หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปั๊มลมเติมอากาศ ในถัง 200 ลิตร ทำสารฮอร์โมน น้ำหมัก ปุ๋ยน้ำ  (อ่าน 1837 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
teerapat2012
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 712


กิ่งผักหวานบ้าน ไร่ธีระ


« เมื่อ: ธันวาคม 09, 2012, 10:51:26 AM »

ปั๊มลมเติมอากาศ ในถัง 200 ลิตร ทำสารฮอร์โมน น้ำหมัก ปุ๋ยน้ำ ใช้แบบไหนดีครับ

http://www.smilepetshop.com/product-th-153327-%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%A1.html

ราคาไม่ต้องแพงเอาแบบ ราคา100 กว่าบาทพอไหมครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 11, 2012, 08:49:25 AM โดย teerapat2012 » บันทึกการเข้า

tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3914


« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2012, 06:24:57 PM »

- ขอดูสูตรทำสารฮอร์โมน น้ำหมัก ได้ไหมครับ ได้มาจากไหนครับ หรือเพียงได้ยินมาครับ ?

- เพราะปกติการทำน้ำหมักเพื่อสกัดฮอร์โมนนั้น เราจะใช้ความเป็นกรดของน้ำหมักสกัดฮอร์โมนออกมาจากวัตถุดิบ ซึ่งจำเป็นต้องให้อยู่ในสภาวะไร้อากาศ เพราะจุลินทรีย์กลุ่มไม่ใช้อากาศจะปลดปล่อยกรดอินทรีย์ออกมา ค่าพีเอชอาจต่ำเหลือ 3- 4 ภายในเวลา 30 วัน ความเป็นกรดนั้นสูงจนเมื่อเวลาเอาไปใช้เราจึงต้องเจือจาง 100 - 200 เท่าไงครับ ลักษณะเด่นอีกอย่างของจุลินทรีย์กลุ่มนี้คือจะปลดปล่อยแก๊สมีเทนและแก๊สไข่เน่าออกมา

- แต่เมื่อมีเครื่องปั๊มลมเติมอากาศ จุลินทรีย์จะปรับเปลี่ยนเป็นจุลินทรีย์กลุ่มใช้อากาศ ที่ไม่ปลดปล่อยกรดอินทรีย์ออกมา พีเอชจะประมาณ 7 ที่ไม่สามารถสกัดอะไรออกมาจากวัตถุดิบได้ครับ  ลักษณะเด่นของจุลินทรีย์กลุ่มนี้คือไม่ปลดปล่อยแก๊สมีเทนและแก๊สไข่เน่าครับ จึงไม่มีกลิ่นใด ๆ เลย  ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
teerapat2012
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 712


กิ่งผักหวานบ้าน ไร่ธีระ


« ตอบ #2 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2012, 08:43:39 AM »

- ขอดูสูตรทำสารฮอร์โมน น้ำหมัก ได้ไหมครับ ได้มาจากไหนครับ หรือเพียงได้ยินมาครับ ?

- เพราะปกติการทำน้ำหมักเพื่อสกัดฮอร์โมนนั้น เราจะใช้ความเป็นกรดของน้ำหมักสกัดฮอร์โมนออกมาจากวัตถุดิบ ซึ่งจำเป็นต้องให้อยู่ในสภาวะไร้อากาศ เพราะจุลินทรีย์กลุ่มไม่ใช้อากาศจะปลดปล่อยกรดอินทรีย์ออกมา ค่าพีเอชอาจต่ำเหลือ 3- 4 ภายในเวลา 30 วัน ความเป็นกรดนั้นสูงจนเมื่อเวลาเอาไปใช้เราจึงต้องเจือจาง 100 - 200 เท่าไงครับ ลักษณะเด่นอีกอย่างของจุลินทรีย์กลุ่มนี้คือจะปลดปล่อยแก๊สมีเทนและแก๊สไข่เน่าออกมา

- แต่เมื่อมีเครื่องปั๊มลมเติมอากาศ จุลินทรีย์จะปรับเปลี่ยนเป็นจุลินทรีย์กลุ่มใช้อากาศ ที่ไม่ปลดปล่อยกรดอินทรีย์ออกมา พีเอชจะประมาณ 7 ที่ไม่สามารถสกัดอะไรออกมาจากวัตถุดิบได้ครับ  ลักษณะเด่นของจุลินทรีย์กลุ่มนี้คือไม่ปลดปล่อยแก๊สมีเทนและแก๊สไข่เน่าครับ จึงไม่มีกลิ่นใด ๆ เลย  ยิ้มเท่ห์
ปุ๋ยน้ำชีวภาพระเบิดเถิดเทิง
 
  

            ขั้นตอนที่  1 (วัสดุส่วนผสมและวิธีทำ)

              ปลาทะเลสด                    20                กก.
              กากน้ำตาล                     5                  ล.
              ผงเอ็นไซม์                     250               กรัม
              จุลินทรีย์                       100               กรัม    

       เตรียมถังพลาสติกขนาดจุ 200 ล. ใช้ปลาสดใหม่ทั้งตัว บดให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะละเอียดได้ด้วยเครื่องบดโมลิเน็กซ์ยักษ์ หรือเครื่องบดทั่วๆไป  แล้วใส่ส่วนผสมทุกตัวจนครบ  คนเคล้าให้เข้ากันดี  ถ้าส่วนผสมข้นมากจนบดไม่ได้ให้เติมน้ำมะพร้าวเล็กน้อยพอเหลวให้เครื่องบดทำงานได้ เสร็จแล้วปิดฝาพอหลวมเก็บในอุณหภูมิห้อง หมักทิ้งไว้ 3 เดือน ระหว่างหมัก 3 เดือนนี้ให้คนวันละครั้ง......ครบกำหนด 3 เดือนแล้วจะพบว่า ส่วนผสมต่างๆในถังหมักจะเหลวเป็นน้ำ นั่นคือ "อะมิโน โปรตีน"  มีกลิ่นคาวปลาแรงกว่ากากน้ำตาล พร้อมปรุงต่อขั้นที่  2

       ขั้นที่ 2 (วัสดุส่วนผสมและวิธีทำ)
       อะมิโนโปรตีน. ที่ได้จากขั้นตอนที่ 1 ซึ่งจะมีปริมาณประมาณ 20 ล.ของถัง 200 ล.  ให้เติม......
               น้ำมะพร้าว           160          ล.
               จุลินทรีย์             100          กรัม
               21-0-0             500          กรัม

       คนเคล้าให้เข้ากันดี แล้วเติมอากาศด้วยปั๊มออกซิเจนเฉพาะช่วงกลางวัน เช้าถึงเย็น นานติดต่อกัน 7 วัน......ระหว่างเติมอากาศหากหยุดเติมจะพบว่า วัสดุส่วนผสมต่างๆ ช่วงแรกๆ จะลอยอยู่ที่ผิวหน้า ครั้นเวลาผ่านไปประมาณ 7-21 วัน  ส่วนผสมเหล่านั้นจะจมลงก้นถังทั้งหมด เมื่อเห็นว่าส่วนผสมจมลงก้นถังหมดแล้วให้หยุดเติมอากาศ  หยุดการคนส่วนผสมก้นถังด้วยเครื่องมือใด  เพื่อปล่อยให้ส่วนผสมก้นถังอยู่ในสภาพไร้อากาศ  ในสภาพไร้อากาศนี้จะเกิดจุลินทรีย์กลุ่มไม่ต้องการอากาศซึ่งมีพลังย่อยสลายดีกว่าจุลินทรีย์ประเภทต้องการอากาศ....นอกจากนี้ยังพบสารเหลวที่เป็นเมือกจำนวนมากนั่น คือ "ฮอร์โมนไซโตคินนิน"   สารที่มีประโยชน์ต่อพืชอย่างมาก


      หมายเหตุ :
    - คนเคล้าส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันดี ปิดฝาพอหลวม เก็บในร่ม อุณหภูมิห้อง  เติมอากาศช่วง 7 วันแรก  ระหว่างเติมอากาศจะพบว่ามีฟองเกิดขึ้น  ถ้าลูกฟองมีขนาดใหญ่ให้เติมอากาศต่อไปเรื่อยๆ จนลูกฟองมีขนาดเล็กละเอียด จึงหยุดเติมอากาศ  แล้วหมักทิ้งไว้ข้ามปี  (ฟองขนาดใหญ่แสดงว่ายังไม่พร้อมใช้งาน.....ฟองเล็กละเอียดแสดงว่าพร้อมใช้งานแล้ว)
      ระยะเวลาหมักยิ่งหลายปียิ่งดี ก็จะได้ "น้ำหมักระเบิดเถิดเทิงดิบ"  พร้อมปรุง  ก่อนใช้งานจริงน้ำหมักระเบิดเถิดเทิงดิบที่ผ่านการหมักข้ามปีแล้วจะมีกลิ่นแอลกอฮอร์  หากใช้ไม้พายค่อยๆ งัดกากที่อยู่ก้นถังขึ้นมาดู   จะพบว่าส่วนผสมที่อาจจะหยาบๆ ในครั้งแรกนั้นได้กลายสภาพเป็นของเหลวเหมือนวุ้น
    - สารอาหารพืชที่พึงมีในน้ำหมักระเบิดเถิดเทิงดิบเป็นสารอาหารประเภท "อินทรีย์สาร"  ที่ถูกจุลินทรีย์ย่อยสลายออกมาจากวัสดุส่วนผสมนั่นเอง  ปริมาณสารอาหารที่มีหรือที่ได้เมื่อคิดปริมาณเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วถือว่าไม่มากนัก ในพืชอายุสั้นฤดูกาลเดียวอาจเพียงพอต่อการนำไปใช้เพื่อการเจริญเติบโตแต่ในพืชยืนต้นขนาดใหญ่ซึ่งต้องการใช้สารอาหารในปริมาณมากขึ้นนั้นอาจจะไม่พอเพียง.....จากหลักการและเหตุผลที่ว่า น้ำหมักชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิง มีปริมาณเปอร์เซ็นต์ของอาหารน้อยถึงน้อยมากแต่เมื่อได้เติมเพิ่มปริมาณปุ๋ยที่เป็นอนินทรีย์สารจนได้ปริมาณเปอร์เซ็นต์ตามต้องการ  จึงสามารถเรียกชื่อใหม่ว่า  "ปุ๋ยน้ำชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิง"  ได้อย่างมั่นใจ
      - ทุกขั้นตอนของการหมักไม่มีการเติม  "น้ำเปล่า"  เพราะในน้ำเปล่านอกจากไม่มีสารอาหารแล้วยังทำให้เปอร์เซ็นต์ของสารอาหารที่พึงมีเจือจางลงไปอีก  กับทั้งน้ำเปล่าเป็นต้นสาเหตุทำให้การหมักเกิดเน่าเหม็นอีกด้วย

       ขั้นตอนที่  3 (น้ำหมักระเบิดเถิดเทิงสูตร -?-)
       ความหมายของเครื่องหมาย  " -?- "   คือ  สูตรของปุ๋ยธาตุหลัก  ซึ่งจะต้องเลือกสูตรที่ตรงกับชนิดและระยะพัฒนาการของพืชที่จะใช้โดยเฉพาะ  และ  "ธาตุอาหารเน้น"  หมายถึง  ธาตุอาหารพืชที่นอกเหนือไปจากธาตุรอง/ธาตุเสริม ที่จำเป็นต้องเพิ่มเป็นกรณีพิเศษสำหรับพืชบางชนิด......โดยการปฏิบัติดังนี้
 
         น้ำหมักระเบิดเถิดเทิงดิบ             100          ล.
         ปุ๋ยธาตุหลัก (ทางราก)              10-20        กก.
         ธาตุรอง/ธาตุเสริม                   1-2          กก.
         ธาตุอาหารเน้น                       1-2          กก.
         ไขกระดูก                             10            ล.
         เลือด                                 10            ล.
         มูลค้างคาว                           5              ล.
         นม                                    5             ล.
         สาหร่ายทะเล                         500          กรัม
         ฮิวมิค แอซิด                         500          กรัม
         บี-1                                   500          กรัม

         คนเคล้าส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากันดีแล้วได้  "ปุ๋ยน้ำชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิง"    พร้อมใช้งานได้เลย  อายุเก็บไม่ควรเกิน 6 เดือน

        หมายเหตุ :
        - ไขกระดูก.  เลือด.  มูลค้างคาว.  นม.  หมักแยกล่วงหน้านานข้ามปีจนพร้อมใช้งาน......หมายถึง  "หมักแยก - ใช้รวม"    


      อัตราใช้และวิธีใช้  :
     - ปุ๋ยน้ำชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิง 5-10 ล. / ไร่ (นาข้าว  พืชไร่  พืชน้ำ  ผักสวนครัว.....ช่วงเตรียมดิน)
     - ปุ๋ยน้ำชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิง 50 ซีซี. / น้ำ  20 ล. /7-10 วัน ให้ทางดิน (ไม้ผลยืนต้น)
     - ปุ๋ยน้ำชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิง 10 ล. / อินทรีย์วัตถุ  1 ตัน  ในการทำปุ๋ยอินทรีย์



ตรวจสอบ - แก้ไข

สี..... สีน้ำตาลอ่อน-น้ำตาลไหม้-ดำ  ขึ้นอยู่กับปริมาณกากน้ำตาลที่ใส่ครั้งแรก และใส่เพิ่มภายหลัง
    
กลิ่น..... หมักใหม่ๆเป็นกลิ่นคาวปลา  เมื่ออายุการหมักนานขึ้น  กลิ่นคาวปลาเริ่มลดลง เป็นกลิ่นกากน้ำตาลปนกลิ่นคาวปลา  กระทั่งหมักนานข้าม 1-2-3 ปี จะมีกลิ่นฉุนเหมือนแอลกอฮอร์ชัดเจน....กลิ่นปกติคือ “กลิ่นที่รับได้”  สัมผัสแล้วไม่เวียนหัว  ซึ่งต่างจากกลิ่นเหม็นเน่าอย่างสิ้นเชิง  ระหว่างการหมักถ้าเริ่ม (เน้นย้ำ...เริ่ม) มีกลิ่นเหม็นเน่า หรือกลิ่นไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น  แสดงว่าอ่อนกากน้ำตาล ให้เติมกากน้ำตาล 1-2 ล.  ใส่แล้วคนให้ทั่วถัง  ทิ้งไว้ 12-24 ชม. กลิ่นไม่พึงประสงค์จะหายไป กลายเป็นกลิ่นรับได้ตามปกติ  แสดงว่าอัตราส่วนกากน้ำตาลพอดีแล้ว  ถ้ากลิ่นไม่พึงประสงค์นั้นยังไม่หายก็ให้เติมกากน้ำตาลซ้ำ 1-2 ล.อีกรอบ  คนให้ทั่วถัง ทิ้งไว้ 12-24 ชม. จากนั้นตรวจสอบซ้ำพร้อมกับแก้ไขด้วยการเติมกากน้ำตาลไปเรื่อยๆ  เมื่ออัตราส่วนของกากน้ำตาลพอดีแล้ว จะไม่มีกลิ่นเหม็นเน่าหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นอีกเลยจนถึงวันใช้งาน

หมายเหตุ :
ถ้ากากน้ำตาลมากเกิน  กระบวนการย่อยสลายโดยจุลินทรีย์จะชะงัก หรือไม่ย่อยสลายเลย  ส่วนผสมต่างๆจะไม่เปื่อยยุ่ย หรือเรียกว่า  “แช่อิ่ม”  นิ่งอยู่อย่างนั้นตราบนานเท่านาน
    
กาก..... หมักใหม่ๆส่วนผสมต่างๆ จะขนาดเท่ากับที่บดด้วยเครื่องบดโมลิเน็กซ์ยักษ์นั้น  ครั้นนานไปส่วนผสมจะเหลวเป็นน้ำวุ้น
    
ฝ้า..... บนผิวหน้าจะมีฝ้า สีขาวอมเทา หรือเทาอมดำ  หรือสีดำ ฝ้านี้คือจุลินทรีย์กลุ่มต้องการอากาศประเภท "รา"  เป็นราที่มีประโยชน์  ไม่มีกลิ่น ส่วนหนึ่งยังมีชีวิต ส่วนที่ตายแล้วจะเป็นอ่าหารให้แก่ตัวที่ยังมีชีวิต
      
ฟอง.....หลังจากผ่านการมักนาน 3 - 6 - 9 เดือน ถึงข้าม 1 - 2 - 3 ปี แล้วทดสอบโดยปั่นด้วยเครื่องโมลิเน็กซ์ยักษ จะมีฟองเกิดขึ้น  ถ้าเป็นฟองขนาดใหญ่ถือว่าการหมักยังไม่ดี  แต่ถ้าเป็นฟองละเอียดถือว่าการหมักดี ใช้การได้แล้ว  
    
รูปลักษณ์......กากส่วนที่อยู่ก้นถังจะเหลวเป็นวุ้น มีเมือกใส ซึ่งเมือกนี้คือไซโตไคนิน.  อุดมไปด้วยจุลินทรีย์กลุ่มบาซิลลัสส์  เป็นจุลินทรีย์ประเภทไม่ต้องการอากาศ มีพลังในการย่อยสลายเหนือกว่าจุลินทรีย์ประเภทต้องการอากาศ
      
ปริมาณ..... ในการหมักขั้นตอนที่ 2 เติมน้ำมะพร้าวจนเต็มถึงปากถังขนาดจุ 200 ล. จากนั้นประมาณ 1 เดือน ระดับน้ำมะพร้าวจะยุบลงราว 10-15 ซม.เสมอ  เมื่อเติมน้ำมะพร้าวใหม่จนเต็มก็จะยุบลงอีก ก็ให้เติมใหม่อีกทุกครั้ง กรณีนี้เกิดจากกระบวนการย่อนยสลายของจุลินทรีย์นั่นเอง
    
อีซี - ซี/เอ็น เรโช..... ตรวจสอบโดย LAB  
    
ถพ..... โดยน้ำใสด้านบน ค่า ถพ.ประมาณ 4-5%  แต่ถ้าคนให้มีกากละเอียดรวมอยู่ด้วย 30% จะมีค่า ถพ.ประมาณ 10-12%
    
พีเอช...... หมักใหม่ 3-6 เดือน ค่า พีเอช ประมาณ 3.5-4.5  แต่ถ้าหมักนานข้ามปี ค่า พีเอช ประมาณ 5.0-6.0      
------------------
น้ำหมักชีวภาพระเบิดเถิดเทิง สูตรปุบปับ    


 

                         หลักการและเหตุผล :
                จากการใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอินทรีย์ต่างๆลงไปในดิน  โดยวิธีผสมคลุกกับเนื้อดิน  หรือหว่านโรยบนผิวหน้าดิน  ต่อมาปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอินทรีย์จะสลายตัวกลายเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อดินหรือกลายเป็นสารอาหารให้แก่พืชได้  
 
            การหมักอินทรีย์วัตถุหรือวัสดุส่วนผสมเพื่อให้จุลินทรีย์เป็นตัวย่อยสลายจนอินทรีย์วัตถุเปลี่ยนรูปเป็น  "อินทรีย์สาร"  นั้น  สามารถทำได้ 3 วิธี  คือ  หมักในถัง.  หมักในกอง.  และหมักในดิน.  ภายใต้สภาพแวดล้อมหรือปัจจัยเพื่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์อย่างเหมาะสมนั่นเอง  
 
           จากการหลักการและเหตุผลดังกล่าว  หากวัสดุส่วนผสมต่างๆที่ใช้ทำปุ๋ยน้ำชีวภาพผ่านกรรมวิธีการแปรรูปเบื้องต้นแล้วใส่คลุกกับเนื้อดินโดยตรงทันทีหลังทำเสร็จ  อินทรีย์วัตถุเหล่านั้นก็จะย่อยสลายกลายเป็นสารอาหารพืชได้ไม่ต่างจากการหมักในถังหรือหมักในกอง
 
           การหมักในดินอาจต้องใช้ระยะเวลานานกว่าหมักในถังหรือในกอง  เพราะไม่สามารถควบคุมปัจจัยหรือสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ได้  แต่ก็ถือว่าคุ้มค่า


                  
                 วัสดุส่วนผสม :

              ปลาทะเลสด                   20                กก.
              กากน้ำตาล                     5                  กก.
              ไขกระดูก                       2                  กก.
              เลือด                           2                  ล.
              มูลค้างคาว                     1                   กก.
              นม                              5                   ล.              
              น้ำมะพร้าว                     5                   ล.
              ฮิวมิค แอซิด                   500                กรัม
              จุลินทรีย์                       100                กรัม                        

                วิธีทำ                
             บดส่วนผสมทั้งหมดให้ละเอียดที่สุดจนเป็นวุ้นด้วยเครื่องบดแบบโมลิเน็กซ์ยักษ์  บดแล้วกรองด้วยตาข่ายไนล่อนตาถี่ๆ  แยกกากไปใช้งานอย่างอื่น  น้ำใสที่กรองแล้วเติมเพิ่มน้ำเปล่าให้เต็มถัง 200 ล.  คนเคล้าให้เข้ากันดีอีกครั้ง  ได้  “หัวเชื้อปุ๋ยอินทรีย์น้ำสด”   พร้อมปรุงต่อเพื่อใช้งาน              

          

              วิธีใช้              
            ใช้   “ปุ๋ยอินทรีย์น้ำสด 5 ล. + ปุ๋ยทางดิน 5 กก. + ธาตุรอง/ธาตุเสริม 250 กรัม + น้ำตามความเหมาะสม”  คนเคล้าให้เข้ากันจนปุ๋ยทางดินละลายดี  ได้แล้วราดรดลงดิน หรือใช้เครื่องฉีดพ่นปรับหัวฉีดให้รูโตๆ  ฉีดพ่นลงพื้นดินโดยตรงหรือฉีดอัดลงใต้ผิวดิน              

            หมายเหตุ :              
          - เลือกปุ๋ยทางรากสูตรที่ตรงกับชนิดและระยะพัฒนาการของพืช              
          -  ผสมน้ำปริมาณเพียงเพื่อสะดวกต่อการใช้งาน            
          – อัตรานี้เหมาะสำหรับนาข้าวเนื้อที่ 1 ไร่  โดยการสาดให้ทั่วแปลงช่วงทำเทือก  สำหรับแปลงพืชอย่างอื่นให้พิจารณาตามาความเหมาะสม            
          – ส่วนผสมทุกตัวแม้จะเป็นของสดยังไม่ผ่านกระบวนการหมัก  ครั้นเมื่อลงไปอยู่ในเนื้อดินแล้วก็จะเกิดกระบวนการหมักในดินเอง  โดยมีจุลินทรีย์ประจำถิ่นเป็นตัวย่อยย่อยสลายให้....... ทั้งนี้  การหมักสามารรถทำได้ 3 วิธี  คือ  หมักในถัง.  หมักในกอง  และหมักในดิน.
          – ข้อดีของสูตรนี้ คือ  ทำเสร็จแล้วใช้ได้ทันทีเลย  ไม่ต้องหมักให้เสียเวลา    

--------------------
ไขกระดูกหมักชีวภาพ


      
 

                วัสดุส่วนผสม :
                
                 ไขกระดูก               10       กก.
                 กากน้ำตาล              5        กก.
                 น้ำมะพร้าว              100      ล.
                 ยิสต์                     100      กรัม
                 จุลินทรีย์                100       กรัม
                 สับปะรดสดใหม่         2          ผล
                 21-0-0                100       กรัม

              

วิธีทำและวิธีใช้ :

คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันดี  เติมออกซิเจนตลอด 24 ชม. ช่วง 7 วันแรก  หมักนาน 3 เดือน– ข้ามปี  ได้  “หัวเชื้อน้ำไขกระดูกหมักชีวภาพเข้มข้น”  พร้อมใช้งาน

ใช้ “หัวเชื้อ 1-2 ล. ต่อน้ำหมักชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิง 100 ล. หรือปุ๋ยอินทรีย์หมัก 1 ตัน”


หมายเหตุ :
1. องค์ประกอบของไขกระดูกมีส่วนทมี่เป็นสารอาหารพืช/สัตว์  มากกว่าส่วนที่เป็นกระดูกถึง 1,000 : 1 เท่า (สารคดีดิสคัพเวรี่)
            
2. กระดูกป่นเพื่อการเกษตรหรืออาหารสัตว์เลี้ยง  เป็นกระดูกที่สกัดเอาส่วนไขออกไปหมดแล้ว  เหลือแต่กระดูกแท้ๆ  ทั้งนี้ถ้ากระดูกป่นนั้นมี่สวนที่เป็นไขปนอยู่  เมื่อบรรจุกระสอบเก็บนานๆ จะเกิดกลิ่นเหม็นเน่าของไขกระดูก  ทำให้เป็นที่น่ารังเกียจของเอเย่นต์จัดจำหน่าย  ดังนั้น หากต้องการใช้กระดูกเป็นสารอาหารพืช  จึงควรเลือกใช้ไขกระดูกจะได้ประโยชน์สูงสุด
            
3. ไขกระดูกได้มาจากการนำกระดูกสัตว์สดใหม่  เข้าเครื่องอบด้วยความร้อน ควบคุมอุณหภูมิ  เมื่อกระดูกสดได้รับความร้อน  ส่วนไขที่อยู่ภายในกระดูกจะละลายเป็นของเหลวออกมาไหลออกมา
            
4. กรณีหาไขกระดูกสำเร็จรูปไม่ได้  แนะนำให้ใช้กระดูกสัตว์สดใหม่ที่พอหาได้ทั่วไป เช่น  กระดูกวัว กระดูกควาย จากโรงฆ่าสัตว์ หรือกระดูกโซ่โครงไก่  ที่มีขายตามท้องตลาดแทนได้  เมื่อได้กระดูกดังกล่าวมาแล้วให้บดด้วยเครื่องบดพริกหรือบดปลา  บดให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะละเอียดได้  ซึ่งจะได้ทั้งกระดูกและไขกระดูกพร้อมกัน  จากนั้นนำเข้าสู่กระบวนการหมักตามปกติ
            
5. เนื่องจากไขมันคือส่วนของซากสัตว์ที่ย่อยสลายได้ยากที่สุด  ช่วงแรกๆ ของการหมักในถังหมัก  ไขกระดูกจะลอยขึ้นมาอยู่ที่ผิวหน้า  สภาพเหนียวและแน่นมาก  การใช้ไม้พายคนด้วยมือจึงทำได้ไม่ดีนัก  แต่ด้วยความจำเป็นที่ต้องคนบ่อยๆ  อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง  ขึงต้องคนด้วยเครื่องปั่นโมลิเน็กซ์ยักษ์เท่านั้น  
            
6. การเลือกสรรจุลินทรีย์เพื่อการย่อยสลายไขมันที่มาจากกระดูก (เข้มข้นกว่าไขมันในน้ำเสียจากบ้านเรือน) ยังไม่มีข้อมูล
--------------
เลือดหมักชีวภาพ





                    วัสดุส่วนผสม :

                    เลือดสดใหม่           10       กก.
                    กากน้ำตาล             5        กก.
                    ยิสต์                    100     กรัม
                    จุลินทรีย์               100      กรัม
                    สับปะรดสดใหม่        2         ผล
                    เกลือแกง              100      กรัม
                    21-0-0               100       กรัม



                       วิธีทำและวิธีใช้ :
                   คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันดี  เติมออกซิเจนตลอด 24 ชม. ช่วง 7 วันแรก  หมักนาน 3 เดือน – ข้ามปี  ได้  “หัวเชื้อเลือดหมักชีวภาพเข้มข้น”  พร้อมใช้งาน

                   ใช้  “หัวเชื้อ ฯ 1-2 ล. ต่อน้ำหมักชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิง 100 ล.  หรือ  ปุ๋ยอินทรีย์หมัก 1 ตัน”  

---------------

ขอบคุณ ที่มาhttp://www.kasetloongkim.com
 


    
  


Liked By: audio
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 11, 2012, 08:47:55 AM โดย teerapat2012 » บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3914


« ตอบ #3 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2012, 04:32:33 PM »

- โอ้โห ...  อายจัง  อายจัง  อายจัง  อายจัง  ยิงฟันยิ้ม  ข้อมูลน่าสนใจครับผม เยี่ยม ๆ ๆ ๆ

- การเลือกปั๊มเติมอากาศอยากให้พิจารณาว่าเราต้องทำบ่อยแค่ไหน น้ำในถังสูงแค่ไหน ถ้าต้องทำบ่อยหรือ Heavy Duty ก็น่าพิจารณาใช้ราคาสัก 2 - 3 พันนะครับ ทนดี

- ในรูป ผมเคยเติมอากาศใช้เครื่องราคา 2,700 บาท สามปีก่อนครับ ทำ Compost Tea โดยการเอาปุ๋ยอินทรีย์ น้ำตาลทราย ใส่ในถังน้ำ 100 ลิตร เติมอากาศ 48 ชม. แล้วเอาไปใช้เพื่อเพิ่มจุลินทรีย์ดินครับ



Liked By: Teerapong Maejo
บันทึกการเข้า
teerapat2012
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 712


กิ่งผักหวานบ้าน ไร่ธีระ


« ตอบ #4 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2012, 08:49:01 PM »

กะว่าจะใส่โอ่งมังกร
คงทำไม่บ่อยหรอกครับ


Liked By: tera
บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3914


« ตอบ #5 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2012, 09:01:39 AM »

- ถ้าไม่บ่อยก็น่าจะซื้อรุ่นที่กลาง ๆ ไม่แพงไป ไม่ถูกไป เพราะถ้ารุ่นถูกสุดผมเกรงจะสู้แรงดันในโอ่งจากความสูงของน้ำในโอ่งไม่ได้ครับ (แถมท่ออากาศอาจจะเล็กเกินไป) เดี๋ยวอากาศไม่ออก

- ต้องขออภัยที่ไม่สามารถระบุรุ่นได้ครับ เพราะผมมีโอกาสใช้ปั๊มอากาศแค่รุ่นเดียว ซึ่งเป็นรุ่นที่เขาใช้ในถังส้วมสำเร็จรูปที่ต้องเปิดเติมอากาศตลอดเวลา 24 ชม.เปิดทั้งปีครับ ทนดี แต่แพงหน่อย
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: