หน้า: 1 ... 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 [22] 23 24 25 26 27 28 29   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ข้าวสินเหล็ก&ไรซ์เบอรี่อินทรีย์ ภาค4 "กลุ่มลูกกตัญญู" ปลูกข้าวโอสถเพื่อผู้ป่วย  (อ่าน 156346 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #336 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2014, 10:43:00 AM »

   ผลของการรวมกลุ่มทำนาธรรมชาติปลูกข้าวเพื่อผู้ป่วย ที่พวกเราก่อตั้งขึ้น ดังที่เขียนให้ท่านผู้ชมได้ชมและทราบทั่วกันไปแล้วนั้น ได้ผลเป็นที่ไม่น่าพอใจเลยครับ มี2รายเสียหาย100เปอร์เซ็นรวม 6ไร่ 1รายเสียหาย 50เปอร์เซ็น 3ไร่ใช้ได้3ไร่ ทั้ง3รายนี้เสียหายเนื่องจากทำนาหว่านที่กำจัดข้าวตกในนาและวัชพืชไม่ได้ เนื่องจากการเตรียมแปลงนาไม่ดี จึงเกิดการปะปนกันกับข้าวพันธุ์อื่นๆเป็นจำนวนมาก ข้าวที่ได้จึงกลายเป็นข้าวไก่ไป มี2รายที่มีข้าวปนไม่มากและใช้การได้เนื่องจากเมล็ดข้าวเก่าที่ตกในนาเป็นข้าวนาปี(ข้าวไวแสง)ที่ไม่ออกรวงในฤดูนาปรัง แต่ผลผลิดที่ได้ไม่ดีเอามากๆเลย ราย10ไร่(ชาวนาวันหยุด)ได้ข้าว1,700กก. ราย3ไร่ได้ข้าว625กก.ทั้ง2รายนี้ ถอย ถอนตัวไปแล้ว แปลงนาที่ได้ผลผลิดพอใช้ได้กลายเป็นของ2ผู้เฒ่าผู้ยิ่งใหญ่ ลุงอ้ายกุและลุงหนานสงค์ จากสาเหตุความเชื่อมือในความเป็นชาวนามืออาชีพมาก่อนของเพื่อนๆในกลุ่ม ผมจึงไม่กล้าเข้าไปชี้นำอะไรมากนัก เพียงอธิบายว่านาธรรมชาติทำยังไงและผมทำนายังไง
   เมื่อผลที่ออกมาไม่น่าพอใจเช่นนี้ คงทำให้ผมต้องกลับมาเหนื่ออีกครั้ง และนี่จะเป็นที่มาของ "ภาค4 สร้างกลุ่มเกษตรธรรมชาติเพื่อผู้ป่วย"เป้าหมายให้มีการปลูกข้าวต้านมะเร็งและความดันเบาหวาน ให้มีปริมาณเพียงพอแก่ความต้องการของผู้คน ลำพังผมคนเดียวที่ปลูกข้าวธรรมชาติแท้ๆข้าจะขายหมดไม่ถึงเดือน ไม่เพียงพอสำหรับผู้คนที่เริ่มรู้ถึงพิษภัยของสารเคมี ผมจะพยายามพลักดันสมาชิกในกลุ่มให้เข้าถึงความเป็น"อัตโนมัติเกษตรธรรมชาติ" ให้ได้มากที่สุด
   หลายคนคงหัวเราะ ว่าผมเพ้อเจ้ออะไรนี่ ธรรมชาติไม่ใช่เครื่องจักร"มีอัตโนมงอัตโนมัตฺด้วยเหรอ" หากคนพูดอยู่ใกล้ๆผม ผมคงต้องเอามะเหงกลงกะบาลแน่ๆ ก็ ที่คุณหิวข้าว3มื้อน่ะคุณบอกให้ตัวคุณหิวหรือเปล่า ตัวคุณน่ะหิวเองโดยอัตโนมัติใช่หรือเปล่า ร่างกายคนเราก็เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติที่มีความเป็นอัตโนมัติทั้งตัว ผมคงไม่ต้องอธิบายต่อแล้วนะครับ เปลืองหน้ากระดาษ
   และบัดเดี๋ยวนี้ ผมลงมือแล้วครับ นาแปลงแรกเป็นของ คุณแม่ฟอง บุญส่ง อายุ64ปี 5ไร่กว่า (ผู้เฒ่าอีกแล้ว) จุลินทรีย์จาวปลวก+น้ำหมักใส้ปลาทูพ่นหมักฟางเสร็จไปแล้วเมื่อวาน เล้าเป็ดและตัวเป็ดถึงหัวคันนาแล้ว เด๋วภาพค่อยตามมาครับ ผมขอเรียงขั้นตอนกรรมและวิธีก่อนนะครับ
  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 09, 2014, 10:58:59 AM โดย pichai6 » บันทึกการเข้า

pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #337 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2014, 01:06:17 PM »

  จากพฤติกรรมเดิมที่อธิบายให้เพื่อนๆในกลุ่มเกษตรธรรมชาติเข้าใจแล้วไปทำกันเองส่นผมยืนดูเฉยๆอยู่ห่าง อย่างที่เล่าเหตุผลไปแล้ว ผมปรับเปลี่ยนใหม่หมด ให้สมาชิกทุกคนทำนาธรรมชาติในแบบเดียวกัน(ยังไม่มีใครบ้าพอที่จะขุดนาทำบ่อปลาครับ) และผมดูและช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด ด้วยกลยุทธ"6ถึง" เพื่อนๆที่ทำนาอยู่แล้วอยากจะรองธรรมชาติมั่งก็เชิญเลยนะครับเรามาทำนาธรรมชาติพร้อมๆกันครับ
  1.ความรู้ ถึง  แจกฟรี เอกสารพร้อมภาพถ่าย วิธีทำนาธรรมชาติ
  2.เมล็ดพันธุ์ ถึง  ให้ยืมเมล็ดพันธุ์ข้าว หักคืนจากผลผลิตในภายหลัง
  3.ปุ๋ยคอกและปุ๋ชีวภาพ ถึง จัดซื้อและขนส่งให้ถึงหัวคันนา หักคืนจากผลผลิตในภายหลัง
  4.เล้าเป็ดและเป็ด ถึง  จัดหาวัสดุและจัดสร้างเล้าเป็ดพร้อมที่เก็บอุปกรณที่จำเป็นในการทำนาใกล้บริเวณนา  หักคืนจากผลผลิตในภายหลัง
  5.ปุ๋ยน้ำ ฮอร์โมน จุลินทรีย์ต่างๆ ถึง  จัดให้ฟรีในครั้งแรกที่เข้ากลุ่ม
  6.ปลากินพืช ถึง จัดให้ฟรีในครั้งแรกที่เข้ากลุ่ม
  เพื่อนๆรองติชมเอกสารแจกของผมดูนะครับ ขออภัยที่เอาเอกสารมาลงกระทู้ในรูปแบบไฟล์ไม่ได้ทำไม่เป็นครับ
           
      เกษตรธรรมชาติ กลุ่มลูกกตัญญู 
1.   การเตรียมวัสดุที่ต้องใช้ในนา  เมล็ดพันธุ์ข้าว เมล็ดพันธุ์ถั่วเขียว  ขี้วัวหรือขี้หมูหรือขี้ควาย200กก. /ไร่ ขี้ไก่50กก. /ไร่ ปุ๋ยชีวภาพ 25 กก. / ไร่ ขี้หมูแห้ง 40กก.เพื่อหมักทำหัวเชื้อปุ๋ยน้ำขี้หมู เชื้อแหนแดง 1 กระป๋องปูนเพื่อเพาะขยายใช้แทนปุ๋ยยูเรีย จุลินทรีย์จาวปลวก1ถัง200 ลิตร เพื่อย่อยสลายตอซังฟางข้าว จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง เพื่อเพิ่มรากพืช น้ำหมักจากปลา เพื่อเป็นปุ๋ยน้ำฉีดพ่นทางใบเร่งการเจริญเติบโตและเร่งใบ  ฮอร์โมนไข่ เพื่อเร่งดอกให้ออกให้หมด ฮอร์โมนหัวปลี บำรุงดอกให้สมบูรณ์ ฮอร์โมนผลไม้ เพื่อเพิ่มน้ำหนักเมล็ด จุลินทรีย์กำจัดเชื้อราและจุลินทรีย์ปราบหนอน เล้าเป็ดและลูกเป็ด เพื่อกำจัดหอยเชอรี่ ปลานิลอายุ1เดือน เพื่อกำจัดวัชพืช                 
2. การเตรียมแปลงนา  ครั้งแรกในการเปลี่ยนนาเคมีเดิมมาเป็นนาอินทรีย์ การเตรียมแปลงนาเป็นเรื่องสำคัญมากและควรเป็นไปในรูปแบบ เกษตรธรรมชาติ  มีวิธีทำดังนี้
2.1 การหมักตอซังและฟางข้าว  ใส่มูลสัตว์แห้ง 200 กก. / ไร่ ขี้ไก่ 50 กก. / ไร่(หรือหินฟอสเฟต10กก. / ไร่หรือปุ๋ยฟอสเฟต 0-46-0 5กก. / ไร่) ปุ๋ยชีวภาพ25กก./ไร่ สาดใส่นาให้ทั่วแปลงนา ปล่อยน้ำเข้านาพอท่วมวัชพืชในนา ฉีดพ่นน้ำหมักจุลินทรีย์จาวปลวกที่ไม่ต้องผสมน้ำให้ทั่วแปลงนาไร่ละ40ลิตร ใช้ขลุบติดรถไถเดินตามเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ย่ำวัชพืช ตอซังและฟางข้าวให้จมเลน หว่านแหนแดงที่ขยายเชื้อไว้แล้วให้ทั่วแปลงนา เพื่อสร้างปุ๋ยไนโตรเจน(ยูเรีย)และช่วยคุมวัชพืช กักน้ำให้ท่วมตอซังฟางข้าวไว้10-15วัน ระหว่างนี้เตรียมเล้าเป็ดและขังเป็ดให้ชินกับนาข้าว แล้วปล่อยน้ำให้แห้งเพื่อล่อเมล็ดข้าวที่ตกในนาและเมล็ดวัวพืชหัวแข็งให้งอกใน7วัน (เมื่อปล่อยน้ำแล้วลงมือแช่เมล็ดพันธุ์เพื่อเพราะกล้า)  ปล่อยน้ำเข้านาพอท่วมวัชพืช ใช้รถไถเดินตามลากขลุบอีกครั้งเพื่อย่ำวัชพืช ปิดน้ำปล่อยเป็ดจัดการหอยเชอรี่
2.2 การดูแลต้นข้าวให้เจริญเติบโต เมื่อกล้าข้าวที่เพาะอายุ14-18วันเอาเป็ดออก ปล่อยน้ำออก หว่านเมล็ดถั่วเขียว 3-5กก./ไร่เพื่อเสริมปุ๋ยพืชสด ก่อนเอากล้าลงนา1-2วัน รดน้ำกล้าด้วยจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงผสมน้ำอัตราส่วน1/200เพื่อปลุกรากข้าว โยนกล้าหรือเยาะกล้าหรือปักดำกล้าในระยะ30-40ซม. ปล่อยให้รากกล้าข้าวยึดเกาะกับดิน5วัน ระหว่างนี้ขุดทำร่องน้ำเอาดินมาซ่อมเสริมคันนาซ่อมคันนา ครบกำหนด5วันถั่วเขียวเจริญงอกงามดีแล้ว ปล่อยน้ำเข้าและรักษาน้ำไว้เพียง2วันแล้วปล่อยทิ้งเพื่อรักษาชีวิตถั่วเขียวให้เจริญเติบโตและเป็นการทำนาแบบเปียกสลับแห้งแกล้งข้าวเพื่อผลในการแตกกอ  ทุกๆ10วัน พ่นปุ๋ยน้ำรวมมีน้ำขี้หมู,น้ำหมักปลา(EM)จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง จุลินทรีย์จาวปลวก และทุกๆ20วันผสมเพิ่มจุลินทรีย์ฆ่าเชื้อราตัวร้ายและหนอนต่างๆ เพื่อป้องกันโรคอันเกิดจากเชื้อรา เช่นโรคใบไหม้ เน่าคอรวงและหนอนหรือตัวอ่อนของแมลงต่างๆเช่นแมลงบั่ว แมลงหนอนกอฯ หรือฉีดพ่นเมื่อเริ่มมีการระบาดจากโรคและแมลงศัตรูพืชอื่นๆในแปลงนาข้างเคียง(ทำนาแบบคนมีเวลาน้อย) จนกระทั่งถั่วเขียวออกดอกทั่วทั้งหมดใช้เวลาประมาณ40วัน(ดอกถั่วเขียวแรกบานเมื่ออายุ35วัน)จึงปล่อยน้ำเข้าเพื่อฆ่าต้นถั่วเขียวให้ตายเป็นปุ๋ยพืชสดต่อไป  แล้วปล่อยปลานิลหรือปลากินพืชอื่นๆที่อนุบาลไว้แล้ว1เดือนจำนวน 400-800ตัว/ไร่ ถ้าจะเลื้ยงปลาหลายชนิดรวมกัน ควรใช้สัดส่วนปลานิล400ตัว ปลาตะเพียน200ตัว ปลาไนหรือปลาสลิดหรือปลาแรดหรือปลาดุกหรือปลาหมอ200ตัว เพื่อจัดการกับวัชพืชที่ยังหลงเหลือให้ราบคาบพร้อมกับพรวนดินและใส่ปุ๋ยขี้ปลาให้กับต้นข้าว อีกทั้งยังเป็นตัวป้องกันและปราบปรามเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้อย่างมืออาชีพอีกด้วย อีกทั้งยังได้กุศลผลบุญจากการปล่อยปลาคืนสู่ธรรมชาติ
หากไม่ได้เลี้ยงปลาจะปล่อยน้ำแห้งแกล้งข้าวได้เดือนละครั้งเพื่อเร่งขยายกอข้าว โดยฉีดพ่นปุ๋ยน้ำรวมตามปกติที่กำหนดไว้ จนกระทั่งข้าวอยู่ในระยะตั้งท้องฉีดพ่นด้วยน้ำแช่ขี้หมูผสมกับฮอร์โมนไข่เร่งให้ออกดอกพร้อมๆกัน(หากมีเวลามากช่วงผสมเกสรควรเปลี่ยนเป็นฮอร์โมนหัวปลีเพื่อช่วยให้ดอกใหญ่สมบูรณ์ผสมเกสรติดดี ติดผลขั้วเหนียวไม่หลุดร่วงง่าย) หลังข้าวผสมเกสรแล้ว ฉีดพ่นน้ำแช่ขี้หมูผสมด้วยน้ำหมักผลไม้เร่งความสมบูรณ์ของเมล็ดให้เต่งตึงเต็มเมล็ดๆมีน้ำหนัก ก่อนเกี่ยวข้าว 10-15 วันปล่อยน้ำออกให้แห้ง ข้าวสุกแล้วเกี่ยวข้าวด้วยเครื่องเกี่ยวข้าวเดินตาม รวบรวมข้าวในที่ๆโม่ข้าวแล้วไม่ปล่อยฟางลงในนาข้าว เพื่อหว่านปุ๋ยชีวภาพ ปล่อยน้ำเข้านา สำหรับการทำข้าวรอบสองในฤดูหนาว เพราะว่าข้าวไรซ์เบอรี่จะมีคุณภาพดีที่สุดในโลกต้องปลูกในฤดูหนาวและที่ตำบลป่าแดดเท่านั้น
หมายเหตุ เมล็ดพันธุ์ข้าว ปุ๋ยคอกและปุ๋ยชีวภาพ จัดหาจัดซื้อให้ก่อนและหักออกภายหลังจากการขายผลผลิตคืน เป็ดและปลาปราบศัตรูพืช ปุ๋ยน้ำหมัก ฮอร์โมนทุกชนิด และจุลินทรีย์ต่างๆ จัดหาให้ก่อนฟรีในครั้งแรกที่เปลี่ยนนาเคมีมาเป็นนาธรรมชาติ สงสัยหรือต้องการความช่วยเหลือใดๆ มาหาหรือโทรหาฝ่ายสนับสนุนการเกษตรธรรมชาติ นายพิชัย 080-0486603ในเวลาราชการ
 สูตรการทำปุ๋ยน้ำ ฮอร์โมน จุลินทรีย์

  เอกสารของจริงมีทั้งตัวอักษรและภาพ ตัวหนังสือมีเน้นสีและตัวใหญ่ มีตัวเขียนโย้ พอก๊อปปี้ออกมามีเท่าเนี๊ย ขอเพื่อนๆใช้วิจารณาญานอ่านกันเอาเองนะครับ ใครว่าง่ายก็ง่าย ใครว่ายากก็ยาก ภาค4นี้ ผมจะโชว์คนชราทำนาอินทรีย์ให้ดูครับ
บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #338 เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2014, 02:48:13 PM »

  เพื่อนๆหัวใจไร้สารเคมีและลูกหลาน"พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"ของเราทุกๆๆท่านครับ  แผนก่อการ...ที่ผมวางแนวทางไว้เป็นอย่างไรบ้้าง ยากเกินไปมั้ยครับ หากเพื่อนๆคิดว่ายากไปหน่อย ผมแนะนำอย่างนี้ครับ ต้องแน่ใจก่อนว่ามีน้ำทำนา ไม่ต้องมากแค่ขังปลาได้10-20วันเพื่อปลาบวัชพืช แน่ใจแล้วว่าน้ำมี หาที่อนุบาลลูกปลากินพืชก่อนเลยครับ และทำตารางการทำงาน จะปลูกข้าวอะไรอายุกี่วัน ร่างให้ชัดเจน ปุ๋ยคอกยังไม่มีไม่เป็นไร ควักกระเป๋าซิครับซื้อปุ๋ยชีวภาพ(สารปรับปรุงดิน) นึกชื่อไม่ออก"ทอช"ก็ใช้ได้ดีมากครับ เพื่อนๆก็เห็นผมทำนามาทุกๆขั้นตอน ลองผิดลองถูกให้ดูแล้ว ไม่มีอะไรต้องรังเลอีกแล้วครับ  เริ่มนับ 1 เลย ไม่ต้องกังวลถึง 10 ในตารางที่เราทำสมมติทั้งหมดเป็น 10 เราจะกระโดดข้ามไปไม่ได้อยู่ดีครับ ทำ 1 ให้ดี ทำ 2 ต่อให้ดี ไต่ระดับไปไม่ยากอย่างที่คิด มีปัญหาโทรหาผมในวันและเวลาราชการครับ
   ก่อนจะเริ่มบทความ"ภาค4"ผมขออวดของดีของในหลวงของเราซักหน่อยครับ ในหลวงเราบอกว่าดี ก็ต้องดีซิครับ



   หญ้าแฝกของในหลวงครับ ผมได้มาจาก"สำนักงานพัฒนาที่ดิน" ซึ่งก่อตั้งขึ้นตามพระราชดำริของในหลวง โดยกระทรวงเกษตร เพียงเราบอกว่าเราจะเดินตามรอยพระบาทของในหลวง เจ้าหน้าที่เค้าไม่หวงครับ ยิ่งมีการรวมกลุ่มกันได้ จะเอาอะไรท่านให้หมดครับ ไม่ใช่นักเลือกตั้งที่เคยบอกจะเอาอะไรก็ได้พอบอกจะเอาไอ้นั่นตอบมาว่าไอ้นั่นหมด หึหึ
 

  แม่เฒ่าหัวใจไร้สารเคมี เจ้าใหม่ในกลุ่มเกษตรธรรมชาติ"ลูกกตัญญู"ของเรา แกใจถึงเปิดเกมส์ก่อนเลยครับ บอกผมว่าจะเอารถเข้าปั่นตอซังเพื่อหมักทำปุ๋ย ร้องขอมา ผมก็จัดให้ไป และไม่ใช่แค่ถึงหัวคันนานะครับท่านผู้ชม ใส่ลงในนาเลยละครับ แม่เฒ่าใจถึงมา ขี้หมูผมก็วิ่งลงนาไปเลยยยยย




  นา"แม่ฟอง"อยู่ติดกับนาผมทางทิศตะวันตกนี่เองครับ แม่เฒ่าบอก ปลูกไรซืเบอรี่ทั้งหมดเลย อยากจะเกี่ยวข้าวสองเด้งกับเค้ามั่ง หึหึ
บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #339 เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2014, 04:49:53 AM »

  เพื่อนๆครับ ผู้บริโภคหลายๆคนขอบคุณผม ผู้ผลิตและผู้ขายหลายคนว่าผม "ควาย" ผมขอน้อมรับทุกๆคำวิจารณ์ ครับ และยังคงภาคภูมิใจที่ได้ช่วยงาน"พระราชา"ครับ เพียงเท่านี้ผมก็พ้นจากการติดใจและติเตียนจากเสียงรอบข้างแล้วครับ ไปกันต่อเถอะจนกว่าจะหมดแรง
  เล้าเป็ดชั่วคราวและเป็ดที่ถึงแปลงนา คุณแม่ฟอง และจะต้องไปต่ออีกหลายๆที่

  ช่วงนี้เป็นช่วงงานบุญเข้าพรรษา แม่ฟองยุ่งอยู่กับการตากใบตองเตรียมของทำขนมไปวัดจึงยังไม่ลงนาให้ผมถ่ายรูป ชมภาพเก่าของแม่เฒ่าไปพลางก่อนนะครับ อยากให้เพื่อนๆได้เห็น แม่เฒ่าใจยังสู้ แล้วเพื่อนๆล่ะครับ รีรออะไร พลังธรรมชาติรอคุณอยู่ครับ

  วันนี้15/8/57 กลับมาจากรับเป็ดคืนจากนาลุงสว่าง ผ่านนาแม่ฝองขอนำภาพต้นข้าวไรซ์เบอรี่ ที่หลังจากโยนกล้าแล้ววันแรกเมื่อ7/8/57วันนี้ได้8วันเริ่มตั้งตัวแล้ว ปกติกล้าจะไม่ตั้งตัวช้าอย่างนี้ ก็วันแรกแกมาถอนกล้าเอาบ่ายแก่ๆ กล้ามาถึงนาเกือบ5โมเย็น แถมวันถอนกล้าก็ไม่ได้รดน้ำกล้าทั้งวัน เฮ้อ ผมไปช่วยโยนแปลงเดียวก็ไม่เสร็จ แล้ววันใหม่สายแดดจ้าแล้วจึงออกมาโยนกล้าเก่า ฮึฮึ มหัจรรย์พระแม่โภสพ รอดมาได้ครับ



  ดาบตร.ลูกชายลูกชายแม่ฟองกำลังซ่อมข้าวอยู่พอดี หอยใหญ่ที่เหลือรอดจากเป็ด เก็บมาให้ผมไม่รู้จักหมดซะที
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 15, 2014, 07:27:41 PM โดย pichai6 » บันทึกการเข้า
piety
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 394


« ตอบ #340 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2014, 04:03:12 PM »

   สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้ได้ไปแปลนนาของ"อ้ายสว่าง" เกษตรกรหัวใจไร้สารเคมีใจถึงคนใหม่อีกคนครับ ได้ติดต่อพบปะพูดคุยกับแกหลายครั้ง

   แหมๆใจเกินร้อยจริงๆครับ แกบอก"ของที่ผมหาได้ทั่วไปพี่ไม่ต้องให้ผม เอาของที่ผมหาที่อื่นไม่ได้แค่นั้นพอ" แกหมักปุ๋ยเองในโรงหมักปุ๋ยกลางนาเลยครับ ปลาก็ซื้อลูกปลาเองอยากได้ปลาอะไรใส่ได้ตามใจ แหมๆแต่บ่อปลาซิเอาไว้กลางแปลงนาเลยครับ ติชมไปแล้วว่าไม่ถูกต้องตามจุดประสงค์ที่เอาปลามาปราบวัชพืชเมื่ไขเอาน้ำออกบ่อปลาอยู่ตรงกลางปลาจะลงได้อย่างไร แกบอกว่าแกก็คิดอย่างนั้นแต่แม่ศรีภรรยาไม่เห็นด้วย บอกหากไปอยู่ริมนาเดี๋ยวโดนคนขโมยปลา เลยเชื่อเมีย คันนาแกทำเองได้สวยงามแข็งแรง ใช้รถไถเดินตามลากขลุบย่ำวัชพืชเอง ขุดจาวปลวกหมักเองตามคำแนะนำของผม นี่แหละครับคนสู้งาน ที่ช่วยให้ผมเบาแรง


  นา"อ้ายสว่าง" 3ไร่กว่าน้ำดีมากครับ ความยาวของแปลงนาติดคลองส่งน้ำจากเขื่อนแม่สรวย แต่ทางระบายน้ำออกไม่ค่อยดีติดแปลนาคนเห็นแก่ตัว เอาครองสาธารณแปลงเป็นนาตัวเอง

  เพื่อนๆเห็นนะครับ ในภาพขวางอยู่แปลงเดียว เลยถัดไปก็เป็นครองระบายน้ำเหมือนเดิม เป็นเรื่องเป็นราวถึงอำเภอ ติดอยู่ตรงใครจะเป็นเจ้าภาพลื้อทำใหม่ แล้วก็หยุดคามันอย่างนั้น ก็แปลงนาแถวนี้เป็นญาติกันทั้งหมด เลยน้ำท่วมปาก ผมบอกกับแกทำใจให้สบายๆ เค้าทำอย่างนั้นเค้าก็บาป คงเป็นอย่างนั้นนานมากเค้าก็บาปมาก เราไม่ต้องไปช่วยแบ่งบาปจากเค้าหรอกครับ เค้าหมดบุญเก่าอุดหนุนก็เป็นไปเอง ก่อนจากกันผมมอบของที่เค้าหาเองไม่ได้ คือ พันธุ์ข้าวไรซ์เบอรี่ จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง น้ำหมักปลาผสมน้ำหมักสัปรสและจุลินทรีย์ปราบเชื้อราที่ไม่เป็นพิษภัยกับเชื้อเห็ด"บีเอสพลายแก้ว"ของชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ที่มี อาจารย์ดีพร้อม ชัยวงษ์เกียติ เป็นเจ้าของ "อ้ายสว่าง"บอกผมว่าที่มาทำนาธรรมชาติกับผมนี้ภรรยาไม่เห็นด้วย เลยไม่ช่วยอะไรซักอย่าง นอกจากแนะนำให้เอาบ่อปลาไว้กลางแปลงนา หึหึ อย่างนี้หากไม่ช่วยดันแกให้เต็มที่หากเสียหายมาแกคงเข้าหน้าภรรยาไม่ติดไปนานเชียวละครับ ท่านผู้ชม

  วันนี้15/8/57 ไปรับเป็ดคืนจากพี่สว่าง กล้าไรซ์เบอรี่นาโยนของแกอายุ 15วันเริ่มลงนาวันนี้ครับ ผมเตรียมตัวจะช่วยแกโยนกล้า แกบอกไม้ต้องแล้วพี่ เมียแกไม่ยอมจะดำกล้านาโยนเอง กลัวแถวไม่สวยอายคนอื่นน่ะครับ ฮึฮึ เลยไม่ได้เลอะเอาเป็ดกลับอย่างเดียวครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 15, 2014, 07:03:53 PM โดย pichai6 » บันทึกการเข้า
rtmrk
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 102


« ตอบ #341 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2014, 12:08:40 PM »

ขอขอบคุณมากครับคุณพี่ ที่ใส่ใจในการตอบ และหาข้อมูลเรื่องขนส่งให้ ผมสัมผัสได้ถึงความมีน้ำใจของเพื่อนสมาชิกที่ให้ความรู้ตอบกลับมาหลายท่าน เช่น คุณกัญจน์ คุณทิดโส คุณsomroeg คุณสาครสวนสุพิชชา คุณเอ๋tapeworm อาจารย์pattana โดยเฉพาะอาจารย์titcan และคุณตั้ม tumtumpนิทานมหัศจรรย์คนหลงป่า ท่านตอบคำถามจนหมดใส้หมดพุงของท่านเลย...ความรู้ประสบการณ์ต้องใช้เวลามากในการสะสมแต่เราหาได้ที่นี่ภายในระยะเวลาอันสั้นจากน้ำใจของเพื่อนสมาชิก ต้องขอขอบคุณมา ณ.ที่นี่ด้วยครับ
บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #342 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2014, 03:35:28 PM »

ขอขอบคุณมากครับคุณพี่ ที่ใส่ใจในการตอบ และหาข้อมูลเรื่องขนส่งให้ ผมสัมผัสได้ถึงความมีน้ำใจของเพื่อนสมาชิกที่ให้ความรู้ตอบกลับมาหลายท่าน เช่น คุณกัญจน์ คุณทิดโส คุณsomroeg คุณสาครสวนสุพิชชา คุณเอ๋tapeworm อาจารย์pattana โดยเฉพาะอาจารย์titcan และคุณตั้ม tumtumpนิทานมหัศจรรย์คนหลงป่า ท่านตอบคำถามจนหมดใส้หมดพุงของท่านเลย...ความรู้ประสบการณ์ต้องใช้เวลามากในการสะสมแต่เราหาได้ที่นี่ภายในระยะเวลาอันสั้นจากน้ำใจของเพื่อนสมาชิก ต้องขอขอบคุณมา ณ.ที่นี่ด้วยครับ
ขอบคุณเช่นกันครับ ที่คุณเห็นถึงความปรารถดีของกลุ่มคนใน"เกษตรพอเพียง" แทบจะทุกคนที่เข้ามาเขียนบทความในเว็บนี่ล้วนมีความปารถดี ที่จะให้มากกว่ามารับครับ
  และ "ธัญโอสถ" ที่ผมและ "กลุ่มลูกกตัญญู" ปลูกอยู่นั้นได้พัฒนาความปลอดสารเคมีมาได้ถึงขีดสุดแล้วครับ ตามที่ท่านผู้ชมได้ติดตามมาตลอด เหลือเพียง"สิ่งเจือปน"จากเมล็ดพันธุ์อื่นๆ ที่ใครๆก็เจอและเคยเสียหายทั้งหมดก็มี สาเหตุการแก้ไขยากเนื่องมาจากเครื่องจักรคุณภาพสูงในการคัดแยกสิ่งปลอมปนมีราคาแพงมาคือ"เครื่องยิงสี" รวมค่าติดตั้งแล้ว3ล้านกว่า ยากที่เกษตรทั่วไปจะเอื้อมถึง ผมกังวลใจกับเรื่องนี้มานาน ใช้ความพยามมานาน ณ วันนี้ผมเอื้อมถึงแล้วครับ



  เพื่อเป็นการพัฒนารวมหมวดหมู่ ผมจะรวมสมาชิกเกษตรธรรมชาติ"กลุ่มลูกกตัญญู"ไว้ใกล้ๆกันในหน้านี้นะครับ แปลงลำดับถัดมาเป็นของ อดีต อบตถาวรของหมู่3ตำบลป่าแดดที่ต้องชอเชิญให้ออกให้คนรุ่นใหม่ได้มาโชว์ผลงานบ้างน่ะครับ "ลุงหนานเต้าตืน"ดีเจเพลงลูกทุ่งย้อนยุค ของสถานีวิทยุท้องถิ่น อำเภอแม่สรวย คุณประสงค์ ก๋าวี ร่วมกลุ่มด้วยนา6ไร่ โดยคันนาใช้ประโยชน์ปลูกลำใยร่วมด้วย ที่นาปลูกข้าวเหลือจริงๆคงไม่ถึง5ไร่ครับ ย้อนภาพนิดนึง






 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 18, 2014, 07:10:42 AM โดย pichai6 » บันทึกการเข้า
PED2525
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 191


« ตอบ #343 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2014, 03:49:10 PM »

ทำนาทั้งปีแบบนี้มัวิธีจัดการนกยังงัยครับ   .........  ของผมพลาดไปแล้ว    ทำที่สุรินทร์   อายุข้าวไรเบอร์  130 วัน เกี่ยวได้เลยไหม จะครบตอนเดือนกันยายน  ซึ่งข้าว บริเวณนั้นยังไม่ทันตั้งท้องเลย โกรธ โกรธ โกรธ  พลาดมหันย์.....  (ปีแรกครับ)
บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #344 เมื่อ: กรกฎาคม 15, 2014, 02:19:49 PM »

  สวัสดีครับน้อง พลาดไปแล้วก็จำไว้เป็นบทเรียนครับ พลาดไปแล้วก็อย่าให้เสียเปล่า ทำใจให้จิตเย็นมีเมตตา อโหสิกรรมให้นกซะแล้วอุทิศส่วนกุศลจากการให้ทานกับนก ให้แก่ พ่อแม่ ญาติมิตร ครูอุปชาอาจารย์ เทวดา เปรต เจ้ากรรมนายเวร และสรรพสัตว์ทั้งหลาย เสียข้าวแล้วยังได้กุศลกลับมา ก็ไม่เชิงเสียทั้งหมด เชื่อเถอะครับนกไม่กินข้าวของเราหมดหรอกครับ หากถือศิลด้วยก็จะยิ่งได้กุศลมาก สิ่งเหล่านี้รู้ได้เฉพาะตน ความบังเอิญก็เกิดขึ้นได้เฉพาะตน เป็นศิษย์พระตถาคตแล้วจะไม่กังวลว่าใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อ เรามีสติมีความคิดอะไรควรเชื่อเราจะรู้ได้ด้วยตนเอง ครับ
บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #345 เมื่อ: กรกฎาคม 17, 2014, 06:31:25 AM »

http://www.youtube.com/playlist?list=PLEPkPmvXPDZlHL8zhxbwuX_MYxytRUhHN
  พระอาจารย์สอนว่า การทำบุญมีตั้ง10อย่าง และ กุศลสูงสุดที่อุทิศได้ถึงญาติใน"นรกภูมิ"มีเพียงกุศลจาก"ภาวนากรรมฐาน"เท่านั้น มีคนไทยพุทธหลายท่านไม่เชื่อ ไม่รู้ ไม่สนใจ จึงเกิดความเข้าใจของคน"ไม่เหมือนกัน"เช่น "มะม่วงของฉัน ใครมาเด็ดโดยไม่ได้รับอนุญาติ ต้องแจ้งตำรวจจับปรับลูกละ500บาท" เพื่อนๆว่าเจ้าของมะม่วงจะได้เงินค่าปรับมะม่วงมาอย่างมีความสุขเปล่าๆหรือครับ แค่คำถามนี้คำถามเดียวก็ไม่อาจมีคำตอบได้เพียงคำตอบเดียว กลับกัน หากเจ้าของเก็บมะม่วงแล้วเผื่อแผ่เอาไปฝากเพื่อนบ้าน เจ้าของมะม่วงจะเสียมะม่วงอย่างมีความสุขหรือเปล่า การที่คนเราจะมีความรู้สึกนึกคิดอย่างไรถึงจะถูกต้องจริงๆ ต้องมีธรรมของศาสนา เป็นที่ตั้ง ไม่ว่าจะศาสนาใดๆล้วนสอนคนให้เป็นคนดี เป็นเสาหลักของความสงบสุข ใช่ไหมครับ
 เรา มาว่ากันต่อเรื่องนาธรรมชาติครับ ที่ผ่านมาไม่กี่วันนี้ได้เข้าไปใส่ปุ๋ยคอกให้แปลงนา"ลุงเติง"ดันลืมถ่ายภาพไว้ แปลงนาลุงเติงไม่ได้ปลูกข้าว"ไรซ์เบอรี่"ให้ผมหรอกครับ แต่ปลูกข้าวเหนียว"สันป่าตอง1อินทรีย์"ให้ผม เป็นแปลงนาสาธิตอีกแปลงหนื่งที่จะปลูกข้าวเหนียวแบบที่ชาวบ้านทั่วไปปลูกแต่ปลูกด้วยวิธีของผม"ทำนาธรรมชาติ"เพื่อเปลียบเทียบกับนาเคมีทั่วไปว่าใครจะได้ข้าวมากกว่ากัน เดิมพันสูงมากนะครับสำหรับนาเคมีเดิมที่เปลี่ยนมาเป็นนาอินทรีย์ ครั้งแรก มาลุ้นกันดีกว่าครับว่าผลจะออกมาอย่างไร เมื่อผมทำนาให้ผู้คนชมในอินเทอร์เน็ต เดิมพันก็ยิ่งสูงขึ้นอีกหลายเท่า เพื่อนๆไม่ต้องกังวลนะครับ ลองดู ทำให้เห็นกันไปทั้งโลกเลยว่าการทำนาธรรมชาติดีจริงๆหรือ"คุยเอาม่วน(สนุก)" ต้องขอขอบคุณลุงเติงมา ณ ที่นี้ที่ยอมเป็นหนูทดลองให้ผม โดยผมมีเงื่อนไขกับแกว่า(นาแกใกล้กับนาลุงน้อยเคมีมืออาชีพผู้เป็นพี่ชาย) หากผลผลิตข้าวที่ได้น้อยกว่าของลุงน้อยหรือน้อยกว่าที่แกเคยทำนาเคมี ผมจะชดเชยเติมให้และขายให้ผม ผมจะเอาไว้กินเอง หากการครั้งนี้ผมเป็นฝ่ายชนะ ผมก็จะได้เดิมพันที่สูงมากๆมาถวายให้แด่(สมเด็จพ่อ)เช่นกันคือ คงจะได้ชาวนากลับใจมาอีกมากโข ได้คืนชีวิตให้แด่"แม่พระธรณี" ได้ชีวิตคืนให้แด่"แม่พระคงคา" ทุกวันนี้(ไม่ได้เฉลียวใจเก็บภาพไว้)ได้เห็นชาวบ้านโดยรอบคว้าซุ่มคว้าแซะคว้าตะข่อง จับปลากันในนาโดยรอบนาผมอย่างสนุกสนานในโอกาสที่เกี่ยวข้าวบ้างไถนาบ้าง นี่แหละครับสิ่งที่ผมได้มาแล้ว
บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #346 เมื่อ: กรกฎาคม 17, 2014, 06:46:33 AM »

  อ้อมีภาพเก็บไว้ได้ภาพนึงครับ ตอนแม่ฟองปั่นนา คนจะไม่มากเท่าตอนเกี่ยวข้าว เพราะตอนเกี่ยวข้าวเป็นการเข้าไปในนาได้ครั้งแรก ใครๆก็รู้ว่าปลาที่ผมปล่อยไว้ในนาผมข้ามคันนาไปนาคนอื่นๆทั่วไปหมด ตอนรถเกี่ยวข้าวลงนา ผู้คนจึงมาจับปลากันเยอะครับ
บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #347 เมื่อ: กรกฎาคม 19, 2014, 06:32:06 AM »

  สวัสดีครับเพื่อนๆ ผมเห็นใจเพื่อนชาวนาที่หัวใจไร้สารเคมีหลายท่าน ที่มีความเป็นมือใหม่เหมือนผม ปลูกข้าวกันเป็นแล้วแต่กะระยะเวลาไม่ถูกต้อง เช่นข้าวออกและสุกก่อนคนอื่นๆมาก หรือ ข้าวออกและสุกหลังคนอื่นมากในท้องที่ตัวเอง ผลที่จะได้รับก็คือการสูญเสียข้าวจากฝูงนก แปลงนาที่ใกล้ป่าเขาหน่อยก็เสียหายมาก และผมก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน เพื่อนๆครับเมื่อพลาดไปแล้วควรจำไว้เป็นบทเรียนครับ คิดเสียว่าเมื่อคราวที่เราใช้ชาติเกิดเป็นนกก็เคยไปเบียดเบียนชาวนา ชดใช้เค้าให้หมดๆไปครับ เที่ยวหน้าเราจดเราจำ ก็จะหมดเคราะห์หมดโศกกันเสียทีครับ บทเรียนนี้สอนให้รู้ว่า ต้องเกี่นวข้าวตากข้าวต้องให้เสร็จก่อนเข้าพรรษา1-2วันพระ แล้วย่ำตอซังเพื่อหมักฟางช่วงเข้าพรรษา ฝนชุกน่ะครับ ยิ่งเพาะกล้าได้ก่อนเข้าพรรษาได้ยิ่งแจ่มครับ เป็นการปลูกข้าวทันข้างขึ้นนั่นเองครับ แล้วจะได้เกี่ยวก่อนข้าวนาปี ได้ย่ำตอซังเพราะหน่อข้าวต้นใหม่โดยไม่มีต้นทุนเตรียมนา วิธีนี้ยังมีเวลาเหลือเฟือครับที่จะศึกษา ภาษาทางวิชาการเค้าเรียกว่า"การปลูกข้าวแบบล้มตอซัง"ค้นดูได้จากกูเกิ้ลครับ จะได้ข้าวต้นใหม่จากตอเก่า ผลผลิตเค้าว่าไม่แตกต่างมาก อายุเก็บเกี่ยวน้อยแค่ 90 วัน ส่วนใครจะถามผมว่าแล้วต้องทำอย่างไร จุจุ ผมก็ยังไม่เคยทำครับ มีเวลาครับ ศึกษาให้ดี แล้วมาช่วยตักเตือนกันครับ
  อีดนิดนึง สำหรับใครที่ปลูกข้าวไม่ทันข้างขึ้นที่ผ่านมา ข้างขึ้นจะกลับมาอีกครั้งตั้งแต่วันที่27ก.ค.นะครับ ยังทันได้เกี่ยวก่อนข้าวนาปีครับ
บันทึกการเข้า
piety
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 394


« ตอบ #348 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2014, 01:10:38 PM »

   หลังจากเฝ้ามองฝูงนกกระจาบป่าแทะรวงข้าวอยู่หลายวัน หลายพันตัว ก็ถึงเวลาที่ต้องปิดโรงทานซะที กรมอุตุบอกทางเหนือฝนจะลดจาก60-80เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่มาเป็น30-40เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ จึงนัดเพื่อนสมาชิก"กลุ่มลูกกตัญญู"คนล่าสุดมาช่ายเกี่ยวข้าว 4ไร่เอง 2 คนก็เพาะ แกว่างวันที่20/7 ผมจึงเตรียมตัวเตรียมอุปกรณ์เกี่ยวข้าว เรียนแบบที่เคยดูในยูทูป แบบใช้เครื่องตัดหญ้า(คุณสว่างเค้าเคยมาก่อนครับ) อะไรที่ไม่เคยน่ะ หากนั่งดูเฉยๆก็จะไม่เคยอยู่นั่นเองครับ พระอาจารย์สอนว่า"ยากนักเพราะไม่เคย ง่ายจังเลยเมื่อเคยแล้ว" ผมก็อยากเป็นเด็กดีของพระอาจารย์มั่ง ผมก็เลยซื้อมาลองให้เคยซะ "หัวเกี่ยวข้าว"ติดตั้งเครื่องตัดหญ้า เฮ้ราคาไม่แพง 290 บาทเอง ถามคนขายอย่างละเอียดว่าติดตั้งอย่างไร เค้าก็บอกมาอย่างละเอียด ไม่ยากครับ มีตัวรัดแน่นหนาดีปรับตั้งง่าย เมื่อพอดีแล้วขันน๊อตให้แน่น รองซ้อมดูก่อนให้พอไปวัดตอนสายๆได้น่ะครับ หึหึ


  ก็ใช้งานง่ายดี แต่ผมต้องติดตั้งตัวเกาะสายสะพายใหม่ให้เลื่อนไปข้างหน้าฝ่ามือนึง เพราะใส่หัวเกี่ยวข้าวแล้ว หัวจะหนักขึ้น ตั้งแฮนบังคับให้กระเถิบไปทางหัวเกี่ยวด้วยจะได้ไม่เมื่อย ที่เหลือก็ซ้อมบิด เร่งหงายปาดคว่ำๆๆๆๆๆๆๆๆ เร่งเครื่อง หงายหัวเกี่ยวให้ต้นข้าวพิงตะแกรง ปาดต้นข้าวเหลือโคนไว้คืบนึงจะได้ต้นข้าวยาวหน่อยเพื่อเอนพิงตะแกรง สั้นไปลื่นล้มรอดช่องออกโดนใบตัดตีเมล็ดแตกหมด มือใหม่ปาดครั้งล้3-4กอก็พอ ชำนาญแล้วค่อยว่ากันเต็มวงสวิงครับ ปาดมาถึงกอสุดท่ายขาดแล้ว คว่ำเทออกครับ

  วันเอาจริงมีเทคนิคเพิ่มมาอีกหน่อยครับคือ ก่อนเริ่มใช้เครื่อง ต้องเกี่ยวแถวแรกริมคันนาออกก่อนเพื่อให้มีที่วางข้าวและสดวกในการปาดเกี่ยว หากมีคนเกี่ยวมือเก็บขอบนำทางไปก่อนซัก4-5กอโดยรอบแปลง ก็ไปฉิวเลยครับ อ้อใบมีดสำคัญมากครับ ต้องคม 2-3เหนื่อยตัดขาดไม่เกลี้ยงลับคมสักหนนึง เป็นอันใช้ได้ครับ แต่สำหรับผม มันเหนื่อยมันเมื่อยมากๆ หากพื้นนาแห้งดีรถเกี่ยวเข้าได้ ผมไม่ลงไปเกี่ยวเองละครับ ท่านผู้ชม
บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #349 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2014, 01:00:59 PM »

  เครื่องตัดหญ้าใส่หัวเกี่ยวมีข้อควรระวังดังนี้ ใบตัดต้องคม ของคุณสว่างใช้ใบเลื่อยวงเดือนครับ ก่อนปาดต้องเร่งเครื่องให้ได้รอบ เสียงใบตัดเฉือนข้าวของแกเพราะมากๆครับ"เหวียวววว"คงบรรยายเสียงยากหน่อยครับเคี่ยวฟันเลื่อยเป็นเหล็กชั้นดี ไม้ยังไม่เหลือแล้วต้นข้าวนี้ยิ่งไม่เหลือเสียงหวานจ๋อยเลยครับ เรื่องความชำนาญก็สำคัญมากครับ "เร่ง หงาย ปาด คว่ำ" ทำจังหวะเป็นอัติโนมัติแล้ว เร็ว เรียงแถวต้นข้าวได้สวย การปรับหูเกาะสายและแฮนคันเร่งพอดีกับคนใช้ก็เบาแรงมากครับ อีกเรื่องที่สำคัญมากๆ ต้องคนแข็งแรงสู้งานด้วยครับ แขนมีพลัง ขามีพลัง ผมนี่ซิครับดันเกินวัยลุย โฮ้ยเจ็บเอวเจ็บตัวขนาดละ แถมทำนาช้ากว่าคนอื่นๆมากฟนมานาไม่แห้ง แทบจะยกขาไม่ขึ้นครับ ตะคริวกิน เข็ดแล้วครับ บทเรียนใหม่ คราวหน้าต้องเกี่ยวให้เสร็จปลายเดือนมิ.ย. ต้องจัดตารางการปลูกใหม่ทั้งหมดครับ เริ่มซะตั้งแต่นาปีนี่แหละคับ แม่ฟองลูกไร่นาติดกันเอาพันธุ์ข้าวลงถาดแล้วครับ ผมเตรียมต่อคิว ส่นลูกไร่คนอื่นๆเบิกเมล็ดพันธุ์ข้าวไปแช่แล้วครับ สรุปได้แล้วเพราะถาดกล้านาโยน4แปลงรวม18ไร่ นาดำเครื่อง1แปลง3ไร่(นายพลคนที่ได้เป็นข้าวไก่และบอกเลิกแต่กลับใจมาสู้อีกครัง) นาดำแบบชาวบ้านดั้งเดิม3แปลงรวม13ไร่กว่าและเป็นเรื่องน่ายินดีครับ มีผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านติดกันมาขอลองดู3ไร่ยังไม่มาเบิกเมล็ดพันธุ์ครับ รวมทั้งหมด 37ไร่ จากเดิมนาปรัง26ไร่ ผมช่วยงานพระราชา ทำให้ร้านขายยาขายปุ๋ยเคมี ขาดรายได้ไป37ไร่แล้วครับท่านผู้ชม
บันทึกการเข้า
thw
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 150


« ตอบ #350 เมื่อ: กรกฎาคม 23, 2014, 04:47:05 PM »

 ของ"นายอ๊อด"ถอดใจไปแล้วครับ บอกไม่ทำนาอินทรีย์ปลูกข้าวให้ผมอีกแล้วจะทำเมล็ดพันธุ์ข้าวอื่นๆ ท่านผู้ชมครับ 2รายนี้ผมอยากจะช่วย แต่ผมหาทางช่วยที่ดีกว่าหาคนซื้อข้าวไก่ให้ไม่ได้ครับ ข้าวไรซ์เบอรี่ที่ปนกับข้าวเหนียวสันป่าตอง ต้องเกี่ยวทิ้งอย่างเดียว ข้าวเหนียวสันป่าตองที่ปนข้าวเจ้าไรซ์เบอรี่โรงสีไม่ซื้อ เจ้าของนาต่อรองมาว่า จะใช้คนเลือกเกี่ยวข้าวเหนียวสันป่าตองโม่ไปขายโรงสี แล้วเกี่ยวข้าวไรซ์เบอรี่มาโม่ขายให้ผม เห็นใจน่ะเห็นใจมากครับ แต่จะมี่วนิ่มมักง่ายเอาแต่ได้อย่างไร้สำนึกไม่ได้เด็ดขาด ปนวัชพืชน่ะผมยอมรับได้ผมเอาออกได้ แต่ปนข้าวต่างเผ่าพันธุ์ในแปลงเดียวกันจำนวนมากเป็นได้แค่ข้าวหมูข้าวไก่ครับ
 กรณีนี้วิธีช่วยเหลือเยียวยาของผมคือ ช่วยพันธุ์ข้าวใหม่ในฤดูกาลใหม่ ให้ยืมตังจ้างรถดำนา ขนมูลสัตว์และปุ๋ยชีวภาพส่งถึงริมคันนา ช่วยทำเล้าเป็ดติดแปลงนาให้และให้ยืมลูกเป็ดฟรีเพื่อใช้กินหอยในขั้นตอนเตรียมแปลงนา และสุดท้ายให้ลูกปลานิลที่อนุบาลแล้วปล่อยในนาที่ต้นข้าวยังไม่โตมากพอที่เป็ดจะลง หากอ้างว่าไม่มีเวลาดูแลเป็ด ดูแลคันนารักษาระดับน้ำให้ปลานิลซัก15วันเพื่อคุมวัชพืช คงต้องโบกมือลาละครับท่านผู้ชม



เค้าคงยังไม่ลึกซึ้งกับคำว่า  "แค่เปลี่ยนแนวคิด วิธีคิด ชีวิตก็เปลี่ยน"
ถ้าใจเขาชอบแบบนั้นก็คงช่วยเขาได้แค่นั้นแหละครับ





  ผลของการรวมกลุ่มทำนาธรรมชาติปลูกข้าวเพื่อผู้ป่วย ที่พวกเราก่อตั้งขึ้น ดังที่เขียนให้ท่านผู้ชมได้ชมและทราบทั่วกันไปแล้วนั้น ได้ผลเป็นที่ไม่น่าพอใจเลยครับ มี2รายเสียหาย100เปอร์เซ็นรวม 6ไร่ 1รายเสียหาย 50เปอร์เซ็น 3ไร่ใช้ได้3ไร่ ทั้ง3รายนี้เสียหายเนื่องจากทำนาหว่านที่กำจัดข้าวตกในนาและวัชพืชไม่ได้ เนื่องจากการเตรียมแปลงนาไม่ดี จึงเกิดการปะปนกันกับข้าวพันธุ์อื่นๆเป็นจำนวนมาก ข้าวที่ได้จึงกลายเป็นข้าวไก่ไป มี2รายที่มีข้าวปนไม่มากและใช้การได้เนื่องจากเมล็ดข้าวเก่าที่ตกในนาเป็นข้าวนาปี(ข้าวไวแสง)ที่ไม่ออกรวงในฤดูนาปรัง แต่ผลผลิดที่ได้ไม่ดีเอามากๆเลย ราย10ไร่(ชาวนาวันหยุด)ได้ข้าว1,700กก. ราย3ไร่ได้ข้าว625กก.ทั้ง2รายนี้ ถอย ถอนตัวไปแล้ว แปลงนาที่ได้ผลผลิดพอใช้ได้กลายเป็นของ2ผู้เฒ่าผู้ยิ่งใหญ่ ลุงอ้ายกุและลุงหนานสงค์ จากสาเหตุความเชื่อมือในความเป็นชาวนามืออาชีพมาก่อนของเพื่อนๆในกลุ่ม ผมจึงไม่กล้าเข้าไปชี้นำอะไรมากนัก เพียงอธิบายว่านาธรรมชาติทำยังไงและผมทำนายังไง
   เมื่อผลที่ออกมาไม่น่าพอใจเช่นนี้ คงทำให้ผมต้องกลับมาเหนื่ออีกครั้ง และนี่จะเป็นที่มาของ "ภาค4 สร้างกลุ่มเกษตรธรรมชาติเพื่อผู้ป่วย"เป้าหมายให้มีการปลูกข้าวต้านมะเร็งและความดันเบาหวาน ให้มีปริมาณเพียงพอแก่ความต้องการของผู้คน ลำพังผมคนเดียวที่ปลูกข้าวธรรมชาติแท้ๆข้าจะขายหมดไม่ถึงเดือน ไม่เพียงพอสำหรับผู้คนที่เริ่มรู้ถึงพิษภัยของสารเคมี ผมจะพยายามพลักดันสมาชิกในกลุ่มให้เข้าถึงความเป็น"อัตโนมัติเกษตรธรรมชาติ" ให้ได้มากที่สุด
   หลายคนคงหัวเราะ ว่าผมเพ้อเจ้ออะไรนี่ ธรรมชาติไม่ใช่เครื่องจักร"มีอัตโนมงอัตโนมัตฺด้วยเหรอ" หากคนพูดอยู่ใกล้ๆผม ผมคงต้องเอามะเหงกลงกะบาลแน่ๆ ก็ ที่คุณหิวข้าว3มื้อน่ะคุณบอกให้ตัวคุณหิวหรือเปล่า ตัวคุณน่ะหิวเองโดยอัตโนมัติใช่หรือเปล่า ร่างกายคนเราก็เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติที่มีความเป็นอัตโนมัติทั้งตัว ผมคงไม่ต้องอธิบายต่อแล้วนะครับ เปลืองหน้ากระดาษ
   และบัดเดี๋ยวนี้ ผมลงมือแล้วครับ นาแปลงแรกเป็นของ คุณแม่ฟอง บุญส่ง อายุ64ปี 5ไร่กว่า (ผู้เฒ่าอีกแล้ว) จุลินทรีย์จาวปลวก+น้ำหมักใส้ปลาทูพ่นหมักฟางเสร็จไปแล้วเมื่อวาน เล้าเป็ดและตัวเป็ดถึงหัวคันนาแล้ว เด๋วภาพค่อยตามมาครับ ผมขอเรียงขั้นตอนกรรมและวิธีก่อนนะครับ
  



ความคิดแบบนี้ มีทุกที่แหละครับ
ไม่กล้าเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่เคยทำมาตลอด ทั้งๆที่รู้ผลลัพแล้วว่าเป็นยังไง


ผมเข้ามาหาความรู้ในกระทู้นี้ประจำครับ  ขอบคุณสำหรับข้อมูลความรู้ครับ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 23, 2014, 05:05:18 PM โดย thw » บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #351 เมื่อ: กรกฎาคม 30, 2014, 06:56:47 PM »

   สวัสดีครับเพื่อนๆ ผมหายไปหลายวันหน่อยนะครับ ก็เรื่องข้าวในนาตัวเองนั่นแหละครับ และก็มีอื่นๆบ้างนิดหน่อย บางครั้งก็ลืมถือกล้องไปบันทึกภาพและไม่มีเวลาให้ย้อนกลับไปอีก แต่ผมก็จะพยายามเดินเรื่องให้เพื่อนๆเดาภาพออกนะครับว่า เกษตรอินทรีย์หรือเกษตรธรรมชาติ ทำได้ไม่ยาก และผมได้ทำเรื่องที่ผิดพลาดให้เพื่อนๆได้ชม เป็นระยะๆ วันนี้ ได้เวลาเผยเรื่องผิดพลาดอันมโหราญแล้วครับ เพราะเมื่อวันที่27/7/57ผมได้สูบบ่อปลาหมอแปลงเพศบ่อสุดท้ายจากสองบ่อเสร็จลง

  มีปลาหมออยู่เท่านี้เองครับ ปลาดุกจำนวนหนึ่ง ปลานิลจำนวนมหาศาล เหมือนเดิมครับ ตอนจับปลาไม่มีใครมือไม่เลอะพอจะถ่ายภาพได้ครับ เลยได้แค่ภาพตอนจบ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับว่าปลาหมอแปลงเพศสองหมื่นกว่าตัวจากกาฬสิน หายไปไหน ในนาเกี่ยวข้าวแล้วก็ไม่เห็นมีสักตัวเดียว มีแต่ปลานิล ก็ยังเหลือบ่อในนาท้ายๆอีกสามบ่อที่เป็นบ่อรองรับปลานิลในนายังไม่ได้ทำอะไร สรุปคือผมล้มเหลวจากปลาหมอแปลงเพศทั้งสองชุด40000กว่าตัว ฮึฮึ
 ปลานิลคงปล่อยตลาดได้ในฤดูนาปีครับ แต่ก็มีจับตัวขนาดฝ่ามือมาลงหม้อบ้างแล้วครับ เพื่อนๆที่เกาะติดขอบบ่อหลายๆคน พึงละมัดละวังให้ดีๆนะครับหากจะเล่นกับปลาเศรฐกิจตัวนี้ ภาพในอากาศวาดได้สวยมันน่าเล่น แต่ของจริงเล่นยากครับ ผมคงต้องติดค้างเรื่องปลาหมอแปลงเพศไว้ก่อนชั่วคราวนะครับ หากใครมีประสพกาลจะร่วมแสดงความคิดเห็นเชิญได้นะครับ ไว้มีโอกาสผมจะเล่นกับเค้าใหม่ให้ถึงอกถึงใจเชียวแหละครับท่านผู้ชม
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 [22] 23 24 25 26 27 28 29   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: