรอินทรีย์เป็นเรื่องที่ยุ่งยากเหน็ดเหนื่อยเกินไป ไม่เป็นที่สนใจต่อผู้คน หรือไม่ก็ คงมีคนอ่านกระทู้ของผมเพียงน้อยนิด ไม่ว่าจะอย่างไรครับผมก็ต้องไปต่อ แม้ว่าต้องเดินไปเพียงลำพังกับคนบ้านนอกกลุ่มเล็กๆ ก็ต้องเดินต่อไปละครับก็เดินมาตั้งไกลแล้ว เป็นความพึงพอใจของพวกเราเองที่ต้องการหยุดทำร้ายสิ่งมีชีวิตแบบล้างพลาญอย่างที่เคยทำมา โดยบาปกรรมได้มาตกอยู่กับพวกเราเอง ไม่ใช่โรงสี โรงสีเป็นเพียงผู้ค้าหาแต่"กำไร" เราเองคือฆาตกร ชาวนาไทยจึงต้องรับวิบากกรรมต่างๆนาๆมาเป็นเวลานาน แล้ว เมื่อไรพวกเราชาวนาจึงจะพ้นเวรพ้นกรรมจากการกระทำของเราเองซะที "กลุ่มลูกกตัญญู" จะขอเป็นส่วนเล็กๆส่วนหนึ่งร่วมกับเกษตรอินทรีย์กลุ่มอื่นๆ ช่วยกันปลดอาวุธ(สารเคมี)ของชาวนาอย่างเต็มความสามารถครับ หยุดก่อกรรมทำเข็ญกันซะที
บันทึกการเข้า
konthain(นพ)
Administrators
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9910


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #378 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2014, 10:57:27 PM »

สวัสดีครับพี่พิชัย

ขอแวะมาทักทายและให้กำลังใจครับ

นาอินทรีย์ทำได้ครับ ในส่วนตัวผมเองข้าวปลูกข้าวกินเองผมเน้นทำนาอินทรีย์ครับ
ปีนี้ผมไม่ได้ทำนาโยนครับ เพราะต้องดูแลร้านทั้งล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยวเป็นหลัก
ปีนี้จึงเป็นผู้จัดการนาเสียมากกว่า แต่ก็ยังมีที่ทำนาอินทรีย์อยู่ 1 ไร่เพื่อเอาไว้กินครับ

ปีนี้ผมทำนาดำข้าวหอมมะลิ105 1 ไร่(เป็นนาอินทรีย์โดยเฉพาะ)มีการใช้ ปุ๋ยอินทรีย์ จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงและแหนแดง
และปลูกข้าวหอมมะลิ105 12 ไร่(นาหว่านน้ำตม คุณพ่อทำเอง)

ทำนาดำปลูกข้าวเหนียวสันป่าตอง1 3 ไร่ (ใช้ ปุ๋ยเคมี ร่วมกับจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง)
ไปช่วยทำกับคุณพ่อได้ข้าวเปลือกน้ำหนักสด 3 ตัน
และทำนาหว่านน้ำตมปลูกข้าวเหนียวสันป่าตอง1 6 ไร่ (คุณพ่อทำเอง)
ได้ข้าวเปลือกน้ำหนักสด 5 ตัน (เทียบกับนาดำ 3 ไร่แล้วได้ข้าวน้อยกว่า)










รูปแปลงข้าวหอมมะลิ 105 อินทรีย์ 1 ไร่ ที่ทำปีนี้ครับใกล้จะได้เกี่ยวแล้วครับ
ปีนี้ตั้งใจจะย้อนยุคโดยการเกี่ยวมือและนวดข้าวแบบโบราณด้วยการฟาดในลานข้าวเหมือนตอนผมเด็กๆครับ













ในส่วนของข้าวเหนียวสันป่าตอง1 ที่ปลูกด้วยการดำนา 3 ไร่ ใช้ปุ๋ยเคมีร่วมกับจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ไม่ฆ่าหญ้าฆ่าแมลง ได้ข้าวเปลือกน้ำหนักสด 3 ตันครับ
เมื่อเอามาตากแล้ว ได้ข้าวเปลือกน้ำหนักแห้งน้ำหนัก 2.1 ตัน







ข้าวเหนียวสันป่าตอง1 ข้าวใหม่เมื่อนำไปสีข้าวและเอามานึ่งกินกับน้ำพริกอ่อง
อร่อยมากๆครับผม  ยิงฟันยิ้ม

 ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
รับจ้างล้างรถ และแจกจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง

 ยิงฟันยิ้ม
deemeechai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3708


« ตอบ #379 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2014, 10:48:29 AM »

 สวัสดีครับเพื่อนๆ เกษตรธรรมชาติโมเดล ที่ผมก่อหวอดไว้คงจะเป็นโจทย์ที่ยากพอสมควร หรือไม่ก็ เกษตรอินทรีย์เป็นเรื่องที่ยุ่งยากเหน็ดเหนื่อยเกินไป ไม่เป็นที่สนใจต่อผู้คน หรือไม่ก็ คงมีคนอ่านกระทู้ของผมเพียงน้อยนิด ไม่ว่าจะอย่างไรครับผมก็ต้องไปต่อ แม้ว่าต้องเดินไปเพียงลำพังกับคนบ้านนอกกลุ่มเล็กๆ ก็ต้องเดินต่อไปละครับก็เดินมาตั้งไกลแล้ว เป็นความพึงพอใจของพวกเราเองที่ต้องการหยุดทำร้ายสิ่งมีชีวิตแบบล้างพลาญอย่างที่เคยทำมา โดยบาปกรรมได้มาตกอยู่กับพวกเราเอง ไม่ใช่โรงสี โรงสีเป็นเพียงผู้ค้าหาแต่"กำไร" เราเองคือฆาตกร ชาวนาไทยจึงต้องรับวิบากกรรมต่างๆนาๆมาเป็นเวลานาน แล้ว เมื่อไรพวกเราชาวนาจึงจะพ้นเวรพ้นกรรมจากการกระทำของเราเองซะที "กลุ่มลูกกตัญญู" จะขอเป็นส่วนเล็กๆส่วนหนึ่งร่วมกับเกษตรอินทรีย์กลุ่มอื่นๆ ช่วยกันปลดอาวุธ(สารเคมี)ของชาวนาอย่างเต็มความสามารถครับ หยุดก่อกรรมทำเข็ญกันซะที

การกระทำการใดๆ หรือการจะผูกใจให้คนหันมาเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่เราเห็นว่าถูกต้อง ดีมีประโยชน์แล้วนั้น
รวมทั้ง
การเปลี่ยนแปลงใดๆให้เหมือนดังกับพลิกฝ่ามือนั้นแทบจะไม่มีและยากอย่างยิ่งนะครับท่าน
เพราะแต่ละคนนั้นต้องการปัจจัยในการดำรงชีพที่ต่างกัน รักชอบต่างกัน
ถ้าทุกคนรู้จักคุณค่าของตนเอง รู้รักษ์ธรรมชาติให้ยั่งยืน
โลกใบนี้คงจะสวยงามแทบไม่ต้องบรรยายนะครับ
ผมขอเป็นส่วนหนึ่งที่เห็นชอบกับการเป็นลูกกตัญญูอีกเสียงขอรับ ... ยิ้มเท่ห์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 06, 2014, 10:53:49 AM โดย deemeechai » บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #380 เมื่อ: พฤศจิกายน 07, 2014, 02:50:09 PM »

 ขอบคุณ คุณ konthain(นพ )และคุณ deemeechai ที่เข้ามาเยี่ยมเยือนและให้กำลังใจ ครับ ผมกล่าวถึงพฤติกรรมระบบทำนาเคมีเป็นเหมือน"ฆาตกร" หลายท่านอาจจะติติงผมว่าแรงเกินไป ผมมีพระอาจารย์เป็นพระผู้ทรงศิล ผมไม่อาจบิดเบือนความจริงให้กลายเป็นไม่จริงได้ครับ มันเคยชินไปแล้ว ก็ผมกำพล้าพ่อแม่ตั้งแต่อยู่ป.2 ปู่เลี้ยงหลานที่ซนอย่างกับลูกลิงไม่ไหวจึงฝากพระที่มาบินฑบาตรหน้าบ้านช่วยเอาไปเลี้ยง ฯลฯ ดังนั้นผมต้องขอโทษเพื่อนๆด้วยครับที่ความเป็นจริงของเรื่องจริง อาจไม่ถูกใจท่านไปบ้างครับ ส่วนท่านที่คิดจะลดหรือกำลังลดจนเลิกในที่สุด ผมขออนุโมธนาด้วยครับ อย่าถือสานะครับ คิดว่าผมตาเหล่ตาไม่ค่อยดีละกันครับ
  ความเป็นจริงที่ ผมเห็น สูตรการทำนาเคมี มีเพียงสูตรเดียวครับ ส่วนรายระเอียดปลีกย่อย อันนั้นมากนิดอันนี้มากหน่อยไม่ต้องไปพูดถึงนะครับ ว่ากันตั้งแต่เตรียมนา คือ
  1. เศษฟางในนา เหนียว ไถยาก คราดก็ติดตราด ทำให้ทำงานช้าเหนื่อยมาก (จ้างเค้าไม่เหนื่อยเลย) เผาซะ ง่ายแค่พลิกฝ่ามือ อ้างว่าเผาแค่ต้นไม่ได้ เผาตอซังซะหน่อย ผลของการกระทำอันนี้ ทำให้สิ่งมีชีวิตหน้าดิน ตาย
  2. ไถพลิกตอซังให้รากของตอซังหงายขึ้นข้างบน เพื่อตากดินฆ่าเชื้อโรคที่อาจจะทำลายข้าวให้สิ้นซาก ทำให้สิ่งมีชีวิตที่หนีรอดมาได้จากหน้าดินตายอย่างสิ้นซากดังเจตนา
  3. ปล่อยน้ำแช่่ตอซังนานมากหวังให้เน่าเปื่อยกลายเป็นปุ๋ย แต่ไม่เน่ากลับแทงหน่อทุุกกอ ก่อนเอากล้าลงนา หว่านกากชาก่อนไถซ้ำหรือคราดย่ำตอซัง เพื่อฆ่าหอยเชอรี่ศัตรูข้าวให้ตายให้หมด
  4.หอยตายแล้วๆที่เล็กกว่าหอยก็ไม่เหลือ กบเขียดแทบไม่ได้ยินเสียง ลดน้ำเพื่อเอากล้าข้าวลงนา เสร็จ เอาน้ำเข้าหว่านยาคุมวัชพืชที่พากันดื้อยาเกือบหมดแล้วเพื่อควบคุมไม่ให้วัชพืชขึ้นมาแย่งปุ๋ยเคมีที่จะหว่านเลี้ยงต้นข้าว เพราะดินไม่มีธาตุอาหารสำหรับต้นข้าวเพียงพอให้ต้นข้าวกินแล้ว และ เลี้ยงยุงในนาข้าวที่มีอิสระเสรีปราศจากศัตรูยุงรบกวน เพื่อให้ยุงเหล่านั้นมาแพร่เชื้อโรตฆ่าคนโดยไม่เจตนา
  5.หลังจากนั้นก็ขยันหมั่นเพียรใส่ปุ๋ยเคมี เนื่อจากดินไม่มีธาตุอาหารเพียงพอ ยิ่งใส่มากทำให้ต้นข้าวเขียวสวยดี  อวบอ้วนหวานกรอบ ยั่วน้ำลายแมลงศัตรูพืชอย่างเช่น เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลฯ ที่เก่งกาจอย่างไม่ได้ตั้งใจ เพราะในนาข้าวปราศจาคศัตรูเพลี้ยฯ ทำให้ต้องฉีดพ่นสารพิษลงในนาข้าวเพื่อฆ่าแมลง กว่าสารพิษจะถูกตัวแมลง ต้อนข้าวก็ได้รับสารเคมีทางใบอย่างฉ่ำชื่นสะสมเลี้ยงลำต้นเลี้ยงเมล็ด แล้วเมล็ดก็กลายมาเป็นอาหารประจำวันสำหรับคน มาถึงขั้นตอนนี้ คนส่วนมากอาจคิดว่า หมดช่วงเวลาพล่าพลาญชีวิตกันแล้ว
   คุณ คุณ เชื่ออย่างนั้นหรือครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 07, 2014, 03:08:50 PM โดย pichai6 » บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #381 เมื่อ: พฤศจิกายน 07, 2014, 02:55:39 PM »

  โรคภัยไข้เจ็บเรื้อรัง และ อันตรายในปัจุบันเช่น มะเร็ง เบาหวาน ภูมแพ้ ฯลฯ โรคเหล่านี้ สมัยฝรั่งยังไม่ได้นำสารเคมีเข้ามาขาย คนไทยเราแทบไม่รู้จัก เรามีสมุนไพลรับประทานเป็นมื้อหรือประจำวัน เดี๋ยวนี้สมุนไพลยิ่งไกลครัว โรคภัยไข้เจ็บก็ยิ่งลุกคืบเข้ามามาก เช่น หิวโทรเลยซิครับกด **** มาทันใจ ได้ยินเสียงมาแต่ไกล แถมเปิดไฟกระพริบขอทาง ส่งด่วน ตายแหน่ ตายแหน่ ตายแหน่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  หื หื
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 07, 2014, 03:23:27 PM โดย pichai6 » บันทึกการเข้า
vittee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


« ตอบ #382 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2014, 06:28:47 AM »

กำลังติดตาม ผมกำลังทำไรซ์เบอร์รี่อินทรีย์ ที่เพชรบุรี ครั้งแรก ประมาณ 3 ไร่ นาดำ ตอนนี้หญ้าเยอะจ้างคนถอนไปบ้างแล้วหาคนยาก มาก มีปราชญ์เคมีมาแวะเวียนมาแนะนำบ่อยๆให้ใช้ยาฆ่าหญ้า ใส่ปุ๋ย อยู่บ่อยๆ
บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #383 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2014, 12:47:32 AM »

   ผมขอน้อมอราธนาบทสวดมนต์"พาหุง"มาให้เพื่อนๆใช้วิจารณาญาณ ตรองดูท่อนนึงนะครับ
  พระเมตตาของ"พระพุทธองค์"ยิ่งใหญ่เกินประมาณ "พระพุทธองค์"ได้ตรัสรู้แล้ว มิได้ปลีกพระองค์ไปเพียงลำพัง ทรงเมตตาสอนโลกนี้ให้รู้ตาม
  อุกขิตตะขัคคะมะติหัตถะสุทารุณันตัง
  ธาวันติโยชะนะปะถังคุลิมาละวันตัง
  อิทธีภิสังขะตะมะโน ชิตะวา มุนินโท
  ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
  แปล
  สมเด็จพระผู้มีพระภาค พระจอมมุนีทรงชนะมหาโจร ชื่อ องคุลีมาล ในมือถือดาบเงื้อง่าโหดร้ายทารุณยิ่ง วิ่งไล่ตามพระองค์ห่างออกไปเรื่อย ๆ เป็นระยะ         ทางถึง ๓ โยชน์ ด้วยทรงบันดาลมโนมยิทธิ (ฤทธิ์ทางใจ) และด้วยเดชของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ข้าพเจ้า
  ผมขออนุญาติขยายความและเปรียบเทียบ ตามความรู้ที่ผมพอมีนะครับ ว่า พระคุณเจ้าองคุลีมาลเถระ ในที่สุดก็สำเร็จพระอรหัน ด้วยพระเมตตาของ"พระพุทธองค์"
  พลิกกลับด้านจากหลังมือเป็นหน้ามือ ครั้งเป็นมหาโจร ฆาตกร999ศพ เหตุไฉนจึงยังสามารถบรรลุพระอรหันได้ มีนัยดังนี้ครับ กรรมหรือการกระทำของท่านทำให้ผู้อื่นสียชีวิต สืบเนื่องมาจาก ถูกครูบาอาจารย์หลอกให้หลงเชื่อว่า จะสำเร็จวิชาขั้นสูงสุดต้องกระทำเช่นนี้ ครั้งนั้นท่านเป็นศิษย์เคารพเชื่อฟังครูบาอาจารย์ จึงกระทำตามหลักวิชาการที่ครูบาอาจารย์สอนสั่ง "พระพุทธองค์"ทรงมีพระญาณ ทราบเรื่ององคุลีมาลได้ทะลุปรุโปร่ง จึงเสด็จไปโปรดองคุลีมาลก่อนที่จะทำบาปหนักไม่ได้พุดไม่ได้เกิด เนื่องจากกำลังจะไปฆ่ามารดาตนเป็นคนที่1000 เพื่อจบหลักสูตร เพื่อนๆอยากอ่านรายละเอียดก็ตามลิ้งค์ข้างล่างเลยครับ
 http://www.dharma-gateway.com/monk/great_monk/pra-ong-kulee-marn.htm
 พระตถาคตเจ้าสอนให้มีเมตตา ชาวนาเคมีหากเปรียบเสมือนผมว่าคล้ายๆองคุลีมาล มาเถอะครับมาเดินตามแนว"พระพุทธเจ้า"ของเรา เดินตามทาง"พระเจ้าอยู่หัว"ของเรา ผมน่ะหยุดเคมีแล้ว และท่านล่ะเมื่อไหร่จะหยุด ผมน่ะลงมือช่วยชาวนาเคมีแล้ว และท่านล่ะพอมีกำลังยื่นมือมาได้แล้วหรือยัง
ในเมื่อ"เรา"หยุดการโฆษณาชวนเชื่อของคนขายสารเคเมีไม่ได้ "เรา"มาช่วยใส่สตางค์ในนาข้าวให้ชาวนากันเถอะครับ ใส่สตางค์ตามสไตร์ผม คือ เก็บคืนสตางค์ค่าปุ๋ย คืนสตางค์ค่ายาเคมีกำจัดหอยเชอรี่ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เชื้อราสาเหตุของโรคพืช ฯและหยิบสตางค์ข้างๆต้นข้าวใส่กระเป๋าของคุณด้วยใส่กระเป๋าของชาวนา(ลูกจ้างเลี้ยงปลา)ด้วย ทั้งหลายทั้งปวงที่ผมกล่าวมานี้ มีข้อน่าติติงตรงไหนบ้าง เชิญมาติติงกันครับ เชิญมาร่วมด้วยช่วยกันแก้ไขให้สมบูรณ์ เชิญมาช่วยกันหยุดเวรหยุดกรรมให้ชาวนาลดจนเลิกสารเคมีกันเถอะครับ ในเว็บเกษตรพอเพียงนี้ อุดมไปด้วยของดีไม่มีสารพิษเยอะแยะไปหมด พ้มเองก็ลอกเค้ามาเยอะ เค้าไม่หวงครับ ไม่เสียสตางค์ด้วยครับ แค่น้ำแช่ขี้หมูก็ใกล้เคียงปุ๋ยเคมีกระสอบละเป็นพันแล้วครับ ท่านผู้ชม แน๊ะๆๆๆ ไม่เชื่อไปถามอาจารย์  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม โทร.  034 – 352035  โทรสาร  034 - 352037 เอาเองครับ
 แล้วหากอยากรู้เรื่องจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงว่าเจ๋งขนาดไหน ถามอ.konthain(นพ )ได้เลยครับ เด๊๋ยวนี้ท่านเป็นปรมาจารย์ด้านจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงไปแล้วครับ เจ้าของสูตรไข่เยี่ยวม้าอาหารจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง สูตรเด็ด เร็วกว่า แรงกว่า ไข่เน่าของผม ท่านมีกระทู้ให้สอบถามหลายกระทู้ครับ เช่น
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=78215.0;topicseen
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 11, 2014, 01:02:04 AM โดย pichai6 » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 [24] 25 26 27 28 29   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: