หน้า: 1 [2] 3   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปุ๋ยแอมเวย์  (อ่าน 28337 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ไผ่หวาน
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5510

ยินดีให้ข้อมูลด้วยความจริงจังและจริงใจ


« ตอบ #16 เมื่อ: มีนาคม 30, 2013, 05:20:51 PM »

มารอติดตามกำลังจะใช้อยู่
บันทึกการเข้า

สวนไผ่หวานเพชรน้ำผึ้ง

gunchotsiri
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 394


« ตอบ #17 เมื่อ: มีนาคม 31, 2013, 10:24:34 PM »

np9 หาซื้อได้ที่ไหนครับ
และวิธีการใช้ ใช้อย่างไรครับ
ขอบคุณมากครับ
บันทึกการเข้า
tri
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1072


« ตอบ #18 เมื่อ: มีนาคม 31, 2013, 10:46:38 PM »

np9 หาซื้อได้ที่ไหนครับ
และวิธีการใช้ ใช้อย่างไรครับ
ขอบคุณมากครับ
ร้านขายสารเคมีทั่วไปครับ ตามหัวเมืองใหญ่ๆจะมีทุกจังหวัดครับ แต่ถ้า NP9 ชุดนี้ของผมหมดแล้ว ผมจะกลับไปใช้ซัลไล เหมือนเดิมนะครับ ประหยัดที่สุดแล้วครับ ผลการใช้ก็โอเคครับ (ใช้ 5-10 ซีซี/น้ำ 20 ลิตรครับ)
บันทึกการเข้า
supanut007
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 61


« ตอบ #19 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2013, 06:55:41 AM »

ได้ความรู้ดีมากครับ
บันทึกการเข้า
dade
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 36


« ตอบ #20 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2013, 03:21:43 AM »

np9 หาซื้อได้ที่ไหนครับ
และวิธีการใช้ ใช้อย่างไรครับ
ขอบคุณมากครับ
ร้านขายสารเคมีทั่วไปครับ ตามหัวเมืองใหญ่ๆจะมีทุกจังหวัดครับ แต่ถ้า NP9 ชุดนี้ของผมหมดแล้ว ผมจะกลับไปใช้ซัลไล เหมือนเดิมนะครับ ประหยัดที่สุดแล้วครับ ผลการใช้ก็โอเคครับ (ใช้ 5-10 ซีซี/น้ำ 20 ลิตรครับ)
ผมใช้แอปซ่าอยู่ครับ โดยส่วนตัวผมว่ามันแพงไม่คุ้ม ถ้าหมดแล้วจะใช้ซันไลในครัวนี่แระ


Liked By: uthai61221
บันทึกการเข้า
embrio
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3


« ตอบ #21 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2013, 03:15:26 AM »

ขอแชร์นิดนึงคับ
จากที่ใช้มาหลายยีี่ห้อ มาหยุดที่ยี่ห้อนี้ โดยผลผลิตก็ออกมาเป็นที่น่าพอใจมาก(ไม่ได้เข้าข้างนะคับ)
โดยการใช้ คนขายต้องมีความรู้พอสมควร ให้ข้อมูลเราได้ว่าใช้ยังไงผสม ยังไง ฉีดพ่นตอนไหน ประมาณนี้
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ปุ๋ยทางใบก็คือปุ๋ยทางใบ การให้ปุ๋ยทางดินก็ยังให้ควบคู่ แต่ถ้าเราให้ทางใบเพิ่ม ประสิทธิภาพของต้นพืชจะสมบูรณ์แบบมากกว่า อาทิเช่น ตัวแคลเซี่ยมโบร่อน จะช่วยลำเลียงอาหารไปหล่อเลี้ยงทุกส่วนของต้นพืชอย่างเสมอกัน จะไม่พบปัญหาก้นเน่าในไม้ผล ทุเรียนจะก้นกลม ไม่ร่วงง่าย อันนี้ศึกษาเพิ่มนะคับ เพราะเวลาเค้ามาขายเราต้องหาข้อมูลเพิ่ม ตอนนำไปใช้จริงก็เป็นอย่างนั้น ส่วนตัวอื่นก็ใช้ทุกตัวคับ ถ้าหากใช้เป็นจะไม่รู้สึกแพง ใช้ปีแรกอาจจะแพงนะคับ ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของเรานะคับ เพราะบางคนเข้าใจว่าฉีดปุ๋ยแอมเวย์ละไม่ต้องให้ปุ๋ยทางดิน อันนี้ขอค้านคับ เพราะดินบ้านเราค่อนข้างจืดกันแล้ว เว้นซะจากเราเปิดป่าใหม่ 
มีเกษตรกรในอำเภอลองนำไปใช้กับมันสำปะหลัง โดยทำตามขั้นตอนทุกอย่าง และใช้ทุกตัว โดยปลูกเมตร*เมตร ผลผลิตก็ไม่ต่ำกว่า 20ตัน
พื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษครับ มีการทดลองทั้งดินทราย และดินแดง


Liked By: phatthaya
บันทึกการเข้า
hs1amm
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 355


« ตอบ #22 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2013, 05:24:02 AM »

แป๊ะปลูกผักข้างบ้าบอกว่าอะไรก็สู้ปุ๋ยอั้วไม่ล่าย อวบ อ้วน กอป เจี๊ยะฮ้อ ไม่ต้อหาซื้อที่ใหนผลิดเองใช้เอง ขั้นต้อน ผลิตตอนเช้าทุกวันครบอาทิตย์ เอาออกตาก แห้งแล้ว ผสมน้ำหมักไว้ 10 วัน เอามา1 ถ้วยแก้วผสมน้ำ 1 ปีบ ราดด้วยฝักบัว แป๊ะว่าจะอร่อยต้องหาบน้ำราดเอง ให้ดีก่อนปลูกราดแปลงปลูกผักจะงามมากๆคะน้าต้นใหญ่กว่าหัวแม่โป้งครับ แถมปลอดสารพิษแป๊ะว่า


Liked By: uthai61221
บันทึกการเข้า
boonmag
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 192


« ตอบ #23 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2013, 06:33:45 AM »

แป๊ะปลูกผักข้างบ้าบอกว่าอะไรก็สู้ปุ๋ยอั้วไม่ล่าย อวบ อ้วน กอป เจี๊ยะฮ้อ ไม่ต้อหาซื้อที่ใหนผลิดเองใช้เอง ขั้นต้อน ผลิตตอนเช้าทุกวันครบอาทิตย์ เอาออกตาก แห้งแล้ว ผสมน้ำหมักไว้ 10 วัน เอามา1 ถ้วยแก้วผสมน้ำ 1 ปีบ ราดด้วยฝักบัว แป๊ะว่าจะอร่อยต้องหาบน้ำราดเอง ให้ดีก่อนปลูกราดแปลงปลูกผักจะงามมากๆคะน้าต้นใหญ่กว่าหัวแม่โป้งครับ แถมปลอดสารพิษแป๊ะว่า

คนเรารังเกียจที่ว่า่ป็นกาก/ของทิ้งแล้ว
มูลสัตว์ทุกชนิดก็เป็นกาก ที่มีเชื้อโรคปนเปื้อนเช่นกัน เช่นมูลไก่ อาจมีเชื้อ ซัลโมเนลล่าร์
มูลสัตว์มีไข่พยาธิ
หากหมักดี สามารถทำลายเชื้อโรค ไข่พยาธิได้ ได้
ปัจจุบันก็ยังใช้อยู่ ทั้งในไทย&จีน

ความเห็นส่วนตัว
ปุ๋ยที่เราใช้ปัจจุบัน หลายตัวก็เป็นกากอุตสาหกรรม อาจมีโลหะหนักปนเปื้อน
น่าจะอัตรายมากกว่า

ส่วนอุจจาระคน หากไม่ได้มาจากคนป่วยทางเดินอาหาร น่าจะ OK
ทั้งนี้ทั้งนั้น ทางที่ดีควรผ่านการหมักทำลายเชื้อโรค ไข่พยาธิ ที่อาจมี เสียก่อนจะดียิ่งขึ้น
บันทึกการเข้า
AGRO7
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1901


« ตอบ #24 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2013, 10:05:31 AM »

ขอแชร์นิดนึงคับ
จากที่ใช้มาหลายยีี่ห้อ มาหยุดที่ยี่ห้อนี้ โดยผลผลิตก็ออกมาเป็นที่น่าพอใจมาก(ไม่ได้เข้าข้างนะคับ)
โดยการใช้ คนขายต้องมีความรู้พอสมควร ให้ข้อมูลเราได้ว่าใช้ยังไงผสม ยังไง ฉีดพ่นตอนไหน ประมาณนี้
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ปุ๋ยทางใบก็คือปุ๋ยทางใบ การให้ปุ๋ยทางดินก็ยังให้ควบคู่ แต่ถ้าเราให้ทางใบเพิ่ม ประสิทธิภาพของต้นพืชจะสมบูรณ์แบบมากกว่า อาทิเช่น ตัวแคลเซี่ยมโบร่อน จะช่วยลำเลียงอาหารไปหล่อเลี้ยงทุกส่วนของต้นพืชอย่างเสมอกัน จะไม่พบปัญหาก้นเน่าในไม้ผล ทุเรียนจะก้นกลม ไม่ร่วงง่าย อันนี้ศึกษาเพิ่มนะคับ เพราะเวลาเค้ามาขายเราต้องหาข้อมูลเพิ่ม ตอนนำไปใช้จริงก็เป็นอย่างนั้น ส่วนตัวอื่นก็ใช้ทุกตัวคับ ถ้าหากใช้เป็นจะไม่รู้สึกแพง ใช้ปีแรกอาจจะแพงนะคับ ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของเรานะคับ เพราะบางคนเข้าใจว่าฉีดปุ๋ยแอมเวย์ละไม่ต้องให้ปุ๋ยทางดิน อันนี้ขอค้านคับ เพราะดินบ้านเราค่อนข้างจืดกันแล้ว เว้นซะจากเราเปิดป่าใหม่ 
มีเกษตรกรในอำเภอลองนำไปใช้กับมันสำปะหลัง โดยทำตามขั้นตอนทุกอย่าง และใช้ทุกตัว โดยปลูกเมตร*เมตร ผลผลิตก็ไม่ต่ำกว่า 20ตัน
พื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษครับ มีการทดลองทั้งดินทราย และดินแดง
โรงมันสงวนวงษ์ โคราช กำลังเทสให้อยู่นะ แต่เท่าที่ผมไปดู ไม่น่าถึง 20 ตัน
10 ตันยังยากเลย อ้อ เขาเทสร่วมกับกรมวิชาการเกษตร ดังนั้น หากบอกว่าทำไม่ถุกวิธี ก้ไปเคลียรืกันเอง แค่ผ่านมาบอกเฉยๆ
บันทึกการเข้า
pich2526
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 244


« ตอบ #25 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2013, 11:47:18 AM »

ใครอยากรู้เรื่องแอปซ่าจริงว่ามันเป็นอะไร คืออะไร ลองสมัครเสียเงิน 900 บวกกับค่า อบรม 150 ไปลองนั่งฟังดูครับ นักวิทยาศาสตร์ที่คิดค้นแอปซ่า ที่ขายและมีคนใช้มากว่า 20 ปี เขาจะมาเล่าให้ฟังเอง ยังไงมันก็เป็นการรับข้อมูลทางตรงจากผู้คิดค้นถึงผู้ใช้ ไม่เหมือนปุ๋ยที่ทุกคนใช้แต่ไม่รู้ใครเป็นคนคิด และคนที่คิดและผลิตก็ไม่เคยมาเล่าให้ฟังตรงๆ พอฟังเสร็จ ก็ไปลาออกเลยครับ คุณจะได้เงิน 900 คืน แต่ 150 บาทถือว่าเป็นค่าเรียนรู้ครับ การอบรมจะมีวันที่ 24 สิงหาที่แอมเวย์สำนักงานใหญ่ เวลาบ่ายโมงเป็นต้นไป คุณจะได้เลิกเถียงกันซะทีว่าอะไร มันมีตัวนั้นตัวนี้ทดแทนกันได้ หรือว่ามีอะไรดีกว่าอะไร กาลามสูตร 10 ประการมันคือการเชื่อจากข้อเท็จจริงไม่ใช่ข้อคิดเห็น เพราะข้อคิดเห็นส่วนใหญ่มันรวมอคติอยู่ด้วย
บันทึกการเข้า
krookaset
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 171


« ตอบ #26 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2013, 09:53:30 AM »

ผมเป็นสมาชิกแอมเวย์ครับสมัครเพื่อใช้สินค้าบางอย่างแต่ปุ๋ยไม่เคยใช้เลย อย่างแอปซ่า ผมก็ใช้น้ำหมักขี้หมูหรือเรียกให้เพราะว่าน้ำสกัดมูลสุกรแทนครับใช้เวลาหมักแค่วันเดียวเองประหยัดด้วย


Liked By: tri, uthai61221
บันทึกการเข้า
pich2526
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 244


« ตอบ #27 เมื่อ: กันยายน 04, 2013, 11:25:03 AM »

ทุกอย่างมีดี มีเสีย ตรงกับความพอใจบ้างไม่พอใจบ้าง เลือกใช้ตามความเหมาะสมครับ ไม่มีอะไรดีที่สุดครับถ้าเรายังไม่พอใจ พอใจของเราแต่อาจไม่พอใจสำหรับคนอื่น ดีที่สุึดสำหรับเราแต่อาจไม่ดีที่สุดสำหรับคนอื่น


Liked By: uthai61221, tri
บันทึกการเข้า
pich2526
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 244


« ตอบ #28 เมื่อ: กันยายน 16, 2013, 02:48:06 PM »

ขอเสนอข้อมูลแบบเป็นกลางนะครับ
จากที่ได้ตามข้อมูลมาระยะหนึ่ง มีปุ๋ย 2 ตัว ที่อยากให้ข้อมูลเพิ่มเติมครับ
1.แอปซ่า
จากที่ได้ข้อมูลจากในเวปมาว่า "แอปซา คือสารลดแรงตึงผิว มีส่วนผสมหลักคือ Nonylphenol ethoxylate ประมาณ 80% และบิวทิลแอลกอฮอลล์อีก 20% (เพื่อให้เหลว เทง่าย)"
ผมเลยไปหา Nonylphenol ethoxylate  ที่ได้มาเป็นตัว NP9 ผลการใช้ปรากฏว่า ประสิทธิภาพการจับใบดีกว่าซันไลที่ใช้อยู่ แต่ยังสู้แอปซ่าไม่ได้ ผมเลยลองหาข้อมูลของแอปซ่าเพิ่มเติม ปรากฏว่าส่วนประกอบของแอปซ่าตอนนี้ได้เปลี่ยนไปแล้วจากข้อมูลเดิมที่ได้ ส่วนประกอบที่หาได้คือ
-อัลคิล อัลริล อัลคอกซิเลตและกรดไขมันอิสระ 80% กับ
-Nonylphenol ethoxylate 20% (กลุ่ม NP9)
พอได้ข้อมูลนี้ก็ถึงบางอ้อทันที ว่าของที่ผมซื้อมาเป็นส่วนประกอบเพียงแค่ 20% เท่านั้น จึงไม่แปลกใจว่าทำไม่ผลการใช้ยังสู้แอปซ่าไม่ได้(มาถึงตอนนี้หลายท่านอาจมองว่าผมเป็นพวกของแอมเวย์ ยิงฟันยิ้ม)
หากซื้อมาใช้ ในราคา 500 บาท/ลิตร ใช้ 5 มล./น้ำ 20 ลิตร จะตกอยู่ถังละ 2.5 บาท ก็ถือว่าพอที่จะซื้อมาใช้ได้ครับ แต่..........ผมเองเริ่มติดตามและได้ลองทำสารจับใบใช้เองมานานแล้ว เริ่มตั้งแต่ซันไล มาถึง N70 และตอนนี้ก็เป็น NP9 ประสิทธิภาพที่ได้ก็ดีขึ้นตามลำดับ และคงไม่จำเป็นที่จะใช้ของแอมเวย์ เพราะถึงNP9 จะยังสู้แอปซ่าไม่ได้ แต่ราคาถูกกว่าประมาณ 5 เท่า เลยนะครับ
อีกตัวหนึ่งเดี๋ยวค่อยมาต่อนะครับ แย้มหน่อยว่าเป็นตัว เอจี(ธาตุรองและธาตุเสริม) ตัวนี้แสบมากครับ เห็นข้อมูลแล้วแทบหงายเงิบ ตกใจ


จริงๆ ผมว่าไม่ต้องไปหาจากเว็บไหนหรอกครับ ไปเข้าอบรมซักครั้งคุณก็ได้เอกสาร มาเยอะแยะแล้วครับ แล้วถูกต้องด้วย
อันแรกที่บอกว่ามี
-อัลคิล อัลริล อัลคอกซิเลตและกรดไขมันอิสระ 80% ถูกต้องครับ แต่ไม่บอกว่ามีอะไรอยู่กี่% แต่รวมสองอย่างนี้เป็น 80% นี่คือที่มาของคำว่า APSA-(80)
-ส่วน 20% ไม่ได้บอกครับว่ามีอะไร ระบุแค่ว่าสารประกอบอื่นๆอีก 20% (มีทั้ง Non ionic และแอลกอฮอล์ ก็ไม่ได้ระบุเจาะจง)

ส่วนจะสู้ได้หรือไม่ได้ อย่าลืมเปรียบเทียบคุณสมบัติ คุณประโยชน์ว่ามันคุ้มหรือป่าว อันนี้พิจารณาอันเอาเองครับ
บันทึกการเข้า
pich2526
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 244


« ตอบ #29 เมื่อ: กันยายน 16, 2013, 03:06:14 PM »

ตัวที่ 2 นิวทริแพลนท์ เอจี
ธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริมในรูปคีเลต เป็นสารอินทรีย์ โปรตีน กรดอะมิโน กรดอินทรีย์ และคาร์โบไฮเดรต ราคาขายปลีก 1365 บาท/ลิตร ราคาสมาชิก 1090 บาท/ลิตร อัตราการใช้ที่คนขายแนะนำ 40มล/น้ำ20ลิตร ถ้าซื้อราคาสมาชิกต้นทุนจะตกอยู่ประมาณ 43 บาท/ถัง(20ลิตร)
ผมเป็นคนหนึ่งที่ยอมรับในคุณภาพของสินค้าแอมเวย์ว่าอยู่ในระดับแนวหน้าของโลก แต่แอมเวย์ก็คงไม่ปฏิเสธหรอกนะครับว่า ไม่ได้มีเฉพาะเขาเก่งที่สุดในโลก
ในวงการธาตุอาหารทั้งพืชและสัตว์ บ.ทีได้รับความเชื่อถือมากที่สุดก็คือ บาฟ(BASF) ของอังกฤษ (ผมก็ไม่ได้อยู่ฝ่ายบาฟนะครับ แต่เขาได้รับการยอมรับในคุณภาพมากที่สุด ส่วนยอดขาย ผมไม่รู้นะครับว่าขายดีที่สุดหรือป่าว) ผมขอเอาข้อมูลของ2เจ้านี้ซึ่งเป็นยักษ์ในวงการนี้มาเปรียบเทียบกันนะครับ

ที่นี้มาดูที่ส่วนประกอบใน 1 ลิตร/กก.กัน
                             เอจี(คีเลต)     บาฟ(คีเลต)
แมกนีเซียม                     -              8.97%  
กำมะถัน                      0.75%           -
เหล็ก                         0.32%         3.74%  
แมงกานีส                    0.26%         4.16%
สังกะสี                       0.53%         1.59%
โบรอน                       0.014%       0.54%
โมลิดินั่ม                     0.0005%     0.10%
อัตราการใช้/น้ำ20ลิตร       40 มล.         5 กรัม
ราคา/ถัง20ลิตร              43 บาท        2.50 บาท ตกใจ ตกใจ ตกใจ
หมายเหตุ-ราคาบาฟ(คีเลต) ไม่เกิน 500 บาท/กก ขออนุญาตไม่เอ่ยนามยี่ห้อและผู้แทนจำหน่ายนะครับ(เดี๋ยวผมจะกลายเป็นพวกเขาอีก ร้องไห้)

อาจมีคำถามว่า เจ้าที่เอามาเปรียบเทียบใช้น้อยเกินไปหรือป่าว
ลองมาเปรียบเทียบหลังจากเราผสมลงไปในถังแล้วกันดู
ของเจ้าที่เอามาเปรียบเทียบใช้น้อยกว่า 8 เท่า เราลองเอา8มาหารกัน จะได้ข้อมูล/ถังประมาณนี้ครับ

                             เอจี(คีเลต)     บาฟ(คีเลต)
แมกนีเซียม                     -              1.12%  
กำมะถัน                      0.75%           -
เหล็ก                         0.32%         0.46%  
แมงกานีส                    0.26%         0.52%
สังกะสี                       0.53%         0.19%
โบรอน                       0.014%       0.067%
โมลิดินั่ม                     0.0005%     0.0125%
ก็จะเหลือสังกะสีตัวเดียวที่เอจีดีกว่า แต่นอกนั้นเอจีจะน้อยกว่า

แต่หากยังมีข้อโต้แย้งจากฝั่งเอจี ผมยินดีรับฟังครับ แต่ขอเป็นข้อมูลที่วัดผลได้ในทางวิทยาศาสตร์นะครับ แบบใช้ความรู้สึกอย่างเดียวคงจะวัดผลได้ยากครับ

ข้อมูลเหล่านี้คงจะเป็นประโยชน์บ้างสำหรับผู้ใช้นะครับ ยิ้มเท่ห์

การเปรียบเทียบดูดี ชัดเจน ถ้าอ่านแบบคนที่ไม่มีข้อมูลมากพอเชื่อได้เลยครับ
แต่อย่าลืมนะครับ ว่าปริมาณ % ที่ระบุ มันคนละชนิดกัน แบบของแข็งและแบบของเหลว เอามาเปรียบเทียบ มันเหมือนเอารถมอไซต์มาเปรียบกับรถยนต์ แล้วถามว่าอะไรคุ้มกว่ากัน และก็ถ้าถามว่าระหว่างคนป่วยอาการโคม่าที่เข้าโรงพยาบาล ระหว่างหมอให้ยาเม็ดผสมละลายน้ำแล้วฉีดเข้าเส้นเลือด กับใช้ยาน้ำที่ทำมาเฉพาะ ฉีดเข้าเส้นเลือด คุณคิดว่าอย่างไหนมันเหมาะสมมากกว่ากัน คิดเอาเองครับ
ส่วนที่ลืมบอกก็คือ % แร่ธาตุที่มีใน AG เป็น%ที่ได้รับการวิจัยและทดลอง(บนแปลงเพาะปลูกจริงทั่วโลกที่มีจำหน่าย)มาแล้วว่า แค่ที่ระบุไว้ตามข้างขวดเหมาะสมที่สุดแล้ว ไม่ควรมากเกินกว่านี้หรือน้อยเกินกว่านี้ ส่วนจะใช้ที่ปริมาณเท่าไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับชนิด ช่วงเวลาการเจริญเติบโตของพืช แล้วทำไมไม่สงสัยว่า ในAG ทำไมไม่มีแมกนีเซียม ไม่มีคลอรีน ไม่มีนิกเกิล รวมอยู่ด้วย เพราะ AG ถือว่าเป็นธาตุรอง เสริม จุลธาตุ
การระบุ%แร่ธาตุในปุ๋ยไม่ใช่ระบุมั่วๆ ครับ มันจะต้องมีที่มาที่ไป และคีเลตที่ว่ามี เป็นคีเลตประเภทไหนครับ คีเลตสังเคราะห์หรือคีเลตธรรมชาติ แล้วคีเลตแบบไหนดีกว่ากัน แล้วดีกว่ากันในแง่ไหน อย่าลืมถามตัวเองกันนะครับ
การเปิดเผยข้อมูล ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีครับ จะได้เป็นทางเลือกแก่เกษตรกร แต่บางครั้งในฐานะผมไม่ใช่คนขายปุ๋ย แต่มีความเข้าใจเรื่องเหล่านี้ ผมขออนุญาตแบ่งปันอีกมุมมองหนึ่งครับ สงสัยอะไร ถามได้ครับ จะตอบเท่านี้ความรู้มี ไม่มีจะหามาให้
บันทึกการเข้า
pich2526
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 244


« ตอบ #30 เมื่อ: กันยายน 16, 2013, 03:11:16 PM »

หากใครต้องการซื้อแค่ยาจับใบ ผมว่าอย่าไปใช้แอปซ่าเลยครับ เพราะแอปซ่ามันทำอย่างอื่นได้อีกตั้งเยอะ แค่จับใบ มันเป็นคุณสมบัติเพียงแค่จิ๊บๆ
บันทึกการเข้า
pich2526
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 244


« ตอบ #31 เมื่อ: กันยายน 16, 2013, 03:23:09 PM »

สินค้าเกษตรของแอมเวย์ๆเป็นผู้ขายเอง แต่ผู้ผลิตเป็นอีกบริษัทหนึ่งคือบ.ไซโตไซม์ ซึ่งผมขอยกย่องในสปีริตของบ.นี้ครับ ว่าเขามียังมีจิตวิญญาณในวิชาชีพ ยังยึดถือหลักความจริงในการนำเสนอข้อมูลอยู่(ซึ่งไม่แน่ใจว่าแอมเวย์หรือบ.อื่นๆทั้งของไทยและของนอกมีหรือไม่ เพราะส่วนใหญ่จะบอกว่าดีแทบทุกอย่าง สไตล์ครอบจักรวาล แต่ไม่บอกที่มาที่ไปว่าดีจากอะไร กระบวนการทำงานอย่างไร ซึ่งความจริงแล้วสิ่งเหล่านั้นแทบจะไม่มีจริง)
เรื่องเป็นอย่างนี้ครับ(รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะนินทาคนอื่นยังไงก็ไม่รู้ ลังเล แต่เป็นความจริงที่เกษตรกรถูกกระทำมาโดยตลอดครับ)
ไซโตไซม์ ได้นำเสนอผลการศึกษาวิจัยผลการใช้นิวทริแพลนท์เอจี และเอ็นพีเค กับสวนลูกพีช วัดผลกันที่ปริมาณผลผลิต/ไร่ ว่าแบบไหนจะดีกว่ากัน โดยแบ่งกลุ่มการทดลองออกเป็น 4 กลุ่ม คือ
-กลุ่มที่1 กลุ่มควบคุม มีการดูแลใส่ปุ๋ยตามปรกติ
-กลุ่มที่2 กลุ่มนี้มีการใช้นิวทริแพลนท์ เอ็นพีเค เพิ่มลงไป
-กลุ่มที่3 กลุ่มนี้มีการใช้นิวทริแพลนท์ เอจี เพิ่มลงไป
-กลุ่มที่4 กลุ่มนี้มีการใช้ทั้งนิวทริแพลนท์ เอ็นพีเคและเอจี เพิ่มลงไป
ผลการทดลองปรากฏว่า
กลุ่มที่1 ได้ผลผลิต 16,164 กก/ไร่
กลุ่มที่2 ได้ผลผลิต 17,198 กก/ไร่
กลุ่มที่3 ได้ผลผลิต 17,752 กก/ไร่
และกลุ่มที่4 ได้ผลผลิต 19,748 กก/ไร่
เห็นได้ชัด(จากผู้ผลิต)ว่า
-กลุ่มที่2 กลุ่มที่มีการใช้นิวทริแพลนท์ เอ็นพีเค ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นเพียงแค่ 6.39%
-กลุ่มที่3 กลุ่มที่มีการใช้นิวทริแพลนท์ เอจี ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น 9.82%
-และกลุ่มที่4 กลุ่มที่มีการใช้ทั้งนิวทริแพลนท์ เอ็นพีเคและเอจี ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น 22.17%

บางท่านอาจคิดว่า ผมอคติกับแอมเวย์มากเกินไป แต่เชื่อผมเถอะ คนขายแอมเวย์แทบทุกคนจะบอกว่า ของเขาดี ใช้แล้วผลผลิตเพิ่มขึ้น50%บ้าง เพิ่มขึ้นเท่าตัวบ้าง เพราะถ้าบอกข้อมูลตามจริงข้างต้น ใครจะซื้อล่ะครับ ราคาสูงขนาดนั้น
และถ้าปุ๋ยแอมเวย์ทำได้แค่นี้ ผมว่าปุ๋ยเกล็ดทั่วไปหรือน้ำหมักที่เราๆท่านๆทำเองก็ทำได้เหมือนๆกันครับ แต่ต้นทุนต่างกับลิบเลย

แต่แอมเวย์เขาก็อาจจะมีสินค้าดีๆอยู่นะครับ ที่เทียบกับราคาแล้วคุ้ม
มีอะไรเพิ่มเติม แบ่งปันกันได้นะครับ
 ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์

ที่มาของข้อมูล(เดี๋ยวจะหาว่าผมโกหกอีก ยิงฟันยิ้ม)
Agriculture Present
(งานทดลองชิ้นนี้ ตรง%ที่ได้ เห็นแอมเวย์แอบเซ็นเซอร์ตัวเองด้วยครับ)


อย่าลืมดูนะครับผลการทดลองที่นำมาแสดง ได้ทำการทดลองที่ไหน ส่วนใหญ่ไม่ใช่ประเทศไทยครับ
เพราะงั้นการนำเข้าปุ๋ยจากบริษัทผู้ผลิต ก่อนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ จำเป็นที่จะต้องทำการทดลองจริงๆในพื้นที่จังหวัดต่างๆ กับพืชหลากหลายชนิด บางชนิดที่ถือว่าเป็นกลุ่มเดียวกันก็จะใช้ปริมาณเท่าๆกัน เช่น กลุ่มไม้ดอกก็จะสูตรเดียวกัน ยกเว้น จะต้องจำเพาะจริงๆ จะแยกออกมาเฉพาะำพืชนั้นๆ เพราะงั้นครับ ข้อมูลดูได้เป็นแค่การอ้างอิงครับ และก็ไม่ได้บอกว่าผลผลิตเพิ่มแบบเวอร์เวินเหมือนยี่ห้อทั่วไป แต่ว่าผลผลิตจะเพิ่มเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับผู้ใช้จริงแล้วครับ ถ้ากลัวเสียเงินฟรี อย่าใช้เกินครึ่ง ครับ เพราะไม่ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ก็คืนได้ ได้เงินคืน
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: