ปุ๋ยแอมเวย์

<< < (6/9) > >>

pich2526:
ใครอยากรู้เรื่องแอปซ่าจริงว่ามันเป็นอะไร คืออะไร ลองสมัครเสียเงิน 900 บวกกับค่า อบรม 150 ไปลองนั่งฟังดูครับ นักวิทยาศาสตร์ที่คิดค้นแอปซ่า ที่ขายและมีคนใช้มากว่า 20 ปี เขาจะมาเล่าให้ฟังเอง ยังไงมันก็เป็นการรับข้อมูลทางตรงจากผู้คิดค้นถึงผู้ใช้ ไม่เหมือนปุ๋ยที่ทุกคนใช้แต่ไม่รู้ใครเป็นคนคิด และคนที่คิดและผลิตก็ไม่เคยมาเล่าให้ฟังตรงๆ พอฟังเสร็จ ก็ไปลาออกเลยครับ คุณจะได้เงิน 900 คืน แต่ 150 บาทถือว่าเป็นค่าเรียนรู้ครับ การอบรมจะมีวันที่ 24 สิงหาที่แอมเวย์สำนักงานใหญ่ เวลาบ่ายโมงเป็นต้นไป คุณจะได้เลิกเถียงกันซะทีว่าอะไร มันมีตัวนั้นตัวนี้ทดแทนกันได้ หรือว่ามีอะไรดีกว่าอะไร กาลามสูตร 10 ประการมันคือการเชื่อจากข้อเท็จจริงไม่ใช่ข้อคิดเห็น เพราะข้อคิดเห็นส่วนใหญ่มันรวมอคติอยู่ด้วย

krookaset:
ผมเป็นสมาชิกแอมเวย์ครับสมัครเพื่อใช้สินค้าบางอย่างแต่ปุ๋ยไม่เคยใช้เลย อย่างแอปซ่า ผมก็ใช้น้ำหมักขี้หมูหรือเรียกให้เพราะว่าน้ำสกัดมูลสุกรแทนครับใช้เวลาหมักแค่วันเดียวเองประหยัดด้วย

pich2526:
ทุกอย่างมีดี มีเสีย ตรงกับความพอใจบ้างไม่พอใจบ้าง เลือกใช้ตามความเหมาะสมครับ ไม่มีอะไรดีที่สุดครับถ้าเรายังไม่พอใจ พอใจของเราแต่อาจไม่พอใจสำหรับคนอื่น ดีที่สุึดสำหรับเราแต่อาจไม่ดีที่สุดสำหรับคนอื่น

pich2526:
อ้างจาก: tri ที่ มีนาคม 17, 2013, 08:07:50 PM

ขอเสนอข้อมูลแบบเป็นกลางนะครับ
จากที่ได้ตามข้อมูลมาระยะหนึ่ง มีปุ๋ย 2 ตัว ที่อยากให้ข้อมูลเพิ่มเติมครับ
1.แอปซ่า
จากที่ได้ข้อมูลจากในเวปมาว่า "แอปซา คือสารลดแรงตึงผิว มีส่วนผสมหลักคือ Nonylphenol ethoxylate ประมาณ 80% และบิวทิลแอลกอฮอลล์อีก 20% (เพื่อให้เหลว เทง่าย)"
ผมเลยไปหา Nonylphenol ethoxylate  ที่ได้มาเป็นตัว NP9 ผลการใช้ปรากฏว่า ประสิทธิภาพการจับใบดีกว่าซันไลที่ใช้อยู่ แต่ยังสู้แอปซ่าไม่ได้ ผมเลยลองหาข้อมูลของแอปซ่าเพิ่มเติม ปรากฏว่าส่วนประกอบของแอปซ่าตอนนี้ได้เปลี่ยนไปแล้วจากข้อมูลเดิมที่ได้ ส่วนประกอบที่หาได้คือ
-อัลคิล อัลริล อัลคอกซิเลตและกรดไขมันอิสระ 80% กับ
-Nonylphenol ethoxylate 20% (กลุ่ม NP9)
พอได้ข้อมูลนี้ก็ถึงบางอ้อทันที ว่าของที่ผมซื้อมาเป็นส่วนประกอบเพียงแค่ 20% เท่านั้น จึงไม่แปลกใจว่าทำไม่ผลการใช้ยังสู้แอปซ่าไม่ได้(มาถึงตอนนี้หลายท่านอาจมองว่าผมเป็นพวกของแอมเวย์ ;D)
หากซื้อมาใช้ ในราคา 500 บาท/ลิตร ใช้ 5 มล./น้ำ 20 ลิตร จะตกอยู่ถังละ 2.5 บาท ก็ถือว่าพอที่จะซื้อมาใช้ได้ครับ แต่..........ผมเองเริ่มติดตามและได้ลองทำสารจับใบใช้เองมานานแล้ว เริ่มตั้งแต่ซันไล มาถึง N70 และตอนนี้ก็เป็น NP9 ประสิทธิภาพที่ได้ก็ดีขึ้นตามลำดับ และคงไม่จำเป็นที่จะใช้ของแอมเวย์ เพราะถึงNP9 จะยังสู้แอปซ่าไม่ได้ แต่ราคาถูกกว่าประมาณ 5 เท่า เลยนะครับ
อีกตัวหนึ่งเดี๋ยวค่อยมาต่อนะครับ แย้มหน่อยว่าเป็นตัว เอจี(ธาตุรองและธาตุเสริม) ตัวนี้แสบมากครับ เห็นข้อมูลแล้วแทบหงายเงิบ :o



จริงๆ ผมว่าไม่ต้องไปหาจากเว็บไหนหรอกครับ ไปเข้าอบรมซักครั้งคุณก็ได้เอกสาร มาเยอะแยะแล้วครับ แล้วถูกต้องด้วย
อันแรกที่บอกว่ามี
-อัลคิล อัลริล อัลคอกซิเลตและกรดไขมันอิสระ 80% ถูกต้องครับ แต่ไม่บอกว่ามีอะไรอยู่กี่% แต่รวมสองอย่างนี้เป็น 80% นี่คือที่มาของคำว่า APSA-(80)
-ส่วน 20% ไม่ได้บอกครับว่ามีอะไร ระบุแค่ว่าสารประกอบอื่นๆอีก 20% (มีทั้ง Non ionic และแอลกอฮอล์ ก็ไม่ได้ระบุเจาะจง)

ส่วนจะสู้ได้หรือไม่ได้ อย่าลืมเปรียบเทียบคุณสมบัติ คุณประโยชน์ว่ามันคุ้มหรือป่าว อันนี้พิจารณาอันเอาเองครับ

pich2526:
อ้างจาก: tri ที่ มีนาคม 18, 2013, 10:30:22 AM

ตัวที่ 2 นิวทริแพลนท์ เอจี
ธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริมในรูปคีเลต เป็นสารอินทรีย์ โปรตีน กรดอะมิโน กรดอินทรีย์ และคาร์โบไฮเดรต ราคาขายปลีก 1365 บาท/ลิตร ราคาสมาชิก 1090 บาท/ลิตร อัตราการใช้ที่คนขายแนะนำ 40มล/น้ำ20ลิตร ถ้าซื้อราคาสมาชิกต้นทุนจะตกอยู่ประมาณ 43 บาท/ถัง(20ลิตร)
ผมเป็นคนหนึ่งที่ยอมรับในคุณภาพของสินค้าแอมเวย์ว่าอยู่ในระดับแนวหน้าของโลก แต่แอมเวย์ก็คงไม่ปฏิเสธหรอกนะครับว่า ไม่ได้มีเฉพาะเขาเก่งที่สุดในโลก
ในวงการธาตุอาหารทั้งพืชและสัตว์ บ.ทีได้รับความเชื่อถือมากที่สุดก็คือ บาฟ(BASF) ของอังกฤษ (ผมก็ไม่ได้อยู่ฝ่ายบาฟนะครับ แต่เขาได้รับการยอมรับในคุณภาพมากที่สุด ส่วนยอดขาย ผมไม่รู้นะครับว่าขายดีที่สุดหรือป่าว) ผมขอเอาข้อมูลของ2เจ้านี้ซึ่งเป็นยักษ์ในวงการนี้มาเปรียบเทียบกันนะครับ

ที่นี้มาดูที่ส่วนประกอบใน 1 ลิตร/กก.กัน
                             เอจี(คีเลต)     บาฟ(คีเลต)
แมกนีเซียม                     -              8.97%  
กำมะถัน                      0.75%           -
เหล็ก                         0.32%         3.74%  
แมงกานีส                    0.26%         4.16%
สังกะสี                       0.53%         1.59%
โบรอน                       0.014%       0.54%
โมลิดินั่ม                     0.0005%     0.10%
อัตราการใช้/น้ำ20ลิตร       40 มล.         5 กรัม
ราคา/ถัง20ลิตร              43 บาท        2.50 บาท :o :o :o
หมายเหตุ-ราคาบาฟ(คีเลต) ไม่เกิน 500 บาท/กก ขออนุญาตไม่เอ่ยนามยี่ห้อและผู้แทนจำหน่ายนะครับ(เดี๋ยวผมจะกลายเป็นพวกเขาอีก :'()

อาจมีคำถามว่า เจ้าที่เอามาเปรียบเทียบใช้น้อยเกินไปหรือป่าว
ลองมาเปรียบเทียบหลังจากเราผสมลงไปในถังแล้วกันดู
ของเจ้าที่เอามาเปรียบเทียบใช้น้อยกว่า 8 เท่า เราลองเอา8มาหารกัน จะได้ข้อมูล/ถังประมาณนี้ครับ

                             เอจี(คีเลต)     บาฟ(คีเลต)
แมกนีเซียม                     -              1.12%  
กำมะถัน                      0.75%           -
เหล็ก                         0.32%         0.46%  
แมงกานีส                    0.26%         0.52%
สังกะสี                       0.53%         0.19%
โบรอน                       0.014%       0.067%
โมลิดินั่ม                     0.0005%     0.0125%
ก็จะเหลือสังกะสีตัวเดียวที่เอจีดีกว่า แต่นอกนั้นเอจีจะน้อยกว่า

แต่หากยังมีข้อโต้แย้งจากฝั่งเอจี ผมยินดีรับฟังครับ แต่ขอเป็นข้อมูลที่วัดผลได้ในทางวิทยาศาสตร์นะครับ แบบใช้ความรู้สึกอย่างเดียวคงจะวัดผลได้ยากครับ

ข้อมูลเหล่านี้คงจะเป็นประโยชน์บ้างสำหรับผู้ใช้นะครับ ;)


การเปรียบเทียบดูดี ชัดเจน ถ้าอ่านแบบคนที่ไม่มีข้อมูลมากพอเชื่อได้เลยครับ
แต่อย่าลืมนะครับ ว่าปริมาณ % ที่ระบุ มันคนละชนิดกัน แบบของแข็งและแบบของเหลว เอามาเปรียบเทียบ มันเหมือนเอารถมอไซต์มาเปรียบกับรถยนต์ แล้วถามว่าอะไรคุ้มกว่ากัน และก็ถ้าถามว่าระหว่างคนป่วยอาการโคม่าที่เข้าโรงพยาบาล ระหว่างหมอให้ยาเม็ดผสมละลายน้ำแล้วฉีดเข้าเส้นเลือด กับใช้ยาน้ำที่ทำมาเฉพาะ ฉีดเข้าเส้นเลือด คุณคิดว่าอย่างไหนมันเหมาะสมมากกว่ากัน คิดเอาเองครับ
ส่วนที่ลืมบอกก็คือ % แร่ธาตุที่มีใน AG เป็น%ที่ได้รับการวิจัยและทดลอง(บนแปลงเพาะปลูกจริงทั่วโลกที่มีจำหน่าย)มาแล้วว่า แค่ที่ระบุไว้ตามข้างขวดเหมาะสมที่สุดแล้ว ไม่ควรมากเกินกว่านี้หรือน้อยเกินกว่านี้ ส่วนจะใช้ที่ปริมาณเท่าไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับชนิด ช่วงเวลาการเจริญเติบโตของพืช แล้วทำไมไม่สงสัยว่า ในAG ทำไมไม่มีแมกนีเซียม ไม่มีคลอรีน ไม่มีนิกเกิล รวมอยู่ด้วย เพราะ AG ถือว่าเป็นธาตุรอง เสริม จุลธาตุ
การระบุ%แร่ธาตุในปุ๋ยไม่ใช่ระบุมั่วๆ ครับ มันจะต้องมีที่มาที่ไป และคีเลตที่ว่ามี เป็นคีเลตประเภทไหนครับ คีเลตสังเคราะห์หรือคีเลตธรรมชาติ แล้วคีเลตแบบไหนดีกว่ากัน แล้วดีกว่ากันในแง่ไหน อย่าลืมถามตัวเองกันนะครับ
การเปิดเผยข้อมูล ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีครับ จะได้เป็นทางเลือกแก่เกษตรกร แต่บางครั้งในฐานะผมไม่ใช่คนขายปุ๋ย แต่มีความเข้าใจเรื่องเหล่านี้ ผมขออนุญาตแบ่งปันอีกมุมมองหนึ่งครับ สงสัยอะไร ถามได้ครับ จะตอบเท่านี้ความรู้มี ไม่มีจะหามาให้

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว