หน้า: 1 ... 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 [14] 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บ้านไร่ถิ่นอุดม นาข้าว ไผ่ และอินทผลัม อ.ชุมแพ ขอนแก่น  (อ่าน 224067 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
yudhapol
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1925


« ตอบ #208 เมื่อ: กันยายน 19, 2013, 08:42:45 PM »

ขอคำแนะนำหน่อยครับ
ถ้าจะซื้อกล้องมาถ่ายภาพธรรมชาติ
ภาพต้นไม้ใบหญ้า สัตว์เล็กสัตว์น้อย
Nikon D5200 จะเหมาะและคุ้มค่าไหมครับ
และใช้เลนส์ขนาดไหนดี
ขอบคุณครับ

ขอบคุณท่านพี่ที่ให้เกียรติครับ Nikon D5200 ตัวนี้เท่าที่ผมลองดูสเปคกับราคาแล้วก็คุ้มค่าครับ แต่ถ้าจะให้ดีควรเปลี่ยนเลนส์จาก 18-55 เป็น 18-105 ครับเพราะจะถ่ายได้สนุกขึ้น ช่วยทำให้ได้ภาพใหญ่ขึ้นเวลาถ่ายสัตว์หรือดอกไม้เล็ก ๆ ครับ แต่ราคาก็จะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 6000 บาทครับ ตัวสีแดงน่ะสวยนะครับ
เอาภาพมายั่วน้ำลาย  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม


ภาพตัวอย่าง

ทำ effect ในกล้องได้ด้วย

เวลาไปซื้ออย่าลืมขอลองเลนส์ทั้งสองตัวนะครับจะได้เลือกว่าเลนส์ตัวไหนที่ชอบครับ

ขอบคุณมากครับ ตอบเร็วทันใจ
ช่วยในการตัดสินใจได้อย่างดีเลย





คุณพี่สุราชัยครับ ทำไมไม่ถามน้องธีระพงศ์ กวางเหลียงหลังคนนี้บ้างเรื่องกล้องถือว่าเป็นเต้ยเหมือนกัน
อย่างสามรูปข้างบนสรุปเลยว่า เอฟเฟคไม่ต้อง.กล้องไม่เอา...คร้าบ..
ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

จารย์ยุด รูปกลางน่ะเขาให้ดูสีผิวคนว่าตอนนี้ Nikon ก็ทำสีผิวได้ดีเหมือนกันไม่เพี้ยนมากเหมือนเมื่อก่อนนี้ครับ โกรธ โกรธ โกรธ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 20, 2013, 06:20:35 AM โดย seri » บันทึกการเข้า

Tunjo
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 75


« ตอบ #209 เมื่อ: กันยายน 20, 2013, 12:54:15 AM »

สวัสดีครับอาจารย์ ตามอ่านตั้งแต่ต้นจนถึงหน้าปัจจุปัน ได้ประโยชน์มากครับ
เลยตามมาให้กำลังใจอีกแรง และขอเก็บแรงบันดาลใจกลับไปด้วยครับ
หวังว่าอนาคตคงจะมีสวนเป็นของตัวเองบ้างครับ  ยิ้มเท่ห์

ยินดีต้อนรับครับ ชมสวนตามสบายเลยนะครับ เอาใจช่วยให้มีสวนของตัวเองเร็ว ๆ นะครับ  รีบ ๆ นะครับที่ดินแพงขึ้นทุกวัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 20, 2013, 06:10:35 AM โดย seri » บันทึกการเข้า
ธีรวัจน์
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 441


สวนไผ่พอเพียง(ไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง)


« ตอบ #210 เมื่อ: กันยายน 24, 2013, 09:56:15 PM »

ขอคำแนะนำหน่อยครับ
ถ้าจะซื้อกล้องมาถ่ายภาพธรรมชาติ
ภาพต้นไม้ใบหญ้า สัตว์เล็กสัตว์น้อย
Nikon D5200 จะเหมาะและคุ้มค่าไหมครับ
และใช้เลนส์ขนาดไหนดี
ขอบคุณครับ

ขอบคุณท่านพี่ที่ให้เกียรติครับ Nikon D5200 ตัวนี้เท่าที่ผมลองดูสเปคกับราคาแล้วก็คุ้มค่าครับ แต่ถ้าจะให้ดีควรเปลี่ยนเลนส์จาก 18-55 เป็น 18-105 ครับเพราะจะถ่ายได้สนุกขึ้น ช่วยทำให้ได้ภาพใหญ่ขึ้นเวลาถ่ายสัตว์หรือดอกไม้เล็ก ๆ ครับ แต่ราคาก็จะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 6000 บาทครับ ตัวสีแดงน่ะสวยนะครับ
เอาภาพมายั่วน้ำลาย  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม


ภาพตัวอย่าง

ทำ effect ในกล้องได้ด้วย

เวลาไปซื้ออย่าลืมขอลองเลนส์ทั้งสองตัวนะครับจะได้เลือกว่าเลนส์ตัวไหนที่ชอบครับ

ขอบคุณมากครับ ตอบเร็วทันใจ
ช่วยในการตัดสินใจได้อย่างดีเลย





คุณพี่สุราชัยครับ ทำไมไม่ถามน้องธีระพงศ์ กวางเหลียงหลังคนนี้บ้างเรื่องกล้องถือว่าเป็นเต้ยเหมือนกัน
อย่างสามรูปข้างบนสรุปเลยว่า เอฟเฟคไม่ต้อง.กล้องไม่เอา...คร้าบ..
ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

จารย์ยุด รูปกลางน่ะเขาให้ดูสีผิวคนว่าตอนนี้ Nikon ก็ทำสีผิวได้ดีเหมือนกันไม่เพี้ยนมากเหมือนเมื่อก่อนนี้ครับ โกรธ โกรธ โกรธ


ผมก็ใช้กล้องตัวนี้อยู่ครับ(D5200)เลนส์18 -55 ภาพถูกใจครับ ลูกเล่นค่อนข้างเยอะ(สำหรับผม) กะลังหางบเปลี่ยนเลนส์อยู่ 18 - 105 คงจะถ่ายสนุกขี้นนะครับ เพราะเวลาถ่ายแมลงจะได้ไม่ต้องเข้าใกล้เท่าไร
บันทึกการเข้า
pranod99
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1503


« ตอบ #211 เมื่อ: กันยายน 27, 2013, 05:10:22 AM »

แวะมาเยี่ยมชมสวนครับ  และโรงเรียนอาจารย์ผมก็เคยไปใช้บริการแวะพักทานข้าวเช้าก่อนไปเที่ยวภูเรือ เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว ขอขอบคุณคณะครูที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดียิ่งเลยครับ

ยินดีครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 27, 2013, 06:52:17 AM โดย seri » บันทึกการเข้า
seri
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 672


« ตอบ #212 เมื่อ: ตุลาคม 23, 2013, 09:35:02 PM »

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้ามาอัฟข้อมูลครับ ปิดเทอมก็ตะลุยทำงานในสวนตอนเย็นก็เหนื่อย นอนหลับเป็นตายเลยครับ กำลังสางกอไผ่เตรียมจะทำหน่อนอกฤดู พอสางกอออก เอ๋ะทำไมยอดมันหัก แบบนี้


ดูใกล้ ๆ เป็นแบบนี้


ต่อไปก็พัฒนาเป็นแบบนี้


นี่เลยครับตัวการ


ผ่าแม่นไปหน่อยขาดกลางตัวเลย สมน้ำหน้า


บันทึกการเข้า
seri
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 672


« ตอบ #213 เมื่อ: ตุลาคม 23, 2013, 09:57:54 PM »

เคยเจอตัวครับแต่วันนั้นไม่ได้ถ่ายรูปไว้เลยขอยืมรูปคุณชาวนามาให้ดูหน้าตาครับ
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=49118.15


ข้อมูลจากเวบ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ครับ http://www.dnp.go.th/fig/pests/others/cyrtotrachelus_t.htm
ชื่อสามัญ: ด้วงงวงเจาะหน่อไม้ไผ่
วงศ์: Curculionidae

ความสำคัญ:
ด้วงงวงเจาะหน่อไม้ไผ่ ใช้ปากที่เป็นงวงแข็งเจาะหน่อไม้ไผ่เพื่อกินอาหารและวางไข่ ทำให้เกิดเป็นรอยแผลขึ้นที่หน่อ เป็นช่องทางสำหรับการเข้าทำลายของเชื้อโรคต่างๆ เช่น เชื้อบักเตรี หรือเชื้อรา อันเป็นสาเหตุของโรคหน่อเน่า มีกลิ่นเหม็น และมีแมลงวันเข้าทำลายซ้ำ (จุฑารัตน์ และคณะ, 2535) หรือโรคหน่อแห้ง ทำให้หน่อไม้เสียหาย ตัวหนอนที่ฟักจากไข่จะชอนไชทำลายเนื้อเยื่อของหน่ออย่างรุนแรง ทำให้หน่อเน่าเสีย เนื่องจากเชื้อบักเตรี (soft rot bacteria, Erwinia carotovora) (Attajarusit et., 1996) และตัวหนอนเจาะผ่านข้อและปล้องทำให้เกิดเป็นโพรงปลายหน่อ และยอดของลำต้นเน่า เกิดการแตกกิ่งกานมากมาย (รูปที่ 1) ลำมีขนาดสั้นไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ตัวหนอนเพียง 1 ตัว สามารถทำลายหน่อได้ทั้งหน่อ (Browne, 1968) และหากการทำลายเกิดขึ้นในช่วงปลายฤดูกาล คือเดือนสิงหาคมหรือกันยายน ซึ่งเป็นระยะที่หน่อยืดตัวเกือบเต็มที่แล้ว ส่วนยอดของไผ่จะหักเพราะถูกหนอนด้วงงวงทำลาย เกิดการแตกกิ่งก้าน รวมถึงการสูญเสียความทนทาน และเชื้อราเข้าทำลายง่ายไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้

พืชอาหาร:
ไม้ไผ่ที่ได้รับความเสียหายจากด้วงงวงเจาะหน่อไม้ไผ่ คือ ไผ่ซาง (Dendrocalamus strictus Nees) ไผ่เป๊าะ (D. giganteus Munro) ไผ่ตง (D. asper Back.) ไผ่ผากมัน (Gigantochloa hasskarliana Back. ex K. Heyne) ไผ่สีสุก (Bambusa blumeana Schult) ไผ่ป่า (B. arundinacea Willd.)ไผ่บงใหญ่ (B. randisii Kurz) ไผ่เลี้ยง (B.nana Boxb.) ไผ่รวก (Thyrsostachys siamensis Gamble) และไผ่ข้าวหลาม (Cephalostachyum pergracile Munro) (ฉวีวรรณ และสุรชัย, 2533; สุรชัย และชาติชาย, 2533; Choldumrongkl, 1994; Hutacharern and Tubtim, 1995 ) ยอดของต้นจั๋ง (Rhapis excelsa (Thunb.)) และปาล์มบางชนิด เป็นอาหารของด้วงงวงชนิดนี้ด้วย (สมหมาย, 2536) ในประเทศจีนพบว่าด้วงงวงเจาะหน่อไม้ไผ่ (Cyrtotrachelus sp.) ทำลายหน่อของไผ่ 7 ชนิดในสกุล Phyllostachys (Xu, 1985a) ในประเทศไทยมีไม้สกุลเดียวกันนี้คือ เมปเว (P. bawacamus) และ ปางปุก (P. mannii) อยู่ในวงศ์ Gramieae ซึ่งเป็นวงค์เดียวกับไม้ไผ่ (เต็ม , 2523) แต่ยังไม่ปรากฏรายงานการทำลายของด้วงงวงชนิดนี้ในไม้สกุลดังกล่าว Singh และ Bhandari (1988) พบว่าด้วงงวงชนิด C. dux และ C. longimanus เป็นศัตรูที่สำคัญของไผ่ซาง และไผ่ชนิดอื่นๆอีกหลายชนิดในประเทศอินเดีย

ลักษณะทั่วไป:
ตัวเต็มวัย ของด้วงงวงเจาะหน่อไม้ไผ่ทั้งสองชนิด คือ

Cyrtotrachelus longimanus เป็นด้วงงวงที่มีขนาดใหญ่ (รูปที่ 2) ความยาวเฉลี่ยวัดจากโคน จะงอยปากถึงปลายท้อง 3.14 เซนติเมตร ในเพศเมีย และ 2.92 เซนติเมตร ในเพศผู้ มีสีน้ำตาล ถึงสีดำเป็นมัน ส่วนอกมีขนาดประมาณครึ่งหนึ่งของลำตัว และมีจุดสีดำขนาดประมาณ 1.0 เซนติเมตร จุดสีดำนี้มีรูปร่างลักษณะแตกต่างกัน เช่น เป็นรูปใบโพธิ์ รูปหยดน้ำ หรือสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน บางตัวมีสีดำตลอดทั้งตัว มีจะงอยปากที่เป็นงวงยาวและแข็งแรง มีรอยหยักเหมือนฟันที่ด้านบนของจะงอยปาก หนวดสีดำแบบหักข้อศอก ปล้องสุดท้ายของหนวดเป็นแผ่นแบนรูปสามเหลี่ยม ปีกแข็งมีร่องตื้นๆ ตามความยาวของปีก และมีสีเข้มกว่าส่วนอก ปลายปีกตัดและคลุมส่วนท้องไม่มิด ขาคู่หน้ามีขนสีน้ำตาลยาวและหนา จำนวน 2 แถวทอดไปตามความยาวของส่วนทิเบีย ส่วนขาคู่กลางและคู่หลัง สั้นกล่าขาคู่หน้าเล็กน้อย แต่ก็มีขนบางๆ ที่ส่วนของทิเบียเช่นกัน ส่วนที่ข้อต่อของฟีเมอร์ และทิเบีย มีหนามแหลม 1 อัน ทาร์ซัส ฟอร์มูล่า เป็น 3-3-3 โดยปล้องสุดท้ายที่ติดกับเล็บมีรูปร่างคล้ายหัวใจ และปลายขามีเล็บยาวและคม รูปร่างคล้ายตะขอ

ส่วน Cyrtotrachetus dichrous (รูปที่ 3) ตัวเต็มวัยเพศผู้มีขนาดใหญ่กว่าเพศเมียอย่างเห็นได้ชัด โดยเพศเมียมีขนาดเฉลี่ย 3.55 เซนติเมตร และเพศผู้ขนาด 4.09 เซนติเมตร สีน้ำตาลหรือสีดำเป็นมัน ส่วนอกขนาดประมาณครึ่งหนึ่งของลำตัว มีจุดสีดำกลางอกรูปร่างต่างๆ เช่นเดียวกับ C. longimanus จะงอยปากมีความแข็งแรง และมีรอยหยักคล้ายฟันเลื่อยที่ด้านบนของจะงอยปาก ปีกมีสีเข้มกว่าอกและมีร่องตื้นๆ ตามความยาวของปีก ปลายปีกคลุมส่วนท้องไม่มิด ทำให้เห็นส่วนปลายท้องชัดเจนเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ขาคู่หน้ามีขนสีน้ำตาลยาว และหน้า 2 แถว ที่ด้านในของทิเบีย มีหนามแหลมที่ข้อต่อระหว่างฟีเมอร์และทิเบีย ขาทั้งสามคู่ของเพศเมียมีขนาดใกล้เคียงกัน เพศผู้ขาคู่หน้ายาวกว่าขาคู่กลางและหลังมากกว่า 2 เท่า ทาร์ซัส ฟอร์มูล่า มีจำนวน 3-3-3 และปล้องสุดท้ายมีรูปร้างคล้ายหัวใจ ปลายขามีเล็บที่มีรูปร้างคล้ายตะขอ

ไข่ มีสีขาวครีม รูปร่างยาวรีคล้ายแคปซูล ยาวประมาณ 0.5 เซนติเมตร (รูปที่ 4)

ตัวหนอน ลำตัวอ้วนไม่มีขา ตัวหนอนที่เพิ่งฟักจากไข่มีสีขาวครีม หัวสีน้ำตาล ยาว 0.5-0.8 เซนติเมตร ตัวหนอนโตเต็มที่ยาวประมาณ 6.0 เซนติเมตร และสีของตัวหนอนจะเปลี่ยนจากสีขาวครีมเป็นสีน้ำตาลอมเหลือง (รูปที่ 5) เมื่อตัวหนอนโตเต็มที่ใกล้เข้าดักแด้

ดักแด้ รูปร่างแบบตัวเต็มวัยสีขาวครีมขนาด 4.0-5.0 เซนติเมตร อยู่ภายในปลอกที่ตัวหนอนสร้างขึ้นจากใบไม้ หรือใบไผ่ผสมดิน รูปร่างคล้ายลูกรักบี้ ขนาดของปลอกดักแด้ยาวประมาณ 5.0-6.0 เซนติเมตร และมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3.0 เซนติเมตร (รูปที่ 6)

ชีวประวัติและนิสัย:
พฤติกรรมการกินอาหารของตัวเมีย ตัวเต็มวัยจะออกหากินในเวลากลางวัน เริ่มตั้งแต่ 09.00 น. เป็นต้นไป ลักษณะการกินอาหารของแต่ละเพศจะต่างกัน เพศเมียจะกินอาหารจุและมีความเชื่องช้ากว่าเพศผู้ ในขณะที่กินอาหารตัวเต็มวัยจะแทงส่วนของปาก ที่มีลักษณะยื่นยาวออกคล้ายงวง และมีความแข็งแรงแทงทะลุผ่านกาบเข้าไปจนถึงส่วนของเนื้อหน่อ เพื่อดูดน้ำเลี้ยงภายในหน่อ สุรชัย และชาติชาย (2533) พบว่าจุดที่ด้วงใช้อาศัยกินอาหารจะกระจายอยู่ในระดับ 50-100 เซนติเมตรจากยอด โดยปกติแล้วด้วงใช้เวลาในการเจาะดูดกินอาหารในจุดเดียวกันเป็นเวลานานๆ แต่เมื่อถูกรบกวน ตัวเต็มวัยจะบินหนีหรือทิ้งตัวลงสู่พื้นดิน หน่อที่มีรอยถูกตัวเต็มวัยเจาะทำให้หน่อมีการชะงักการยืดตัว (Stebbing, 1914)

การผสมพันธุ์ ตัวเต็มวัยที่ออกจากดักแด้ จะคลานขึ้นจากดิน โดยการกระตุ้นของฝนที่ตกหนักในช่วงต้นฤดูฝน และมีชีวิตอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน โดยในช่วงแรกตัวเต็มวัยยังไม่สามารถบินได้ไกล และการผสมพันธุ์จะเกิดขึ้นในสัปดาห์แรกที่ตัวเต็มวัยปรากฏ โดยตัวเต็มวัยเพศผู้จะเป็นฝ่ายบินหาตัวเมียเพื่อผสมพันธุ์ ในขณะที่ผสมพันธุ์ตัวเต็มวัยเพศเมียยังคงเกาะกินอาหารที่ปลายหน่ออยู่ ซึ่งมักเป็นหน่อที่ยืดตัวอยู่ในระดับสูงเกินกว่า 5 เมตร และเป็นเรื่องปกติที่จะพบตัวเต็มวัยเพศผู้มากกว่า 1 ตัวบนหน่อเดียวกัน (รูที่ 2) ในขณะที่เกิดการผสมพันธุ์ระยะเวลาที่ใช้ในการผสมพันธุ์แตกต่างกัน เช่น ใช้เวลา 3.25 นาที (Xu, 1985b) และ 2.4 ชั่วโมง สำหรับด้วงงวงชนิด C. dichrous (Attajarusit et al., 1996)

การวางไข่ Stebbing (1914) พบว่าตัวเต็มวัยเพศเมียใช้เวลาประมาณ 5 สัปดาห์จากช่วงที่ขึ้นจากพื้นดินจนถึงวางไข่ โดยที่ตัวเต็มวัยเพศเมียที่ได้รับการผสมพันธุ์แล้ว จะวางไข่ครั้งละ 1 ฟอง ด้วยการใช้ปากที่เป็นงวงแข็งแรงแทงทะลุกาบหน่อปรากฏเป็นรูชัดเจน จนถึงเนื้อของหน่อไม้ ซึ่งมีความลึกประมาณ 0.5-1.0 เซนติเมตร แล้วสอดอวัยวะวางไข่เข้าไปในรู และวางไข่รูละ 1 ฟอง โดยไข่จะวางอยู่ภายในร่องที่ตัวเต็มวัยทำไว้ตามแนวดิ่งยาว 1.0-2.0 เซนติเมตร ลึกประมาณ 0.1-0.2 เซนติเมตร ลักษณะปากรูที่ด้วงใช้วางไข่ และปากรูที่ด้วงใช้เจาะกินอาหาร จะมีลักษณะที่แตกต่างกันเล็กน้อย กล่าวคือรูที่ด้วงใช้วางไข่จะมีขุยไม้หยาบๆ ติดอยู่ (รูปที่ 7) ส่วนรูที่ด้วงใช้หาอาหารมีลักษณะคล้ายของแหลมแทง (สุรชัย และชาติชาย 2533) Xu (1985b) พบว่าตัวเมีย 1 ตัวสามารถวางไข่ได้มากกว่า 10 ฟอง และพบมากที่สุด 80 ฟอง โดยอาจวางไข่ในหน่อเดียวกัน หรือต่างหน่อก็ได้ จากการสำรวจของสุรชัย และชาติชาย (2533) ในเดือนสิงหาคม พบหน่อไผ่ซางความยาว 128 เซนติเมตร มีไข่ด้วงงวงจำนวน 11 ฟอง กระจายอยู่ในระดับ 36-62 เซนติเมตรจากยอด และพบว่า ปกติแล้วไข่ของด้วงบนไผ่ซางและไผ่ผากมัน จะกระจายอยู่อย่างหนาแน่นในระดับไม่เกิน 100 เซนติเมตรจากยอด และไม่พบเลยในระดับ 180 เซนติเมตรจากยอด

พฤติกรรมการกินอาหารของตัวหนอน ไข่ของด้วงงวงเจาะหน่อไม้ไผ่ C. longimanus ใช้เวลา 3-5วัน (สมหมาย, 2536) แต่ C. dichrous ใช้เวลา 2 วัน (Attajarusit et al., 1996) จึงฟักเป็นตัวหนอน ตัวหนอนเมื่อฟักจากไข่จะเริ่มเจาะเข้าสู่เนื้อหน่อไม้ ในบริเวณที่ยังมีความอ่อนนุ่ม เช่นบริเวณใกล้กับข้อ แต่มีตัวหนอนบางตัวเจาะไปตามผิวของหน่อไม้ไผ่ภายใต้กาบเห็นเป็นทางยาว 2.0-6.0 เซนติเมตร จากจุดที่วางไข่ (รูปที่ เจ๋ง ก่อนที่ตัวหนอนจะเจาะทะลุเนื้อเยื่อเข้าสู่ภายในปล้อง และตัวหนอนจะเริ่มเจาะกินเนื้อเยื่อภายใน จนเกิดเป็นทางไปตามผนังด้านในของปล้องจนทะลุข้อ มีทิศทางขึ้นสู่ยอด (รูปที่ 9) เนื่องจากการยืดตัวของหน่อเป็นไปอย่างรวดเร็วมาก ดังนั้นการเจาะและระยะของตัวหนอน จะเกิดขึ้นแข่งกับการยืดตัวของหน่อ แต่เนื่องจากการที่หน่อได้รับความเสียหายจากด้วงเจาะรูเพื่อวางไข่ หรือเพื่อหาอาหารก็ตาม ทำให้การยืดของหน่อลดลง จากการศึกษาของ Beeson (1961) พบว่าในบางช่วงสามารถพบรูของตัวหนอนในหน่อไผ่อยู่ในช่วงระหว่าง 1-15 ฟุต โดยขนาดของรูที่พบภายในลำหรือหนอไผ่ จะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นตามระยะการเจริญเติบโตของตัวหนอน ฉวีวรรณ และสุรชัย (2533) พบว่าตัวหนอนของด้วงงวง C. longimanus จะอาศัยกินอาหารอยู่ในหน่อไผ่ซางจนกระทั่งโตเต็มที่ใช้เวลาทั้งสิ้น 20-28 วัน ในเขตอำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี แต่ในท้องที่จังหวัดตาก ตัวหนอนของด้วงงวง C. dichrous จะใช้เวลากินอาหารอยู่ในหน่อของไผ่ตง 8-15 วัน (Attajarusit et al., 1996) โดยทั่วไปพบว่าหน่อไผ่แต่ละหน่อจะมีตัวหนอนโตเต็มที่เพียง 1-2 ตัวเท่านั้น แต่ในไผ่ตง จุฑารัตน์ และคณะ (2535) พบว่าเมื่อมีการระบาดมากจะพบตัวหนอน C. dichrous จำนวน 4-5 ตัวต่อหน่อ ส่วนใหญ่จะพบตัวหนอนเพียง 1 ตัวต่อหน่อ ทั้งนี้เนื่องจากตัวหนอนจะกัดกินกันเอง จนเหลืออยู่เพียงตัวเดียว (สุรชัย และชาติชาย, 2533 และ Xu, 1985b)

การเข้าดักแด้ ตัวหนอนที่โตเต็มที่ พร้อมที่จะเข้าดักแด้ จะเจาะย้อนลงมาจากจุดที่ตัวหนอนอาศัยกินอาหารเล็กน้อย ลำตัวจะหดสั้นและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล พร้อมกับที่ตัวหนอนกัดที่ผนังหน่อไม้จนเกิดเป็นรูขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5-2.0 เซนติเมตร ทะลุกาบหน่อ (รูปที่ 10) ปกติรูที่ตัวหนอนกัดออกเพื่อเข้าดักแด้มักอยู่สูงจากจุดที่วางไข่ในระดับ 0.3-3.0 เมตร และทิ้งตัวในลักษณะเป็นเกลียวสว่านเจาะลงสู่พื้นดิน ในบริเวณใกล้กอไผ่นั้น (จุฑารัตน์ และคณะ, 2535) แต่หน่อในช่วงเดือนกันยายนที่เป็นหน่อปลายฤดูฝน ซึ่งมีขนาดเล็กและยาวมาก ตัวหนอนจะกัดหน่อจนยอดหักและขาดหล่นลงสู่พื้นดินพร้อมกับยอดหน่อนั้น และตัวหนอนจึงจะเจาะเข้าสู่ดิน (รูปที่ 11) ความลึกของพื้นดินที่ตัวหนอนเจาะเพื่อเข้าดักแด้ อยู่ในระหว่าง 15-30 เซนติเมตร และมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.5-3.0 เซนติเมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพดิน หากมีลักษณะร่วนซุย ตัวหนอนสามารถเจาะได้ลึก บางครั้งพบว่าสามารถเจาะได้ลึกกว่า 50 เซนติเมตร โดยทิศทางของรูทำมุมเล็กน้อยกับแนวดิ่ง ตัวหนอนจะสร้างรูแตกแขนงออกไป แต่ละรูมีช่องเปิดของตัวเอง ตัวหนอนจะใช้เวลาขึ้นลงในรูนั้นเป็นเวลา 2-3 วัน เพื่อเก็บใบไม้ เศษวัชพืชในบริเวณใกล้เคียง เพื่อสร้างเป็นปลอกดักแด้ หลังจากได้ใบไม้เพียงพอแล้ว ตัวหนอนของด้วงงวงจะอุดปากรูด้วยเศษใบไม้หรือใบไผ่ เพื่อที่ตัวหนอนจะลอกคราบ และเข้าดักแด้ ซึ่งใช้เวลา 1 สัปดาห์ในการเปลี่ยนเป็นดักแด้ ใช้เวลา 3-4 สัปดาห์ จึงมีการเปลี่ยนเป็นด้วงวัยอ่อนในเดือนกันยายน แต่ตัวด้วงนี้ยังคงอาศัยอยู่ในดินเป็นเวลา 10 เดือน จนกระทั่งฤดูฝนในปีถัดไป น้ำฝนที่ตกลงมาทำให้ดินชุ่มชื้น ผนังของปลอกดักแด้อ่อนนุ่ม (Beeson, 1961) และกระตุ้นให้ด้วงออกจากปลอกดักแด้ บินออกผสมพันธุ์และวางไข่ต่อไป ส่วนตัวหนอนของ C. dichrous ใช้เวลา 45-50 วัน จึงเปลี่ยนเป็นด้วงวัยอ่อน และอาศัยอยู่ในดิน 7-9 เดือน จึงออกเป็นตัวเต็มวัย หลังจากการกระตุ้นของฝนครั้งแรกในปีถัดไป (Attajarusit et al., 1996)

วงจรชีวิต:
วงจรชีวิตจากระยะไข่จนเป็นตัวเต็มวัยของด้วงงวง C. longimanus ใช้เวลาทั้งสิ้น 1 ปี คือ ไข่ ใช้เวลา 3-5 วัน ตัวหนอน 20-28 วัน ดักแด้ 3-4 สัปดาห์ ตัวด้วงวัยอ่อน 10 เดือน (สุรชัย และชาติชาย, 2533; ฉวีวรรณ และสุรชัย, 2533) ส่วนด้วงงวง C. dichrous ไข่ใช้เวลา 2 วัน ตัวหนอนมี 4 ระยะใช้เวลา 8-15 วัน (2-3, 2-3, 2-4 และ 3-5 วัน ตามลำดับ) ตัวหนอนเตรียมเข้าดักแด้ 2-5 วัน ดักแด้ 45-50 วัน และตัวด้วงวัยอ่อน 7-9 เดือน (Attajarusit et al., 1996)

การป้องกันกำจัด:
ในกรณีของไม้ไผ่ไม่ควรนำวิธีเคมีมาใช้ในการป้องกันกำจัดด้วงงวงเจาะหน่อไม้ไผ่นี้แม้จะได้ผลดีก็ตาม เนื่องจากหน่อไม้ไผ่มักเป็นอาหารของมนุษย์ และสัตว์ป่า ซึ่งอาจได้รับอันตรายได้ ดังนั้นวิธีการที่ดี คือ การหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีทุกกรณี สมหมาย (2536) ได้เสนอแนะการไถพรวนรอบกอไผ่ เพื่อทำลายดักแด้ของด้วงในดิน แต่ค่อนข้างจะไม่คุ้มค่า และได้แนะนำให้เก็บไข่ ตัวหนอน ดักแด้ และตัวเต็มวัยมาทำลาย นอกจากนี้การใช้แมลงห้ำกินไข่ด้วง หรือการใช้ไส้เดือนฝอย (Steinernema carpocapsae) ในอัตรา 8x106 ตัวต่อพื้นที่ 10 ตารางเมตร ราดโคนกอไผ่ในเดือนสิงหาคมถึงกันยายน สามารถทำลายตัวหนอน C. dichrous ก่อนเข้าดักแด้ได้ถึง 100% (Attajarusit et al., 1996) และ Beeson (1961) ได้สังเกตว่าพันธุ์ไผ่ที่มีลักษณะกอแน่นจะได้รับความเสียหายจากการเจาะทำลายของด้วงงวงชนิดนี้อย่างหนัก แต่การทำลายจะน้อย หากมีการตัดสางลำเพื่อขยายระยะ ดังนั้นหากมีการตัดสางลำ ไม่ปล่อยให้มีลำไผ่หนาแน่นนัก ก็จะช่วยในการป้องกันกำจัดได้ แต่จากการศึกษาโดยใช้วนวัฒนวิธีกับไม้ไผ่รวก โดยการตัดสางลำออกในระดับต่างๆ เพื่อให้กอมีลักษณะโปร่ง พบว่าไม่มีผลต่อปริมาณการทำลายของด้วงงวงเจาะหน่อไม้ไผ่สำหรับไผ่รวก (สุรชัย และวิโรจน์, 2536)
Last updated: 2000.07.18, Robert Cunningham
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 23, 2013, 10:11:08 PM โดย seri » บันทึกการเข้า
seri
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 672


« ตอบ #214 เมื่อ: ตุลาคม 23, 2013, 10:07:46 PM »

ผมลองทำแบบที่เวบกรมอุทยาน ฯ แนะนำคือไม่ใช้ยาฆ่าแมลงฉีดแต่ใช้วิธีตามเก็บตัวอ่อนตามยอดหน่อไม้ได้ประมาณ เกือบสิบตัว ส่วนที่ลงดินไปแล้วก็ลองเอาเมธาไรเซียมพ่นตามกอดูไม่ทราบว่าจะได้ผลหรือเปล่าเพราะดูตามดินรอบ ๆ ไม่เห็นรูที่หนอนไซลงไปคงจะฝนตกแล้วดินไหลปิดหมดแล้ว
บันทึกการเข้า
ปานเทพ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2827


« ตอบ #215 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2013, 05:44:53 AM »

จับกี่โลดครับ

บ่กล้ากินดอกครับ เป็นตาย่านโพด  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 27, 2013, 08:08:11 PM โดย seri » บันทึกการเข้า

สวนมะม่วงโบราณผักหวานป่านาอินทรีย์
1/1ม.13 บ้านสันติสุข ต.เมืองใหม่ อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู
to 0807685579
nopmtp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2136


« ตอบ #216 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2013, 10:50:12 PM »

   รอดูข้าวนาโยนของอาจารย์เสรีอยู่ครับ    ว่างๆรบกวนเอามาอัพให้ชมด้วยนะครับอาจารย์

ปีนี้ข้าวไม่สวยเลยครับ ขอบคุณมากครับที่แวะมาเยี่ยมเยือนตลอด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 01, 2013, 06:29:44 AM โดย seri » บันทึกการเข้า
cocogogoh
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11


« ตอบ #217 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2013, 07:18:37 PM »

รอติดตามผลงาน อายจัง เป็นกำลังใจให้นะครับ

ขอบคุณมากครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 01, 2013, 06:27:42 AM โดย seri » บันทึกการเข้า
seri
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 672


« ตอบ #218 เมื่อ: ตุลาคม 31, 2013, 11:40:32 AM »

ข้าวนาโยนปีนี้มีข้อผิดพลาดเยอะครับ คือหลังจากโยนแลัวไม่ได้เอาน้ำเข้านารอฝนตก ฝกก็ไม่ตกเลยประมาณ 1 เดือนทำให้ข้าวชะงักการเจริญเติบโต พอฝนมาก็มามากจนท่วมยอดข้าว ข้าวก็ยืดหนีน้ำแตกใบอ่อนหนอนก็มากินใบข้าวอีก พอน้ำไม่มีหญ้าก็ขึ้นเยอะจนไม่รู้ว่าไหนข้าวไหนหญ้า ออกดอกก็ออกไม่พร้อมกัน สรุปปีนี้ถ้าได้ 10 กระสอบปุ๋ยถือว่าดีที่สุดครับ


ส่วนที่มีน้ำขังก็งามดี(ด้านซ้าย) ส่วนที่ไม่มีน้ำขังหลังจากโยนก็แคระแกรน (ด้านขวา)


ส่วนนี้โดนหนอนกินเพราะไม่ได้ฉีดยาครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 31, 2013, 11:45:07 AM โดย seri » บันทึกการเข้า
Seksun_56
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 639


« ตอบ #219 เมื่อ: ตุลาคม 31, 2013, 11:35:00 PM »

การทำนาปลูกข้าวนี่มันยากแท้นะครับอาจารย์ ที่บ้านเลิกทำนาไปนานแล้ว สู้นกกับหนูไม่ไหว เลยตัดสินใจซื้อเขากินดีกว่า

มันเป็นศิลปะอย่างหนึ่งครับ ผมว่ามันก็ท้าทายดีครับและเราก็ไม่ได้ทำเป็นอาชีพมันคล้าย ๆ กึ่งการทดลองครับพออ่านเจอว่าเพื่อน ๆ เขาทำกันยังไงเราก็เอาไปปรับใช้ดูครับ แถวนี้ไม่มีปัญหานกกับหนู เพราะว่าไม่ได้ทำนาติดต่อกันตลอดทั้งปี ทำได้เฉพาะนาปีเท่านั้นหน้าแล้งหนูมันไม่มีอาหารกินมันก็เลยไม่อยู่ครับมันจะอพยพไปอยู่แถวที่เขาทำนากันตลอดปีทางด้านที่ติดกับอำเภอภูเขียวครับ แถวนั้นบางคนเอาสายไฟฟ้าวางซ๊อตหนูตามคันนาเลยครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 01, 2013, 06:24:44 AM โดย seri » บันทึกการเข้า
pooyailee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 641


« ตอบ #220 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2013, 01:03:12 PM »

ขอคำแนะนำหน่อยครับ
ถ้าจะซื้อกล้องมาถ่ายภาพธรรมชาติ
ภาพต้นไม้ใบหญ้า สัตว์เล็กสัตว์น้อย
Nikon D5200 จะเหมาะและคุ้มค่าไหมครับ
และใช้เลนส์ขนาดไหนดี
ขอบคุณครับ

ขอบคุณท่านพี่ที่ให้เกียรติครับ Nikon D5200 ตัวนี้เท่าที่ผมลองดูสเปคกับราคาแล้วก็คุ้มค่าครับ แต่ถ้าจะให้ดีควรเปลี่ยนเลนส์จาก 18-55 เป็น 18-105 ครับเพราะจะถ่ายได้สนุกขึ้น ช่วยทำให้ได้ภาพใหญ่ขึ้นเวลาถ่ายสัตว์หรือดอกไม้เล็ก ๆ ครับ แต่ราคาก็จะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 6000 บาทครับ ตัวสีแดงน่ะสวยนะครับ
เอาภาพมายั่วน้ำลาย  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม


ภาพตัวอย่าง

ทำ effect ในกล้องได้ด้วย

เวลาไปซื้ออย่าลืมขอลองเลนส์ทั้งสองตัวนะครับจะได้เลือกว่าเลนส์ตัวไหนที่ชอบครับ

ขอบคุณมากครับ ตอบเร็วทันใจ
ช่วยในการตัดสินใจได้อย่างดีเลย





คุณพี่สุราชัยครับ ทำไมไม่ถามน้องธีระพงศ์ กวางเหลียงหลังคนนี้บ้างเรื่องกล้องถือว่าเป็นเต้ยเหมือนกัน
อย่างสามรูปข้างบนสรุปเลยว่า เอฟเฟคไม่ต้อง.กล้องไม่เอา...คร้าบ..
ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

จารย์ยุด รูปกลางน่ะเขาให้ดูสีผิวคนว่าตอนนี้ Nikon ก็ทำสีผิวได้ดีเหมือนกันไม่เพี้ยนมากเหมือนเมื่อก่อนนี้ครับ โกรธ โกรธ โกรธ
ราคาD5200+เลนซ 55-105 รวมเท่าไรครับ
บันทึกการเข้า
seri
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 672


« ตอบ #221 เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2013, 08:20:07 AM »

เลนส์ 55-105 คิดว่าไม่มีครับ ที่มีจะเป็น 18-105 VR
ราคาเข้าไปตรวจสอบได้ที่นี่้ครับ
http://shop.worldcamera.co.th/promotion.php ร้านนี้เวลาไปซื้อจริงอาจจะลดได้อีก
บันทึกการเข้า
chalit.k
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 723


« ตอบ #222 เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2013, 02:54:30 PM »

ผมลองทำแบบที่เวบกรมอุทยาน ฯ แนะนำคือไม่ใช้ยาฆ่าแมลงฉีดแต่ใช้วิธีตามเก็บตัวอ่อนตามยอดหน่อไม้ได้ประมาณ เกือบสิบตัว ส่วนที่ลงดินไปแล้วก็ลองเอาเมธาไรเซียมพ่นตามกอดูไม่ทราบว่าจะได้ผลหรือเปล่าเพราะดูตามดินรอบ ๆ ไม่เห็นรูที่หนอนไซลงไปคงจะฝนตกแล้วดินไหลปิดหมดแล้ว

แวะมาชื้นชมผลงานของ อ.เสรี เห็นแล้วชื้นใจไปกับเจ้าของจริงๆ

ขอบคุณมากครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 03, 2013, 08:03:08 AM โดย seri » บันทึกการเข้า
P.Mai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 66


« ตอบ #223 เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2013, 05:16:08 PM »

สวัสดีค่ะอาจารย์  ขอส่งกำลังใจให้อีกหนึ่งแรงค่ะ ชอบการถ่ายภาพของอาจารย์มาก โดยเฉพาะภาพรุ้งกินน้ำ และภาพพระอาทิตย์กำลังตกดิน จะติดตามผลงานต่อไปค่ะ ยิ้ม

ขอบคุณมากครับ ดีใจที่เพื่อน ๆ ชอบภาพที่นำมาให้ดูครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 03, 2013, 08:07:08 AM โดย seri » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 [14] 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: