หน้า: 1 [2] 3 4 5   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มาดูการเจริญเติบโตของแตงฮามิกัว เมล่อน และแคนตาลูป +++ ปลูกฟักทองแบบขึ้นค้าง +++  (อ่าน 71027 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
mungkorn
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3420


« ตอบ #16 เมื่อ: มีนาคม 21, 2013, 07:07:27 AM »

มาชื่นชม จากใจจริงๆ เลยค่ะ
  ตั้งใจ และมุ่งมั่น มาก... อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง
บันทึกการเข้า

jukgree
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 177


« ตอบ #17 เมื่อ: มีนาคม 21, 2013, 11:46:22 AM »

นับถือครับ ปลูกได้เก่งมากๆเลยครับ ผมสนใจปลกเมล่อนเหมือนกันครับกำลังเก็บความร้เพิ่มเติมให้ได้มากที่สด เคยทดลองปลกไป 1 ครั้งช่วงต้นปี ปรากฏว่าต้นโตกำลังงามติดลูกเท่าไข่ไก่แล้วครับ แต่เหมือนต้นเมล่อนเจอโรคราน้ำค้างตั้งแต่เล็กก็เลยลกล่ามจนเถาเหี่ยวทั้งต้นเลยครับ ผิดหวังอย่างแรง โกรธ แต่ก็ยังไม่ท้อครับ  ยิงฟันยิ้ม

ผมอยากรบกวนคุณ blueget ช่วยแนะนำเรื่องดินที่ใช้ปลกหน่อยได้มั้ยครับ ว่าใช้ดินผสมวัสดปลกอะไรบ้าง อัตราที่ใช้ผสมประมาณเท่าไหร่ครับ ป๋ยที่ใช้รองพื้นสตรไหน และการให้ป๋ย ให้น้ำ ให้ยังไง การดแลแต่ละขั้นตอน จนถึงเก็บเกี่ยวตามที่คุณ blueget
ผมว่ามีหลายๆท่านสนใจติดตามชมอย่แน่ๆครับ รบกวนด้วยนะครับ  เศร้า

ผมแนะจากรุ่น 2 ที่ผมปลูกแล้วกันนะครับ  ยิ้มเท่ห์ เพราะรุ่น 1 ผมก็ลองผิดๆถูกๆ ผิดพลาดไปเยอะเหมือนกัน แม้จะศึกษาข้อมูลมาเยอะแล้วก็ตาม

ดินที่ใช้ปลูกผมก็ใช้ดินเก่าๆนั่นละครับ ตามกระถางต้นไม้เก่าๆ นำมารวมๆกัน (เพื่อลดปัญหาต่างๆ ผมจะเอาดินไปตากแดดให้แห้งสนิทก่อนนำมาใช้ ตากประมาณ 2 วัน) จากนั้นนำดินมาผสมกับปุ๋ยคอก ขี้วัว หรือขี้ไก่ ก็ได้ อัตราส่วน ดิน5 ต่อ ปุ๋ยคอก1 (จะใส่ปุ๋ยคอกมากกว่านี้ก็ได้นะครับ) จากนั้นเพิ่มกาบมะพร้าวสับเข้าไป ใส่เข้าไปเยอะหน่อย ดินจะได้ระบายน้ำได้ดี ถ้ามีเศษใบ้ไม้แห้งก็ใส่เข้าไปด้วยก็ได้ แล้วก็ใส่ปุ๋ยละลายช้าสูตรเสมอเข้าไปด้วยสักหยิบมือ ผสมให้เข้ากัน  กระถางที่นำมาใช้ปลูกก็รองก้นด้วยกาบมะพร้าวสับเช่นกัน รองเสร็จแล้วก็ใส่ดินลงไปเป็นชั้นๆ 2-3 ชั้น แต่ละชั้นก็รองด้วยปุ๋ยละลายช้ากับปุ๋ยเคมีนิดหน่อย

ส่วนการให้น้ำตอนต้นยังเล็กก็ให้วันนึงนิดเดียวพอเช้า และเย็น ตอนเช้าให้น้ำมากกว่าตอนเย็น ตอนเย็นให้น้ำครึ่งเดียวของตอนเช้า ลองเทสดูโดยเอานิ้วจิ้มที่ก้นกระถางตรงที่กาบมะพร้าวสับพอดี ถ้าแฉะๆแสดงว่าน้ำเยอะไป พอต้นเริ่มใหญ่ก็ให้น้ำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สัก ครึ่งลิตรในตอนเช้า ส่วนหลังจากติดลูกก็อาจจะเพิ่มน้ำขึ้นอีกครับ เพราะ ณ ตอนนี้ รุ่น 2 ผมเพิ่งตอดลูกเองครับ ขนาดเท่าไขไก่ได้แล้วมั้ง กำลังจะเพิ่มน้ำให้มันสักหน่อย กะจะเพิ่มให้ตอนเช้าสัก 1 ลิตรไปเลย

** หลังจากที่ย้ายต้นกล้าลงกระถางใหญ่ อย่ารดน้ำให้โดนใบเป็นอันขาดนะครับ เพราะโรคทางใบหรือโรคราต่างๆจะถามหาเอา

ขอบคณครับผม จะลองปลูกอีกครั้งให้ติดลูกจนได้ครับ  อายจัง
บันทึกการเข้า
zigo
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 200


« ตอบ #18 เมื่อ: มีนาคม 23, 2013, 10:48:21 AM »


อันนี้ Orange-Net


อันนี้ก็ Orange-Net


อันนี้ American Ball


อันนี้ Basket Ball
บันทึกการเข้า
zigo
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 200


« ตอบ #19 เมื่อ: มีนาคม 24, 2013, 11:11:16 AM »



วันนี้ วัดรอบได้ 35ซม.


เริ่มออกลายแล้วเว้ยเฮ้ย..!!
บันทึกการเข้า
blueget
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 404


« ตอบ #20 เมื่อ: มีนาคม 28, 2013, 10:37:12 AM »

ปลูกหลายพันธุ์เลยนะครับ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ผมปลูกแต่ปริ้นเซส ลูกใหญ่ ปลูกนานมากกว่าจะเก็บกินได้ รวมๆ 3 เดือนแหนะ อยากปลูกพันธุ์ที่ใช้เวลาสัก 2 เดือนก็พอ เร็วหน่อย ลูกเล็กพอประมาณ แต่หาซื้อเมล็ดยากมาก จะเอาเมล็ดที่ซื้อลูกมากินก็ไม่กล้าปลูก  โกรธ โกรธ
บันทึกการเข้า
nunws
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1025


« ตอบ #21 เมื่อ: มีนาคม 29, 2013, 02:32:28 PM »

ยอดเยี่ยมมากเลยครับ  ปลูกในถังสียังได้กินลูก เก่งจริงๆ
บันทึกการเข้า
zigo
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 200


« ตอบ #22 เมื่อ: เมษายน 11, 2013, 06:42:59 AM »


ออกลายมาเล้ย...ผสมเกสรเมื่อ 13-03-56  ประมาณ 29 วัน


ผสมเกสรเมื่อ 23-03-56  ประมาณ 19 วัน
บันทึกการเข้า
morning55
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 221


« ตอบ #23 เมื่อ: เมษายน 11, 2013, 02:19:12 PM »

ปลูกเก่งจังเลยค่ะ  อายจัง  อายจัง
บันทึกการเข้า
Ja_aM
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 109


« ตอบ #24 เมื่อ: เมษายน 17, 2013, 05:17:50 PM »

ฮามิกัว เดินทางมาถึงราชบุรี เรียบร้อยแล้วขอบคุณอย่างสูงครับ
บันทึกการเข้า
zigo
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 200


« ตอบ #25 เมื่อ: เมษายน 24, 2013, 06:57:29 AM »











ของผมทานหมดแล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 24, 2013, 07:09:21 AM โดย zigo » บันทึกการเข้า
tipba
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1202


« ตอบ #26 เมื่อ: เมษายน 24, 2013, 12:10:11 PM »

^
^
หวานกรอบมั๊ย ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
zigo
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 200


« ตอบ #27 เมื่อ: เมษายน 24, 2013, 04:50:24 PM »

หวานพอประมาณ กรอบใช้ได้ ลูกๆชอบครับ
บันทึกการเข้า
jomk
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1498


« ตอบ #28 เมื่อ: เมษายน 25, 2013, 08:32:54 AM »

มาเยี่ยมชมเรื่อย ๆ ค่ะ  ลองไปปลูกบ้างไม่ประสบผลสำเร็จเลย  ใบก็เล็กต้นก็เล็กพอเริ่มโตเขาก็ตายค่ะ ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้
บันทึกการเข้า
blueget
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 404


« ตอบ #29 เมื่อ: เมษายน 27, 2013, 09:05:37 PM »

เอามาให้ชมบ้าง ตัดและทานไปเรียบร้อยสักเดือนนึงแล้ว เมล่อนพันธุ์นี้รสชาดขอผ่าน ไม่ค่อยหวานสักเท่าไหร่ (ขนาดใส่ปุ๋ยเร่งหวานเพิ่มแล้วนะเนี่ย) เหมือนที่มืออาชีพบอกไว้เลย ถ้าไม่หวานนี่โยนทิ้งได้เลย แต่ที่ทานได้ก็เหลือแต่แคนตาลูป 1 ลูก และ แตงทิเบต หวานกำลังดี




ปลูกฟักทองขึ้นค้าง

ตอนนี้เลยหันมาลองปลูกฟักทองดูบ้าง เนื่องจากปลูกพวกแคนตาลูป เมล่อน ที่บ้านไม่ค่อยชอบทานกัน ไม่คุ้นละมั้ง เลยเบนหาที่คนทั้งบ้านสามารถทานได้ เลยมาลงที่ฟักทอง คราวนี้ปลูกแบบขึ้นค้างเช่นเดิม แบ่งเป็นปลูกในถัง กับในแปลงดิน

-ต้นฟักทองในถังสี ถ่ายไว้นานแล้ว ( 28 มีนาคม 2556 )



- ฟักทอง ณ วันนี้ 27 เมษายน 2556 ออกดอกตัวเมียหลายลูกเลย (ผสมเกสรไปแล้ว 2 ลูก รอลุ้นว่าจะติดรึเปล่า) ในรูปต้นนี้ไม่ได้ปลูกในถัง ออกดอกตัวเมียแล้ว



- รูปนี้คือต้นฟักทองที่ปลูกในถังสี แตกกิ่งก้านสาขามากมาย และบางเถาเริ่มมีตุ่มดอกตัวเมียที่ปลายยอด (ปลูกช้ากว่าฝั่งที่ลงแปลง)



***ก่อนหน้าที่จะปลูกเมล่อน ได้ลงฃองปลูกฟักทองมาบ้างแล้ว แบบงูๆปลาๆ ปลูก 3 ต้น ได้ฟักทองมา 2 ลูก แต่มาคราวนี้ศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติม ทำให้รู้ว่าต้องเด็ดยอดตอนไหน ใส่ปุ๋ยยังไง ตอนนี้มีดอกตัวเมียรอผสมอื้อเลย
บันทึกการเข้า
blueget
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 404


« ตอบ #30 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2013, 10:32:54 AM »

หวานแล้วจ้าาาาาาาาาา  ในที่สุดก็ทำให้หวานจนได้ หลังจากจากรุ่นแรกผิดหวังเรื่องความหวาน  ลังเล สงสัยใส่ปุ๋ยไม่ถึง เนื่องจากยังกล้าๆกลัวๆ ไม่รู้จะใส่ยังไง ปริมาณเท่าไหร่

พอมาลูกนี้ปลูกเป็นรุ่น 2 เหลือ 2 ต้น=2 ลูก ไม่ได้หวังอะไรมาก  ตกใจ วันนี้ลองผ่าเทสชิมดู ปรากฏว่า โคตรหวานนนนนนนนนนน  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิ้มกว้างๆ เพราะหลังจากติดลูกแล้วให้ใส่ปุ๋ยเร่งหวาน 0-0-50 ทุกส้ปดาห์ กระถางนึงใส่ประมาณ 2 ช้อนชาพูนๆ (หรือช้อนไอติมรถเข็น) โรยไปรอบๆกระถาง (ถังสี) เลย โรยเสร็จก็รดน้ำ สุดท้ายหวานได้ดั่งใจ ไม่เคยกินเมล่อนที่หวานขนาดนี้มาก่อน เคยซื้อที่ห้างมาครั้งนึง ซื้อมาลองชิม ยังไม่หวานเท่านี้เลย  อายจัง อายจัง อายจัง


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 12, 2013, 10:36:23 AM โดย blueget » บันทึกการเข้า
natnapat ..^=^กาแฟเย็น
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 7891


@ชีวิตเรา เราลิขิตเอง..แค่ไม่ทุกข์ก็สุขแล้ว


« ตอบ #31 เมื่อ: พฤษภาคม 29, 2013, 07:13:00 PM »

คะ สุดยอดเลยคะ ได้เห็นผลผลิต และได้ทานด้วย น่าชื่นชมมากเลยคะ
เดี๋ยวจะลองบ้าง...เพราะเคยปลูกไม่เคยรอดจากแมลงเลยคะ...ต้นโตหน่อยก็จากไป...ขอบคุณมากคะ

เห็นสี แล้วน่าทานมากเลยคะ ยิ้ม ยิ้มเท่ห์ ยิ้ม อายจัง อายจัง
บันทึกการเข้า

@ ชีวิตเรา..เราลิขิตเอง..แค่ไม่ทุกช์ก็สุขแล้ว

การบ้านค่ะ  http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=19056.0
แจ้งการรับ-ส่งซองค่ะ   http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=31294.0
หน้า: 1 [2] 3 4 5   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: