หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 ... 183   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ความคืบหน้า การใช้โปรตีนสำหรับพืช(happy fruit หน้า 158)  (อ่าน 345975 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
AGRO7
seller1
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1889


« เมื่อ: ธันวาคม 09, 2012, 04:44:13 PM »

รุปด้อกเตอร์ มาหาผมที่บ้านครับ สนใจเอาไปใช้โครงการพระราชดำริ

ผลสรุปการทดลองโปรตีนกับพืช ผมจะค่อยๆสรุปในหน้าแรกนี้ตามคำแนะนำนะครับ

ตอนนี้ที่สูตรนิ่งแล้ว มี 2 สูตร คือ
สูตร 1 เป็นโปรตีน ที่เน้นการแตกใบ การเจริญทางยอด การยืดของลำต้น
การใช้ต้องระวังอย่าใส่เข้มข้นเกิน 1:500 แล้วแต่ชนิดของพืชที่สามารถทนเกลือได้มากน้อยต่างกัน ทางที่ดีใช้ 1:1000 ก่อนค่อยๆปรับความเข้มข้นขึ้น
พืชที่ใช้ได้ดีคือ ข้าว เพราะข้าวขึ้นในน้ำไม่กลัวเค็ม สามารถใช้ได้ถึง 1:500 ทำให้ข้าวลำต้นแข็งแรง สามารถไล่เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้
เพราะกลิ่นอาจจะออกคาวปลาแต่ไม่ถึงกับเหม็นเน่าเหมือนปุ๋ยปลาทั่วไป โปรตีนตัวนี้มีการปรับเติมแร่ธาตุให้แล้ว เน้นราคาย่อมเยาเพื่อลดต้นทุนปุ๋ยเคมี

สูตรนมสด เป็นโปรตีน ที่ผมคิดค้นขึ้นมาเพื่อเร่งการออกดอกของพืช เร่งผล และผมมีปรับเติมสังกะสี เพื่อต้านทานอุณหภูมิ ร้อนจัด หรือหนาวจัด
นอกจากนี้ผมยังใส่วิตามินต่างๆ ซึ่งราคาของวิตมินกิโลละหลายพันบาท
การใช้สามารถใช้ได้ถึง 1:500 เพราะผมปรับความเค็มลดลงแล้ว เหมาะสำหรับไม้ดอกและไม้ผลทุกชนิด

และผมกำลังวิจัยสูตรอื่นที่เสริมความข็งแรงโดยเติมแคลเซียมโบรอน และ พวกสมุนไพรไล่แมลง สูตรนี้ยังไม่เสร็จครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 29, 2015, 11:52:31 AM โดย AGRO7 » บันทึกการเข้า

AGRO7
seller1
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1889


« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2012, 10:22:59 AM »

บางท่านอาจยังไม่ทราบว่าโปรตีนสำหรับพืช คือ อะไร

ต้องค้นกระทู้เก่าที่ผมเคยนำเสนอไว้ เมื่อต้นปี

ตอนนี้มีคนไปทำการทดลอง ต่อ จนได้ผล แต่มีข้อจำกัดบางอย่าง

เช่น ใช้ดีในช่วงระยะเจริญเติบโต (เปรียบเหมือน นมเด็ก ทารก ถึง 1 ปี)

พอช่วงเวลาต้องการติดดอก ออกผล ให้หยุด เปลี่ยน ปุ๋ย(เปรียบเหมือน นมเด้ก 1 ปี เป็นต้นไป)

แต่พืชอายุสั้น เช่น ข้าว ผักสวนครัว ใช้ได้ ตั้งแต่เริ่มปลูก จนเก็บผลผลิต และสามารถลดเวลาการปลุกได้

ประมาณ อย่างน้อย 15%  ถ้าเราไม่ลดเวลา น้ำหนักผักจะเพิ่มขึ้น 30%(แต่ผักจะใหญ่เกินไปไม่น่ารับประทาน)

ถ้าเราจะลดค่าปุ๋ยเคมี โดยใส่แต่โปรตีนอย่างเดียว สามารถ ลดค่าปุ๋ยในนาข้าวได้ อย่างน้อย 60%

แต่ผลผลิตยังเท่าเดิม

นอกจากนี้ยังใช้กับ ไม้ดอก เช่น กุหลาบ ได้ดี  ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ใช้ โปรตีน 1 ลิตร/10ไร่ ได้ผลผลิตเป็นเมล็ดข้าวโพด ไม่น้อยกว่า 1 ตันต่อไร่(ที่สูงเนินได้ 1.27 ตันต่อไร่)

หากท่านที่สนใจ จะไปดำเนินการทำทดลองต่อ ก็ไม่สงวนสิทธิ



บันทึกการเข้า
likhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 567


« ตอบ #2 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2012, 09:01:10 PM »

เรียนคุณAgro7 สนใจวิธีการทำปุ๋ยโปรตีนมาก จากที่ได้กลับไปอ่านกระทู้เดิมแล้ว อยากขอรบกวนสอบถามขั้นตอนการทำเท่าที่ทราบวัตถุดิบจะเป็นโปรตีนระเหยแห้งและเอ็นไซม์สกัดโปรตีนเช่นยางมะละกอ ประสงค์จะขอความรู้ในการทำปุ๋ยนี้ใช้กับพืชที่ปลูกอยู่  ขอขอบคุณเป็นอย่างสูงในวิทยาทานครั้งนี้ ยิ้มยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
AGRO7
seller1
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1889


« ตอบ #3 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2012, 04:44:54 PM »

การย่อยโปรตีนผง มี 2แบบ

1.ทางเคมี  เช่น ใช้เอนไซม์ ยางมะละกอ (ปาเปน)  ใช้สับประรด(โบบิเลน) หรือ ใช้ กรด HCl กรด น้ำส้มสายชู (แต่ใช้กรด ก่อนใช้งานต้องปรับกลับมาเป็นกลาง ก่อน) หรือใช้ เอนไซม์ จากโรงงาน

2.ใช้แบททีเรีย ก็ทำเหมือน น้ำหมัก EM ปุ๋ยชีวภาพ

ปลาป่น มีโปรตีนสูงมาก เกิน 60 % ความชื้น 12%  ราคาหน้าโรงงานประมาณ ไม่เกินโลละ 40 บาท

ถ้าใช้ปลาป่น โดยตรง ก็ทำได้ แต่ใช้เวลาย่อยสลายตามธรรมชาติ 

โปรตีน ดีกว่า ยูเรีย เยอะมากๆ ถึงดูดซึมช้ากว่า และ ให้สีเขียวน้อยกว่า แต่ข้อดี คือ พืช โตไว โครงสร้าง

แข็งแรง

ถ้า แบบชาวบ้านๆ ก็ทำแบบปุ๋ยปลา หรือ ปุ๋ยปลาร้า เสริช ดูในเนท ก็ได้  แต่กลิ่นแรงไปหน่อย

และโปรตีนต่ำ กว่า น้ำโปรตีนเข้มข้น เวลาใช้ปุ๋ยปลา มีข้อจำกัดคือ ค่า pH ต่ำ ความเป็นกรดสูง ใช้เข้มข้น

มาก ใบจะไหม้  และบางทีมีไขมันจากตัวปลา ทำให้ อุดตันที่หัวฉีด  แต่ก็ใช้ได้นะครับ
บันทึกการเข้า
AGRO7
seller1
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1889


« ตอบ #4 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2012, 09:58:32 PM »

ปลูกต้นอะไรครับ คุณ likhit  ถ้าเป็นมันสำปะหลัง ให้ไปดุได้ที่ ศูนย์วิจัยมันสำปะหลัง ม สุรนารี

หรือ ไปที่โรงมัน สงวนวงษ์ โคราช  ก้ได้ เขาทดลองร่วมกับกรมวิชาการเกษตร ทำแปลงเปรียบเทียบกับแอมเวย์

ซึ่งแอมเวย์ ต้องใช้ ปุ๋ยเคมี ร่วมด้วย แต่ แปลงของโปรตีน ให้ปุ๋ยคอกรองพื้น  ต้นทุนต่างกัน 10 เท่า

สมมุติว่า ขวดนึง 3000 บาท โปรตีน แค่ 300 บาท  ประมาณนี้ ถ้าผลผลิตออกมาเท่ากัน แค่นี้ก็ชนะขาดแล้ว

ถ้าอยากรู้ว่าได้ต้นอะไรอีก ไปหาด็อกเตอร์ อัศจรรย์ ที่ ม สุรนารี เพราะด็อกเตอร์ ทดลองกับพืชหลายอย่าง

สัปดาห์หน้าผมจะไปดูแปลงแล้วจะถ่ายรูปมาให้ดูครับ

 มัน 1 ไร่ใช้โปรตีน ครั้งละ 100 ซีซี ถ้า ฉีด 4 ครั้ง 400 ซีซี ยังไม่ถึง 150 บาทเลย

ใส่เยอะไม่ได้ เดี๋ยวใบเหลือง ใส่น้อยๆกลับจะดี ต้นทุนต่ำ ผลผลิตเท่าเดิม ลองศึกษาดูนะครับ

ไว้ผมเจรจาหาทุนวิจัยได้แล้ว จะผลิตขายราคาถูก


บันทึกการเข้า
likhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 567


« ตอบ #5 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2012, 09:57:42 AM »

ปลูกต้นอะไรครับ คุณ likhit  ถ้าเป็นมันสำปะหลัง ให้ไปดุได้ที่ ศูนย์วิจัยมันสำปะหลัง ม สุรนารี

หรือ ไปที่โรงมัน สงวนวงษ์ โคราช  ก้ได้ เขาทดลองร่วมกับกรมวิชาการเกษตร ทำแปลงเปรียบเทียบกับแอมเวย์

ซึ่งแอมเวย์ ต้องใช้ ปุ๋ยเคมี ร่วมด้วย แต่ แปลงของโปรตีน ให้ปุ๋ยคอกรองพื้น  ต้นทุนต่างกัน 10 เท่า

สมมุติว่า ขวดนึง 3000 บาท โปรตีน แค่ 300 บาท  ประมาณนี้ ถ้าผลผลิตออกมาเท่ากัน แค่นี้ก็ชนะขาดแล้ว

ถ้าอยากรู้ว่าได้ต้นอะไรอีก ไปหาด็อกเตอร์ อัศจรรย์ ที่ ม สุรนารี เพราะด็อกเตอร์ ทดลองกับพืชหลายอย่าง

สัปดาห์หน้าผมจะไปดูแปลงแล้วจะถ่ายรูปมาให้ดูครับ

 มัน 1 ไร่ใช้โปรตีน ครั้งละ 100 ซีซี ถ้า ฉีด 4 ครั้ง 400 ซีซี ยังไม่ถึง 150 บาทเลย

ใส่เยอะไม่ได้ เดี๋ยวใบเหลือง ใส่น้อยๆกลับจะดี ต้นทุนต่ำ ผลผลิตเท่าเดิม ลองศึกษาดูนะครับ

ไว้ผมเจรจาหาทุนวิจัยได้แล้ว จะผลิตขายราคาถูก



ขอขอบคุณคุณAGRO7มาก ได้อ่านร่วมกับลิงค์ที่เพื่อนสมาชิกแนบไว้ในกระทู้ที่แล้วพอจะเข้าใจได้มากขึ้น หลังฝนนี้เริ่มเพาะเมล็ดผักในกระถางที่บ้านกทม.ตั้งใจว่ารอบนี้จะปลูกให้ได้กินผักคะน้าฮ่องกงที่รับเมล็ดจากสมาชิกในเกษตรพอเพียง
ทราบว่าทางคุณAGRO7ตั้งใจจะผลิตขายราคาถูกถ้าหาทุนทำวิจัยได้แล้ว ขออนุโมทนากับความตั้งใจนี้ ส่วนตัวแล้วปลูกเล็กๆน้อยๆไม่มากแต่หวังจะมีผักหญ้าที่ปลูกเองไว้กิน ถ้าจำหน่ายคงต้องขอรบกวนส่งข่าวบ้างขอขอบคุณเป็นอย่างมากอีกครั้ง ยิ้ม


Liked By: 5XXA, chaiyawan, kodang
บันทึกการเข้า
AGRO7
seller1
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1889


« ตอบ #6 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2012, 11:13:20 AM »

ถ้าปลุกไม่เยอะ ยินดีส่งไปให้ใช้ฟรีเลยครับ ตอนแรกนึกว่าเป็นสิบๆไร่

ขออธิบายเรื่องการหาทุนวิจัย ดังนี้

โครงสร้าง มี 3 ส่วน

1.ภาคเกษตรกร สมมุติ ปลูกมันสำปะหลัง

2.ภาคอุสาหกรรม สมมุติ เป็น โรงมัน

3.ภาคนักวิชาการ  สมมุติ เป็น นิติบุคคล ที่ไม่ใช่หน่วยงานราชการ

เกษตรกร ปลูกมัน ส่งให้ โรงมัน แต่ขาดทุนทุกปี ต่อไปเกษตรกรหันไปปลุก พืชอย่างอื่นแทน

เช่นอ้อย ข้าวโพด  โรงมัน ก้ไม่มีวัตถุดิบป้อน ก้ขาดทุนไปด้วย

แต่ถ้าโรงมัน ยอม ปันเงินส่วนหนึ่งมาให้นักวิชการ ไปส่งเสริมเกษตรกร คิดค้น (วิธีการ, ปุ๋ย )ให้ปลูกมัน ให้

ได้ กำไร ทุกปี เกษตรกร ก็อยากจะปลูกมันต่อไป โรงมันก็ได้กำไรไปด้วย win win ด้วยกันทั้ง 3 ฝ่าย

นักวิชาการได้เงินจาก โรงมัน ก็สามารถขาย ปุ๋ย ได้ในราคาถูกให้เกษตรกร รวมทั้งสอนวิธีใหม่ๆ ให้เพื่อให้

เกษตรกรปลูกมันแล้วมีกำไร  โรงมันก็ได้ วัตถุดิบป้อนเข้าโรงมันผลิต ขายแล้วก้ได้กำไร ไปด้วย

ซึ่งตอนนี้ ต้องใช้เวลาในการอธิบายกันมาก ไม่รู้ว่าจะยอมรับแนวคิดนี้หรือไม่

แต่ถ้า นักวิชาการ ไม่มีเงิน ก้จะขายปุ๋ยราคาแพง เกษตรกร ต้นทุนสูง ไม่มีกำไร ก้จะเลิกปลูกมัน โรงมัน ก้ไม่

มีวัตถุดิบป้อน วงจรนี้ ต่างคนต่างเอาตัวรอดไม่สนใจ คนอื่น ซึ่งปัจจุบัน จะเป็นแบบนี้
บันทึกการเข้า
likhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 567


« ตอบ #7 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2012, 12:16:02 PM »

ถ้าปลุกไม่เยอะ ยินดีส่งไปให้ใช้ฟรีเลยครับ ตอนแรกนึกว่าเป็นสิบๆไร่

ขออธิบายเรื่องการหาทุนวิจัย ดังนี้

โครงสร้าง มี 3 ส่วน

1.ภาคเกษตรกร สมมุติ ปลูกมันสำปะหลัง

2.ภาคอุสาหกรรม สมมุติ เป็น โรงมัน

3.ภาคนักวิชาการ  สมมุติ เป็น นิติบุคคล ที่ไม่ใช่หน่วยงานราชการ

เกษตรกร ปลูกมัน ส่งให้ โรงมัน แต่ขาดทุนทุกปี ต่อไปเกษตรกรหันไปปลุก พืชอย่างอื่นแทน

เช่นอ้อย ข้าวโพด  โรงมัน ก้ไม่มีวัตถุดิบป้อน ก้ขาดทุนไปด้วย

แต่ถ้าโรงมัน ยอม ปันเงินส่วนหนึ่งมาให้นักวิชการ ไปส่งเสริมเกษตรกร คิดค้น (วิธีการ, ปุ๋ย )ให้ปลูกมัน ให้

ได้ กำไร ทุกปี เกษตรกร ก็อยากจะปลูกมันต่อไป โรงมันก็ได้กำไรไปด้วย win win ด้วยกันทั้ง 3 ฝ่าย

นักวิชาการได้เงินจาก โรงมัน ก็สามารถขาย ปุ๋ย ได้ในราคาถูกให้เกษตรกร รวมทั้งสอนวิธีใหม่ๆ ให้เพื่อให้

เกษตรกรปลูกมันแล้วมีกำไร  โรงมันก็ได้ วัตถุดิบป้อนเข้าโรงมันผลิต ขายแล้วก้ได้กำไร ไปด้วย

ซึ่งตอนนี้ ต้องใช้เวลาในการอธิบายกันมาก ไม่รู้ว่าจะยอมรับแนวคิดนี้หรือไม่

แต่ถ้า นักวิชาการ ไม่มีเงิน ก้จะขายปุ๋ยราคาแพง เกษตรกร ต้นทุนสูง ไม่มีกำไร ก้จะเลิกปลูกมัน โรงมัน ก้ไม่

มีวัตถุดิบป้อน วงจรนี้ ต่างคนต่างเอาตัวรอดไม่สนใจ คนอื่น ซึ่งปัจจุบัน จะเป็นแบบนี้
ขอขอบคุณข้อมูลความรู้ที่ตอบให้ทราบ เห็นด้วยว่าหากทุกฝ่ายเข้าใจซึ่งกันและกัน มองภาพความช่วยเหลือที่ให้แก่กันย่อมทำให้ภาระที่จะต้องตกหนักแก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเบาลง นั่นหมายความว่าทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน สังคมก็จะมีความสุขมากขึ้น ทำให้นึกถึงท่านหนึ่งเคยกล่าวไว้เรื่องการยกโต๊ะถ้าสี่คนช่วยกันยกโต๊ะหนึ่งตัว ย่อมได้งานมากกว่าคนเดียวและทุกคนก็ได้ประโยชน์ร่วมกันในการยกโต๊ะตัวนี้ และขอบคุุณมากที่กรุณาให้นำมาใช้ จะขอส่งซองและแสตมป์ไปรับเพื่อลดขั้นตอนและแสตมป์จัดส่งครั้งนี้กับคุณAGRO7หรือหากต้องมีค่าใช้จ่ายอื่นในการจัดส่งขอรบกวนแจ้งให้ได้ทราบด้วยอีกสักครู่จะส่งข้อความทางpmเพื่อขอรับที่อยู่จากทางคุณAGRO7 ขอขอบคุณมาก ยิ้ม


Liked By: 5XXA, chaiyawan, kodang
บันทึกการเข้า
AGRO7
seller1
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1889


« ตอบ #8 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2012, 04:24:12 PM »

ยินดีครับ ผมจะจัดส่งไปให้ ค่าส่งผมออกเองครับ


Liked By: likhit, chaiyawan
บันทึกการเข้า
likhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 567


« ตอบ #9 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2012, 04:59:33 PM »

ยินดีครับ ผมจะจัดส่งไปให้ ค่าส่งผมออกเองครับ
ต้องขอรบกวนคุณAGRO7ในครั้งนี้ได้ส่งที่อยู่ทางพีเอ็มแล้ว และขอขอบพระคุณคุณAGRO7เป็นอย่างสูง ยิ้ม


Liked By: chaiyawan, kodang
บันทึกการเข้า
AGRO7
seller1
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1889


« ตอบ #10 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2012, 10:01:05 PM »

ยินดีครับ มีใคร ปลูก ผัก นาข้าว ไร่กุหลาบ อยากได้ ก็บอกมานะครับ

เดี๋ยวส่งให้ฟรี
บันทึกการเข้า
AGRO7
seller1
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1889


« ตอบ #11 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2012, 10:18:28 PM »

อาทิคย์หน้าไม่รู้จะว่างไปโคราชหรือเปล่า เอารุป แปลงทดลอง มทส มาให้ดู


Liked By: chaiyawan, kodang
บันทึกการเข้า
AGRO7
seller1
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1889


« ตอบ #12 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2012, 05:33:25 PM »

ผมลืมบอกไป รูปด้อกเตอร์ อัศจรรย์ ไม่ใช่ผมนะครับ ท่านอายุประมาณ 70 ปี ท่านรับทำงานวิจัยอยู่

ใครสนใจก้สามารถติดต่อท่านได้นะครับ ที่ ม สุรนารี


Liked By: likhit, GuGeng, chaiyawan, kodang
บันทึกการเข้า
AGRO7
seller1
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1889


« ตอบ #13 เมื่อ: ธันวาคม 15, 2012, 02:19:45 PM »

มีคน PM มาขอเบอร์ท่าน เลยอยากเล่าเรื่องคร่าวๆให้ฟัง เรื่องสมัยผมยังเด็กๆ

ท่านอาจารย์ ดอกเตอร์ อัศจรรย์ เคยทำงานร่วมกับ อาจารย์ ผม ดร.สุจินต์ จินายน

ผู้ออกพันธุ์ ข้าวโพด สุวรรรณ1 พอประมาณ พ.ศ.2519 ดร.สุจินต์ ย้ายไปเป็นคณะบดีที่ หาดใหญ่

ตอนนั้นผมเข้าไปเรียน รุ่นที่ 7 ปี พ.ศ.2526

ได้ยินว่า ดร.อัศจรรย์ ออกพันธุ์ ข้าวโพด สุวรรณ 2 ในระหว่างนั้น

พอปี พ.ศ. 2530 ประมาณ นั้น ดร.สุจินต์ ย้ายกลับมาเป็นรองอธิการบดี ที่กำแพงแสน และ ดึง ดร.

อัศจรรย์มาช่วยงาน แต่ทำได้ไม่นาน มีเลือกตั้งเป็นอธิการบดี ที่บางเขน ดร.สุจินต์ แพ้การโหวต จึงขอย้าย

ตัวเองออกไปก่อตั้ง ม.นเรศวร ที่พิษณุโลก เป็นอธิการบดี ปัจจุบัน อายุ 80 ได้ยินว่ากลับมาเป็นอธิการบดี

อีกครั้ง ส่วนดร.อัศจรรย์ มาทำงานที่ ศูนย์ วิจัยมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์ ที่ มทส

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 15, 2012, 02:25:49 PM โดย AGRO7 » บันทึกการเข้า
AGRO7
seller1
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1889


« ตอบ #14 เมื่อ: ธันวาคม 15, 2012, 02:51:17 PM »

ทุกท่านที่ PM มา ผมส่งให้หมดทุกคนแล้วครับ


Liked By: bigsim, chaiyawan, kodang
บันทึกการเข้า
AGRO7
seller1
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1889


« ตอบ #15 เมื่อ: ธันวาคม 15, 2012, 03:56:24 PM »

เล่าเรื่อง ด้อกเตอร์ แล้ว  นับว่าเป็น ปูชนียบุคคล ในวงการ เกษตร

หากท่านใด ทำปุ๋ย ยา ออกจำหน่าย ก็น่าจะให้ท่าน ทำวิจัย  ไว้บ้างเป็นเป็น referance

ว่า ปุ๋ย ยา ที่ท่าน ทำ ได้ผลจริง ส่วนค่าวิจัย ก็โทรคุยกันเองนะครับ ผมไม่เกี่ยว แค่แนะนำเฉยๆ



Liked By: GuGeng, chaiyawan, kodang
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 ... 183   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: