หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เพื่อนประสบปัญหาแบบผมหรือเปล่า  (อ่าน 2815 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
naysanook
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 44


« เมื่อ: มกราคม 11, 2013, 04:55:55 AM »

สวัสดีครับผมต้องขอแนะนำตัวก่อนนะครับผมชื่อแบงค์ ทำไร่ล้มเหลวมาแล้วหลายครั้งแต่ไม่เคยยอมแพ้สักครั้งผมอยากถามเพื่อนๆ เหมือนกันว่าใครมีปัญหาแบบผมบ้างครับปัญหาของผมก็คือผมมีกล้วยอยู่จำนวนหนึ่งประมาณ 100 ต้นแต่ผมหาตลาดไม่ได้เมื่อไปถามแม่ค้าว่าจะเอาใบตองหรือเปล่าเขาก็บอกมีเจ้าประจำกันซะงั้น แต่เมื่อไปถามอีกคนก็จะเอาเยอะเราก็ไม่มีปัญญาส่ง จากที่ผมสังเกตดูแล้วการจะทำเกษตรนั้นต้องมีของจำนวนเยอะออกทั้งปีถึงจะมีแม่ค้าสนใจยาจรอย่างผมส่วนมากได้กล้วยมาก็หาที่ขายไม่ได้เลยอ่ะครับ เพื่อนๆใครเจอปัญหาอย่างผมบ้าง ปล. ข้อความนี้ผมเขียนมาเพื่อแลกเปลี่ยนปัญาที่เจอแต่ผมห็ยังชอบทำเกษตรอยู่ดี เออเพื่อนๆคนไหนมีลู่ทางในการขายสิ่งต่าง ๆที่เกี่ยวกับกล้วยแนะนำผมด้วยนะครับ
บันทึกการเข้า

chamni
เกษตรกรมือใหม่
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 895


« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 11, 2013, 05:47:27 AM »

 :)ผมไม่ได้ระสบด้วยตนเอง แต่เห็นน้องที่นับถือกันคนหนึ่ง เขาเก็บลูกมะกอกไปไปส่งให้แม่ค้า ส้มตำ เก็บมาล้าง ใส่ถุงๆละ 50 ลูก ส่งถุงละ 40 บาท เขาก็เอาไปถามแม่ค้าฯ แม่ค้าบางคนก็ปฏิเสธ บางคนก็รับ เขาส่งได้วันละ 10ถุง บ้าง20 ถุงบ้าง แล้วแต่วัน แรกๆก็ฝืด แต่เขาก็ไม่ท้อ เขาก็ทำไปเรื่อย  สรุปว่า  การเข้าหาผู้ซื้อ อย่าท้อครับ อ่อนน้อม เข้าหาเรื่อยไป ง้อเขาเรื่อยไปครับ กว่าเขาจะมั่นใจเราต้องใช้เวลาครับ จุมพิต จุมพิต
บันทึกการเข้า
itti.y
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 740


« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 11, 2013, 08:08:33 AM »

การสร้างแบนด์ต้องสร้างทั้งผลิตภัณฑ์ให้มีหลายๆอย่าง และต้องอดทนในการหาลูกค้า ขอเอาใจช่วย
บันทึกการเข้า
konthain(นพ)
Administrators
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9729


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #3 เมื่อ: มกราคม 11, 2013, 08:25:23 AM »

สวัสดีครับ

เอาใจช่วยนะครับ ที่จริงแล้วช่องทางขายกล้วย การแปรรูปขายมีเยอะแยะนะครับ ลองมองดูให้ดี

ไปเจอเรื่องการขายกล้วยในอินเตอเน็ตก็เลยเอามาฝากให้อ่านครับ  ยิงฟันยิ้ม

 ขายกล้วยออนไลน์
เรียน อ.สิทธิเดช,

ผมชื่อนายธีรภัทร ได้อ่านหนังสือ -คิดได้ขายเป็นบนโลกออนไลน์ และเข้าไปดูข้อมูลที่เวบไซด์ของอาจารย์แล้ว ผมมีความสนใจเรื่องทำธุรกิจออนไลน์บนอินเตอร์เน็ท โดยสนใจผลิตภัณฑ์กล้วยตาก ผมมีเหตผลดังนี้ครับ

1. ที่บ้านผม จ.หนองคาย มีการปลูกกล้วยและขาย(ไม่ได้แปรรูป) มานานแล้ว

2. มีการทำเป็นผลิตภัณฑ์ โดยการแปรรูปบ้าง เช่น ทำกล้วยตาก ทำเป็นกลุ่มเล็กในนามกลุ่มเกษตรแม่บ้าน ส่วนมากจำหน่ายเป็นของฝาก และเป็น OTOP

3. ผมสนใจทำเป็นอุตสาหกรรมผ่านการออนไลด์บนเน็ต เพือเพิ่มช่องทางจำหน่าย และส่งเสริมให้เกษตรกร มีงานทำและรายได้มากขึ้น

ผมจึงอยากขอคำแนะนำจากอาจารย์ ซึ่งมีประสบการณ์มาแล้ว และเห็นว่าอาจารย์ได้ทดลองทำและขายผ่านโลกออนไลด์แล้ว

ผมขอความอนุเคราะจากอาจารย์ช่วยให้คำแนะนำ โอกาสด้านการตลาด และวิธีการขายผ่านแต่ช่องทาง ด้วยครับ

ขอแสดงความนับถือ

ธีรภัทร ศรีสุวรรณนภา


ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณที่อุดหนุนหนังสือครับ ความจริงถ้าอ่านหนังสือเล่มนี้อย่างละเอียดจะเห็นว่าทุกธุรกิจมีทั้งโอกาส และอุปสรรค หลังปกหนังสือเล่มนี้มีรูปเปลือกกล้วย เพื่อเตือนให้รู้ว่า “ระวังลื่นล้ม” นะ ตอบไปทีละคำถามแล้วกัน

การที่บ้านใกล้แหล่งวัตถุดิบนั้นถือว่าดีในแง่ค่าใช้จ่ายในการขนส่ง ต้นทุนถูก แต่ต้องดูว่าวัตถุดิบที่มีนั้น ควรนำไปแปรรูปและแข่งขันในลักษณะใด การที่ผมทำกล้วยตาก เพราะ ผมสอนที่มหาวิทยาลัยนเรศวร อยากให้นิสิตได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง มหาวิทยาลัยฯ นี้ตั้งอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก แล้วจังหวัดนี้มีชื่อเรื่องกล้วยตากอร่อยที่สุดในประเทศไทย ถึงขนาดถูกบรรจุอยู่ในคำขวัญประจำจังหวัด

ประการถัดมาคือผู้ผลิตกล้วยนั้นเป็นผู้ประกอบการฯที่เคยมานั่งฟังผมบรรยาย จึงง่ายที่จะเจรจากันในเรื่องการทำธุรกิจ ถ้าบ้านคุณธีรภัทรมีการปลูกกล้วย แล้วขายโดยไม่ได้แปรรูปนั้นก็ต้องมาคิดต่อว่าจะแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าในลักษณะใด เช่น กล้วยฉาบ, กล้วยกวน, แยมกล้วย, ไซรัปกล้วย, สบู่กล้วย, ช็อกโกแล็ตกล้วย, คุ้กกี้กล้วย ฯลฯ

การทำกล้วยตากในนามกลุ่มเกษตรแม่บ้าน ที่ขายเป็นของฝาก และเป็น OTOP นั้น สถิติการขายเป็นอย่างไร ใครเป็นผู้ซื้อ แนวโน้มยอดขายในอนาคต ผมอยากทราบข้อมูลในเรื่องเหล่านี้ด้วยครับ

ผมเห็นด้วยกับการทำตลาดออนไลน์นะ เมืองไทยก็ควรจะทำได้ตั้งนานแล้ว ค่าน้ำมันก็แพงเอาๆ รถก็ติด สารพิษเต็มเมืองไปหมด แต่ที่ทำไม่สำเร็จก็คือความไม่เข้าใจธุรกิจ คิดแบบประเภทคลิกเดียวรวย

ซึ่งเมื่อวาน (26 เมย.) ผมจึงต้องมานั่งอธิบายเรื่องของกลยุทธ์ ในสัมมนา ขายข้ามเมฆ ถึงสามชั่วโมง ไล่เรียงมาตั้งแต่การเริ่มต้นเป็นผู้ประกอบการ ว่าตัวเองเก่งอะไร ควรจะเลือกทำอะไร ขายอย่างไร ให้ใคร การขายของผ่านเว็บไซต์ก็เหมือนกัน ข้อจำกัดคือไม่ได้เห็นหน้าค่าตา สั่งซื้อของไปแล้ว จะได้ของหรือเปล่าก็ไม่รู้ ของที่ได้มาแล้วใช้ไปมีปัญหาภายหลังจะไปหาใครรับผิดชอบ แล้วทำไมต้องซื้อของผ่านเว็บไซต์ในเมื่อไปเดินห้างก็มีของที่ต้องการเกือบทุกอย่างแล้ว

กล้วยตากก็เหมือนกัน ตอนที่ผมขายจนกล้วยหมด ก็มีเกษตรกรหลายจังหวัดสนใจที่จะส่งกล้วยให้เอาไปขาย แต่ถ้าผมทำแบบนั้นก็เท่ากับหลอกคนซื้อ เพราะผมระบุว่าเป็นกล้วยที่มาจากพิษณุโลก เราจะเอากล้วยจากจังหวัดอื่นมาย้อมแมวได้อย่างไรกัน....และที่สำคัญที่สุด คนที่ซื้อกล้วยกินนี่เขารู้ทันทีเลยนะครับว่ารสชาติมันเปลี่ยนไป.. ดังนั้นคุณธีรภัทร จะขายอะไรผ่านเน็ตก็แล้วแต่ต้องตอบคำถามนี้ให้ได้เสียก่อนว่า “ทำไมเขาต้องซื้อสินค้าคุณ”

คำตอบง่ายๆ ในยุคนั้นที่คนซื้อกล้วยตากผ่านเว็บไซต์ของผมก็คือ เขาได้รับความสะดวกมากกว่าการต้องเดินทางไปซื้อถึงจังหวัดพิษณุโลก......แต่ถ้าวันนี้กล้วยตากจากจังหวัดพิษณุโลกถูกนำเข้ามาขายใน 7-11, โลตัส, คาร์ฟูร์, เดอะมอลล์, เซ็นทรัล กันหมดแล้ว ผมเชื่อว่าก็จะไม่มีใครซื้อกล้วยผ่านเว็บไซต์อีก เพราะว่า เขาไม่ต้องเสียเวลารอรับสินค้า....

จำไว้ว่า ความสำเร็จของธุรกิจในช่วงเวลาหนึ่ง อาจไม่สามารถนำมาใช้ในช่วงเวลาต่อมาได้ อย่างสตาร์บัคส์ ตอนนี้ก็ลดสาขาปลดคนงาน บริษัท GM ยักษ์ใหญ่ของอเมริกาก็กำลังวิตกกันว่าใกล้ล้มละลายเต็มที ช่วงนี้จะทำธุรกิจ นอกจากรู้ต้นทุนที่แท้จริงของตัวเองแล้ว ต้องรู้สถานการณ์ด้วย ว่าควรทำอะไร...

วัตถุประสงค์ที่แท้จริง ในหนังสือคิดได้ขายเป็นบนโลกออนไลน์ นั้น ไม่ได้บอกให้ผู้อ่านขายกล้วยตาก (แม้ช่วงนั้นมันจะขายดี) เพราะสุดท้ายสินค้านี้ก็ต้องเผชิญกับปัญหา แต่บอกขั้นตอนในการเตรียมสินค้าเพื่อขายบนเว็บไซต์ ไม่ใช่จู่ๆ มีสินค้าแล้วก็ถ่ายรูปทำเว็บไซต์ได้ทันทีเลย ยังมีกระบวนการที่ต้องต้องไปออกบู๊ทให้คนชิม ต้องจัดสัมมนาให้คนเรียนรู้วิธีสั่งซื้อของผ่านเน็ต ต้องประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ มีเรื่องเหล่านี้ที่ต้องคิด ต้องทำให้เหมาะสมกับสถานการ์และกลุ่มเป้าหมาย ไม่ใช่มีสินค้า แล้วทำเว็บไซต์ รอคนมาซื้อ แบบนี้ก็ไม่ต่างจากรอรางวัลจากการซื้อหวย ซึ่งไม่รู้จะถูกเมื่อไหร่....


ที่มา: http://www.thaimarketonline.net/2009/04/blog-post_27.html

 ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
kophone
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1024

อย่าให้ความรู้สึก อยู่เหนือเหตุผล


« ตอบ #4 เมื่อ: มกราคม 11, 2013, 08:57:09 AM »

อันนี้แนวคิดผมนะครับ...ถ้าเรายังมีรายได้จากทางอื่นมาเลี้ยงชีพ(รายได้)ยังไม่หวังพึ่งรายได้จากเขาเป็นหลัก
ก็อย่าพึ่งท้อครับ..ปล่อยให้มันอยู่ที่ต้นไปก่อน..หาตลาดไปเรื่อยๆ กล้วยถ้ามันสุขก็เขามาขายหน้าบ้านหรือฝากเขาขายไปก่อน(ช่วงนี้ก็หาตลาดไปเรื่อย)มันเน่าก้เอามาให้ไก่กิน.. แต่ถ้ามันเป็นรายได้หลักมันก็น่าเครียดอยู่ครับ...
ยังไงก็ขอเอาใจช่วยครับ ขอให้ขายได้เยอะๆครับ..อ้ออีกอย่างที่ไม่ควรมองข้าม ถ้ามีงาน วัดหรือโรงเรียน งานบุญอะไรก็ได้...เอาไปช่วยหน่อยแล้วก็พุดอะไรซักคำ...ที่บ้านมีเยอะครับปรกติตัดขายทุกวันส่งแทบไม่ทัน ถ้าใครสนใจไปหาผมได้ ผมส่งให้ถูกๆครับ..
       เอาใใจช่วยครับ..ผมทำมาแล้ว แต่ไม่ใช่กล้วยครับ....แต่เป็นปลากับกบ
บันทึกการเข้า
บ้านไร่สายวารี
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2165

จงใช้เงินให้น้อยกว่าที่หาได้


« ตอบ #5 เมื่อ: มกราคม 11, 2013, 10:18:30 AM »

หาหมูป่ามาเลี้ยงสัก คู่ 2 คู่   เรื่องกล้วยๆจะได้เป็นเรื่องหมูๆ  ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
suteera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2037


« ตอบ #6 เมื่อ: มกราคม 11, 2013, 11:15:24 AM »

ปัจจุบันผมปลูกพืชผสมผสานหลายอย่าง มีกล้วยน้ำว้าด้วย  เมื่อหลายปีก่อนกล้วยออกหลายเครือก็เอาไปฝากขายที่ร้านค้าคุ้นเคยกัน
เขาไม่เอาค่าฝากวางของ  ขายได้เท่าไหร่ผมก็รับทั้งหมด

เมื่อกล้วยมีเยอะขึ้นผมไปถามแม่ค้ากล้วยแขก(ที่เคยซื้อกิน)จะขายในราคาถูกกว่าขายปลีก  แม่ค้ากล้วยแขกตอบแบบไม่มีน้ำใจว่า
 "ไม่เอาหรอก มีเจ้าประจำส่งอยู่แล้ว"  ผมก็พยักหน้าตอบว่า "อืม"  แล้วก็เดินออกและไม่ซื้อกล้วยแขกอีกต่อไป

อาทิตย์ถัดมาผมพบว่ากล้วยที่ไปฝากร้านค้าขาย ได้ขายหมดอย่างรวดเร็ว ผมก็ทะยอยส่งเท่าที่มีแล้วถามร้านค้าว่าเหตุใดจึงขายได้เร็ว
ทางร้านตอบว่า "ก็แม่ค้ากล้วยแขกนะซี่ หากล้วยไม่ได้ ก็เลยมาเหมากล้วยไปหมด"  ผมตอบว่า ยังดีนะที่เค้าได้กล้วยไปทอดขาย
ไม่งั้นลูกผัวจะไม่พอกิน  ถ้ามารายนี้ขอซื้อกล้วยกับผมที่สวน ผมไม่ขายให้นะ

เล่าให้ฟังเพื่อจะบอกว่า
1. สังคมต่างจังหวัดเป็นสังคมที่เกื้อกูลต่อกัน ควรรักษาน้ำใจกัน และรักษาสายสัมพันธ์กันไว้
2. ผลผลิตจากสวน เป็นสินค้าเบื้องต้น  บางอย่างหากยังไม่แปรรูปพร้อมกิน ก็ขายยาก
3. ถ้าขายของไม่ได้ ไม่ต้องง้อผู้ซื้อ  ค่อย ๆ หาช่องทางขาย หรือแปรรูปไปเรื่อย ๆ  ให้ชาวบ้านเขารู้ว่าเรามีของ  ถ้าเขาต้องการ
    เขาจะวิ่งมาหาเราเอง

บันทึกการเข้า
kophone
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1024

อย่าให้ความรู้สึก อยู่เหนือเหตุผล


« ตอบ #7 เมื่อ: มกราคม 11, 2013, 11:36:33 AM »

ปัจจุบันผมปลูกพืชผสมผสานหลายอย่าง มีกล้วยน้ำว้าด้วย  เมื่อหลายปีก่อนกล้วยออกหลายเครือก็เอาไปฝากขายที่ร้านค้าคุ้นเคยกัน
เขาไม่เอาค่าฝากวางของ  ขายได้เท่าไหร่ผมก็รับทั้งหมด

เมื่อกล้วยมีเยอะขึ้นผมไปถามแม่ค้ากล้วยแขก(ที่เคยซื้อกิน)จะขายในราคาถูกกว่าขายปลีก  แม่ค้ากล้วยแขกตอบแบบไม่มีน้ำใจว่า
 "ไม่เอาหรอก มีเจ้าประจำส่งอยู่แล้ว"  ผมก็พยักหน้าตอบว่า "อืม"  แล้วก็เดินออกและไม่ซื้อกล้วยแขกอีกต่อไป

อาทิตย์ถัดมาผมพบว่ากล้วยที่ไปฝากร้านค้าขาย ได้ขายหมดอย่างรวดเร็ว ผมก็ทะยอยส่งเท่าที่มีแล้วถามร้านค้าว่าเหตุใดจึงขายได้เร็ว
ทางร้านตอบว่า "ก็แม่ค้ากล้วยแขกนะซี่ หากล้วยไม่ได้ ก็เลยมาเหมากล้วยไปหมด"  ผมตอบว่า ยังดีนะที่เค้าได้กล้วยไปทอดขาย
ไม่งั้นลูกผัวจะไม่พอกิน  ถ้ามารายนี้ขอซื้อกล้วยกับผมที่สวน ผมไม่ขายให้นะ

เล่าให้ฟังเพื่อจะบอกว่า
1. สังคมต่างจังหวัดเป็นสังคมที่เกื้อกูลต่อกัน ควรรักษาน้ำใจกัน และรักษาสายสัมพันธ์กันไว้
2. ผลผลิตจากสวน เป็นสินค้าเบื้องต้น  บางอย่างหากยังไม่แปรรูปพร้อมกิน ก็ขายยาก
3. ถ้าขายของไม่ได้ ไม่ต้องง้อผู้ซื้อ  ค่อย ๆ หาช่องทางขาย หรือแปรรูปไปเรื่อย ๆ  ให้ชาวบ้านเขารู้ว่าเรามีของ  ถ้าเขาต้องการ
    เขาจะวิ่งมาหาเราเอง

เยี่ยมเลยครับ..ถ้ายังไม่ใช่รายได้หลักจากมันทำแบบนี้ก้ดี....มีน้ำใจเกื้อกูลกันไปอย่างน้อยก็มีเพื่อนบ้าน..วันข้างหน้าคนเจอเราเขาจะได้เล่าต่อๆกันไปว่า คนนี้แหละที่เอากล้วยมาช่วยงาน ที่ไร่เขามีกล้วยไปซื้อกับเขาได้..เขาใจดี...คราวนี้แหละ..ตัดแทบบ่ทัน..ซั่นดอกว้า!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
บันทึกการเข้า
konthain(นพ)
Administrators
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9729


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #8 เมื่อ: มกราคม 11, 2013, 12:10:58 PM »

ขอมาอีกรอบนะครับ  ยิงฟันยิ้ม

อยากจะบอกว่ากล้วยน้ำว้า ถ้าเอามาแปรรูปเป็นกล้วยทอด(กล้วยแขก)
แถวบ้านผม มีคนทำขายอยู่ทำเท่าไหร่ก็ไม่พอขาย ขับรถผ่านทีไร หันไปมอง
มีคนมารุมซื้อกันเยอะ ยิ่งหน้าหนาวอย่างนี้ยิ่งขายดี ก็ขอเอาสูตรการทำมาให้ดูนะครับ
เผื่อเป็นไอเดียแก่ผู้ที่สนใจ  ยิงฟันยิ้ม

ขายกล้วยแขกทอด มันทอด เผือกทอด ข้าวเม่าทอด



สูตรกล้วยทอด
ส่วนผสมกล้วยแขก

- กล้วยน้ำว้าสุกหรือห่าม 1 หวี
- แป้งข้าวเจ้า 2 ถ้วยตวง
- แป้งสาลี 1 ถ้วยตวง
- มะพร้าวขูด 1 ถ้วยตวง
- เกลือ ½ ช้อนชา
- หัวกะทิ 1 ½ ถ้วยตวง
- งาคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปูนใส ½ ถ้วยตวง
- น้ำมันพืชพอประมาณ

วิธีทำ
1. นำแป้งข้าวเจ้า แป้งสาลี เกลือ นวดกับหัวกะทิ และมะพร้าวขูดนวดให้เข้ากัน ใส่น้ำปูนใส แล้วนวดต่อ ใส่งาลงไปให้ทั่ว

2. ตั้งกระทะไฟปานกลาง ใส่น้ำมันกะให้ท่วมกล้วยที่จะทอด เมื่อน้ำมันร้อนนำกล้วยที่หั่นตามยาว 3-4 ชิ้น ต่อ 1 ลูก (แล้วแต่ลูกใหญ่หรือเล็ก) ชุบแป้งที่ผสมไว้ตามข้อ 1 ใส่ในน้ำมันจนเต็มกระทะ
3. ทอดจนแป้งเหลืองกรอบ และเนื้อกล้วยสุก ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมันก่อนนำใส่ถุงกระดาษขายให้ลูกค้า มันทอด เผือกทอด ฟักทองทอด กล้วยตากทอด ใช้สูตรเดียวกับกล้วยทอด

วิธีทำแป้งทอด กล้วยทอด

หรือดูเป็นแบบ Video ก็มีครับ

 ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
Numdoitung
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1468


« ตอบ #9 เมื่อ: มกราคม 11, 2013, 12:53:48 PM »

น่าสนใจมากคับพี่นพ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
ปากแดงดอทคอม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1701



« ตอบ #10 เมื่อ: มกราคม 11, 2013, 01:40:23 PM »

กล้วยน้ำว้า เคยเป็นสินค้าที่ผมดูถูกมันเป็นอย่างมากเลยนะครับ ผมเคยดูถูกมันในแง่ที่ว่า ใครมันจะกินกัน เอามาขายมันจะขายได้เหรอ คือ ที่สวนผมมันจะมีกล้วยน้ำว้าติดสวนอยู่ ผมไม่เคยไปดูดำดูดีมันเท่าไหร่ พอมันออกเครือมาแม่ผมก็จะทำการตัดออก ออกเป็นหวี ๆ แล้วก็ฝากผมมาขายใน กทม (ผมมีร้านกะทิ ผมก็เอากล้วยมาวางขายที่หน้าร้าน)

แรก ๆ ผมก็อิด ๆ ออด ๆ แบบว่าจะขายได้เหรอ กลัวขายไม่หมด กลับปรากฎว่า เอากล้วยมาวางตั้งไว้ 20 หวี ขายหมดภายใน 2 วัน ผมขายหวีละ 20 บาทถ้าสวยหน่อย ถ้าไม่สวยลูกเล็กหน่อยก็หวีละ 15 ถ้าเล็ก ๆ ตีนเต่าก็รวม ๆ แพคเป็นกอง ๆ ขายแม่ค้าที่เค้าทำขนม พวกขนมกล้วย ข้าวต้มมัด ฯลฯ

เดี๋ยวนี้ ผมไม่รีรอ ไม่ดูถูก กล้วยน้ำว้าอีกต่อไปแล้วครับ ผมเข้าไปติดต่อกับสวนโดยตรงเลย ผมซื้อจากสวน ตอนซื้อนี่ยกเครือแต่นับเป็นหวีเลยครับ หวีละ 8 บาท บางทีเข้าไปตัดเอง (เมื่อก่อนผมก็เลือกกล้วยไม่เป็น แต่เดี๋ยวนี้เริ่มดูเป็นล่ะว่ากล้วยแบบไหนตลาดต้องการ)

แต่ผมจะรับมาขายยังไม่มากผมรับมาแค่อาทิตย์ละ 50 หวีเองครับ แต่ก็ได้กำไรบ้างพอเป็นค่าน้ำมัน พอมาจุนเจือใช้จ่ายภายในร้านได้บ้าง เวลารับซื้อผมก็ พยายามเลือกแบบ ลูกอวบ ๆ หมดเหลี่ยมแล้ว ขาว ๆ นวล ๆ แล้วก็เอาลูกตีนเต่ามาผ่าทดสอบดูนิดหน่อยว่ามันไม่มีเมล็ด จริง ๆ แล้วกล้วยน้ำว้าไม่ใช่สินค้าหลักที่ผมต้องการหรอกครับ แต่ผมเข้าไปซื้อกล้วยจากสวนเพราะต้องการผูกสัมพันธ์กับชาวสวน เพราะชาวสวนเค้ามีสิ่งที่ผมต้องการ คือ มะพร้าวแกงน่ะครับ ผมไปซื้อกล้วยที ก็ได้มะพร้าวร่วง ๆ ราคาถูก ติดไม้ติดมือกลับมาด้วย

วิธีกระจายความเสี่ยงเรื่องกลัวขายกล้วยไม่หมดของผม ทำแบบนี้ครับ เอามาวันแรก ๆ กล้วยยังไม่เหลืองก็ เอามาวางขายเองก่อน แล้วก็โทรไปบอกแม่ค้าเลยว่า เรามีกล้วยนะ ถ้าขายไม่หมดจะขายให้ในราคาหวีละ 10 บาท (ได้กำไรยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย) หวีไหนสวย ๆ ใหญ่ ๆ นี่เรียกแม่ค้าเจ้าประจำมารับไปเลยครับหวีละ 20 เค้าก็เอาไปขายต่ออีกทีหวีละ 25-30

ตลาดกล้วยน้ำว้ามีเยอะเลยครับ เช่น แม่ค้าที่ทำขนมหวาน ข้าวต้มมัด ขนมกล้วย คนที่เลี้ยงนก เลี้ยงลิง เลี้ยงสัตว์ต่าง ๆ ที่กินกล้วยเป็นอาหาร ช่วงที่กล้วยจะขายดี ที่ร้านผมจะเป็นช่วงเข้าไกล้วันพระน่ะครับ อ้อ คนแก่สูงอายุนี่ก็ชอบกินกล้วยกันมากครับ ยิ่งบอกว่าเป็นกล้วยสวนนะครับ ปลูกแบบไม่ฉีดยาฆ่าหญ้านะครับ แวะเวียนมาถามหากล้วยที่ผมขายอยู่กันเรื่อย ๆ เลยครับ

เวลาผมขายกล้วย นี่ผมไม่แปะราคาเลยครับ เรียกว่าดูหน้าแล้วค่อยคิดราคาน่ะครับ  ยิ้มกว้างๆ ดูภูมิฐาน รวยหน่อย ขับเบนซ์มาซื้อก็ 20 คนแก่ชราหน่อยก็เอาไป 15 บาท ผู้หญิงอุ้มลูกมาซื้อก้อ 15 แถมตีนเต่าให้ไปอีก (เวลาซื้อกล้วยจากสวนนี่ ตีนเต่าเค้าจะไม่คิดเงินกัน)  ยิ้มกว้างๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 11, 2013, 01:47:04 PM โดย ปากแดงดอทคอม » บันทึกการเข้า

ปากแดง@บ้านสวนสันท์ http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=15221.msg562596#msg562596
naysanook
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 44


« ตอบ #11 เมื่อ: มกราคม 12, 2013, 04:53:18 AM »

ขอบคุณพี่ ๆที่ให้กำลังใจครับ
บันทึกการเข้า
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8105


« ตอบ #12 เมื่อ: มกราคม 12, 2013, 07:58:56 PM »

หาหมูป่ามาเลี้ยงสัก คู่ 2 คู่   เรื่องกล้วยๆจะได้เป็นเรื่องหมูๆ 

ผมนะ ปลูกอะไรก็ไม่งาม
เลี้ยงสัตว์อะไรก็ไม่โต
ทำมาค้าขายก็ไม่ขึ้น
เป็นคนไม่มีวาสนามาตั้งแต่เกิด

เมื่อสองสามเดือนที่แล้ว ไปเจอที่ตลาด สวยมากจึงซื้อมา 2 กระถาง
กะจะปลูกเป็นคู่ มีคนบอกว่า ดอกวาสนา หอมมาก อบอวลไปทั่วซอยเลยยนะครับ
บันทึกการเข้า

บิฑบาตร  ขาด"ร"หลัง  อย่าพลั้งใส่
บาตนั้นไซร้  มี"ร"ตาม  งามภาษา
อนุญาติ  พินทุอิ  อย่าใส่มา
Bryan
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1580

ไม่รู้ ... ก็ถาม


« ตอบ #13 เมื่อ: มกราคม 13, 2013, 12:50:19 AM »


ผมอยู่โคราช ปลูกกล้วยน้ำว้าปากช่อง50 ประมาณ 100 ต้น ช่วงนี้ผลผลิตกำลังทยอยออกมาเรื่อยๆ

ผมเอาไปบริจาคให้ทางโรงเรียนเด็กพิเศษเป็นประจำ ให้แม่ครัวทำเป็นขนม ของหวานให้เด็กทานกัน

เป็นความสุขทางใจ ที่ได้เห็นเด็กๆหลายร้อยคน ทานกล้วยที่เราดูแลมากับมือ คิดแล้วอิ่มบุญ จนน้ำตาจะไหล  ร้องไห้ ร้องไห้

จนป่านนี้ผมยังไม่ได้ขายผลผลิตเลย เพราะตั้งใจปลูกส่งทางโรงเรียนไปตลอดครับ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า

นาย ศุภกิจ [Bryan] 086-649-7727 Line ID: 9bryan

:[มีด จอบ ตราจรเข้]:มาใหม่ ส.ค.56
pon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 905


« ตอบ #14 เมื่อ: มกราคม 13, 2013, 02:09:25 AM »

เบื่อที่สุด ทำอะไรแล้วต้องง้อคนเนี่ย

 ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8105


« ตอบ #15 เมื่อ: มกราคม 13, 2013, 09:26:19 AM »

เบื่อที่สุด ทำอะไรแล้วต้องง้อคนเนี่ย

 ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์

เช่นกันครับ
โดยเฉพาะการหาตลาด  การไปอ้อนวอนให้เขารับซื้อ  และการที่ถูกกดราคา
ดังนั้น ปลูกเอง กินเอง  กินไม่หมดก็แจก บริจาค หรือทำปุ๋ย
คิดอย่างนี้และทำอย่างนี้แล้วจะสบายใจ  เดี๋ยวก็มีคนมาง้อเราเอง (ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องดิ้นรน)
แต่ถ้าร้อนเงิน จะหาตลาดให้ได้ ก็ต้องยอมถูกกดราคา
ข้อสำคัญมันอยู่ที่การเริ่มต้น
ถ้ากู้เขามาลงทุน ก็ต้องดิ้นรนและง้อคน ซึ่งอาจจะทำให้เป็นทุกข์
แต่ถ้าทำแบบพอเพียง ค่อยเป็นค่อยไป ลงทุนไม่มาก ก็ไม่ต้องเดือดร้อนในการคิดจะถอนทุน เดี๋ยวก็มีคนมาง้อ

ข้างล่างนี้คือตัวอย่างครับ
อ้างถึง
   
Re: ปลูกมะรุมขายฝัก
ไปพบว่าที่แม่ยายที่สุรินทร์ เก็บฝักขาย แม่ค้าเหมาหมด เอ่อ อยากทราบว่า มะรุมออกลูกทั้งปีมั้ยครับ อุตส่าห์บอกว่าที่แม่ยายเก็บเมล็ดไว้ให้ รึว่าจะไปหาอีกที ไปตัดเอาต้นโตๆมาชำเลย!!!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 13, 2013, 09:48:56 AM โดย phalikhit » บันทึกการเข้า

บิฑบาตร  ขาด"ร"หลัง  อย่าพลั้งใส่
บาตนั้นไซร้  มี"ร"ตาม  งามภาษา
อนุญาติ  พินทุอิ  อย่าใส่มา
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: